Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
หากออฟฟิศของคุณเพิ่งผ่านน้ำท่วม บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน นี้เขียนขึ้นเพื่อผู้จัดการอาคาร ฝ่ายบุคคล ฝ่ายธุรการ และเจ้าของกิจการ ที่ต้องตัดสินใจว่าจะให้พนักงานกลับเข้าทำงานเมื่อไรและอย่างไร เราจัดลำดับเชื้อที่ควรให้ความสำคัญก่อนในพื้นที่ทำงาน อธิบายว่าเชื้อแต่ละชนิดซ่อนอยู่ตรงไหน ตั้งแต่พรมใต้โต๊ะทำงาน ฝ้าเพดาน ห้องน้ำ แพนทรี ไปจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน แล้วปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังการล้างโคลนและทำความสะอาด เพื่อช่วยกำจัดเชื้อบนพื้นผิวและลดความเสี่ยงที่พนักงานจะป่วยต่อเนื่องกันหลายคน
ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์นำเสนอ อุทกภัยรอบนี้ส่งผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน นอกจากบ้านเรือนแล้ว ยังมีสำนักงาน อาคารพาณิชย์ และสาขาของธุรกิจจำนวนมากที่ชั้นล่างถูกน้ำท่วม
สำนักงานมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้เชื้อโรคหลังน้ำท่วมเป็นปัญหาได้นาน ประการแรก วัสดุตกแต่งภายในส่วนใหญ่อุ้มน้ำ ทั้งพรมแผ่น ฝ้ายิปซัม ผนังเบา ฉากกั้นโต๊ะที่หุ้มผ้า และเก้าอี้บุนวม ประการที่สอง อาคารสำนักงานมักเป็นห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เมื่อไฟดับและระบบหยุดทำงานหลายวัน ความชื้นจะสะสมอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว ประการที่สาม พนักงานหลายสิบหรือหลายร้อยคนใช้พื้นที่ร่วมกันวันละแปดชั่วโมงขึ้นไป ใช้ห้องน้ำ ตู้เย็น เครื่องชงกาแฟ ลิฟต์ และห้องประชุมชุดเดียวกัน หากเชื้อยังค้างอยู่ การป่วยต่อเนื่องเป็นทอด ๆ ก็เกิดขึ้นได้ง่าย
ผลกระทบจึงไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ แต่รวมถึงจำนวนวันลาป่วยที่เพิ่มขึ้น งานที่ล่าช้า ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มาติดต่อ และความรู้สึกไม่ปลอดภัยของพนักงานที่ต้องกลับมานั่งในห้องที่ยังมีกลิ่นอับ
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมในอาคารสำนักงาน ไม่ใช่เรื่องของบริษัทหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ
คุณต้นเป็นผู้จัดการสำนักงานของบริษัทรับทำบัญชีขนาดกลาง มีพนักงานราวสามสิบคน สำนักงานตั้งอยู่ชั้นล่างและชั้นสองของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นในเขตปริมณฑล เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันและคลองใกล้อาคารเอ่อล้น น้ำเข้าชั้นล่างสูงราวครึ่งแข้ง ท่วมโต๊ะต้อนรับ ห้องประชุมเล็ก ห้องเก็บเอกสาร แพนทรี และห้องน้ำ น้ำขังอยู่หลายวันกว่าจะสูบออกได้หมด
หลังน้ำลด ทีมงานช่วยกันขนแฟ้มเอกสารที่เปียกขึ้นชั้นบน ล้างพื้นกระเบื้อง และเปิดพัดลมเป่า หนึ่งสัปดาห์ต่อมาบริษัทให้พนักงานกลับเข้ามาทำงาน แต่ปัญหาเริ่มปรากฏ พนักงานหลายคนบ่นว่าแสบจมูกและจามทั้งวัน กลิ่นอับลอยมาจากพรมแผ่นในห้องประชุมและฝ้าเพดานที่มีคราบน้ำเป็นวง ตู้เย็นในแพนทรีที่ไฟดับไปหลายวันยังมีกลิ่นแรง และในสัปดาห์ที่สอง พนักงานสามคนลาป่วยเพราะท้องเสียในเวลาใกล้เคียงกัน
คุณต้นเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่ทำไปยังไม่พอ ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าเชื้อชนิดใดที่ควรกังวลก่อน ต้องรื้ออะไรออก และควรจ้างใครมาจัดการ การจัดอันดับด้านล่างจึงตั้งใจตอบคำถามเหล่านี้ให้ผู้ที่ดูแลสำนักงานอย่างคุณต้น
ข้อควรทราบ: การจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยวางลำดับการทำงาน ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ และไม่ได้อ้างอิงจากสถิติการเจ็บป่วยชุดใด เราพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ร่วมกัน
เราอธิบายความคงทนของเชื้อในสิ่งแวดล้อมในเชิงคุณภาพเท่านั้น และไม่ระบุตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ลำดับที่ได้คือคำแนะนำว่าควรเริ่มคิดจากเชื้อใดก่อน ไม่ได้หมายความว่าเชื้อในลำดับท้ายไม่สำคัญ
เหตุผลที่อยู่อันดับ 1: ในสำนักงาน เชื้อราคือปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดและอยู่นานที่สุดหลังน้ำท่วม WHO และ CDC แนะนำตรงกันว่าวัสดุที่เปียกควรล้างและทำให้แห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง แต่สำนักงานจำนวนมากต้องรอให้น้ำลดและไฟกลับมาก่อน พรม ฝ้ายิปซัม และผนังเบาจึงอยู่ในสภาพชื้นนานพอให้เชื้อราเจริญเติบโต ห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศยิ่งทำให้กลิ่นอับและสปอร์ราวนเวียนอยู่ในพื้นที่ทำงาน
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ใต้พรมแผ่นและแผ่นรองพรม ด้านหลังผนังเบาส่วนล่าง ฝ้าเพดานที่มีคราบน้ำ ฉากกั้นโต๊ะที่หุ้มผ้า เก้าอี้บุนวม ตู้เก็บเอกสารที่ชิดผนัง แฟ้มกระดาษที่เคยเปียก และแผงกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตาและคอ ผื่นคัน พนักงานที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมักมีอาการชัดเจนก่อนคนอื่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่รุนแรงกว่า
การป้องกัน: รื้อพรม แผ่นรองพรม และวัสดุที่อุ้มน้ำซึ่งทำความสะอาดไม่ได้ออก ตัดผนังเบาส่วนที่น้ำท่วมถึงตามคำแนะนำของช่าง เปลี่ยนแผงฝ้าที่มีคราบ ให้ช่างล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ใช้เครื่องลดความชื้นจนกว่าวัสดุจะแห้งสนิท และผู้รื้อถอนควรสวมหน้ากากชนิดกรองฝุ่นละเอียด
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา การพ่นฆ่าเชื้อหลังรื้อวัสดุที่เสียหายและทำให้พื้นที่แห้งแล้ว จึงช่วยจัดการเชื้อราบนโครงสร้าง พื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังเก็บไว้ หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบแยกสำหรับสายพันธุ์อย่าง Aspergillus หรือ Stachybotrys หากต้องการข้อมูลเฉพาะสามารถสอบถามทีมงานได้ ส่วนกลิ่นอับที่ค้างในอากาศ อาจพิจารณา บริการอบโอโซนในอาคาร เป็นบริการเสริม
เหตุผลที่อยู่อันดับ 2: น้ำท่วมที่เข้าอาคารสำนักงานมักผสมน้ำเสียจากท่อระบายน้ำและบ่อบำบัดของอาคาร อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่บ่งบอกการปนเปื้อนอุจจาระ หากพบก็มีโอกาสที่เชื้อก่อโรคทางเดินอาหารชนิดอื่นจะปะปนอยู่ด้วย ชั้นล่างของอาคาร ห้องน้ำ และชั้นใต้ดินจึงเป็นจุดที่ต้องระวังมากที่สุด
ซ่อนอยู่ตรงไหน: คราบโคลนตามขอบผนังและบัวพื้น ใต้ตู้เคาน์เตอร์ต้อนรับ ขาโต๊ะและล้อเก้าอี้ ท่อระบายน้ำในห้องน้ำ บ่อพักน้ำเสีย และห้องเครื่องปั๊มน้ำชั้นใต้ดิน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ บางสายพันธุ์อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือด แม่บ้านและพนักงานที่ทำความสะอาดชั้นล่างคือกลุ่มที่สัมผัสมากที่สุด หากถ่ายเป็นเลือดหรืออาการไม่ดีขึ้นต้องพบแพทย์
การป้องกัน: ให้ทีมทำความสะอาดสวมถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต และหน้ากาก ขนโคลนและล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกก่อนฆ่าเชื้อ ตรวจระบบบำบัดน้ำเสียของอาคารโดยช่าง และงดใช้ห้องน้ำชั้นล่างจนกว่าจะทำความสะอาดเสร็จ
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: อีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบต่อเชื้อนี้แยกไว้ WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม ผู้ที่ต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอข้อมูลจากทีมงานได้
เหตุผลที่อยู่อันดับ 3: โนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของการอาเจียนและท้องร่วงที่ระบาดเป็นกลุ่มในที่ทำงาน CDC ระบุว่าเชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายมากและคงอยู่บนพื้นผิวได้นาน หลังน้ำท่วม ห้องน้ำที่เคยมีน้ำเสียไหลย้อน และแพนทรีที่พนักงานใช้ร่วมกัน คือจุดที่เชื้อนี้แพร่จากคนหนึ่งไปยังหลายคนได้ในเวลาไม่กี่วัน เหมือนที่สำนักงานของคุณต้นพบพนักงานท้องเสียพร้อมกันหลายคน
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ที่กดชักโครก ก๊อกน้ำ ที่จับประตูห้องน้ำ เครื่องจ่ายสบู่ ด้ามจับตู้เย็น ปุ่มเครื่องทำน้ำร้อน ไมโครเวฟ และโต๊ะกินข้าวในแพนทรี
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คลื่นไส้ อาเจียนอย่างฉับพลัน ท้องร่วง ปวดท้อง บางคนมีไข้ต่ำ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวควรระวังภาวะขาดน้ำ หากอาการรุนแรงควรพบแพทย์
การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ให้พนักงานที่มีอาการทำงานจากบ้านหรือหยุดพักจนหายดี ทำความสะอาดคราบอาเจียนโดยสวมอุปกรณ์ป้องกัน และงดการแบ่งปันอาหารในแพนทรีช่วงที่มีผู้ป่วย
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส การพ่นฆ่าเชื้อในห้องน้ำ แพนทรี และจุดสัมผัสร่วมหลังการล้าง จึงเป็นการลดเชื้อที่ทนต่อน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปได้ตรงจุด
เหตุผลที่อยู่อันดับ 4: ไวรัสทางเดินหายใจไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่หลังน้ำท่วม พนักงานจำนวนมากต้องพักอาศัยกับญาติหรือในที่พักชั่วคราวที่แออัด เหนื่อยล้าจากการกู้บ้าน และกลับมาทำงานพร้อมกันในห้องปิดที่ระบบปรับอากาศเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ สภาพเช่นนี้เอื้อต่อการแพร่ของไข้หวัดใหญ่และโควิด-19
ซ่อนอยู่ตรงไหน: โต๊ะประชุม รีโมตโปรเจกเตอร์ ไมโครโฟน คีย์บอร์ดและเมาส์ที่ใช้ร่วมกัน โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ ปุ่มลิฟต์ ราวบันได เครื่องสแกนนิ้วเข้างาน และเครื่องถ่ายเอกสาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย พนักงานสูงวัย หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หากหายใจลำบากควรพบแพทย์ทันที
การป้องกัน: ส่งเสริมการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำแพทย์ ให้ผู้มีอาการสวมหน้ากากหรือทำงานจากบ้าน ตรวจระบบระบายอากาศ และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยาระบุว่าครอบคลุม SARS-CoV-2 (โควิด-19) ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 การพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นก่อนวันที่พนักงานกลับมาพร้อมกัน จึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในช่วงที่ความเสี่ยงสูงที่สุด
เหตุผลที่อยู่อันดับ 5: เชื้อเลจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ในระบบน้ำที่น้ำนิ่ง อุ่น และไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน CDC ให้ความสำคัญกับการจัดการระบบน้ำในอาคารที่ปิดไปนานก่อนเปิดใช้ใหม่ อาคารสำนักงานที่ปิดหลายสัปดาห์เพราะน้ำท่วมจึงมีความเสี่ยงนี้ โดยเฉพาะอาคารที่มีหอระบายความร้อน ถังเก็บน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่น เชื้อนี้ติดต่อจากการหายใจเอาละอองน้ำที่ปนเปื้อนเข้าไป ไม่ได้ติดจากคนสู่คน
ซ่อนอยู่ตรงไหน: หอระบายความร้อนของระบบปรับอากาศส่วนกลาง ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือใต้ดิน ท่อน้ำที่ไม่ได้ใช้ หัวฝักบัวในห้องอาบน้ำของพนักงาน และก๊อกน้ำที่ไม่ได้เปิดนาน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อ อาจเป็นปอดอักเสบได้ ผู้ที่อายุมาก ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่มีโรคปอดหรือภูมิคุ้มกันต่ำเป็นกลุ่มเสี่ยง
การป้องกัน: ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำตรวจและล้างหอระบายความร้อนและถังเก็บน้ำก่อนเปิดใช้ เปิดน้ำไล่ท่อทุกจุดที่ไม่ได้ใช้ ตามแนวทางการบริหารจัดการระบบน้ำของอาคาร
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: สิ่งที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวไม่ใช่วิธีจัดการเลจิโอเนลลาภายในระบบท่อและหอระบายความร้อน ซึ่งต้องใช้การบำรุงรักษาระบบน้ำโดยผู้เชี่ยวชาญ การพ่นมีบทบาทกับพื้นผิวรอบ ๆ เช่น ห้องอาบน้ำ ห้องเครื่อง และพื้นที่ชื้น เชื้อนี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบระบุแยกบนหน้าเว็บ หากต้องการข้อมูลสามารถสอบถามได้
เหตุผลที่อยู่อันดับ 6: โรคฉี่หนูคือโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งหลังน้ำท่วม หนูมักหนีน้ำขึ้นไปอาศัยในห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน และลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคาร เชื้อในปัสสาวะหนูเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในสำนักงานคือพนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ช่างอาคาร และพนักงานที่ลงไปขนเอกสารหรือรถในพื้นที่น้ำขัง
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้องเก็บเอกสารเก่า ห้องขยะ ช่องท่อ ฝ้าเพดานชั้นล่าง และบ่อพักน้ำรอบอาคาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หากเคยลุยน้ำหรือโคลนแล้วมีอาการเหล่านี้ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติ
การป้องกัน: สวมรองเท้าบู๊ตและถุงมือยาง ปิดแผลกันน้ำ ล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ กำจัดขยะและเศษอาหารที่ดึงดูดหนู และให้ผู้ที่มีบาดแผลปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยัก
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้าเว็บ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบแยกไว้ การพ่นฆ่าเชื้อในลานจอดรถ ห้องเก็บเอกสาร และทางเดินหลังล้างโคลนออก ทำตามแนวทางของ WHO และ CDC ที่แนะนำให้ล้างแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอได้
เหตุผลที่อยู่อันดับ 7: เชื้อนี้พบได้บนผิวหนังและในจมูกของคนทั่วไป แต่หลังน้ำท่วม พนักงานจำนวนมากมีบาดแผลเล็ก ๆ จากการขนของ รื้อพรม และเดินลุยน้ำ แผลที่สัมผัสน้ำสกปรกเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้ และเชื้อยังติดอยู่บนอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันได้
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถุงมือและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้ร่วมกัน ชุดปฐมพยาบาล ที่วางแขนเก้าอี้ ผ้าเช็ดมือในห้องน้ำ และอุปกรณ์ออกกำลังกายในห้องฟิตเนสของอาคาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ที่เป็นเบาหวานและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังเป็นพิเศษ หากแผลลุกลามต้องพบแพทย์
การป้องกัน: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผลให้มิดชิด ไม่ใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกัน และจัดเตรียมถุงมือส่วนบุคคลให้ทีมที่ช่วยทำความสะอาด
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมหลังการทำความสะอาดช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียบนพื้นผิว ส่วนบาดแผลต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
เหตุผลที่อยู่อันดับ 8: แบคทีเรียสองกลุ่มนี้ชอบสภาพเปียกชื้นและพบได้ในน้ำ ดิน และท่อระบายน้ำ หลังน้ำท่วม พรมที่ยังไม่แห้ง อ่างล้างมือ ท่อระบายน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ และถาดรองน้ำ คือที่ที่เชื้อเหล่านี้เพิ่มจำนวนได้ โดยทั่วไปเชื้อกลุ่มนี้ไม่ค่อยก่อโรคในคนแข็งแรง จึงอยู่ในลำดับกลางค่อนท้าย แต่มีความสำคัญต่อพนักงานที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถาดรองน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ อ่างล้างมือ ท่อระบายน้ำในแพนทรี ฟองน้ำล้างจาน แจกันดอกไม้ และพรมที่ยังชื้น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่แผล ผิวหนัง หรือทางเดินหายใจในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคร้ายแรงเป็นกลุ่มเสี่ยง
การป้องกัน: ทำให้พื้นที่แห้ง ล้างถาดรองน้ำเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนฟองน้ำล้างจานบ่อย ๆ และไม่ปล่อยให้มีน้ำขังในอาคาร
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ไม่มีผลทดสอบระบุแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อในจุดเปียกชื้นหลังทำความสะอาดและทำให้แห้งช่วยลดแหล่งสะสม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบให้สอบถามทีมงาน
เหตุผลที่อยู่อันดับ 9: ตู้เย็นในแพนทรีที่ไฟดับหลายวันมักมีอาหารเน่าเสีย เนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารสำเร็จรูปที่พนักงานฝากไว้ อาจเป็นแหล่งของซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษ แต่ความเสี่ยงนี้ควบคุมได้ง่ายด้วยการทิ้งอาหารทั้งหมดและล้างตู้อย่างถูกวิธี จึงอยู่ลำดับท้าย
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ชั้นวางและขอบยางตู้เย็น ถาดรองน้ำแข็ง ไมโครเวฟ เขียงและมีดในแพนทรี และกล่องข้าวที่ถูกลืมไว้
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง ไข้ อาเจียน ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ควรพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
การป้องกัน: ทิ้งอาหารทุกอย่างในตู้เย็นที่ไฟดับนานหรือสัมผัสน้ำท่วม ล้างตู้ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ทำให้แห้งก่อนเปิดใช้
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อซัลโมเนลลา การพ่นฆ่าเชื้อพื้น ผนัง และพื้นผิวในแพนทรีหลังล้างเสร็จจึงช่วยลดเชื้อในพื้นที่ ส่วนพื้นผิวที่สัมผัสอาหารให้ล้างน้ำสะอาดตามคำแนะนำของทีมช่างก่อนใช้
เหตุผลที่อยู่อันดับ 10: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ WHO ระบุว่าความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อระบบน้ำสะอาดและสุขาภิบาลได้รับผลกระทบ ในสำนักงาน ตู้กดน้ำ เครื่องกรองน้ำ และเครื่องทำน้ำแข็งที่น้ำท่วมถึงเป็นจุดที่ต้องตรวจ อยู่อันดับท้ายเพราะสำนักงานสามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำดื่มบรรจุขวดได้ทันที
ซ่อนอยู่ตรงไหน: ตู้กดน้ำ เครื่องกรองน้ำ เครื่องทำน้ำแข็ง ถังน้ำ และภาชนะในแพนทรีที่น้ำท่วมถึง
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง อาการมักรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ หากมีอาการตัวเหลืองควรพบแพทย์
การป้องกัน: ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดจนกว่าจะล้างและเปลี่ยนไส้กรองโดยผู้ให้บริการ ล้างมือก่อนกินอาหาร และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุไว้ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวภายนอกของตู้น้ำและพื้นที่โดยรอบช่วยได้ในส่วนของพื้นผิว ส่วนระบบน้ำภายในต้องล้างโดยผู้ให้บริการเครื่องกรอง หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถสอบถามได้
ภาพรวมคือ สำนักงานต้องจัดการสามเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ วัสดุที่อุ้มน้ำและเชื้อรา จุดสัมผัสร่วมที่พนักงานใช้ทุกวัน และระบบน้ำของอาคาร การล้างพื้นให้ดูสะอาดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ครอบคลุม
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าการล้างไม่สำคัญ การล้างและรื้อวัสดุที่เสียหายต้องมาก่อนเสมอ แต่หลังจากนั้นสำนักงานควรมีขั้นตอนการฆ่าเชื้อที่เป็นระบบ
World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อโรค โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้ทั้งการพ่นและการพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าบริการระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุว่าสำนักงาน ธนาคาร และสายการบินอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ
ความปลอดภัยและความโปร่งใส: เราไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้าง พื้นผิวที่สัมผัสอาหารในแพนทรีควรล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ตามคำแนะนำ พนักงานที่มีอาการป่วยต้องพบแพทย์ และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการดูแลระบบน้ำของอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ
สิทธิประโยชน์: ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ฟรีพร้อมบริการ และออกใบกำกับภาษีได้
หมายเหตุ: กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด
หลังพนักงานลาป่วยหลายคน คุณต้นตัดสินใจหยุดใช้ชั้นล่างชั่วคราว ให้ทีมรื้อพรมห้องประชุม ตัดผนังเบาส่วนล่าง และเปลี่ยนฝ้าที่มีคราบน้ำ ตู้เย็นในแพนทรีถูกล้างหลังทิ้งอาหารทั้งหมด ช่างระบบปรับอากาศล้างแผ่นกรองและถาดรองน้ำทิ้ง ส่วนน้ำดื่มเปลี่ยนเป็นน้ำบรรจุขวดจนกว่าผู้ให้บริการจะเปลี่ยนไส้กรอง
เมื่อพื้นที่แห้งแล้ว ทีมช่างเข้าสำรวจในวันศุกร์และเริ่มพ่นในวันเสาร์ แบ่งเป็นห้องน้ำ แพนทรี พื้นที่ทำงานชั้นล่าง ห้องประชุม และโถงต้อนรับ คอมพิวเตอร์และเอกสารถูกคลุมไว้ก่อน พนักงานรักษาความปลอดภัยรออยู่นอกโซนตลอดการพ่น หลังครบเวลาที่ช่างแจ้ง ระบบระบายอากาศถูกเปิดให้ทำงานต่อเนื่อง
วันจันทร์ ฝ่ายบุคคลส่งอีเมลแจ้งพนักงานถึงสิ่งที่ทำไปทั้งหมด พร้อมขอให้ผู้ที่มีอาการไข้หรือท้องเสียแจ้งหัวหน้าและไปพบแพทย์ แม่บ้านได้รับรายการจุดสัมผัสที่ต้องเช็ดทุกวัน การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้การดูแลประจำวันมีความหมายมากขึ้น
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเสียหายไหม
ตอบ: ทีมช่างจะแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร และเซิร์ฟเวอร์ก่อนพ่น และวางแผนวิธีการพ่นให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่
ถาม: พรมที่แห้งแล้วไม่มีกลิ่น จำเป็นต้องรื้อไหม
ตอบ: พรมที่แช่น้ำเสียจากน้ำท่วมมักทำความสะอาดให้หมดได้ยาก CDC แนะนำโดยทั่วไปให้ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำซึ่งทำความสะอาดและทำให้แห้งไม่ได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายกรณี
ถาม: ทำนอกเวลาทำการหรือวันหยุดได้ไหม
ตอบ: ได้ สามารถนัดหมายนอกเวลาทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจ โปรดแจ้งทีมงานล่วงหน้า
ถาม: การพ่นช่วยเรื่องเชื้อเลจิโอเนลลาในระบบน้ำหรือไม่
ตอบ: การพ่นจัดการพื้นผิว ไม่ใช่ภายในระบบท่อหรือหอระบายความร้อน ระบบน้ำต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำของอาคาร
ถาม: อาคารสำนักงานให้เช่าหลายชั้น สามารถพ่นเฉพาะชั้นที่ท่วมได้ไหม
ตอบ: ได้ ทีมงานสามารถวางแผนเฉพาะชั้นหรือโซนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ลิฟต์ โถง และลานจอดรถ
ถาม: พนักงานมีไข้และปวดน่องหลังช่วยขนของในน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้หยุดงานและพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษา
สำรวจหน้างาน วางแผนเป็นโซน ทำนอกเวลาได้ พร้อมใบกำกับภาษี
นัดสำรวจและพ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน #เชื้อราในออฟฟิศ #Chemgene
คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน, เชื้อโรคในออฟฟิศหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสำนักงานหลังน้ำท่วม, เชื้อราในพรมและฝ้า, เลจิโอเนลลาในอาคาร, โนโรไวรัสในที่ทำงาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H