Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึง 10 อันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม หลายคนนึกถึงโรคฉี่หนูเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วน้ำท่วมพาเชื้อโรคเข้ามาในบ้านหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งแบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ไวรัสที่ทำให้ท้องร่วง เชื้อราที่ขึ้นตามผนังและเฟอร์นิเจอร์ที่เปียกชื้น ไปจนถึงเชื้อที่เข้าทางบาดแผลและผิวหนังที่แช่น้ำนาน บทความนี้เป็นการจัดอันดับโดยกองบรรณาธิการของ World Health Disinfection (WHD) ที่เรียบเรียงจากแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค เพื่อช่วยให้ครอบครัว เจ้าของกิจการ และผู้ดูแลอาคารรู้ว่าควรระวังเชื้ออะไรก่อน ซ่อนอยู่ตรงไหน ป้องกันอย่างไร และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังจากล้างโคลนเสร็จ จึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้พื้นที่กลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจขึ้น
ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่านเดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมประชาชนได้รับผลกระทบ 1,270,151 ครัวเรือน ตัวเลขนี้หมายความว่ามีบ้าน ร้านค้า โรงเรียน สำนักงาน และโรงงานจำนวนมหาศาลที่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด และช่วงนี้เองคือช่วงที่ความเสี่ยงจากเชื้อโรคสูงที่สุด เพราะผู้คนกลับเข้าบ้าน เริ่มล้างทำความสะอาด สัมผัสโคลน และใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพื้นผิวที่เคยจมน้ำ
น้ำท่วมไม่ใช่น้ำฝนที่สะอาด น้ำที่ไหลผ่านถนน ท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ ตลาด และกองขยะ จะพาสิ่งปนเปื้อนทุกอย่างมาด้วย เมื่อน้ำลดลง ของเหลวระเหยไป แต่ตะกอนโคลน คราบไขมัน และเชื้อโรคบางส่วนยังติดค้างอยู่ตามพื้น ผนังส่วนล่าง ซอกมุม ท่อ และวัสดุที่ดูดซับน้ำ เช่น ไม้ ผ้า ฟูก และพรม องค์การอนามัยโลกและ CDC จึงแนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมต้อง "ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ" พื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม และต้องทำให้แห้งโดยเร็วเพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
คุณต้นเป็นพนักงานบริษัทที่อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นริมคลองแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี บ้านของเขามีพ่อแม่วัยเกษียณและลูกสาววัยห้าขวบอาศัยอยู่ด้วยกัน ปีนี้น้ำเข้าบ้านสูงราวหน้าแข้งและแช่อยู่เกือบหนึ่งสัปดาห์ ทั้งครอบครัวต้องขนของขึ้นชั้นบนและไปอาศัยบ้านญาติชั่วคราว
เมื่อน้ำลด คุณต้นลาพักร้อนสามวันเพื่อกลับมาล้างบ้าน เขาตักโคลนออก ฉีดน้ำแรงดันสูงทั่วชั้นล่าง ถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นกลิ่นหอม เปิดพัดลมตากบ้าน และย้ายครอบครัวกลับเข้ามาอยู่ภายในวันที่สี่ บ้านดูสะอาดเรียบร้อย พื้นกระเบื้องเงาวับ แต่ภายในสองสัปดาห์ต่อมา ลูกสาวเริ่มท้องเสียและอาเจียน ตามมาด้วยคุณแม่ของเขาที่มีอาการคล้ายกัน ส่วนคุณพ่อเริ่มไอเรื้อรังทุกเช้า ขณะที่คุณต้นเองสังเกตเห็นว่าง่ามนิ้วเท้าแดงและคันจากการเดินลุยน้ำหลายวัน
เมื่อพาทุกคนไปพบแพทย์ แพทย์แนะนำให้สังเกตอาการ ดื่มน้ำเกลือแร่ตามคำแนะนำ และให้คุณต้นกลับไปตรวจสอบบ้านอีกครั้ง เขาจึงพบว่าใต้ตู้ครัวที่ไม่ได้ยกออกยังมีคราบโคลนชื้นสะสม ขอบท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำมีคราบดำ ผนังด้านหลังโซฟามีจุดราสีเขียวเทาขึ้นเป็นแนว และของเล่นพลาสติกของลูกที่ล้างด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวยังวางอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น นี่คือภาพที่สะท้อนความจริงข้อหนึ่ง บ้านที่ "ดูสะอาด" ไม่ได้แปลว่า "ปลอดเชื้อ" และการรู้ว่าเชื้อแต่ละชนิดซ่อนตัวอยู่ตรงไหนคือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูบ้านอย่างถูกวิธี
ก่อนเข้าสู่รายชื่อ ขอชี้แจงให้ชัดว่า การจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการหรือการจัดอันดับเชิงสถิติ เราไม่ได้ใช้ตัวเลขผู้ป่วยหรือเปอร์เซ็นต์ใดๆ ในการเรียงลำดับ แต่พิจารณาจากเกณฑ์ห้าข้อดังนี้
อันดับที่ได้จึงเป็นเครื่องมือช่วยจัดลำดับความสำคัญในการทำความสะอาดและป้องกัน ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการเจ็บป่วยหลังน้ำท่วม ควรไปพบแพทย์ทุกครั้ง
ทำไมจึงอยู่อันดับ 1: อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ และถูกใช้เป็น "ตัวบ่งชี้" ว่าน้ำปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลหรือไม่ เมื่อน้ำท่วมผ่านบ่อเกรอะ ท่อน้ำเสีย และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ แทบทุกครั้งที่น้ำเข้าบ้านก็จะพาแบคทีเรียกลุ่มนี้เข้ามาด้วย เราจึงจัดให้อยู่อันดับแรกเพราะพบได้กว้างที่สุด และการมีอยู่ของมันมักหมายถึงการมีเชื้อจากอุจจาระชนิดอื่นปะปนอยู่ด้วย
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: พื้นห้องน้ำ รอบชักโครก ท่อระบายน้ำที่มีน้ำย้อนกลับ ใต้ซิงก์ล้างจาน ร่องยาแนวกระเบื้อง ขอบประตูส่วนล่าง และโคลนที่ค้างในซอกมุม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อีโคไลส่วนใหญ่ไม่ก่อโรค แต่บางชนิดทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ และบางรายมีถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดภาวะขาดน้ำและภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนทั่วไป
การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสโคลนหรือน้ำท่วม ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก สวมถุงมือยางและรองเท้าบูทเมื่อทำความสะอาด และทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ขั้นแรกต้องกำจัดโคลนและล้างคราบอินทรีย์ออกให้หมด เพราะคราบเหล่านี้เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อ จากนั้นการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจะช่วยให้น้ำยาเข้าถึงพื้นผิวในวงกว้างอย่างสม่ำเสมอ อีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อชนิดนี้ สามารถสอบถามข้อมูลจาก WHD ได้โดยตรง
ทำไมจึงอยู่อันดับ 2: โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งในฤดูน้ำท่วม เชื้อมาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ปะปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลนชื้น และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย รวมถึงเยื่อบุตาและปาก แม้จะพบน้อยกว่าอีโคไล แต่ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นสูงกว่ามาก จึงอยู่ในอันดับต้น
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: น้ำขังใต้ถุนบ้าน โรงรถ ลานบ้าน ท่อระบายน้ำ กองขยะเปียก บริเวณที่หนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัย เช่น ห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน และหลังตู้
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้าน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม กลุ่มเสี่ยงคือคนที่ลุยน้ำบ่อย อาสาสมัคร เกษตรกร และคนที่ล้างบ้านโดยไม่สวมรองเท้าบูท
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ ถ้าจำเป็นให้สวมรองเท้าบูทและปิดแผลให้มิดชิด อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังลุยน้ำ กำจัดขยะและแหล่งอาหารของหนู
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การระบายน้ำขังและทำให้พื้นแห้งช่วยลดสภาพที่เชื้ออยู่ได้ การล้างพื้นผิวที่หนูอาจเดินผ่านแล้วพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจะช่วยลดการปนเปื้อนบนพื้นผิวที่คนต้องสัมผัส เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีการอ้างผลทดสอบเฉพาะชนิดในบทความนี้ ผู้สนใจสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้
ทำไมจึงอยู่อันดับ 3: ไวรัสสองกลุ่มนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน แพร่ผ่านอุจจาระ อาเจียน มือ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน ปริมาณเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ และติดต่อกันอย่างรวดเร็วในบ้านที่มีคนอยู่หลายคน ศูนย์พักพิง หรือโรงเรียน ช่วงหลังน้ำท่วมที่ห้องน้ำใช้งานได้ไม่เต็มที่และน้ำสะอาดขาดแคลน จึงเป็นช่วงที่ไวรัสกลุ่มนี้ระบาดได้ง่าย
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ที่กดชักโครก สวิตช์ไฟ ราวบันได โต๊ะอาหาร ของเล่นเด็ก และพื้นห้องน้ำที่มีน้ำเสียย้อน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องร่วงเป็นน้ำ ปวดท้อง บางรายมีไข้ เด็กเล็กโดยเฉพาะทารกมีโอกาสขาดน้ำได้เร็ว ผู้สูงอายุก็เช่นกัน ควรพบแพทย์หากซึม ปัสสาวะน้อย หรืออาการไม่ดีขึ้น
การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที แยกห้องน้ำให้ผู้ป่วยหากทำได้ ทำความสะอาดจุดที่ผู้ป่วยอาเจียนทันทีโดยสวมถุงมือ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนตามวัยสำหรับเด็ก
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุไว้ว่าครอบคลุม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนโรตาไวรัสจัดอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม โดยหากต้องการข้อมูลผลการทดสอบเฉพาะโรตาไวรัส แนะนำให้สอบถาม WHD การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมหลังล้างทำความสะอาดจึงช่วยตัดวงจรการแพร่กระจายในบ้านได้ดี
ทำไมจึงอยู่อันดับ 4: เชื้อราเป็นปัญหาที่ "มองเห็นได้" มากที่สุดหลังน้ำท่วม WHO และ CDC เน้นย้ำว่าวัสดุที่เปียกน้ำควรถูกทำให้แห้งหรือนำออกภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่ในทางปฏิบัติ บ้านจำนวนมากแช่น้ำนานหลายวัน ความชื้นจึงซึมลึกเข้าไปในผนัง ไม้ และเฟอร์นิเจอร์ เชื้อราอยู่อันดับ 4 เพราะพบได้แทบทุกบ้านที่น้ำท่วม แม้ส่วนใหญ่ไม่ทำให้ป่วยเฉียบพลันรุนแรงในคนทั่วไป แต่มีผลระยะยาวต่อระบบทางเดินหายใจ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ผนังยิปซัมและผนังปูนส่วนล่าง หลังตู้เสื้อผ้า ใต้ฟูก โซฟาผ้า พรม วอลเปเปอร์ วงกบประตูไม้ ฝ้าเพดานที่มีน้ำรั่ว และภายในเครื่องปรับอากาศ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตาและผิวหนัง ผู้ที่เป็นโรคหืดหรือภูมิแพ้อาจมีอาการกำเริบ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปทำความสะอาดพื้นที่ที่มีเชื้อรามากด้วยตนเอง
การป้องกัน: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น นำวัสดุที่ซึมน้ำและขึ้นราหนักออกจากบ้าน สวมหน้ากากชนิดที่กรองฝุ่นละเอียดได้ ถุงมือ และแว่นตาขณะทำความสะอาด และห้ามทาสีทับผนังที่ยังชื้นหรือยังมีราอยู่
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ต้องขจัดคราบราที่มองเห็นและทำให้วัสดุแห้งก่อนเสมอ หลังจากนั้นการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจะช่วยจัดการกับเชื้อราบนพื้นผิวที่เหลืออยู่ ข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าน้ำยาครอบคลุมเชื้อราได้ ส่วนเชื้อราแต่ละชนิด เช่น Aspergillus หรือ Stachybotrys หากต้องการผลทดสอบเฉพาะ สามารถสอบถามได้ สำหรับกลิ่นอับในอากาศ อาจใช้ร่วมกับ บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม
ทำไมจึงอยู่อันดับ 5: หลังน้ำท่วม ตู้เย็นมักดับนาน อาหารสดเน่าเสีย ภาชนะในครัวจมน้ำ และน้ำดื่มน้ำใช้ไม่สะอาด สภาพเหล่านี้ทำให้แบคทีเรียที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษและโรคบิดแพร่ได้ง่าย ซัลโมเนลลามาจากลำไส้สัตว์และสิ่งปฏิกูล ส่วนชิเกลลาติดต่อได้ง่ายมากจากคนสู่คนผ่านมือที่ปนเปื้อน กรมควบคุมโรคจัดโรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงน้ำท่วมเสมอ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: เขียง มีด จานชาม ช้อนส้อม ชั้นวางของในครัว ตู้เย็นที่น้ำเข้า ภาชนะใส่น้ำดื่ม และเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดท้อง ท้องร่วง ชิเกลลาอาจทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดและปวดเบ่ง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงสูงกว่า
การป้องกัน: ทิ้งอาหารทุกอย่างที่สัมผัสน้ำท่วมหรือเก็บในตู้เย็นที่ไฟดับนานจนไม่แน่ใจ ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างจานแล้วฆ่าเชื้อก่อนใช้ ทิ้งเขียงไม้และภาชนะที่มีรอยแตกซึ่งล้างให้สะอาดได้ยาก ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ซัลโมเนลลาเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม ส่วนชิเกลลาอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อบนเคาน์เตอร์ ผนังครัว ชั้นวาง และพื้นห้องครัวหลังล้างคราบไขมันและโคลนออกแล้ว ช่วยลดความเสี่ยงการปนเปื้อนข้ามสู่อาหารได้ ทั้งนี้พื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงควรล้างน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่างก่อนใช้งาน
ทำไมจึงอยู่อันดับ 6: ช่วงน้ำท่วมและช่วงล้างบ้าน คนจำนวนมากได้รับบาดแผลจากเศษแก้ว ตะปู สังกะสี และเศษไม้ที่จมอยู่ใต้น้ำ บาดแผลที่สัมผัสน้ำสกปรกมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง เช่น สแตฟิโลคอคคัส ออเรียส และสเตรปโตคอคคัส ซึ่งอาจลุกลามเป็นฝี หนอง หรือเนื้อเยื่ออักเสบ CDC ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลบาดแผลหลังน้ำท่วมเป็นหัวข้อสำคัญหัวข้อหนึ่ง
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ผิวหนังของคนเองเป็นแหล่งหลัก แต่หลังน้ำท่วม เชื้อยังติดอยู่บนผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน เครื่องมือทำความสะอาด ถุงมือที่ใช้ซ้ำ และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีแผลเรื้อรังเสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลาม นอกจากนี้ บาดแผลจากของมีคมที่ปนดินโคลนยังมีความเสี่ยงเรื่องบาดทะยัก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักตามความเหมาะสม
การป้องกัน: สวมถุงมือหนาและรองเท้าหุ้มส้น ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลกันน้ำ และไปพบแพทย์หากแผลลึกหรือมีอาการอักเสบ
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาแผล แต่ช่วยลดปริมาณแบคทีเรียบนพื้นผิวในบ้านที่ทุกคนต้องสัมผัสซ้ำๆ เชื้อกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะชนิด สอบถาม WHD ได้
ทำไมจึงอยู่อันดับ 7: น้ำกัดเท้าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในช่วงน้ำท่วม ระยะแรกเกิดจากผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อยและระคายเคือง ต่อมาเมื่อผิวยังอับชื้นต่อเนื่อง เชื้อราผิวหนังและยีสต์อย่างแคนดิดาจะเข้ามาซ้ำเติม ทำให้คัน ลอก และเป็นแผล แม้ความรุนแรงไม่สูงเท่าอันดับต้นๆ แต่พบในคนจำนวนมาก จึงอยู่ในอันดับ 7
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: รองเท้าที่เปียกแล้วไม่แห้ง ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า พื้นห้องน้ำ ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ร่วมกัน และรองเท้าบูทที่ใส่ซ้ำโดยไม่ตากให้แห้ง
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ง่ามนิ้วเท้าเปื่อยขาว คัน แดง ลอกเป็นขุย บางรายมีแผลแตก ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแผลที่เท้าอาจติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำได้
การป้องกัน: ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะง่ามนิ้วทุกครั้งหลังลุยน้ำ เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ไม่ใช้ผ้าเช็ดเท้าร่วมกัน และพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำเมื่อมีอาการ
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: การพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นห้องน้ำ บริเวณถอดรองเท้า และพื้นที่ที่คนเดินเท้าเปล่า ช่วยลดการส่งต่อเชื้อราระหว่างสมาชิกในบ้าน ข้อมูลบริการระบุว่าน้ำยาครอบคลุมเชื้อรา ทั้งนี้สำหรับเชื้อแต่ละชนิดสามารถขอข้อมูลผลทดสอบได้
ทำไมจึงอยู่อันดับ 8: ไวรัสกลุ่มนี้ไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง แต่ช่วงน้ำท่วมตรงกับฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาด ประกอบกับผู้คนต้องอพยพไปอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ ร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานหนักและนอนไม่พอ การแพร่กระจายจึงเกิดได้ง่าย WHO ระบุว่าการอยู่รวมกันหนาแน่นหลังภัยพิบัติเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเดินหายใจ
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ละอองฝอยในอากาศ และพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน เช่น โทรศัพท์ รีโมต ราวจับ โต๊ะ ลูกบิดประตู และของใช้ส่วนตัวที่วางรวมกันในห้องเดียว
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อย RSV อาจทำให้เด็กเล็กหายใจหอบเหนื่อย ส่วนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางปอด
การป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่อมีอาการหรืออยู่ในที่แออัด ล้างมือบ่อย เปิดหน้าต่างระบายอากาศ แยกของใช้ส่วนตัว และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: นี่คือกลุ่มที่ข้อมูลบริการของ WHD ระบุไว้ชัดเจนที่สุด ได้แก่ โควิด-19 RSV และไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ตามข้อมูลบริการ การพ่นฆ่าเชื้อบนจุดสัมผัสร่วมหลังกลับเข้าบ้าน หรือก่อนเปิดสำนักงานและโรงเรียน จึงเป็นการลดความเสี่ยงที่ตรงจุด
ทำไมจึงอยู่อันดับ 9: ไวรัสตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ WHO ระบุว่าเป็นโรคที่สัมพันธ์กับสุขาภิบาลที่ไม่ดีและน้ำดื่มไม่สะอาด ซึ่งเป็นสภาพที่เกิดขึ้นได้หลังน้ำท่วม จุดที่ทำให้น่ากังวลคือระยะฟักตัวค่อนข้างนาน ผู้ป่วยอาจแพร่เชื้อได้ก่อนรู้ตัว แต่เนื่องจากพบได้น้อยกว่าโรคท้องร่วงทั่วไป จึงอยู่อันดับ 9
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ห้องน้ำ ภาชนะอาหาร น้ำดื่มที่ไม่ผ่านการต้มหรือกรอง และมือของผู้ประกอบอาหาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก ผู้ที่มีโรคตับอยู่เดิมควรระวังเป็นพิเศษ
การป้องกัน: ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร ปรุงอาหารให้สุก และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอเป็นไวรัสที่ค่อนข้างทนทานในสิ่งแวดล้อม การล้างห้องน้ำและครัวให้สะอาดแล้วพ่นฆ่าเชื้อจึงสำคัญ ไวรัสนี้อยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าบริการระบุไว้โดยเฉพาะ แนะนำให้สอบถามผลทดสอบจาก WHD หากต้องการข้อมูลเชิงลึก
ทำไมจึงอยู่อันดับ 10: โรคมือเท้าปากพบมากในเด็กเล็กในช่วงฤดูฝน ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำ และอุจจาระ หลังน้ำท่วม เด็กมักอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ของเล่นถูกใช้ร่วมกัน และศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งเพิ่งเปิดใหม่หลังทำความสะอาด จึงเป็นโรคที่ผู้ปกครองควรรู้จัก แม้ไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง
จุดซ่อนหลังน้ำท่วม: ของเล่น ขวดนม ช้อนป้อนอาหาร เบาะรองคลาน ที่นอนเด็ก ราวกั้นเตียง และพื้นที่เด็กเล่น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มน้ำที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และก้น เด็กอายุต่ำกว่าห้าปีเป็นกลุ่มหลัก หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ต้องพบแพทย์ทันที
การป้องกัน: ล้างมือเด็กและผู้ดูแลบ่อยๆ แยกเด็กป่วยไม่ให้ไปโรงเรียน ทำความสะอาดของเล่นทุกวัน
การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสมือเท้าปากเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลบริการของ WHD ระบุไว้ ตามข้อมูลบริการ การพ่นฆ่าเชื้อห้องเด็ก ห้องนั่งเล่น และศูนย์เด็กเล็กหลังทำความสะอาดจึงเป็นมาตรการที่เหมาะสม โดยเด็กต้องออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ
เชื้อเหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดไว้ใน 10 อันดับ เพราะพบเฉพาะบางพื้นที่หรือบางกลุ่ม แต่หลักการป้องกันเหมือนกัน คือ ป้องกันตัว ล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง และฆ่าเชื้อ
| อันดับ | เชื้อ | จุดที่ต้องระวัง | ทางติดต่อหลัก |
|---|---|---|---|
| 1 | อีโคไลและแบคทีเรียจากอุจจาระ | ห้องน้ำ ท่อ ครัว | มือ อาหาร น้ำ |
| 2 | เลปโตสไปรา (ฉี่หนู) | น้ำขัง ใต้ถุน โรงรถ | บาดแผล ผิวที่แช่น้ำ |
| 3 | โนโรไวรัส โรตาไวรัส | จุดสัมผัสร่วม ห้องน้ำ | มือ พื้นผิว อาเจียน |
| 4 | เชื้อรา | ผนัง ไม้ ผ้า ฟูก | สปอร์ในอากาศ |
| 5 | ซัลโมเนลลา ชิเกลลา | ครัว ภาชนะ ตู้เย็น | อาหาร มือ |
| 6 | สแตฟิโลคอคคัส สเตรปโตคอคคัส | ผ้า เครื่องมือ ผิวหนัง | บาดแผล |
| 7 | เชื้อราผิวหนัง แคนดิดา | รองเท้า พื้นห้องน้ำ | ผิวที่อับชื้น |
| 8 | ไข้หวัดใหญ่ RSV โควิด-19 | ห้องที่คนอยู่รวมกัน | ละอองฝอย พื้นผิว |
| 9 | ไวรัสตับอักเสบเอ | ครัว ห้องน้ำ น้ำดื่ม | อาหาร น้ำ |
| 10 | เอนเทอโรไวรัส (มือเท้าปาก) | ของเล่น ห้องเด็ก | น้ำลาย ตุ่มน้ำ อุจจาระ |
เมื่อดูตารางนี้จะเห็นว่า เชื้อเกือบทุกอันดับมีจุดร่วมกันสามอย่าง คือ อยู่บนพื้นผิวที่เคยจมน้ำ อยู่บนจุดที่มือสัมผัสบ่อย และอยู่ในพื้นที่ที่ยังชื้น การฟื้นฟูบ้านจึงต้องจัดการทั้งสามเรื่องพร้อมกัน
ด้านสุขภาพ: คนในบ้านป่วยต่อเนื่องเป็นทอดๆ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ทำให้ต้องพบแพทย์หลายครั้งในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าอยู่แล้ว
ด้านค่าใช้จ่าย: ค่ารักษา ค่าเดินทาง ค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นรา และค่าซ่อมผนังที่ทาสีทับรา แล้วราก็กลับมาอีกในไม่กี่เดือน
ด้านเวลา: ต้องลางานเพิ่มเพื่อดูแลคนป่วย หรือต้องล้างบ้านซ้ำเพราะกลิ่นและคราบไม่หายไป
ด้านธุรกิจและชื่อเสียง: สำหรับร้านอาหาร คลินิก โรงเรียน หรือสำนักงาน หากพนักงานหรือลูกค้าป่วยหลังเปิดทำการ ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที
ด้านจิตใจและครอบครัว: ความกังวลว่าบ้านปลอดภัยหรือยัง ทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าให้ลูกเล่นบนพื้น ไม่กล้าใช้ครัว และนอนหลับไม่สนิท
สบู่และผงซักฟอกเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นขั้นแรกที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยขจัดคราบโคลนและไขมันที่เชื้อใช้เป็นที่หลบซ่อน แต่การทำความสะอาดอย่างเดียวคือการ "ลด" เชื้อ ไม่ใช่ "ฆ่า" เชื้อ ส่วนการใช้น้ำยาฟอกขาวเองก็มีข้อจำกัดหลายอย่างที่คนทั่วไปมักไม่รู้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ WHO และ CDC แนะนำลำดับ "ล้างให้สะอาด ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อ" และเป็นเหตุผลที่บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ามาช่วยปิดช่องว่างที่การทำความสะอาดเองมักทำไม่ถึง
World Health Disinfection ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อโรค สำหรับบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงเรียน ร้านค้า และอาคาร ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและหรือพ่นแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียดที่กระจายได้ทั่วพื้นที่ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride) และไดเดซิลไดเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ (Didecyldimethylammonium Chloride)
ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุเชื้อ เช่น โควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ระบุรายชื่อเพิ่มเติม เช่น โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา เชื้อไอกรน และเชื้อรา หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 สำหรับเชื้อในอันดับที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว เราไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะชนิด แต่จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และท่านสามารถขอเอกสารผลทดสอบจาก WHD ได้
ข้อควรทราบ: เราไม่กล่าวอ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้างเลย พื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงหรือที่เด็กเล็กหยิบเข้าปาก ควรเช็ดหรือล้างน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่างหลังครบเวลา และผู้ที่มีอาการป่วยควรพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นที่ ไม่ได้รักษาโรค
โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ พร้อมออกใบกำกับภาษีได้
หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อการอธิบาย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง
ย้อนกลับไปที่บ้านริมคลองในปทุมธานี หลังจากพาครอบครัวไปพบแพทย์ คุณต้นตัดสินใจเริ่มใหม่อย่างเป็นระบบ เขาย้ายตู้ครัวออกมาเพื่อตักโคลนที่ค้างด้านหลัง ล้างท่อห้องน้ำและขอบชักโครกด้วยน้ำยาทำความสะอาด นำโซฟาผ้าที่ขึ้นราออกไปทิ้ง และเปิดบ้านให้แห้งด้วยพัดลมหลายวัน จากนั้นจึงติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อ
ช่างเดินสำรวจพร้อมคุณต้น ชี้จุดที่ควรเน้นตามลำดับความเสี่ยง ได้แก่ ห้องน้ำและท่อสำหรับเชื้อจากอุจจาระ โรงรถและใต้บันไดที่เคยมีน้ำขังสำหรับความเสี่ยงฉี่หนู ลูกบิดประตูและราวบันไดสำหรับไวรัสท้องร่วง ผนังส่วนล่างสำหรับเชื้อรา และห้องเล่นของลูกสาวสำหรับไวรัสมือเท้าปาก ระหว่างพ่น ทั้งครอบครัวรออยู่นอกบ้าน และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง พร้อมคำแนะนำให้เช็ดเคาน์เตอร์ครัวและของเล่นด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน
หลังจากนั้น คุณต้นเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกวัน ตั้งเครื่องลดความชื้นในห้องที่ยังอับ และล้างมือทุกครั้งหลังกลับจากข้างนอก สิ่งที่เขาบอกว่าเปลี่ยนไปมากที่สุดไม่ใช่กลิ่นของบ้าน แต่เป็นความรู้สึกว่าตอนนี้รู้แล้วว่ากำลังสู้กับเชื้ออะไรอยู่ และรู้ว่าต้องดูแลตรงไหนต่อ
ถาม: การจัดอันดับนี้เป็นข้อมูลทางการหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD โดยใช้เกณฑ์ที่ระบุไว้ด้านบน เรียบเรียงจากแนวทางของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค ไม่ได้ใช้สถิติผู้ป่วย
ถาม: ทำไมโรคฉี่หนูไม่ได้อยู่อันดับ 1
ตอบ: เพราะเกณฑ์ของเราให้น้ำหนักกับความถี่ในการพบด้วย เชื้อจากอุจจาระพบได้กว้างกว่าในทุกบ้านที่น้ำท่วม แต่โรคฉี่หนูมีความรุนแรงสูง จึงอยู่อันดับ 2 และควรระวังไม่น้อยกว่ากัน
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างโคลนได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องล้างโคลนและคราบสกปรกก่อนเสมอ น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว
ถาม: น้ำยาที่ใช้ฆ่าเชื้อทุกอันดับได้หรือไม่
ตอบ: ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และระบุชื่อบางเชื้อไว้ เช่น โควิด-19 RSV H1N1 H5N1 มือเท้าปาก โนโรไวรัส และซัลโมเนลลา สำหรับเชื้ออื่นในรายการ เราไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะชนิด หากต้องการเอกสาร สามารถสอบถาม WHD ได้
ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านไหม
ตอบ: ต้องให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที
ถาม: ถ้ามีคนในบ้านป่วยอยู่แล้ว ควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ก่อน การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อในพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ต่อ แต่ไม่ได้รักษาผู้ป่วย
ถาม: ควรพ่นซ้ำบ่อยแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ หากมีน้ำท่วมซ้ำ มีการซ่อมแซมใหญ่ หรือเป็นพื้นที่ที่คนใช้หนาแน่น เช่น สำนักงานหรือโรงเรียน ช่างจะช่วยประเมินและแนะนำรอบที่เหมาะสม
ล้างโคลนเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปคือพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ตามข้อมูลบริการ
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#จัดอันดับเชื้อโรค #10อันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #Chemgene
คำค้นหา: 10 อันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม, จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม 2569, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, เชื้อราหลังน้ำท่วม, ท้องร่วงหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H