จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา ราชบุรี 2569: 10 เชื้อที่ต้องระวังเมื่อน้ำแม่กลองสูงเกือบ 4 เมตร พร้อมวิธีพ่นฆ่าเชื้อ

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา ราชบุรี 2569: 10 เชื้อที่ต้องระวังเมื่อน้ำแม่กลองสูงเกือบ 4 เมตร พร้อมวิธีพ่นฆ่าเชื้อ

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา ราชบุรี 2569: 10 เชื้อที่ต้องระวังเมื่อน้ำแม่กลองสูงเกือบ 4 เมตร พร้อมวิธีพ่นฆ่าเชื้อ

บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา ชิ้นนี้ เขียนโดยกองบรรณาธิการ World Health Disinfection (WHD) สำหรับครอบครัวในหมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ที่เพิ่งผ่านคืนอพยพกลางดึกและกำลังกลับเข้าบ้าน เราเรียงลำดับเชื้อโรคที่ควรระวังเป็นพิเศษหลังน้ำจากแม่น้ำแม่กลองลดลง อธิบายว่าเชื้อแต่ละตัวซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านไม้ ใต้ถุน ยุ้งฉาง และแปลงเกษตร ใครเสี่ยงที่สุด ควรป้องกันตัวอย่างไร และทำไมการล้างโคลนให้สะอาดแล้วตามด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จึงช่วยให้บ้านกลับมาอยู่ได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: อันดับในบทความนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยให้ชาวบ้านเห็นภาพว่าควรระวังอะไรก่อน ไม่ใช่การจัดอันดับทางการของหน่วยงานสาธารณสุข และไม่ได้มาจากสถิติผู้ป่วยในพื้นที่ ข้อมูลน้ำท่วมของเกาะพลับพลามาจากรายงานข่าววันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง หรือแผลอักเสบ ควรไปพบแพทย์ทันที

กรณีตัวอย่าง: คืนที่ต้องทิ้งบ้านไว้กับน้ำแม่กลอง

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในหมู่บ้านริมแม่น้ำหลังน้ำท่วมหนัก ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริงในเกาะพลับพลา

ป้าสายใจทำนาและปลูกผักสวนครัวมาทั้งชีวิต บ้านไม้สองชั้นของป้าอยู่ไม่ไกลจากลำน้ำ ทุกปีน้ำขึ้นบ้างลงบ้างจนคนในบ้านชินกับมัน แต่ปีนี้ต่างออกไป ช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 1 ตุลาคม น้ำเริ่มยกตัวเร็วกว่าที่เคยเห็น ลูกชายรีบขนกระสอบข้าวขึ้นชั้นบน หลานสาวช่วยจูงยายที่เดินไม่คล่องขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ ทุกคนออกจากบ้านไปพร้อมกับเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด

หลายวันต่อมา เมื่อป้ากลับมาถึงบ้าน คราบน้ำบนผนังไม้ขึ้นไปสูงเกือบถึงฝ้าเพดานชั้นล่าง พื้นมีโคลนสีน้ำตาลหนาเป็นคืบ ตู้กับข้าวล้มคว่ำ ที่นอนในห้องข้างล่างอุ้มน้ำจนยกไม่ขึ้น กลิ่นอับผสมกลิ่นเน่าของพืชผักที่จมน้ำลอยมาจากแปลงหลังบ้าน หนูตัวหนึ่งวิ่งหนีออกจากกองฟืนใต้ถุนตอนที่ป้าเปิดประตู

ลูกชายบอกว่าล้างด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำก็น่าจะพอ แต่ป้ายังกังวล เพราะหลานตัวเล็กจะกลับมาอยู่ด้วยในไม่กี่วัน และป้าเคยได้ยินว่าหลังน้ำท่วมคนในหมู่บ้านมักป่วยเป็นไข้ ท้องเสีย หรือมีแผลที่เท้าไม่ยอมหาย คำถามของป้าจึงตรงไปตรงมาว่า เชื้อโรคตัวไหนอันตรายที่สุด ต้องเริ่มจัดการตรงไหนก่อน และต้องทำแค่ไหนบ้านถึงจะปลอดภัยพอให้เด็กเดินเท้าเปล่าได้อีกครั้ง บทความนี้ตั้งใจตอบคำถามนั้นทีละข้อ

จุดที่น้ำท่วมในเกาะพลับพลา ตามรายงานข่าว

ข้อมูลพื้นที่ต่อไปนี้มาจากรายงานของอมรินทร์ทีวี ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เท่านั้น เราไม่ได้เพิ่มชื่อซอย ชื่อบุคคล หรือตัวเลขที่ไม่ปรากฏในรายงาน และขอให้ผู้อ่านติดตามประกาศล่าสุดจากจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคู่กันไป

  • พื้นที่: หมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
  • ระดับน้ำ: บางจุดน้ำท่วมสูงเกือบ 4 เมตร
  • บ้านเรือน: ได้รับผลกระทบหนักกว่า 100 ครัวเรือน
  • พื้นที่เกษตร: เสียหายกว่า 900 ไร่
  • การอพยพ: มีการอพยพชาวบ้านในช่วงคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2569
  • สาเหตุ: การระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองร่วมกับน้ำทะเลหนุน

ในภาพรวมของประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน (อ้างอิงเดลินิวส์) ตัวเลขนี้เป็นข้อมูล ณ เวลาที่รายงานและอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ลักษณะน้ำท่วมในเกาะพลับพลาจึงต่างจากน้ำรอระบายในเมือง เพราะเป็นน้ำจากแม่น้ำสายใหญ่ที่ถูกน้ำทะเลหนุนไว้ ระบายออกได้ช้า และสูงพอจะกลบทั้งชั้นล่างของบ้าน ห้องน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ โรงเก็บปุ๋ยและสารเคมีการเกษตร รวมถึงนาและสวนผักที่เสียหายนับร้อยไร่ น้ำที่แช่นานและลึกขนาดนี้พาทั้งดิน มูลสัตว์ น้ำเสีย และซากพืชเข้ามาผสมกัน เมื่อลดลงจึงทิ้งตะกอนที่เต็มไปด้วยเชื้อหลายกลุ่มไว้ในทุกซอกของบ้าน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมอันดับเชื้อในบทความนี้จึงให้น้ำหนักกับเชื้อจากดิน จากสัตว์ และจากน้ำเสียมากเป็นพิเศษ

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา

เพื่อให้การเรียงลำดับโปร่งใส เราใช้เกณฑ์ห้าข้อต่อไปนี้ประกอบกัน โดยให้น้ำหนักกับสภาพจริงของพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้านเกษตรริมแม่น้ำ น้ำลึก และแช่นาน

  1. ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วม: เชื้อนั้นถูกกล่าวถึงบ่อยเพียงใดในคำแนะนำเรื่องน้ำท่วมขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค
  2. ความเหมาะกับลักษณะพื้นที่: เชื้อนั้นสัมพันธ์กับนา สวน คอกสัตว์ ดินโคลน และน้ำจากแม่น้ำที่ถูกน้ำทะเลหนุนมากน้อยเพียงใด
  3. ความรุนแรงของโรค: หากติดเชื้อแล้ว มีโอกาสป่วยหนักหรือต้องนอนโรงพยาบาลมากน้อยแค่ไหน
  4. กลุ่มเสี่ยงในชุมชน: ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไต และเกษตรกรที่ต้องลงแปลงก่อนใคร
  5. ความคงทนและการแพร่: เชื้ออยู่ในโคลน ไม้ และพื้นผิวได้นานแค่ไหนในเชิงคุณภาพ และแพร่จากคนสู่คนหรือจากพื้นผิวสู่มือได้ง่ายเพียงใด

เราไม่ได้ใส่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ จำนวนผู้ป่วย หรือระยะเวลาที่เชื้อมีชีวิตอยู่แบบเจาะจง เพราะข้อมูลเหล่านั้นแปรผันตามสภาพแวดล้อมและเราไม่มีข้อมูลเฉพาะของพื้นที่ อันดับจึงเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจว่าควรระวังอะไรก่อน ไม่ได้หมายความว่าเชื้อในอันดับท้ายไม่สำคัญ

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา: 10 อันดับสำหรับบ้านไม้ นา และคอกสัตว์ริมแม่กลอง

ในแต่ละอันดับ เราจะอธิบายว่าเชื้อคืออะไร ทำไมจึงอยู่ในตำแหน่งนี้ ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด อาการและกลุ่มเสี่ยง วิธีป้องกันตัวเอง และการทำความสะอาดร่วมกับการพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร ข้อมูลทางการแพทย์เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา

อันดับ 1 เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู

ทำไมอยู่อันดับหนึ่ง: โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งที่มีน้ำท่วม และเกาะพลับพลามีทุกองค์ประกอบที่ทำให้ความเสี่ยงสูง ทั้งนากว่า 900 ไร่ที่จมน้ำ หนูที่หนีน้ำขึ้นมาอาศัยในบ้านและยุ้งข้าว และชาวบ้านที่ต้องลุยน้ำลุยโคลนกลับไปดูแปลงเกษตรทันทีที่น้ำเริ่มลด

ซ่อนอยู่ตรงไหน: เชื้อมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปะปนอยู่ในน้ำขัง แอ่งโคลน คันนา ร่องสวน กองฟืนใต้ถุน และมุมห้องเก็บของที่หนูไปหลบอาศัย เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก ผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย หรือเยื่อบุตาและปาก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง บางรายมีอาการรุนแรงต่อไตหรือตับ กลุ่มเสี่ยงคือเกษตรกร คนที่ลุยน้ำขนของ และผู้ที่ทำความสะอาดบ้านโดยไม่สวมรองเท้าบูต ใครที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง

ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูตยางและถุงมือยางทุกครั้งที่ลงน้ำหรือโคลน ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างตัวด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ เก็บอาหารและน้ำดื่มในภาชนะปิดสนิทเพื่อไม่ให้หนูเข้าถึง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ขั้นแรกคือตักโคลนออกและล้างพื้น ผนัง และใต้ถุนให้สะอาด จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่มือและเท้าสัมผัสบ่อย เชื้อเลปโตสไปราไม่ได้ถูกระบุชื่อในหน้าผลิตภัณฑ์ของ WHD แต่เป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ทั้ง WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการผลทดสอบสำหรับเชื้อนี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงานได้

อันดับ 2 แบคทีเรียจากน้ำเสียและอุจจาระ เช่น อีโคไล (Escherichia coli)

ทำไมอยู่อันดับสอง: น้ำที่สูงเกือบ 4 เมตรกลบทั้งห้องน้ำ บ่อเกรอะ บ่อพัก และท่อระบายของบ้านทั้งหลัง สิ่งปฏิกูลจากคนและมูลจากคอกสัตว์จึงละลายปนไปกับน้ำแล้วกระจายไปทั่วทุกห้อง อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่ใช้บ่งชี้ว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระ ถ้ามีอีโคไล ก็มักมีเชื้อทางเดินอาหารชนิดอื่นตามมาด้วย

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ตะกอนบนพื้นห้อง ร่องไม้กระดาน ขาโต๊ะ ตู้กับข้าว เคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน ภาชนะใส่น้ำ โอ่ง และถังเก็บน้ำที่น้ำท่วมถึง รวมถึงของเล่นเด็กที่ตกค้างอยู่ชั้นล่าง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เชื้อบางชนิดในกลุ่มนี้ทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงภาวะขาดน้ำมากที่สุด หากถ่ายบ่อย อ่อนเพลียมาก หรือปัสสาวะน้อยลง ควรรีบพบแพทย์

ป้องกันอย่างไร: ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ทิ้งอาหารที่จมน้ำทั้งหมด ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนเตรียมอาหาร ล้างโอ่งและถังเก็บน้ำก่อนใช้งานใหม่

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ต้องขัดล้างคราบโคลนออกก่อน เพราะสารฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่ดีเมื่อมีคราบสกปรกหนาปกคลุม เมื่อพื้นผิวสะอาดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยจัดการกับเชื้อที่ยังเหลือในร่องและมุมที่มือเข้าไม่ถึง อีโคไลไม่ได้ถูกระบุชื่อในหน้าผลิตภัณฑ์ แต่เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ขอผลทดสอบเฉพาะเชื้อได้จากทีมงาน

อันดับ 3 เชื้อราในบ้านไม้ที่แช่น้ำสูง

ทำไมอยู่อันดับสาม: เมื่อน้ำสูงจนเกือบถึงฝ้าชั้นล่าง ไม้ทั้งแผ่นผนัง วงกบ ประตู และตู้ไม้จะอุ้มน้ำไว้มาก และต้องใช้เวลานานกว่าจะแห้ง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา แต่ในทางปฏิบัติ ชาวบ้านที่อพยพออกไปหลายวันแทบไม่มีโอกาสทำได้ทันเวลา เชื้อราจึงเป็นปัญหาที่เกือบทุกบ้านต้องเจอ

ซ่อนอยู่ตรงไหน: หลังแผ่นไม้ฝา ใต้พื้นกระดาน ฝ้าเพดานชั้นล่าง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ตู้เสื้อผ้า กระสอบข้าวที่ชื้น และกล่องเอกสารสำคัญ เชื้อราที่พบบ่อยในบ้านหลังน้ำท่วม เช่น แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) เพนิซิลเลียม (Penicillium) คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) และราดำบางชนิดอย่างสตาคีบอทริส (Stachybotrys)

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตาและผิวหนัง หอบหืดกำเริบ ผู้ที่มีภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำควรอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีราขึ้นมาก

ป้องกันอย่างไร: เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ขนของที่อุ้มน้ำและซักไม่ได้ออกไปทิ้ง สวมหน้ากากชนิดกรองละเอียดและถุงมือขณะรื้อของ ผึ่งไม้ให้แห้งก่อนทาสีหรือปิดผนังใหม่

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการรื้อวัสดุที่ขึ้นราหนักหรือการทำให้แห้ง แต่หลังจากเช็ดล้างคราบราและผึ่งจนแห้งพอแล้ว การพ่นบนพื้นผิวไม้และผนังช่วยลดเชื้อที่หลงเหลือ ผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา ส่วนชนิดย่อยอย่างแอสเปอร์จิลลัสหรือสตาคีบอทริสยังไม่ได้ถูกระบุชื่อ สามารถขอผลทดสอบเพิ่มเติมได้ สำหรับกลิ่นอับที่ค้างในบ้าน อาจพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นขั้นตอนเสริม

อันดับ 4 เชื้อเมลิออยโดสิส (Burkholderia pseudomallei) จากดินนา

ทำไมอยู่อันดับสี่: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะดินนาและดินชื้น เมื่อน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกว่า 900 ไร่ ดินจากแปลงจำนวนมากถูกพัดเข้ามาในหมู่บ้าน และชาวบ้านต้องลงมือตักโคลนด้วยมือ ความเสี่ยงจึงสูงกว่าน้ำท่วมในเมืองอย่างชัดเจน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ตะกอนดินที่หนาบนพื้นบ้าน ใต้ถุน ลานบ้าน โรงเก็บเครื่องมือการเกษตร และแปลงนาที่ยังมีน้ำขัง เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดละอองฝุ่นหรือละอองน้ำ และบางครั้งจากการกลืน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการหลากหลายตั้งแต่ไข้ ฝี ปอดอักเสบ ไปจนถึงติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป หากมีไข้ไม่ลดหลังช่วงทำความสะอาดบ้านหรือลงนา ควรบอกแพทย์ว่าสัมผัสดินโคลนมา

ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากากเมื่อตักโคลน ใช้น้ำฉีดให้โคลนเปียกก่อนกวาดเพื่อลดฝุ่นฟุ้ง ปิดแผลให้มิดชิด ผู้ป่วยเบาหวานควรให้ผู้อื่นทำงานที่ต้องสัมผัสดินโดยตรง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หัวใจคือการนำดินโคลนออกจากตัวบ้านให้มากที่สุด แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวภายในบ้าน เชื้อนี้ไม่ได้ถูกระบุชื่อในหน้าผลิตภัณฑ์ แต่เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม การพ่นในบ้านไม่สามารถทำให้ดินนากลางแจ้งปลอดเชื้อได้ การป้องกันตัวเองขณะลงแปลงจึงยังจำเป็นเสมอ

อันดับ 5 โนโรไวรัส (Norovirus) และโรต้าไวรัส (Rotavirus)

ทำไมอยู่อันดับห้า: ช่วงอพยพและช่วงกลับบ้าน หลายครอบครัวต้องใช้ห้องน้ำรวม รับประทานอาหารร่วมกันในจุดพักพิง และมีคนมาช่วยกันทำความสะอาดจำนวนมาก ไวรัสทางเดินอาหารสองตัวนี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่านมือ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ โถส้วม ราวจับบันได ภาชนะใส่อาหาร ช้อนส้อมที่ใช้ร่วมกัน และโต๊ะกินข้าว

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องเสียเฉียบพลัน ปวดท้อง บางรายมีไข้ต่ำ โรต้าไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรไวรัสติดได้ทุกวัย กลุ่มที่น่าห่วงคือเด็กเล็กและผู้สูงอายุเพราะขาดน้ำได้เร็ว

ป้องกันอย่างไร: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที แยกผู้ที่มีอาการไม่ให้เตรียมอาหาร ทำความสะอาดห้องน้ำทันทีหลังมีคนอาเจียนหรือท้องเสีย

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: โนโรไวรัสเป็นเชื้อที่ระบุชื่อไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ว่าครอบคลุม ส่วนโรต้าไวรัสไม่ได้ถูกระบุชื่อ แต่เป็นไวรัสในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อบนจุดสัมผัสร่วมหลังล้างทำความสะอาดจึงช่วยลดการส่งต่อเชื้อภายในบ้านได้มาก

อันดับ 6 แบคทีเรียติดเชื้อทางแผลและความเสี่ยงบาดทะยัก (Clostridium tetani)

ทำไมอยู่อันดับหก: การเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลดมักมีเศษไม้ ตะปู สังกะสี เศษแก้ว และเครื่องมือการเกษตรจมอยู่ใต้โคลน มองไม่เห็นจนกว่าจะเหยียบหรือจับโดน บาดแผลเหล่านี้เป็นประตูให้แบคทีเรียหลายชนิดเข้าสู่ร่างกาย ทั้งสแตฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus aureus) สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) และเชื้อจากดินอย่างคลอสตริเดียม เททานิ ซึ่งเป็นต้นเหตุของบาดทะยัก

ซ่อนอยู่ตรงไหน: โคลนหนาใต้ถุน กองเศษวัสดุที่น้ำพัดมารวม ลานหน้าบ้าน และแปลงเกษตรที่มีเศษไม้และหลักไม้ล้ม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ บาดทะยักทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและขากรรไกรแข็ง กลุ่มเสี่ยงคือคนที่ทำความสะอาดบ้านด้วยเท้าเปล่าหรือรองเท้าแตะ และผู้ที่ไม่แน่ใจว่าได้รับวัคซีนบาดทะยักครั้งล่าสุดเมื่อไร

ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าพื้นหนาและถุงมือหนา ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากแผลลึก สกปรก หรือถูกตะปูตำ ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนบาดทะยักตามดุลยพินิจของแพทย์

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดแบคทีเรียบนพื้นผิวในบ้าน แต่ไม่ใช่การป้องกันบาดทะยัก และไม่ใช้กับบาดแผลบนร่างกาย การป้องกันที่ได้ผลคือการแต่งกายให้ปลอดภัยและการรับคำแนะนำเรื่องวัคซีนจากแพทย์ เชื้อในหัวข้อนี้ไม่ได้ถูกระบุชื่อในหน้าผลิตภัณฑ์ แต่เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม

อันดับ 7 เชื้อวิบริโอ (Vibrio) ในน้ำที่มีน้ำทะเลหนุน

ทำไมอยู่อันดับเจ็ด: รายงานข่าวระบุว่าน้ำท่วมเกาะพลับพลาเกิดจากการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองร่วมกับน้ำทะเลหนุน เชื้อในกลุ่มวิบริโอโดยทั่วไปพบได้ในน้ำกร่อยและน้ำทะเล เราจึงจัดไว้ในอันดับนี้เพื่อเตือนให้ระวังแผลที่สัมผัสน้ำ แม้ไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีเชื้อในน้ำของพื้นที่นี้โดยเฉพาะ

ซ่อนอยู่ตรงไหน: น้ำขังที่ยังไม่ระบาย แอ่งน้ำริมตลิ่ง และอาหารทะเลหรือปลาที่ไม่ได้ปรุงสุกหรือเก็บรักษาไม่ดีในช่วงที่ไฟฟ้าดับ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลอักเสบที่ลุกลามเร็ว หรืออาการท้องเสียหลังรับประทานอาหารทะเลดิบ ผู้ที่มีโรคตับ เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป หากแผลที่โดนน้ำบวมแดงลามเร็ว ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

ป้องกันอย่างไร: หลีกเลี่ยงการลงน้ำเมื่อมีแผล รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ทิ้งอาหารแช่เย็นที่ไฟดับนานจนไม่แน่ใจความปลอดภัย

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: วิบริโอไม่ได้ถูกระบุชื่อในข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม การล้างครัว เขียง ตู้เย็น และภาชนะใส่อาหาร แล้วพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ครัวช่วยลดโอกาสปนเปื้อนข้ามไปยังอาหารมื้อใหม่ได้

อันดับ 8 ซาลโมเนลลา (Salmonella) แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) และชิเกลลา (Shigella)

ทำไมอยู่อันดับแปด: หมู่บ้านเกษตรมักมีเล้าไก่ เป็ด หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อยู่ใกล้บ้าน เมื่อน้ำท่วมคอกสัตว์ มูลสัตว์จึงกระจายไปทั่ว ซาลโมเนลลาและแคมไพโลแบคเตอร์มักเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง ส่วนชิเกลลาแพร่จากคนสู่คนได้ง่ายเมื่อสุขอนามัยไม่ดี

ซ่อนอยู่ตรงไหน: พื้นคอกสัตว์ ลานบ้าน ภาชนะใส่อาหารสัตว์ รองเท้าที่เดินเข้าออกคอก และเขียงหรือมีดที่ใช้ทั้งกับเนื้อดิบและอาหารปรุงสุก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดท้อง ท้องเสีย บางรายถ่ายมีมูกเลือด เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ควรระวังเป็นพิเศษ

ป้องกันอย่างไร: แยกรองเท้าที่ใช้ในคอกออกจากรองเท้าที่ใส่ในบ้าน ล้างมือหลังจับสัตว์ทุกครั้ง แยกเขียงอาหารดิบกับอาหารสุก ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ซาลโมเนลลาเป็นเชื้อที่ระบุชื่อไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ส่วนแคมไพโลแบคเตอร์และชิเกลลาไม่ได้ถูกระบุชื่อ แต่เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อบริเวณครัว ลานหน้าบ้าน และทางเดินระหว่างคอกกับตัวบ้าน หลังจากล้างมูลสัตว์และโคลนออกแล้ว ช่วยลดการพาเชื้อเข้าบ้าน

อันดับ 9 ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus)

ทำไมอยู่อันดับเก้า: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อระบบน้ำใช้และห้องน้ำของหมู่บ้านถูกน้ำท่วมนาน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น แม้ไม่พบบ่อยเท่าเชื้อท้องเสียทั่วไป แต่ป่วยแล้วต้องพักฟื้นนาน จึงควรอยู่ในรายการ

ซ่อนอยู่ตรงไหน: น้ำดื่มที่ไม่ผ่านการต้ม ผักสดที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และมือของผู้ประกอบอาหารที่ไม่ได้ล้างให้ดีหลังเข้าห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลืองตาเหลือง ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก ผู้ที่มีโรคตับอยู่เดิมควรระวังมาก

ป้องกันอย่างไร: ดื่มน้ำสะอาด ล้างผักด้วยน้ำสะอาดหลายรอบ ล้างมือก่อนทำอาหาร สอบถามแพทย์เรื่องวัคซีนหากเป็นกลุ่มเสี่ยง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอไม่ได้ถูกระบุชื่อในหน้าผลิตภัณฑ์ แต่เป็นไวรัสในกลุ่มที่ระบุว่าครอบคลุม การฆ่าเชื้อห้องน้ำ ก๊อกน้ำ และพื้นที่เตรียมอาหารหลังทำความสะอาด เป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงร่วมกับการดูแลน้ำดื่มและอาหาร

อันดับ 10 เชื้อราที่ผิวหนังและเท้า (Dermatophytes) จากการแช่น้ำนาน

ทำไมอยู่อันดับสิบ: ชาวบ้านที่ต้องลุยน้ำทุกวันเพื่อขนของและดูแปลงนามักมีอาการน้ำกัดเท้า ผิวที่เปื่อยและชื้นตลอดเวลาเป็นที่เติบโตของเชื้อราผิวหนัง แม้ไม่รุนแรงเท่าอันดับต้นๆ แต่พบบ่อยและทำให้เกิดแผลที่เปิดทางให้เชื้ออื่นเข้าสู่ร่างกายได้

ซ่อนอยู่ตรงไหน: รองเท้าบูตที่ไม่เคยแห้ง ถุงเท้า ผ้าเช็ดเท้า พื้นห้องน้ำ และพรมเช็ดเท้าที่ชื้น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันตามง่ามนิ้วเท้า ผิวลอก แดง แตกเป็นแผล เกษตรกรและผู้ที่ช่วยทำความสะอาดบ้านติดต่อกันหลายวันพบได้บ่อย

ป้องกันอย่างไร: เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ ผึ่งรองเท้าบูตให้แห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ไม่ใช้ผ้าเช็ดเท้าร่วมกัน หากแผลลุกลามควรพบแพทย์

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เชื้อราผิวหนังไม่ได้ถูกระบุชื่อแยก แต่อยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อพื้นห้องน้ำและบริเวณที่วางรองเท้าหลังล้างสะอาดช่วยลดการส่งต่อในครอบครัว

ผลกระทบถ้ากลับเข้าบ้านก่อนพร้อม

ด้านสุขภาพ: ครอบครัวที่รีบกลับเข้าบ้านเพราะอยากเริ่มชีวิตใหม่โดยเร็ว มักเริ่มนอนในห้องที่ยังชื้นและใช้ครัวที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ เด็กคลานบนพื้นที่เคยมีโคลน ผู้สูงอายุสูดสปอร์ราทุกคืน คนในบ้านจึงอาจป่วยต่อเนื่องกันหลายคน

ด้านรายได้: สำหรับครอบครัวเกษตรกรที่นาเสียหายอยู่แล้ว การป่วยของคนทำงานหลักหมายถึงการฟื้นฟูแปลงช้าลง ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลและค่ายาก็เป็นภาระเพิ่ม

ด้านเวลา: หากเชื้อราลามเข้าไม้และฝ้าจนต้องรื้อใหม่ งานซ่อมบ้านจะยืดเยื้อออกไปอีกหลายสัปดาห์

ด้านจิตใจ: ความกังวลว่าบ้านยังไม่สะอาดทำให้หลายคนนอนไม่หลับและไม่กล้าให้ลูกหลานกลับมาอยู่ด้วย ความมั่นใจว่าบ้านได้รับการล้างและฆ่าเชื้ออย่างเป็นขั้นตอนจึงสำคัญไม่น้อยกว่าความสะอาดที่มองเห็น

ทำไมการล้างด้วยน้ำยาทั่วไปอย่างเดียวยังไม่พอ

ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้างบ้านด้วยน้ำเปล่า ผงซักฟอก หรือน้ำยาฟอกขาว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง แต่มีข้อจำกัดหลายประการที่ควรรู้

  • ล้างไม่ทั่วถึง: น้ำที่สูงเกือบ 4 เมตรเข้าไปถึงทุกซอก ทั้งหลังตู้ ใต้พื้นกระดาน และฝ้าเพดาน ซึ่งการเช็ดด้วยมือเข้าไม่ถึงทั้งหมด
  • ผสมน้ำยาไม่ถูกสัดส่วน: น้ำยาฟอกขาวที่เข้มข้นเกินไปทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ส่วนที่เจือจางเกินไปก็ได้ผลน้อย และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดอื่นเด็ดขาดเพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • เวลาสัมผัสไม่พอ: สารฆ่าเชื้อต้องอยู่บนพื้นผิวช่วงเวลาหนึ่งจึงจะได้ผล การเช็ดแล้วล้างน้ำออกทันทีอาจไม่พอ
  • พัดลมและน้ำหอมไม่ได้ฆ่าเชื้อ: การเปิดพัดลมช่วยให้แห้งเร็วขึ้นแต่ก็พัดสปอร์ราให้ฟุ้ง ส่วนน้ำหอมปรับอากาศเพียงกลบกลิ่น
  • ทาสีทับราไม่ได้แก้ปัญหา: ราที่อยู่ใต้สีจะกลับมาอีกเมื่อไม้ยังชื้นอยู่

ด้วยเหตุนี้ การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์และอุปกรณ์ที่พ่นละอองได้ทั่วถึง จึงเป็นขั้นตอนเสริมที่มีเหตุผล หลังจากชาวบ้านล้างโคลนและทำความสะอาดเบื้องต้นเสร็จแล้ว

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมจาก WHD สำหรับเกาะพลับพลา

World Health Disinfection (WHD) มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 เราไม่มีสาขาในจังหวัดราชบุรี แต่สามารถนัดหมายให้บริการในต่างจังหวัดได้ โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่และนัดวันเวลาที่เป็นไปได้ เราไม่สัญญาว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียว เพราะต้องประเมินขนาดงานและเส้นทางให้ปลอดภัยก่อน

ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่ทำให้ละอองกระจายเข้าถึงซอกมุมได้ดี น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride) และไดเดซิลไดเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ (Didecyldimethylammonium Chloride) หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ข้อมูลเพิ่มเติมของน้ำยาดูได้ที่หน้า น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H

ลูกค้าที่ใช้บริการตามข้อมูลบนเว็บไซต์มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ผู้ใช้บริการจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ตามโปรโมชันที่ระบุไว้ และสามารถขอใบกำกับภาษีได้

ขั้นตอนสำหรับบ้านไม้และบ้านเกษตรกรริมแม่กลอง

  1. สำรวจและประเมิน: ส่งภาพบ้าน ระดับคราบน้ำ และขนาดพื้นที่ผ่าน LINE ทีมงานจะประเมินขอบเขตงานและแจ้งวิธีเตรียมพื้นที่
  2. ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน: เจ้าของบ้านหรือทีมทำความสะอาดตักโคลนออก ฉีดล้างพื้น ผนัง และใต้ถุน ขนของที่อุ้มน้ำออกไปทิ้ง เพราะการพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังจากพื้นผิวสะอาดแล้วเท่านั้น
  3. แบ่งโซน: แยกพื้นที่เป็นห้องนอน ครัว ห้องน้ำ ใต้ถุน และโรงเก็บของ เพื่อพ่นให้ครบทุกจุดและไม่ลืมมุมใด
  4. ให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซน: ระหว่างพ่น ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกพื้นที่ ปิดหรือเก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้เด็ก
  5. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างเทคนิคพ่นหรือพ่นหมอก ULV ครอบคลุมพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และจุดสัมผัสร่วม
  6. กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง: ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีก่อนใช้พื้นที่ตามปกติ แต่ให้ทำตามคำแนะนำของช่างในวันนั้นเป็นหลัก และเปิดหน้าต่างระบายอากาศ

ข้อควรรู้: เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้างเลย จึงแนะนำให้เช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงตามคำแนะนำของช่างก่อนใช้งาน

10 เหตุผลที่บ้านในเกาะพลับพลาควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำสูงเกือบ 4 เมตรเข้าถึงจุดที่ไม่เคยถูกน้ำมาก่อน ทั้งผนังส่วนบนและฝ้าเพดาน
  2. บ่อเกรอะและห้องน้ำจมน้ำ ทำให้เชื้อจากอุจจาระกระจายทั่วบ้าน
  3. นากว่า 900 ไร่ที่เสียหายพาดินและเชื้อจากดินเข้ามาในหมู่บ้าน
  4. ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นได้ทั่วถึงมากกว่าการเช็ดด้วยมือ
  5. หมอกละเอียดแบบ ULV เข้าถึงร่องไม้และซอกหลังตู้ได้ดี
  6. ใช้น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  7. ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่จะกลับเข้าบ้าน
  8. ลดการส่งต่อเชื้อทางเดินอาหารระหว่างสมาชิกที่ใช้ห้องน้ำและครัวร่วมกัน
  9. รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ แล้วกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามคำแนะนำของช่าง
  10. สอบถามและ นัดหมายบริการพ่นฆ่าเชื้อ ได้ทางโทรศัพท์และ LINE แม้อยู่ต่างจังหวัด

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • คราบน้ำบนผนังสูงเกือบถึงเพดาน มีกลิ่นอับ
  • โคลนจากนาค้างในร่องพื้นกระดาน
  • ห้องน้ำและครัวไม่มั่นใจว่าใช้ได้
  • หนูหลบอยู่ใต้ถุนและกองฟืน
  • ไม่กล้าให้เด็กเล็กกลับเข้าบ้าน

หลัง

  • โคลนถูกล้างออก พื้นผิวได้รับการพ่นฆ่าเชื้อเป็นโซน
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการฆ่าเชื้อครบ
  • ครัวและห้องน้ำกลับมาใช้งานตามคำแนะนำของช่าง
  • ครอบครัวรู้วิธีดูแลต่อเนื่องและสังเกตอาการ
  • มั่นใจมากขึ้นในการพาลูกหลานกลับบ้าน

กรณีตัวอย่าง: โรงเก็บข้าวและเครื่องมือหลังบ้าน

หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ได้อ้างถึงลูกค้าหรือบ้านหลังใดในพื้นที่

คุณเอกเป็นลูกชายเกษตรกรที่ต้องดูแลทั้งบ้านและโรงเก็บข้าวหลังบ้าน เมื่อน้ำลด เขาพบว่ากระสอบข้าวชั้นล่างเปียกจนเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยว เครื่องพ่นปุ๋ยและจอบเสียมจมโคลน และมีมูลหนูกระจายตามมุมโรง เขาเริ่มจากการแยกข้าวที่เปียกออกไปทิ้งทั้งหมด ฉีดน้ำล้างโคลน ขัดพื้นปูน และตากเครื่องมือให้แห้ง จากนั้นจึงติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อให้พ่นทั้งตัวบ้านชั้นล่าง ห้องน้ำ ครัว และโรงเก็บของ

วันพ่น ทุกคนในบ้านรวมถึงสุนัขย้ายไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว ช่างพ่นทีละโซนและแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้ คุณเอกบอกว่าสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่บ้านที่สะอาด แต่คือความรู้ว่าต้องดูแลต่ออย่างไร เช่น แยกรองเท้าบูตไว้นอกบ้าน ตรวจหาราที่ฝาไม้ทุกสัปดาห์ และพาพ่อไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้หลังลงนา

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้ ให้ช่างไฟตรวจหากปลั๊กหรือสายไฟจมน้ำ
  • สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง และหน้ากากทุกครั้งที่ทำความสะอาด
  • ตักโคลนออก ฉีดล้างพื้น ผนัง ใต้ถุน และคอกสัตว์
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่จมน้ำ รวมถึงที่นอนที่อุ้มน้ำ
  • ล้างโอ่ง ถังเก็บน้ำ และภาชนะใส่น้ำดื่ม
  • เปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน และเก็บสารเคมีการเกษตรที่ลอยมากับน้ำให้มิดชิด

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศ
  • เช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำก่อนใช้งาน
  • สังเกตเชื้อราทุกสัปดาห์ในช่วงเดือนแรก โดยเฉพาะผนังไม้และฝ้า
  • วางกับดักหรือปิดช่องทางเข้าของหนู
  • สังเกตอาการของคนในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในเกาะพลับพลา

ถาม: บ้านไม้ที่แช่น้ำหลายวัน ควรพ่นฆ่าเชื้อเลยหรือรอให้ไม้แห้งก่อน
ตอบ: ควรล้างโคลนออกและผึ่งให้พื้นผิวแห้งพอสมควรก่อน เพราะการพ่นบนโคลนหรือคราบหนาได้ผลน้อย ทีมงานจะประเมินจากภาพและแนะนำจังหวะที่เหมาะสม

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วจะป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม
ตอบ: การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำในนาหรือคันนา การสวมรองเท้าบูต ปิดแผล และไปพบแพทย์เมื่อมีไข้ยังจำเป็นเสมอ

ถาม: WHD อยู่กรุงเทพฯ มาให้บริการที่ราชบุรีได้หรือไม่
ตอบ: เราไม่มีสาขาในราชบุรี แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อให้ทีมงานประเมินและแจ้งวันที่เป็นไปได้ เราไม่สัญญาว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียว

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหนระหว่างพ่น
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แต่ให้ยึดตามเวลาที่ช่างแจ้งในวันนั้น คนและสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกโซนตลอดการพ่น

ถาม: คอกไก่และเล้าเป็ดพ่นได้หรือไม่
ตอบ: ต้องย้ายสัตว์ออกและล้างมูลสัตว์กับโคลนก่อน จากนั้นสอบถามทีมงานว่าพื้นที่ใดเหมาะกับการพ่น และควรรอนานเท่าใดก่อนนำสัตว์กลับเข้า

ถาม: น้ำยามีกลิ่นหรือสารตกค้างหรือไม่
ตอบ: เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง แนะนำให้เปิดระบายอากาศและเช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำของช่าง หากมีคำถามเรื่องส่วนประกอบหรือผลทดสอบกับเชื้อชนิดใด สามารถขอเอกสารจากทีมงานได้

ถาม: ถ้ามีคนในบ้านป่วยแล้ว ควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ก่อนเสมอ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการดูแลสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา กับ WHD

ส่งภาพบ้าน ระดับคราบน้ำ และขนาดพื้นที่มาให้ทีมงานประเมิน เราจะแจ้งวันเวลาที่เป็นไปได้และวิธีเตรียมพื้นที่ก่อนพ่น

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อเกาะพลับพลา #น้ำท่วมเกาะพลับพลา #น้ำท่วมราชบุรี #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เกาะพลับพลา, น้ำท่วมเกาะพลับพลา 2569, น้ำท่วมราชบุรี, แม่น้ำแม่กลอง, เขื่อนแม่กลองระบายน้ำ, พ่นฆ่าเชื้อเกาะพลับพลา, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้