จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม 2569: 10 ไวรัสที่มากับน้ำและค้างอยู่ในบ้านหลังน้ำลด พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม 2569: 10 ไวรัสที่มากับน้ำและค้างอยู่ในบ้านหลังน้ำลด พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม 2569: 10 ไวรัสที่มากับน้ำและค้างอยู่ในบ้านหลังน้ำลด พร้อมบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมที่ช่วยกำจัดและป้องกัน

บทความ จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม ฉบับนี้ตั้งใจตอบคำถามที่หลายครอบครัวถามหลังน้ำลดว่า ทำไมคนในบ้านถึงเริ่มท้องเสีย อาเจียน เป็นไข้ ไอ หรือเด็กเล็กมีตุ่มในปาก ทั้งที่ล้างบ้านจนสะอาดตาแล้ว คำตอบส่วนหนึ่งคือ ไวรัสมีขนาดเล็กมาก มองไม่เห็น และบางชนิดทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าที่คิด เราจะจัดอันดับไวรัส 10 ชนิดที่ควรรู้จักหลังน้ำท่วม พร้อมเกณฑ์ที่ใช้จัดอันดับอย่างโปร่งใส บอกว่าแต่ละชนิดซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้าน ใครเสี่ยงที่สุด ป้องกันอย่างไร แล้วปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสร็จแล้ว เพื่อช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อบนพื้นผิวที่คนในบ้านต้องสัมผัสทุกวัน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านที่ล้างแล้ว แต่คนในบ้านป่วยต่อกันเป็นทอด ๆ

กรณีตัวอย่างนี้เป็นเรื่องเล่าที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง ครอบครัวของคุณนิด อาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี น้ำท่วมชั้นล่างสูงประมาณเข่าอยู่หลายวัน ระหว่างนั้นทั้งบ้านย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบน ใช้ห้องนอนเป็นทั้งห้องกิน ห้องเล่นของลูก และที่เก็บของจำเป็น

เมื่อน้ำลด คุณนิดกับสามีช่วยกันตักโคลน ฉีดน้ำล้างพื้น เช็ดผนังด้วยน้ำยาถูพื้นกลิ่นหอม เปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน บ้านดูสะอาดเกือบเหมือนเดิม แต่สองวันต่อมา ลูกคนเล็กวัยสามขวบเริ่มอาเจียนและถ่ายเหลวหลายครั้ง วันถัดมาคุณยายที่อายุเกินเจ็ดสิบก็ท้องเสียตาม ขณะที่ลูกคนโตเริ่มไอ มีไข้ต่ำ ๆ และบ่นเจ็บคอ คุณนิดพาทุกคนไปพบแพทย์ แพทย์อธิบายว่าอาการแบบนี้อาจเกิดจากไวรัสได้หลายชนิด และย้ำเรื่องการดื่มน้ำสะอาด ล้างมือ และระวังการแพร่เชื้อในบ้าน

สิ่งที่คุณนิดไม่เคยคิดมาก่อนคือ ลูกบิดประตูห้องน้ำ ราวบันได รีโมตทีวี ขอบโต๊ะกินข้าว และของเล่นพลาสติกที่ถูกน้ำท่วมแล้วนำกลับมาใช้ คือจุดที่ไวรัสสามารถส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคนในบ้านเริ่มป่วยแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าครอบครัวคุณนิดทำความสะอาดไม่ดี แต่แสดงให้เห็นว่าการล้างให้ดูสะอาด กับการลดเชื้อบนพื้นผิวอย่างเป็นระบบ เป็นคนละขั้นตอนกัน

น้ำท่วม 2569 กับความเสี่ยงจากไวรัสหลังน้ำท่วม

ตามรายงานข่าวของเดลินิวส์ที่อ้างข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุทกภัยส่งผลกระทบใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ตัวเลขนี้หมายถึงบ้านจำนวนมากที่คนต้องอยู่รวมกันแน่นขึ้น ใช้ห้องน้ำร่วมกัน เก็บอาหารและน้ำดื่มในสภาพที่ไม่สะดวก และหลายบ้านต้องย้ายไปพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือบ้านญาติ สภาพแบบนี้คือเงื่อนไขที่ไวรัสชอบที่สุด เพราะไวรัสต้องอาศัยคนในการแพร่ต่อ ยิ่งคนอยู่ใกล้กันและใช้ของร่วมกันมาก โอกาสส่งต่อเชื้อก็ยิ่งสูง

องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) แนะนำตรงกันว่าน้ำท่วมควรถูกมองว่าปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรคเสมอ และพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรได้รับการทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ ส่วนกรมควบคุมโรคก็เตือนทุกฤดูน้ำหลากให้ระวังโรคอุจจาระร่วง โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคตาแดง ซึ่งหลายโรคในกลุ่มนี้มีไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญ

เกณฑ์การจัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม (เชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่การจัดอันดับทางการ)

การจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม WHD เพื่อการให้ความรู้ ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของหน่วยงานสาธารณสุข และไม่ได้คำนวณจากสถิติผู้ป่วยของปีนี้ เราใช้เกณฑ์ห้าข้อประกอบกัน ดังนี้

  1. ความถี่ที่ถูกกล่าวถึงในคำแนะนำช่วงน้ำท่วม ของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค เช่น กลุ่มโรคอุจจาระร่วง โรคทางเดินหายใจ และโรคตาแดง
  2. ความง่ายในการแพร่กระจาย ทั้งผ่านน้ำ อาหาร มือ ละอองฝอย และพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน
  3. ความทนทานในสิ่งแวดล้อม ประเมินเชิงคุณภาพเท่านั้น เช่น ไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้มมักทนกว่าไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม
  4. ความรุนแรงและกลุ่มเสี่ยง โดยให้น้ำหนักกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  5. ความเกี่ยวข้องกับพื้นผิวในบ้าน คือการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด

ลำดับที่ได้จึงสะท้อน “ความสำคัญที่ควรรู้” สำหรับบ้านและอาคารหลังน้ำลด ไม่ได้หมายความว่าไวรัสอันดับหนึ่งพบมากกว่าอันดับสองในทุกพื้นที่ สถานการณ์จริงของแต่ละชุมชนอาจต่างกันไป หากต้องการข้อมูลการระบาดในพื้นที่ ควรติดตามประกาศของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและกรมควบคุมโรค

ไวรัสต่างจากแบคทีเรียและเชื้อราอย่างไร ทำไมต้องจัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วมแยกออกมา

ไวรัสไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตเองได้บนพื้นบ้านเหมือนเชื้อราหรือแบคทีเรียบางชนิด ไวรัสต้องเข้าไปในเซลล์ของคนหรือสัตว์จึงจะเพิ่มจำนวนได้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าไวรัสบนพื้นผิวไม่อันตราย เพราะไวรัสหลายชนิดยังคงติดเชื้อได้อยู่ช่วงหนึ่งหลังจากหลุดออกจากร่างกายผู้ป่วย และคนที่สัมผัสพื้นผิวนั้นแล้วเอามือเข้าปาก จมูก หรือขยี้ตา ก็อาจรับเชื้อเข้าไปได้

นักวิทยาศาสตร์แบ่งไวรัสคร่าว ๆ เป็นสองกลุ่มตามโครงสร้าง กลุ่มแรกคือ ไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม (enveloped virus) เช่น ไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด-19 เปลือกนี้เป็นไขมัน จึงถูกทำลายได้ค่อนข้างง่ายด้วยสบู่และน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป กลุ่มที่สองคือ ไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้ม (non-enveloped virus) เช่น โนโรไวรัส โรตาไวรัส ไวรัสตับอักเสบเอ อะดีโนไวรัส และเอนเทอโรไวรัส กลุ่มนี้โดยทั่วไปทนต่อสภาพแวดล้อมและน้ำยาหลายชนิดได้ดีกว่า จึงต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดอย่างละเอียดและการเลือกน้ำยาที่เหมาะสมเป็นพิเศษ

หลังน้ำท่วม ไวรัสกลุ่มที่ไม่มีเปลือกหุ้มมักมาพร้อมน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ส่วนไวรัสกลุ่มที่มีเปลือกหุ้มมักแพร่ในช่วงที่คนต้องอยู่รวมกันแออัด ทั้งสองกลุ่มจึงติดอันดับในบทความนี้ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน

จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม 10 อันดับ ที่ควรรู้จักก่อนกลับเข้าบ้าน

อันดับ 1: โนโรไวรัส (Norovirus) ไวรัสท้องร่วงที่แพร่เร็วที่สุดในบ้าน

เหตุผลที่อยู่อันดับหนึ่ง: โนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันทั่วโลก แพร่ได้ทั้งทางน้ำ อาหาร มือ และพื้นผิว ปริมาณเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ และเป็นไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้ม จึงค่อนข้างทนในสิ่งแวดล้อม เมื่อรวมกับสภาพบ้านหลังน้ำท่วมที่ห้องน้ำอาจใช้งานไม่สะดวกและคนอยู่ใกล้ชิดกัน โนโรไวรัสจึงเป็นตัวที่ควรระวังเป็นลำดับแรก

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: พื้นห้องน้ำ ฝารองนั่ง ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู อ่างล้างจาน เขียง ผ้าเช็ดมือ และบริเวณที่มีคนอาเจียน ซึ่งละอองจากการอาเจียนอาจกระจายไปไกลกว่าที่ตาเห็น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้อง บางคนมีไข้ต่ำ อาการมักเกิดเร็วและหายได้เองในเวลาไม่นาน แต่เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ หากปัสสาวะน้อยลง ซึม หรืออ่อนเพลียมาก ควรพบแพทย์ทันที

การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนเตรียมอาหาร แยกห้องน้ำให้ผู้ป่วยถ้าทำได้ ทิ้งอาหารที่จมน้ำ และทำความสะอาดจุดที่มีอาเจียนหรืออุจจาระอย่างระมัดระวังโดยสวมถุงมือ

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: โนโรไวรัสอยู่ในรายการเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์) การพ่นฆ่าเชื้อหลังจากล้างคราบสกปรกออกแล้ว จึงช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวห้องน้ำ ครัว และจุดสัมผัสร่วมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดเฉพาะจุด

อันดับ 2: โรตาไวรัส (Rotavirus) ศัตรูของเด็กเล็กในช่วงน้ำท่วม

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: โรตาไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็ก แพร่ผ่านทางอุจจาระเข้าสู่ปาก และเป็นไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้มซึ่งทนในสิ่งแวดล้อมได้พอสมควร เมื่อน้ำท่วมพาสิ่งปฏิกูลเข้าบ้าน และเด็กเล็กชอบหยิบของเข้าปาก ความเสี่ยงจึงสูงกว่าช่วงปกติ

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ของเล่นพลาสติก เบาะรองคลาน พื้นห้องนั่งเล่น ที่นั่งรถเข็นเด็ก โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม ขวดนมและอุปกรณ์ชงนมที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง มีไข้ เด็กทารกและเด็กเล็กเสี่ยงขาดน้ำได้เร็ว ผู้ปกครองควรสังเกตว่าเด็กปัสสาวะน้อย ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือซึมลง หากพบควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนเรื่องวัคซีนโรตาไวรัสควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน

การป้องกัน: ใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำดื่มบรรจุขวดสำหรับชงนม ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม ทิ้งของเล่นผ้าหรือของเล่นที่ซับน้ำแล้วทำความสะอาดไม่ได้ และแยกพื้นที่เล่นของเด็กจากบริเวณที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: โรตาไวรัสไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุไว้โดยตรง เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ บอกได้เพียงว่าเป็นเชื้อในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม ซึ่ง WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะโรตาไวรัส สามารถสอบถามทีม WHD ได้โดยตรง

อันดับ 3: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) ไวรัสจากน้ำและอาหารปนเปื้อน

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ เป็นหนึ่งในโรคที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเสมอเมื่อระบบน้ำประปาและสุขาภิบาลได้รับผลกระทบ ไวรัสชนิดนี้ไม่มีเปลือกหุ้มและเป็นที่รู้กันว่าทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ระยะฟักตัวค่อนข้างนาน คนที่ติดเชื้อจึงอาจแพร่เชื้อก่อนรู้ตัว

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: แหล่งน้ำที่ไม่ปลอดภัย ภาชนะใส่น้ำดื่มที่จมน้ำ ผักผลไม้ที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และพื้นผิวในครัวที่สัมผัสน้ำเสีย

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เด็กบางคนอาจมีอาการน้อย ผู้ใหญ่และผู้มีโรคตับอยู่เดิมควรระวังเป็นพิเศษ หากสงสัยควรพบแพทย์ ส่วนวัคซีนตับอักเสบเอควรปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะกับตนเองหรือไม่

การป้องกัน: ดื่มน้ำที่ปลอดภัย ปรุงอาหารให้สุก ไม่กินอาหารหรือผักที่จมน้ำ ล้างมือก่อนกินและก่อนเตรียมอาหาร และทำความสะอาดภาชนะด้วยน้ำสะอาด

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไวรัสตับอักเสบเอไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง และเป็นไวรัสที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เราจึงไม่กล่าวอ้างผลการกำจัดเชื้อนี้ แนะนำให้เน้นการล้างทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวเป็นขั้นตอนเสริม และสอบถามข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อกับทีม WHD หากต้องการรายละเอียด

อันดับ 4: เอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) ต้นเหตุโรคมือเท้าปากในเด็ก

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: เอนเทอโรไวรัสหลายชนิด เช่น ค็อกแซกกีไวรัสและเอนเทอโรไวรัส 71 เป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปาก ซึ่งพบบ่อยในเด็กเล็กโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เชื้อแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำ และอุจจาระ เมื่อเด็กหลายบ้านต้องมาอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ โอกาสแพร่เชื้อจึงเพิ่มขึ้น

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ของเล่นที่ใช้ร่วมกัน ช้อนชาม แก้วน้ำ ขอบเตียง ราวกั้นเตียงเด็ก และพื้นที่เด็กคลานเล่น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ เจ็บปาก มีแผลในปาก มีผื่นหรือตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้า เด็กอาจกินน้อยลงเพราะเจ็บปาก ส่วนน้อยอาจมีอาการรุนแรง หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หายใจหอบ หรือมีอาการผวาผิดปกติ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

การป้องกัน: ให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนและแยกของใช้ส่วนตัว ล้างมือทั้งเด็กและผู้ดูแล ทำความสะอาดของเล่นบ่อยครั้ง และไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกัน

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: เชื้อไวรัสโรคมือเท้าปากอยู่ในรายการที่หน้าบริการของ WHD ระบุไว้ (ตามข้อมูลบริการ) การพ่นฆ่าเชื้อห้องเด็ก ห้องนั่งเล่น และของเล่นที่ทนน้ำได้ หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อกลุ่มนี้ในบ้าน

อันดับ 5: อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ไวรัสตาแดง ท้องเสีย และทางเดินหายใจ

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: อะดีโนไวรัสก่อโรคได้หลายระบบ ทั้งตาแดง เจ็บคอ หวัด และท้องเสียในเด็ก โรคตาแดงเป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนบ่อยในช่วงน้ำท่วม เพราะคนต้องใช้น้ำไม่สะอาดล้างหน้า และมักขยี้ตาด้วยมือที่สัมผัสน้ำท่วม อะดีโนไวรัสไม่มีเปลือกหุ้ม จึงทนในสิ่งแวดล้อมได้ค่อนข้างดี

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนูที่ใช้ร่วมกัน ปลอกหมอน ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ และอ่างล้างหน้า

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ตาแดง ระคายเคือง น้ำตาไหล มีขี้ตา เจ็บคอ ไอ หรือถ่ายเหลว เด็กและผู้ที่อยู่ในพื้นที่แออัดเสี่ยงสูง หากตาแดงร่วมกับปวดตามาก ตามัว หรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์

การป้องกัน: ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าและผ้าขนหนูร่วมกัน ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ไม่ขยี้ตา และซักปลอกหมอนผ้าปูที่นอนด้วยน้ำสะอาดแล้วตากแดดให้แห้งสนิท

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: อะดีโนไวรัสไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง เป็นเชื้อในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม เราแนะนำให้ล้างทำความสะอาดก่อนแล้วพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วม และหากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สามารถขอข้อมูลจากทีม WHD ได้

จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม อันดับ 6 ถึง 10: ไวรัสทางเดินหายใจและไวรัสที่มากับสภาพแวดล้อม

อันดับ 6: ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) รวมถึง H1N1

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: ช่วงน้ำท่วมมักตรงกับฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่พบได้บ่อยในประเทศไทย คนที่ต้องลุยน้ำ ตากฝน นอนพักไม่เพียงพอ และอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด มีโอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อต่อได้ง่าย แม้ไข้หวัดใหญ่จะเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้มและไม่ทนทานเท่ากลุ่มท้องร่วง แต่ความรุนแรงในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังทำให้ติดอันดับนี้

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ละอองฝอยจากการไอจามที่ตกลงบนโต๊ะ ราวจับ โทรศัพท์ รีโมต แก้วน้ำ และผ้าห่มที่ใช้ร่วมกันในศูนย์พักพิงหรือในห้องที่ทุกคนย้ายมาอยู่รวมกัน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลียมาก ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการ หากหายใจเหนื่อยหอบต้องรีบไปโรงพยาบาล ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรปรึกษาแพทย์

การป้องกัน: สวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วยหรือดูแลผู้ป่วย ปิดปากเวลาไอจาม ล้างมือบ่อย เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และแยกผู้ป่วยให้พักในห้องที่อากาศถ่ายเท

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 อยู่ในรายการเชื้อที่หน้าบริการของ WHD ระบุไว้ (ตามข้อมูลบริการ) การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมหลังทำความสะอาด จึงช่วยลดเชื้อที่ตกค้างบนพื้นผิว โดยยังต้องทำควบคู่กับการระบายอากาศและการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล

อันดับ 7: อาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV)

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: RSV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน และเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในทารกและเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ที่ติดเชื้ออาจมีอาการเพียงเหมือนหวัด แต่สามารถนำเชื้อไปสู่เด็กในบ้านได้ เชื้อแพร่ทั้งทางละอองฝอยและการสัมผัสพื้นผิวแล้วเอามือมาจับหน้า

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ขอบเตียงเด็ก ของเล่น ที่นอน ผ้าห่ม ขวดนม จุกนม และมือของผู้ใหญ่ที่อุ้มเด็กหลังจากจับของในบ้าน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: น้ำมูก ไอ มีไข้ ในทารกอาจหายใจเร็ว หายใจมีเสียงวี้ด หรือกินนมได้น้อยลง ทารกที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจหรือโรคปอด และผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง หากเด็กหายใจลำบาก ต้องรีบพบแพทย์

การป้องกัน: ล้างมือก่อนอุ้มเด็ก ผู้ใหญ่ที่เป็นหวัดควรสวมหน้ากากและหลีกเลี่ยงการหอมแก้มเด็ก แยกของใช้ของเด็ก และทำความสะอาดของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: RSV อยู่ในรายการเชื้อที่หน้าบริการของ WHD ระบุไว้ (ตามข้อมูลบริการ) การพ่นฆ่าเชื้อห้องเด็กและจุดสัมผัสหลังจากล้างทำความสะอาดเสร็จ ช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิว ส่วนของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งตามคำแนะนำของช่างก่อนนำกลับมาให้เด็กใช้

อันดับ 8: ไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) และไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่น

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: แม้โควิด-19 จะไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง แต่สถานการณ์หลังน้ำท่วมทำให้คนต้องอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเอื้อต่อการแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจ โควิด-19 ยังคงพบได้เป็นระยะ และผู้สูงอายุกับผู้มีโรคประจำตัวยังเป็นกลุ่มที่ต้องระวัง

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: โต๊ะกินข้าวร่วมกัน ราวบันได ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟต์ในอาคาร และพื้นที่ส่วนกลางที่อาสาสมัครหรือเพื่อนบ้านเข้าออกเพื่อช่วยขนของ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก อ่อนเพลีย บางคนสูญเสียการรับรสหรือกลิ่น กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีอาการหายใจลำบากควรพบแพทย์ทันที

การป้องกัน: ตรวจหาเชื้อเมื่อมีอาการ แยกตัวเมื่อป่วย สวมหน้ากากในพื้นที่แออัด และเปิดให้อากาศถ่ายเท

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: โควิด-19 (SARS-CoV-2) และ Human Coronavirus 229E อยู่ในรายการเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการระบุ โดยหน้าผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุผลต่อเชื้อโควิด-19 ไว้ที่ 99.85% ภายใน 1 นาที และหน้าบริการระบุการกำจัดเชื้อ 99.99% (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ)

อันดับ 9: ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E virus)

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: WHO ระบุว่าไวรัสตับอักเสบอีแพร่ส่วนใหญ่ผ่านน้ำดื่มที่ปนเปื้อนอุจจาระ และเกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่ระบบน้ำสะอาดและสุขาภิบาลได้รับผลกระทบ แม้คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นชื่อ แต่ไวรัสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมเรื่องน้ำดื่มหลังน้ำท่วมจึงสำคัญ ที่จัดไว้อันดับเก้าเพราะความเกี่ยวข้องกับพื้นผิวในบ้านน้อยกว่าไวรัสกลุ่มอื่น เส้นทางหลักคือน้ำดื่ม

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: แหล่งน้ำดื่มที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ถังเก็บน้ำที่ถูกน้ำท่วมเข้า ตู้กดน้ำที่จมน้ำ และภาชนะใส่น้ำที่ล้างไม่สะอาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คล้ายตับอักเสบชนิดอื่น เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวเหลืองตาเหลือง หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคตับอยู่เดิมควรระวังเป็นพิเศษ และควรพบแพทย์เมื่อมีอาการ

การป้องกัน: ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อถังเก็บน้ำก่อนใช้ใหม่ตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น และไม่ใช้น้ำจากตู้กดน้ำที่จมน้ำจนกว่าจะได้รับการตรวจและล้างระบบ

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: เชื้อนี้ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บ WHD ระบุโดยตรง การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ใช่วิธีทำให้น้ำดื่มปลอดภัย แต่ช่วยลดการปนเปื้อนบนพื้นผิวในครัวและบริเวณเก็บน้ำหลังจากล้างแล้ว หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถามทีม WHD ได้

อันดับ 10: ไวรัสเดงกี (Dengue virus) ไวรัสที่มากับยุงลายหลังน้ำลด

เหตุผลที่อยู่อันดับนี้: ไวรัสเดงกีเป็นต้นเหตุของโรคไข้เลือดออก ไม่ได้แพร่ผ่านพื้นผิวหรือน้ำท่วมโดยตรง แต่หลังน้ำลดจะมีน้ำขังตามภาชนะ ยางรถ กระถาง และเศษขยะ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เราจัดไว้อันดับสุดท้ายในรายการนี้ไม่ใช่เพราะอันตรายน้อย แต่เพราะการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ใช่วิธีจัดการไวรัสชนิดนี้ จึงต้องแยกให้ชัดเจน

จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: น้ำขังในภาชนะรอบบ้าน ถังน้ำที่ไม่มีฝาปิด จานรองกระถาง รางน้ำฝนที่อุดตัน และเศษขยะที่น้ำพัดมา

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงลอยหลายวัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ อาจมีจุดเลือดออก ช่วงที่ไข้เริ่มลดเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง หากปวดท้อง อาเจียนบ่อย ซึม หรือมีเลือดออก ต้องรีบไปโรงพยาบาล

การป้องกัน: คว่ำภาชนะ ปิดฝาโอ่ง เก็บขยะ ทำลายแหล่งน้ำขัง ทายากันยุง นอนในมุ้ง และร่วมมือกับชุมชนตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ: บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นการฆ่าเชื้อบนพื้นผิว ไม่ใช่บริการกำจัดยุงหรือลูกน้ำ เราจึงแนะนำให้จัดการแหล่งน้ำขังควบคู่กันไป และติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นหากต้องการพ่นหมอกควันกำจัดยุง

ตารางสรุปจัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม

อันดับไวรัสเส้นทางหลักจุดเสี่ยงในบ้าน
1โนโรไวรัสอุจจาระ อาเจียน อาหาร พื้นผิวห้องน้ำ ครัว ลูกบิด
2โรตาไวรัสอุจจาระเข้าสู่ปากของเล่น ขวดนม พื้นคลาน
3ตับอักเสบเอน้ำและอาหารปนเปื้อนครัว ภาชนะใส่น้ำ
4เอนเทอโรไวรัส (มือเท้าปาก)น้ำลาย ตุ่มน้ำ อุจจาระของเล่น แก้วน้ำ เตียงเด็ก
5อะดีโนไวรัสมือ ตา ละอองฝอยผ้าเช็ดหน้า อ่างล้างหน้า
6ไข้หวัดใหญ่ละอองฝอย พื้นผิวโต๊ะ ราวจับ รีโมต
7RSVละอองฝอย มือห้องเด็ก ของเล่น
8โควิด-19ละอองฝอย อากาศในห้องปิดพื้นที่ส่วนกลาง
9ตับอักเสบอีน้ำดื่มปนเปื้อนถังน้ำ ตู้กดน้ำ
10เดงกียุงลายน้ำขังรอบบ้าน

ผลกระทบเมื่อปล่อยให้ไวรัสหลังน้ำท่วมค้างอยู่ในบ้าน

  • สุขภาพ: คนในบ้านป่วยต่อกันเป็นทอด ๆ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำหรือมีอาการทางเดินหายใจรุนแรง
  • เงิน: ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่ายา และรายได้ที่หายไปเมื่อต้องหยุดงานดูแลคนป่วย ซ้อนทับกับค่าซ่อมแซมบ้าน
  • เวลา: แทนที่จะได้ฟื้นฟูบ้านและกลับไปทำงาน ครอบครัวต้องใช้เวลาหลายวันดูแลคนป่วยทีละคน
  • ธุรกิจ: ร้านอาหาร ร้านค้า และสำนักงานที่มีพนักงานป่วยพร้อมกัน อาจต้องปิดชั่วคราวและเสียความเชื่อมั่นของลูกค้า
  • จิตใจ: ความกังวลว่าบ้านยังไม่ปลอดภัย ทำให้หลายคนไม่กล้าให้ลูกเล่นบนพื้นหรือไม่กล้ากลับไปใช้ห้องครัว

ทำไมสบู่ น้ำยาถูพื้น หรือน้ำยาฟอกขาวเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่พอสำหรับไวรัสหลังน้ำท่วม

สบู่และผงซักฟอกมีความสำคัญมาก เพราะช่วยขจัดคราบไขมัน โคลน และสิ่งสกปรกที่ห่อหุ้มเชื้อไว้ แต่การล้างด้วยสบู่ไม่ได้ฆ่าไวรัสทุกชนิดอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งอาจเหลืออยู่ตามร่อง ขอบ และจุดที่ล้างไม่ถึง

น้ำยาฟอกขาวเป็นสารฆ่าเชื้อที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำได้ในบางกรณี แต่ในทางปฏิบัติ หลายบ้านผสมความเข้มข้นไม่ถูกต้อง เทลงบนพื้นที่ยังมีโคลน ทำให้ประสิทธิภาพลดลง หรือผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำจนเกิดก๊าซที่เป็นอันตราย อีกทั้งน้ำยาฟอกขาวยังกัดกร่อนโลหะ ทำให้ผ้าและพื้นผิวบางชนิดซีดจาง และมีกลิ่นแรงที่รบกวนผู้สูงอายุและเด็ก

น้ำยาถูพื้นกลิ่นหอมทั่วไปส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดและให้กลิ่น ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสถานการณ์ที่บ้านทั้งหลังสัมผัสน้ำเสีย การเช็ดด้วยมือยังมักพลาดจุดสูง ๆ ใต้เฟอร์นิเจอร์ และพื้นผิวแนวตั้งของผนังที่น้ำเคยท่วมถึง นี่คือเหตุผลที่การพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยาที่ออกแบบสำหรับงานฆ่าเชื้อ จึงเป็นขั้นตอนเสริมที่มีประโยชน์ หลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม WHD ด้วย CHEMGENE HLD4H: ปิดท้ายการจัดการไวรัสหลังน้ำท่วม

หลังจากรู้จักไวรัสทั้ง 10 อันดับแล้ว คำถามต่อไปคือจะลดความเสี่ยงบนพื้นผิวในบ้านอย่างไรให้ทั่วถึง บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection คือคำตอบสำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลากหลายสายพันธุ์ รายชื่อที่ระบุไว้ ได้แก่ โควิด-19 (SARS-CoV-2), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือเท้าปาก, Vaccinia virus, เชื้อมัยโคแบคทีเรีย, ซาลโมเนลลา, เชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุการกำจัดเชื้อ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุผลต่อโควิด-19 ที่ 99.85% ภายใน 1 นาที หน้าบริการยังแสดงการรับรองและการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานทดสอบประสิทธิภาพต่อไวรัส

สำหรับไวรัสในบทความนี้ที่ไม่อยู่ในรายชื่อข้างต้น เช่น โรตาไวรัส ไวรัสตับอักเสบเอ ตับอักเสบอี และอะดีโนไวรัส เราขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเราไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านี้ ลูกค้าสามารถขอข้อมูลผลทดสอบของเชื้อที่กังวลจากทีม WHD ได้ก่อนตัดสินใจ

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังจากขนโคลนออกและล้างทำความสะอาดแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนการล้างบ้าน ระหว่างพ่นต้องให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ซึ่งโดยทั่วไปตามข้อมูลบริการคือรอประมาณ 30 นาทีจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ เราไม่กล่าวว่าไม่มีสารตกค้างเลย และหากใครในบ้านมีอาการป่วย ควรไปพบแพทย์ก่อนเสมอ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลบ้าน แต่การดูแลคนป่วยเป็นหน้าที่ของแพทย์

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จากการสำรวจถึงการกลับเข้าบ้าน

  1. นัดหมายและสำรวจ: โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 แจ้งขนาดพื้นที่ ระดับน้ำที่ท่วม และอาการป่วยของคนในบ้าน (ถ้ามี) เพื่อให้ทีมประเมินจุดเสี่ยง เช่น ห้องน้ำ ครัว ห้องเด็ก หรือห้องที่ผู้ป่วยพักอยู่
  2. ขนโคลนและล้างทำความสะอาด: เจ้าของบ้านหรือทีมทำความสะอาดขนโคลน ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังใช้ต่อได้ ทิ้งของที่ซับน้ำและทำความสะอาดไม่ได้ แล้วเปิดระบายความชื้น
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: ช่างแบ่งพื้นที่เป็นโซน เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV ให้ทั่วพื้นผิว ให้ความสำคัญกับจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิด ราวบันได สวิตช์ไฟ โต๊ะ ห้องน้ำ และพื้นที่เด็กเล่น
  5. รอและกลับเข้าพื้นที่: รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ เปิดระบายอากาศ แล้วกลับเข้าใช้พื้นที่ ภาชนะที่สัมผัสอาหารและของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก ควรล้างน้ำสะอาดอีกครั้งตามคำแนะนำของช่าง

ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ากลุ่มที่ WHD ให้บริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย และมีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อกังวลเรื่องไวรัสในบ้าน

  1. ไวรัสท้องร่วงอย่างโนโรไวรัสแพร่ผ่านพื้นผิวได้ง่าย และบริการพ่นฆ่าเชื้อใช้น้ำยาที่ระบุว่าครอบคลุมเชื้อนี้
  2. การพ่นช่วยให้น้ำยาเข้าถึงพื้นผิวแนวตั้ง มุมห้อง และจุดที่มือเช็ดไม่ถึง
  3. ลดความเสี่ยงที่คนในบ้านจะป่วยต่อกันเป็นทอด ๆ เมื่อมีคนเริ่มป่วยแล้ว
  4. เหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งชอบคลานบนพื้นและเอาของเล่นเข้าปาก
  5. ช่วยดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งรับมือกับไวรัสทางเดินหายใจได้ยากกว่าคนทั่วไป
  6. ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมรู้ว่าจุดใดควรให้ความสำคัญ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง
  7. ลดความเสี่ยงจากการผสมสารเคมีเองผิดสัดส่วน หรือผสมน้ำยาที่เข้ากันไม่ได้
  8. ใช้เวลารอไม่นาน ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาทีก่อนใช้พื้นที่ได้ตามปกติ
  9. เหมาะทั้งบ้าน คอนโด ร้านค้า โรงเรียน และสำนักงานที่ต้องกลับมาเปิดใหม่หลังน้ำลด อ่านรายละเอียดได้ที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  10. ช่วยให้ครอบครัวมั่นใจขึ้นว่าได้ดูแลบ้านครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ล้าง ทำให้แห้ง จนถึงฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ก่อน

  • ล้างโคลนแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าเชื้อบนพื้นผิวลดลงหรือยัง
  • เด็กเล็กยังเล่นบนพื้นไม่ได้ ต้องอุ้มตลอดเวลา
  • คนในบ้านเริ่มท้องเสียหรือไอต่อกันทีละคน
  • ลูกบิด ราวบันได และรีโมตถูกจับด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง
  • ครอบครัวกังวลทุกครั้งที่ต้องเข้าครัวหรือห้องน้ำ

หลัง

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการพ่นฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงเป็นโซน
  • พื้นที่เด็กเล่นกลับมาใช้ได้หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • คนในบ้านมีแผนป้องกันต่อเนื่อง เช่น ล้างมือ และแยกของใช้ผู้ป่วย
  • ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

กรณีตัวอย่าง: ทาวน์เฮาส์ที่ใช้ห้องนอนเป็นทุกอย่างช่วงน้ำท่วม

กลับมาที่ครอบครัวของคุณนิดในเรื่องเล่าตอนต้น ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย หลังจากทุกคนได้รับการดูแลจากแพทย์และอาการดีขึ้นแล้ว คุณนิดตัดสินใจจัดการบ้านใหม่เป็นลำดับ เริ่มจากทิ้งของเล่นผ้าและเบาะรองคลานที่ซับน้ำ ล้างห้องน้ำและครัวอีกรอบด้วยผงซักฟอก เปิดพัดลมระบายความชื้นสองวัน จากนั้นจึงนัดทีม WHD เข้ามาพ่นฆ่าเชื้อ

ช่างเริ่มจากถามว่าใครในบ้านเคยป่วยและพักอยู่ห้องไหน แล้ววางแผนพ่นเป็นสามโซน คือ ชั้นล่าง ห้องน้ำทั้งสองห้อง และห้องนอนชั้นบนที่ทุกคนใช้อยู่รวมกันตอนน้ำท่วม ระหว่างพ่น ครอบครัวออกไปนั่งรอที่บ้านญาติฝั่งตรงข้าม เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง ช่างเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และแนะนำให้ล้างจานชามกับของเล่นพลาสติกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนให้เด็กใช้

สิ่งที่คุณนิดบอกว่าเปลี่ยนไปมากที่สุดคือความรู้สึก จากที่ไม่กล้าวางลูกลงบนพื้น กลายเป็นรู้ว่าบ้านได้ผ่านขั้นตอนครบแล้ว และรู้ว่าต่อจากนี้ต้องทำอะไรต่อเพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านป่วยซ้ำ

เช็กลิสต์ป้องกันไวรัสหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าก่อนเข้าบ้าน และสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด
  • ขนโคลนออก ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องดื่มที่สัมผัสน้ำท่วม รวมถึงของเล่นผ้าและที่นอนที่ซับน้ำ
  • ล้างและฆ่าเชื้อถังเก็บน้ำ และงดใช้ตู้กดน้ำที่จมน้ำจนกว่าจะตรวจสอบแล้ว
  • เปิดระบายอากาศและทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด
  • แจ้งทีม WHD หากมีคนในบ้านป่วย เพื่อให้วางแผนพ่นห้องที่ผู้ป่วยใช้เป็นพิเศษ

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะใส่อาหารและของเล่นที่เด็กเอาเข้าปากด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินอาหาร และก่อนอุ้มเด็ก
  • แยกผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู และแก้วน้ำของแต่ละคน
  • คว่ำภาชนะและกำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย
  • สังเกตอาการคนในบ้านต่ออีกหลายสัปดาห์ และไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วมและการพ่นฆ่าเชื้อ

ถาม: การจัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วมนี้เป็นข้อมูลทางการหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม WHD ตามเกณฑ์ห้าข้อที่ระบุไว้ในบทความ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านรู้ว่าควรระวังอะไรก่อน ข้อมูลการระบาดในพื้นที่ควรติดตามจากกรมควบคุมโรคและสาธารณสุขจังหวัด

ถาม: ไวรัสอยู่บนพื้นผิวได้นานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับชนิดของไวรัส ชนิดของพื้นผิว อุณหภูมิ และความชื้น โดยทั่วไปไวรัสที่ไม่มีเปลือกหุ้ม เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัส ทนกว่าไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม เราจึงไม่ระบุตัวเลขที่แน่นอน แต่แนะนำให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวทุกจุดที่สัมผัสน้ำท่วมหรือผู้ป่วย

ถาม: ถ้ามีคนในบ้านท้องเสียอยู่ ควรพ่นฆ่าเชื้อตอนไหน
ตอบ: ให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ก่อน จากนั้นนัดพ่นในช่วงที่สามารถให้ทุกคนออกจากโซนที่จะพ่นได้ แจ้งทีมช่างว่าผู้ป่วยใช้ห้องน้ำและห้องนอนห้องไหน เพื่อให้ช่างวางแผนพ่นจุดเหล่านั้นอย่างละเอียด

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วช่วยป้องกันไข้เลือดออกได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ไข้เลือดออกแพร่ผ่านยุงลาย การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ใช่การกำจัดยุงหรือลูกน้ำ ต้องจัดการแหล่งน้ำขังและป้องกันยุงกัดควบคู่กัน

ถาม: น้ำยา CHEMGENE HLD4H ฆ่าโรตาไวรัสหรือไวรัสตับอักเสบเอได้หรือไม่
ตอบ: สองเชื้อนี้ไม่อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุโดยตรง เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบ หากต้องการข้อมูลเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถามทีม WHD ทางโทรศัพท์หรือไลน์ได้

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหนระหว่างพ่น
ตอบ: คนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่นระหว่างการพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ

ล้างบ้านเสร็จแล้ว ให้ทีม WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ลดความเสี่ยงจากไวรัสท้องร่วงและไวรัสทางเดินหายใจบนพื้นผิวในบ้าน ด้วยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมและน้ำยา CHEMGENE HLD4H

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม #จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ไวรัสหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับไวรัสหลังน้ำท่วม, ไวรัสหลังน้ำท่วม 2569, โนโรไวรัส, โรตาไวรัส, ไวรัสตับอักเสบเอ, โรคมือเท้าปาก, ไข้หวัดใหญ่, RSV, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้