พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หนองกลางนา ราชบุรี 2569: คู่มือคืนบ้านที่ปลอดภัยให้คนที่เราดูแลหลังน้ำแม่กลองเอ่อท่วม

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หนองกลางนา ราชบุรี 2569: คู่มือคืนบ้านที่ปลอดภัยให้คนที่เราดูแลหลังน้ำแม่กลองเอ่อท่วม

พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หนองกลางนา ราชบุรี 2569: คู่มือคืนบ้านที่ปลอดภัยให้คนที่เราดูแลหลังน้ำแม่กลองเอ่อท่วม

พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หนองกลางนา ราชบุรี คือเรื่องที่หลายครอบครัวริมแม่น้ำแม่กลองต้องวางแผนอย่างรอบคอบ หลังน้ำเอ่อท่วมหลายชุมชนในตำบลหนองกลางนา อำเภอเมืองราชบุรี เมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 บ้านที่มีพ่อแม่สูงวัย ญาติที่ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา ไม่สามารถใช้วิธีล้างบ้านแบบรีบ ๆ แล้วพาคนกลับเข้าไปอยู่ได้ทันที เพราะร่างกายของคนกลุ่มนี้ไวต่อเชื้อโรค ความชื้น และกลิ่นสารเคมีมากกว่าคนทั่วไป บทความนี้อธิบายว่าบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงควรเริ่มฟื้นฟูอย่างไร จุดไหนรอบตัวผู้ป่วยเสี่ยงที่สุด ต้องย้ายผู้ป่วยออกอย่างไรระหว่างทำงาน และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยปิดงานหลังการล้างบ้านได้อย่างไร

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: ลูกสาวที่ต้องพายายกลับบ้านหลังน้ำลด

พี่แดง (ชื่อสมมติ) ดูแลยายวัยแปดสิบกว่าที่ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกและนอนติดเตียงมาสองปี บ้านไม้สองชั้นของครอบครัวอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำแม่กลอง เมื่อน้ำเริ่มเอ่อเข้าชุมชน พี่แดงกับเพื่อนบ้านช่วยกันยกเตียงผู้ป่วย ที่นอนลม และรถเข็นขึ้นชั้นบน ส่วนข้าวของชั้นล่างย้ายได้แค่บางส่วน ยายถูกพาไปพักที่บ้านญาติซึ่งอยู่บนที่สูงกว่า

เมื่อน้ำลด ชั้นล่างของบ้านเต็มไปด้วยโคลน ผนังมีเส้นคราบน้ำ ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ตู้ไม้ที่เก็บผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ และอุปกรณ์ทำแผลเปียกทั้งหมด พี่แดงอยากพายายกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพราะการดูแลผู้ป่วยติดเตียงในบ้านคนอื่นทำได้ลำบาก แต่ก็กลัวว่าถ้าพากลับมาเร็วเกินไป ยายที่มีแผลกดทับเล็ก ๆ ที่ก้นกบและใส่สายสวนปัสสาวะอยู่ อาจติดเชื้อจากบ้านที่ยังไม่สะอาดพอ

เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุพบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ได้หมายถึงครอบครัวจริงครอบครัวใด แต่สะท้อนคำถามเดียวกันของบ้านจำนวนมากในราชบุรีและจังหวัดอื่นที่น้ำเพิ่งลด ว่าจะทำอย่างไรให้บ้านปลอดภัยพอสำหรับคนที่เปราะบางที่สุดในครอบครัว

น้ำท่วมหนองกลางนา ราชบุรี 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้มาจากรายงานข่าวของสยามรัฐ และข้อมูลภาพรวมของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดกับหน่วยงานในพื้นที่

  • ชุมชนในตำบลหนองกลางนา: สยามรัฐรายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ว่าน้ำเอ่อท่วมหลายชุมชนในตำบลหนองกลางนา อำเภอเมืองราชบุรี บางจุดน้ำสูงเกือบมิดหลังคา บางจุดสูงราว 50 เซนติเมตร และมีกว่า 20 ครัวเรือนที่ต้องขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง
  • ระดับแม่น้ำแม่กลอง: รายงานเดียวกันระบุว่าระดับน้ำแม่กลองวัดได้ 4.20 เมตร และหากสูงขึ้นอีกราว 80 เซนติเมตร น้ำจะท่วมตลาดสดเทศบาล
  • สาเหตุ: ตามรายงาน น้ำเพิ่มขึ้นเนื่องจากเขื่อนแม่กลองระบายน้ำ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ภาพรวมประเทศ: ตามข้อมูลของ ปภ. ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์รายงาน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ รวม 1,270,151 ครัวเรือน

รายงานข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดรายบ้านหรือจำนวนผู้สูงอายุในพื้นที่ บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเพิ่มเติม แต่สำหรับบ้านที่น้ำเข้าแม้เพียง 50 เซนติเมตร พื้นชั้นล่าง ขาเตียง ปลั๊กไฟ ตู้เก็บของ และห้องน้ำก็จมน้ำได้ทั้งหมด ส่วนบ้านที่น้ำสูงเกือบถึงหลังคา แทบทุกพื้นผิวภายในบ้านสัมผัสน้ำท่วม ซึ่งต้องใช้เวลาล้างและทำให้แห้งนานกว่ามาก

ทำไมบ้านผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในราชบุรีต้องให้ความสำคัญกับการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงเป็นกลุ่มที่ WHO CDC และกรมควบคุมโรคกล่าวถึงเสมอว่าเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพหลังน้ำท่วม ด้วยเหตุผลหลายข้อ

  • ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย: เมื่อติดเชื้อ ร่างกายอาจตอบสนองช้า อาการอาจไม่ชัดในช่วงแรก และหายช้ากว่าคนหนุ่มสาว
  • มีโรคประจำตัวหลายโรค: เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้นได้
  • มีช่องทางให้เชื้อเข้าร่างกาย: ผู้ป่วยติดเตียงบางคนมีแผลกดทับ ใส่สายสวนปัสสาวะ สายให้อาหารทางจมูกหรือหน้าท้อง หรือมีแผลผ่าตัด ซึ่งล้วนเป็นทางเข้าของเชื้อโรค
  • ใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในห้องเดียว: อากาศ ความชื้น และความสะอาดของห้องนอนมีผลต่อสุขภาพโดยตรง หากผนังหรือฝ้าขึ้นรา ผู้ป่วยต้องหายใจเอาสปอร์เข้าไปตลอดเวลา
  • พึ่งพาผู้ดูแล: มือของผู้ดูแลที่สัมผัสทั้งบ้านที่เพิ่งล้างโคลนและตัวผู้ป่วยอาจเป็นตัวกลางพาเชื้อไปถึงผู้ป่วยได้
  • เคลื่อนไหวเองไม่ได้หรือได้น้อย: ไม่สามารถหลบเลี่ยงกลิ่นหรือละอองสารเคมีได้เอง จึงต้องวางแผนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ระหว่างทำงานทุกครั้ง

ผู้ดูแลเองก็เป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะต้องทั้งล้างบ้านและดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกัน ความเหนื่อยล้าทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และหากผู้ดูแลป่วย ก็ไม่มีใครดูแลผู้ป่วยแทน การวางแผนพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงอย่างเป็นขั้นตอนจึงช่วยปกป้องทั้งผู้ป่วยและคนที่ดูแล

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ หลังน้ำท่วมที่เป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

น้ำแม่กลองที่เอ่อเข้าชุมชนพัดพาดินโคลน น้ำจากบ่อเกรอะ ขยะ และสิ่งปฏิกูลเข้ามาในบ้าน เมื่อน้ำลด เชื้อโรคบางส่วนจะค้างอยู่ตามพื้นผิว วัสดุที่ดูดน้ำ และมุมอับ กลุ่มเชื้อที่ผู้ดูแลควรรู้จัก ได้แก่

  • แบคทีเรียจากอุจจาระและน้ำเสีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella): ทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ในผู้สูงอายุ ภาวะท้องร่วงอาจทำให้ขาดน้ำได้เร็ว ซึ่งเป็นอันตราย ส่วนผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ แบคทีเรียกลุ่มนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • เลปโตสไปรา (Leptospira) หรือเชื้อโรคฉี่หนู: อยู่ในน้ำและโคลนที่ปนปัสสาวะหนู เข้าร่างกายทางแผลหรือเยื่อบุ ผู้ดูแลที่ลุยน้ำล้างบ้านเสี่ยงมาก หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หรือปัสสาวะน้อย ควรไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ว่าเคยลุยน้ำท่วม
  • ไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus): ติดต่อผ่านมือ ภาชนะ และพื้นผิว ผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับอาหารจากมือผู้ดูแลจึงเสี่ยงหากล้างมือไม่สะอาด
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และไวรัส RSV: ไม่ได้มาจากน้ำท่วมโดยตรง แต่หลังน้ำท่วมคนมักมาอยู่รวมกันในบ้านญาติหรือศูนย์พักพิง ทำให้เชื้อแพร่ง่ายขึ้น RSV และไข้หวัดใหญ่อาจรุนแรงในผู้สูงอายุ
  • เชื้อราและราดำ: เติบโตบนผนัง ฝ้า ที่นอน ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ที่เปียกนานเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง สปอร์ราอาจกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อราในปอดได้

ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น โควิด-19 ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เช่น อีโคไล เลปโตสไปรา และโรตาไวรัส บทความนี้ไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ เชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียหรือไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สอบถามทีมงาน WHD ได้

ข้อควรจำ: การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านไม่ใช่การรักษาโรค หากผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงมีไข้ ซึม กินได้น้อย ท้องเสีย ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ แผลกดทับแดงหรือมีหนอง หรือหายใจเหนื่อย ให้ติดต่อแพทย์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโทร 1669 ในกรณีฉุกเฉิน

จุดเสี่ยงรอบตัวผู้ป่วยที่ต้องล้างและพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

เตียงผู้ป่วยและที่นอน

โครงเตียง ราวกั้นเตียง ที่ปรับระดับ ขาเตียง และพื้นใต้เตียง ที่นอนฟองน้ำ ที่นอนนุ่น หรือที่นอนยางพาราที่จมน้ำ ไม่ควรนำกลับมาใช้ เพราะน้ำและเชื้อซึมเข้าไปด้านในจนล้างไม่ออก ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับที่มีปั๊มไฟฟ้าต้องตรวจระบบไฟก่อนใช้ ส่วนผิวที่นอนลมที่เป็นพลาสติกอาจล้างและฆ่าเชื้อได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วย

รถเข็น ไม้เท้า วอล์กเกอร์ เก้าอี้นั่งถ่าย เก้าอี้อาบน้ำ เครื่องผลิตออกซิเจน และเครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์ที่มีไฟฟ้าและเคยจมน้ำต้องให้ช่างหรือผู้จำหน่ายตรวจก่อนใช้งาน ห้ามเสียบปลั๊กเองทันที อุปกรณ์โลหะและพลาสติกให้ล้างคราบให้สะอาดก่อนฆ่าเชื้อ

ของใช้ทางการแพทย์

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ ผ้าก๊อซ สำลี ชุดทำแผล สายสวน และยาที่เปียกน้ำท่วม ต้องทิ้งทั้งหมด ไม่ควรนำมาใช้ต่อแม้จะดูแห้งแล้ว ควรขอรับของใช้ใหม่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาอยู่ หรือหน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ห้องน้ำและจุดเปลี่ยนผ้าอ้อม

โถส้วม ราวจับ พื้นห้องน้ำ อ่างล้างมือ และมุมที่ใช้เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือทำความสะอาดผู้ป่วย เป็นจุดที่ต้องล้างและฆ่าเชื้ออย่างละเอียด โดยเฉพาะบ้านที่บ่อเกรอะอาจล้นระหว่างน้ำท่วม

ห้องครัวและจุดเตรียมอาหาร

ผู้ป่วยที่ได้รับอาหารปั่นหรืออาหารทางสายต้องใช้ภาชนะและพื้นที่เตรียมอาหารที่สะอาดมาก เคาน์เตอร์ เขียง เครื่องปั่น และภาชนะที่จมน้ำต้องล้างและฆ่าเชื้อ ภาชนะพลาสติกที่มีรอยแตกหรือเครื่องครัวไม้ที่จมน้ำควรเปลี่ยนใหม่

ผนัง พื้น และมุมอับ

ผนังส่วนล่าง พื้นไม้ ขอบบัว ใต้บันได ตู้เสื้อผ้า และผ้าม่าน เป็นจุดที่เชื้อราเติบโตง่าย บ้านไม้ริมน้ำในราชบุรีที่น้ำท่วมนานต้องตรวจความชื้นของไม้ก่อนพ่นและก่อนให้ผู้ป่วยกลับมาอยู่

ผลกระทบถ้าพาผู้ป่วยกลับบ้านเร็วเกินไป

ด้านสุขภาพ: ผู้ป่วยอาจติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แผลกดทับติดเชื้อ ท้องร่วงจนขาดน้ำ หรือมีอาการทางเดินหายใจกำเริบจากสปอร์รา ซึ่งอาจต้องเข้าโรงพยาบาล

ด้านค่าใช้จ่าย: การรักษาภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุมักใช้ทั้งเงินและเวลามาก ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าจ้างผู้ช่วยดูแล และรายได้ที่หายไปของสมาชิกครอบครัวที่ต้องลางาน

ด้านเวลา: หากต้องย้ายผู้ป่วยออกจากบ้านอีกครั้งเพราะพบเชื้อราลุกลาม ครอบครัวต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

ด้านจิตใจ: ผู้สูงอายุจำนวนมากรู้สึกสบายใจที่สุดในบ้านของตัวเอง การต้องย้ายไปมาหลายครั้งทำให้เกิดความเครียด สับสน และนอนไม่หลับ การเตรียมบ้านให้พร้อมในครั้งเดียวจึงดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ

ด้านผู้ดูแล: ผู้ดูแลที่ต้องล้างบ้านเองทุกซอกทุกมุมในขณะที่ยังต้องดูแลผู้ป่วยมักหมดแรง และเสี่ยงบาดเจ็บหรือป่วยเอง

ทำไมการล้างบ้านแบบเดิมจึงยังไม่พอเมื่อบ้านมีผู้ป่วยติดเตียง

  • ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือผงซักฟอก: ช่วยเอาโคลนออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทั่วบ้าน: กลิ่นฉุนอาจระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้สูงอายุ การผสมผิดสัดส่วนหรือผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย และหากไม่ล้างโคลนก่อน ประสิทธิภาพก็ลดลง
  • เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: ใต้เตียง หลังตู้ และขาเตียงที่มีล้อ มักถูกมองข้าม
  • ตากแดดที่นอนแล้วนำกลับมาใช้: ที่นอนที่จมน้ำท่วมมีเชื้อซึมอยู่ด้านใน การตากแดดไม่ได้ทำให้ปลอดภัย
  • ปิดห้องแล้วเปิดแอร์: ถ้าบ้านยังชื้นหรือแอร์จมน้ำ อาจกระจายเชื้อราและไม่ปลอดภัยทางไฟฟ้า
  • ใช้สเปรย์หอมกลบกลิ่น: กลิ่นแรงอาจรบกวนผู้ป่วย และไม่ได้แก้ต้นเหตุ

WHO และ CDC แนะนำหลักการเดียวกันคือ ทำความสะอาดคราบออกก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม และทำให้แห้งโดยเร็ว การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างเป็นขั้นตอนเสริมหลังการล้าง ช่วยให้น้ำยาเข้าถึงซอกมุมอย่างทั่วถึง ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการล้าง การทิ้งวัสดุเสียหาย หรือการดูแลทางการแพทย์

บริการพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง โดย WHD สำหรับครอบครัวในราชบุรี

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในราชบุรี สำหรับบ้านในตำบลหนองกลางนาและพื้นที่อื่นของจังหวัดราชบุรี สามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อสอบถามพื้นที่ให้บริการ ค่าเดินทาง และวันที่ทีมงานเดินทางไปได้ ซึ่งทีมงานจะยืนยันให้ในขั้นตอนนั้น

ตามข้อมูลบริการ

  • ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและ/หรือพ่นหมอกละเอียด ULV (Ultra Low Volume) ให้น้ำยาเข้าถึงพื้นผิวและซอกมุม
  • ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
  • หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 RSV H1N1 H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก ประสิทธิภาพ 99.99%
  • หน้าบริการแสดงการรับรองและการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  • หลังพ่นรอประมาณ 30 นาทีตามขั้นตอนบริการ แล้วจึงใช้พื้นที่ตามปกติ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน
  • โปรโมชันตามหน้าบริการ ได้แก่ ขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรีเมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้

สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง ข้อสำคัญที่สุดคือ ผู้ป่วยต้องไม่อยู่ในโซนที่พ่นระหว่างการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นห้องไหน ต้องรอกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างกำหนด และควรเปิดระบายอากาศก่อนพาผู้ป่วยเข้าห้อง บทความนี้ไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้างเลย หากผู้ป่วยมีโรคปอด ภูมิแพ้ หรือแพ้สารเคมีง่าย ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลก่อนว่าควรรอนานแค่ไหน และแจ้งทีมช่างให้ทราบ

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ราชบุรี อย่างปลอดภัย

  1. ติดต่อและส่งข้อมูล: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ส่งรูปบ้าน ระดับที่น้ำเคยท่วม จำนวนห้อง และแจ้งว่ามีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง ทีมงานจะยืนยันพื้นที่ให้บริการ ค่าเดินทาง และวันที่เดินทางได้
  2. วางแผนที่พักของผู้ป่วย: ผู้ดูแลเตรียมที่พักชั่วคราวให้ผู้ป่วย เช่น บ้านญาติ หรือห้องที่ไม่ได้อยู่ในโซนพ่น หากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ควรมีคนช่วยอย่างน้อยสองคน และปรึกษาบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่หากผู้ป่วยมีอุปกรณ์การแพทย์ติดตัว
  3. ล้างโคลนและทิ้งวัสดุเสียหายก่อน: ขนโคลน ล้างพื้น ผนัง ห้องน้ำ และครัว ทิ้งที่นอนและของใช้ทางการแพทย์ที่เปียกน้ำ เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทและแห้ง
  4. เตรียมพื้นที่: เก็บยา อาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วยที่ไม่ได้เปียกน้ำไว้ในกล่องปิดนอกโซนพ่น คลุมเครื่องใช้ไฟฟ้า
  5. ทุกคนออกจากโซนพ่น: ทั้งผู้ป่วย ผู้ดูแล เด็ก และสัตว์เลี้ยง
  6. ช่างพ่นและพ่นหมอก ULV: เน้นห้องนอนผู้ป่วย โครงเตียง อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ล้างแล้ว ห้องน้ำ ครัว และเส้นทางที่น้ำเคยผ่าน
  7. รอ ระบายอากาศ แล้วจึงพาผู้ป่วยกลับ: รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง ประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ปูผ้าปูที่นอนที่ซักใหม่ แล้วจึงพาผู้ป่วยเข้าห้อง
  8. ดูแลต่อเนื่อง: ใช้สเปรย์ CHEMGENE ที่ได้รับเช็ดราวเตียง ราวจับห้องน้ำ และมือจับประตูเป็นประจำ และสังเกตอาการผู้ป่วยในสัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน

10 เหตุผลที่บ้านผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในราชบุรีควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ผู้ป่วยติดเตียงมีภูมิคุ้มกันต่ำ และมีช่องทางให้เชื้อเข้าร่างกาย เช่น แผลกดทับและสายสวน
  2. น้ำแม่กลองที่เอ่อท่วมพาน้ำเสียและโคลนเข้าบ้าน บางจุดสูงราว 50 เซนติเมตร บางจุดเกือบมิดหลังคา
  3. หมอก ULV เข้าถึงใต้เตียงและหลังตู้ ที่ผู้ดูแลเช็ดไม่ถึง
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  5. ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมทำงานเป็นโซนตามแผน ผู้ดูแลจึงวางแผนย้ายผู้ป่วยได้ล่วงหน้า
  6. ลดภาระผู้ดูแล ที่ต้องแบ่งเวลาระหว่างล้างบ้านกับดูแลผู้ป่วย
  7. ลดความเสี่ยงเชื้อราในห้องนอน เมื่อทำร่วมกับการทำให้แห้งและทิ้งวัสดุเสียหาย
  8. รอไม่นานก่อนกลับเข้าพื้นที่ ประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ แล้วระบายอากาศ
  9. ช่วยให้ผู้สูงอายุได้กลับบ้านของตัวเองอย่างอุ่นใจ หลังผ่านการ พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ
  10. มีเอกสารรับรองที่ตรวจสอบได้ และออกใบกำกับภาษีได้

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

ก่อน

  • คราบโคลนใต้เตียงและรอบขาเตียง
  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อในห้องนอนชั้นล่าง
  • ของใช้ทางการแพทย์เปียกน้ำ
  • ผู้ดูแลไม่แน่ใจว่าห้องปลอดภัยพอหรือยัง
  • ผู้ป่วยต้องพักในบ้านคนอื่นนานขึ้น

หลัง

  • ล้าง ทิ้งของเสียหาย แล้วพ่นฆ่าเชื้อตามโซน
  • อากาศถ่ายเท กลิ่นอับลดลงเมื่อแก้ที่ต้นเหตุ
  • ของใช้ทางการแพทย์ชุดใหม่พร้อมใช้งาน
  • มีขั้นตอนชัดเจน ผู้ดูแลมั่นใจขึ้น
  • ผู้สูงอายุได้กลับมานอนในบ้านของตัวเอง

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ริมแม่กลองที่มีคุณตาใช้รถเข็น

กรณีนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอน คุณสมศรี (ชื่อสมมติ) ดูแลคุณพ่อวัยเจ็ดสิบปลายที่เป็นเบาหวานและใช้รถเข็น บ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นต่ำโดนน้ำท่วมราวครึ่งเมตร ห้องนอนของคุณพ่ออยู่ชั้นล่าง ที่นอนเปียกทั้งหลัง และเก้าอี้นั่งถ่ายแช่น้ำอยู่หลายวัน

เมื่อน้ำลด คุณสมศรีให้คุณพ่อพักที่บ้านลูกชายต่อ ทิ้งที่นอนและแผ่นรองซับที่เปียก ล้างบ้านกับเพื่อนบ้านสองวัน เปิดหน้าต่างทุกบานให้ไม้แห้ง แล้วติดต่อ WHD ทาง LINE พร้อมแจ้งว่าบ้านมีผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานและมีแผลที่เท้า ทีมงานยืนยันพื้นที่ ค่าเดินทาง และวันนัด แนะนำให้ล้างรถเข็นและเก้าอี้นั่งถ่ายให้สะอาดแล้ววางไว้ในห้องที่จะพ่น และเก็บยาที่ยังไม่เปียกในกล่องปิดนอกบ้าน

วันพ่น ทุกคนออกจากบ้าน ช่างพ่นห้องนอน ห้องน้ำ ครัว และรถเข็น หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้งและเปิดระบายอากาศ คุณสมศรีปูที่นอนใหม่ จัดห้องให้มีทางเดินรถเข็นที่โล่ง แล้วจึงรับคุณพ่อกลับบ้าน และพาไปตรวจแผลที่เท้ากับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตามนัด ตัวอย่างนี้แสดงลำดับการทำงาน ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกบ้าน

เช็กลิสต์ผู้ดูแล ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อบ้าน

ก่อนวันพ่น

  • ให้ผู้ป่วยพักในที่ปลอดภัยจนกว่าบ้านจะล้าง แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อเสร็จ
  • ตัดไฟชั้นล่าง และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้ โดยเฉพาะปลั๊กของที่นอนลมและเครื่องผลิตออกซิเจน
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากระหว่างล้างบ้าน และล้างมือทุกครั้งก่อนไปดูแลผู้ป่วย
  • ทิ้งที่นอน หมอน ผ้าอ้อม แผ่นรองซับ อุปกรณ์ทำแผล และยาที่เปียกน้ำ
  • ล้างโครงเตียง รถเข็น วอล์กเกอร์ และเก้าอี้นั่งถ่ายให้สะอาด
  • เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท และตรวจผนังไม้ว่าแห้งพอ
  • ขอรับของใช้ทางการแพทย์ชุดใหม่จากหน่วยบริการสาธารณสุข

หลังวันพ่น

  • รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศก่อนพาผู้ป่วยเข้าห้อง
  • ปูผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่ซักใหม่
  • วางเจลล้างมือข้างเตียงสำหรับผู้ดูแลและผู้มาเยี่ยม
  • เช็ดราวเตียงและราวจับห้องน้ำเป็นประจำ
  • สังเกตอาการผู้ป่วย เช่น ไข้ ซึม ท้องเสีย ปัสสาวะผิดปกติ หรือแผลแดง และติดต่อแพทย์ทันทีหากพบ
  • ผู้ดูแลที่ลุยน้ำแล้วมีไข้หรือปวดน่อง ควรไปพบแพทย์เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ในราชบุรี

ผู้ป่วยติดเตียงย้ายออกไม่ได้ จะพ่นห้องอื่นก่อนได้หรือไม่

สามารถวางแผนเป็นโซน โดยพ่นห้องอื่นก่อน แต่ผู้ป่วยต้องไม่อยู่ในโซนที่กำลังพ่น และควรอยู่ในห้องที่ปิดแยกและมีอากาศถ่ายเท เมื่อถึงเวลาพ่นห้องของผู้ป่วยเอง ต้องย้ายผู้ป่วยออกชั่วคราว ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายและแจ้งทีมช่างล่วงหน้า

หลังพ่นนานแค่ไหนจึงพาผู้ป่วยกลับเข้าห้องได้

ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้ง สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคปอดหรือภูมิแพ้ ควรเปิดระบายอากาศให้นานขึ้นและปรึกษาแพทย์

พ่นบนที่นอนที่เปียกน้ำแล้วใช้ต่อได้หรือไม่

ไม่ควร ที่นอนที่จมน้ำท่วมควรทิ้ง เพราะน้ำเสียและเชื้อซึมเข้าไปด้านใน การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำให้วัสดุที่เสียหายกลับมาปลอดภัย

น้ำยามีสารตกค้างหรือไม่

บทความนี้ไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้างเลย ทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องการเก็บของ การรอ และการระบายอากาศ และขอเอกสารความปลอดภัยของน้ำยาจากทีมงานได้

WHD เดินทางไปราชบุรีได้หรือไม่

WHD ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และไม่มีสาขาในราชบุรี การให้บริการต่างจังหวัดนัดหมายทางโทรศัพท์หรือ LINE โดยทีมงานจะยืนยันพื้นที่ ค่าเดินทาง และวันที่เดินทางได้ ไม่สามารถรับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียวกับที่ติดต่อได้

ค่าบริการคิดอย่างไร

ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สภาพหน้างาน และระยะทาง ทีมงานเสนอราคาหลังได้รับข้อมูลหรือสำรวจพื้นที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ให้คนที่คุณรักได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ปรึกษาทีม WHD เรื่องพ่นฆ่าเชื้อบ้าน

ล้างบ้านเสร็จแล้ว ให้ทีมช่างช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H ก่อนพาผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงกลับบ้านในราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  • สยามรัฐ: น้ำเอ่อท่วมชุมชน ต.หนองกลางนา อ.เมืองราชบุรี 30 ก.ย. 2569 https://siamrath.co.th/regional/325294
  • เดลินิวส์: สรุปสถานการณ์ ปภ. 5 ต.ค. 2569 https://www.dailynews.co.th/news/6249374/
  • CDC Floods https://www.cdc.gov/floods/
  • WHO Fact sheets https://www.who.int/news-room/fact-sheets
  • กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/
  • กรมอนามัย https://www.anamai.moph.go.th/

#พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียง #พ่นฆ่าเชื้อราชบุรี #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมหนองกลางนา #น้ำท่วมราชบุรี2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง, พ่นฆ่าเชื้อบ้านผู้สูงอายุ, ฆ่าเชื้อบ้านผู้ป่วยติดเตียง, พ่นฆ่าเชื้อราชบุรี, น้ำท่วมหนองกลางนา 2569, น้ำท่วมราชบุรี 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้