จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน 2569: 10 เชื้อที่ซ่อนอยู่ในพรม ฝ้า ห้องน้ำ และห้องประชุม พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกันก่อนพนักงานกลับมา

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน 2569: 10 เชื้อที่ซ่อนอยู่ในพรม ฝ้า ห้องน้ำ และห้องประชุม พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกันก่อนพนักงานกลับมา

หากออฟฟิศของคุณเพิ่งผ่านน้ำท่วม บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน นี้เขียนขึ้นเพื่อผู้จัดการอาคาร ฝ่ายบุคคล ฝ่ายธุรการ และเจ้าของกิจการ ที่ต้องตัดสินใจว่าจะให้พนักงานกลับเข้าทำงานเมื่อไรและอย่างไร เราจัดลำดับเชื้อที่ควรให้ความสำคัญก่อนในพื้นที่ทำงาน อธิบายว่าเชื้อแต่ละชนิดซ่อนอยู่ตรงไหน ตั้งแต่พรมใต้โต๊ะทำงาน ฝ้าเพดาน ห้องน้ำ แพนทรี ไปจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน แล้วปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังการล้างโคลนและทำความสะอาด เพื่อช่วยกำจัดเชื้อบนพื้นผิวและลดความเสี่ยงที่พนักงานจะป่วยต่อเนื่องกันหลายคน

ทำไมสำนักงานหลังน้ำท่วมจึงมีความเสี่ยงต่างจากบ้าน

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์นำเสนอ อุทกภัยรอบนี้ส่งผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน นอกจากบ้านเรือนแล้ว ยังมีสำนักงาน อาคารพาณิชย์ และสาขาของธุรกิจจำนวนมากที่ชั้นล่างถูกน้ำท่วม

สำนักงานมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้เชื้อโรคหลังน้ำท่วมเป็นปัญหาได้นาน ประการแรก วัสดุตกแต่งภายในส่วนใหญ่อุ้มน้ำ ทั้งพรมแผ่น ฝ้ายิปซัม ผนังเบา ฉากกั้นโต๊ะที่หุ้มผ้า และเก้าอี้บุนวม ประการที่สอง อาคารสำนักงานมักเป็นห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เมื่อไฟดับและระบบหยุดทำงานหลายวัน ความชื้นจะสะสมอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว ประการที่สาม พนักงานหลายสิบหรือหลายร้อยคนใช้พื้นที่ร่วมกันวันละแปดชั่วโมงขึ้นไป ใช้ห้องน้ำ ตู้เย็น เครื่องชงกาแฟ ลิฟต์ และห้องประชุมชุดเดียวกัน หากเชื้อยังค้างอยู่ การป่วยต่อเนื่องเป็นทอด ๆ ก็เกิดขึ้นได้ง่าย

ผลกระทบจึงไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพ แต่รวมถึงจำนวนวันลาป่วยที่เพิ่มขึ้น งานที่ล่าช้า ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มาติดต่อ และความรู้สึกไม่ปลอดภัยของพนักงานที่ต้องกลับมานั่งในห้องที่ยังมีกลิ่นอับ

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: สำนักงานบัญชีชั้นล่างที่กลิ่นอับไม่ยอมหาย

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมในอาคารสำนักงาน ไม่ใช่เรื่องของบริษัทหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ

คุณต้นเป็นผู้จัดการสำนักงานของบริษัทรับทำบัญชีขนาดกลาง มีพนักงานราวสามสิบคน สำนักงานตั้งอยู่ชั้นล่างและชั้นสองของอาคารพาณิชย์สี่ชั้นในเขตปริมณฑล เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันและคลองใกล้อาคารเอ่อล้น น้ำเข้าชั้นล่างสูงราวครึ่งแข้ง ท่วมโต๊ะต้อนรับ ห้องประชุมเล็ก ห้องเก็บเอกสาร แพนทรี และห้องน้ำ น้ำขังอยู่หลายวันกว่าจะสูบออกได้หมด

หลังน้ำลด ทีมงานช่วยกันขนแฟ้มเอกสารที่เปียกขึ้นชั้นบน ล้างพื้นกระเบื้อง และเปิดพัดลมเป่า หนึ่งสัปดาห์ต่อมาบริษัทให้พนักงานกลับเข้ามาทำงาน แต่ปัญหาเริ่มปรากฏ พนักงานหลายคนบ่นว่าแสบจมูกและจามทั้งวัน กลิ่นอับลอยมาจากพรมแผ่นในห้องประชุมและฝ้าเพดานที่มีคราบน้ำเป็นวง ตู้เย็นในแพนทรีที่ไฟดับไปหลายวันยังมีกลิ่นแรง และในสัปดาห์ที่สอง พนักงานสามคนลาป่วยเพราะท้องเสียในเวลาใกล้เคียงกัน

คุณต้นเริ่มสงสัยว่าสิ่งที่ทำไปยังไม่พอ ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าเชื้อชนิดใดที่ควรกังวลก่อน ต้องรื้ออะไรออก และควรจ้างใครมาจัดการ การจัดอันดับด้านล่างจึงตั้งใจตอบคำถามเหล่านี้ให้ผู้ที่ดูแลสำนักงานอย่างคุณต้น

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน

ข้อควรทราบ: การจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD เพื่อช่วยวางลำดับการทำงาน ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ และไม่ได้อ้างอิงจากสถิติการเจ็บป่วยชุดใด เราพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ร่วมกัน

  1. ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมและอาคาร เชื้อนั้นปรากฏในคำแนะนำเรื่องน้ำท่วมหรือคุณภาพอากาศในอาคารของ WHO, CDC หรือกรมควบคุมโรคบ่อยเพียงใด
  2. โอกาสพบในสำนักงาน วัสดุ ระบบน้ำ และการใช้งานของสำนักงานเอื้อให้เชื้อนั้นอยู่รอดหรือเพิ่มจำนวนมากน้อยเพียงใด
  3. จำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ เชื้อแพร่ผ่านพื้นที่ใช้ร่วม เช่น ห้องน้ำ แพนทรี ห้องประชุม และลิฟต์ ได้ง่ายแค่ไหน
  4. ความรุนแรงต่อผู้ใหญ่วัยทำงานและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงพนักงานตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  5. ความสามารถในการควบคุม การรื้อวัสดุ การล้าง การทำให้แห้ง และการฆ่าเชื้อบนพื้นผิวช่วยลดความเสี่ยงได้มากเพียงใด

เราอธิบายความคงทนของเชื้อในสิ่งแวดล้อมในเชิงคุณภาพเท่านั้น และไม่ระบุตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานรองรับ ลำดับที่ได้คือคำแนะนำว่าควรเริ่มคิดจากเชื้อใดก่อน ไม่ได้หมายความว่าเชื้อในลำดับท้ายไม่สำคัญ

อันดับ 1: เชื้อราในพรม ฝ้า และผนังเบา (Aspergillus, Penicillium, Cladosporium และ Stachybotrys)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 1: ในสำนักงาน เชื้อราคือปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดและอยู่นานที่สุดหลังน้ำท่วม WHO และ CDC แนะนำตรงกันว่าวัสดุที่เปียกควรล้างและทำให้แห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง แต่สำนักงานจำนวนมากต้องรอให้น้ำลดและไฟกลับมาก่อน พรม ฝ้ายิปซัม และผนังเบาจึงอยู่ในสภาพชื้นนานพอให้เชื้อราเจริญเติบโต ห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศยิ่งทำให้กลิ่นอับและสปอร์ราวนเวียนอยู่ในพื้นที่ทำงาน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ใต้พรมแผ่นและแผ่นรองพรม ด้านหลังผนังเบาส่วนล่าง ฝ้าเพดานที่มีคราบน้ำ ฉากกั้นโต๊ะที่หุ้มผ้า เก้าอี้บุนวม ตู้เก็บเอกสารที่ชิดผนัง แฟ้มกระดาษที่เคยเปียก และแผงกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตาและคอ ผื่นคัน พนักงานที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมักมีอาการชัดเจนก่อนคนอื่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่รุนแรงกว่า

การป้องกัน: รื้อพรม แผ่นรองพรม และวัสดุที่อุ้มน้ำซึ่งทำความสะอาดไม่ได้ออก ตัดผนังเบาส่วนที่น้ำท่วมถึงตามคำแนะนำของช่าง เปลี่ยนแผงฝ้าที่มีคราบ ให้ช่างล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ใช้เครื่องลดความชื้นจนกว่าวัสดุจะแห้งสนิท และผู้รื้อถอนควรสวมหน้ากากชนิดกรองฝุ่นละเอียด

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา การพ่นฆ่าเชื้อหลังรื้อวัสดุที่เสียหายและทำให้พื้นที่แห้งแล้ว จึงช่วยจัดการเชื้อราบนโครงสร้าง พื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังเก็บไว้ หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบแยกสำหรับสายพันธุ์อย่าง Aspergillus หรือ Stachybotrys หากต้องการข้อมูลเฉพาะสามารถสอบถามทีมงานได้ ส่วนกลิ่นอับที่ค้างในอากาศ อาจพิจารณา บริการอบโอโซนในอาคาร เป็นบริการเสริม

อันดับ 2: อีโคไลและแบคทีเรียจากน้ำเสีย (Escherichia coli และกลุ่ม faecal bacteria)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 2: น้ำท่วมที่เข้าอาคารสำนักงานมักผสมน้ำเสียจากท่อระบายน้ำและบ่อบำบัดของอาคาร อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่บ่งบอกการปนเปื้อนอุจจาระ หากพบก็มีโอกาสที่เชื้อก่อโรคทางเดินอาหารชนิดอื่นจะปะปนอยู่ด้วย ชั้นล่างของอาคาร ห้องน้ำ และชั้นใต้ดินจึงเป็นจุดที่ต้องระวังมากที่สุด

ซ่อนอยู่ตรงไหน: คราบโคลนตามขอบผนังและบัวพื้น ใต้ตู้เคาน์เตอร์ต้อนรับ ขาโต๊ะและล้อเก้าอี้ ท่อระบายน้ำในห้องน้ำ บ่อพักน้ำเสีย และห้องเครื่องปั๊มน้ำชั้นใต้ดิน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ บางสายพันธุ์อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือด แม่บ้านและพนักงานที่ทำความสะอาดชั้นล่างคือกลุ่มที่สัมผัสมากที่สุด หากถ่ายเป็นเลือดหรืออาการไม่ดีขึ้นต้องพบแพทย์

การป้องกัน: ให้ทีมทำความสะอาดสวมถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต และหน้ากาก ขนโคลนและล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกก่อนฆ่าเชื้อ ตรวจระบบบำบัดน้ำเสียของอาคารโดยช่าง และงดใช้ห้องน้ำชั้นล่างจนกว่าจะทำความสะอาดเสร็จ

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: อีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบต่อเชื้อนี้แยกไว้ WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม ผู้ที่ต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอข้อมูลจากทีมงานได้

อันดับ 3: โนโรไวรัส (Norovirus) ในห้องน้ำและแพนทรี

เหตุผลที่อยู่อันดับ 3: โนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของการอาเจียนและท้องร่วงที่ระบาดเป็นกลุ่มในที่ทำงาน CDC ระบุว่าเชื้อนี้ติดต่อได้ง่ายมากและคงอยู่บนพื้นผิวได้นาน หลังน้ำท่วม ห้องน้ำที่เคยมีน้ำเสียไหลย้อน และแพนทรีที่พนักงานใช้ร่วมกัน คือจุดที่เชื้อนี้แพร่จากคนหนึ่งไปยังหลายคนได้ในเวลาไม่กี่วัน เหมือนที่สำนักงานของคุณต้นพบพนักงานท้องเสียพร้อมกันหลายคน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ที่กดชักโครก ก๊อกน้ำ ที่จับประตูห้องน้ำ เครื่องจ่ายสบู่ ด้ามจับตู้เย็น ปุ่มเครื่องทำน้ำร้อน ไมโครเวฟ และโต๊ะกินข้าวในแพนทรี

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คลื่นไส้ อาเจียนอย่างฉับพลัน ท้องร่วง ปวดท้อง บางคนมีไข้ต่ำ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวควรระวังภาวะขาดน้ำ หากอาการรุนแรงควรพบแพทย์

การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด ให้พนักงานที่มีอาการทำงานจากบ้านหรือหยุดพักจนหายดี ทำความสะอาดคราบอาเจียนโดยสวมอุปกรณ์ป้องกัน และงดการแบ่งปันอาหารในแพนทรีช่วงที่มีผู้ป่วย

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส การพ่นฆ่าเชื้อในห้องน้ำ แพนทรี และจุดสัมผัสร่วมหลังการล้าง จึงเป็นการลดเชื้อที่ทนต่อน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปได้ตรงจุด

อันดับ 4: ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 (Influenza และ SARS-CoV-2) ในห้องประชุมและพื้นที่เปิดโล่ง

เหตุผลที่อยู่อันดับ 4: ไวรัสทางเดินหายใจไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่หลังน้ำท่วม พนักงานจำนวนมากต้องพักอาศัยกับญาติหรือในที่พักชั่วคราวที่แออัด เหนื่อยล้าจากการกู้บ้าน และกลับมาทำงานพร้อมกันในห้องปิดที่ระบบปรับอากาศเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ สภาพเช่นนี้เอื้อต่อการแพร่ของไข้หวัดใหญ่และโควิด-19

ซ่อนอยู่ตรงไหน: โต๊ะประชุม รีโมตโปรเจกเตอร์ ไมโครโฟน คีย์บอร์ดและเมาส์ที่ใช้ร่วมกัน โทรศัพท์ตั้งโต๊ะ ปุ่มลิฟต์ ราวบันได เครื่องสแกนนิ้วเข้างาน และเครื่องถ่ายเอกสาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย พนักงานสูงวัย หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หากหายใจลำบากควรพบแพทย์ทันที

การป้องกัน: ส่งเสริมการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำแพทย์ ให้ผู้มีอาการสวมหน้ากากหรือทำงานจากบ้าน ตรวจระบบระบายอากาศ และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยาระบุว่าครอบคลุม SARS-CoV-2 (โควิด-19) ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 การพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นก่อนวันที่พนักงานกลับมาพร้อมกัน จึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในช่วงที่ความเสี่ยงสูงที่สุด

อันดับ 5: เลจิโอเนลลา (Legionella) ในระบบน้ำของอาคาร

เหตุผลที่อยู่อันดับ 5: เชื้อเลจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ในระบบน้ำที่น้ำนิ่ง อุ่น และไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน CDC ให้ความสำคัญกับการจัดการระบบน้ำในอาคารที่ปิดไปนานก่อนเปิดใช้ใหม่ อาคารสำนักงานที่ปิดหลายสัปดาห์เพราะน้ำท่วมจึงมีความเสี่ยงนี้ โดยเฉพาะอาคารที่มีหอระบายความร้อน ถังเก็บน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่น เชื้อนี้ติดต่อจากการหายใจเอาละอองน้ำที่ปนเปื้อนเข้าไป ไม่ได้ติดจากคนสู่คน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: หอระบายความร้อนของระบบปรับอากาศส่วนกลาง ถังเก็บน้ำบนดาดฟ้าหรือใต้ดิน ท่อน้ำที่ไม่ได้ใช้ หัวฝักบัวในห้องอาบน้ำของพนักงาน และก๊อกน้ำที่ไม่ได้เปิดนาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ปวดกล้ามเนื้อ อาจเป็นปอดอักเสบได้ ผู้ที่อายุมาก ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่มีโรคปอดหรือภูมิคุ้มกันต่ำเป็นกลุ่มเสี่ยง

การป้องกัน: ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำตรวจและล้างหอระบายความร้อนและถังเก็บน้ำก่อนเปิดใช้ เปิดน้ำไล่ท่อทุกจุดที่ไม่ได้ใช้ ตามแนวทางการบริหารจัดการระบบน้ำของอาคาร

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: สิ่งที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวไม่ใช่วิธีจัดการเลจิโอเนลลาภายในระบบท่อและหอระบายความร้อน ซึ่งต้องใช้การบำรุงรักษาระบบน้ำโดยผู้เชี่ยวชาญ การพ่นมีบทบาทกับพื้นผิวรอบ ๆ เช่น ห้องอาบน้ำ ห้องเครื่อง และพื้นที่ชื้น เชื้อนี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบระบุแยกบนหน้าเว็บ หากต้องการข้อมูลสามารถสอบถามได้

อันดับ 6: เลปโตสไปรา เชื้อโรคฉี่หนู (Leptospira) ในลานจอดรถและห้องเก็บเอกสาร

เหตุผลที่อยู่อันดับ 6: โรคฉี่หนูคือโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งหลังน้ำท่วม หนูมักหนีน้ำขึ้นไปอาศัยในห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน และลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคาร เชื้อในปัสสาวะหนูเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในสำนักงานคือพนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ช่างอาคาร และพนักงานที่ลงไปขนเอกสารหรือรถในพื้นที่น้ำขัง

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้องเก็บเอกสารเก่า ห้องขยะ ช่องท่อ ฝ้าเพดานชั้นล่าง และบ่อพักน้ำรอบอาคาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หากเคยลุยน้ำหรือโคลนแล้วมีอาการเหล่านี้ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติ

การป้องกัน: สวมรองเท้าบู๊ตและถุงมือยาง ปิดแผลกันน้ำ ล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ กำจัดขยะและเศษอาหารที่ดึงดูดหนู และให้ผู้ที่มีบาดแผลปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยัก

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้าเว็บ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบแยกไว้ การพ่นฆ่าเชื้อในลานจอดรถ ห้องเก็บเอกสาร และทางเดินหลังล้างโคลนออก ทำตามแนวทางของ WHO และ CDC ที่แนะนำให้ล้างแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอได้

อันดับ 7: สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) บนจุดสัมผัสและบาดแผล

เหตุผลที่อยู่อันดับ 7: เชื้อนี้พบได้บนผิวหนังและในจมูกของคนทั่วไป แต่หลังน้ำท่วม พนักงานจำนวนมากมีบาดแผลเล็ก ๆ จากการขนของ รื้อพรม และเดินลุยน้ำ แผลที่สัมผัสน้ำสกปรกเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มนี้ และเชื้อยังติดอยู่บนอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันได้

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถุงมือและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ใช้ร่วมกัน ชุดปฐมพยาบาล ที่วางแขนเก้าอี้ ผ้าเช็ดมือในห้องน้ำ และอุปกรณ์ออกกำลังกายในห้องฟิตเนสของอาคาร

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ที่เป็นเบาหวานและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังเป็นพิเศษ หากแผลลุกลามต้องพบแพทย์

การป้องกัน: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผลให้มิดชิด ไม่ใช้ผ้าเช็ดมือร่วมกัน และจัดเตรียมถุงมือส่วนบุคคลให้ทีมที่ช่วยทำความสะอาด

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมหลังการทำความสะอาดช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียบนพื้นผิว ส่วนบาดแผลต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์

อันดับ 8: ซูโดโมแนสและเคล็บซิเอลลา (Pseudomonas และ Klebsiella) ในจุดเปียกชื้น

เหตุผลที่อยู่อันดับ 8: แบคทีเรียสองกลุ่มนี้ชอบสภาพเปียกชื้นและพบได้ในน้ำ ดิน และท่อระบายน้ำ หลังน้ำท่วม พรมที่ยังไม่แห้ง อ่างล้างมือ ท่อระบายน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ และถาดรองน้ำ คือที่ที่เชื้อเหล่านี้เพิ่มจำนวนได้ โดยทั่วไปเชื้อกลุ่มนี้ไม่ค่อยก่อโรคในคนแข็งแรง จึงอยู่ในลำดับกลางค่อนท้าย แต่มีความสำคัญต่อพนักงานที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถาดรองน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ อ่างล้างมือ ท่อระบายน้ำในแพนทรี ฟองน้ำล้างจาน แจกันดอกไม้ และพรมที่ยังชื้น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่แผล ผิวหนัง หรือทางเดินหายใจในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคร้ายแรงเป็นกลุ่มเสี่ยง

การป้องกัน: ทำให้พื้นที่แห้ง ล้างถาดรองน้ำเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนฟองน้ำล้างจานบ่อย ๆ และไม่ปล่อยให้มีน้ำขังในอาคาร

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ไม่มีผลทดสอบระบุแยกบนหน้าเว็บ การพ่นฆ่าเชื้อในจุดเปียกชื้นหลังทำความสะอาดและทำให้แห้งช่วยลดแหล่งสะสม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบให้สอบถามทีมงาน

อันดับ 9: ซัลโมเนลลา (Salmonella) ในตู้เย็นและแพนทรี

เหตุผลที่อยู่อันดับ 9: ตู้เย็นในแพนทรีที่ไฟดับหลายวันมักมีอาหารเน่าเสีย เนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารสำเร็จรูปที่พนักงานฝากไว้ อาจเป็นแหล่งของซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาหารเป็นพิษ แต่ความเสี่ยงนี้ควบคุมได้ง่ายด้วยการทิ้งอาหารทั้งหมดและล้างตู้อย่างถูกวิธี จึงอยู่ลำดับท้าย

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ชั้นวางและขอบยางตู้เย็น ถาดรองน้ำแข็ง ไมโครเวฟ เขียงและมีดในแพนทรี และกล่องข้าวที่ถูกลืมไว้

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง ไข้ อาเจียน ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ควรพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

การป้องกัน: ทิ้งอาหารทุกอย่างในตู้เย็นที่ไฟดับนานหรือสัมผัสน้ำท่วม ล้างตู้ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ทำให้แห้งก่อนเปิดใช้

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อซัลโมเนลลา การพ่นฆ่าเชื้อพื้น ผนัง และพื้นผิวในแพนทรีหลังล้างเสร็จจึงช่วยลดเชื้อในพื้นที่ ส่วนพื้นผิวที่สัมผัสอาหารให้ล้างน้ำสะอาดตามคำแนะนำของทีมช่างก่อนใช้

อันดับ 10: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) จากน้ำดื่มและน้ำแข็ง

เหตุผลที่อยู่อันดับ 10: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ WHO ระบุว่าความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อระบบน้ำสะอาดและสุขาภิบาลได้รับผลกระทบ ในสำนักงาน ตู้กดน้ำ เครื่องกรองน้ำ และเครื่องทำน้ำแข็งที่น้ำท่วมถึงเป็นจุดที่ต้องตรวจ อยู่อันดับท้ายเพราะสำนักงานสามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำดื่มบรรจุขวดได้ทันที

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ตู้กดน้ำ เครื่องกรองน้ำ เครื่องทำน้ำแข็ง ถังน้ำ และภาชนะในแพนทรีที่น้ำท่วมถึง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง อาการมักรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ หากมีอาการตัวเหลืองควรพบแพทย์

การป้องกัน: ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดจนกว่าจะล้างและเปลี่ยนไส้กรองโดยผู้ให้บริการ ล้างมือก่อนกินอาหาร และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้อย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุไว้ แต่จัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวภายนอกของตู้น้ำและพื้นที่โดยรอบช่วยได้ในส่วนของพื้นผิว ส่วนระบบน้ำภายในต้องล้างโดยผู้ให้บริการเครื่องกรอง หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถสอบถามได้

สรุปการจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน

  1. เชื้อรา ในพรม ฝ้า ผนังเบา และระบบปรับอากาศ
  2. อีโคไลและแบคทีเรียจากน้ำเสีย ในชั้นล่าง ห้องน้ำ และชั้นใต้ดิน
  3. โนโรไวรัส ในห้องน้ำและแพนทรี
  4. ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ในห้องประชุมและจุดสัมผัสร่วม
  5. เลจิโอเนลลา ในระบบน้ำและหอระบายความร้อน
  6. เลปโตสไปรา ในลานจอดรถและห้องเก็บเอกสาร
  7. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส บนจุดสัมผัสและบาดแผล
  8. ซูโดโมแนสและเคล็บซิเอลลา ในจุดเปียกชื้น
  9. ซัลโมเนลลา ในตู้เย็นและแพนทรี
  10. ไวรัสตับอักเสบเอ ในน้ำดื่มและน้ำแข็ง

ภาพรวมคือ สำนักงานต้องจัดการสามเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ วัสดุที่อุ้มน้ำและเชื้อรา จุดสัมผัสร่วมที่พนักงานใช้ทุกวัน และระบบน้ำของอาคาร การล้างพื้นให้ดูสะอาดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ครอบคลุม

ทำไมแม่บ้านกับน้ำยาถูพื้นและน้ำยาฟอกขาว จึงยังไม่พอสำหรับสำนักงานหลังน้ำท่วม

  • น้ำยาถูพื้นทั่วไปออกแบบมาเพื่อความสะอาดประจำวัน ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำเสียและโคลนจากน้ำท่วม
  • น้ำยาฟอกขาวใช้กับวัสดุสำนักงานหลายชนิดไม่ได้ อาจทำให้พรม ผ้าหุ้มฉากกั้น เบาะเก้าอี้ และพื้นผิวโลหะเสียหาย อีกทั้งกลิ่นแรงในห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศยังทำให้พนักงานระคายเคือง และหากผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • พื้นที่สำนักงานมีจุดสัมผัสจำนวนมาก คีย์บอร์ด โทรศัพท์ ที่จับลิ้นชัก ปุ่มลิฟต์ เครื่องถ่ายเอกสาร การเช็ดด้วยมือทีละจุดในเวลาจำกัดย่อมตกหล่น
  • การฉีดสเปรย์ปรับอากาศเพียงกลบกลิ่น ไม่ได้จัดการกับเชื้อราหรือแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ
  • ไม่มีหลักฐานการดำเนินงาน ฝ่ายบุคคลและผู้บริหารต้องการข้อมูลเพื่อสื่อสารกับพนักงานและลูกค้า การใช้ผู้ให้บริการมืออาชีพที่ออกใบกำกับภาษีได้จึงตอบโจทย์มากกว่า

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าการล้างไม่สำคัญ การล้างและรื้อวัสดุที่เสียหายต้องมาก่อนเสมอ แต่หลังจากนั้นสำนักงานควรมีขั้นตอนการฆ่าเชื้อที่เป็นระบบ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสำหรับสำนักงานโดย WHD กำจัดและช่วยป้องกันเชื้อก่อนเปิดทำการ

World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อโรค โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้ทั้งการพ่นและการพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าบริการระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุว่าสำนักงาน ธนาคาร และสายการบินอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ

ขั้นตอนการทำงานในสำนักงาน

  1. สำรวจพื้นที่: ทีมงานเดินสำรวจทุกชั้นที่น้ำท่วมถึง ระบุวัสดุที่ต้องรื้อ จุดสัมผัสร่วม ห้องน้ำ แพนทรี ห้องเก็บเอกสาร และลานจอดรถ
  2. ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน: รื้อพรม ผนังเบา และฝ้าที่เสียหาย ขนโคลน ล้างพื้นผิว และทำให้แห้ง การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่สิ่งที่มาแทนการล้าง
  3. แบ่งโซน: วางลำดับการพ่น เช่น ชั้นใต้ดินและห้องน้ำก่อน ตามด้วยแพนทรี พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม และโถงต้อนรับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารสำคัญจะได้รับการคลุมหรือย้ายออกตามคำแนะนำของช่าง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ทีมช่างพ่นทีละโซน พนักงานต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น นิยมทำนอกเวลาทำงานหรือวันหยุดเพื่อไม่ให้กระทบธุรกิจ
  5. กลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ทีมช่างแจ้งในแต่ละงาน และเปิดระบบระบายอากาศก่อนพนักงานเข้า

ความปลอดภัยและความโปร่งใส: เราไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้าง พื้นผิวที่สัมผัสอาหารในแพนทรีควรล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ตามคำแนะนำ พนักงานที่มีอาการป่วยต้องพบแพทย์ และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการดูแลระบบน้ำของอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญ

สิทธิประโยชน์: ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ฟรีพร้อมบริการ และออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่สำนักงานควรเลือกบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD หลังน้ำท่วม

  1. ครอบคลุมกลุ่มเชื้อหลักของสำนักงาน น้ำยาระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา แบคทีเรีย โนโรไวรัส โควิด-19 และไข้หวัดใหญ่
  2. ทำงานนอกเวลาได้ ลดผลกระทบต่อการทำงานและการให้บริการลูกค้า
  3. เข้าถึงจุดสัมผัสจำนวนมาก ละอองฝอยละเอียดช่วยกระจายน้ำยาไปยังพื้นผิวที่เช็ดด้วยมือได้ยาก
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ซึ่งหน้าบริการระบุการอ้างอิงมาตรฐาน EN 14476
  5. วางแผนเป็นโซนตามชั้นและแผนก สามารถเปิดทำการทีละส่วนได้
  6. รอไม่นานก่อนกลับเข้าใช้ ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที โดยยึดตามที่ช่างแจ้ง
  7. ช่วยให้ฝ่ายบุคคลสื่อสารกับพนักงานได้ชัดเจน ว่าบริษัทจัดการความปลอดภัยของพื้นที่อย่างเป็นระบบ
  8. สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าที่มาติดต่อ โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่มีหน้าร้านชั้นล่าง
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้สะดวก
  10. ต่อยอดเป็นแผนดูแลประจำ สามารถ นัดพ่นฆ่าเชื้อสำนักงานตามรอบ ในฤดูไข้หวัดใหญ่หรือเมื่อมีพนักงานป่วยหลายคน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในสำนักงาน

ก่อน

  • กลิ่นอับจากพรมและฝ้าลอยทั่วห้องทำงาน
  • พนักงานจาม แสบจมูก และลาป่วยต่อเนื่อง
  • แพนทรีและตู้เย็นยังมีกลิ่นอาหารเน่า
  • ห้องน้ำชั้นล่างยังไม่มีใครกล้าใช้
  • ลูกค้าที่มาติดต่อรู้สึกไม่มั่นใจ

หลัง

  • วัสดุที่มีราถูกรื้อ พื้นผิวที่เหลือผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อ
  • จุดสัมผัสร่วมผ่านการฆ่าเชื้อก่อนพนักงานกลับมา
  • แพนทรีล้างและฆ่าเชื้อพื้นผิว พร้อมใช้งานอีกครั้ง
  • ห้องน้ำผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อทั้งพื้นและผนัง
  • บริษัทมีข้อมูลขั้นตอนสื่อสารกับพนักงานและลูกค้า

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานของคุณต้นเริ่มต้นใหม่ในสุดสัปดาห์เดียว

หมายเหตุ: กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด

หลังพนักงานลาป่วยหลายคน คุณต้นตัดสินใจหยุดใช้ชั้นล่างชั่วคราว ให้ทีมรื้อพรมห้องประชุม ตัดผนังเบาส่วนล่าง และเปลี่ยนฝ้าที่มีคราบน้ำ ตู้เย็นในแพนทรีถูกล้างหลังทิ้งอาหารทั้งหมด ช่างระบบปรับอากาศล้างแผ่นกรองและถาดรองน้ำทิ้ง ส่วนน้ำดื่มเปลี่ยนเป็นน้ำบรรจุขวดจนกว่าผู้ให้บริการจะเปลี่ยนไส้กรอง

เมื่อพื้นที่แห้งแล้ว ทีมช่างเข้าสำรวจในวันศุกร์และเริ่มพ่นในวันเสาร์ แบ่งเป็นห้องน้ำ แพนทรี พื้นที่ทำงานชั้นล่าง ห้องประชุม และโถงต้อนรับ คอมพิวเตอร์และเอกสารถูกคลุมไว้ก่อน พนักงานรักษาความปลอดภัยรออยู่นอกโซนตลอดการพ่น หลังครบเวลาที่ช่างแจ้ง ระบบระบายอากาศถูกเปิดให้ทำงานต่อเนื่อง

วันจันทร์ ฝ่ายบุคคลส่งอีเมลแจ้งพนักงานถึงสิ่งที่ทำไปทั้งหมด พร้อมขอให้ผู้ที่มีอาการไข้หรือท้องเสียแจ้งหัวหน้าและไปพบแพทย์ แม่บ้านได้รับรายการจุดสัมผัสที่ต้องเช็ดทุกวัน การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นจุดตั้งต้นที่ทำให้การดูแลประจำวันมีความหมายมากขึ้น

เช็กลิสต์สำหรับผู้จัดการสำนักงานก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่น

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟ ปลั๊ก และตู้ควบคุมที่จมน้ำ
  • รื้อพรม แผ่นรองพรม ผนังเบา และฝ้าที่อุ้มน้ำ
  • ขนโคลน ล้างพื้นผิว และทำให้แห้งด้วยพัดลมหรือเครื่องลดความชื้น
  • ทิ้งอาหารในตู้เย็นและวัตถุดิบในแพนทรีทั้งหมด
  • ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจและล้างระบบน้ำ ถังเก็บน้ำ และหอระบายความร้อน
  • ย้ายหรือคลุมเอกสารสำคัญ คอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์ตามคำแนะนำ
  • แจ้งพนักงานและผู้เช่ารายอื่นในอาคารเรื่องวันเวลาที่พ่น

หลังพ่น

  • รอครบเวลาที่ทีมช่างแจ้ง แล้วเปิดระบบระบายอากาศ
  • ล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
  • จัดตารางเช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน
  • สังเกตกลิ่นอับหรือคราบราที่อาจกลับมา และแจ้งทีมงาน
  • ขอให้พนักงานที่ป่วยพักและพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย: เชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเสียหายไหม
ตอบ: ทีมช่างจะแนะนำให้คลุมหรือย้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร และเซิร์ฟเวอร์ก่อนพ่น และวางแผนวิธีการพ่นให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

ถาม: พรมที่แห้งแล้วไม่มีกลิ่น จำเป็นต้องรื้อไหม
ตอบ: พรมที่แช่น้ำเสียจากน้ำท่วมมักทำความสะอาดให้หมดได้ยาก CDC แนะนำโดยทั่วไปให้ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำซึ่งทำความสะอาดและทำให้แห้งไม่ได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเป็นรายกรณี

ถาม: ทำนอกเวลาทำการหรือวันหยุดได้ไหม
ตอบ: ได้ สามารถนัดหมายนอกเวลาทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจ โปรดแจ้งทีมงานล่วงหน้า

ถาม: การพ่นช่วยเรื่องเชื้อเลจิโอเนลลาในระบบน้ำหรือไม่
ตอบ: การพ่นจัดการพื้นผิว ไม่ใช่ภายในระบบท่อหรือหอระบายความร้อน ระบบน้ำต้องได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำของอาคาร

ถาม: อาคารสำนักงานให้เช่าหลายชั้น สามารถพ่นเฉพาะชั้นที่ท่วมได้ไหม
ตอบ: ได้ ทีมงานสามารถวางแผนเฉพาะชั้นหรือโซนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ลิฟต์ โถง และลานจอดรถ

ถาม: พนักงานมีไข้และปวดน่องหลังช่วยขนของในน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้หยุดงานและพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษา

ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อสำนักงานหลังน้ำท่วม ก่อนพนักงานกลับเข้าทำงาน

สำรวจหน้างาน วางแผนเป็นโซน ทำนอกเวลาได้ พร้อมใบกำกับภาษี

นัดสำรวจและพ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บริการที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน #เชื้อราในออฟฟิศ #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมในสำนักงาน, เชื้อโรคในออฟฟิศหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสำนักงานหลังน้ำท่วม, เชื้อราในพรมและฝ้า, เลจิโอเนลลาในอาคาร, โนโรไวรัสในที่ทำงาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้