จัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด 2569: 10 จุดสัมผัสบ่อยที่มือทุกคนแตะทุกวัน และวิธีพ่นฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดและป้องกัน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องพ่นละอองฝอย

จัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด 2569: 10 จุดสัมผัสบ่อยที่มือทุกคนแตะทุกวัน และวิธีพ่นฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดและป้องกัน

เมื่อน้ำลดและล้างโคลนเสร็จ หลายบ้านโฟกัสที่พื้นและผนัง แต่จุดที่เชื้อโรคเดินทางจากบ้านเข้าสู่ร่างกายได้เร็วที่สุด คือจุดที่มือของทุกคนในบ้านแตะซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละวัน บทความ จัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด นี้รวบรวม 10 จุดสัมผัสบ่อยที่ควรจัดการก่อน ตั้งแต่ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ชักโครก สวิตช์ไฟ ไปจนถึงของเล่นเด็กและอุปกรณ์ล้างบ้าน พร้อมบอกว่าแต่ละจุดมักมีเชื้ออะไร ใครเสี่ยง ล้างอย่างไร และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังทำความสะอาดจึงช่วยให้จุดเหล่านี้ปลอดภัยขึ้น

น้ำลดแล้ว แต่เชื้อโรคยังอยู่บนจุดที่เราจับทุกวัน

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่านเดลินิวส์ อุทกภัยส่งผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ในทุกบ้านเหล่านี้ น้ำท่วมได้สัมผัสสิ่งของที่เราจับทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นประตู ก๊อกน้ำ ราวบันได หรือของเล่นที่ลอยน้ำ

น้ำท่วมมีทั้งน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ปัสสาวะสัตว์ และโคลน เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ทิ้งคราบบาง ๆ ไว้บนพื้นผิว และหลังจากนั้น มือของคนในบ้านที่เพิ่งขนโคลนหรือเข้าห้องน้ำก็พาเชื้อไปแตะต่อที่จุดอื่นอีก จุดสัมผัสบ่อยจึงเป็นเหมือน "สถานีกลาง" ที่เชื้อโรคใช้ส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคน WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนจากน้ำท่วม และจุดสัมผัสบ่อยคือจุดที่ควรเริ่มก่อน

กรณีตัวอย่าง: บ้านชั้นเดียวที่ล้างพื้นจนเงา แต่ลูกยังป่วย

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

คุณต้นและภรรยาเช่าบ้านชั้นเดียวในชุมชนริมคลอง มีลูกสองคนวัยสามขวบและห้าขวบ น้ำท่วมเข้าบ้านสูงราวเอวอยู่หลายวัน ครอบครัวไปพักที่ศูนย์พักพิงของชุมชน เมื่อน้ำลด ทั้งคู่ใช้เวลาเกือบสัปดาห์ขนโคลน ฉีดน้ำแรงดันสูงล้างพื้นและผนังจนพื้นกระเบื้องกลับมาเงา แล้วรีบพาลูกกลับบ้าน

แต่ไม่กี่วันต่อมา ลูกคนเล็กเริ่มท้องเสีย ตามด้วยลูกคนโต ภรรยาคุณต้นก็มีอาการคลื่นไส้ เมื่อพาไปพบแพทย์ แพทย์รักษาตามอาการ และถามว่าล้างบ้านอย่างไร คุณต้นจึงนึกได้ว่าเขาล้างพื้นและผนังอย่างดี แต่ไม่เคยเช็ดลูกบิดประตูห้องน้ำ ที่กดชักโครก ก๊อกน้ำหน้าบ้านที่ใช้ล้างรองเท้าบูท หรือกล่องของเล่นที่ลอยน้ำมาติดมุมห้อง ทุกคนในบ้านจับจุดเหล่านี้หลายสิบครั้งต่อวัน คำถามต่อมาคือ จุดไหนในบ้านที่ควรจัดการก่อน และต้องทำอย่างไร

เกณฑ์การจัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด

การจัดอันดับนี้เป็น การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม World Health Disinfection (WHD) ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการ และไม่ได้มาจากการเก็บตัวอย่างเชื้อในบ้านใดบ้านหนึ่ง เราพิจารณาจาก

  1. ความถี่ในการสัมผัส จุดนั้นถูกมือของคนในบ้านแตะบ่อยเพียงใดในแต่ละวัน
  2. โอกาสสัมผัสน้ำท่วมหรือของเสีย จุดนั้นจมน้ำ อยู่ใกล้ท่อน้ำเสีย หรือถูกมือที่เพิ่งขนโคลนจับหรือไม่
  3. ผู้ที่สัมผัส เด็กเล็กที่ชอบเอามือเข้าปาก หรือผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลง ใช้จุดนั้นด้วยหรือไม่
  4. ความยากในการทำความสะอาด มีร่อง ซอก รอยต่อ หรือวัสดุที่เช็ดยาก
  5. ความชื้นที่ค้าง จุดนั้นแห้งช้า ทำให้เชื้อและเชื้อราอยู่ได้นานกว่าหรือไม่ (อธิบายเชิงคุณภาพ)

เชื้อที่พูดถึงในแต่ละจุดเป็นเชื้อที่มักเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมตามคำแนะนำของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค เช่น อีโคไล ซัลโมเนลลา โนโรไวรัส โรต้าไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก เชื้อเลปโตสไปรา (โรคฉี่หนู) และเชื้อรา ไม่ได้หมายความว่าจะพบเชื้อทุกชนิดในทุกบ้าน

อันดับ 1: ลูกบิดและมือจับประตู โดยเฉพาะประตูห้องน้ำและประตูหน้าบ้าน

ทำไมอยู่อันดับหนึ่ง: ประตูคือจุดที่ทุกคนต้องจับทุกครั้งที่เข้าออก ช่วงล้างบ้านมือที่เปื้อนโคลนจับประตูหน้าบ้านหลายสิบครั้ง และประตูห้องน้ำก็ถูกจับทันทีหลังเข้าห้องน้ำ ลูกบิดที่จมน้ำยังมีร่องและกลไกที่โคลนเข้าไปค้าง ได้คะแนนสูงทุกเกณฑ์

เชื้อที่มักพบ: เชื้อจากอุจจาระอย่างอีโคไลและโนโรไวรัส ไวรัสทางเดินหายใจ และเชื้อสแตฟิโลคอคคัสจากผิวหนัง

วิธีจัดการ: ถอดหรือขัดร่องลูกบิดด้วยแปรงและน้ำสบู่ ล้างออก เช็ดให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นเช็ดซ้ำเป็นประจำในช่วงสองถึงสามสัปดาห์แรกหลังน้ำลด

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ช่างจะพ่นมือจับ ขอบประตู และวงกบช่วงล่างที่จมน้ำหลังจากล้างแล้ว น้ำยาตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ส่วนอีโคไลอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะ สามารถขอข้อมูลได้

อันดับ 2: ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ และซิงก์ล้างจาน

ทำไมอยู่อันดับสอง: คนเปิดก๊อกด้วยมือที่สกปรกที่สุด แล้วปิดด้วยมือที่เพิ่งล้างสะอาด เชื้อจึงย้อนกลับมาที่มือได้ทันที อ่างและซิงก์ยังอยู่ติดท่อระบายน้ำซึ่งอาจมีน้ำเสียไหลย้อนช่วงน้ำท่วม และเป็นจุดที่ชื้นตลอดเวลา

เชื้อที่มักพบ: อีโคไล ซัลโมเนลลา โนโรไวรัส และเชื้อราตามขอบยาแนว

วิธีจัดการ: ขัดก๊อก ด้ามโยก หัวก๊อก ตะแกรง และขอบอ่าง ล้างท่อระบายด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง ฆ่าเชื้อ และเปลี่ยนฟองน้ำกับผ้าเช็ดมือใหม่

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ละอองละเอียดเข้าถึงใต้ซิงก์ ข้อต่อท่อ และผนังรอบอ่างที่มือเข้าไปเช็ดยาก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซัลโมเนลลาและโนโรไวรัส

อันดับ 3: โถส้วม ที่กดชักโครก และฝาท่อระบายน้ำ

ทำไมอยู่อันดับสาม: ห้องน้ำคือจุดที่น้ำเสียและสิ่งปฏิกูลไหลย้อนได้มากที่สุดเมื่อบ่อเกรอะหรือท่อระบายน้ำล้น โถส้วมและฝาท่อจึงมีความเสี่ยงสูงมาก แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าห้องน้ำสกปรกและมักขัดล้างจุดนี้ก่อน จึงอยู่อันดับสาม ที่น่ากังวลคือที่กดชักโครกและฝารองนั่งที่มักถูกมองข้าม

เชื้อที่มักพบ: อีโคไล ชิเกลลา โนโรไวรัส โรต้าไวรัส และไวรัสตับอักเสบเอ

วิธีจัดการ: สวมถุงมือยางและหน้ากาก ราดน้ำล้างคราบ ขัดโถส้วม ขอบใต้ฝารองนั่ง ที่กดชักโครก และฝาท่อ แล้วฆ่าเชื้อ หากชักโครกยังระบายไม่ได้ อย่าใช้งานจนกว่าจะตรวจระบบบ่อเกรอะ

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นพื้นและผนังห้องน้ำหลังขัดล้าง ช่วยลดเชื้อที่กระเด็นไปติดรอบ ๆ ชิเกลลา โรต้าไวรัส และไวรัสตับอักเสบเออยู่ในกลุ่มเชื้อที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะ

อันดับ 4: พื้นชั้นล่างและผนังช่วงล่าง โดยเฉพาะมุมห้องที่เด็กคลานเล่น

ทำไมอยู่อันดับสี่: พื้นและผนังช่วงล่างเป็นพื้นที่ที่สัมผัสน้ำท่วมมากที่สุด แม้คนจะไม่ได้ใช้มือจับ แต่เด็กเล็กคลาน นั่งเล่น และเอามือเข้าปาก ส่วนรอยต่อกระเบื้อง ขอบบัว และมุมห้องเก็บตะกอนได้ง่าย เชื้อเลปโตสไปราจากปัสสาวะหนูสามารถอยู่ในน้ำขังและดินชื้นได้ จึงต้องระวังในพื้นที่ที่ยังมีน้ำขังตามมุม

เชื้อที่มักพบ: อีโคไล เลปโตสไปรา เชื้อเมลิออยโดสิสในโคลน และเชื้อราตามขอบบัว

วิธีจัดการ: ขนโคลนออกให้หมด ขัดร่องยาแนวและขอบบัว ทำให้แห้งเร็วที่สุด และสวมรองเท้าบูทระหว่างทำงาน หากมีแผลที่เท้า ควรปิดแผลให้มิดชิด และพบแพทย์หากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อน่อง หลังลุยน้ำ

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: พื้นที่ขนาดใหญ่เป็นจุดที่การพ่นละอองละเอียดได้เปรียบกว่าการเช็ดด้วยมือ เชื้อเลปโตสไปราและเชื้อเมลิออยโดสิสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะ สามารถขอข้อมูลได้

อันดับ 5: สวิตช์ไฟและปลั๊กไฟ จุดที่ต้องระวังทั้งเชื้อโรคและไฟฟ้า

ทำไมอยู่อันดับห้า: สวิตช์ไฟถูกจับทุกครั้งที่เข้าห้อง โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มือมักยังไม่ได้ล้าง สวิตช์และปลั๊กที่อยู่ระดับต่ำอาจจมน้ำ แต่ไม่สามารถล้างด้วยน้ำได้เหมือนจุดอื่น จึงมักถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาด

เชื้อที่มักพบ: เชื้อจากมือ เช่น โนโรไวรัส ไวรัสทางเดินหายใจ และแบคทีเรียจากโคลน

วิธีจัดการ: ความปลอดภัยต้องมาก่อน ปิดเบรกเกอร์ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กและสวิตช์ที่จมน้ำก่อนใช้งาน ห้ามราดน้ำหรือพ่นน้ำยาเข้าไปในช่องปลั๊ก หลังช่างอนุญาตแล้ว ให้เช็ดหน้ากากสวิตช์ด้วยผ้าหมาดชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ช่างของ WHD จะวางแผนโซนการพ่นให้เลี่ยงหรือป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้า และใช้วิธีที่เหมาะสมกับจุดนั้น การจัดการจุดนี้จึงต้องประสานกับช่างไฟฟ้าก่อนเสมอ

อันดับ 6: ราวบันได ราวระเบียง และประตูรั้ว

ทำไมอยู่อันดับหก: ราวบันไดเป็นจุดที่ทุกคนจับขณะขนของขึ้นลงช่วงน้ำท่วม มือที่เปื้อนน้ำท่วมและโคลนจับราวต่อเนื่องหลายวัน ประตูรั้วก็ถูกจับโดยทั้งคนในบ้านและคนจากนอกบ้าน เช่น อาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่ที่มาช่วย ราวไม้และราวเหล็กที่มีสนิมยังมีผิวขรุขระที่เช็ดยาก

เชื้อที่มักพบ: แบคทีเรียจากโคลนและน้ำเสีย ไวรัสจากมือ และเชื้อราบนราวไม้

วิธีจัดการ: ขัดราวด้วยน้ำสบู่ เช็ดให้แห้ง ฆ่าเชื้อ ราวไม้ที่บวมน้ำควรปล่อยให้แห้งสนิทก่อนทาสีหรือเคลือบใหม่

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ราวยาวต่อเนื่องหลายเมตรเป็นจุดที่การพ่นทำได้ทั่วถึงและเร็วกว่าการเช็ดทีละช่วง

อันดับ 7: มือจับตู้เย็น ตู้กับข้าว และลิ้นชักในครัว

ทำไมอยู่อันดับเจ็ด: มือจับเหล่านี้เชื่อมเชื้อโรคเข้าสู่อาหารโดยตรง ตู้เย็นที่ไฟดับนานมักมีน้ำจากอาหารเน่าเลอะขอบยาง ส่วนตู้ไม้ที่บวมน้ำเก็บความชื้นไว้ภายใน

เชื้อที่มักพบ: ซัลโมเนลลา อีโคไล แคมไพโลแบคเตอร์ และเชื้อรา

วิธีจัดการ: ทิ้งอาหารที่เสีย ล้างภายในตู้เย็นทุกชั้นและขอบยาง ขัดมือจับและลิ้นชัก ปล่อยตู้ไม้ให้แห้งก่อนเก็บของกลับ หรือทิ้งหากขึ้นราลึก

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ช่วยลดเชื้อบนผิวด้านนอก มือจับ และพื้นรอบตู้หลังล้างเสร็จ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซัลโมเนลลาและกลุ่มเชื้อรา โดยต้องเก็บอาหารออกก่อนพ่นเสมอ

อันดับ 8: โต๊ะกินข้าว เคาน์เตอร์ และเก้าอี้

ทำไมอยู่อันดับแปด: หลังน้ำลด โต๊ะกินข้าวมักกลายเป็นที่วางทุกอย่าง ทั้งรองเท้าบูท ถังน้ำยา เอกสารเปียก และของที่เพิ่งขนจากโคลน ก่อนจะกลับมาเป็นที่วางจานข้าว ขาโต๊ะและเก้าอี้ที่จมน้ำยังมีรอยต่อที่โคลนเข้าไปค้าง

เชื้อที่มักพบ: แบคทีเรียจากโคลนและน้ำเสีย โนโรไวรัส และเชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้

วิธีจัดการ: แยกโต๊ะทำงานล้างบ้านกับโต๊ะอาหาร ล้างทั้งผิวโต๊ะ ใต้โต๊ะ และขาโต๊ะ ทิ้งเก้าอี้บุผ้าที่แช่น้ำ

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ช่วยลดเชื้อบนผิวโต๊ะ ใต้โต๊ะ และขาโต๊ะที่เช็ดยาก หลังพ่นและผ่านเวลาที่ช่างแนะนำแล้ว ควรเช็ดผิวโต๊ะที่วางอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้

อันดับ 9: รีโมต โทรศัพท์มือถือ และของเล่นเด็ก

ทำไมอยู่อันดับเก้า: สิ่งของชิ้นเล็กเหล่านี้ถูกจับบ่อยที่สุดในบ้าน และของเล่นเด็กยังเข้าปากโดยตรง ของเล่นที่ลอยน้ำมาอาจดูสะอาดเมื่อแห้ง แต่ภายในของเล่นยางที่มีรูอาจมีน้ำท่วมค้างอยู่ จึงได้คะแนนสูงด้านผู้ที่สัมผัส แต่จุดนี้จัดการได้ง่ายด้วยการทิ้งหรือล้างทีละชิ้น จึงอยู่อันดับเก้า

เชื้อที่มักพบ: ไวรัสมือเท้าปาก โรต้าไวรัส อาร์เอสวี และแบคทีเรียจากน้ำเสีย

วิธีจัดการ: ทิ้งของเล่นตุ๊กตาผ้าและของเล่นยางมีรูที่จมน้ำ ของเล่นพลาสติกแข็งล้างด้วยน้ำสบู่และฆ่าเชื้อแล้วล้างน้ำสะอาด รีโมตและโทรศัพท์เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำยาที่เหมาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัสมือเท้าปากและอาร์เอสวี การพ่นพื้นที่เล่นของเด็กหลังทำความสะอาดจึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวรอบตัวเด็ก ส่วนของเล่นที่เข้าปากควรล้างน้ำสะอาดหลังฆ่าเชื้อก่อนให้เด็กเล่น

อันดับ 10: รองเท้าบูท ถังน้ำ ไม้ถูพื้น และอุปกรณ์ล้างบ้าน

ทำไมอยู่อันดับสิบ: อุปกรณ์ล้างบ้านคือสิ่งที่สัมผัสโคลนและน้ำเสียมากที่สุด แต่หลายบ้านลืมล้างหลังใช้ แล้วนำไปวางในบ้านหรือใช้ถูห้องอื่นต่อ ทำให้เชื้อกระจายจากจุดสกปรกไปยังจุดที่เพิ่งล้างเสร็จ จุดนี้ถูกจับไม่บ่อยเท่าจุดอื่น จึงอยู่อันดับสุดท้าย แต่เป็นตัวการกระจายเชื้อที่สำคัญ

เชื้อที่มักพบ: อีโคไล เลปโตสไปรา เชื้อเมลิออยโดสิส และเชื้อราในผ้าถูพื้นที่ไม่แห้ง

วิธีจัดการ: แยกอุปกรณ์สำหรับห้องน้ำ ครัว และพื้นทั่วไป ล้างรองเท้าบูทนอกบ้าน ซักและตากผ้าถูพื้นให้แห้งสนิท ทิ้งไม้ถูพื้นที่เน่าหรือมีกลิ่น

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เมื่อทีมงานมาพ่นบ้าน สามารถรวมพื้นที่เก็บอุปกรณ์และลานล้างรองเท้าไว้ในแผนการพ่นได้

สรุปจัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด

  1. ลูกบิดและมือจับประตู
  2. ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือ และซิงก์
  3. โถส้วม ที่กดชักโครก และฝาท่อ
  4. พื้นชั้นล่างและผนังช่วงล่าง
  5. สวิตช์ไฟและปลั๊กไฟ
  6. ราวบันได ราวระเบียง และประตูรั้ว
  7. มือจับตู้เย็น ตู้กับข้าว และลิ้นชัก
  8. โต๊ะกินข้าว เคาน์เตอร์ และเก้าอี้
  9. รีโมต โทรศัพท์ และของเล่นเด็ก
  10. รองเท้าบูท ถังน้ำ และอุปกรณ์ล้างบ้าน

ทำไมการเช็ดจุดสัมผัสด้วยน้ำยาทั่วไปเองอาจไม่ครบ

ปัญหาแรกคือลำดับ หลายบ้านเช็ดจุดสัมผัสก่อนขนโคลนเสร็จ แล้วมือที่เปื้อนโคลนก็กลับมาจับซ้ำ ปัญหาที่สองคือผ้าผืนเดียว การเช็ดลูกบิดห้องน้ำแล้วไปเช็ดโต๊ะกินข้าวด้วยผ้าผืนเดิมคือการย้ายเชื้อ ปัญหาที่สามคือเวลาสัมผัส น้ำยาฆ่าเชื้อส่วนใหญ่ต้องค้างบนพื้นผิวตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด การเช็ดผ่าน ๆ แล้วเช็ดแห้งทันทีอาจไม่ได้ผลเต็มที่ ปัญหาที่สี่คือน้ำยาฟอกขาวที่ผสมผิดสัดส่วน กัดผิวโลหะของลูกบิดและก๊อก และห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด

สุดท้ายคือจำนวนจุด บ้านหนึ่งหลังมีจุดสัมผัสบ่อยรวมกันหลายสิบจุด การเช็ดให้ครบทุกจุดหลังเหนื่อยจากการขนโคลนมาหลายวันจึงเป็นเรื่องยาก WHO และ CDC แนะนำให้ล้างก่อนแล้วฆ่าเชื้อ การให้ทีมที่มีอุปกรณ์และรายการจุดที่ต้องพ่นชัดเจนมาช่วย จึงช่วยลดโอกาสที่จะหลงลืมจุดสำคัญ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดจาก WHD จัดการจุดสัมผัสบ่อยทั่วทั้งบ้าน

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ใช้ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรม ฉีดพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มี Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยระบุ โควิด 19 อาร์เอสวี H1N1 H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99 เปอร์เซ็นต์ หน้าบริการระบุการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

  1. สำรวจ: ช่างเดินสำรวจบ้าน ระบุระดับน้ำ จุดสัมผัสบ่อย และจุดที่มีน้ำเสียไหลย้อน
  2. ขนโคลนและล้าง: เจ้าของบ้านหรือทีมทำความสะอาดล้างพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อน
  3. แบ่งโซน: ปิดเบรกเกอร์ตามความเหมาะสม ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้า เก็บอาหารและของเล่น คนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่นตามรายการจุดสัมผัสบ่อยทั้ง 10 กลุ่ม พร้อมพื้นและผนังช่วงล่าง
  5. กลับเข้าพื้นที่: รอตามเวลาที่ช่างแนะนำ ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที เปิดระบายอากาศ แล้วจึงใช้งาน

การพ่นไม่ได้แทนการล้าง การทำให้แห้ง หรือการตรวจระบบไฟฟ้า เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง และผู้ที่ป่วยควรพบแพทย์ โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ซึ่งใช้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยต่อเนื่องได้หลังพ่น พร้อมออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่ควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยหลังน้ำลด

  1. จุดสัมผัสบ่อยคือเส้นทางหลักที่เชื้อจากบ้านเข้าสู่มือและปาก
  2. ช่างใช้รายการจุดตรวจ ช่วยลดการหลงลืมจุดสำคัญ ดูรายละเอียดบริการ
  3. ละอองละเอียดเข้าถึงร่องลูกบิด ใต้ซิงก์ และขาโต๊ะ
  4. น้ำยามีข้อมูลระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และไวรัสมือเท้าปาก
  5. วางแผนเลี่ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ
  6. ไม่ต้องใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดทั้งบ้าน ลดการย้ายเชื้อ
  7. เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ปรึกษาทีมงาน
  8. ได้ทิชชูเปียกไว้ดูแลจุดสัมผัสต่อหลังพ่น
  9. ใช้ได้ทั้งบ้าน คอนโด สำนักงาน และร้านค้า
  10. สอบถามข้อมูลผลทดสอบของเชื้อที่กังวลได้

ก่อนและหลัง

ก่อน

  • พื้นเงาแต่ลูกบิดและก๊อกยังไม่เคยเช็ด
  • ของเล่นที่ลอยน้ำกองอยู่มุมห้อง
  • ผ้าถูพื้นผืนเดียวใช้ทั้งบ้าน
  • คนในบ้านท้องเสียต่อกัน

หลัง

  • จุดสัมผัสบ่อยถูกล้างและพ่นครบทุกจุด
  • ของเล่นที่จมน้ำถูกคัดทิ้งหรือล้างทีละชิ้น
  • แยกอุปกรณ์ทำความสะอาดตามห้อง
  • ครอบครัวมีแผนเช็ดจุดสัมผัสต่อเนื่อง

ในกรณีตัวอย่าง หลังลูก ๆ ได้รับการรักษา คุณต้นทิ้งตุ๊กตาผ้าและของเล่นยางที่จมน้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กชั้นล่าง ขัดลูกบิด ก๊อก และชักโครกใหม่อีกรอบ แล้วนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ ครอบครัวรอนอกบ้านระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง จากนั้นใช้ทิชชูเปียกเช็ดจุดสัมผัสทุกเย็น ผลลัพธ์ในแต่ละบ้านขึ้นกับความเสียหายและการดูแลต่อเนื่อง

เช็กลิสต์จุดสัมผัสบ่อยหลังน้ำลด

  • ปิดเบรกเกอร์และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนจับสวิตช์และปลั๊กที่จมน้ำ
  • ขนโคลนให้เสร็จก่อนเริ่มเช็ดจุดสัมผัส
  • แยกผ้าและอุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับห้องน้ำ ครัว และห้องนั่งเล่น
  • ขัดร่องลูกบิด ก๊อก และที่กดชักโครกด้วยแปรง
  • คัดทิ้งของเล่นผ้าและของเล่นยางมีรูที่จมน้ำ
  • ระหว่างพ่นฆ่าเชื้อ ให้ทุกคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซน กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ
  • หลังพ่น เช็ดจุดสัมผัสบ่อยเป็นประจำในช่วงสัปดาห์แรก ๆ
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังทำความสะอาดและก่อนกินอาหาร
  • หากมีไข้ ท้องเสีย หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด

1. ล้างพื้นสะอาดแล้ว ทำไมยังต้องสนใจจุดสัมผัสบ่อย

เพราะเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านมือที่จับจุดเหล่านี้แล้วไปแตะปาก จมูก หรือตา ไม่ใช่ผ่านพื้นโดยตรงเป็นหลัก ยกเว้นเด็กเล็กที่คลานเล่นบนพื้น

2. การจัดอันดับนี้มาจากการตรวจเชื้อจริงหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม WHD ตามเกณฑ์ความถี่การสัมผัส โอกาสสัมผัสน้ำท่วม ผู้ที่สัมผัส ความยากในการทำความสะอาด และความชื้นที่ค้าง

3. พ่นน้ำยาที่สวิตช์ไฟได้ไหม

ไม่ควรพ่นน้ำยาเข้าช่องปลั๊กหรือสวิตช์ ต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อน และใช้การเช็ดด้วยผ้าหมาดแทน ช่างของ WHD จะวางแผนเลี่ยงอุปกรณ์ไฟฟ้า

4. หลังพ่นแล้วต้องเช็ดจุดสัมผัสต่ออีกนานแค่ไหน

แนะนำให้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยเป็นประจำอย่างน้อยในช่วงสัปดาห์แรก ๆ หลังกลับเข้าบ้าน และทุกครั้งที่มีคนในบ้านป่วย

5. น้ำยาครอบคลุมเชื้อโรคฉี่หนูหรือไม่

เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะ สามารถขอข้อมูลผลทดสอบได้ และผู้ที่มีไข้หลังลุยน้ำควรพบแพทย์

6. ของเล่นลูกที่จมน้ำควรทิ้งหมดไหม

ตุ๊กตาผ้าและของเล่นยางที่มีรูควรทิ้ง ของเล่นพลาสติกแข็งที่ไม่มีช่องให้น้ำเข้า ล้างน้ำสบู่ ฆ่าเชื้อ และล้างน้ำสะอาดก่อนให้เด็กเล่นได้

อย่าให้จุดที่มือแตะทุกวันกลายเป็นจุดส่งต่อเชื้อโรค

ล้างบ้านเสร็จแล้ว ให้ทีม World Health Disinfection ช่วยพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยทั่วทั้งบ้าน

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #จุดสัมผัสบ่อย #จุดสะสมเชื้อโรค #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับจุดสะสมเชื้อโรคในบ้านหลังน้ำลด, จุดสัมผัสบ่อย, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด, ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ชักโครก, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้