จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง 2569: 10 เชื้อที่ชาวบ้านและชาวสวนทุเรียนควรรู้ หลังน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ทะลักเข้าหมู่บ้าน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง 2569: 10 เชื้อที่ชาวบ้านและชาวสวนทุเรียนควรรู้ หลังน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ทะลักเข้าหมู่บ้าน

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง 2569: 10 เชื้อที่ชาวบ้านและชาวสวนทุเรียนควรรู้ หลังน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ทะลักเข้าหมู่บ้าน

บทความนี้เป็น การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง โดยทีมบรรณาธิการของ World Health Disinfection (WHD) สำหรับครอบครัวในหมู่ 4 ตำบลกระแสบน และชุมชนใกล้เคียงที่บ้านเรือนและสวนทุเรียนจมน้ำ เราจะไล่เรียงว่าเชื้อโรคกลุ่มใดควรระวังก่อน เพราะอะไร ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านและพื้นที่ทำสวน ใครเสี่ยงที่สุด และเมื่อขนโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จะช่วยปิดงานได้อย่างไร

น้ำท่วมกระแสบน แกลง 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของ 4FORCE NEWS ลงวันที่ 29 กันยายน 2569 น้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ล้นทางระบายน้ำและทะลักเข้าท่วมหมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กระทบบ้านเรือนหลายร้อยครัวเรือนและสวนทุเรียน ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มากว่า 60 ปีบอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ทีมกู้ภัยเข้าช่วยอพยพผู้สูงอายุและวางกระสอบทราย และรายงานระบุว่า ณ เวลา 03.15 น. ของวันที่ 28 กันยายน ระดับน้ำยังไม่ลดลง (แหล่งข่าว: 4forcenews.com) สถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงรายวัน โปรดติดตามประกาศของอำเภอแกลงและจังหวัดระยองประกอบ

ในระดับประเทศ รายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์เผยแพร่ ระบุพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน (แหล่งข่าว: dailynews.co.th)

น้ำท่วมที่กระแสบนเป็นน้ำที่มาจากอ่างเก็บน้ำล้นทางระบาย ไหลผ่านพื้นที่เกษตร สวน และถนนในหมู่บ้าน ก่อนจะเข้าบ้าน น้ำแบบนี้จึงพาดิน โคลน เศษพืช มูลสัตว์ และสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะติดมาด้วย และเมื่อระดับน้ำค้างอยู่นานโดยไม่ลด พื้น ผนัง และข้าวของจะแช่น้ำนานกว่าน้ำป่าที่มาเร็วไปเร็ว ลักษณะนี้ทำให้เชื้อจากดินและเชื้อจากสิ่งปฏิกูลขึ้นมาอยู่อันดับต้นของการจัดอันดับครั้งนี้

จุดที่น้ำท่วมในกระแสบน แกลง และพื้นที่ที่ควรสำรวจหลังน้ำลด

รายงานข่าวระบุพื้นที่ไว้ที่ หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง โดยกล่าวถึงบ้านเรือนหลายร้อยครัวเรือนและสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้ระบุระดับความลึกของน้ำหรือชื่อซอยแต่ละจุด บทความนี้จึงไม่เติมตัวเลขที่ไม่มีในรายงาน สิ่งที่ทำได้คือชี้ว่าในบ้านชนบทและพื้นที่ทำสวนที่เจอน้ำค้างนานแบบนี้ ควรเดินสำรวจจุดใดบ้าง

  • ชั้นล่างของบ้านและใต้ถุนบ้าน ซึ่งมักเป็นที่นั่งเล่น ที่เก็บของ และที่นอนของผู้สูงอายุในบ้านชนบท
  • ครัวและที่เก็บน้ำดื่มน้ำใช้ รวมถึงโอ่ง ถังน้ำ และบ่อน้ำตื้นที่อาจถูกน้ำท่วมไหลลงไป
  • ห้องน้ำและบ่อเกรอะ ซึ่งมีโอกาสล้นหรือไหลย้อนเมื่อดินอิ่มน้ำ
  • โรงเก็บอุปกรณ์การเกษตร ที่เก็บเครื่องพ่น ถุงปุ๋ย รองเท้าบูท และเครื่องมือที่ใช้ในสวน
  • ทางเดินระหว่างบ้านกับสวน ที่ชาวสวนต้องเดินผ่านดินโคลนทุกวันเพื่อไปดูต้นทุเรียน
  • บริเวณที่วางกระสอบทราย ซึ่งเมื่อรื้อออกมักพบโคลน เศษใบไม้ และน้ำขังด้านหลัง

สำหรับการพ่นฆ่าเชื้อ เราโฟกัสที่ตัวบ้าน ห้องน้ำ ครัว และอาคารที่คนใช้งาน ไม่ใช่การพ่นในสวนหรือบนดิน เพราะดินและพื้นที่เปิดโล่งไม่ใช่พื้นผิวที่การพ่นฆ่าเชื้อจะจัดการได้อย่างมีความหมาย

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ป้าที่อพยพไปแล้ว แต่ใจยังอยู่ที่บ้าน

(กรณีตัวอย่าง เรื่องเล่าประกอบเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่บุคคลจริงในหมู่ 4 กระแสบน)

ป้าบุญมีอายุเจ็ดสิบกว่า อยู่บ้านไม้สองชั้นกับลูกชายที่ทำสวนทุเรียน คืนที่น้ำจากอ่างเก็บน้ำมาถึง ทีมกู้ภัยมาช่วยพาป้าไปพักที่ศูนย์พักพิง ส่วนลูกชายอยู่ช่วยเพื่อนบ้านวางกระสอบทรายจนเช้า ป้าบอกทุกคนว่าอยู่มาทั้งชีวิตไม่เคยเห็นน้ำแบบนี้

หลายวันต่อมาเมื่อน้ำลด ลูกชายรีบกลับไปดูสวนก่อน เพราะห่วงต้นทุเรียนที่แช่น้ำ เขาลุยโคลนด้วยรองเท้าแตะ มือมีแผลจากการยกกระสอบ แล้วจึงกลับมาล้างบ้าน ชั้นล่างมีคราบโคลนสูงเลยตาตุ่ม โอ่งน้ำมีตะกอน ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นเพราะบ่อเกรอะล้น และที่นอนของป้าที่ชั้นล่างเปียกชุ่ม

ลูกชายอยากให้แม่กลับบ้านเร็วที่สุด แต่ก็กังวลว่าบ้านที่เพิ่งพ้นน้ำจะปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่ คำถามของเขาคือ ควรจัดการอะไรก่อน และเชื้อโรคแบบไหนที่ต้องกลัวจริง ๆ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดอันดับในบทความนี้

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง (การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการ)

นี่คือ การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่ข้อมูลทางการหรือสถิติของหน่วยงานใด และไม่ได้มาจากการตรวจเชื้อในหมู่ 4 กระแสบน เราไม่ใส่ตัวเลขผู้ป่วยหรือเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีแหล่งที่มา เกณฑ์ที่ใช้มี 5 ข้อ

  1. ความเชื่อมโยงกับน้ำท่วม ตามคำแนะนำของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค
  2. ความเหมาะกับพื้นที่ชนบทและสวนผลไม้ ที่คนต้องสัมผัสดินโคลนและน้ำขังในการทำงานทุกวัน
  3. ความเหมาะกับน้ำที่ค้างนาน ตามรายงานที่ระบุว่าระดับน้ำยังไม่ลดในช่วงแรก
  4. กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องอพยพ เกษตรกรที่มีบาดแผล และผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน
  5. ความคงทนและความง่ายในการแพร่ อธิบายเชิงคุณภาพเท่านั้น

10 อันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในหมู่บ้านและสวนทุเรียนกระแสบน แกลง

อันดับ 1: เชื้อเลปโตสไปรา โรคฉี่หนู (Leptospira)

พื้นที่สวนผลไม้และหมู่บ้านชนบทมีหนูและสัตว์อื่นอยู่มาก เมื่อน้ำท่วม ปัสสาวะของสัตว์จะปนไปกับน้ำและโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ชาวสวนที่ต้องเดินลุยโคลนเข้าไปดูต้นไม้ทุกวันจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องนี้ทุกฤดูน้ำท่วม อาการที่ต้องสังเกตคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดน่องมาก และตาแดง หากมีอาการหลังลุยน้ำควรพบแพทย์โดยเร็วและบอกประวัติการสัมผัสน้ำ การป้องกันหลักคือรองเท้าบูทยาง ถุงมือ และการปิดแผล ในบ้าน ควรล้างพื้นที่หนูอาจเข้ามาอาศัย เช่น ครัว ใต้ถุน และที่เก็บข้าว แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ เชื้อนี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย แต่เว็บไซต์ของ WHD ไม่ได้แสดงผลทดสอบเฉพาะชนิด ผู้สนใจสามารถขอข้อมูลผลทดสอบได้

อันดับ 2: อีโคไลและแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล (Escherichia coli)

บ้านชนบทส่วนใหญ่ใช้บ่อเกรอะหรือบ่อซึม เมื่อดินอิ่มน้ำนาน สิ่งปฏิกูลจะล้นขึ้นมาปนกับน้ำท่วม รวมทั้งมูลสัตว์เลี้ยงและปุ๋ยคอกในพื้นที่เกษตร อีโคไลเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนจากอุจจาระ จุดที่ต้องระวังคือห้องน้ำ พื้นครัว โอ่งน้ำ และบ่อน้ำตื้น อาการที่พบได้คือท้องร่วง ปวดท้อง และคลื่นไส้ ผู้สูงอายุและเด็กเสี่ยงขาดน้ำ ห้ามดื่มน้ำจากบ่อหรือโอ่งที่น้ำท่วมถึงจนกว่าจะล้างและหน่วยงานแนะนำว่าใช้ได้ ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดแทน อีโคไลอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์

อันดับ 3: เชื้อเมลิออยโดสิส (Burkholderia pseudomallei)

เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลที่สัมผัสดินโคลน การหายใจเอาละอองน้ำปนดิน หรือการกลืนน้ำที่ปนเปื้อน ชาวสวนที่ขุดดิน ซ่อมร่องน้ำ หรือรื้อกระสอบทรายด้วยมือเปล่าจึงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน โรคไต หรือดื่มสุราเป็นประจำ อาการอาจมีไข้ ไอ หรือฝีตามร่างกาย และอาจเกิดหลังสัมผัสไปนาน ควรแจ้งแพทย์ว่าเคยลุยดินโคลนหลังน้ำท่วม การป้องกันที่ได้ผลคือรองเท้าบูทและถุงมือยาง การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ล้างแล้วได้ในฐานะแบคทีเรียกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อในดินของสวนได้ และไม่มีผลทดสอบเฉพาะชนิดบนเว็บไซต์

อันดับ 4: เชื้อราในบ้าน (Aspergillus, Penicillium, Stachybotrys)

บ้านไม้และบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ที่แช่น้ำนานเป็นที่เติบโตชั้นดีของเชื้อรา WHO และ CDC แนะนำให้ทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเมื่อทำได้ แต่เมื่อระดับน้ำค้างอยู่นาน การทำให้แห้งจึงล่าช้า จุดที่ควรดูคือแผ่นไม้ฝาผนัง พื้นไม้ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม และตู้เสื้อผ้า ผลต่อสุขภาพคือคัดจมูก ไอ ภูมิแพ้และหอบกำเริบ ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุที่จะกลับเข้าบ้าน ให้ทิ้งที่นอนและวัสดุที่ซึมน้ำหนัก ล้าง ขัด เปิดบ้านให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรากลุ่มทั่วไป

อันดับ 5: โนโรไวรัสและโรตาไวรัส (Norovirus, Rotavirus)

ไวรัสท้องร่วงสองชนิดนี้แพร่ผ่านน้ำและอาหารปนเปื้อน รวมทั้งมือและพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน ช่วงที่คนจำนวนมากมาช่วยกันขนของ แบ่งอาหาร และใช้ห้องน้ำร่วม การแพร่เชื้อเกิดได้ง่าย โนโรไวรัสทำให้อาเจียนและท้องเสียเฉียบพลัน โรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร ผู้มีอาการไม่ควรเตรียมอาหารให้ผู้อื่น ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ส่วนโรตาไวรัสไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์ จัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์กล่าวถึง

อันดับ 6: ซัลโมเนลลาและชิเกลลา (Salmonella, Shigella)

ครัวบ้านชนบทที่น้ำท่วมถึง ภาชนะ เขียง และอาหารแห้งที่เก็บไว้ชั้นล่าง อาจปนเปื้อนเชื้อกลุ่มนี้ ชิเกลลาเป็นต้นเหตุโรคบิดที่ติดต่อได้ง่ายแม้ได้รับเชื้อปริมาณน้อย ส่วนซัลโมเนลลาทำให้อาหารเป็นพิษ อาการคือไข้ ท้องเสีย บางครั้งมีมูกเลือด ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซัลโมเนลลา ส่วนชิเกลลาอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียโดยไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์

อันดับ 7: ไวรัสทางเดินหายใจในช่วงอพยพ ไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด-19

รายงานข่าวระบุว่าทีมกู้ภัยอพยพผู้สูงอายุ เมื่อผู้คนพักรวมกันในพื้นที่จำกัด ร่างกายอ่อนล้า และนอนไม่พอ ไวรัสทางเดินหายใจจะแพร่ได้ง่ายขึ้น และเมื่อผู้สูงอายุกลับบ้าน เชื้ออาจตามกลับมาด้วยผ่านมือและสิ่งของ จุดที่ควรเช็ดและฆ่าเชื้อคือมือจับประตู ราวบันได รีโมต โทรศัพท์ และโต๊ะกินข้าว ผู้มีไข้และไอควรสวมหน้ากากและแยกพัก ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมโควิด-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1

อันดับ 8: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus)

ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อน้ำท่วมทำให้บ่อน้ำตื้นและโอ่งน้ำปนเปื้อน ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้น อาการอาจมีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลืองตาเหลือง และอาจปรากฏหลังสัมผัสเชื้อไปหลายสัปดาห์ การป้องกันคือดื่มน้ำสะอาด กินอาหารปรุงสุก และล้างมือ ผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยงสามารถปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน ไวรัสนี้อยู่ในกลุ่มไวรัส แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์ของ WHD

อันดับ 9: เชื้อที่ทำให้แผลติดเชื้อ สแตฟิโลค็อกคัสและสเตรปโตค็อกคัส และความเสี่ยงบาดทะยัก

การยกกระสอบทราย ตัดกิ่งไม้ที่หักโค่น และรื้อของเสียหายทำให้เกิดแผลบ่อย แผลที่สัมผัสน้ำโคลนอาจติดเชื้อแบคทีเรียจนบวมแดงและเป็นหนอง ส่วนบาดทะยักมาจากสปอร์ในดินที่เข้าทางแผลลึกหรือแผลตะปูตำ ซึ่งการพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวไม่ใช่วิธีป้องกัน ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผล และพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เชื้อสแตฟิโลค็อกคัสและสเตรปโตค็อกคัสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์กล่าวถึง โดยไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์

อันดับ 10: เชื้อราผิวหนัง ต้นเหตุน้ำกัดเท้า (Dermatophytes)

ชาวสวนที่ต้องแช่เท้าในน้ำและโคลนหลายวันมักมีอาการน้ำกัดเท้า ผิวเปื่อย คันซอกนิ้ว และอาจติดเชื้อราผิวหนังต่อ ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังกลับจากสวน เปลี่ยนถุงเท้าและรองเท้าบูทที่อับชื้น หากผื่นลุกลามหรือมีแผลควรพบแพทย์ ในบ้าน พรมเช็ดเท้าและพื้นห้องน้ำควรล้างและฆ่าเชื้อ เชื้อกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม

ผลกระทบเมื่อมองข้ามเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในบ้านสวน

ครอบครัวชาวสวนต้องรับมือหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งบ้านที่เสียหาย ต้นทุเรียนที่แช่น้ำ และรายได้ที่อาจหายไปในฤดูกาลนี้ หากคนในบ้านป่วยด้วยโรคฉี่หนู ท้องร่วง หรือแผลติดเชื้อ แรงงานที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูสวนจะหายไปทันที ผู้สูงอายุที่กลับจากศูนย์พักพิงก็อาจต้องเผชิญกับเชื้อราในห้องนอนที่ยังไม่แห้งดี ซึ่งทำให้อาการภูมิแพ้หรือโรคปอดเดิมแย่ลง นอกจากนี้ การทำความสะอาดซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นอับไม่หาย ยังกินเวลาที่ควรใช้ไปกับการกู้สวนด้วย

ทำไมการล้างบ้านด้วยน้ำบาดาลหรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวอาจไม่พอ

หลายบ้านในชนบทใช้น้ำบาดาลหรือน้ำบ่อในการล้างโคลน ซึ่งช่วยขจัดคราบได้ แต่หากบ่อเองถูกน้ำท่วมถึง น้ำที่ใช้ล้างก็อาจปนเปื้อนไปด้วย น้ำยาฟอกขาวเป็นตัวช่วยที่ดีเมื่อใช้ถูกวิธี แต่ต้องเจือจางตามฉลาก ใช้ในที่อากาศถ่ายเท และห้ามผสมกับน้ำยาอื่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนียหรือกรด เพราะจะเกิดก๊าซอันตราย ทั้งยังทำให้เนื้อไม้และผ้าเสียหายได้

อีกปัญหาหนึ่งคือความเหนื่อยล้า ชาวสวนที่ต้องแบ่งเวลาระหว่างบ้านกับสวนมักล้างบ้านเพียงรอบเดียวแบบเร่งรีบ ซอกใต้บันได หลังตู้ ขอบผนัง และใต้ถุนบ้านจึงถูกมองข้าม พัดลมและการเปิดหน้าต่างช่วยให้แห้งได้ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ส่วนการพ่นน้ำหอมเพียงกลบกลิ่น WHO และ CDC แนะนำลำดับที่ชัดเจนว่าให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ การมีทีมที่ทำขั้นตอนฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบจึงช่วยปิดช่องว่างที่เหลืออยู่

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านในแกลง ระยอง

WHD เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดระยอง งานในอำเภอแกลงสามารถนัดหมายผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อจัดคิวล่วงหน้าตามความพร้อมของทีม เราไม่สัญญาว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียว แต่จะช่วยแนะนำการเตรียมบ้านระหว่างรอคิว

ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอย ULV ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น โควิด-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก ด้วยประสิทธิภาพที่ระบุไว้ 99.99% และอ้างถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 บริษัทใช้คำว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ โดยไม่ได้ระบุจำนวนสายพันธุ์ ลูกค้าตามข้อมูลบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขั้นตอนบริการสำหรับบ้านสวน

  1. ส่งภาพและนัดหมาย: ถ่ายภาพชั้นล่าง ครัว ห้องน้ำ และโรงเก็บอุปกรณ์ ส่งทาง LINE @whd268 เพื่อประเมินขนาดงาน
  2. ขนโคลนและล้างให้สะอาด: เจ้าของบ้านหรือทีมช่วยเหลือขนโคลน ทิ้งของที่เสียหาย ล้างพื้นผิว และปล่อยให้แห้งก่อน การพ่นฆ่าเชื้อจะเกิดขึ้นหลังขั้นตอนนี้เสมอ
  3. เตรียมพื้นที่และแบ่งโซน: เก็บอาหาร ภาชนะ ของใช้เด็ก และของส่วนตัว ทุกคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นตามโซน เน้นห้องน้ำ ครัว ห้องนอนผู้สูงอายุ และจุดสัมผัสร่วม
  5. รอแล้วกลับเข้าบ้าน: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหรือตามที่ช่างแจ้ง แล้วล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด

เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนการรักษา ผู้มีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบหลังน้ำท่วมควรพบแพทย์

10 เหตุผลที่บ้านสวนในกระแสบนควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมกับ WHD

  1. ผู้สูงอายุที่เพิ่งอพยพกลับมาควรได้กลับเข้าบ้านที่ผ่านการล้างและฆ่าเชื้ออย่างเป็นขั้นตอน
  2. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระดับการแพทย์ ซึ่ง บริการพ่นฆ่าเชื้อ ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  3. ละอองฝอยเข้าถึงใต้ถุน ซอกบันได และขอบผนังไม้ได้ดีกว่าการเช็ดด้วยผ้า
  4. ลดภาระของครอบครัวชาวสวนที่ต้องแบ่งแรงไปกู้สวนทุเรียน
  5. ทำงานตามลำดับทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ ตามแนวทาง WHO และ CDC
  6. รอเพียงประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ ก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่
  7. ช่างผ่านการฝึกอบรม แนะนำการแบ่งโซนและการเก็บของก่อนพ่น
  8. มีใบกำกับภาษี ตาม ข้อมูลโปรโมชันบริการ เหมาะกับวิสาหกิจชุมชนหรือสวนที่จดทะเบียนธุรกิจ
  9. มีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ให้ใช้ดูแลจุดสัมผัสต่อ
  10. วางแผนงานต่างจังหวัดได้ผ่าน LINE ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในบ้านสวน

ก่อน

  • คราบโคลนบนพื้นไม้และผนังชั้นล่าง
  • ห้องน้ำมีกลิ่นจากบ่อเกรอะที่ล้น
  • โอ่งและถังน้ำมีตะกอน
  • ห้องนอนผู้สูงอายุอับชื้น
  • โรงเก็บอุปกรณ์เต็มไปด้วยรองเท้าบูทและถุงมือเปื้อนโคลน

หลัง

  • พื้นและผนังผ่านการล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อ
  • ห้องน้ำและครัวผ่านการฆ่าเชื้อตามโซน
  • ภาชนะเก็บน้ำล้างใหม่และใช้น้ำสะอาด
  • ห้องนอนพร้อมรับผู้สูงอายุกลับบ้าน
  • มีจุดล้างมือและล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน

กรณีตัวอย่าง: แผนสามวันของครอบครัวชาวสวนก่อนรับแม่กลับบ้าน

(กรณีตัวอย่าง สถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)

วันแรก ลูกชายของป้าบุญมีสวมรองเท้าบูทและถุงมือ ปิดแผลที่มือ แล้วขนโคลนออกจากชั้นล่าง ทิ้งที่นอน หมอน และอาหารแห้งที่แช่น้ำ ล้างโอ่งและตั้งน้ำดื่มบรรจุขวดไว้ใช้ วันที่สอง เปิดบ้านให้ลมผ่าน ขัดผนังไม้และพื้นห้องน้ำ ส่งภาพให้ทีมช่างประเมินผ่าน LINE วันที่สาม เมื่อบ้านแห้งพอแล้ว ทีมช่างเข้าพ่นฆ่าเชื้อตามโซน ทุกคนออกนอกบ้านระหว่างพ่น แล้วรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง

หลังจากนั้นครอบครัวตั้งจุดล้างเท้าหน้าบ้าน แยกรองเท้าบูทที่ใช้ในสวนไว้นอกบ้าน และสังเกตอาการของทุกคนอย่างน้อยสองสัปดาห์ เมื่อป้าบุญมีกลับบ้าน ห้องนอนที่ชั้นล่างมีที่นอนใหม่ ไม่มีกลิ่นอับ และลูกชายรู้แล้วว่าหากเขามีไข้และปวดน่องหลังลุยสวน ต้องไปโรงพยาบาลทันที

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านสวนหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่น

  • รอให้หน่วยงานในพื้นที่แจ้งว่าปลอดภัยต่อการกลับเข้าบ้าน
  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊ก สวิตช์ และปั๊มน้ำที่จมน้ำก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด ปิดแผลทุกจุด
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ล้างโอ่ง ถังน้ำ และภาชนะ ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดจนกว่าแหล่งน้ำจะได้รับการตรวจสอบ
  • ขนโคลน ล้างพื้นผิว และปล่อยให้แห้งก่อนนัดพ่น

หลังพ่น

  • รอตามเวลาที่ช่างแจ้งก่อนกลับเข้าบ้าน
  • ล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด
  • แยกรองเท้าและเสื้อผ้าที่ใช้ในสวนไว้นอกบ้าน
  • สังเกตอาการ ไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย ไอ หรือแผลบวมแดง แล้วพบแพทย์หากมีอาการ
  • เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท ตรวจหาจุดที่ยังชื้นหรือมีราขึ้นใหม่

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง

ถาม: การจัดอันดับนี้เป็นข้อมูลทางการหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD จากแนวทาง WHO, CDC และกรมควบคุมโรค ร่วมกับลักษณะพื้นที่ตามรายงานข่าว ไม่มีการตรวจเชื้อในหมู่ 4 กระแสบน

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อในสวนทุเรียนได้หรือไม่
ตอบ: บริการนี้เน้นอาคารและพื้นผิวที่คนใช้งาน เช่น บ้าน ห้องน้ำ ครัว และโรงเก็บอุปกรณ์ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อพ่นในสวนหรือบนดิน เรื่องการดูแลต้นทุเรียนหลังน้ำท่วมควรปรึกษาหน่วยงานด้านการเกษตร

ถาม: น้ำบ่อที่น้ำท่วมถึงใช้ได้เมื่อไร
ตอบ: ควรใช้น้ำดื่มบรรจุขวดไปก่อน และสอบถามหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เรื่องการตรวจหรือปรับปรุงคุณภาพน้ำ

ถาม: พ่นแล้วผู้สูงอายุกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที หรือตามเวลาที่ช่างแจ้ง

ถาม: WHD มีสาขาที่ระยองหรือไม่
ตอบ: ไม่มี บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดหมายล่วงหน้าผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: เชื้อเมลิออยโดสิสในดินหายไปเมื่อพ่นฆ่าเชื้อหรือไม่
ตอบ: ไม่ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยเฉพาะพื้นผิวในอาคารที่ล้างแล้ว การป้องกันเชื้อในดินคือการสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และปิดแผล

บ้านล้างแล้ว ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมก่อนพาครอบครัวกลับบ้าน

ปรึกษาและนัดหมายงานพ่นฆ่าเชื้อในอำเภอแกลงและพื้นที่ใกล้เคียงล่วงหน้า

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อระยอง #น้ำท่วมระยอง #น้ำท่วมแกลง #โรคฉี่หนู #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กระแสบน แกลง ระยอง, น้ำท่วมกระแสบน, น้ำท่วมแกลง 2569, อ่างเก็บน้ำประแสร์ล้น, พ่นฆ่าเชื้อระยอง, เชื้อโรคหลังน้ำท่วมสวนทุเรียน, โรคฉี่หนูชาวสวน, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้