Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
คลินิกและสถานพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องกลับมาเปิดให้บริการเร็วที่สุดหลังน้ำลด เพราะชุมชนต้องการหมอ ยา และการทำแผล แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผู้มาใช้บริการเปราะบางที่สุดเช่นกัน บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล นี้รวบรวมเชื้อโรค 10 กลุ่มที่ควรได้รับความสำคัญเมื่อคลินิก ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม ศูนย์ฟอกไต หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถูกน้ำท่วม พร้อมเกณฑ์การจัดอันดับที่ชัดเจน จุดที่เชื้อซ่อนอยู่ในอาคาร กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยง วิธีป้องกัน และเหตุผลที่การปิดงานด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จาก World Health Disinfection (WHD) หลังทำความสะอาดเสร็จ ช่วยให้สถานพยาบาลกลับมาเปิดได้อย่างมั่นใจขึ้น
ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่านเดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ในพื้นที่ขนาดนี้ ย่อมมีคลินิกห้องแถว ร้านขายยา คลินิกทันตกรรม และสถานพยาบาลขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ชั้นล่างถูกน้ำท่วม
ความต่างระหว่างบ้านกับคลินิกคือ คนที่เดินเข้าคลินิกมักเป็นคนที่ป่วยอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวานที่มาทำแผล เด็กเล็กที่มีไข้ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อที่สำหรับคนแข็งแรงอาจก่อปัญหาเพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงให้แนวทางเฉพาะสำหรับการฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบน้ำ ระบบปรับอากาศ วัสดุที่ขึ้นรา เวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำ และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นผิว
ข้อสำคัญ: การพ่นฆ่าเชื้อเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนในการฟื้นฟู ไม่ได้ทดแทนแนวทางควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาล การทำให้ปลอดเชื้อของเครื่องมือแพทย์ การตรวจสอบระบบน้ำโดยวิศวกร หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล สถานพยาบาลควรปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อของตนเองเป็นหลัก
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของคลินิกหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ
หมอเอเปิดคลินิกเวชกรรมเล็ก ๆ ในอาคารพาณิชย์สองคูหาในตัวอำเภอแห่งหนึ่ง ชั้นล่างเป็นห้องรอตรวจ ห้องตรวจ ห้องทำแผล และห้องเก็บยา ชั้นบนเป็นที่พักของครอบครัว เมื่อน้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้ามาในตลาด น้ำสีขุ่นปนน้ำทิ้งจากท่อระบายก็ไหลเข้าคลินิกและท่วมอยู่หลายวัน หมอเอกับพยาบาลขนยาบางส่วนขึ้นชั้นบนได้ทัน แต่เตียงตรวจ ตู้เก็บผ้าก๊อซ เก้าอี้ห้องรอ เครื่องปรับอากาศตัวล่าง และผนังยิปซัมส่วนล่างจมน้ำทั้งหมด
เมื่อน้ำลด ผู้ป่วยประจำเริ่มโทรมาถามว่าคลินิกจะเปิดเมื่อไร คุณป้าที่เป็นเบาหวานต้องล้างแผลที่เท้าทุกสองวัน เด็กหลายคนในละแวกเริ่มมีไข้และไอ และคนที่ลุยน้ำหลายคนก็อยากให้หมอตรวจ หมอเอรู้ว่าชุมชนต้องการคลินิก แต่ก็รู้ด้วยว่าห้องทำแผลที่เพิ่งจมน้ำเสียไม่ควรใช้ทันที ผนังยิปซัมเริ่มมีจุดดำ ท่อน้ำในอ่างล้างมือมีกลิ่น และเครื่องปรับอากาศเปิดแล้วมีกลิ่นอับ
หมอเอจึงตั้งคำถามสามข้อ ข้อแรก เชื้อตัวไหนที่ผู้ป่วยของเราเสี่ยงที่สุดหากเปิดเร็วเกินไป ข้อสอง อะไรบ้างที่ต้องทิ้ง อะไรล้างได้ และข้อสาม หลังจากล้างและซ่อมแล้ว ใครจะช่วยฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งคลินิกให้ได้มาตรฐานเดียวกันภายในเวลาที่จำกัด การจัดอันดับด้านล่างช่วยตอบข้อแรก และส่วนท้ายของบทความช่วยตอบข้อที่เหลือ
การจัดอันดับนี้เป็น การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่การจัดอันดับทางการ ไม่ได้มาจากสถิติการติดเชื้อชุดใด และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เราใช้เกณฑ์ดังนี้
เชื้อที่อยู่อันดับท้ายยังคงสำคัญ เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลบางประเภทมากกว่าประเภทอื่น เช่น คลินิกเด็ก หรือคลินิกที่มีห้องเก็บของชั้นล่าง
ทำไมอยู่อันดับ 1: ซูโดโมแนสเป็นแบคทีเรียที่อยู่ได้ดีในน้ำและพื้นผิวเปียก และเป็นเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในสถานพยาบาลมาอย่างยาวนาน หลังน้ำท่วม ท่อระบายน้ำ อ่างล้างมือ และพื้นที่อับชื้นในคลินิกกลายเป็นที่อยู่ที่เหมาะสม เชื้อนี้ยังมีแนวโน้มดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด จึงเป็นเชื้อที่ควรคิดถึงเป็นอันดับแรกเมื่อจะเปิดห้องทำแผลอีกครั้ง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ท่อระบายของอ่างล้างมือ ก๊อกน้ำ ฝักบัวในห้องน้ำผู้ป่วย ถังน้ำ ผ้าถูพื้นที่ไม่แห้ง และอุปกรณ์ที่เคยจมน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: การติดเชื้อที่แผล โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ แผลเบาหวาน และแผลผ่าตัด การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้ใส่สายสวน และการติดเชื้อในปอดของผู้ป่วยหนัก ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงที่สุด
วิธีป้องกัน: ทิ้งวัสดุทำแผลที่สัมผัสน้ำ ล้างและขัดอ่างล้างมือและท่อระบาย เปิดน้ำไล่ในระบบตามคำแนะนำของช่าง ไม่วางอุปกรณ์สะอาดใกล้อ่างล้างมือ และใช้ผ้าถูพื้นที่ซักและตากแห้งแล้ว
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังขัดล้างพื้นผิวและอ่างล้างมือแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดแบคทีเรียบนพื้นผิวแข็งทั่วห้องทำแผลและห้องตรวจ ซูโดโมแนสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม แต่ WHD ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สถานพยาบาลสามารถขอดูเอกสารผลทดสอบได้ ส่วนภายในท่อและระบบน้ำต้องจัดการด้วยการไล่น้ำและตรวจสอบโดยช่างหรือวิศวกร
ทำไมอยู่อันดับ 2: สำหรับคนทั่วไป เชื้อรามักทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ แต่สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก สปอร์ของแอสเปอร์จิลลัสอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในปอดได้ แนวทางฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วมจึงให้ความสำคัญกับการรื้อวัสดุที่ขึ้นราและการควบคุมฝุ่นระหว่างซ่อมแซม
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน ฉนวน พรม ม่านกั้นเตียง เบาะเก้าอี้ห้องรอ แผ่นกรองและถาดน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ และกล่องกระดาษในห้องเก็บของ หากไม่ได้ทำให้แห้งภายในราว 24 ถึง 48 ชั่วโมงตามคำแนะนำทั่วไปของ CDC เชื้อราจะเริ่มเติบโต
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ หายใจลำบาก หอบหืดกำเริบ ระคายเคืองตาและจมูก และในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากอาจเกิดการติดเชื้อราที่ปอด
วิธีป้องกัน: รื้อวัสดุพรุนที่ขึ้นราออก ใช้ผ้าใบกั้นพื้นที่ซ่อมไม่ให้ฝุ่นลอยไปห้องอื่น ล้างและเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ไม่ให้ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำเข้าใกล้พื้นที่ซ่อม และใช้เครื่องลดความชื้นจนอาคารแห้ง
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังรื้อและขัดล้างแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อราที่ยังติดบนพื้นผิวแข็ง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา แต่ไม่ได้อ้างผลเฉพาะแอสเปอร์จิลลัส การพ่นไม่ได้ทดแทนการรื้อวัสดุที่ขึ้นราหนัก และหากยังมีกลิ่นอับหลังอาคารแห้ง อาจใช้ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในอาคาร เป็นขั้นตอนเสริม
ทำไมอยู่อันดับ 3: เมื่อคลินิกปิดหลายวัน น้ำในท่อ ถังเก็บน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และฝักบัวจะค้างนิ่ง CDC ระบุว่าน้ำที่ค้างในระบบประปาของอาคารเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตของลีจิโอเนลลา ซึ่งทำให้เกิดโรคปอดอักเสบชนิดหนึ่งเมื่อสูดละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าไป
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ถังเก็บน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ฝักบัว ก๊อกที่ไม่ได้ใช้ หอผึ่งเย็นของอาคารขนาดใหญ่ และเครื่องพ่นละอองที่เติมน้ำไม่สะอาด
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย คล้ายปอดอักเสบ ผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ ผู้มีโรคปอดเรื้อรัง และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงกว่า
วิธีป้องกัน: ให้ช่างหรือวิศวกรตรวจสอบระบบน้ำ ไล่น้ำค้างท่อ ล้างถังเก็บน้ำ และทำตามแนวทางจัดการระบบน้ำของอาคาร เช่น แผนจัดการน้ำ (water management program) ที่ CDC แนะนำ ใช้น้ำปราศจากเชื้อในเครื่องพ่นละอองยา
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ต้องพูดตรง ๆ ว่าการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ได้แก้ปัญหาลีจิโอเนลลาในระบบท่อ เชื้อนี้ต้องจัดการด้วยการจัดการระบบน้ำ การพ่นช่วยในส่วนของพื้นผิวรอบอ่างและห้องน้ำหลังทำความสะอาดเท่านั้น ลีจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ
ทำไมอยู่อันดับ 4: น้ำท่วมที่ไหลผ่านตลาดและท่อระบายมักปนน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ทำให้แบคทีเรียในกลุ่มลำไส้ เช่น อีโคไลและเคล็บซิเอลลา เข้ามาเคลือบพื้นผิวในคลินิก เชื้อกลุ่มนี้บางสายพันธุ์ดื้อยาและเป็นปัญหาในสถานพยาบาล จึงไม่ควรปล่อยให้ค้างอยู่บนพื้นผิวที่ผู้ป่วยสัมผัส
ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องรอ ห้องน้ำผู้ป่วย ขาเตียงตรวจ ขอบประตู ล้อรถเข็น และโคลนที่ติดตามซอกมุม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อที่แผล และในผู้ป่วยที่อ่อนแออาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้สูงอายุ ผู้ใส่สายสวน และผู้ป่วยที่มีแผลเปิดเสี่ยงที่สุด
วิธีป้องกัน: ขนโคลนออกทั้งหมด ล้างพื้นและผนังส่วนล่างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ทิ้งเวชภัณฑ์และผ้าที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วยทุกครั้ง
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นหลังทำความสะอาดช่วยให้พื้นผิวทั้งคลินิก รวมถึงซอกที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง ได้รับน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง เชื้อทั้งสองอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม โดยไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ ส่วนซัลโมเนลลาซึ่งเป็นเชื้อจากอุจจาระอีกชนิด เป็นเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุชื่อไว้โดยตรง
ทำไมอยู่อันดับ 5: สแตฟิโลคอคคัส ออเรียสเป็นเชื้อที่พบบ่อยในการติดเชื้อที่ผิวหนังและแผล และสายพันธุ์ดื้อยาเมทิซิลลิน (MRSA) เป็นที่รู้จักดีในสถานพยาบาล หลังน้ำท่วม ผู้ป่วยที่มีแผลจากการลุยน้ำและเศษวัสดุจะมาทำแผลที่คลินิกมากขึ้น จุดสัมผัสร่วมจึงต้องสะอาด
ซ่อนอยู่ที่ไหน: เตียงตรวจ ราวจับ ปากกาหน้าเคาน์เตอร์ เครื่องวัดความดัน ลูกบิดประตู และโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ฝี แผลอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อรุนแรงกว่าในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยฟอกไต และผู้สูงอายุ
วิธีป้องกัน: ล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย เช็ดจุดสัมผัสร่วมเป็นรอบ ใช้ผ้าปูเตียงตรวจแบบใช้ครั้งเดียว และแยกอุปกรณ์ทำแผลแต่ละราย
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ก่อนเปิดคลินิกอีกครั้ง การพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่หลังทำความสะอาดช่วยตั้งต้นใหม่ให้จุดสัมผัสทุกจุดพร้อมกัน เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะ MRSA ในบทความนี้ หลังจากนั้นคลินิกยังต้องทำความสะอาดตามรอบปกติของตนเอง
ทำไมอยู่อันดับ 6: หลังน้ำท่วม ผู้ป่วยท้องเสียและอาเจียนมักมาคลินิกมากขึ้น โนโรไวรัสแพร่ได้ง่ายมากผ่านมือ พื้นผิว และละอองจากอาเจียน และคงทนบนพื้นผิวได้ค่อนข้างดี ห้องน้ำผู้ป่วยและห้องรอตรวจจึงอาจกลายเป็นจุดแพร่เชื้อหากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ชักโครก ก๊อกน้ำ ที่กดสบู่ เก้าอี้ห้องรอ ถังขยะ และพื้นที่เคยมีอาเจียน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนและท้องเสียเฉียบพลัน ปวดท้อง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
วิธีป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เพราะโนโรไวรัสทนต่อเจลแอลกอฮอล์ได้มากกว่าเชื้อหลายชนิด ทำความสะอาดอาเจียนทันทีโดยสวมถุงมือและหน้ากาก และแยกห้องน้ำสำหรับผู้ป่วยท้องเสียหากทำได้
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: โนโรไวรัสเป็นเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุชื่อไว้โดยตรง การพ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำและห้องรอตรวจหลังทำความสะอาดจึงตรงกับเชื้อชนิดนี้ โดยต้องไม่มีผู้ป่วยหรือเจ้าหน้าที่อยู่ในโซนระหว่างพ่น
ทำไมอยู่อันดับ 7: หลังน้ำท่วม ผู้คนอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง ร่างกายอ่อนล้า และหลายคนมาคลินิกด้วยอาการไข้และไอ ห้องรอตรวจที่แออัดจึงเป็นจุดที่ไวรัสทางเดินหายใจแพร่ได้ง่าย แม้ไวรัสกลุ่มนี้ไม่ได้มาจากน้ำท่วมโดยตรง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ละอองในห้องรอ เคาน์เตอร์ ปากกา เครื่องวัดไข้ เก้าอี้ และราวจับ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงต่ออาการรุนแรง
วิธีป้องกัน: แยกจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้และไอ ให้สวมหน้ากาก เปิดระบายอากาศ จัดเก้าอี้ให้ห่าง และทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อย
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุชื่อไว้ชัดเจนที่สุด ได้แก่ SARS-CoV-2 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 การพ่นฆ่าเชื้อห้องรอตรวจและห้องตรวจหลังทำความสะอาดจึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวได้ตรงจุด
ทำไมอยู่อันดับ 8: ไมโคแบคทีเรียกลุ่มนี้พบได้ในน้ำและดิน สร้างคราบไบโอฟิล์มในท่อได้ และเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ผิวหนังหลังหัตถการบางอย่าง โดยเฉพาะในคลินิกทันตกรรมที่สายน้ำของยูนิตทำฟันต้องดูแลเป็นพิเศษ หลังน้ำท่วมและการปิดคลินิกหลายวัน ความเสี่ยงเรื่องน้ำค้างในสายจึงเพิ่มขึ้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: สายน้ำของยูนิตทำฟัน ถังน้ำของเครื่องมือ ท่อประปาที่ไม่ได้ใช้ และเครื่องทำความชื้น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: การติดเชื้อที่ผิวหนังหรือแผลที่เกิดช้าและหายยาก และการติดเชื้อในปอดในผู้มีโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงที่สุด
วิธีป้องกัน: ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตยูนิตทำฟันเรื่องการล้างและบำรุงรักษาสายน้ำ ไล่น้ำในระบบก่อนเปิดให้บริการ และตรวจสอบคุณภาพน้ำตามแนวทางวิชาชีพ
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มไมโคแบคทีเรีย (mycobacteria) แต่ไม่ได้ระบุผลกับไมโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่วัณโรคแต่ละชนิด การพ่นช่วยในส่วนพื้นผิวของห้องทำฟันหลังทำความสะอาด ส่วนสายน้ำภายในยูนิตต้องจัดการตามคู่มือของผู้ผลิตเท่านั้น
ทำไมอยู่อันดับ 9: ฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในเด็กเล็ก เมื่อศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งปิดเพราะน้ำท่วมและเด็กไปรวมกันในศูนย์พักพิง คลินิกเด็กจึงอาจมีผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น เชื้อแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำในตุ่มใส และอุจจาระ
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่นในห้องรอ เบาะรองนั่ง โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ราวเตียงเด็ก และเครื่องชั่งน้ำหนักเด็ก
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มที่มือ เท้า และก้น เด็กเล็กเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ต้องพบแพทย์ทันที
วิธีป้องกัน: เก็บของเล่นที่ล้างยากออกจากห้องรอ แยกพื้นที่รอสำหรับเด็กที่มีไข้และผื่น ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และเช็ดเครื่องชั่งหลังใช้ทุกครั้ง
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสมือเท้าปากเป็นเชื้อที่ข้อมูลบริการของ WHD ระบุชื่อไว้ การพ่นฆ่าเชื้อห้องรอเด็กและห้องตรวจเด็กหลังทำความสะอาดจึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวได้ตรงจุด
ทำไมอยู่อันดับ 10: สำหรับผู้ป่วยที่มาคลินิก ความเสี่ยงจากเชื้อนี้ภายในอาคารต่ำกว่าเชื้ออื่น แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ลงไปเก็บกวาดห้องเก็บของ ห้องเครื่อง หรือที่จอดรถชั้นใต้ดิน ความเสี่ยงมีจริง เพราะหนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัยในอาคารและทิ้งปัสสาวะไว้ตามพื้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ห้องเก็บของ ห้องเก็บแฟ้ม ใต้ชั้นวาง ที่จอดรถ และน้ำขังรอบอาคาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง เจ้าหน้าที่ที่มีแผลและลุยน้ำเสี่ยงที่สุด
วิธีป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางเมื่อเก็บกวาด ปิดแผล วางแผนกำจัดหนู และพบแพทย์หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำ
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังล้างห้องเก็บของและพื้นที่ที่พบร่องรอยหนู การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดแบคทีเรียบนพื้นผิว เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม โดยไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ
เมื่อดูทั้งสิบอันดับ จะเห็นว่าเชื้อในสถานพยาบาลแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือ เชื้อที่อยู่ในระบบน้ำ ได้แก่ ซูโดโมแนส ลีจิโอเนลลา และไมโคแบคทีเรีย ซึ่งต้องจัดการด้วยการไล่น้ำและดูแลระบบน้ำเป็นหลัก กลุ่มที่สองคือ เชื้อที่อยู่ในวัสดุและอากาศ อย่างเชื้อรา ซึ่งต้องรื้อ ทำให้แห้ง และควบคุมฝุ่น กลุ่มที่สามคือ เชื้อบนพื้นผิวและจุดสัมผัส ได้แก่ แบคทีเรียลำไส้ สแตฟิโลคอคคัส โนโรไวรัส ไวรัสทางเดินหายใจ เอนเทอโรไวรัส และเลปโตสไปรา กลุ่มที่สามนี้คือกลุ่มที่การพ่นฆ่าเชื้อหลังทำความสะอาดช่วยได้มากที่สุด และยังช่วยเสริมงานของกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองในส่วนของพื้นผิวรอบ ๆ
WHO และ CDC ให้หลักเดียวกันคือ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ สำหรับสถานพยาบาล ขั้นตอนฆ่าเชื้อควรครอบคลุมทั้งพื้นที่ในรอบเดียวก่อนเปิดรับผู้ป่วย
World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นละอองและพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ตามข้อมูลบริการ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น SARS-CoV-2 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสมือเท้าปาก โนโรไวรัส ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และเชื้อรา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99%
หน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุว่ากลุ่มลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย สำหรับสถานพยาบาลที่ต้องการเอกสารประกอบการตัดสินใจ สามารถขอข้อมูลผลทดสอบของผลิตภัณฑ์สำหรับเชื้อที่สนใจได้ และสำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เราจะไม่อ้างผลเกินกว่าข้อมูลที่มี
เราไม่กล่าวอ้างว่าไม่มีสารตกค้างเลย พื้นผิวที่สัมผัสผู้ป่วยโดยตรงหรือพื้นผิวเตรียมยาควรเช็ดตามคำแนะนำของช่างและตามแนวปฏิบัติของสถานพยาบาล นอกจากนี้ บริการนี้ไม่ใช่การทำให้ปลอดเชื้อ (sterilization) ของเครื่องมือแพทย์ ซึ่งต้องทำตามมาตรฐานวิชาชีพเท่านั้น
หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
วันแรก หมอเอให้ทีมช่างรื้อผนังยิปซัมส่วนล่างที่ขึ้นรา ทิ้งผ้าก๊อซ สำลี และยาที่สัมผัสน้ำทั้งหมด ล้างพื้นและเคาน์เตอร์ ถอดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศไปล้าง และเปิดเครื่องลดความชื้นทั้งคืน วันที่สอง ช่างประปาไล่น้ำค้างท่อ ล้างถังเก็บน้ำ และตรวจเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำผู้ป่วย ส่วนเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ซ้ำได้ถูกส่งไปทำความสะอาดและทำให้ปลอดเชื้อตามขั้นตอนปกติของคลินิก
วันที่สาม ทีมพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาสำรวจร่วมกับพยาบาลหัวหน้า แบ่งคลินิกเป็นสี่โซน ได้แก่ ห้องรอตรวจและเคาน์เตอร์ ห้องตรวจ ห้องทำแผล และห้องน้ำกับห้องเก็บของ เครื่องมือที่ไวต่อความชื้นถูกคลุมไว้ ยาที่เหลือเก็บในตู้ปิด ทุกคนออกจากโซนระหว่างพ่น หลังพ่นเสร็จช่างแจ้งเวลากลับเข้าพื้นที่ แนะนำให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และให้เช็ดพื้นผิวเตรียมยาอีกครั้งก่อนใช้งาน
เช้าวันถัดมา คลินิกเปิดรับผู้ป่วยโดยแยกจุดคัดกรองผู้ป่วยไข้และไอไว้หน้าคลินิก คุณป้าที่ต้องล้างแผลเบาหวานได้กลับมาทำแผลในห้องที่ผ่านทั้งการซ่อม การทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อ ส่วนหมอเอได้คำตอบที่อธิบายกับผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ
ถาม: การจัดอันดับนี้ใช้แทนแนวทางควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาลได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ นี่เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยให้เห็นภาพความเสี่ยง สถานพยาบาลควรยึดแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อของตนเองเป็นหลัก
ถาม: การพ่นฆ่าเชื้อแทนการทำให้ปลอดเชื้อของเครื่องมือแพทย์ได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ บริการนี้ใช้กับพื้นผิวของอาคาร เครื่องมือแพทย์ต้องผ่านการทำความสะอาดและทำให้ปลอดเชื้อตามมาตรฐานวิชาชีพ
ถาม: ระบบน้ำที่อาจมีลีจิโอเนลลา จัดการด้วยการพ่นได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ เชื้อในระบบท่อต้องจัดการด้วยการไล่น้ำ การล้างถังเก็บน้ำ และแผนจัดการระบบน้ำโดยช่างหรือวิศวกร การพ่นช่วยเฉพาะพื้นผิวรอบ ๆ
ถาม: ต้องปิดคลินิกนานแค่ไหนระหว่างพ่น
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นแล้วจึงใช้พื้นที่ตามปกติ แต่ระยะเวลาทั้งหมดขึ้นกับขนาดคลินิกและจำนวนโซน ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน
ถาม: น้ำยามีผลต่อเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
ตอบ: ช่างจะสำรวจและแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์ที่ไวต่อความชื้นก่อนพ่น หากมีข้อกังวลเฉพาะ ควรสอบถามล่วงหน้า
ถาม: ร้านขายยาหรือคลินิกทันตกรรมใช้บริการได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ทีมงานวางแผนตามลักษณะพื้นที่ เช่น ชั้นวางยา ห้องทำฟัน และห้องน้ำ และออกใบกำกับภาษีได้
ถาม: ขอเอกสารผลทดสอบของผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่
ตอบ: ได้ ติดต่อ WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ผู้ป่วยของคุณรอคลินิกเปิดอยู่ ปิดงานฟื้นฟูด้วยการพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นที่ในรอบเดียว เพื่อเปิดให้บริการอย่างมั่นใจ
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับคลินิก
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อคลินิก #สถานพยาบาลหลังน้ำท่วม #Chemgene
คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คลินิกและสถานพยาบาล, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, คลินิกน้ำท่วม, สถานพยาบาลหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อคลินิก, ซูโดโมแนส, ลีจิโอเนลลา, เชื้อราหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H