จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล 2569: 10 เชื้อที่ต้องจัดการก่อนเปิดรับผู้ป่วยอีกครั้ง พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล 2569: 10 เชื้อที่ต้องจัดการก่อนเปิดรับผู้ป่วยอีกครั้ง พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

คลินิกและสถานพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องกลับมาเปิดให้บริการเร็วที่สุดหลังน้ำลด เพราะชุมชนต้องการหมอ ยา และการทำแผล แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผู้มาใช้บริการเปราะบางที่สุดเช่นกัน บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล นี้รวบรวมเชื้อโรค 10 กลุ่มที่ควรได้รับความสำคัญเมื่อคลินิก ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม ศูนย์ฟอกไต หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถูกน้ำท่วม พร้อมเกณฑ์การจัดอันดับที่ชัดเจน จุดที่เชื้อซ่อนอยู่ในอาคาร กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยง วิธีป้องกัน และเหตุผลที่การปิดงานด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จาก World Health Disinfection (WHD) หลังทำความสะอาดเสร็จ ช่วยให้สถานพยาบาลกลับมาเปิดได้อย่างมั่นใจขึ้น

น้ำท่วม 2569 กับสถานพยาบาลที่ต้องเปิดให้เร็วที่สุด

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่านเดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ในพื้นที่ขนาดนี้ ย่อมมีคลินิกห้องแถว ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม และสถานพยาบาลขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ชั้นล่างถูกน้ำท่วม

ความต่างระหว่างบ้านกับคลินิกคือ คนที่เดินเข้าคลินิกมักเป็นคนที่ป่วยอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวานที่มาทำแผล เด็กเล็กที่มีไข้ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อที่สำหรับคนแข็งแรงอาจก่อปัญหาเพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงให้แนวทางเฉพาะสำหรับการฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบน้ำ ระบบปรับอากาศ วัสดุที่ขึ้นรา เวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำ และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิว

ข้อสำคัญ: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนในการฟื้นฟู ไม่ได้ทดแทนแนวทางควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาล การทำให้ปลอดเชื้อของเครื่องมือแพทย์ การตรวจสอบระบบน้ำโดยวิศวกร หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล สถานพยาบาลควรปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อของตนเองเป็นหลัก

กรณีตัวอย่าง: คลินิกห้องแถวที่หมอต้องตัดสินใจว่าจะเปิดเมื่อไร

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของคลินิกหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ

หมอเอเปิดคลินิกเวชกรรมเล็ก ๆ ในอาคารพาณิชย์สองคูหาในตัวอำเภอแห่งหนึ่ง ชั้นล่างเป็นห้องรอตรวจ ห้องตรวจ ห้องทำแผล และห้องเก็บยา ชั้นบนเป็นที่พักของครอบครัว เมื่อน้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้ามาในตลาด น้ำสีขุ่นปนน้ำทิ้งจากท่อระบายก็ไหลเข้าคลินิกและท่วมอยู่หลายวัน หมอเอกับพยาบาลขนยาบางส่วนขึ้นชั้นบนได้ทัน แต่เตียงตรวจ ตู้เก็บผ้าก๊อซ เก้าอี้ห้องรอ เครื่องปรับอากาศตัวล่าง และผนังยิปซัมส่วนล่างจมน้ำทั้งหมด

เมื่อน้ำลด ผู้ป่วยประจำเริ่มโทรมาถามว่าคลินิกจะเปิดเมื่อไร คุณป้าที่เป็นเบาหวานต้องล้างแผลที่เท้าทุกสองวัน เด็กหลายคนในละแวกเริ่มมีไข้และไอ และคนที่ลุยน้ำหลายคนก็อยากให้หมอตรวจ หมอเอรู้ว่าชุมชนต้องการคลินิก แต่ก็รู้ด้วยว่าห้องทำแผลที่เพิ่งจมน้ำเสียไม่ควรใช้ทันที ผนังยิปซัมเริ่มมีจุดดำ ท่อน้ำในอ่างล้างมือมีกลิ่น และเครื่องปรับอากาศเปิดแล้วมีกลิ่นอับ

หมอเอจึงตั้งคำถามสามข้อ ข้อแรก เชื้อตัวไหนที่ผู้ป่วยของเราเสี่ยงที่สุดหากเปิดเร็วเกินไป ข้อสอง อะไรบ้างที่ต้องทิ้ง อะไรล้างได้ และข้อสาม หลังจากล้างและซ่อมแล้ว ใครจะช่วยฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งคลินิกให้ได้มาตรฐานเดียวกันภายในเวลาที่จำกัด การจัดอันดับด้านล่างช่วยตอบข้อแรก และส่วนท้ายของบทความช่วยตอบข้อที่เหลือ

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในคลินิกและสถานพยาบาล

การจัดอันดับนี้เป็น การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่การจัดอันดับทางการ ไม่ได้มาจากสถิติการติดเชื้อชุดใด และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เราใช้เกณฑ์ดังนี้

  1. ความเกี่ยวข้องกับแนวทางฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม ของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค เช่น เรื่องระบบน้ำ เชื้อรา และการทำความสะอาดพื้นผิว
  2. ความเปราะบางของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยที่มีแผล ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
  3. ความสามารถในการอยู่ในน้ำ ความชื้น และระบบท่อ ซึ่งเราอธิบายในเชิงคุณภาพ ไม่ระบุตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง
  4. ความรุนแรงของการติดเชื้อ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มารับบริการ
  5. ความง่ายในการแพร่ ผ่านมือ พื้นผิว อุปกรณ์ หรือละอองในห้องรอตรวจ

เชื้อที่อยู่อันดับท้ายยังคงสำคัญ เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลบางประเภทมากกว่าประเภทอื่น เช่น คลินิกเด็ก หรือคลินิกที่มีห้องเก็บของชั้นล่าง

อันดับ 1: ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (Pseudomonas aeruginosa) เชื้อที่รักน้ำในอ่างล้างมือและท่อระบาย

ทำไมอยู่อันดับ 1: ซูโดโมแนสเป็นแบคทีเรียที่อยู่ได้ดีในน้ำและพื้นผิวเปียก และเป็นเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในสถานพยาบาลมาอย่างยาวนาน หลังน้ำท่วม ท่อระบายน้ำ อ่างล้างมือ และพื้นที่อับชื้นในคลินิกกลายเป็นที่อยู่ที่เหมาะสม เชื้อนี้ยังมีแนวโน้มดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด จึงเป็นเชื้อที่ควรคิดถึงเป็นอันดับแรกเมื่อจะเปิดห้องทำแผลอีกครั้ง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ท่อระบายของอ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ ฝักบัวในห้องน้ำผู้ป่วย ถังน้ำ ผ้าถูพื้นที่ไม่แห้ง และอุปกรณ์ที่เคยจมน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: การติดเชื้อที่แผล โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ แผลเบาหวาน และแผลผ่าตัด การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้ใส่สายสวน และการติดเชื้อในปอดของผู้ป่วยหนัก ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงที่สุด

วิธีป้องกัน: ทิ้งวัสดุทำแผลที่สัมผัสน้ำ ล้างและขัดอ่างล้างมือและท่อระบาย เปิดน้ำไล่ในระบบตามคำแนะนำของช่าง ไม่วางอุปกรณ์สะอาดใกล้อ่างล้างมือ และใช้ผ้าถูพื้นที่ซักและตากแห้งแล้ว

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังขัดล้างพื้นผิวและอ่างล้างมือแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดแบคทีเรียบนพื้นผิวแข็งทั่วห้องทำแผลและห้องตรวจ ซูโดโมแนสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม แต่ WHD ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สถานพยาบาลสามารถขอดูเอกสารผลทดสอบได้ ส่วนภายในท่อและระบบน้ำต้องจัดการด้วยการไล่น้ำและตรวจสอบโดยช่างหรือวิศวกร

อันดับ 2: เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเชื้อราในผนัง ฝ้า และระบบปรับอากาศ

ทำไมอยู่อันดับ 2: สำหรับคนทั่วไป เชื้อรามักทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ แต่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก สปอร์ของแอสเปอร์จิลลัสอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในปอดได้ แนวทางฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วมจึงให้ความสำคัญกับการรื้อวัสดุที่ขึ้นราและการควบคุมฝุ่นระหว่างซ่อมแซม

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน ฉนวน พรม ม่านกั้นเตียง เบาะเก้าอี้ห้องรอ แผ่นกรองและถาดน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ และกล่องกระดาษในห้องเก็บของ หากไม่ได้ทำให้แห้งภายในราว 24 ถึง 48 ชั่วโมงตามคำแนะนำทั่วไปของ CDC เชื้อราจะเริ่มเติบโต

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ หายใจลำบาก หอบหืดกำเริบ ระคายเคืองตาและจมูก และในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากอาจเกิดการติดเชื้อราที่ปอด

วิธีป้องกัน: รื้อวัสดุพรุนที่ขึ้นราออก ใช้ผ้าใบกั้นพื้นที่ซ่อมไม่ให้ฝุ่นลอยไปห้องอื่น ล้างและเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ไม่ให้ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำเข้าใกล้พื้นที่ซ่อม และใช้เครื่องลดความชื้นจนอาคารแห้ง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังรื้อและขัดล้างแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อราที่ยังติดบนพื้นผิวแข็ง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา แต่ไม่ได้อ้างผลเฉพาะแอสเปอร์จิลลัส การพ่นไม่ได้ทดแทนการรื้อวัสดุที่ขึ้นราหนัก และหากยังมีกลิ่นอับหลังอาคารแห้ง อาจใช้ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในอาคาร เป็นขั้นตอนเสริม

อันดับ 3: ลีจิโอเนลลา (Legionella pneumophila) ในน้ำที่ค้างท่อระหว่างปิดคลินิก

ทำไมอยู่อันดับ 3: เมื่อคลินิกปิดหลายวัน น้ำในท่อ ถังเก็บน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และฝักบัวจะค้างนิ่ง CDC ระบุว่าน้ำที่ค้างในระบบประปาของอาคารเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของลีจิโอเนลลา ซึ่งทำให้เกิดโรคปอดอักเสบชนิดหนึ่งเมื่อสูดละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าไป

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ถังเก็บน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ฝักบัว ก๊อกที่ไม่ได้ใช้ หอผึ่งเย็นของอาคารขนาดใหญ่ และเครื่องพ่นละอองที่เติมน้ำไม่สะอาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย คล้ายปอดอักเสบ ผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ ผู้มีโรคปอดเรื้อรัง และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงกว่า

วิธีป้องกัน: ให้ช่างหรือวิศวกรตรวจสอบระบบน้ำ ไล่น้ำค้างท่อ ล้างถังเก็บน้ำ และทำตามแนวทางจัดการระบบน้ำของอาคาร เช่น แผนจัดการน้ำ (water management program) ที่ CDC แนะนำ ใช้น้ำปราศจากเชื้อในเครื่องพ่นละอองยา

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ต้องพูดตรง ๆ ว่าการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ได้แก้ปัญหาลีจิโอเนลลาในระบบท่อ เชื้อนี้ต้องจัดการด้วยการจัดการระบบน้ำ การพ่นช่วยในส่วนของพื้นผิวรอบอ่างและห้องน้ำหลังทำความสะอาดเท่านั้น ลีจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ

อันดับ 4: อีโคไล (Escherichia coli) และเคล็บซิเอลลา (Klebsiella pneumoniae) แบคทีเรียลำไส้จากน้ำเสีย

ทำไมอยู่อันดับ 4: น้ำท่วมที่ไหลผ่านตลาดและท่อระบายมักปนน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ทำให้แบคทีเรียในกลุ่มลำไส้ เช่น อีโคไลและเคล็บซิเอลลา เข้ามาเคลือบพื้นผิวในคลินิก เชื้อกลุ่มนี้บางสายพันธุ์ดื้อยาและเป็นปัญหาในสถานพยาบาล จึงไม่ควรปล่อยให้ค้างอยู่บนพื้นผิวที่ผู้ป่วยสัมผัส

ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องรอ ห้องน้ำผู้ป่วย ขาเตียงตรวจ ขอบประตู ล้อรถเข็น และโคลนที่ติดตามซอกมุม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่แผล และในผู้ป่วยที่อ่อนแออาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้สูงอายุ ผู้ใส่สายสวน และผู้ป่วยที่มีแผลเปิดเสี่ยงที่สุด

วิธีป้องกัน: ขนโคลนออกทั้งหมด ล้างพื้นและผนังส่วนล่างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ทิ้งเวชภัณฑ์และผ้าที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยทุกครั้ง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นหลังทำความสะอาดช่วยให้พื้นผิวทั้งคลินิก รวมถึงซอกที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ได้รับน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง เชื้อทั้งสองอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม โดยไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ ส่วนซัลโมเนลลาซึ่งเป็นเชื้อจากอุจจาระอีกชนิด เป็นเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุชื่อไว้โดยตรง

อันดับ 5: สแตฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) รวมถึงสายพันธุ์ดื้อยา MRSA บนจุดสัมผัสร่วม

ทำไมอยู่อันดับ 5: สแตฟิโลคอคคัส ออเรียสเป็นเชื้อที่พบบ่อยในการติดเชื้อที่ผิวหนังและแผล และสายพันธุ์ดื้อยาเมทิซิลลิน (MRSA) เป็นที่รู้จักดีในสถานพยาบาล หลังน้ำท่วม ผู้ป่วยที่มีแผลจากการลุยน้ำและเศษวัสดุจะมาทำแผลที่คลินิกมากขึ้น จุดสัมผัสร่วมจึงต้องสะอาด

ซ่อนอยู่ที่ไหน: เตียงตรวจ ราวจับ ปากกาหน้าเคาน์เตอร์ เครื่องวัดความดัน ลูกบิดประตู และโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ฝี แผลอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อรุนแรงกว่าในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยฟอกไต และผู้สูงอายุ

วิธีป้องกัน: ล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย เช็ดจุดสัมผัสร่วมเป็นรอบ ใช้ผ้าปูเตียงตรวจแบบใช้ครั้งเดียว และแยกอุปกรณ์ทำแผลแต่ละราย

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ก่อนเปิดคลินิกอีกครั้ง การพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่หลังทำความสะอาดช่วยตั้งต้นใหม่ให้จุดสัมผัสทุกจุดพร้อมกัน เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะ MRSA ในบทความนี้ หลังจากนั้นคลินิกยังต้องทำความสะอาดตามรอบปกติของตนเอง

อันดับ 6: โนโรไวรัส (Norovirus) ในห้องน้ำผู้ป่วยและห้องรอตรวจ

ทำไมอยู่อันดับ 6: หลังน้ำท่วม ผู้ป่วยท้องเสียและอาเจียนมักมาคลินิกมากขึ้น โนโรไวรัสแพร่ได้ง่ายมากผ่านมือ พื้นผิว และละอองจากอาเจียน และคงทนบนพื้นผิวได้ค่อนข้างดี ห้องน้ำผู้ป่วยและห้องรอตรวจจึงอาจกลายเป็นจุดแพร่เชื้อหากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ชักโครก ก๊อกน้ำ ที่กดสบู่ เก้าอี้ห้องรอ ถังขยะ และพื้นที่เคยมีอาเจียน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนและท้องเสียเฉียบพลัน ปวดท้อง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

วิธีป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เพราะโนโรไวรัสทนต่อเจลแอลกอฮอล์ได้มากกว่าเชื้อหลายชนิด ทำความสะอาดอาเจียนทันทีโดยสวมถุงมือและหน้ากาก และแยกห้องน้ำสำหรับผู้ป่วยท้องเสียหากทำได้

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: โนโรไวรัสเป็นเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุชื่อไว้โดยตรง การพ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำและห้องรอตรวจหลังทำความสะอาดจึงตรงกับเชื้อชนิดนี้ โดยต้องไม่มีผู้ป่วยหรือเจ้าหน้าที่อยู่ในโซนระหว่างพ่น

อันดับ 7: ไวรัสทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 โควิด 19 (SARS-CoV-2) และอาร์เอสวี (RSV)

ทำไมอยู่อันดับ 7: หลังน้ำท่วม ผู้คนอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง ร่างกายอ่อนล้า และหลายคนมาคลินิกด้วยอาการไข้และไอ ห้องรอตรวจที่แออัดจึงเป็นจุดที่ไวรัสทางเดินหายใจแพร่ได้ง่าย แม้ไวรัสกลุ่มนี้ไม่ได้มาจากน้ำท่วมโดยตรง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ละอองในห้องรอ เคาน์เตอร์ ปากกา เครื่องวัดไข้ เก้าอี้ และราวจับ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงต่ออาการรุนแรง

วิธีป้องกัน: แยกจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้และไอ ให้สวมหน้ากาก เปิดระบายอากาศ จัดเก้าอี้ให้ห่าง และทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อย

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุชื่อไว้ชัดเจนที่สุด ได้แก่ SARS-CoV-2 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 การพ่นฆ่าเชื้อห้องรอตรวจและห้องตรวจหลังทำความสะอาดจึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวได้ตรงจุด

อันดับ 8: ไมโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่วัณโรค (Nontuberculous mycobacteria) ในน้ำประปาและสายน้ำของยูนิตทันตกรรม

ทำไมอยู่อันดับ 8: ไมโคแบคทีเรียกลุ่มนี้พบได้ในน้ำและดิน สร้างคราบไบโอฟิล์มในท่อได้ และเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ผิวหนังหลังหัตถการบางอย่าง โดยเฉพาะในคลินิกทันตกรรมที่สายน้ำของยูนิตทำฟันต้องดูแลเป็นพิเศษ หลังน้ำท่วมและการปิดคลินิกหลายวัน ความเสี่ยงเรื่องน้ำค้างในสายจึงเพิ่มขึ้น

ซ่อนอยู่ที่ไหน: สายน้ำของยูนิตทำฟัน ถังน้ำของเครื่องมือ ท่อประปาที่ไม่ได้ใช้ และเครื่องทำความชื้น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: การติดเชื้อที่ผิวหนังหรือแผลที่เกิดช้าและหายยาก และการติดเชื้อในปอดในผู้มีโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงที่สุด

วิธีป้องกัน: ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตยูนิตทำฟันเรื่องการล้างและบำรุงรักษาสายน้ำ ไล่น้ำในระบบก่อนเปิดให้บริการ และตรวจสอบคุณภาพน้ำตามแนวทางวิชาชีพ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มไมโคแบคทีเรีย (mycobacteria) แต่ไม่ได้ระบุผลกับไมโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่วัณโรคแต่ละชนิด การพ่นช่วยในส่วนพื้นผิวของห้องทำฟันหลังทำความสะอาด ส่วนสายน้ำภายในยูนิตต้องจัดการตามคู่มือของผู้ผลิตเท่านั้น

อันดับ 9: เอนเทอโรไวรัสก่อโรคมือเท้าปาก (Enteroviruses) ในคลินิกเด็กและมุมของเล่น

ทำไมอยู่อันดับ 9: ฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในเด็กเล็ก เมื่อศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งปิดเพราะน้ำท่วมและเด็กไปรวมกันในศูนย์พักพิง คลินิกเด็กจึงอาจมีผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น เชื้อแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำในตุ่มใส และอุจจาระ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่นในห้องรอ เบาะรองนั่ง โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ราวเตียงเด็ก และเครื่องชั่งน้ำหนักเด็ก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มที่มือ เท้า และก้น เด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ต้องพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกัน: เก็บของเล่นที่ล้างยากออกจากห้องรอ แยกพื้นที่รอสำหรับเด็กที่มีไข้และผื่น ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และเช็ดเครื่องชั่งหลังใช้ทุกครั้ง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสมือเท้าปากเป็นเชื้อที่ข้อมูลบริการของ WHD ระบุชื่อไว้ การพ่นฆ่าเชื้อห้องรอเด็กและห้องตรวจเด็กหลังทำความสะอาดจึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวได้ตรงจุด

อันดับ 10: เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) จากหนูในห้องเก็บของชั้นล่าง

ทำไมอยู่อันดับ 10: สำหรับผู้ป่วยที่มาคลินิก ความเสี่ยงจากเชื้อนี้ภายในอาคารต่ำกว่าเชื้ออื่น แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ลงไปเก็บกวาดห้องเก็บของ ห้องเครื่อง หรือที่จอดรถชั้นใต้ดิน ความเสี่ยงมีจริง เพราะหนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัยในอาคารและทิ้งปัสสาวะไว้ตามพื้น

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ห้องเก็บของ ห้องเก็บแฟ้ม ใต้ชั้นวาง ที่จอดรถ และน้ำขังรอบอาคาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง เจ้าหน้าที่ที่มีแผลและลุยน้ำเสี่ยงที่สุด

วิธีป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางเมื่อเก็บกวาด ปิดแผล วางแผนกำจัดหนู และพบแพทย์หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังล้างห้องเก็บของและพื้นที่ที่พบร่องรอยหนู การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดแบคทีเรียบนพื้นผิว เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม โดยไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ

สรุปการจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในคลินิกและสถานพยาบาล

เมื่อดูทั้งสิบอันดับ จะเห็นว่าเชื้อในสถานพยาบาลแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือ เชื้อที่อยู่ในระบบน้ำ ได้แก่ ซูโดโมแนส ลีจิโอเนลลา และไมโคแบคทีเรีย ซึ่งต้องจัดการด้วยการไล่น้ำและดูแลระบบน้ำเป็นหลัก กลุ่มที่สองคือ เชื้อที่อยู่ในวัสดุและอากาศ อย่างเชื้อรา ซึ่งต้องรื้อ ทำให้แห้ง และควบคุมฝุ่น กลุ่มที่สามคือ เชื้อบนพื้นผิวและจุดสัมผัส ได้แก่ แบคทีเรียลำไส้ สแตฟิโลคอคคัส โนโรไวรัส ไวรัสทางเดินหายใจ เอนเทอโรไวรัส และเลปโตสไปรา กลุ่มที่สามนี้คือกลุ่มที่การพ่นฆ่าเชื้อหลังทำความสะอาดช่วยได้มากที่สุด และยังช่วยเสริมงานของกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองในส่วนของพื้นผิวรอบ ๆ

ทำไมการเช็ดด้วยน้ำยาทั่วไปจึงยังไม่พอสำหรับสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม

  • พื้นที่กว้างและมีซอกมาก: ขาเตียง ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้ยา และขอบบัวพื้นมักถูกเช็ดไม่ทั่วถึงเมื่อเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด
  • เจ้าหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกัน: การทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั้งคลินิกหลังน้ำท่วมเป็นงานใหญ่เกินกว่ารอบทำความสะอาดปกติ
  • น้ำยาฟอกขาวมีข้อจำกัด: ต้องผสมให้ถูก ใช้บนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว และอาจกัดกร่อนโลหะหรืออุปกรณ์บางชนิด
  • มาตรฐานไม่เท่ากันในแต่ละห้อง: คนละคน คนละวัน คนละน้ำยา ทำให้ยากจะมั่นใจว่าทุกห้องผ่านขั้นตอนเดียวกัน
  • ต้องการบันทึกการทำงาน: สถานพยาบาลมักต้องมีหลักฐานว่าฟื้นฟูพื้นที่อย่างไร การใช้ผู้ให้บริการที่ออกใบกำกับภาษีและรายละเอียดงานได้ช่วยในเรื่องนี้

WHO และ CDC ให้หลักเดียวกันคือ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ สำหรับสถานพยาบาล ขั้นตอนฆ่าเชื้อควรครอบคลุมทั้งพื้นที่ในรอบเดียวก่อนเปิดรับผู้ป่วย

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสำหรับคลินิกและสถานพยาบาลจาก WHD

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นละอองและพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ตามข้อมูลบริการ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น SARS-CoV-2 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสมือเท้าปาก โนโรไวรัส ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และเชื้อรา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99%

หน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุว่ากลุ่มลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย สำหรับสถานพยาบาลที่ต้องการเอกสารประกอบการตัดสินใจ สามารถขอข้อมูลผลทดสอบของผลิตภัณฑ์สำหรับเชื้อที่สนใจได้ และสำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เราจะไม่อ้างผลเกินกว่าข้อมูลที่มี

ขั้นตอนการทำงานในคลินิกหลังน้ำท่วม

  1. สำรวจร่วมกับผู้รับผิดชอบสถานพยาบาล: ระดับน้ำ ระยะเวลาที่ท่วม ห้องที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ห้องทำแผล ห้องหัตถการ ห้องทำฟัน และห้องน้ำผู้ป่วย รวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่ควรสัมผัสน้ำยา
  2. ขนโคลน ทิ้งของ และล้างให้เสร็จก่อน: การพ่นต้องทำหลังจากขนโคลน รื้อวัสดุที่เสียหาย ทิ้งเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำ และล้างพื้นผิวแล้ว
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: ปิดหรือย้ายเครื่องมือแพทย์ที่ไวต่อความชื้น เก็บยาและเวชภัณฑ์ในตู้ปิด ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ออกจากโซนที่จะพ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: พื้น ผนังส่วนล่าง เคาน์เตอร์ เก้าอี้ห้องรอ ห้องน้ำ ราวจับ ประตู และจุดสัมผัสบ่อย โดยใช้หมอก ULV ในห้องที่มีซอกมุมมาก
  5. รอและกลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ตามปกติ ทั้งนี้ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน และเปิดระบายอากาศก่อนรับผู้ป่วย

เราไม่กล่าวอ้างว่าไม่มีสารตกค้างเลย พื้นผิวที่สัมผัสผู้ป่วยโดยตรงหรือพื้นผิวเตรียมยาควรเช็ดตามคำแนะนำของช่างและตามแนวปฏิบัติของสถานพยาบาล นอกจากนี้ บริการนี้ไม่ใช่การทำให้ปลอดเชื้อ (sterilization) ของเครื่องมือแพทย์ ซึ่งต้องทำตามมาตรฐานวิชาชีพเท่านั้น

10 เหตุผลที่คลินิกควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมก่อนเปิดรับผู้ป่วย

  1. ผู้ป่วยของคุณเปราะบางกว่าคนทั่วไป การลดเชื้อบนพื้นผิวก่อนเปิดจึงมีความหมายมากกว่าในบ้านทั่วไป
  2. ทั้งคลินิกได้รับการฆ่าเชื้อในรอบเดียว ไม่ต้องแบ่งเจ้าหน้าที่ไปทำทีละห้องระหว่างดูแลผู้ป่วย
  3. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุม เช่น ขาเตียง ใต้เคาน์เตอร์ และหลังตู้ยา
  4. น้ำยาระดับการแพทย์ ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลากหลายสายพันธุ์ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ดูรายละเอียดบริการ
  5. มีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ชัดเจน โดยเฉพาะไวรัสทางเดินหายใจ โนโรไวรัส และไวรัสมือเท้าปาก ซึ่งพบบ่อยในห้องรอตรวจ
  6. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีก็กลับมาใช้พื้นที่ได้
  7. ทีมงานคุ้นเคยกับสถานพยาบาล เพราะกลุ่มลูกค้าตามข้อมูลบริการรวมถึงโรงพยาบาล
  8. ขอใบกำกับภาษีได้ ช่วยเรื่องเอกสารบัญชีและการเบิกประกันภัย
  9. มีของแถมใช้ต่อ ตามโปรโมชันในข้อมูลบริการ ได้สเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC สำหรับเช็ดจุดสัมผัสระหว่างวัน
  10. สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยประจำ ว่าคลินิกผ่านทั้งการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อก่อนเปิดอีกครั้ง นัดหมายทีมพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในคลินิก

ก่อน

  • พื้นล้างแล้ว แต่ห้องทำแผลยังไม่มีใครกล้าใช้
  • อ่างล้างมือมีกลิ่น และผนังส่วนล่างเริ่มมีจุดดำ
  • เจ้าหน้าที่แบ่งกันเช็ดคนละห้อง ไม่แน่ใจว่าครบทุกจุด
  • ผู้ป่วยประจำโทรถามทุกวันว่าจะเปิดเมื่อไร

หลัง

  • ทุกห้องได้รับการพ่นฆ่าเชื้อด้วยมาตรฐานเดียวกันในรอบเดียว
  • วัสดุที่ขึ้นราถูกรื้อ ระบบน้ำถูกไล่และตรวจสอบแล้ว
  • เจ้าหน้าที่กลับมาโฟกัสกับการดูแลผู้ป่วย
  • คลินิกเปิดอีกครั้งพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจนแก่ผู้ป่วย

กรณีตัวอย่าง: สามวันก่อนคลินิกของหมอเอเปิดอีกครั้ง

หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

วันแรก หมอเอให้ทีมช่างรื้อผนังยิปซัมส่วนล่างที่ขึ้นรา ทิ้งผ้าก๊อซ สำลี และยาที่สัมผัสน้ำทั้งหมด ล้างพื้นและเคาน์เตอร์ ถอดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศไปล้าง และเปิดเครื่องลดความชื้นทั้งคืน วันที่สอง ช่างประปาไล่น้ำค้างท่อ ล้างถังเก็บน้ำ และตรวจเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำผู้ป่วย ส่วนเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ซ้ำได้ถูกส่งไปทำความสะอาดและทำให้ปลอดเชื้อตามขั้นตอนปกติของคลินิก

วันที่สาม ทีมพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาสำรวจร่วมกับพยาบาลหัวหน้า แบ่งคลินิกเป็นสี่โซน ได้แก่ ห้องรอตรวจและเคาน์เตอร์ ห้องตรวจ ห้องทำแผล และห้องน้ำกับห้องเก็บของ เครื่องมือที่ไวต่อความชื้นถูกคลุมไว้ ยาที่เหลือเก็บในตู้ปิด ทุกคนออกจากโซนระหว่างพ่น หลังพ่นเสร็จช่างแจ้งเวลากลับเข้าพื้นที่ แนะนำให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และให้เช็ดพื้นผิวเตรียมยาอีกครั้งก่อนใช้งาน

เช้าวันถัดมา คลินิกเปิดรับผู้ป่วยโดยแยกจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้และไอไว้หน้าคลินิก คุณป้าที่ต้องล้างแผลเบาหวานได้กลับมาทำแผลในห้องที่ผ่านทั้งการซ่อม การทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อ ส่วนหมอเอได้คำตอบที่อธิบายกับผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูคลินิกและสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม

ความปลอดภัยและการประเมิน

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้ โดยเฉพาะปลั๊กและเครื่องมือที่อยู่ระดับต่ำ
  • ถ่ายภาพความเสียหายทั้งหมดก่อนรื้อ เพื่อใช้กับประกันภัย
  • แจ้งหน่วยงานที่กำกับดูแลตามข้อกำหนดของสถานพยาบาลแต่ละประเภท

ทิ้งหรือเก็บ

  • ทิ้งยา เวชภัณฑ์ วัสดุทำแผล และบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อที่สัมผัสน้ำท่วม
  • รื้อวัสดุพรุนที่เปียก เช่น ยิปซัม ฉนวน พรม และเบาะที่ขึ้นรา
  • ส่งเครื่องมือแพทย์ที่สัมผัสน้ำให้ผู้ผลิตหรือช่างเครื่องมือแพทย์ประเมิน

ระบบน้ำและอากาศ

  • ไล่น้ำค้างท่อ ล้างถังเก็บน้ำ และตรวจเครื่องทำน้ำอุ่นตามคำแนะนำของช่าง
  • ล้างสายน้ำของยูนิตทำฟันตามคู่มือผู้ผลิต
  • ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ และทำให้อาคารแห้งด้วยเครื่องลดความชื้น

ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อ

  • ขนโคลน ขัดล้างพื้น ผนัง เคาน์เตอร์ และห้องน้ำ
  • นัดทีมพ่นฆ่าเชื้อหลังพื้นผิวสะอาดและเริ่มแห้ง
  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ และเช็ดพื้นผิวเตรียมยา

หลังเปิดให้บริการ

  • แยกจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้ ไอ และผื่น
  • ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยเป็นรอบตลอดวัน
  • เฝ้าระวังกลิ่นอับหรือคราบราที่กลับมา และแจ้งทีมงานหากพบ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในคลินิกและการพ่นฆ่าเชื้อ

ถาม: การจัดอันดับนี้ใช้แทนแนวทางควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาลได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ นี่เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยให้เห็นภาพความเสี่ยง สถานพยาบาลควรยึดแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อของตนเองเป็นหลัก

ถาม: การพ่นฆ่าเชื้อแทนการทำให้ปลอดเชื้อของเครื่องมือแพทย์ได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ บริการนี้ใช้กับพื้นผิวของอาคาร เครื่องมือแพทย์ต้องผ่านการทำความสะอาดและทำให้ปลอดเชื้อตามมาตรฐานวิชาชีพ

ถาม: ระบบน้ำที่อาจมีลีจิโอเนลลา จัดการด้วยการพ่นได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ เชื้อในระบบท่อต้องจัดการด้วยการไล่น้ำ การล้างถังเก็บน้ำ และแผนจัดการระบบน้ำโดยช่างหรือวิศวกร การพ่นช่วยเฉพาะพื้นผิวรอบ ๆ

ถาม: ต้องปิดคลินิกนานแค่ไหนระหว่างพ่น
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นแล้วจึงใช้พื้นที่ตามปกติ แต่ระยะเวลาทั้งหมดขึ้นกับขนาดคลินิกและจำนวนโซน ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน

ถาม: น้ำยามีผลต่อเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
ตอบ: ช่างจะสำรวจและแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์ที่ไวต่อความชื้นก่อนพ่น หากมีข้อกังวลเฉพาะ ควรสอบถามล่วงหน้า

ถาม: ร้านขายยาหรือคลินิกทันตกรรมใช้บริการได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ทีมงานวางแผนตามลักษณะพื้นที่ เช่น ชั้นวางยา ห้องทำฟัน และห้องน้ำ และออกใบกำกับภาษีได้

ถาม: ขอเอกสารผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ติดต่อ WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

คลินิกล้างและซ่อมเสร็จแล้ว ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดรับผู้ป่วย

ผู้ป่วยของคุณรอคลินิกเปิดอยู่ ปิดงานฟื้นฟูด้วยการพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่ในรอบเดียว เพื่อเปิดให้บริการอย่างมั่นใจ

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับคลินิก

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อคลินิก #สถานพยาบาลหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, คลินิกน้ำท่วม, สถานพยาบาลหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อคลินิก, ซูโดโมแนส, ลีจิโอเนลลา, เชื้อราหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้