จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่อันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 2569: 10 อันดับที่ต้องระวัง และวิธีพ่นฆ่าเชื้อให้บ้านกลับมาปลอดภัย

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่อันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 2569: 10 อันดับที่ต้องระวัง และวิธีพ่นฆ่าเชื้อให้บ้านกลับมาปลอดภัย

บทความนี้คือการจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่อันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะคนกลุ่มนี้มักป่วยหนักกว่าคนทั่วไปเมื่อได้รับเชื้อชนิดเดียวกัน เราจะอธิบายว่าเชื้อแต่ละอันดับคืออะไร ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านหลังน้ำลด อาการที่ลูกหลานควรสังเกต และวิธีป้องกัน ก่อนปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อจากการล้างโคลนและทำความสะอาด เพื่อช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อโรคบนพื้นผิวในบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่

สถานการณ์น้ำท่วม 2569 และเหตุผลที่ต้องจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมสำหรับผู้สูงอายุ

ตามรายงานข่าวของเดลินิวส์ ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 1,270,151 ครัวเรือน ตัวเลขนี้หมายความว่าในหลายแสนครัวเรือนนั้นมีปู่ย่าตายาย ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ต้องกินยาประจำอาศัยอยู่ด้วย เมื่อน้ำลด บ้านเหล่านี้ต้องเผชิญทั้งโคลน ความชื้น กลิ่นอับ และเชื้อโรคที่มากับน้ำเสีย

ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ได้เสี่ยงเพราะ "ติดเชื้อง่าย" เพียงอย่างเดียว แต่เพราะร่างกายมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย แผลที่หายช้าในผู้ป่วยเบาหวาน ไตที่ทำงานได้น้อยลงจนรับมือกับภาวะขาดน้ำได้ยาก ปอดที่อ่อนแอในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และยาบางชนิดที่กดภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเชื้อที่คนหนุ่มสาวอาจป่วยแค่สองสามวัน อาจทำให้ผู้สูงอายุต้องนอนโรงพยาบาลได้ การรู้ว่าเชื้อใดน่ากังวลที่สุดจึงช่วยให้ครอบครัววางลำดับการทำความสะอาดและการเฝ้าระวังได้ถูกต้อง

เกณฑ์ที่ใช้จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม (การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่สถิติทางการ)

การจัดอันดับในบทความนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของทีม WHD เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวม ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐ และไม่ได้อิงจากตัวเลขผู้ป่วยหรือผลการวิจัยชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เราพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้ร่วมกัน

  • ความเชื่อมโยงกับน้ำท่วม เชื้อนั้นถูกกล่าวถึงบ่อยแค่ไหนในคำแนะนำหลังน้ำท่วมขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) และกรมควบคุมโรค
  • ความรุนแรงในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เชื้อนั้นมีแนวโน้มทำให้คนกลุ่มนี้ป่วยหนัก มีภาวะแทรกซ้อน หรือต้องนอนโรงพยาบาลมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่
  • ช่องทางการรับเชื้อในบ้าน ผู้สูงอายุมีโอกาสสัมผัสเชื้อผ่านพื้น ห้องน้ำ แผลที่เท้า อาหาร หรือการหายใจได้ง่ายเพียงใด
  • ความคงทนในสิ่งแวดล้อม เชื้ออยู่ในโคลน ดิน น้ำขัง หรือบนพื้นผิวได้นานพอที่จะเป็นปัญหาหลังน้ำลดหรือไม่ (อธิบายเชิงคุณภาพ ไม่ระบุตัวเลข)
  • การป้องกันได้ด้วยการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ การล้างและพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

ลำดับจึงอาจต่างกันได้ในแต่ละบ้าน เช่น บ้านที่มีผู้ป่วยเบาหวานซึ่งมีแผลที่เท้า ควรให้ความสำคัญกับเชื้อที่เข้าทางแผลมากกว่า ส่วนบ้านที่มีผู้ป่วยโรคปอด ควรระวังเชื้อทางเดินหายใจและเชื้อรามากกว่า

กรณีตัวอย่าง: บ้านริมคลองที่คุณยายเป็นเบาหวานและโรคไต

(กรณีตัวอย่าง เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย ไม่ได้อ้างถึงบุคคลจริง) คุณนิด อายุสี่สิบกว่า ดูแลคุณยายวัยแปดสิบที่เป็นเบาหวานมานานและมีโรคไตระยะเริ่มต้น บ้านไม้ครึ่งปูนของครอบครัวตั้งอยู่ริมคลองในจังหวัดภาคกลาง เมื่อปีนี้น้ำท่วมสูงระดับเข่าอยู่หลายวัน คุณนิดพาคุณยายไปพักบ้านญาติ ส่วนตัวเองกลับมาดูบ้านทุกวัน ลุยน้ำขนของ และย้ายยาประจำตัวของคุณยายขึ้นที่สูง

พอน้ำลด คุณนิดใช้เวลาสองวันกวาดโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างพื้นทั่วไป เปิดพัดลมเป่า แล้วรีบรับคุณยายกลับบ้านเพราะคุณยายคิดถึงบ้านและเตียงของตัวเอง สามวันต่อมา คุณยายเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ถ่ายเหลวหลายครั้ง และแผลเล็ก ๆ ที่ส้นเท้าซึ่งเคยเดินเท้าเปล่าในห้องน้ำเริ่มบวมแดง คุณนิดตกใจและพาคุณยายไปพบแพทย์ทันที แพทย์ดูแลรักษาจนอาการดีขึ้น แต่ก็เตือนว่าบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมมีเชื้อหลายชนิดที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง

สิ่งที่คุณนิดพลาดไม่ใช่ความไม่ใส่ใจ แต่คือการไม่รู้ว่าเชื้อใดน่ากังวลที่สุดสำหรับคนในบ้าน และไม่รู้ว่าการล้างพื้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับบ้านที่สัมผัสน้ำเสีย การจัดอันดับด้านล่างจึงเขียนขึ้นเพื่อครอบครัวแบบคุณนิดโดยเฉพาะ

10 อันดับ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่อันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ก่อนอ่าน โปรดจำไว้ว่าบทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษา หากผู้สูงอายุในบ้านมีไข้ ถ่ายเหลวมาก ซึม หายใจเหนื่อย หรือแผลอักเสบ ควรพาไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ว่าเพิ่งผ่านน้ำท่วมมา

1เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) สาเหตุโรคฉี่หนู

ทำไมอยู่อันดับ 1: โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม เชื้อมาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ปนอยู่ในน้ำขังและโคลน เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไต โรคนี้น่ากังวลเป็นพิเศษ เพราะในรายที่รุนแรงอาจกระทบการทำงานของไต ตับ และปอด

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: โคลนตามพื้นชั้นล่าง ใต้บันได มุมห้องเก็บของ ลานบ้าน ท่อระบายน้ำ และบริเวณที่หนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัย เช่น ห้องครัวและชั้นวางของ

อาการที่ต้องสังเกต: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องและโคนขา ตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้าน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

ป้องกันอย่างไร: ให้ผู้สูงอายุอยู่นอกบ้านระหว่างล้างโคลน ผู้ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ปิดแผลให้มิดชิด กำจัดหนูและเศษอาหาร จากนั้นล้างพื้นให้สะอาดแล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ เชื้อเลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อชนิดนี้ สามารถสอบถามทีม WHD ได้โดยตรง

2เชื้อเบอร์คโฮลเดอเรีย สูโดมัลเลอิ (Burkholderia pseudomallei) สาเหตุโรคเมลิออยโดสิส

ทำไมอยู่อันดับ 2: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพบผู้ป่วยมากขึ้นในฤดูฝน เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของโรคนี้ นอกจากนี้ยังมีโรคไตเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง และการดื่มสุราเป็นประจำ เมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นเบาหวาน เชื้อนี้จึงติดอันดับสูงในรายการของเรา

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: ดินโคลนที่น้ำพัดมา ลานดินรอบบ้าน แปลงผัก และน้ำขังในบริเวณบ้าน เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางแผล การสูดละอองดินหรือน้ำ และการกลืนน้ำที่ปนเปื้อน

อาการที่ต้องสังเกต: อาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ไข้เรื้อรัง ฝีหรือแผลที่ไม่หาย ไปจนถึงปอดอักเสบ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข้หลังสัมผัสดินโคลนควรรีบพบแพทย์ และเล่าประวัติให้ครบ

ป้องกันอย่างไร: ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรลงมือขุดลอกโคลนเอง ควรสวมรองเท้าบูทเมื่อเดินบนดิน ปิดแผลทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงที่ทำให้เกิดละอองดินฟุ้งขณะที่ผู้สูงอายุอยู่ใกล้ หลังขนโคลนออกและล้างพื้นแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อที่ค้างบนพื้นผิวในบ้านได้ เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่ระบุบนหน้าเว็บ หากต้องการข้อมูลผลทดสอบ ควรสอบถาม WHD

3ไวรัสโนโรและไวรัสโรตา (Norovirus, Rotavirus) ต้นเหตุท้องร่วงจนขาดน้ำ

ทำไมอยู่อันดับ 3: หลังน้ำท่วม น้ำดื่มและอาหารปนเปื้อนได้ง่าย ไวรัสกลุ่มนี้ทำให้อาเจียนและท้องร่วงรุนแรงในเวลาสั้น สำหรับคนหนุ่มสาวอาจหายเองได้ แต่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไตหรือโรคหัวใจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ผิดปกติมากกว่า ไวรัสโนโรแพร่ได้ง่ายมากในศูนย์พักพิงและบ้านที่มีคนอยู่รวมกันหลายคน

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ฝารองนั่งชักโครก ราวจับ รีโมตโทรทัศน์ โต๊ะกินข้าว และภาชนะที่จมน้ำ

อาการที่ต้องสังเกต: อาเจียน ถ่ายเหลวหลายครั้ง ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย มึนงง หรือซึมลง สัญญาณขาดน้ำในผู้สูงอายุอาจไม่ชัดเจน ลูกหลานจึงต้องสังเกตใกล้ชิดและพบแพทย์เมื่อมีอาการ

ป้องกันอย่างไร: ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ ดื่มน้ำสะอาด ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมแล้วฆ่าเชื้อ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัสโนโร ส่วนไวรัสโรตาจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หากต้องการผลทดสอบเฉพาะ ควรสอบถามข้อมูลจากทีมงาน

4ไวรัสระบบทางเดินหายใจ: ไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี และโควิด-19

ทำไมอยู่อันดับ 4: ระหว่างและหลังน้ำท่วม ผู้คนต้องอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง บ้านญาติ หรือห้องเล็ก ๆ อากาศถ่ายเทไม่ดี เชื้อไข้หวัดใหญ่ ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และไวรัสโควิด-19 (SARS-CoV-2) จึงแพร่ได้ง่าย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด และเบาหวาน เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดปอดอักเสบและอาการรุนแรงมากกว่า

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: เชื้อกลุ่มนี้ไม่ได้มากับโคลนโดยตรง แต่มากับคนที่เข้าออกบ้านช่วงทำความสะอาด อาสาสมัคร ช่างซ่อม และสมาชิกที่กลับจากศูนย์พักพิง เชื้อติดอยู่บนโต๊ะ ราวบันได ลูกบิด และสวิตช์ไฟ

อาการที่ต้องสังเกต: ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย อ่อนเพลียมากผิดปกติ ผู้สูงอายุบางคนอาจมีเพียงอาการสับสนหรือกินไม่ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เมื่อสงสัย

ป้องกันอย่างไร: ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด เปิดหน้าต่างระบายอากาศ จำกัดคนที่เข้าห้องผู้สูงอายุ และฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วม ตามข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าครอบคลุมเชื้อโควิด-19 อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1

5เชื้อวิบริโอ (Vibrio vulnificus และ Vibrio ชนิดอื่น) ที่เข้าทางแผล

ทำไมอยู่อันดับ 5: CDC ระบุว่าเชื้อวิบริโอบางชนิดพบในน้ำกร่อยและน้ำทะเล และอาจทำให้แผลติดเชื้อหลังพายุหรือน้ำท่วมในพื้นที่ชายฝั่ง ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำมีความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อรุนแรงกว่าคนทั่วไป เราจัดไว้อันดับกลางเพราะความเสี่ยงสูงเฉพาะพื้นที่ที่น้ำทะเลหรือน้ำกร่อยหนุนเข้ามา

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: น้ำขังในบ้านชายฝั่งหรือบ้านริมปากแม่น้ำ โคลนที่ปนน้ำกร่อย และอาหารทะเลที่เก็บไว้ไม่ถูกต้องเมื่อไฟฟ้าดับ

อาการที่ต้องสังเกต: แผลบวมแดง ร้อน ปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว มีตุ่มน้ำ หรือมีไข้ หากเป็นเช่นนี้ต้องพบแพทย์ทันที

ป้องกันอย่างไร: ผู้ที่มีแผลหรือโรคตับควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำ ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีหากสัมผัสน้ำท่วม และทิ้งอาหารทะเลที่ไม่ได้แช่เย็นต่อเนื่อง วิบริโอเป็นแบคทีเรียซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีชื่อเฉพาะบนหน้าเว็บ ผู้อ่านสามารถขอข้อมูลผลทดสอบจาก WHD ได้

6เชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระ: อีโคไลชนิดก่อโรค (E. coli) ซัลโมเนลลา (Salmonella) และชิเกลลา (Shigella)

ทำไมอยู่อันดับ 6: น้ำท่วมมักพาน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะเข้าบ้าน แบคทีเรียกลุ่มนี้ทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และไข้ ในผู้สูงอายุอาจลุกลามจนเกิดภาวะขาดน้ำ หรือเชื้อเข้ากระแสเลือดได้ในบางราย WHO และ CDC ต่างแนะนำให้ถือว่าน้ำท่วมทุกแห่งปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: พื้นห้องน้ำ ชักโครกที่น้ำย้อนกลับ ท่อระบายน้ำในครัว เคาน์เตอร์ ตู้เย็นที่ไฟดับ และเขียงไม้ที่จมน้ำ

อาการที่ต้องสังเกต: ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน ปวดบิด ไข้ ควรพบแพทย์โดยเร็วหากเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ป้องกันอย่างไร: ทิ้งอาหารที่จมน้ำหรือไม่ได้แช่เย็นต่อเนื่อง ล้างและฆ่าเชื้อพื้นครัวและห้องน้ำ แยกภาชนะของผู้สูงอายุ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อซัลโมเนลลา ส่วนอีโคไลและชิเกลลาอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม สามารถขอข้อมูลผลทดสอบเฉพาะได้

7เชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella) ในระบบน้ำที่หยุดนิ่ง

ทำไมอยู่อันดับ 7: ลีจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียที่เติบโตในระบบน้ำที่น้ำค้างนิ่ง เช่น ถังเก็บน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น หัวฝักบัว และระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ เมื่อคนหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าไปอาจเกิดปอดอักเสบชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโรคลีเจียนแนร์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังเสี่ยงที่สุด เราจัดไว้ในอันดับนี้เพราะไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง แต่เกิดจากระบบน้ำที่ถูกปิดไว้นานระหว่างน้ำท่วม

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: ท่อน้ำในบ้านที่ไม่ได้ใช้หลายวัน เครื่องทำน้ำอุ่น ถังเก็บน้ำบนหลังคาหรือใต้ดิน และหัวฝักบัวที่มีตะกรัน

อาการที่ต้องสังเกต: ไข้ ไอ หายใจลำบาก ปวดกล้ามเนื้อ บางรายมีอาการทางเดินอาหาร ควรพบแพทย์หากผู้สูงอายุมีอาการปอดอักเสบหลังกลับเข้าบ้าน

ป้องกันอย่างไร: เปิดก๊อกน้ำทุกจุดให้น้ำไหลไล่น้ำค้างท่อก่อนให้ผู้สูงอายุใช้ ล้างหัวฝักบัว ตรวจถังเก็บน้ำ และปรึกษาช่างหากระบบน้ำจมน้ำ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยเรื่องพื้นผิวห้องน้ำ แต่ไม่ได้ทดแทนการล้างระบบท่อ เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หากต้องการข้อมูลผลทดสอบสามารถสอบถามได้

8เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) ที่ทำให้แผลอักเสบ

ทำไมอยู่อันดับ 8: ระหว่างทำความสะอาดบ้าน ทุกคนมีโอกาสเกิดแผลจากเศษไม้ ตะปู กระจก หรือการขัดถู เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังและในสิ่งแวดล้อมอาจเข้าทางแผลจนเกิดเซลลูไลติส (เนื้อเยื่ออักเสบ) ผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้าและอาจลุกลามจนเป็นแผลเรื้อรังที่เท้าได้

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอนที่ชื้น พื้นที่ยังเปียก รองเท้าแตะที่จมน้ำ และอุปกรณ์ทำแผลที่เปียกน้ำ

อาการที่ต้องสังเกต: แผลบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจเท้าทุกวันหลังน้ำท่วม

ป้องกันอย่างไร: ปิดแผลทุกครั้ง สวมรองเท้าในบ้าน ทิ้งผ้าที่ซักไม่สะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวบริเวณห้องนอนและห้องน้ำ เชื้อกลุ่มนี้เป็นแบคทีเรีย อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หากต้องการผลทดสอบเฉพาะ ขอข้อมูลจากทีมงานได้

9เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเชื้อราในบ้านที่ชื้น

ทำไมอยู่อันดับ 9: CDC ระบุว่าเชื้อราเติบโตได้เร็วในบ้านที่เปียกน้ำ และแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง สปอร์เชื้อราทำให้ภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ ส่วนแอสเปอร์จิลลัสอาจก่อโรคในปอดสำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดหรือผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ เราจัดไว้อันดับ 9 เพราะความเสี่ยงรุนแรงจำกัดอยู่ในกลุ่มเฉพาะ แต่ความเสี่ยงด้านภูมิแพ้ครอบคลุมคนจำนวนมาก

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: ผนังยิปซัม ผนังไม้ ฟูก โซฟาผ้า พรม ตู้เสื้อผ้า และเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ล้าง

อาการที่ต้องสังเกต: คัดจมูก ไอ หายใจมีเสียงวี้ด หอบหืดกำเริบ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำที่มีไข้หรือไอเรื้อรังควรพบแพทย์

ป้องกันอย่างไร: ทิ้งวัสดุพรุนที่ขึ้นราหนัก ทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด เปิดหน้าต่าง ใช้เครื่องลดความชื้น แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิว ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อราโดยทั่วไป ส่วนผลทดสอบเฉพาะแอสเปอร์จิลลัสสามารถขอจาก WHD ได้

10ความเสี่ยงบาดทะยักจากเชื้อคลอสตริเดียม เททานิ (Clostridium tetani)

ทำไมอยู่อันดับ 10: สปอร์ของเชื้อบาดทะยักอยู่ในดินและโคลน เข้าร่างกายทางแผลลึกหรือแผลตะปูตำ ผู้สูงอายุหลายคนไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นมานาน จึงอาจมีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ เราจัดไว้เป็นอันดับสุดท้ายในรายการนี้ ไม่ใช่เพราะไม่อันตราย แต่เพราะป้องกันได้ดีด้วยวัคซีน และเป็นเรื่องของการดูแลแผลมากกว่าการฆ่าเชื้อพื้นผิว

ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: โคลน ดิน เศษไม้ และวัสดุที่มีตะปู

อาการที่ต้องสังเกต: กล้ามเนื้อขากรรไกรแข็ง อ้าปากลำบาก กล้ามเนื้อเกร็ง ต้องพบแพทย์ทันที

ป้องกันอย่างไร: ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยักโดยเฉพาะเมื่อมีแผล สวมรองเท้าหนาและถุงมือ ไม่ให้ผู้สูงอายุยกของหนักหรือเก็บเศษไม้เอง การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนวัคซีนและการดูแลแผล และเราไม่อ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อกำจัดสปอร์บาดทะยักได้

สรุปตารางความเสี่ยง: ผู้ป่วยโรคเรื้อรังแต่ละกลุ่มควรระวังเชื้ออะไรเป็นพิเศษ

  • ผู้ป่วยเบาหวาน: เมลิออยโดสิส แผลอักเสบจากสแตฟิโลค็อกคัสและสเตรปโตค็อกคัส วิบริโอทางแผล และโรคฉี่หนู ควรดูแลเท้าและแผลเป็นพิเศษ
  • ผู้ป่วยโรคไต: โรคฉี่หนู และท้องร่วงจนขาดน้ำจากไวรัสโนโร ไวรัสโรตา หรือแบคทีเรียจากอุจจาระ ควรระวังการขาดน้ำและพบแพทย์เร็ว
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ: ไวรัสทางเดินหายใจ และภาวะขาดน้ำจากท้องร่วง ซึ่งอาจกระทบการใช้ยาประจำตัว
  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังหรือหอบหืด: เชื้อรา ลีจิโอเนลลา และไวรัสทางเดินหายใจ ควรอยู่ห่างจากบ้านระหว่างรื้อวัสดุขึ้นรา
  • ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง: วิบริโอทางแผลในพื้นที่น้ำกร่อย และเชื้อจากอาหารปนเปื้อน
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือเคมีบำบัด: เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส และแทบทุกเชื้อในรายการ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกลับเข้าบ้าน
  • ผู้สูงอายุติดเตียง: แผลกดทับที่อาจติดเชื้อ เชื้อทางเดินหายใจ และเชื้อบนพื้นผิวรอบเตียง ผู้ดูแลต้องล้างมือทุกครั้ง

ผลกระทบเมื่อปล่อยให้เชื้อโรคหลังน้ำท่วมค้างในบ้านที่มีผู้สูงอายุ

ด้านสุขภาพ: การป่วยของผู้สูงอายุหนึ่งครั้งอาจทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลงหลายสัปดาห์ น้ำหนักลด กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเสี่ยงหกล้มตามมา โรคประจำตัวที่เคยคุมได้ เช่น น้ำตาลในเลือดหรือความดัน อาจแกว่งจนต้องปรับยา

ด้านค่าใช้จ่าย: ค่ารักษา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าคนดูแล และรายได้ที่หายไปเมื่อลูกหลานต้องลางานมาเฝ้าไข้ มักสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการป้องกันตั้งแต่แรก

ด้านเวลาและจิตใจ: ครอบครัวที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมเหนื่อยล้าอยู่แล้ว หากผู้สูงอายุต้องนอนโรงพยาบาลซ้ำ ความเครียดจะเพิ่มขึ้นทั้งบ้าน ผู้ดูแลบางคนรู้สึกผิดว่าพาผู้สูงอายุกลับบ้านเร็วเกินไป

ด้านความมั่นใจ: ผู้สูงอายุหลายคนกลัวการกลับเข้าบ้านที่มีกลิ่นอับและคราบน้ำ การทำให้บ้านสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบช่วยให้ทั้งผู้สูงอายุและลูกหลานสบายใจขึ้น

ทำไมสบู่ น้ำยาล้างพื้น หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวจึงยังไม่พอ

หลายบ้านใช้น้ำยาฟอกขาวราดพื้นแล้วถือว่าจบ ความจริงคือ CDC แนะนำให้ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ เพราะคราบโคลนและสิ่งสกปรกทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อสัมผัสเชื้อได้ไม่ทั่วถึง ปัญหาที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ล้างเฉพาะพื้น แต่ลืมผนังช่วงล่าง ขาโต๊ะ ขอบประตู ราวบันได และสวิตช์ไฟ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สูงอายุจับบ่อยที่สุด
  • ผสมน้ำยาฟอกขาวเข้มเกินไปหรือผสมกับน้ำยาอื่น ทำให้เกิดไอระเหยที่ระคายเคืองปอด ซึ่งอันตรายต่อผู้ป่วยโรคปอดและหอบหืด
  • ใช้เวลาสัมผัสไม่พอ เช็ดแล้วล้างออกทันที น้ำยาจึงไม่ได้ทำงานตามที่ควร
  • เข้าไม่ถึงซอกมุม ใต้เตียง หลังตู้ และพื้นผิวที่มีร่องลึก
  • ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น ซึ่งไม่ได้ลดเชื้อ และบางครั้งทำให้ผู้ป่วยภูมิแพ้ไอมากขึ้น
  • ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยต้องลงมือทำเอง ในบ้านที่ไม่มีลูกหลานช่วย ซึ่งเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อและเกิดแผล

ด้วยเหตุนี้ บ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังจึงได้ประโยชน์จากการให้ทีมที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้พ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ หลังจากล้างโคลนเสร็จแล้ว

บริการพ่นฆ่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วม WHD: กำจัดและป้องกันเชื้อโรคในบ้านผู้สูงอายุ

World Health Disinfection ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วม โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็กกระจายถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วถึงขึ้น ตามข้อมูลบริการ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของเบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride) และไดเดซิลไดเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ (Didecyldimethylammonium Chloride)

ตามข้อมูลบริการ ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ระบุเชื้ออื่นเพิ่มเติม เช่น ไวรัสโนโร ซัลโมเนลลา ไมโคแบคทีเรีย และเชื้อไอกรน และหน้าเว็บยังแสดงการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 กล่าวคือ เป็นน้ำยาที่ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ สำหรับเชื้อที่ไม่มีชื่อในรายการ เราจะบอกตรง ๆ ว่ายังเป็นการครอบคลุมตามกลุ่มเชื้อ และยินดีส่งข้อมูลผลทดสอบเท่าที่มีให้ลูกค้าพิจารณา

ขั้นตอนบริการ 5 ขั้นสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ

  1. สำรวจและประเมิน: ทีมงานสอบถามว่าน้ำท่วมสูงเท่าไร ท่วมกี่วัน มีน้ำเสียหรือบ่อเกรอะล้นหรือไม่ และในบ้านมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยโรคปอดหรือไม่ เพื่อวางแผนลำดับห้องและเวลาที่เหมาะสม
  2. ขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อน: การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังจากขนโคลน ทิ้งวัสดุที่เสียหาย และล้างพื้นผิวแล้วเท่านั้น หากบ้านยังมีโคลน ทีมงานจะแนะนำให้ทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน
  3. แบ่งโซนและย้ายคน: ผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่น ปิดหรือเก็บอาหาร ยา และอุปกรณ์การแพทย์ เช่น เครื่องพ่นยา ให้เรียบร้อย
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นหรือพ่นหมอก ULV ทั่วพื้น ผนังช่วงล่าง เฟอร์นิเจอร์ ราวจับ ห้องน้ำ ครัว และบริเวณรอบเตียงผู้สูงอายุ
  5. รอและกลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งในวันนั้น และเปิดระบายอากาศก่อนให้ผู้ป่วยโรคปอดเข้าห้อง

เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ หากต้องการเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือของใช้เด็กหลังพ่น ช่างจะแนะนำวิธีที่เหมาะสม ตามข้อมูลบริการยังมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC ให้ใช้ต่อในบ้าน และออกใบกำกับภาษีได้ หากบ้านยังมีกลิ่นอับรุนแรง สามารถพิจารณาบริการอบโอโซน เป็นบริการเสริมได้

10 เหตุผลที่บ้านผู้สูงอายุควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ผู้สูงอายุไม่ต้องลงมือเอง ลดโอกาสสัมผัสโคลน เชื้อ และการเกิดแผล
  2. ครอบคลุมจุดที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ราวบันได ราวในห้องน้ำ ไม้เท้า และขอบเตียง ซึ่งทีมพ่นฆ่าเชื้อตรวจเป็นรายการ
  3. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุม ใต้เตียงและหลังตู้ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลากหลายกลุ่ม
  5. ลดการใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้น ที่อาจระคายเคืองปอดของผู้ป่วยโรคปอด
  6. มีขั้นตอนชัดเจน จากสำรวจ ล้าง แบ่งโซน พ่น จนถึงกลับเข้าใช้พื้นที่
  7. วางแผนตามโรคประจำตัวของคนในบ้าน เช่น เน้นห้องน้ำสำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยไต และห้องนอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง
  8. รู้เวลากลับเข้าบ้านที่ชัดเจน ช่วยให้วางแผนรับผู้สูงอายุกลับบ้านได้อย่างมั่นใจ
  9. มีประสบการณ์กับอาคารหลากหลาย ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
  10. ติดต่อง่าย โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ขอใบเสนอราคาพ่นฆ่าเชื้อได้ทันที

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านที่ผู้สูงอายุกลับมาอยู่ได้อย่างสบายใจ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นล้างแล้วแต่ยังมีคราบน้ำตามขอบผนัง
  • ราวบันไดและราวห้องน้ำยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • ใต้เตียงและหลังตู้ยังชื้น มีกลิ่นอับ
  • ลูกหลานไม่แน่ใจว่าจะพาผู้สูงอายุกลับบ้านได้เมื่อไร
  • ผู้ป่วยโรคปอดไอเมื่อเข้าบ้าน

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการพ่นครบตามรายการ
  • มีเวลากลับเข้าใช้พื้นที่ที่ชัดเจนจากช่าง
  • ครอบครัวมีเช็กลิสต์ดูแลต่อในชีวิตประจำวัน
  • ผู้สูงอายุกลับเข้าบ้านด้วยความมั่นใจมากขึ้น

กรณีตัวอย่าง: ทาวน์เฮาส์สองชั้นที่มีคุณตาเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

(กรณีตัวอย่าง เพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง) คุณต้น ลูกชายที่ดูแลคุณตาวัยเจ็ดสิบปลาย ๆ ซึ่งเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและใช้ยาพ่นเป็นประจำ ทาวน์เฮาส์ของครอบครัวถูกน้ำท่วมชั้นล่างราวหนึ่งสัปดาห์ หลังน้ำลด คุณต้นจ้างคนมาขนโคลนและรื้อผนังยิปซัมช่วงล่างที่ขึ้นราออก จากนั้นติดต่อ WHD

ทีมงานสอบถามโรคประจำตัวของคุณตาก่อน จึงวางแผนให้คุณตาพักที่บ้านญาติต่อจนวันพ่นเสร็จ แบ่งโซนเป็นชั้นล่างทั้งหมดและห้องนอนชั้นบน เก็บยาพ่นและอุปกรณ์การแพทย์ใส่กล่องปิด ช่างพ่นฆ่าเชื้อพื้น ผนังช่วงล่าง ราวบันได ห้องน้ำ และครัว เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง คุณต้นเปิดหน้าต่างระบายอากาศ แล้วจึงรับคุณตากลับบ้านในวันรุ่งขึ้น พร้อมเช็กลิสต์การดูแลความชื้นและการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน

ประเด็นสำคัญของกรณีนี้คือ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำแทนการรื้อวัสดุที่ขึ้นราหรือการทำให้บ้านแห้ง แต่เป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวหลังทำความสะอาดแล้ว

เช็กลิสต์ดูแลบ้านผู้สูงอายุหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยพักที่อื่นระหว่างขนโคลนและล้างบ้าน
  • ทิ้งอาหาร ยา และอุปกรณ์ทำแผลที่สัมผัสน้ำท่วม แล้วปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องยาทดแทน
  • รื้อวัสดุพรุนที่ขึ้นราหนัก เช่น ฟูก พรม และผนังยิปซัมช่วงล่าง
  • ล้างพื้นผิวทั้งหมดด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • เปิดก๊อกน้ำทุกจุดให้น้ำไหลไล่น้ำค้างท่อ ล้างหัวฝักบัว
  • ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนใช้งาน

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าบ้านตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
  • เช็ดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน โดยเฉพาะในสัปดาห์แรก
  • ควบคุมความชื้น ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น
  • ตรวจเท้าและผิวหนังของผู้ป่วยเบาหวานทุกวัน
  • สังเกตอาการไข้ ท้องเสีย ไอ หรือแผลอักเสบ และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนที่เหมาะสม เช่น วัคซีนบาดทะยักและไข้หวัดใหญ่

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำท่วมกับผู้สูงอายุและการพ่นฆ่าเชื้อ

ควรพาผู้สูงอายุกลับบ้านหลังน้ำลดเมื่อไร
ควรรอให้ขนโคลน ล้างทำความสะอาด ทำให้บ้านแห้ง และพ่นฆ่าเชื้อเสร็จ รวมถึงพ้นเวลากลับเข้าใช้พื้นที่ที่ช่างแจ้งแล้ว สำหรับผู้ป่วยโรคปอดหรือภูมิคุ้มกันต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน

ผู้สูงอายุอยู่ในบ้านระหว่างพ่นได้ไหม
ไม่ควร ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่นระหว่างการทำงาน และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างกำหนด

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม
การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ล้างแล้ว แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำหรือโคลนนอกบ้าน ควรสวมรองเท้าบูท ปิดแผล และพบแพทย์หากมีไข้และปวดน่อง สำหรับผลทดสอบเฉพาะเชื้อเลปโตสไปรา สามารถสอบถาม WHD ได้

น้ำยาที่ใช้กระทบยาหรืออุปกรณ์การแพทย์ของผู้ป่วยไหม
ควรเก็บยา เครื่องพ่นยา และอุปกรณ์การแพทย์ใส่กล่องปิดหรือย้ายออกจากโซนที่พ่น ช่างจะแนะนำวิธีจัดเตรียมระหว่างการสำรวจ

บ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงต้องทำอะไรเพิ่ม
ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้า เพื่อเน้นการพ่นบริเวณรอบเตียง ห้องน้ำ และทางเดินที่ผู้ดูแลใช้ และวางแผนย้ายผู้ป่วยไปพักที่อื่นชั่วคราว

ต้องพ่นซ้ำไหม
ขึ้นอยู่กับสภาพบ้าน หากยังมีความชื้นหรือมีน้ำท่วมซ้ำ ควรแก้ต้นเหตุก่อนแล้วจึงประเมินร่วมกับทีมงาน

ปกป้องผู้สูงอายุในบ้านหลังน้ำท่วม ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD

เมื่อจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมแล้ว จะเห็นว่าผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องการบ้านที่สะอาดกว่าปกติ ให้ทีม WHD ช่วยปิดงานหลังล้างโคลนด้วยการพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ เพื่อกำจัดและป้องกันเชื้อโรคบนพื้นผิวก่อนรับคนที่คุณรักกลับบ้าน

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ผู้สูงอายุหลังน้ำท่วม #ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ผู้สูงอายุ, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, โรคฉี่หนู ผู้สูงอายุ, เมลิออยโดสิส เบาหวาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ, CHEMGENE HLD4H, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้