จัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม 2569: 10 เชื้อจากมูล ปัสสาวะ และขาแมลงที่ทิ้งไว้บนพื้นผิว พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม 2569: 10 เชื้อจากมูล ปัสสาวะ และขาแมลงที่ทิ้งไว้บนพื้นผิว พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

จัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม 2569: 10 เชื้อจากมูล ปัสสาวะ และขาแมลงที่ทิ้งไว้บนพื้นผิว พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

เมื่อน้ำท่วมโพรงใต้ดิน ท่อระบายน้ำ และกองขยะ หนูและแมลงสาบที่เคยซ่อนตัวอยู่ในที่ต่ำจะหนีขึ้นมาหาที่แห้ง และที่แห้งที่ใกล้ที่สุดก็คือบ้าน ร้านค้า โกดัง และห้องครัวของเรา หลังน้ำลด หลายครอบครัวจึงพบมูลหนูบนชั้นวางของ รอยกัดแทะถุงข้าวสาร และแมลงสาบวิ่งออกมาจากท่อน้ำทิ้งมากกว่าปกติ สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ความสกปรกที่มองเห็น แต่คือเชื้อโรคที่สัตว์เหล่านี้ทิ้งไว้บนพื้นผิวผ่านปัสสาวะ มูล น้ำลาย และขาที่เดินผ่านสิ่งปฏิกูล บทความ จัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม ชิ้นนี้ จะเรียงลำดับเชื้อ 10 อันดับ พร้อมจุดเสี่ยง อาการ วิธีป้องกัน และบทบาทของ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ในการจัดการเชื้อที่ค้างอยู่ หลังจากควบคุมสัตว์พาหะและทำความสะอาดแล้ว

น้ำท่วม 2569 ไล่หนูและแมลงสาบขึ้นมาอยู่ร่วมบ้านกับคน

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวเดลินิวส์ อุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ในช่วงที่น้ำท่วมสูง หนูจะว่ายน้ำและปีนขึ้นที่สูง เช่น ชั้นสองของบ้าน ฝ้าเพดาน ตู้ และชั้นวางของ ส่วนแมลงสาบซึ่งอาศัยในท่อระบายน้ำและบ่อพักน้ำเสียก็จะคลานขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้งและรอยแตกของผนัง เมื่อน้ำลด สัตว์เหล่านี้มักยังไม่ยอมกลับไป เพราะในบ้านมีอาหารที่เปียกน้ำ ขยะที่ยังไม่ได้ขนออก และมุมอับชื้นให้หลบซ่อน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค เตือนตรงกันว่าหลังน้ำท่วมควรระวังโรคที่มากับสัตว์พาหะ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู และแนะนำให้กำจัดแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนของหนู ทำความสะอาดมูลและปัสสาวะสัตว์อย่างถูกวิธี และฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อน

สิ่งสำคัญที่ต้องบอกตรง ๆ ตั้งแต่ต้นคือ การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไม่ใช่การกำจัดหนูหรือแมลงสาบ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยจัดการเชื้อโรคที่สัตว์เหล่านี้ทิ้งไว้บนพื้นผิว แต่การลดจำนวนสัตว์พาหะต้องใช้การจัดการแหล่งอาหาร ปิดช่องทางเข้า และการควบคุมสัตว์รบกวนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นควบคู่กันไป

กรณีตัวอย่าง: ร้านขายของชำในตลาดชุมชนที่เจอมูลหนูทั่วชั้นวางหลังน้ำลด

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

พี่นิดเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ในตลาดชุมชนแห่งหนึ่งในภาคกลาง ช่วงที่น้ำท่วมเข้าร้านราวหนึ่งสัปดาห์ เธอย้ายสินค้าขึ้นชั้นบนสุดของชั้นวางและปิดร้านไว้ เมื่อกลับมาเปิดร้านหลังน้ำลด ภาพแรกที่เห็นคือมูลหนูเม็ดเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วชั้นวาง ถุงข้าวสารและขนมหลายถุงถูกกัดแทะ มีคราบปัสสาวะแห้งเป็นทางยาวตามขอบชั้น และกลิ่นสาบฉุนลอยอยู่ในร้าน ตอนกลางคืนยังเห็นแมลงสาบตัวใหญ่วิ่งออกมาจากรูระบายน้ำหลังร้านหลายตัว

ลูกจ้างของพี่นิดรีบกวาดมูลหนูด้วยไม้กวาดแห้ง ทำให้ฝุ่นฟุ้งไปทั่วร้าน จากนั้นก็เช็ดชั้นวางด้วยผ้าชุบน้ำแล้วเรียงสินค้าใหม่ ไม่กี่วันต่อมา ลูกจ้างคนนั้นมีไข้สูง ปวดน่อง และตาแดง พี่นิดพาไปพบแพทย์ ซึ่งถามประวัติว่าได้ลุยน้ำหรือสัมผัสปัสสาวะหนูหรือไม่ แพทย์ให้การรักษาและแนะนำให้ร้านทำความสะอาดใหม่อย่างถูกวิธี โดยห้ามกวาดมูลหนูแบบแห้ง

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ในหลายร้านค้าและบ้านเรือนหลังน้ำท่วม การรู้ว่าหนูและแมลงสาบพาเชื้อชนิดใดมาบ้าง และควรทำความสะอาดอย่างไร จึงช่วยป้องกันไม่ให้การเก็บกวาดกลายเป็นการรับเชื้อเสียเอง

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม

อันดับในบทความนี้เป็น การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ World Health Disinfection (WHD) ไม่ใช่อันดับทางการ และไม่ได้อ้างอิงสถิติจำนวนผู้ป่วย เราพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้ร่วมกัน

  • ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ตามคำเตือนของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค เช่น โรคฉี่หนูที่ถูกกล่าวถึงทุกครั้งที่มีอุทกภัย
  • ความชัดเจนของความเชื่อมโยงกับหนูหรือแมลงสาบ สัตว์เป็นแหล่งเชื้อโดยตรง หรือเป็นพาหะที่พาเชื้อติดตัวไปเท่านั้น
  • เส้นทางที่เชื้อถึงคนผ่านพื้นผิว เช่น อาหาร ภาชนะ ชั้นวาง พื้น ฝุ่น และบาดแผล
  • ความรุนแรงของโรค และกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว
  • ความพบบ่อยในบริบทประเทศไทย อธิบายเชิงคุณภาพ ไม่ระบุตัวเลข

อันดับนี้มีไว้เพื่อช่วยวางลำดับความสำคัญในการทำความสะอาดและเฝ้าระวังอาการ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์

อันดับ 1: เชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคฉี่หนู (Leptospira) จากปัสสาวะหนู

ทำไมจึงอยู่อันดับ 1: หนูเป็นแหล่งรังโรคสำคัญของเชื้อเลปโตสไปรา โดยหนูที่ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการแต่ขับเชื้อออกมากับปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะหนูปนในน้ำท่วม แอ่งน้ำ หรือโคลนเปียก เชื้อจะเข้าสู่คนทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องโรคฉี่หนูทุกครั้งที่มีน้ำท่วม จึงเป็นเชื้อที่เกี่ยวข้องกับหนูและน้ำท่วมชัดเจนที่สุด

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: แอ่งน้ำขังในลานบ้าน ใต้ถุน โกดัง พื้นที่เก็บของ ชั้นวางสินค้าที่มีคราบปัสสาวะหนู รอบถังขยะ และท่อระบายน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่ตับ ไต หรือปอด ผู้ที่ลุยน้ำ ทำความสะอาดโดยไม่สวมรองเท้าบูทและถุงมือ หรือมีแผลที่มือและเท้า เสี่ยงที่สุด หากมีไข้หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่ที่มีหนู ควรพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติ

การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ปิดแผลก่อนทำความสะอาด ระบายน้ำขัง เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท และไม่ใช้มือเปล่าจับสิ่งของที่มีคราบปัสสาวะหนู

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: หลังจัดการแหล่งอาหารของหนูและเก็บกวาดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อพื้น ชั้นวาง และพื้นที่ที่หนูเคยเดินผ่านช่วยลดเชื้อที่ค้าง เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม โดย WHD ไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ และยินดีให้ข้อมูลเมื่อสอบถาม

อันดับ 2: ซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทั้งหนูและแมลงสาบพาไปถึงอาหาร

ทำไมจึงอยู่อันดับ 2: หนูสามารถเป็นแหล่งของเชื้อซัลโมเนลลาในลำไส้และขับออกมากับมูล ส่วนแมลงสาบที่เดินผ่านท่อน้ำเสียและขยะสามารถพาเชื้อติดขาและลำตัวไปยังอาหารและภาชนะ เชื้อนี้จึงเชื่อมโยงกับสัตว์พาหะทั้งสองชนิดพร้อมกัน และเป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษ

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: ชั้นวางอาหารแห้ง ถุงข้าวสารที่ถูกกัดแทะ เคาน์เตอร์ครัว ภาชนะที่วางคว่ำไว้ ตู้กับข้าว และพื้นที่รอบถังขยะ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อน ควรพบแพทย์หากมีไข้สูงหรืออาการไม่ดีขึ้น

การป้องกัน: ทิ้งอาหารที่ถูกกัดแทะหรือมีมูลหนู ล้างภาชนะก่อนใช้ทุกครั้ง เก็บอาหารในกล่องที่ปิดสนิท และปรุงอาหารให้สุก

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ซัลโมเนลลาเป็นหนึ่งในเชื้อที่ระบุว่าน้ำยา CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม การพ่นชั้นวาง พื้น และผนังรอบพื้นที่เก็บอาหารหลังขนสินค้าเสียหายออกและล้างแล้ว ช่วยลดเชื้อที่หนูและแมลงสาบทิ้งไว้

อันดับ 3: อีโคไล (Escherichia coli) ที่แมลงสาบพาจากท่อน้ำเสียขึ้นมาบนเคาน์เตอร์

ทำไมจึงอยู่อันดับ 3: แมลงสาบอาศัยและหากินในท่อระบายน้ำ บ่อพัก และส้วม ซึ่งเต็มไปด้วยแบคทีเรียจากอุจจาระ เมื่อคลานขึ้นมาในครัวหลังน้ำท่วม มันจึงพาอีโคไลและแบคทีเรียลำไส้อื่น ๆ ติดขามาด้วย การศึกษาจำนวนมากพบแบคทีเรียหลายกลุ่มบนตัวแมลงสาบ แมลงสาบจึงเป็นพาหะเชิงกลที่ย้ายเชื้อจากที่สกปรกไปสู่ที่สะอาด

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: เคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน ที่คว่ำจาน เขียง ใต้ตู้เย็น และรอบรูระบายน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง บางชนิดทำให้ถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุขาดน้ำได้ง่าย

การป้องกัน: ปิดฝารูระบายน้ำตอนกลางคืน ไม่ทิ้งเศษอาหารค้างในอ่าง ล้างจานแล้วเก็บในตู้ปิด และเช็ดเคาน์เตอร์ก่อนเตรียมอาหาร

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: อีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม WHD ไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ และยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติม การพ่นรอบอ่าง ใต้ตู้ และรอบท่อหลังทำความสะอาดช่วยลดเชื้อตามเส้นทางที่แมลงสาบเดิน

อันดับ 4: ชิเกลลา (Shigella) เชื้อบิดที่แมลงสาบอาจพาไปสู่อาหาร

ทำไมจึงอยู่อันดับ 4: ชิเกลลามาจากอุจจาระของคน และทำให้ป่วยได้แม้รับเชื้อเพียงเล็กน้อย แมลงสาบที่ผ่านส้วมหรือท่อน้ำเสียจึงเป็นเส้นทางหนึ่งที่อาจพาเชื้อไปยังอาหารที่วางเปิดไว้ ร่วมกับแมลงวันที่มักเพิ่มขึ้นหลังน้ำท่วมเช่นกัน

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: อาหารที่วางเปิดทิ้งไว้ จานชามบนโต๊ะ ห้องน้ำ และครัวที่อยู่ติดห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดบิด ถ่ายบ่อย บางรายมีมูกเลือด เด็กเล็กเสี่ยงที่สุด ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อถ่ายเป็นมูกเลือด

การป้องกัน: ปิดอาหารทุกครั้ง ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ล้างภาชนะก่อนใช้ และจัดการขยะเปียกทุกวัน

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ชิเกลลาจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม โดยไม่มีการกล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ การพ่นห้องน้ำและครัวหลังขัดล้างช่วยลดการปนเปื้อนบนพื้นผิว

อันดับ 5: สแตฟิโลคอคคัส เคล็บซิเอลลา ซูโดโมแนส และเอนเทอโรคอคคัส แบคทีเรียที่ติดตัวแมลงสาบ

ทำไมจึงอยู่อันดับ 5: นอกจากแบคทีเรียลำไส้แล้ว แมลงสาบยังอาจพาแบคทีเรียกลุ่มอื่นที่พบในสิ่งแวดล้อมและท่อระบายน้ำ เช่น สแตฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เคล็บซิเอลลา (Klebsiella) ซูโดโมแนส (Pseudomonas) และเอนเทอโรคอคคัส (Enterococcus) เชื้อเหล่านี้มักไม่ทำให้คนแข็งแรงป่วย แต่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่มีแผล ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งสำคัญมากสำหรับบ้านที่ดูแลผู้ป่วยและสถานพยาบาลขนาดเล็ก

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: ห้องผู้ป่วย อุปกรณ์ทำแผล ผ้าปูที่นอน ห้องน้ำ และพื้นที่ใกล้ท่อระบายน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลติดเชื้อ ฝี การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือปอดในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ

การป้องกัน: ปิดแผลให้มิดชิด เก็บอุปกรณ์ทำแผลในกล่องปิด เปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อย และอุดช่องที่แมลงสาบเข้าห้องผู้ป่วย

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เชื้อกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม โดย WHD ไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ การพ่นห้องผู้ป่วยต้องให้ผู้ป่วยย้ายออกระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างกำหนด

อันดับ 6: ฮันตาไวรัส (Hantavirus) จากฝุ่นมูลและปัสสาวะหนูที่แห้ง

ทำไมจึงอยู่อันดับ 6: ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสที่หนูบางชนิดเป็นแหล่งรังโรค เชื้อออกมากับปัสสาวะ มูล และน้ำลายของหนู คนติดเชื้อได้เมื่อสูดฝุ่นที่ฟุ้งจากมูลหรือปัสสาวะหนูที่แห้ง เช่น ตอนกวาดพื้นโกดังหรือห้องเก็บของ โรคนี้พบไม่บ่อยในประเทศไทย จึงอยู่อันดับกลาง แต่ถูกจัดไว้ในรายการเพราะเป็นเหตุผลสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำว่า ห้ามกวาดหรือดูดฝุ่นมูลหนูแบบแห้ง

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: โกดัง ห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน ใต้หลังคา ตู้ที่ปิดไว้นาน และพื้นที่ที่หนูทำรัง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย บางชนิดมีผลต่อไตหรือปอด ผู้ที่ทำความสะอาดพื้นที่ปิดทึบที่มีมูลหนูมากเสี่ยงที่สุด หากมีไข้หลังทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าวควรพบแพทย์และแจ้งประวัติ

การป้องกัน: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนเข้าไปทำความสะอาด สวมหน้ากาก ถุงมือยาง และแว่นตา พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้มูลและคราบปัสสาวะเปียกชุ่มทิ้งไว้ตามเวลาบนฉลาก แล้วใช้กระดาษหรือผ้าเก็บใส่ถุงปิดสนิท ห้ามกวาดหรือดูดฝุ่นแบบแห้ง

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม และจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม โดย WHD ไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ที่มีมูลหนูมากโดยช่างที่สวมอุปกรณ์ป้องกัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการให้คนในบ้านไปเก็บกวาดเอง

อันดับ 7: ไข้รากสาดใหญ่ชนิดมิวรีน (Rickettsia typhi) จากหมัดหนู

ทำไมจึงอยู่อันดับ 7: ไข้รากสาดใหญ่ชนิดมิวรีน (murine typhus) เกิดจากเชื้อริกเกตเซีย ซึ่งมีหนูเป็นแหล่งรังโรคและมีหมัดหนูเป็นพาหะ คนติดเชื้อเมื่ออุจจาระของหมัดเข้าทางรอยเกาหรือบาดแผล โรคนี้พบได้ในเขตเมืองของประเทศไทยที่มีหนูชุกชุม เมื่อหนูย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังน้ำท่วม หมัดหนูก็อาจตามมาด้วย

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: รังหนูในฝ้าเพดาน ตู้เก็บของ กองกระสอบ กล่องกระดาษ และมุมอับในโกดังหรือร้านค้า

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว บางรายมีผื่น ผู้ที่ทำงานในร้านค้า ตลาด และโกดังที่มีหนูมากควรสังเกตอาการ และพบแพทย์หากมีไข้ไม่ลด

การป้องกัน: กำจัดรังหนู อุดช่องทางเข้า ทิ้งกล่องกระดาษและกระสอบที่หนูทำรัง และใช้บริการควบคุมสัตว์รบกวนเมื่อมีหนูจำนวนมาก

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ต้องพูดตรง ๆ ว่าการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไม่ใช่วิธีกำจัดหมัดหรือหนู การป้องกันโรคนี้ต้องพึ่งการควบคุมหนูและหมัดเป็นหลัก การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากขนรังและวัสดุที่ปนเปื้อนออกแล้ว เพื่อจัดการเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอื่นที่ค้างอยู่บนพื้นผิว

อันดับ 8: ไข้จากหนูกัด (Streptobacillus moniliformis) จากการถูกกัดหรือข่วน

ทำไมจึงอยู่อันดับ 8: ไข้จากหนูกัด (rat-bite fever) เกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยในช่องปากและทางเดินหายใจของหนู คนติดเชื้อได้จากการถูกหนูกัดหรือข่วน หรือบางครั้งจากอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนสิ่งขับถ่ายของหนู โรคนี้พบไม่บ่อย แต่หลังน้ำท่วม คนจำนวนมากต้องย้ายของและเปิดตู้ที่หนูหลบอยู่ จึงเพิ่มโอกาสถูกกัด

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: ตู้ ลิ้นชัก กองของ ใต้เตียง และพื้นที่ที่หนูซ่อนตัวขณะเก็บกวาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ หนาวสั่น ปวดข้อ ผื่น อาการอาจเกิดหลังแผลหายแล้ว ผู้ที่ถูกหนูกัดหรือข่วนควรล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีและพบแพทย์

การป้องกัน: สวมถุงมือหนาเมื่อย้ายของ ใช้ไม้เคาะก่อนยื่นมือเข้าไปในซอกมืด ไม่จับหนูด้วยมือเปล่า และไม่ให้เด็กเล่นใกล้กองของที่ยังไม่ได้เก็บ

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: แบคทีเรียชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม แต่การป้องกันหลักคือการป้องกันการถูกกัดและการควบคุมหนู การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่หนูเคยสัมผัสหลังทำความสะอาดแล้ว

อันดับ 9: ไวรัสท้องร่วงที่ติดไปกับมูลและพื้นผิวที่สัตว์พาหะเดินผ่าน

ทำไมจึงอยู่อันดับ 9: ไวรัสท้องร่วง เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) มาจากอุจจาระของคน ไม่ได้มาจากหนูหรือแมลงสาบโดยตรง แต่เมื่อแมลงสาบเดินผ่านส้วม ท่อน้ำเสีย และกองขยะ แล้วมาเดินบนอาหารหรือภาชนะ ก็อาจเป็นหนึ่งในเส้นทางที่พาเชื้อที่ปนเปื้อนไปยังพื้นผิวที่สะอาด ความเชื่อมโยงจึงไม่ชัดเท่าเชื้ออันดับต้น แต่ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันอาหาร

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: อาหารที่วางเปิดไว้ ภาชนะ เคาน์เตอร์ และพื้นที่เตรียมอาหาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องเสีย หรืออ่อนเพลีย ตัวเหลืองในกรณีตับอักเสบเอ เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลเรื่องการขาดน้ำ

การป้องกัน: ปิดอาหารทุกครั้ง ล้างภาชนะก่อนใช้ ล้างมือด้วยสบู่ และกำจัดแมลงสาบออกจากครัว

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ระบุว่าน้ำยาครอบคลุม ส่วนไวรัสตับอักเสบเอจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ครอบคลุมในภาพรวม โดยสามารถขอข้อมูลผลทดสอบได้

อันดับ 10: สปอร์เชื้อราและสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบในมุมอับชื้น

ทำไมจึงอยู่อันดับ 10: อันดับนี้ต่างจากอันดับอื่น เพราะสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบไม่ใช่เชื้อโรค แต่เป็นโปรตีนจากมูล ซาก และคราบของแมลงสาบ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นโรคหืดและภูมิแพ้ที่สำคัญ โดยเฉพาะในเด็ก เมื่อรวมกับสปอร์เชื้อรา เช่น แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium) ที่เติบโตในมุมอับชื้นหลังน้ำท่วม ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่แมลงสาบชอบหลบซ่อน มุมเหล่านี้จึงกลายเป็นแหล่งปัญหาทางเดินหายใจในบ้าน

จุดเสี่ยงหลังน้ำท่วม: ใต้ซิงก์ หลังตู้เย็น ตู้ใต้บันได ห้องเก็บของ และกล่องกระดาษที่เคยเปียกน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ หายใจมีเสียงวี้ด ผู้ป่วยโรคหืดและภูมิแพ้อาจมีอาการกำเริบ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีเชื้อรา

การป้องกัน: ทิ้งกล่องกระดาษที่เปียก ทำให้มุมอับแห้ง ใช้เครื่องลดความชื้น เช็ดคราบมูลแมลงสาบด้วยผ้าชุบน้ำแทนการกวาดแห้ง และควบคุมแมลงสาบอย่างต่อเนื่อง

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา การพ่นช่วยจัดการเชื้อราบนพื้นผิวหลังขจัดคราบและทำให้แห้งแล้ว แต่สารก่อภูมิแพ้ต้องกำจัดด้วยการทำความสะอาดคราบออกทางกายภาพ WHD จึงไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้

สรุปตารางจัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม

อันดับเชื้อสัตว์ที่เกี่ยวข้องเส้นทางสู่คน
1เลปโตสไปราหนูปัสสาวะในน้ำและโคลน เข้าทางแผล
2ซัลโมเนลลาหนู แมลงสาบมูลและขาแมลงบนอาหาร
3อีโคไลแมลงสาบจากท่อน้ำเสียสู่เคาน์เตอร์
4ชิเกลลาแมลงสาบอาหารที่วางเปิด
5สแตฟิโลคอคคัส เคล็บซิเอลลา ซูโดโมแนส เอนเทอโรคอคคัสแมลงสาบแผล ห้องผู้ป่วย
6ฮันตาไวรัสหนูสูดฝุ่นมูลหนูแห้ง
7ริกเกตเซีย (ไข้รากสาดใหญ่ชนิดมิวรีน)หนู หมัดหนูอุจจาระหมัดเข้าทางรอยเกา
8ไข้จากหนูกัดหนูถูกกัด ข่วน
9โนโรไวรัส ไวรัสตับอักเสบเอแมลงสาบเป็นพาหะเชิงกลอาหารและภาชนะ
10สปอร์เชื้อราและสารก่อภูมิแพ้แมลงสาบหายใจในมุมอับชื้น

ทำไมการกวาด เช็ดน้ำเปล่า หรือฉีดยาฆ่าแมลงอย่างเดียวจึงไม่พอ

  • กวาดมูลหนูแบบแห้ง ทำให้ฝุ่นที่ปนเชื้อฟุ้งขึ้นมาให้สูดเข้าไป
  • เช็ดด้วยน้ำเปล่า ช่วยเอาคราบออกได้บางส่วน แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • ยาฆ่าแมลงไม่ใช่น้ำยาฆ่าเชื้อ แมลงสาบที่ตายแล้วยังทิ้งเชื้อและซากไว้ ต้องเก็บกวาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวต่อ
  • น้ำยาฟอกขาว ต้องผสมให้ถูกต้อง ห้ามผสมกับแอมโมเนีย และใช้ไม่ทั่วถึงเมื่อพื้นที่กว้าง
  • ฆ่าเชื้อแต่ไม่ควบคุมสัตว์พาหะ หนูและแมลงสาบจะกลับมาทิ้งเชื้อใหม่ในไม่ช้า

วิธีที่ได้ผลจึงต้องทำเป็นลำดับ คือ ควบคุมสัตว์พาหะ ปิดช่องทางเข้า ขนวัสดุที่ปนเปื้อนออก ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี และพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิว

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จัดการเชื้อที่หนูและแมลงสาบทิ้งไว้

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อโรค สำหรับบ้าน ร้านค้า ร้านอาหาร โกดัง โรงเรียน และอาคาร ตามข้อมูลบริการ ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าเว็บระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 RSV H1N1 H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก กล่าวอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ พร้อมแสดงการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ข้อควรทราบ: บริการนี้เป็นการพ่นฆ่าเชื้อโรค ไม่ใช่บริการกำจัดหนูหรือแมลงสาบ หากพื้นที่ยังมีสัตว์พาหะจำนวนมาก ควรจัดการควบคุมสัตว์รบกวนก่อนหรือควบคู่กัน

ขั้นตอนบริการสำหรับพื้นที่ที่มีร่องรอยหนูและแมลงสาบ

  1. สำรวจ: ดูร่องรอยมูล คราบปัสสาวะ รอยกัดแทะ และเส้นทางเดินของสัตว์พาหะ เพื่อกำหนดจุดพ่น
  2. ควบคุมสัตว์พาหะและทำความสะอาด: ปิดช่องทางเข้า ทิ้งอาหารและวัสดุที่ปนเปื้อน ขนโคลน และทำความสะอาดคราบอย่างถูกวิธี การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการทำความสะอาด ไม่ใช่สิ่งที่มาแทน
  3. แบ่งโซน: เก็บสินค้าอาหารและภาชนะให้มิดชิด คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากโซนที่พ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ครอบคลุมชั้นวาง พื้น ผนังส่วนล่าง รอบท่อ ใต้ตู้ และมุมอับที่สัตว์พาหะเดินผ่าน
  5. กลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งเป็นหลัก

WHD ไม่กล่าวอ้างว่าไม่มีสารตกค้างเลย และการพ่นไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่ป่วยควรพบแพทย์ สำหรับกลิ่นสาบหนูและกลิ่นอับที่ยังค้าง สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม

10 เหตุผลที่ร้านค้าและบ้านที่เจอร่องรอยหนูและแมลงสาบควรพ่นฆ่าเชื้อกับ WHD

  1. วางจุดพ่นตามเส้นทางสัตว์พาหะ ทีมงานดูร่องรอยมูลและคราบปัสสาวะเพื่อพ่นให้ตรงจุด
  2. ลดการสัมผัสของคนในบ้าน ช่างที่สวมอุปกรณ์ป้องกันจัดการพื้นที่ปนเปื้อนแทน
  3. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  4. มีเชื้อในรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น ซัลโมเนลลา โนโรไวรัส และเชื้อรา ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ
  5. ละอองเข้าถึงซอกมุม ใต้ตู้ หลังชั้นวาง และรอบท่อที่แมลงสาบชอบซ่อน
  6. มีการรับรองที่ตรวจสอบได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476
  7. เหมาะกับร้านค้าที่ต้องเปิดเร็ว ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้
  8. บอกข้อจำกัดตรงไปตรงมา ชี้แจงชัดว่าการพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การกำจัดสัตว์รบกวน
  9. มีของแถมและใบกำกับภาษี รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมบริการตามโปรโมชัน
  10. ขอข้อมูลผลทดสอบได้ หากกังวลเชื้อชนิดใด สอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่มีร่องรอยหนูและแมลงสาบ

ก่อน

  • มูลหนูและคราบปัสสาวะแห้งบนชั้นวาง
  • สินค้าถูกกัดแทะ มีกลิ่นสาบ
  • แมลงสาบออกจากรูระบายน้ำตอนกลางคืน
  • พนักงานกวาดมูลหนูแบบแห้งจนฝุ่นฟุ้ง
  • ลูกค้าไม่มั่นใจในความสะอาดของร้าน

หลัง

  • ทิ้งสินค้าที่ปนเปื้อนและปิดช่องทางเข้าของหนู
  • ทำความสะอาดมูลหนูแบบเปียกอย่างถูกวิธี
  • ชั้นวาง พื้น และรอบท่อผ่านการพ่นฆ่าเชื้อทีละโซน
  • มีฝาปิดรูระบายน้ำและระบบจัดการขยะทุกวัน
  • ร้านกลับมาเปิดขายได้อย่างมั่นใจ

กรณีตัวอย่าง: ร้านของชำของพี่นิดหลังจัดการทั้งสัตว์พาหะและเชื้อโรค

หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง

หลังลูกจ้างได้รับการรักษาและอาการดีขึ้น พี่นิดปิดร้านสองวันเพื่อจัดการใหม่ตั้งแต่ต้น เธอให้ผู้ให้บริการควบคุมสัตว์รบกวนเข้ามาวางแผนกำจัดหนูและแมลงสาบ อุดรูรอบท่อและช่องใต้ประตู ทิ้งสินค้าที่ถูกกัดแทะหรือมีมูลหนูทั้งหมด เปลี่ยนชั้นวางไม้ที่ผุจากน้ำ และย้ายสินค้าอาหารไปเก็บในกล่องพลาสติกที่ปิดสนิท

จากนั้นจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อเข้ามาพ่นชั้นวาง พื้น ห้องเก็บของ และรอบรูระบายน้ำหลังร้านแบบแบ่งโซน ระหว่างพ่น ทุกคนรออยู่นอกร้าน และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากนั้นคือร้านมีกิจวัตรใหม่ ปิดฝารูระบายน้ำทุกคืน ทิ้งขยะเปียกทุกวัน และตรวจหาร่องรอยหนูทุกเช้า ลูกค้าที่เคยลังเลก็กลับมาซื้อของตามปกติ

เช็กลิสต์จัดการหนู แมลงสาบ และเชื้อโรคหลังน้ำท่วม

ก่อนพ่น

  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนเข้าไปทำความสะอาด
  • สวมถุงมือยาง หน้ากาก แว่นตา และรองเท้าบูท
  • ทำให้มูลหนูเปียกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเก็บ ห้ามกวาดแห้ง
  • ทิ้งอาหารที่ถูกกัดแทะหรือมีมูลหนู
  • อุดช่องทางเข้าและจัดการควบคุมสัตว์รบกวน
  • ขนกล่องกระดาษและกระสอบที่เป็นรังออก
  • เก็บอาหารและภาชนะในกล่องปิดสนิท

หลังพ่น

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแนะนำ
  • ปิดฝารูระบายน้ำตอนกลางคืน
  • ทิ้งขยะเปียกทุกวันในถังที่มีฝาปิด
  • ตรวจหามูลหนูและซากแมลงสาบเป็นประจำ
  • ล้างมือด้วยสบู่หลังจัดการขยะหรือสินค้า
  • พบแพทย์หากมีไข้ ปวดน่อง หรือถูกหนูกัด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วหนูและแมลงสาบจะหายไปไหม

ตอบ: ไม่ การพ่นฆ่าเชื้อมีไว้จัดการเชื้อโรคบนพื้นผิว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าหรือไล่หนูและแมลงสาบ ต้องควบคุมสัตว์พาหะด้วยการปิดช่องทางเข้า กำจัดแหล่งอาหาร และใช้บริการควบคุมสัตว์รบกวนเมื่อจำเป็น

ถาม: ทำไมห้ามกวาดมูลหนูแบบแห้ง

ตอบ: การกวาดหรือดูดฝุ่นแบบแห้งทำให้ฝุ่นที่อาจปนเชื้อจากมูลและปัสสาวะหนูฟุ้งขึ้นมา CDC จึงแนะนำให้ทำให้มูลเปียกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อน ทิ้งไว้ตามเวลาบนฉลาก แล้วเก็บด้วยกระดาษหรือผ้าใส่ถุงปิดสนิท

ถาม: อาหารที่หนูกัดแค่ถุงด้านนอกยังกินได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ควรเสี่ยง อาหารที่ถุงถูกกัดแทะ มีมูลหนู หรือคราบปัสสาวะควรทิ้ง ส่วนอาหารกระป๋องที่ยังไม่บุบและปิดสนิท ควรล้างและเช็ดภายนอกให้สะอาดก่อนเปิด

ถาม: ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดแมลงสาบแล้ว ยังต้องฆ่าเชื้ออีกไหม

ตอบ: ควรทำ เพราะยาฆ่าแมลงไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิว และซากกับมูลแมลงสาบยังทิ้งเชื้อและสารก่อภูมิแพ้ไว้ ควรเก็บซาก ทำความสะอาดคราบ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ

ถาม: ถ้าถูกหนูกัดระหว่างเก็บของควรทำอย่างไร

ตอบ: ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที แล้วไปพบแพทย์เพื่อประเมินแผลและรับคำแนะนำ ไม่ควรรอดูอาการเอง

ถาม: น้ำยาที่ใช้ฆ่าเชื้อฉี่หนูได้หรือไม่

ตอบ: เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม แต่ WHD ไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลผลทดสอบเพิ่มเติมได้

หนูและแมลงสาบทิ้งเชื้อไว้หลังน้ำลด ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อ

การจัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วมช่วยให้รู้ว่าชั้นวาง ครัว รอบท่อ และห้องเก็บของคือจุดที่ต้องจัดการก่อน เมื่อควบคุมสัตว์พาหะและทำความสะอาดแล้ว ให้ทีมงานช่วยพ่นฆ่าเชื้อแบบแบ่งโซน เพื่อให้บ้านและร้านค้ากลับมาปลอดภัย

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคจากหนู #แมลงสาบหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคที่มากับหนูและแมลงสาบหลังน้ำท่วม, เชื้อโรคจากหนู, เชื้อโรคจากแมลงสาบ, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, มูลหนูหลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดมูลหนู, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้