Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
คนที่ต้องลุยน้ำท่วมทุกวันรู้ดีว่าปัญหาแรกที่มักตามมาไม่ใช่ไข้ แต่เป็นผิวหนัง ตั้งแต่ซอกนิ้วเท้าเปื่อยคัน แผลเล็ก ๆ ที่กลายเป็นแผลบวมแดง ไปจนถึงผื่นคันตามซอกพับ บทความ จัดอันดับเชื้อก่อโรคผิวหนังจากน้ำท่วม นี้รวบรวมเชื้อ 10 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับน้ำกัดเท้า แผลติดเชื้อ และเชื้อราผิวหนังหลังน้ำท่วม พร้อมเกณฑ์การจัดอันดับที่โปร่งใส จุดที่เชื้อซ่อนอยู่ในบ้านและห้องน้ำ อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ และวิธีป้องกัน ก่อนจะปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) ที่ทำหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว เพื่อช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อบนพื้นผิวที่เท้า มือ และผิวหนังของคนในบ้านสัมผัสทุกวัน
กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง ลุงชัยอายุหกสิบต้น ๆ อาศัยอยู่บ้านไม้สองชั้นริมลำน้ำในจังหวัดอุบลราชธานี ช่วงน้ำท่วม ลุงชัยต้องเดินลุยน้ำระดับเข่าถึงเอวทุกเช้า เพื่อไปรับถุงยังชีพ ช่วยเพื่อนบ้านยกของขึ้นที่สูง และพาหลานสาวไปขึ้นรถที่ปากซอย ลุงใส่รองเท้าแตะบ้าง เดินเท้าเปล่าบ้าง เพราะรองเท้าบูทคู่เดียวที่มีรั่ว
วันที่สาม ซอกนิ้วเท้าของลุงเริ่มขาวเปื่อย คันจนต้องเกา วันที่ห้า ลุงเหยียบเศษไม้ในน้ำขุ่นจนเป็นแผลที่ฝ่าเท้า ล้างด้วยน้ำประปาแล้วปิดพลาสเตอร์ไว้ สองวันต่อมาแผลบวมแดง ร้อน และเจ็บ ส่วนหลานสาววัยแปดขวบมีตุ่มหนองเล็ก ๆ ที่ขาจากการเกาตรงรอยยุงกัด ลุงชัยเป็นเบาหวานมาหลายปี ลูกสาวจึงพาลุงไปโรงพยาบาลทันที แพทย์ดูแผลและให้การรักษา พร้อมถามประวัติวัคซีนบาดทะยัก และเตือนว่าคนที่เป็นเบาหวานต้องระวังแผลจากน้ำและดินเป็นพิเศษ
เมื่อกลับบ้าน ลูกสาวของลุงเริ่มสังเกตว่า พื้นห้องน้ำที่ทุกคนเดินเท้าเปล่า พรมเช็ดเท้าที่ชื้นตลอดเวลา รองเท้าที่แช่น้ำมาทั้งสัปดาห์ และผ้าขนหนูที่ใช้ร่วมกัน อาจเป็นจุดที่เชื้อราและแบคทีเรียส่งต่อกันในบ้าน คำถามว่าเชื้ออะไรบ้างที่ทำให้ผิวหนังมีปัญหาหลังน้ำท่วม และบ้านต้องทำอะไรเพิ่ม คือจุดเริ่มต้นของการจัดอันดับนี้
ตามรายงานข่าวของเดลินิวส์ที่อ้างข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุทกภัยส่งผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ผู้คนจำนวนมากต้องเดินลุยน้ำ ขนของ ล้างบ้าน และทำงานในสภาพเปียกชื้นต่อเนื่องหลายวัน ผิวหนังที่แช่น้ำนานจะอ่อนนุ่ม เปื่อย และเกิดรอยแตกเล็ก ๆ ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย
กรมควบคุมโรคเตือนทุกฤดูน้ำหลากเรื่องโรคน้ำกัดเท้า โรคผิวหนังติดเชื้อ และโรคฉี่หนู ซึ่งเชื้อสามารถเข้าทางแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน CDC แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมเมื่อมีแผล ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด และไปพบแพทย์หากแผลบวมแดงหรือมีหนอง รวมถึงตรวจสอบสถานะวัคซีนบาดทะยักเมื่อมีแผลจากของสกปรก
การจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม WHD เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของหน่วยงานสาธารณสุข และไม่ได้อ้างอิงจากสถิติผู้ป่วยของปีนี้ เกณฑ์ที่ใช้มีดังนี้
ผลที่ได้จึงเป็นแนวทางว่าควรรู้จักและระวังอะไรก่อน ไม่ได้หมายความว่าเชื้ออันดับหนึ่งพบมากที่สุดในทุกพื้นที่ และไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค ผู้ที่มีแผลหรือผื่นผิดปกติควรพบแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ
ผิวหนังปกติเป็นเกราะที่แข็งแรง แต่เมื่อแช่น้ำนานหลายชั่วโมงต่อวัน ชั้นผิวด้านนอกจะอุ้มน้ำ อ่อนตัว และหลุดลอกง่าย ซอกนิ้วเท้าที่อับชื้นจะเปื่อยขาว เกิดรอยแตกที่มองแทบไม่เห็น ในขณะเดียวกัน น้ำท่วมมักพาเศษแก้ว ตะปู เศษไม้ และกิ่งไม้มาด้วย ทำให้เกิดแผลถลอก แผลตำ และแผลบาดได้ง่าย เมื่อผิวหนังเปิดออก เชื้อในน้ำ ดิน โคลน และบนผิวของเราเองก็มีโอกาสเข้าไปก่อโรค
หลังน้ำลด ความเสี่ยงไม่ได้หายไปทันที บ้านที่ยังชื้น พื้นห้องน้ำที่มีคราบโคลน รองเท้าที่ไม่เคยแห้ง และผ้าที่ซักด้วยน้ำไม่สะอาด ยังเป็นแหล่งที่เชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดชอบอยู่ และส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งผ่านการเดินเท้าเปล่าและการใช้ของร่วมกัน
เหตุผลที่อยู่อันดับหนึ่ง: น้ำกัดเท้าในระยะแรกเกิดจากผิวหนังที่แช่น้ำนานจนระคายเคืองและเปื่อย แต่เมื่อเท้ายังอับชื้นต่อเนื่อง เชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ เช่น ไทรโคไฟตอน (Trichophyton) จะเข้ามาซ้ำเติม กลายเป็นโรคเชื้อราที่เท้าหรือที่คนไทยเรียกว่าฮ่องกงฟุต ปัญหานี้พบบ่อยที่สุดในหมู่คนที่ลุยน้ำ และส่งต่อกันได้ง่ายในบ้านผ่านพื้นห้องน้ำและพรมเช็ดเท้า จึงอยู่อันดับหนึ่งในด้านความพบบ่อย
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: พื้นห้องน้ำ พรมเช็ดเท้าที่ชื้น รองเท้าและถุงเท้าที่แช่น้ำ ผ้าขนหนูที่ใช้ร่วมกัน และพื้นบ้านที่ยังไม่แห้งสนิท
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ซอกนิ้วเท้าเปื่อยขาว คัน ลอก แสบ มีกลิ่น บางรายมีตุ่มน้ำหรือผิวแตกเป็นร่อง คนที่ลุยน้ำนาน ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้สูงอายุควรระวังเป็นพิเศษ เพราะรอยแตกที่ซอกเท้าอาจเป็นทางให้แบคทีเรียเข้าไปซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำ ล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังขึ้นจากน้ำ เช็ดซอกนิ้วให้แห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย และไม่ใช้ผ้าเช็ดเท้าร่วมกัน
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: เชื้อราไทรโคไฟตอนไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ แต่เป็นเชื้อในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อพื้นห้องน้ำ ทางเดิน และจุดถอดรองเท้า ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่เท้าเปล่าสัมผัส หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถามทีม WHD ได้
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส หรือ “เชื้อสแตฟ” อาศัยอยู่บนผิวหนังและในจมูกของคนจำนวนมากโดยไม่ก่อโรค แต่เมื่อผิวหนังมีแผลหรือรอยเกา เชื้อเข้าไปทำให้เกิดแผลติดเชื้อ ฝี ตุ่มหนอง และโรคพุพองในเด็ก หลังน้ำท่วม แผลเล็กแผลน้อยมีมาก การล้างแผลทำได้ยาก จึงเป็นเชื้อที่พบบ่อยในปัญหาแผลติดเชื้อ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ราวจับ ลูกบิดประตู และอุปกรณ์ทำแผลที่ใช้ร่วมกัน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวบวมแดง ร้อน เจ็บ มีหนอง ตุ่มหนองหรือฝี เด็กที่เกาแผลยุงกัด ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงสูง หากมีไข้ แผลลามเร็ว หรือมีเส้นแดงลามจากแผล ต้องรีบพบแพทย์
การป้องกัน: ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาดและเปลี่ยนเมื่อเปียก ตัดเล็บเด็กให้สั้น และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: สแตฟไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำหลังล้างแล้วช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่แผลบนร่างกายต้องดูแลโดยแพทย์ ไม่พ่นน้ำยาลงบนผิวหนังหรือแผล
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: เชื้อสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอเป็นสาเหตุสำคัญของโรคพุพองและเซลลูไลติส ซึ่งเป็นการอักเสบติดเชื้อของผิวหนังชั้นลึกและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เชื้อเข้าทางรอยแตกที่ซอกนิ้วเท้า แผลถลอก หรือรอยเกา ร่วมกับสแตฟ จึงเป็นคู่ที่พบบ่อยในแผลติดเชื้อหลังน้ำท่วม
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ผ้าและของใช้ส่วนตัวที่ใช้ร่วมกัน และมือที่สัมผัสแผลของผู้อื่น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวหนังบวมแดง ร้อน กดเจ็บ ขอบเขตลามกว้างขึ้น มักร่วมกับไข้ หนาวสั่น พบบ่อยที่ขาและเท้า ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ขาบวมเรื้อรังเสี่ยงสูง เซลลูไลติสต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเอง
การป้องกัน: รักษาน้ำกัดเท้าตั้งแต่ระยะแรก เพื่อไม่ให้รอยแตกเป็นประตูของเชื้อ ล้างแผลทันที และสังเกตแผลทุกวัน
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การดูแลพื้นผิวในบ้านเป็นส่วนเสริม ส่วนการรักษาต้องอยู่ในมือแพทย์ สอบถามผลทดสอบเฉพาะเชื้อได้จากทีม WHD
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสไม่ใช่โรคผิวหนัง แต่เชื้อเลปโตสไปราเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่มีแผล รอยถลอก หรือผิวที่แช่น้ำนาน รวมถึงเยื่อบุตาและปาก จึงอยู่ในรายการนี้ กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องโรคฉี่หนูทุกครั้งที่มีน้ำท่วม เพราะเชื้อมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่นที่ปนอยู่ในน้ำและโคลน และโรคนี้อาจรุนแรงได้หากไม่ได้รับการรักษา
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: น้ำท่วมขัง โคลนในบ้าน ใต้ถุน โรงเก็บของ และพื้นที่ที่หนูชุกชุม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะน่อง ตาแดง บางรายตัวเหลืองหรือปัสสาวะน้อย คนที่ลุยน้ำ ขนโคลน และทำความสะอาดบ้าน หากมีไข้หลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง
การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางเมื่อลุยน้ำหรือขนโคลน ปิดแผลกันน้ำ อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังลุยน้ำ และกำจัดแหล่งอาหารของหนู
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: เลปโตสไปราไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบ เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การขนโคลนออก ล้างพื้นผิว และพ่นฆ่าเชื้อใต้ถุนและบริเวณที่หนูเคยอยู่ ช่วยลดการปนเปื้อนบนพื้นผิว และสามารถขอผลทดสอบเฉพาะเชื้อจากทีม WHD ได้
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: ซูโดโมแนสเป็นแบคทีเรียที่ชอบความชื้น พบได้ในน้ำ ดิน และท่อระบายน้ำ ก่อการติดเชื้อที่แผล โดยเฉพาะแผลที่เปียกชื้นตลอดเวลา และการติดเชื้อที่ซอกเล็บหรือรูขุมขน แม้ไม่ค่อยก่อโรคในคนที่แข็งแรง แต่เป็นปัญหาในผู้ที่มีแผลเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ท่อระบายน้ำ ฟองน้ำ อ่างอาบน้ำ ขอบซิงก์ ผ้าชุบน้ำที่ไม่แห้ง และรองเท้าที่อับชื้น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลมีหนองสีเขียวอมฟ้าหรือมีกลิ่นเฉพาะ ผื่นตุ่มที่รูขุมขน ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้มีแผลเรื้อรัง และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรพบแพทย์
การป้องกัน: รักษาแผลให้สะอาดและแห้ง เปลี่ยนผ้าปิดแผลเมื่อเปียก ทิ้งฟองน้ำที่จมน้ำ และทำให้ห้องน้ำแห้งหลังใช้งาน
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การล้างคราบเมือกในท่อและอ่าง แล้วพ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำ ช่วยลดแหล่งสะสมของเชื้อชอบความชื้น สอบถามผลทดสอบได้จากทีม WHD
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: แอโรโมแนสเป็นแบคทีเรียที่พบในน้ำจืดและน้ำกร่อย มีรายงานทางการแพทย์ว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่แผลหลังสัมผัสน้ำท่วมหรือน้ำในแม่น้ำ แม้ไม่พบบ่อยเท่าสแตฟหรือสเตรป แต่ชื่อนี้ควรรู้จักเพราะเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมโดยตรง
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: น้ำท่วมขัง แหล่งน้ำธรรมชาติ และโคลนจากแม่น้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดงลุกลามเร็วหลังโดนน้ำ ผู้มีโรคตับ ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงอาการรุนแรง ควรพบแพทย์และแจ้งว่าแผลเคยสัมผัสน้ำท่วม
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีแผล ใช้ผ้าปิดแผลกันน้ำ และล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรีย การพ่นช่วยดูแลพื้นผิวที่โคลนจากน้ำท่วมเคยเกาะหลังล้างออกแล้ว
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: CDC เตือนว่าเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิคัส ซึ่งอยู่ในน้ำกร่อยและน้ำทะเลที่อุ่น อาจก่อการติดเชื้อที่แผลอย่างรุนแรงหลังน้ำท่วมจากพายุหรือน้ำทะเลหนุน พบได้น้อย จึงอยู่ในอันดับกลาง ๆ แต่ความรุนแรงสูงมาก โดยเฉพาะในผู้มีโรคตับ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: น้ำท่วมในพื้นที่ชายฝั่ง ปากแม่น้ำ และพื้นที่ที่น้ำทะเลหนุนเข้ามา
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ปวดมาก อาจมีตุ่มน้ำ และลุกลามเร็ว ผู้มีโรคตับ ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีแผลที่สัมผัสน้ำกร่อยแล้วปวดบวมมาก ต้องไปโรงพยาบาลทันที
การป้องกัน: ผู้มีแผลหรือมีโรคตับควรหลีกเลี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ชายฝั่ง สวมรองเท้าบูท และปิดแผลกันน้ำ
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ใช่การป้องกันหลักของเชื้อนี้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการให้แผลสัมผัสน้ำกร่อย
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: แคนดิดาเป็นยีสต์ที่อยู่บนผิวหนังตามปกติ แต่เมื่อผิวอับชื้นนาน เช่น ซอกพับใต้ราวนม ขาหนีบ ใต้ท้อง หรือรอบเล็บของคนที่มือเปียกทั้งวันจากการล้างบ้าน เชื้อจะเพิ่มจำนวนจนเกิดผื่นคัน ส่วนเด็กเล็กที่ใส่ผ้าอ้อมชื้นนานก็เกิดผื่นจากเชื้อนี้ได้
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: เสื้อผ้าที่ไม่แห้งสนิท ผ้าขนหนูอับชื้น และถุงมือยางที่ใส่นานโดยมือข้างในเปียกเหงื่อ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผื่นแดงชื้น คัน แสบ มีตุ่มเล็ก ๆ รอบขอบผื่น หรือรอบเล็บบวมแดง ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ ผู้มีน้ำหนักตัวมาก และทารก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
การป้องกัน: ทำให้ผิวและซอกพับแห้ง สวมเสื้อผ้าที่แห้งสนิท ถอดถุงมือพักมือเป็นระยะ และเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กบ่อย
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: แคนดิดาไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การลดความชื้นในบ้านและพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดแหล่งสะสม สอบถามผลทดสอบเฉพาะเชื้อได้จากทีม WHD
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: เชื้อนี้อยู่ในดินและน้ำในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ร่างกายผ่านแผลที่สัมผัสดินและน้ำ การหายใจ หรือการดื่มน้ำปนเปื้อน กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องเมลิออยโดสิสในฤดูฝนและช่วงน้ำท่วม เพราะเป็นโรคที่อาจรุนแรงในผู้ป่วยเบาหวาน แม้พบไม่บ่อยเท่าเชื้ออันดับต้น แต่ควรรู้จักโดยเฉพาะในภาคอีสาน
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ดินโคลน ทุ่งนา แหล่งน้ำธรรมชาติ และโคลนที่น้ำพัดเข้าบ้าน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการหลากหลาย ตั้งแต่ฝีที่ผิวหนัง ไข้เรื้อรัง ไอ ปอดอักเสบ ไปจนถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้มีโรคไต และผู้ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงสูง หากมีไข้หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติ
การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือเมื่อสัมผัสดินโคลน ปิดแผลกันน้ำ ดื่มน้ำต้มสุก และผู้ป่วยเบาหวานควรระวังเป็นพิเศษ
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรีย การขนโคลนออกให้หมดและล้างพื้นผิวคือขั้นตอนสำคัญที่สุด การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริมหลังล้าง และสามารถสอบถามข้อมูลผลทดสอบจากทีม WHD ได้
เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: เชื้อบาดทะยักอยู่ในดิน ฝุ่น และมูลสัตว์ในรูปของสปอร์ที่ทนทานมาก เข้าสู่ร่างกายทางแผลตำ แผลลึก หรือแผลสกปรก เช่น เหยียบตะปูหรือเศษไม้ในน้ำท่วม WHO และ CDC เตือนเรื่องบาดทะยักหลังภัยพิบัติทุกครั้ง โรคนี้ป้องกันได้ด้วยวัคซีน จึงจัดไว้อันดับสุดท้ายไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่เพราะวิธีจัดการหลักอยู่ที่วัคซีนและการดูแลแผล ไม่ใช่การฆ่าเชื้อพื้นผิว
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ดินโคลน เศษไม้ ตะปู เศษโลหะ และขยะที่น้ำพัดมา
อาการและกลุ่มเสี่ยง: กล้ามเนื้อเกร็ง ขากรรไกรแข็งอ้าปากลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ และผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดกระตุ้นนานแล้ว หากมีแผลตำหรือแผลสกปรก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนบาดทะยักตามคำแนะนำของแพทย์
การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทพื้นหนาเมื่อลุยน้ำหรือเก็บกวาดเศษซาก ล้างแผลทันที และตรวจสอบประวัติวัคซีนกับแพทย์
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: สปอร์ของเชื้อบาดทะยักทนทานต่อสารฆ่าเชื้อหลายชนิด และไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุ เราจึงไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อป้องกันบาดทะยักได้ สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการเก็บเศษวัสดุมีคม ขนโคลนออก และไปพบแพทย์เมื่อมีแผล
ผงซักฟอกและการขัดถูเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเอาโคลนออก เพราะโคลนเป็นที่อยู่ของเชื้อหลายชนิดในรายการนี้ แต่การขัดล้างไม่ได้ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียทั้งหมด โดยเฉพาะในร่องกระเบื้อง ขอบผนังห้องน้ำ และพื้นที่ยังชื้นอยู่ ส่วนน้ำยาฟอกขาว หลายบ้านใช้เข้มเกินไปจนกลิ่นแรงระคายเคืองผิวและทางเดินหายใจ หรือราดบนพื้นที่ยังมีโคลนจนไม่ได้ผล และหากผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรดอาจเกิดก๊าซอันตราย
อีกข้อที่มักเข้าใจผิดคือ การพ่นหรือทาน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวลงบนผิวหนังหรือแผลเอง ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวออกแบบมาสำหรับพื้นผิว ไม่ใช่ร่างกาย แผลต้องล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด และดูแลตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ส่วนบ้านต้องได้รับการดูแลด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง คือขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม
บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection ใช้ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride (ตามข้อมูลบริการ)
ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รายชื่อที่ระบุไว้ ได้แก่ โควิด-19 (SARS-CoV-2) Human Coronavirus 229E RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 HIV โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือเท้าปาก Vaccinia virus เชื้อมัยโคแบคทีเรีย ซาลโมเนลลา เชื้อไอกรน รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุการกำจัดเชื้อ 99.99% และแสดงการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
เชื้อในบทความนี้ทั้ง 10 อันดับไม่ได้อยู่ในรายชื่อเฉพาะข้างต้น เราจึงขอพูดตรง ๆ ว่าไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ บอกได้เพียงว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียหรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม สำหรับสปอร์ของเชื้อบาดทะยัก เราไม่กล่าวอ้างผลใด ๆ ลูกค้าที่ต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อที่กังวล สามารถสอบถามทีม WHD ได้โดยตรง
การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว คนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง โดยทั่วไปตามข้อมูลบริการคือรอประมาณ 30 นาที เราไม่กล่าวว่าไม่มีสารตกค้าง การพ่นดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ใช่การรักษาแผลหรือผื่น ผู้ที่มีแผลบวมแดง มีไข้ หรือผื่นไม่ดีขึ้น ต้องพบแพทย์
ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการบ้าน อาคารที่พักอาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน และธนาคาร มีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมออกใบกำกับภาษีได้
กลับมาที่บ้านของลุงชัย ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย หลังจากลุงได้รับการรักษาแผลจากแพทย์แล้ว ลูกสาวตัดสินใจจัดการบ้านใหม่โดยไม่ให้ลุงลงมือทำงานหนักเอง ญาติ ๆ ช่วยกันขนโคลนออกจากใต้ถุน เก็บเศษไม้และตะปูที่น้ำพัดมา ทิ้งพรมเช็ดเท้าและรองเท้าแตะที่เปื่อย ล้างห้องน้ำด้วยผงซักฟอก แล้วเปิดบ้านให้แห้งอยู่สองวัน
จากนั้นทีม WHD เข้ามาสำรวจและพ่นฆ่าเชื้อเป็นสามโซน คือ ห้องน้ำกับพื้นที่อาบน้ำ ทางเข้าบ้านกับจุดถอดรองเท้า และใต้ถุน ระหว่างพ่น ทุกคนไปนั่งรอที่ศาลาหน้าบ้าน เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้งก็เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ช่างแนะนำให้วางรองเท้าบูทคว่ำให้แห้งทุกวัน และเช็ดพื้นห้องน้ำให้แห้งหลังอาบน้ำ
ลูกสาวของลุงชัยบอกว่าสิ่งที่ได้มากกว่าบ้านที่สะอาดคือ “กิจวัตรใหม่” ของครอบครัว ทุกคนล้างเท้าและเช็ดซอกนิ้วให้แห้งหลังกลับบ้าน หลานสาวตัดเล็บสั้น และลุงชัยตรวจเท้าทุกเย็นตามที่แพทย์แนะนำ
ถาม: น้ำกัดเท้าเกิดจากเชื้อราเสมอหรือไม่
ตอบ: ไม่เสมอไป ระยะแรกมักเกิดจากผิวที่แช่น้ำนานจนระคายเคือง แต่ถ้าเท้ายังอับชื้น เชื้อราหรือแบคทีเรียอาจเข้ามาซ้ำเติม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม
ถาม: พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนเท้าหรือแผลได้ไหม
ตอบ: ไม่ควร น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวใช้กับพื้นผิวเท่านั้น แผลควรล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด และดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
ถาม: เป็นเบาหวานและมีแผลหลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ล้างแผลทันที ปิดแผลให้สะอาด และไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงแผลติดเชื้อและเมลิออยโดสิสมากกว่าคนทั่วไป
ถาม: การพ่นฆ่าเชื้อป้องกันบาดทะยักได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ บาดทะยักป้องกันด้วยวัคซีนและการดูแลแผล เราไม่กล่าวอ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อป้องกันบาดทะยัก
ถาม: น้ำยาที่ใช้ฆ่าเชื้อราที่เท้าได้หรือไม่
ตอบ: ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อราโดยทั่วไป แต่เชื้อราไทรโคไฟตอนไม่อยู่ในรายชื่อเฉพาะ เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถขอข้อมูลจากทีม WHD ได้
ถาม: หลังพ่นแล้วต้องทำอะไรต่อ
ตอบ: กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ รักษาพื้นห้องน้ำให้แห้ง และดูแลเท้าและแผลของทุกคนในบ้านอย่างต่อเนื่อง
ลดเชื้อราและแบคทีเรียบนพื้นห้องน้ำ ทางเดิน และใต้ถุน ด้วยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมและน้ำยา CHEMGENE HLD4H
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#โรคผิวหนังจากน้ำท่วม #น้ำกัดเท้า #จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene
คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อก่อโรคผิวหนังจากน้ำท่วม, โรคผิวหนังจากน้ำท่วม 2569, น้ำกัดเท้า, แผลติดเชื้อหลังน้ำท่วม, เชื้อราผิวหนัง, โรคฉี่หนู, บาดทะยัก, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H