จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร 2569: 10 เชื้อที่อาจปนเปื้อนแผง ครัว และภาชนะ ก่อนเปิดขายอีกครั้ง พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกันได้

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร 2569: 10 เชื้อที่อาจปนเปื้อนแผง ครัว และภาชนะ ก่อนเปิดขายอีกครั้ง พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกันได้

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร 2569: 10 เชื้อที่อาจปนเปื้อนแผง ครัว และภาชนะ ก่อนเปิดขายอีกครั้ง พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกันได้

ตลาดสดและร้านอาหารคือจุดที่ความสะอาดหลังน้ำท่วมส่งผลถึงคนจำนวนมากที่สุด เพราะอาหารจากแผงเดียวอาจไปถึงโต๊ะอาหารของหลายร้อยครอบครัวในวันเดียว บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร นี้ เรียบเรียงโดยทีมงาน World Health Disinfection (WHD) สำหรับคณะกรรมการตลาด เจ้าของแผง เจ้าของร้านอาหาร และผู้ประกอบการครัว เพื่อบอกว่าเชื้อชนิดใดควรจัดการก่อน ซ่อนอยู่ตรงไหนในแผงเนื้อ แผงอาหารทะเล ครัวร้าน และรางระบายน้ำ แล้วปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังการล้างโคลนและทำความสะอาด เพื่อช่วยกำจัดเชื้อบนพื้นผิวและลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษเมื่อกลับมาเปิดขาย

ทำไมตลาดสดและร้านอาหารจึงต้องมีการจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมเฉพาะ

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์เผยแพร่ สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ตลาดชุมชน ตลาดเทศบาล และร้านอาหารริมถนนจำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มหรือริมน้ำ จึงได้รับผลกระทบโดยตรง

ตลาดสดมีลักษณะที่ทำให้เชื้อโรคหลังน้ำท่วมน่ากังวลกว่าอาคารทั่วไป พื้นตลาดเชื่อมต่อกับรางระบายน้ำและบ่อดักไขมันที่รับน้ำทิ้งจากแผงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลอยู่แล้วในวันปกติ เมื่อน้ำท่วม น้ำเสียเหล่านี้จะไหลย้อนขึ้นมาผสมกับน้ำจากถนนและท่อสาธารณะ แล้วไหลเข้าแผง เขียง ถังน้ำแข็ง และตู้แช่ หนูที่อาศัยอยู่ในรางระบายน้ำก็หนีขึ้นมาบนแผงและในโกดังเก็บของ

ร้านอาหารก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ครัวที่อยู่ชั้นล่าง ตู้เย็นที่ไฟดับหลายวัน วัตถุดิบในห้องเก็บของ และภาชนะจำนวนมากที่จมน้ำ ล้วนต้องได้รับการจัดการก่อนเปิดร้าน เพราะความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้ลูกค้าหลายคนป่วยจากอาหารเป็นพิษ และส่งผลต่อชื่อเสียงของร้านไปอีกนาน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ตลาดเช้าริมแม่น้ำกับร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าตลาด

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร ไม่ใช่เรื่องของตลาด ร้าน หรือบุคคลใดโดยเฉพาะ

ป้าจันทร์ขายหมูสดในตลาดเช้าของเทศบาลแห่งหนึ่งริมแม่น้ำในภาคกลางมาเกือบยี่สิบปี ตลาดเป็นอาคารโถงหลังคาสูง มีแผงปูนเรียงเป็นแถว แผงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลอยู่ด้านในใกล้รางระบายน้ำ ส่วนแผงผักผลไม้และของแห้งอยู่ด้านนอก ปลายเดือนกันยายน น้ำจากแม่น้ำเอ่อเข้าตลาดสูงเกือบถึงขอบแผง ตลาดต้องปิดนานเกือบสองสัปดาห์

ด้านหน้าตลาดคือร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณเอก ซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียว น้ำท่วมครัวด้านหลังร้าน ตู้แช่วัตถุดิบ ถังน้ำแข็ง และชั้นเก็บเส้นและเครื่องปรุง คุณเอกบอกว่าตู้เย็นไฟดับไปหลายวัน พอเปิดประตูตู้ กลิ่นก็ลอยออกมาจนต้องปิดทันที

เมื่อน้ำลด คณะกรรมการตลาดนัดผู้ค้ามาช่วยกันฉีดล้างพื้นด้วยสายยางตั้งแต่เช้ามืด ผู้ค้าหลายคนอยากเปิดขายให้เร็วที่สุดเพราะขาดรายได้มาหลายวัน แต่ก็มีคนถามขึ้นมาว่าฉีดน้ำอย่างเดียวพอหรือ ลูกค้าจะกล้ามาซื้อไหม และถ้ามีคนท้องเสียหลังกินอาหารจากตลาด ใครจะรับผิดชอบ ป้าจันทร์เองก็กังวลว่าเขียงไม้ที่ใช้มาหลายปีจมน้ำเสียไปแล้ว ยังใช้ต่อได้หรือไม่

คำถามเหล่านี้คือจุดตั้งต้นของการจัดอันดับในบทความนี้ เราเริ่มจากการบอกว่าเชื้อใดควรกังวลก่อน แล้วจึงต่อด้วยการวางแผนทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อที่เป็นระบบ

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร

ข้อควรทราบ: นี่คือการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยผู้ประกอบการวางลำดับการทำงาน ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของหน่วยงานใด และไม่ได้มาจากสถิติการเจ็บป่วยชุดใดชุดหนึ่ง ปัจจัยที่เราใช้มีดังนี้

  1. ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมและอาหาร เชื้อนั้นถูกกล่าวถึงในคำแนะนำเรื่องความปลอดภัยของอาหารและน้ำหลังน้ำท่วมของ WHO, CDC หรือกรมควบคุมโรคบ่อยเพียงใด
  2. โอกาสพบในตลาดและครัว เชื้อนั้นมากับวัตถุดิบที่ขายในตลาด เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล หรือมากับน้ำเสียในรางระบายน้ำหรือไม่
  3. จำนวนคนที่อาจได้รับผลกระทบ หากปนเปื้อนอาหารแล้ว เชื้อจะไปถึงผู้บริโภคได้มากเพียงใด
  4. ความรุนแรง โดยเฉพาะต่อเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว
  5. ความสามารถในการควบคุม การทิ้งวัตถุดิบ การล้าง การปรุงให้สุก และการฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด

เราอธิบายความคงทนของเชื้อในเชิงคุณภาพ และไม่ใช้ตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ลำดับเป็นเพียงการบอกว่าควรเริ่มคิดจากเชื้อใดก่อน ทุกเชื้อในรายการนี้ควรได้รับการป้องกันพร้อมกัน

อันดับ 1: ซัลโมเนลลา (Salmonella) เชื้ออาหารเป็นพิษประจำแผงเนื้อสัตว์และไข่

เหตุผลที่อยู่อันดับ 1: ซัลโมเนลลาเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษทั่วโลก WHO ระบุว่าเชื้อนี้มักมากับเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และไข่ที่ไม่สุก ในตลาดสด เชื้อนี้มีอยู่ในวัตถุดิบบางส่วนตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม เมื่อน้ำท่วมพาเชื้อจากแผงเนื้อสัตว์และรางระบายน้ำไปกระจายทั่วตลาด และตู้แช่ไฟดับจนอาหารเน่า โอกาสที่เชื้อจะปนเปื้อนข้ามไปสู่อาหารพร้อมกินจึงเพิ่มขึ้นมาก

ซ่อนอยู่ตรงไหน: เขียงไม้ มีด ตะขอแขวนเนื้อ ถาดสแตนเลส ตู้แช่และขอบยางประตูตู้ ถังน้ำแข็ง ตะกร้าไข่ ผ้าเช็ดมือ และพื้นแผงที่มีรอยแตก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง มีไข้ อาเจียน มักเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังกินอาหารที่ปนเปื้อน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่ออาการรุนแรง หากถ่ายบ่อยหรือขาดน้ำต้องพบแพทย์

การป้องกัน: ทิ้งเนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารทุกอย่างที่สัมผัสน้ำท่วมหรืออยู่ในตู้แช่ที่ไฟดับนาน แยกเขียงเนื้อดิบกับอาหารสุก ล้างมือหลังจับเนื้อดิบ และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อซัลโมเนลลา การพ่นฆ่าเชื้อพื้น แผง ผนัง และพื้นผิวในตลาดหลังล้างคราบไขมันและโคลนออกแล้ว จึงช่วยลดเชื้อที่ค้างอยู่บนพื้นผิวก่อนเปิดตลาด ส่วนเขียง มีด และภาชนะที่สัมผัสอาหารให้ล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของทีมช่างก่อนนำกลับมาใช้

อันดับ 2: อีโคไลและแบคทีเรียจากน้ำเสีย (Escherichia coli) ในรางระบายน้ำและพื้นตลาด

เหตุผลที่อยู่อันดับ 2: น้ำท่วมในตลาดมักผสมน้ำเสียจากท่อสาธารณะ บ่อดักไขมัน และห้องน้ำของตลาด อีโคไลเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อน้ำลด คราบโคลนที่ติดตามแผง ใต้แผง และในรางระบายน้ำจึงอาจเป็นแหล่งของแบคทีเรียกลุ่มนี้ หากผู้ค้านำผักหรือผลไม้มาวางบนแผงที่ยังไม่ได้ล้างอย่างถูกวิธี เชื้อก็อาจติดไปกับอาหารที่ลูกค้านำกลับบ้าน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: รางระบายน้ำและฝาตะแกรง บ่อดักไขมัน ใต้แผงปูน ขาโต๊ะ ตะกร้าผัก ถังน้ำสำหรับล้างผัก และห้องน้ำของตลาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง บางสายพันธุ์อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือดและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไต โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ หากถ่ายเป็นเลือดต้องพบแพทย์

การป้องกัน: ขุดลอกโคลนจากรางระบายน้ำและบ่อดักไขมัน ล้างแผงด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกให้ครบทุกด้าน ไม่ใช้น้ำจากแหล่งที่ท่วมมาล้างผักหรือทำน้ำแข็ง และทิ้งผักผลไม้ที่จมน้ำ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: อีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบต่อเชื้อนี้แยกไว้ WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม การพ่นจึงทำหลังขุดลอกและล้างเสร็จ หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอจากทีมงานได้

อันดับ 3: โนโรไวรัส (Norovirus) จากมือผู้ปรุงสู่จานลูกค้า

เหตุผลที่อยู่อันดับ 3: CDC ระบุว่าโนโรไวรัสเป็นสาเหตุอันดับต้นของการระบาดของโรคที่เกิดจากอาหาร และผู้ปรุงอาหารที่ติดเชื้อเป็นต้นทางสำคัญ เชื้อนี้ติดต่อง่ายมาก คงทนบนพื้นผิว และยังพบได้ในหอยนางรมหรือหอยที่กินดิบจากแหล่งน้ำปนเปื้อน หลังน้ำท่วม ผู้ค้าและพนักงานร้านอาหารหลายคนอาจเพิ่งผ่านการพักในที่แออัดหรือป่วยท้องเสียมา หากกลับมาปรุงอาหารทันที เชื้ออาจกระจายไปยังลูกค้าจำนวนมาก

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ที่จับตู้เย็น ทัพพี ที่คีบ ถาดใส่ผักสด เคาน์เตอร์จัดจาน ห้องน้ำพนักงาน ก๊อกน้ำ และเครื่องคิดเงิน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนฉับพลัน ท้องร่วง ปวดท้อง บางรายมีไข้ต่ำ เด็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ ควรพบแพทย์หากอาการรุนแรง

การป้องกัน: ให้พนักงานที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียหยุดปรุงอาหารจนหายดี ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ใช้ถุงมือหรือที่คีบกับอาหารพร้อมกิน และงดขายหอยดิบในช่วงหลังน้ำท่วม

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อที่ทนต่อน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปหลายชนิด การพ่นฆ่าเชื้อในครัว ห้องน้ำพนักงาน และจุดสัมผัสร่วมหลังการล้าง จึงช่วยลดเชื้อในจุดที่ผู้ปรุงและลูกค้าสัมผัส

อันดับ 4: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ในน้ำแข็ง ผักสด และน้ำดื่ม

เหตุผลที่อยู่อันดับ 4: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ WHO ระบุว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อระบบน้ำสะอาดและสุขาภิบาลได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นสภาพที่พบได้ในพื้นที่น้ำท่วม ตลาดและร้านอาหารใช้น้ำแข็ง น้ำดื่ม และผักสดในปริมาณมาก หากน้ำหรือน้ำแข็งปนเปื้อน เชื้อจะไปถึงลูกค้าหลายคนพร้อมกัน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถังน้ำแข็งที่น้ำท่วมถึง เครื่องทำน้ำแข็ง ตู้กรองน้ำของร้าน ผักสดที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น ส้มตำ ยำ และน้ำผลไม้คั้นสด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก หากมีอาการตัวเหลืองควรพบแพทย์

การป้องกัน: ทิ้งน้ำแข็งและถังน้ำแข็งที่จมน้ำหรือล้างฆ่าเชื้อก่อนใช้ ซื้อน้ำแข็งจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน ล้างผักด้วยน้ำสะอาด ให้ผู้ให้บริการตรวจเครื่องกรองน้ำ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุไว้ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวรอบพื้นที่เตรียมอาหาร ส่วนน้ำดื่มและน้ำแข็งต้องมาจากแหล่งที่ปลอดภัย หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถสอบถามได้

อันดับ 5: วิบริโอ (Vibrio) ในแผงอาหารทะเล

เหตุผลที่อยู่อันดับ 5: เชื้อวิบริโอพบได้ตามธรรมชาติในน้ำทะเลและน้ำกร่อย และเป็นสาเหตุที่รู้จักกันดีของอาหารเป็นพิษจากอาหารทะเลดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง เช่น Vibrio parahaemolyticus ส่วน Vibrio cholerae คือเชื้อก่อโรคอหิวาตกโรค ซึ่ง WHO เตือนว่าเกี่ยวข้องกับน้ำดื่มที่ไม่สะอาดและสุขาภิบาลที่บกพร่อง แผงอาหารทะเลในตลาดใช้น้ำแข็งและน้ำปริมาณมาก เมื่อระบบไฟและความเย็นหยุดลงระหว่างน้ำท่วม อาหารทะเลจึงเสื่อมคุณภาพเร็ว

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถาดและกะละมังใส่อาหารทะเล ถังน้ำแข็ง เขียงแล่ปลา ผ้ากันเปื้อน รางน้ำทิ้งของแผง และกล่องโฟมที่ใช้ซ้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางรายมีไข้ ผู้ที่มีโรคตับหรือภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงอาการรุนแรง หากถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากต้องพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ บาดแผลที่สัมผัสน้ำกร่อยหรืออาหารทะเลดิบอาจติดเชื้อได้

การป้องกัน: ทิ้งอาหารทะเลที่อยู่ในตู้แช่ไฟดับหรือสัมผัสน้ำท่วม ปรุงให้สุกทั่วถึง แยกเขียงอาหารทะเลดิบ และให้ผู้ค้าที่มีแผลสวมถุงมือ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: วิบริโอจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบระบุแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อแผง พื้น และรางน้ำทิ้งของโซนอาหารทะเลหลังล้างคราบคาวและไขมันออก ทำตามแนวทางทั่วไปของ WHO และ CDC หากต้องการผลทดสอบให้สอบถามทีมงาน

อันดับ 6: ชิเกลลา (Shigella) โรคบิดที่แพร่ผ่านมือ

เหตุผลที่อยู่อันดับ 6: ชิเกลลาเป็นแบคทีเรียก่อโรคบิดที่ใช้ปริมาณเชื้อน้อยก็ทำให้ป่วยได้ แพร่ผ่านมือที่ปนเปื้อนอุจจาระและอาหารที่ผู้ป่วยสัมผัส หลังน้ำท่วม ห้องน้ำตลาดที่ใช้การไม่ได้และน้ำล้างมือที่ขาดแคลนทำให้สุขอนามัยของผู้ค้าลดลง ความเสี่ยงจึงสูงขึ้นในอาหารพร้อมกินที่ไม่ผ่านความร้อน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ห้องน้ำตลาด ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ ผ้าเช็ดมือที่ใช้ร่วมกัน ถุงพลาสติกใส่อาหาร และภาชนะใส่ผักแกล้ม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายเหลวบ่อย มีมูกหรือมูกเลือด ปวดเบ่ง มีไข้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ ต้องพบแพทย์

การป้องกัน: เปิดใช้ห้องน้ำตลาดหลังล้างและฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น จัดจุดล้างมือพร้อมสบู่ให้ผู้ค้า ไม่ใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกัน และใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารพร้อมกิน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ชิเกลลาจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ไม่มีผลทดสอบแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำตลาดและจุดล้างมือหลังทำความสะอาดช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว หากต้องการข้อมูลเฉพาะเชื้อสามารถขอได้

อันดับ 7: แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) ในแผงไก่และสัตว์ปีก

เหตุผลที่อยู่อันดับ 7: WHO ระบุว่าแคมไพโลแบคเตอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคท้องร่วงจากแบคทีเรียทั่วโลก และมักเกี่ยวข้องกับเนื้อสัตว์ปีกที่ไม่สุกหรือการปนเปื้อนข้าม ในตลาดสด แผงไก่ที่ชำแหละสดและน้ำล้างไก่ที่ไหลลงรางระบายน้ำ คือจุดที่น้ำท่วมอาจพาเชื้อกระจายไปยังแผงอื่น

ซ่อนอยู่ตรงไหน: เขียงและมีดชำแหละไก่ กะละมังล้างไก่ ตาชั่ง ถุงมือผ้า และพื้นแผงสัตว์ปีก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง บางครั้งมีเลือดปน ปวดท้อง มีไข้ คลื่นไส้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

การป้องกัน: แยกพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับสัตว์ปีก ไม่ล้างไก่ดิบในอ่างเดียวกับผัก ปรุงสัตว์ปีกให้สุกทั่วถึง และล้างมือหลังจับเนื้อดิบ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: แคมไพโลแบคเตอร์จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ไม่มีผลทดสอบระบุแยก การพ่นฆ่าเชื้อโซนสัตว์ปีกหลังล้างเลือดและคราบไขมันออกช่วยลดการปนเปื้อนข้ามบนพื้นผิว สามารถขอข้อมูลผลทดสอบเพิ่มเติมได้

อันดับ 8: เลปโตสไปรา เชื้อโรคฉี่หนู (Leptospira) จากหนูในรางระบายน้ำ

เหตุผลที่อยู่อันดับ 8: ตลาดสดมีอาหารและเศษอาหารซึ่งดึงดูดหนู เมื่อน้ำท่วม หนูจากรางระบายน้ำจะหนีขึ้นมาบนแผง ชั้นวางของ และโกดัง กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องโรคฉี่หนูทุกครั้งหลังน้ำท่วม เพราะเชื้อในปัสสาวะหนูเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน ผู้ค้าและพนักงานทำความสะอาดที่ลุยน้ำขุดลอกรางระบายน้ำเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก เราวางไว้อันดับ 8 เพราะเส้นทางหลักไม่ได้ผ่านอาหาร แต่ผ่านการสัมผัสน้ำและโคลน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: รางระบายน้ำ บ่อดักไขมัน โกดังเก็บของแห้ง กองลังและกระสอบ ใต้แผงปูน และจุดพักขยะของตลาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หากเคยลุยน้ำแล้วมีอาการเหล่านี้ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติ

การป้องกัน: สวมรองเท้าบู๊ตและถุงมือยางเมื่อขุดลอกรางน้ำ ปิดแผลกันน้ำ ล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ เก็บอาหารในภาชนะปิดสนิท จัดการขยะทุกวัน และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยักหากมีบาดแผล

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้าเว็บ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบแยก การพ่นฆ่าเชื้อแผง ทางเดิน โกดัง และจุดพักขยะหลังล้างโคลนออก ทำตามคำแนะนำของ WHO และ CDC ให้ล้างแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการผลทดสอบสามารถขอได้

อันดับ 9: สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) จากมือและบาดแผลของผู้ปรุง

เหตุผลที่อยู่อันดับ 9: เชื้อนี้พบได้บนผิวหนังและในจมูกของคนจำนวนมาก เมื่อปนเปื้อนอาหารแล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน เชื้อสามารถสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ และสารพิษนี้ไม่ถูกทำลายง่าย ๆ ด้วยการอุ่นซ้ำ หลังน้ำท่วม ผู้ค้าหลายคนมีบาดแผลจากการขนของ และไฟที่ดับทำให้เก็บอาหารปรุงสุกในความเย็นไม่ได้

ซ่อนอยู่ตรงไหน: มือที่มีแผล ผ้าเช็ดมือ ถุงมือผ้า ถาดใส่อาหารปรุงสำเร็จ กล่องข้าวที่วางขายนาน และเคาน์เตอร์จัดจาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง ปวดท้อง ท้องร่วง มักเกิดเร็วหลังกินอาหาร เด็กและผู้สูงอายุควรพบแพทย์หากอาเจียนมาก

การป้องกัน: ผู้ปรุงที่มีแผลที่มือต้องปิดแผลและสวมถุงมือ ไม่วางอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน และทิ้งอาหารที่เก็บไว้ขณะไฟดับ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ไม่มีผลทดสอบแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวในครัวและเคาน์เตอร์หลังล้างช่วยลดการสะสมของเชื้อ แต่ไม่สามารถทำให้อาหารที่มีสารพิษแล้วกลับมาปลอดภัย อาหารที่สงสัยต้องทิ้งเท่านั้น

อันดับ 10: เชื้อราในของแห้ง ข้าวสาร และโกดังเก็บสินค้า (Aspergillus และเชื้อราอื่น ๆ)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 10: แผงของแห้ง ร้านขายข้าวสาร พริกแห้ง ถั่วลิสง และเครื่องเทศ รวมถึงห้องเก็บวัตถุดิบของร้านอาหาร ล้วนเสี่ยงต่อเชื้อราเมื่อความชื้นสูงหลังน้ำท่วม เชื้อราบางชนิด เช่น Aspergillus flavus สามารถสร้างสารอะฟลาท็อกซินในถั่วและธัญพืชที่เก็บในที่ชื้น ซึ่งเป็นสารที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขเตือนให้ระวัง นอกจากนี้ ผนัง ฝ้า และลังไม้ในโกดังก็เป็นแหล่งของราได้ เราวางไว้อันดับท้ายเพราะความเสี่ยงควบคุมได้ชัดเจนด้วยการทิ้งสินค้าที่เปียกหรือขึ้นรา

ซ่อนอยู่ตรงไหน: กระสอบข้าว ถุงพริกแห้ง ถั่ว ลังไม้ ชั้นวางไม้ ผนังและฝ้าโกดัง และมุมอับในห้องเก็บวัตถุดิบ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: การสูดสปอร์ราอาจทำให้คัดจมูก ไอ และหอบหืดกำเริบ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา ส่วนการกินอาหารที่ขึ้นราเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

การป้องกัน: ทิ้งของแห้งที่เปียกน้ำหรือมีรา อย่าคัดเฉพาะส่วนที่ดูดี ทำโกดังให้แห้งก่อนนำสินค้าใหม่เข้า วางสินค้าบนชั้นยกสูงจากพื้น และเลือกภาชนะเก็บที่ปิดสนิท

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา การพ่นฆ่าเชื้อผนัง พื้น และชั้นวางในโกดังหลังขนสินค้าเสียหายออกและทำให้แห้ง ช่วยจัดการราบนพื้นผิว แต่การพ่นไม่ได้ทำให้อาหารที่ขึ้นรากลับมาใช้ได้ สำหรับกลิ่นอับในโกดังปิด อาจพิจารณา บริการอบโอโซน เป็นบริการเสริม

สรุปการจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร

  1. ซัลโมเนลลา ในแผงเนื้อสัตว์ ไข่ และตู้แช่
  2. อีโคไลและแบคทีเรียจากน้ำเสีย ในรางระบายน้ำและพื้นตลาด
  3. โนโรไวรัส จากมือผู้ปรุงและจุดสัมผัสร่วม
  4. ไวรัสตับอักเสบเอ ในน้ำแข็ง ผักสด และน้ำดื่ม
  5. วิบริโอ ในแผงอาหารทะเล
  6. ชิเกลลา ในห้องน้ำตลาดและอาหารพร้อมกิน
  7. แคมไพโลแบคเตอร์ ในแผงสัตว์ปีก
  8. เลปโตสไปรา ในรางระบายน้ำ โกดัง และจุดพักขยะ
  9. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส จากมือและอาหารปรุงสุกที่ตั้งทิ้งไว้
  10. เชื้อรา ในของแห้งและโกดัง

จะเห็นว่าเกือบทุกเชื้อในรายการนี้เชื่อมโยงกับอาหาร ดังนั้นหลักสำคัญที่สุดของตลาดและร้านอาหารหลังน้ำท่วมคือ ทิ้งอาหารที่สงสัย ล้างพื้นผิวให้สะอาด ฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ และดูแลสุขอนามัยของผู้ปรุงอย่างเข้มงวด

ทำไมการฉีดน้ำล้างตลาดหรือราดน้ำยาฟอกขาว จึงยังไม่พอสำหรับตลาดสดและร้านอาหารหลังน้ำท่วม

  • การฉีดน้ำแรงดันสูงอาจทำให้เชื้อกระจาย น้ำที่กระเด็นจากพื้นและรางระบายน้ำสามารถพาเชื้อขึ้นไปติดแผงหรือผนังที่ล้างแล้ว หากไม่วางลำดับการล้างจากสูงลงต่ำและจากสะอาดไปสกปรก
  • คราบไขมันและคราบเลือดปกป้องเชื้อไว้ แผงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลมีคราบไขมันสะสม น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ไม่ดีหากยังไม่ได้ขจัดคราบเหล่านี้ด้วยผงซักฟอกก่อน
  • น้ำยาฟอกขาวที่ผสมเองอาจเข้มเกินหรืออ่อนเกิน ผสมเข้มเกินทำให้แผงสแตนเลสเป็นสนิมและผู้ค้าระคายเคือง ผสมอ่อนเกินก็ได้ผลน้อย และหากผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • ตลาดมีพื้นที่กว้างและผู้ค้าหลายราย แต่ละแผงทำความสะอาดไม่เท่ากัน แผงที่ล้างไม่ดีเพียงไม่กี่แผงอาจเป็นแหล่งเชื้อให้ทั้งโซน
  • ลูกค้าต้องการความมั่นใจ ตลาดและร้านที่สามารถบอกได้ว่าผ่านการฆ่าเชื้อโดยผู้ให้บริการมืออาชีพก่อนเปิดขาย จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็วกว่า

ดังนั้น ตลาดและร้านอาหารควรเริ่มจากการทิ้งอาหารที่สงสัย ขุดลอกโคลน ล้างคราบไขมัน และทำให้แห้ง แล้วจึงตามด้วยการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสำหรับตลาดสดและร้านอาหารโดย WHD กำจัดและช่วยป้องกันเชื้อก่อนเปิดขาย

World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อโรค โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและการพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซัลโมเนลลาและโนโรไวรัสด้วย หน้าบริการระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนการทำงานในตลาดสดและร้านอาหาร

  1. สำรวจพื้นที่: ทีมงานเดินสำรวจตลาดหรือร้าน แยกโซนแผงเนื้อสัตว์ อาหารทะเล สัตว์ปีก ผักผลไม้ ของแห้ง ครัว ห้องน้ำ รางระบายน้ำ และจุดพักขยะ
  2. ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน: ผู้ค้าทิ้งอาหารที่สงสัย ขุดลอกรางระบายน้ำ ล้างคราบไขมันและเลือดด้วยผงซักฟอก และทำให้แห้ง การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนที่การล้าง
  3. แบ่งโซน: เริ่มจากโซนที่ปนเปื้อนมาก เช่น รางระบายน้ำ ห้องน้ำ และแผงเนื้อสัตว์ แล้วจึงไปยังแผงผัก ของแห้ง และพื้นที่ลูกค้า อาหารและสินค้าทั้งหมดต้องย้ายออกจากโซนก่อนพ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ทีมช่างพ่นทีละโซน ผู้ค้า พนักงาน และสัตว์เลี้ยงต้องออกจากพื้นที่ที่กำลังพ่น ตลาดนิยมทำหลังปิดตลาดหรือก่อนวันเปิดขาย
  5. กลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ทีมช่างแจ้งในแต่ละงาน จากนั้นล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนวางอาหาร

ความปลอดภัยและความโปร่งใส: เราไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้าง เขียง มีด ภาชนะ และพื้นผิวที่สัมผัสอาหารต้องล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำก่อนใช้ อาหารที่สัมผัสน้ำท่วมต้องทิ้ง ไม่สามารถทำให้ปลอดภัยด้วยการพ่น ผู้ค้าหรือพนักงานที่ป่วยต้องพบแพทย์และหยุดปรุงอาหาร

สิทธิประโยชน์: ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ฟรีพร้อมบริการ และออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับตลาดของเทศบาล ตลาดเอกชน และร้านอาหารที่เป็นนิติบุคคล

10 เหตุผลที่ตลาดสดและร้านอาหารควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD หลังน้ำท่วม

  1. ตรงกับเชื้ออาหารเป็นพิษที่สำคัญ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซัลโมเนลลาและโนโรไวรัส ซึ่งอยู่ในอันดับต้นของรายการนี้
  2. ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ในเวลาจำกัด เหมาะกับตลาดที่ต้องเปิดขายให้เร็วที่สุด
  3. ทำงานหลังตลาดปิดได้ ไม่รบกวนการค้าขายในช่วงที่ทยอยเปิดแผง
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุการอ้างอิงมาตรฐาน EN 14476
  5. แบ่งโซนตามประเภทแผง ลดการปนเปื้อนข้ามระหว่างโซนเนื้อสัตว์และโซนอาหารพร้อมกิน
  6. ทีมช่างผ่านการฝึกอบรม ผู้ค้าไม่ต้องผสมสารเคมีเอง
  7. รอไม่นานก่อนกลับเข้าใช้ ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที โดยยึดตามที่ช่างแจ้ง
  8. ช่วยเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้า ตลาดและร้านสามารถประกาศว่าผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเปิดขาย
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกต่อการเบิกจ่ายของเทศบาลและการทำบัญชีของร้าน
  10. ต่อยอดเป็นแผนสุขาภิบาลระยะยาว สามารถ นัดพ่นฆ่าเชื้อตลาดตามรอบ ร่วมกับวันล้างตลาดประจำเดือน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในตลาดสดและร้านอาหาร

ก่อน

  • รางระบายน้ำเต็มไปด้วยโคลนและมีกลิ่นเหม็น
  • แผงเนื้อสัตว์มีคราบไขมันผสมโคลน
  • ตู้แช่และตู้เย็นที่ไฟดับมีกลิ่นแรง
  • โกดังของแห้งชื้นและมีจุดรา
  • ลูกค้าลังเลที่จะกลับมาซื้อ

หลัง

  • รางระบายน้ำผ่านการขุดลอก ล้าง และพ่นฆ่าเชื้อ
  • แผงทุกโซนผ่านการล้างคราบไขมันและพ่นฆ่าเชื้อ
  • อาหารที่สงสัยถูกทิ้ง ตู้แช่ล้างแล้วพร้อมใช้
  • สินค้าที่ขึ้นราถูกทิ้ง ผนังและชั้นวางผ่านการพ่น
  • ตลาดมีข้อมูลขั้นตอนที่ประกาศให้ลูกค้ารับทราบ

กรณีตัวอย่าง: ตลาดของป้าจันทร์กับร้านของคุณเอกเปิดขายพร้อมกัน

หมายเหตุ: กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด

คณะกรรมการตลาดประชุมผู้ค้าและตกลงวางลำดับงานร่วมกัน วันแรก ผู้ค้าทุกแผงทิ้งสินค้าที่สัมผัสน้ำ ป้าจันทร์ตัดสินใจทิ้งเขียงไม้เก่าที่มีรอยแตกและซื้อเขียงใหม่ ทีมผู้ค้าชายช่วยกันขุดลอกรางระบายน้ำโดยสวมรองเท้าบู๊ตและถุงมือยาง วันที่สอง ทุกแผงล้างคราบไขมันด้วยผงซักฟอก ส่วนร้านของคุณเอกทิ้งวัตถุดิบในตู้แช่ทั้งหมด ล้างตู้ และให้ช่างตรวจระบบไฟ

วันที่สาม หลังตลาดแห้ง ทีมช่างเข้าสำรวจและพ่นฆ่าเชื้อเป็นโซน เริ่มจากรางระบายน้ำและห้องน้ำ ตามด้วยแผงเนื้อสัตว์ อาหารทะเล สัตว์ปีก ผักผลไม้ ของแห้ง และทางเดิน ผู้ค้ารออยู่นอกอาคารระหว่างการพ่น ร้านของคุณเอกได้รับการพ่นในครัวและพื้นที่นั่งของลูกค้าในวันเดียวกัน

เช้าวันเปิดตลาด ผู้ค้าล้างแผงและเขียงด้วยน้ำสะอาดอีกรอบก่อนวางสินค้า คณะกรรมการติดป้ายแจ้งลูกค้าว่าตลาดผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว พร้อมจัดจุดล้างมือมีสบู่ที่ทางเข้า ผู้ค้าที่มีอาการท้องเสียได้รับการขอให้หยุดขายจนกว่าจะหาย การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาเปิดขายอย่างมีระบบ ไม่ใช่การเปิดตลาดด้วยความหวังว่าทุกอย่างคงสะอาดแล้ว

เช็กลิสต์สำหรับตลาดสดและร้านอาหารก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่น

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ ตู้แช่ และปลั๊กที่จมน้ำ
  • ทิ้งอาหาร วัตถุดิบ น้ำแข็ง และของแห้งที่สัมผัสน้ำหรืออยู่ในตู้ที่ไฟดับนาน
  • ทิ้งเขียงไม้ที่แตกร้าวหรือจมน้ำเสียนาน ตามคำแนะนำทั่วไปด้านความปลอดภัยอาหาร
  • ขุดลอกรางระบายน้ำและบ่อดักไขมัน
  • ล้างคราบไขมันและเลือดบนแผงด้วยผงซักฟอกและน้ำสะอาด
  • ย้ายสินค้าและอาหารทั้งหมดออกจากโซนที่จะพ่น
  • แจ้งผู้ค้าทุกรายเรื่องวันเวลาที่พ่นและให้ออกจากพื้นที่

หลังพ่น

  • รอครบเวลาที่ทีมช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • ล้างแผง เขียง มีด และภาชนะสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนวางอาหาร
  • ใช้น้ำดื่มและน้ำแข็งจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน
  • จัดจุดล้างมือพร้อมสบู่สำหรับผู้ค้าและลูกค้า
  • ให้ผู้ค้าหรือพนักงานที่มีอาการท้องเสียหรืออาเจียนหยุดปรุงอาหาร
  • วางแผนป้องกันหนูและจัดการขยะทุกวัน

คำถามที่พบบ่อย: เชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร

ถาม: อาหารกระป๋องหรืออาหารในบรรจุภัณฑ์ที่จมน้ำ ยังขายได้ไหม
ตอบ: CDC แนะนำโดยทั่วไปว่าอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่กันน้ำซึ่งสัมผัสน้ำท่วมควรทิ้ง ส่วนกระป๋องที่ไม่บุบ ไม่บวม และไม่รั่ว อาจล้างและฆ่าเชื้อภายนอกได้ตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข หากไม่แน่ใจควรทิ้ง

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วแผงเนื้อใช้วางเนื้อได้ทันทีหรือไม่
ตอบ: ต้องรอครบเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนวางสินค้าทุกครั้ง

ถาม: ตลาดใหญ่หลายร้อยแผง ต้องปิดนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพความเสียหาย ทีมงานจะสำรวจและวางแผนเป็นโซน ซึ่งช่วยให้บางโซนกลับมาเปิดได้ก่อน

ถาม: ร้านอาหารห้องแถวขนาดเล็กใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ ทีมงานให้บริการตั้งแต่ร้านขนาดเล็กจนถึงตลาดและศูนย์อาหารขนาดใหญ่

ถาม: การพ่นช่วยกำจัดหนูหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อจัดการเชื้อบนพื้นผิว การควบคุมหนูต้องใช้การจัดการขยะ การปิดช่องทางเข้า และบริการกำจัดสัตว์พาหะโดยผู้เชี่ยวชาญ

ถาม: ผู้ค้ามีไข้สูงและปวดน่องหลังขุดลอกรางน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: หยุดทำงานและพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งว่าเคยลุยน้ำและโคลน เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนู การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษา

ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อตลาดสดและร้านอาหารหลังน้ำท่วม ก่อนเปิดขายอีกครั้ง

สำรวจหน้างาน แบ่งโซนตามประเภทแผง ทำหลังตลาดปิดได้ พร้อมใบกำกับภาษี

นัดสำรวจและพ่นฆ่าเชื้อตลาดและร้านอาหาร

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บริการที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อตลาดสด #ร้านอาหารหลังน้ำท่วม #อาหารเป็นพิษ #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในตลาดสดและร้านอาหาร, เชื้อโรคในตลาดสดหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อตลาดสด, พ่นฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม, อาหารเป็นพิษหลังน้ำท่วม, ซัลโมเนลลา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้