จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2569: 10 เชื้อที่มากับน้ำคลอง น้ำเสีย และฝนสามร้อยมิลลิเมตร พร้อมวิธีพ่นฆ่าเชื้อให้บ้านและอาคารกลับมาปลอดภัย

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2569: 10 เชื้อที่มากับน้ำคลอง น้ำเสีย และฝนสามร้อยมิลลิเมตร พร้อมวิธีพ่นฆ่าเชื้อให้บ้านและอาคารกลับมาปลอดภัย

ปลายเดือนกันยายน 2569 กรุงเทพฯ เผชิญฝนหนักที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี น้ำท่วมถนนสายหลัก ซอยในหมู่บ้าน คอนโด ตลาด มหาวิทยาลัย และขยายไปถึงนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลืออยู่คือเชื้อโรคจากน้ำคลอง น้ำเสียจากท่อระบาย และปัสสาวะหนูที่ปะปนในน้ำ บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑลชิ้นนี้ เรียงลำดับเชื้อที่คนเมืองควรระวังที่สุด โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของเมืองใหญ่ เช่น ความหนาแน่นของคน อาคารสูง ห้องแอร์ปิดทึบ และคลองที่ไหลผ่านชุมชน พร้อมอธิบายจุดที่เชื้อซ่อน อาการ กลุ่มเสี่ยง และปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างโคลน ที่ช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อบนพื้นผิว

น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

  • ตามรายงานของไทยพีบีเอส ฝนวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 ตกหนักที่สุดที่เขตจตุจักร 210.0 มิลลิเมตร เขตวังทองหลาง 205.5 มิลลิเมตร และเขตสะพานสูง 203.5 มิลลิเมตร ฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตรในเวลาราว 48 ชั่วโมง และวันที่ 26 กันยายน กรุงเทพมหานครประกาศทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัย (ไทยพีบีเอส, Malay Mail)
  • จุดน้ำท่วมขังเพิ่มจาก 43 จุดเมื่อเย็นวันที่ 25 กันยายน เป็น 135 จุดในวันที่ 27 กันยายน วันที่ 29 กันยายน ยกเลิกประกาศภัยได้ 21 เขต เหลือ 29 เขต และ ปภ. ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 38 เขต 118 แขวง (แนวหน้า, ไทยพีบีเอส)
  • ข้อมูล ปภ. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน (กรุงเทพธุรกิจ) และในภาพรวมประเทศ ข้อมูล ปภ. เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ระบุพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ รวม 1,270,151 ครัวเรือน (เดลินิวส์)
  • ตัวอย่างพื้นที่ในกรุงเทพฯ: เขตบางกะปิ ถนนรามคำแหง ซอย 19/1 ถึง 43 น้ำท่วม 25 ถึง 30 เซนติเมตร เมื่อ 28 กันยายน และย่านแฟลตคลองจั่นได้รับผลกระทบกว่า 20,000 คน (ฐานเศรษฐกิจ, The Standard); เขตวังทองหลาง กทม. เตือนเลี่ยงถนนลาดพร้าว ซอย 87 ถึง 126 ที่ท่วม 20 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อ 27 กันยายน; เขตดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าช่วงดอนเมืองถึงหลักสี่ น้ำท่วมขังประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อ 26 กันยายน; เขตมีนบุรี ถนนสุวินทวงศ์ช่วงหทัยราษฎร์ยังมีน้ำ 20 เซนติเมตร เมื่อ 4 ตุลาคม
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง: ไทยพีบีเอสรายงานน้ำท่วมระหว่าง 25 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม 2569 สูงเกือบ 2 เมตรในบางจุด ท่วมนานราว 6 วัน และอาคารกว่าครึ่งจาก 65 อาคารได้รับผลกระทบ
  • ปริมณฑล: ไทยพีบีเอสรายงานว่าตลาดรังสิต จังหวัดปทุมธานี จมน้ำเกือบทั้งตลาดเมื่อ 27 กันยายน จากน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ล้นเข้าถนนและบ้าน; เดลินิวส์รายงานถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี น้ำสูงเกือบ 1 เมตร เมื่อ 26 กันยายน; TopNews รายงานหมู่บ้านธนาเพลสและธนาซิตี้ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ น้ำสูงราว 1.5 เมตรบางโซน และปั๊มหลักใช้ไม่ได้เพราะตู้ไฟจมน้ำ เมื่อ 1 ตุลาคม

ภาพรวมนี้บอกเราว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ถนน แต่เข้าถึงบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด อาคารเรียน และหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งล้วนเป็นจุดที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกันทุกวัน

กรณีตัวอย่าง: อพาร์ตเมนต์ชั้นล่างในซอยรามคำแหง

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในเมือง ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริง

คุณต้น พนักงานออฟฟิศวัยสามสิบ เช่าห้องชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์เก่าในซอยแถวถนนรามคำแหง ช่วงฝนหนักเขาต้องเดินลุยน้ำระดับข้อเท้าถึงหน้าแข้งจากปากซอยกลับห้องทุกวัน น้ำในซอยมีทั้งน้ำฝน น้ำจากท่อระบายที่ดันกลับขึ้นมา และขยะลอยมาเป็นแพ ห้องของเขาถูกน้ำเข้าราวหนึ่งคืบ

เมื่อน้ำลด คุณต้นเช็ดพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นแล้วเปิดแอร์ปิดห้องนอนตามปกติ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาเริ่มคัดจมูกทุกเช้า ผนังหลังตู้เสื้อผ้ามีจุดดำ ส่วนเพื่อนร่วมห้องมีอาการท้องเสียหลังกินข้าวกล่องที่วางพักไว้บนโต๊ะเตี้ยซึ่งเคยแช่น้ำ ในวันที่สิบ เพื่อนในออฟฟิศที่ลุยน้ำย่านเดียวกันลาป่วยด้วยไข้สูงและปวดน่อง และแพทย์ถามถึงประวัติการลุยน้ำ

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนเมืองจำนวนมาก เพราะชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ได้หยุดรอให้บ้านแห้ง คนต้องกลับไปทำงาน เดินทางด้วยรถไฟฟ้า และใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนอื่นอีกหลายร้อยคน เชื้อจากน้ำท่วมจึงมีโอกาสเดินทางต่อได้ไกลกว่าที่คิด

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล

การจัดอันดับนี้เป็น การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม World Health Disinfection (WHD) ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ และไม่ได้มาจากสถิติผู้ป่วยของกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใด เราพิจารณาร่วมกันจาก

  1. ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ตามคำแนะนำของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค
  2. บริบทเมือง เช่น น้ำคลองและท่อระบายน้ำที่ไหลย้อน ประชากรหนาแน่น อาคารสูง ห้องปรับอากาศปิดทึบ ตลาดสด และระบบขนส่งสาธารณะ
  3. ความรุนแรงและกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้มีโรคเรื้อรัง
  4. ความง่ายในการแพร่ต่อ ในคอนโด สำนักงาน โรงเรียน และพื้นที่ส่วนกลาง
  5. ความคงทนในสิ่งแวดล้อม อธิบายเชิงคุณภาพ ไม่ระบุตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง

หากต้องการข้อมูลผลทดสอบน้ำยาต่อเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่ง สามารถสอบถามทีม WHD ได้โดยตรง และหากมีอาการเจ็บป่วยหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์ทุกครั้ง

10 อันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2569

เรียงจากเชื้อที่คนเมืองควรระวังเป็นอันดับแรก อันดับท้ายไม่ได้หมายความว่าไม่อันตราย แต่หมายความว่ามีกลุ่มเสี่ยงหรือจุดเสี่ยงที่แคบกว่า

อันดับ 1: แบคทีเรียจากน้ำคลองและน้ำเสีย เช่น อีโคไล (Escherichia coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella)

ทำไมอยู่อันดับหนึ่ง: น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลรอบนี้มีน้ำคลองที่ล้นตลิ่งและน้ำจากท่อระบายที่ดันกลับปะปนอยู่มาก คลองในเมืองรับน้ำทิ้งจากชุมชนจำนวนมาก เมื่อน้ำเอ่อเข้าบ้าน จึงพาแบคทีเรียจากอุจจาระเข้ามาด้วย อาคารพาณิชย์และหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมากยังใช้บ่อเกรอะหรือถังบำบัดที่อาจล้นเมื่อน้ำท่วมสูง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นชั้นล่างของห้องแถว ทาวน์โฮม และอพาร์ตเมนต์ ห้องน้ำชั้นล่าง ครัวหลังร้านอาหาร ลานจอดรถใต้ดิน ร่องยาแนว และพื้นตลาดสด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงขาดน้ำ ควรพบแพทย์หากถ่ายเป็นเลือดหรือดื่มน้ำไม่ได้

ป้องกัน: สวมถุงมือยางและรองเท้าบูทขณะล้าง ทิ้งอาหารที่โดนน้ำ ล้างมือก่อนกิน และไม่ใช้น้ำประปาจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัย

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: ขูดโคลนและล้างพื้นให้สะอาดก่อน แล้วจึงพ่น ซัลโมเนลลาเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม ส่วนอีโคไลอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม สามารถขอข้อมูลผลทดสอบเฉพาะได้

อันดับ 2: เชื้อเลปโตสไปรา โรคฉี่หนู (Leptospira)

ทำไมอยู่อันดับนี้: เมืองใหญ่มีหนูอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ตลาด และกองขยะจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วม หนูหนีน้ำขึ้นมาและปัสสาวะปนในน้ำที่คนลุยกลับบ้านทุกวัน ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะคนล้างบ้าน แต่รวมถึงคนทำงานที่เดินลุยน้ำในซอยด้วย CDC ระบุว่าอาการมักเริ่มระหว่าง 2 วันถึง 4 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: น้ำขังในซอย ท่อระบายน้ำ ลานจอดรถใต้ดิน ห้องเก็บของ โกดังหลังร้าน และพื้นตลาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่องมาก ตาแดง คนที่ลุยน้ำนาน มีแผลที่เท้า พนักงานทำความสะอาด และผู้ค้าในตลาด ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้หลังลุยน้ำ และแจ้งประวัติ

ป้องกัน: หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีแผล สวมรองเท้าบูท ล้างเท้าด้วยสบู่ทันทีเมื่อถึงบ้าน เก็บอาหารในภาชนะปิด และกำจัดแหล่งอาหารของหนู

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: เลปโตสไปราไม่ได้ถูกระบุชื่อบนหน้าเว็บ WHD แต่อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม การพ่นพื้นชั้นล่าง ลานจอดรถ และห้องเก็บของหลังล้าง ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่คนสัมผัส สามารถขอผลทดสอบเฉพาะได้

อันดับ 3: เชื้อราในห้องปิดและอาคารสูง เช่น แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และสตาคีบอทริส (Stachybotrys)

ทำไมอยู่อันดับนี้: บ้านและคอนโดในกรุงเทพฯ จำนวนมากใช้ผนังเบาแบบยิปซัม พื้นลามิเนต และห้องแอร์ที่ปิดทึบ เมื่อความชื้นติดอยู่ในห้อง เชื้อราจึงเติบโตได้เร็ว CDC ระบุว่าเชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียกน้ำ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังยิปซัมช่วงล่าง หลังตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน ใต้พื้นลามิเนต ฝ้าที่น้ำซึม ท่อแอร์ ฟูก และพรมในห้องพักชั้นล่าง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ตาคัน หอบหืดกำเริบ คนเมืองที่มีภูมิแพ้ฝุ่นอยู่แล้วมักมีอาการชัดขึ้น ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงห้องที่มีรามาก

ป้องกัน: เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ใช้เครื่องลดความชื้น ล้างแอร์ รื้อยิปซัมและพื้นลามิเนตที่แช่น้ำตามคำแนะนำของช่าง

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: หลังรื้อและล้าง การพ่นช่วยจัดการเชื้อราที่เหลือบนโครงผนังและพื้นผิว ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรากลุ่มทั่วไป ส่วนสายพันธุ์เฉพาะขอข้อมูลผลทดสอบได้

อันดับ 4: โนโรไวรัส (Norovirus)

ทำไมอยู่อันดับนี้: ในคอนโด หอพัก และสำนักงาน คนใช้ห้องน้ำ ลิฟต์ และห้องครัวส่วนรวมร่วมกันจำนวนมาก โนโรไวรัสแพร่ได้เร็วในสภาพแบบนี้ ไม่มีเปลือกไขมันจึงทนต่อสบู่และเจลแอลกอฮอล์ได้ดีกว่าไวรัสหวัด CDC ระบุว่าอาการมักเริ่มภายใน 12 ถึง 48 ชั่วโมงหลังรับเชื้อ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ปุ่มลิฟต์ ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ โถส้วมในพื้นที่ส่วนกลาง ไมโครเวฟในออฟฟิศ และโต๊ะในศูนย์อาหาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง เด็กเล็กและผู้สูงอายุขาดน้ำได้ง่าย

ป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ทำความสะอาดจุดอาเจียนทันที ผู้ป่วยควรหยุดงานและไม่เตรียมอาหารให้ผู้อื่น

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: โนโรไวรัสอยู่ในรายชื่อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นพื้นที่ส่วนกลางของอาคารหลังทำความสะอาดจึงเหมาะกับนิติบุคคลคอนโดและสำนักงาน

อันดับ 5: ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) อาร์เอสวี (RSV) และโควิด-19 (SARS-CoV-2)

ทำไมอยู่อันดับนี้: ช่วงน้ำท่วม คนกรุงเทพฯ จำนวนมากต้องเบียดกันในรถไฟฟ้า รถตู้ และอาคารสำนักงาน ร่างกายอ่อนล้าจากการเดินทางลำบากและการล้างบ้าน ห้องปิดแอร์ที่อากาศไม่ถ่ายเทยิ่งเอื้อต่อการแพร่เชื้อ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: อากาศในห้องประชุมปิด ราวจับ โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ คีย์บอร์ด และของเล่นในเนอสเซอรี่

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ทารก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคหัวใจหรือปอดเสี่ยงอาการรุนแรง

ป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่อป่วย ทำงานจากบ้านเมื่อมีไข้ เปิดระบายอากาศ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: โควิด-19 อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 อยู่ในรายชื่อตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD การพ่นสำนักงานและห้องเรียนก่อนเปิดใช้ใหม่จึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว

อันดับ 6: เชื้อโรคมือเท้าปาก กลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus)

ทำไมอยู่อันดับนี้: กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีศูนย์เด็กเล็ก เนอสเซอรี่ และโรงเรียนอนุบาลจำนวนมาก หลายแห่งอยู่ชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ที่น้ำท่วมถึง โรคมือเท้าปากพบบ่อยในเด็กเล็กช่วงฤดูฝน และเชื้อไม่มีเปลือกไขมันจึงทนต่อการเช็ดด้วยน้ำเปล่า

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่น เบาะรองคลาน โต๊ะกินข้าวเด็ก และราวจับบันได

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ตุ่มน้ำที่มือ เท้า และก้น เด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบเป็นกลุ่มหลัก ควรพบแพทย์ทันทีหากไข้สูง ซึม หรืออาเจียนบ่อย

ป้องกัน: ให้เด็กป่วยหยุดเรียนตามคำแนะนำแพทย์ ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และทำความสะอาดของเล่นทุกวัน

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: เชื้อโรคมือเท้าปากระบุไว้ในหน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ตามข้อมูลบริการ จึงเหมาะกับสถานรับเลี้ยงเด็กที่จะเปิดใหม่หลังน้ำลด

อันดับ 7: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus)

ทำไมอยู่อันดับนี้: ร้านอาหารริมทาง ร้านข้าวแกง และแผงในตลาดที่ถูกน้ำท่วม หากกลับมาเปิดโดยล้างภาชนะด้วยน้ำไม่สะอาด อาจกลายเป็นจุดแพร่เชื้อ ไวรัสนี้ไม่มีเปลือกไขมันและทนในสิ่งแวดล้อม CDC ระบุระยะฟักตัวโดยทั่วไป 15 ถึง 50 วัน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ภาชนะ เขียง ถังน้ำแข็ง ถังเก็บน้ำ และพื้นผิวเตรียมอาหาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ผู้มีโรคตับเดิมควรระวัง

ป้องกัน: ดื่มน้ำสะอาด เลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ ผู้ประกอบการควรล้างถังน้ำแข็งและภาชนะทั้งหมดก่อนเปิดร้าน

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่ได้ถูกระบุชื่อบนหน้าเว็บ WHD แต่อยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นครัวและหน้าร้านหลังล้างช่วยเพิ่มความมั่นใจ ขอข้อมูลผลทดสอบเฉพาะได้

อันดับ 8: เชื้อที่เข้าทางบาดแผล เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และเชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani)

ทำไมอยู่อันดับนี้: น้ำท่วมในเมืองมีเศษแก้ว ฝาท่อที่เปิดค้าง ตะปู และขยะมีคม คนที่ลุยน้ำด้วยรองเท้าแตะเสี่ยงเป็นแผลโดยไม่รู้ตัว แผลที่แช่น้ำสกปรกเสี่ยงอักเสบ และ CDC ระบุว่าอาการบาดทะยักมักเริ่มระหว่าง 3 ถึง 21 วันหลังได้รับเชื้อ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนและเศษวัสดุในซอย ลานจอดรถ และพื้นร้านค้า

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง มีหนอง มีไข้ หรือกล้ามเนื้อเกร็ง ขากรรไกรแข็ง ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุควรระวังเป็นพิเศษ

ป้องกัน: สวมรองเท้าหุ้มส้นหรือบูท ล้างแผลทันที และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยัก

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: การดูแลแผลเป็นเรื่องทางการแพทย์ การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวหลังล้างเท่านั้น สแตฟิโลค็อกคัสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ส่วนสปอร์บาดทะยัก เราไม่ได้อ้างว่าการพ่นทำลายได้ วิธีที่ได้ผลคือขนโคลนออกให้หมด

อันดับ 9: ลีจิโอเนลลา (Legionella pneumophila) ในถังน้ำอาคารสูงและหอผึ่งเย็น

ทำไมอยู่อันดับนี้: กรุงเทพฯ มีอาคารสำนักงาน โรงแรม และคอนโดสูงที่ใช้ถังพักน้ำและหอผึ่งเย็นจำนวนมาก เมื่อระบบหยุดทำงานเพราะไฟดับหรือห้องเครื่องจมน้ำ น้ำที่นิ่งในระบบเอื้อต่อลีจิโอเนลลา ความเสี่ยงจำกัดอยู่ที่อาคารขนาดใหญ่ จึงอยู่อันดับท้าย

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ถังเก็บน้ำใต้ดินและบนดาดฟ้า ท่อที่ไม่ได้ใช้ หัวฝักบัวในห้องพักที่ปิดไว้ และหอผึ่งเย็น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจลำบาก คล้ายปอดอักเสบ ผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ และผู้มีโรคปอดเสี่ยงกว่า

ป้องกัน: เปิดน้ำไล่ท่อทุกจุด ล้างถังเก็บน้ำ และให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำตรวจหอผึ่งเย็นก่อนเปิดใช้อาคาร

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: การพ่นพื้นผิวไม่ใช่การบำบัดระบบน้ำ ควรแยกงานระบบน้ำออกไป ส่วนการพ่นดูแลห้องน้ำ ล็อบบี้ และพื้นที่ส่วนกลางที่น้ำท่วมถึง

อันดับ 10: เชื้อราที่ผิวหนังและเท้า กลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes) และแคนดิดา (Candida)

ทำไมอยู่อันดับนี้: คนกรุงเทพฯ ที่ต้องลุยน้ำในซอยไปทำงานทุกวัน แล้วใส่รองเท้าหุ้มส้นที่เปียกอยู่ทั้งวันในออฟฟิศ เสี่ยงน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่เท้า แม้อาการไม่รุนแรงในคนส่วนใหญ่ แต่สร้างความรำคาญและเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าที่ไม่แห้ง ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า พื้นห้องน้ำ และห้องล็อกเกอร์

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันซอกนิ้วเท้า ผิวลอก เปื่อย มีกลิ่น ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ

ป้องกัน: เตรียมรองเท้าสำรองไว้ที่ทำงาน ล้างและเช็ดเท้าให้แห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย

การล้างและการพ่นฆ่าเชื้อ: พื้นห้องน้ำ ห้องล็อกเกอร์ และทางเข้าอาคารเป็นจุดที่ควรพ่นหลังล้าง เชื้อกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ขอข้อมูลผลทดสอบเฉพาะได้

สรุปจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามประเภทอาคาร

ประเภทพื้นที่เชื้อที่ควรระวังเป็นพิเศษ
ห้องแถว ทาวน์โฮม หมู่บ้านจัดสรรอันดับ 1 แบคทีเรียจากน้ำเสีย, 2 ฉี่หนู, 3 เชื้อรา
คอนโด อพาร์ตเมนต์ หอพักอันดับ 3 เชื้อรา, 4 โนโรไวรัส, 5 ไวรัสทางเดินหายใจ
ตลาดสด ร้านอาหารอันดับ 1 แบคทีเรียจากน้ำเสีย, 2 ฉี่หนู, 7 ตับอักเสบเอ
สำนักงาน โรงแรม อาคารสูงอันดับ 4 โนโรไวรัส, 5 ไวรัสทางเดินหายใจ, 9 ลีจิโอเนลลา
ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน มหาวิทยาลัยอันดับ 3 เชื้อรา, 5 ไวรัสทางเดินหายใจ, 6 มือเท้าปาก

ตารางนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่ข้อมูลสถิติทางการ

ผลกระทบต่อคนเมืองเมื่อเชื้อหลังน้ำท่วมยังค้างอยู่

สุขภาพ: คนในบ้านและเพื่อนร่วมงานป่วยต่อกัน ภูมิแพ้กำเริบในห้องแอร์ที่ขึ้นรา ผู้สูงอายุและเด็กเล็กต้องไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้น

เงิน: ค่ารักษา ค่าซ่อมผนังและพื้นที่เสียหายลุกลาม และรายได้ที่หายไปจากการลาป่วยหรือปิดร้าน

เวลา: คนกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางมากอยู่แล้ว การต้องขัดบ้านซ้ำทุกเย็นหลังเลิกงานยิ่งทำให้เหนื่อยสะสม

ธุรกิจและชื่อเสียง: ร้านอาหาร ร้านค้าในตลาด คลินิก หอพัก และโรงแรมที่เปิดกลับมาพร้อมกลิ่นอับหรือมีลูกค้าไม่สบาย อาจเสียลูกค้าประจำ และรีวิวออนไลน์ก็กระจายเร็วในเมืองใหญ่

ชุมชน: ในคอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรร ถ้าบางห้องหรือบางหลังจัดการไม่ดี พื้นที่ส่วนกลางก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

ทำไมสบู่ น้ำยาถูพื้น หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวไม่พอสำหรับบ้านและอาคารในเมือง

  • สบู่ขจัดคราบแต่ไม่ได้ออกแบบมาฆ่าเชื้อทุกชนิด: ไวรัสที่ไม่มีเปลือกไขมันอย่างโนโรไวรัสและเชื้อโรคมือเท้าปากทนต่อสบู่ได้ดีกว่า
  • น้ำยาฟอกขาวเสื่อมฤทธิ์เมื่อเจอโคลนและสารอินทรีย์ จากน้ำคลองและน้ำเสีย
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือกรด: ในห้องคอนโดที่ระบายอากาศน้อย ก๊าซที่เกิดขึ้นอันตรายยิ่งกว่า CDC เตือนเรื่องนี้ชัดเจน
  • พื้นที่ส่วนกลางกว้างเกินกว่าจะเช็ดให้ทั่ว: ล็อบบี้ ลิฟต์ ลานจอดรถ และทางเดินในอาคาร
  • ไม่แก้เชื้อราในวัสดุพรุน: CDC แนะนำให้รื้อวัสดุที่เสียหาย ไม่ใช่ราดน้ำยาทับ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดย WHD

World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน คอนโด ร้านค้า สำนักงาน และอาคาร โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ตามข้อมูลบริการ ช่างใช้การพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยาระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รายชื่อที่ระบุ เช่น SARS-CoV-2 (โควิด-19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, เชื้อโรคมือเท้าปาก, Vaccinia virus, ไมโคแบคทีเรีย, ซัลโมเนลลา และ Bordetella pertussis หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อโควิด-19 ภายใน 1 นาที และหน้าบริการอ้างถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าตามที่หน้าเว็บระบุ ได้แก่ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย สำหรับเชื้ออื่นนอกรายชื่อ ขอให้สอบถามข้อมูลผลทดสอบก่อน

ขั้นตอนบริการ

  1. สำรวจ: ประเมินระดับน้ำเดิม ประเภทอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง จุดที่น้ำเสียไหลย้อน และจุดราที่เริ่มเกิด
  2. ขนโคลนและล้างก่อน: การพ่นทำหลังขนโคลน ล้างพื้นผิว และรื้อวัสดุที่เสียหายเสร็จแล้วเท่านั้น
  3. แบ่งโซน: คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น สำหรับคอนโดหรือสำนักงาน วางแผนพ่นทีละชั้นหรือนอกเวลาทำการ
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ครอบคลุมพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำ ครัว ลิฟต์ ล็อบบี้ และลานจอดรถ
  5. กลับเข้าใช้: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน

เราไม่อ้างว่าการพ่นไม่มีสารตกค้าง หากกังวลเรื่องพื้นผิวสัมผัสอาหารหรือห้องเด็กเล็ก สอบถามช่างได้ ผู้มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์ เพราะการพ่นไม่ใช่การรักษาโรค สำหรับกลิ่นอับในห้องปิด สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. น้ำคลองและน้ำเสียพาเชื้อหลายกลุ่มเข้าบ้าน พร้อมกัน การพ่นครอบคลุมหลายกลุ่มในครั้งเดียว
  2. พื้นที่ส่วนกลางของคอนโดกว้าง ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงได้ทั่วกว่าการเช็ด
  3. ห้องแอร์ปิดทึบเสี่ยงเชื้อรา การพ่นหลังรื้อวัสดุช่วยจัดการราที่เหลือ
  4. มีรายชื่อไวรัสทางเดินหายใจ ตามข้อมูล บริการพ่นฆ่าเชื้อ
  5. ร้านอาหารและแผงตลาดเปิดได้มั่นใจขึ้น หลังล้างและพ่นครัว
  6. เหมาะกับศูนย์เด็กเล็ก เพราะเชื้อโรคมือเท้าปากอยู่ในรายชื่อตามข้อมูลบริการ
  7. นัดพ่นนอกเวลาทำการได้ ไม่กระทบการเปิดสำนักงาน
  8. ช่างประเมินหน้างานจริง บอกได้ว่าจุดไหนต้องรื้อหรือล้างเพิ่ม
  9. กลับเข้าใช้พื้นที่ได้เร็ว ตามข้อมูลบริการ ราว 30 นาที
  10. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับนิติบุคคลและบริษัท ขอใบเสนอราคา

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • ห้องชั้นล่างเช็ดแล้วแต่ยังมีกลิ่นน้ำคลอง
  • ผนังหลังตู้บิลต์อินเริ่มมีจุดดำ
  • ลิฟต์และล็อบบี้มีคนป่วยใช้ร่วมกัน
  • ร้านยังไม่กล้าเปิดเพราะกังวลลูกค้า

หลัง

  • ขนโคลน รื้อวัสดุ และล้างครบตามคำแนะนำ
  • พื้นผิวทั้งห้องและพื้นที่ส่วนกลางได้รับการพ่น
  • มีรายการจุดที่ต้องเฝ้าระวังต่อ
  • เปิดใช้พื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง

กรณีตัวอย่าง: แผงขายผักในตลาดสดย่านชานเมือง

หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง

ป้าศรี ขายผักในตลาดสดแห่งหนึ่งย่านชานเมืองที่น้ำท่วมเกือบทั้งตลาด เมื่อน้ำลด แผงไม้ของป้ามีคราบโคลน ใต้แผงมีขยะและซากผักเน่า และมีร่องรอยหนูชัดเจน ป้าศรีกับลูกชายล้างแผงด้วยน้ำและผงซักฟอก แต่ยังกังวลเรื่องโรคฉี่หนูและกลิ่นที่ไม่หาย

ทีมงานสำรวจร่วมกับผู้ค้าหลายแผงในโซนเดียวกัน แนะนำให้ทิ้งลังไม้ที่ผุ เก็บขยะใต้แผงทั้งหมด ขัดพื้นปูนและรางระบายน้ำ แล้วนัดพ่นทั้งโซนในตอนกลางคืนหลังตลาดปิด ผู้ค้าทุกคนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับมาเตรียมแผงในเช้าวันรุ่งขึ้น ป้าศรีบอกว่าการพ่นพร้อมกันทั้งโซนทำให้มั่นใจกว่าการล้างแผงของตัวเองเพียงแผงเดียว เพราะเชื้อไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นแบ่งแผง

เช็กลิสต์สำหรับบ้านและอาคารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ก่อนพ่น

  • ตัดไฟชั้นที่น้ำท่วมจนช่างไฟตรวจ โดยเฉพาะตู้ไฟและห้องเครื่องที่จมน้ำ
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือ และหน้ากาก ขนโคลนออกให้หมด
  • ทิ้งอาหาร ยา และวัสดุพรุนที่แช่น้ำ รื้อยิปซัมและพื้นลามิเนตที่เสียหาย
  • ล้างแอร์และถาดน้ำทิ้ง เปิดน้ำไล่ท่อ ล้างถังเก็บน้ำ
  • นิติบุคคลคอนโดควรแจ้งลูกบ้านล่วงหน้าเรื่องตารางพ่นพื้นที่ส่วนกลาง

หลังพ่น

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • ล้างภาชนะและพื้นผิวเตรียมอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
  • ตรวจจุดราทุกสัปดาห์ เปิดระบายอากาศเป็นประจำ
  • เก็บรองเท้าสำรองไว้ที่ทำงาน ล้างเท้าทันทีหลังลุยน้ำ
  • หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง ตัวเหลือง หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

คำถามที่พบบ่อย เชื้อโรคหลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ถาม: ห้องคอนโดอยู่ชั้นสูง น้ำไม่ท่วม ต้องพ่นไหม
ตอบ: ห้องที่น้ำไม่ท่วมอาจไม่จำเป็น แต่พื้นที่ส่วนกลางที่น้ำท่วม เช่น ล็อบบี้ ลานจอดรถ และลิฟต์ ซึ่งทุกคนใช้ร่วมกัน ควรได้รับการล้างและพ่น ควรปรึกษานิติบุคคล

ถาม: ลุยน้ำในซอยกลับบ้านทุกวัน แต่บ้านไม่ท่วม ควรระวังอะไร
ตอบ: ระวังบาดแผลที่เท้า โรคฉี่หนู และน้ำกัดเท้า ล้างเท้าด้วยสบู่ทันทีเมื่อถึงบ้าน และพบแพทย์หากมีไข้หรือปวดน่อง

ถาม: นิติบุคคลหรือบริษัทขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ WHD ออกใบกำกับภาษีได้

ถาม: พ่นนอกเวลาทำการหรือวันหยุดได้หรือไม่
ตอบ: สามารถนัดหมายกับทีมงานได้ โดยเฉพาะสำนักงาน ร้านค้า และตลาดที่ต้องการเปิดตามปกติ

ถาม: บ้านในปริมณฑล เช่น นนทบุรี ปทุมธานี หรือสมุทรปราการ ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: สอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดหมายได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

ถาม: ร้านอาหารต้องปิดนานแค่ไหนหลังพ่น
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที แล้วล้างภาชนะและพื้นผิวเตรียมอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนเปิดร้าน โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้ง

น้ำลดแล้วในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

บ้าน คอนโด ร้านค้า ตลาด สำนักงาน และสถานศึกษา ปรึกษาและนัดสำรวจหน้างานได้ทันที

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมกทม2569 #พ่นฆ่าเชื้อกรุงเทพ #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม กรุงเทพฯ, เชื้อโรคหลังน้ำท่วมปริมณฑล, น้ำท่วมกรุงเทพ 2569, โรคฉี่หนูกรุงเทพ, เชื้อราคอนโดหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อกรุงเทพ, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้