พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ราชเทวี 2569: คู่มือเปิดคลินิกย่านศรีอยุธยาและบรรทัดทองอีกครั้งหลังน้ำท่วม ให้ผู้ป่วยมั่นใจและทีมงานปลอดภัย

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ราชเทวี 2569: คู่มือเปิดคลินิกย่านศรีอยุธยาและบรรทัดทองอีกครั้งหลังน้ำท่วม ให้ผู้ป่วยมั่นใจและทีมงานปลอดภัย

พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ราชเทวี 2569: คู่มือเปิดคลินิกย่านศรีอยุธยาและบรรทัดทองอีกครั้งหลังน้ำท่วม ให้ผู้ป่วยมั่นใจและทีมงานปลอดภัย

พ่นฆ่าเชื้อคลินิก ราชเทวี กลายเป็นเรื่องที่เจ้าของคลินิกหลายแห่งต้องคิดจริงจังหลังฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 ทำให้ถนนศรีอยุธยาช่วงวังสวนผักกาดและถนนบรรทัดทองมีน้ำท่วมขัง คลินิกเป็นสถานที่ที่ผู้ป่วย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเดินเข้าออกทุกวัน เมื่อน้ำจากถนนซึ่งปนน้ำเสียและสิ่งสกปรกเคยไหลถึงหน้าร้าน ซึมเข้าพื้น หรือถูกรองเท้าเหยียบพาเข้ามาในห้องรอตรวจ การเช็ดถูตามปกติอาจไม่พอ บทความนี้อธิบายว่าคลินิกในเขตราชเทวีควรเริ่มตรงไหน จุดไหนเสี่ยงที่สุด และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยปิดงานหลังการล้างทำความสะอาดได้อย่างไร

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: เช้าวันที่คลินิกย่านศรีอยุธยาต้องตัดสินใจว่าจะเปิดหรือไม่

คุณหมอนิด (ชื่อสมมติ) เปิดคลินิกเวชกรรมเล็ก ๆ ในตึกแถวย่านถนนศรีอยุธยามาหลายปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นคนทำงานออฟฟิศแถวพญาไท นักศึกษา และผู้สูงอายุในชุมชนใกล้เคียง คืนวันที่ 25 กันยายน ฝนตกหนักไม่หยุด เช้าวันรุ่งขึ้นถนนหน้าคลินิกมีน้ำขัง รถที่วิ่งผ่านซัดน้ำกระเซ็นเข้ามาถึงประตูกระจก พื้นทางเข้าเปียกเป็นคราบ พรมเช็ดเท้าชุ่มน้ำ และกลิ่นท่อระบายน้ำลอยเข้ามาในห้องรอตรวจ

ผู้ช่วยในคลินิกถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไปตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า แต่คุณหมอยังไม่สบายใจ เพราะรู้ดีว่าน้ำที่ท่วมถนนในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด มันไหลผ่านท่อระบายน้ำ เศษขยะ และสิ่งปฏิกูล แล้วผู้ป่วยที่จะมานั่งในห้องรอตรวจวันนี้ก็มีทั้งเด็กที่มีไข้ คุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณตาที่เป็นเบาหวาน คำถามที่วนอยู่ในหัวคือ ถ้าเช็ดแค่นี้แล้วเปิดเลย จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าเก้าอี้ ราวจับ ลูกบิดประตู และห้องน้ำปลอดภัยพอ

เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่เจ้าของสถานพยาบาลขนาดเล็กพบบ่อยหลังน้ำท่วมในเมือง ไม่ได้อ้างถึงคลินิกจริงแห่งใด แต่สะท้อนโจทย์เดียวกันของคลินิกทั่วเขตราชเทวี ทั้งคลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกเด็ก และคลินิกความงาม ที่ต้องกลับมาให้บริการอย่างรวดเร็วโดยไม่ลดมาตรฐานความสะอาด

น้ำท่วมราชเทวี 2569: ถนนศรีอยุธยา บรรทัดทอง และ 4 แขวงที่ได้รับผลกระทบ

ข้อมูลในส่วนนี้มาจากรายงานข่าวและประกาศของหน่วยงานรัฐ ซึ่งตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดก่อนวางแผน

  • ภาพรวมกรุงเทพฯ: ตามรายงานของไทยพีบีเอส ช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 ฝนสะสมในกรุงเทพฯ เกิน 300 มิลลิเมตรภายในราว 48 ชั่วโมง และวันที่ 26 กันยายน ทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย
  • ถนนศรีอยุธยา: ไทยพีบีเอสรายงานว่าวันที่ 26 กันยายน 2569 ถนนศรีอยุธยามีน้ำท่วมขังสูง 13.9 เซนติเมตร โดยน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่เวลา 22.55 น. ของคืนวันที่ 25 กันยายน
  • 4 แขวงในเขตราชเทวี: วันที่ 29 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศให้แขวงถนนเพชรบุรี แขวงถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท และแขวงมักกะสัน เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามรายงานของไทยพีบีเอส
  • สถานการณ์ล่าสุด: กรุงเทพธุรกิจรายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าถนนศรีอยุธยาและถนนบรรทัดทองยังมีน้ำขังเล็กน้อย
  • ระดับประเทศ: ตามข้อมูลของ ปภ. ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์รายงาน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดรวมกรุงเทพฯ รวม 1,270,151 ครัวเรือน

แม้ระดับน้ำบนถนนศรีอยุธยาจะไม่สูงเท่าบางพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แต่สำหรับคลินิกที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของตึกแถว น้ำเพียงสิบกว่าเซนติเมตรก็พอจะไหลเข้าทางประตูหน้า ซึมเข้าใต้ตู้ ไหลย้อนจากท่อระบายน้ำในห้องน้ำ หรือถูกล้อรถเข็นและรองเท้าพาเข้ามาได้ ยิ่งน้ำขังอยู่หลายวัน ความชื้นในอาคารก็ยิ่งสูงและเปิดโอกาสให้เชื้อราเติบโต

ทำไมคลินิกในราชเทวีต้องคิดเรื่องพ่นฆ่าเชื้อคลินิกมากกว่าร้านค้าทั่วไป

คลินิกต่างจากอาคารทั่วไปตรงที่ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ไม่ได้แข็งแรงเต็มที่ คนที่เดินเข้าคลินิกมักมาด้วยอาการไข้ ไอ ท้องเสีย มีแผล หรือมีโรคประจำตัว เมื่อคนกลุ่มนี้มานั่งรวมกันในห้องรอตรวจที่มีพื้นที่จำกัด เชื้อโรคจากน้ำท่วมกับเชื้อโรคที่ผู้ป่วยนำมาเองจึงอาจมาบรรจบกันในที่เดียว

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษในคลินิกหลังน้ำท่วม ได้แก่

  • เด็กเล็ก: ชอบจับทุกอย่าง นั่งเล่นบนพื้น และเอามือเข้าปาก ทำให้เสี่ยงรับเชื้อจากพื้นผิวมากกว่าผู้ใหญ่
  • ผู้สูงอายุ: ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย หลายคนมีโรคประจำตัว ต้องจับราวและพนักเก้าอี้เพื่อพยุงตัว
  • หญิงตั้งครรภ์: ควรหลีกเลี่ยงการติดเชื้อทางเดินอาหารและการสัมผัสสิ่งปนเปื้อน
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง: เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งติดเชื้อง่ายและหายช้ากว่าคนทั่วไป
  • ผู้ที่มีแผลเปิด: เช่น ผู้ป่วยที่มาทำแผล ตัดไหม หรือมีแผลจากการลุยน้ำ
  • บุคลากรในคลินิก: แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วย และพนักงานต้อนรับ ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยและพื้นผิวต่าง ๆ ตลอดวัน

นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว คลินิกยังมีเรื่องความน่าเชื่อถือ ผู้ป่วยเลือกคลินิกเพราะเชื่อว่าที่นี่สะอาดและปลอดภัย หากผู้ป่วยเดินเข้ามาแล้วเห็นคราบน้ำบนพื้น ได้กลิ่นอับ หรือเห็นจุดดำบนผนัง ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที และอาจบอกต่อกันในชุมชนหรือโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว สถานพยาบาลยังต้องรักษามาตรฐานตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดด้วย การวางแผนพ่นฆ่าเชื้อคลินิกอย่างเป็นระบบหลังน้ำท่วมจึงเป็นทั้งเรื่องสุขภาพ ธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่มากับน้ำท่วมและอาจค้างอยู่ในคลินิก

น้ำท่วมในเมืองมักปนน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ เศษขยะ และสิ่งปฏิกูล เมื่อน้ำลดลง เชื้อโรคบางส่วนจะค้างอยู่ตามคราบโคลน พื้นผิว และวัสดุที่ดูดซับน้ำ ต่อไปนี้คือกลุ่มเชื้อที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) และกรมควบคุมโรคกล่าวถึงบ่อยเมื่อพูดถึงความเสี่ยงหลังน้ำท่วม

  • แบคทีเรียจากลำไส้และน้ำเสีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella): มาจากอุจจาระของคนและสัตว์ที่ปนในน้ำเสีย หากติดมือแล้วเข้าปาก อาจทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • เลปโตสไปรา (Leptospira) หรือเชื้อโรคฉี่หนู: อยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปนในน้ำท่วมและดินโคลน เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือเยื่อบุ ทำให้เกิดโรคเลปโตสไปโรซิส มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ใครที่ลุยน้ำแล้วมีอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ทันที
  • ไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus): ติดต่อง่ายผ่านมือและพื้นผิว ทำให้ท้องเสียและอาเจียน พบบ่อยในเด็ก
  • ไวรัสทางเดินหายใจและโรคในเด็ก เช่น ไวรัส RSV และไวรัสโรคมือเท้าปาก: ไม่ได้มาจากน้ำท่วมโดยตรง แต่ช่วงหลังน้ำท่วมคนมักอยู่รวมกันแออัดและอากาศชื้น เมื่อผู้ป่วยเด็กมาที่คลินิก เชื้อเหล่านี้อาจติดอยู่บนของเล่น เก้าอี้ และเคาน์เตอร์
  • เชื้อราและราดำ: เติบโตบนวัสดุที่เปียกน้ำนานเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เช่น ผนังยิปซัม พรม ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก่อให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืด

ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ใช้ในบริการพ่นฆ่าเชื้อ ระบุว่าครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น โควิด-19 (SARS-CoV-2) ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว เช่น อีโคไล เลปโตสไปรา หรือโรตาไวรัส บทความนี้ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ แต่เชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียหรือไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม หากคลินิกต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

จุดเสี่ยงในคลินิกที่ต้องให้ความสำคัญเมื่อพ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม

คลินิกแต่ละแห่งมีผังไม่เหมือนกัน แต่จุดที่มือของผู้ป่วยและบุคลากรสัมผัสบ่อย หรือจุดที่น้ำเคยไหลผ่าน มักคล้ายกัน ก่อนจ้างทีมพ่นฆ่าเชื้อ ลองเดินสำรวจคลินิกตามรายการนี้

ทางเข้าและห้องรอตรวจ

ประตูกระจก มือจับประตู พรมเช็ดเท้า พื้นบริเวณทางเข้า เก้าอี้นั่งรอ โดยเฉพาะขาเก้าอี้และส่วนที่ติดพื้น ราวจับสำหรับผู้สูงอายุ ทางลาดสำหรับรถเข็น ตู้กดน้ำ จุดเจลล้างมือ และมุมของเล่นเด็ก จุดเหล่านี้เป็นทั้งทางผ่านของน้ำและจุดที่ผู้ป่วยหลายคนสัมผัสต่อเนื่องทั้งวัน

เคาน์เตอร์ต้อนรับและจุดชำระเงิน

เคาน์เตอร์ ปากกาที่ผู้ป่วยใช้เซ็นชื่อ เครื่องรูดบัตร แท็บเล็ตลงทะเบียน โทรศัพท์ และถาดรับเงิน ล้วนเป็นพื้นผิวที่ถูกสัมผัสหลายร้อยครั้งต่อวัน

ห้องตรวจและห้องหัตถการ

เตียงตรวจ เก้าอี้แพทย์ โต๊ะทำงาน สวิตช์ไฟ ลิ้นชัก รถเข็นอุปกรณ์ อ่างล้างมือ และพื้นใต้เตียงซึ่งเป็นจุดที่ไม้ถูพื้นมักเข้าไม่ถึง อุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือที่ต้องปราศจากเชื้อต้องทำตามขั้นตอนทำให้ปราศจากเชื้อของคลินิกเองและคำแนะนำของผู้ผลิต การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ได้ทดแทนขั้นตอนนี้

ห้องน้ำและท่อระบายน้ำ

ห้องน้ำชั้นล่างมักเป็นจุดแรกที่น้ำเสียไหลย้อนขึ้นมาเมื่อท่อสาธารณะเต็ม ฝาชักโครก ที่กดน้ำ ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ ถังขยะ และตะแกรงท่อระบายน้ำบนพื้นเป็นจุดที่ต้องล้างและฆ่าเชื้ออย่างละเอียด

ห้องเก็บยา ห้องเก็บเอกสาร และพื้นที่หลังร้าน

ชั้นวางยาที่อยู่ใกล้พื้น กล่องกระดาษที่ดูดน้ำ ตู้เก็บแฟ้มประวัติผู้ป่วย ห้องพักพนักงาน และห้องเก็บของด้านหลัง ซึ่งมักอับชื้นและไม่มีคนเข้าไปตรวจบ่อย ยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องพิจารณาตามแนวทางของผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลก่อนใช้ ไม่ควรนำมาใช้ต่อเพียงเพราะเช็ดภายนอกแล้ว

ระบบปรับอากาศและผนัง

แผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ช่องลม ผนังส่วนล่างที่เคยเปียก ขอบบัว และฝ้าเพดานที่อาจมีคราบรั่วซึม ล้วนเป็นแหล่งของเชื้อราและกลิ่นอับที่ต้องตรวจสอบ

ผลกระทบถ้าคลินิกเปิดเร็วเกินไปโดยไม่ฆ่าเชื้อให้ทั่ว

ด้านสุขภาพ: ผู้ป่วยที่มาเพราะเป็นไข้หวัดอาจกลับบ้านพร้อมอาการท้องเสีย เด็กที่มาฉีดวัคซีนอาจสัมผัสเชื้อจากพื้นที่เล่นที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ บุคลากรอาจป่วยและต้องหยุดงานในช่วงที่คลินิกต้องการคนมากที่สุด

ด้านการเงิน: คลินิกที่ต้องปิดซ้ำเพราะพบเชื้อราลุกลาม หรือมีกลิ่นอับจนผู้ป่วยร้องเรียน จะเสียรายได้มากกว่าการลงทุนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น อุปกรณ์อย่างเก้าอี้หนังหรือเตียงตรวจที่ขึ้นราก็อาจต้องเปลี่ยนใหม่

ด้านเวลา: การทำความสะอาดแบบไม่มีแผน ทำไปแก้ไป มักใช้เวลานานกว่าการสำรวจ แบ่งโซน แล้วทำตามลำดับ

ด้านชื่อเสียง: รีวิวเชิงลบเพียงไม่กี่ข้อเรื่องความสะอาดหลังน้ำท่วมอาจทำให้ผู้ป่วยใหม่ลังเล ในขณะที่คลินิกที่แจ้งผู้ป่วยอย่างโปร่งใสว่าได้ทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว จะสร้างความมั่นใจได้มากกว่า

ด้านทีมงาน: พนักงานที่ต้องล้างคราบน้ำเสียเองโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมมีความเสี่ยง และเหนื่อยล้าจนกระทบการบริการผู้ป่วย

ทำไมการเช็ดถูแบบเดิมจึงไม่พอสำหรับคลินิกหลังน้ำท่วม

คลินิกส่วนใหญ่มีขั้นตอนทำความสะอาดประจำวันอยู่แล้ว แต่สถานการณ์หลังน้ำท่วมไม่ใช่วันปกติ วิธีที่ใช้ได้ดีในวันธรรมดาอาจมีช่องโหว่เมื่อเจอคราบน้ำเสีย

  • ถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นทั่วไป: น้ำยาถูพื้นหลายชนิดเน้นความสะอาดและกลิ่นหอม ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อจากน้ำเสีย และไม้ถูพื้นผืนเดียวที่ใช้ทั้งคลินิกอาจลากเชื้อจากทางเข้าไปถึงห้องตรวจ
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวโดยไม่ล้างคราบก่อน: สารฟอกขาวทำงานได้ไม่ดีเมื่อมีคราบโคลนหรือสารอินทรีย์ปกคลุมพื้นผิว และอาจกัดกร่อนโลหะหรือทำให้วัสดุบางอย่างเสียหาย การผสมผิดสัดส่วนหรือผสมกับน้ำยาชนิดอื่นยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้
  • เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: ใต้เตียงตรวจ หลังตู้ ขาเก้าอี้ และมุมห้องน้ำ เป็นจุดที่เชื้อซ่อนอยู่แต่มักถูกข้าม
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุของกลิ่นอับ เช่น เชื้อราหรือคราบน้ำเสียที่ซึมในวัสดุ
  • เปิดแอร์ให้แห้ง: ลดความชื้นในอากาศได้บ้าง แต่ถ้าแผ่นกรองหรือคอยล์เย็นมีเชื้อรา การเปิดแอร์อาจกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง
  • ทาสีทับรอยด่าง: ทำให้ผนังดูใหม่ แต่ถ้าวัสดุข้างในยังชื้นหรือมีเชื้อรา คราบจะกลับมาอีก

WHO และ CDC แนะนำหลักการเดียวกันคือ ต้องทำความสะอาดคราบสกปรกออกก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม และทำให้แห้งโดยเร็วเพื่อจำกัดเชื้อรา การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างที่ใช้น้ำยาเฉพาะทางจึงเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยให้การฆ่าเชื้อทั่วถึงขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการล้าง

บริการพ่นฆ่าเชื้อคลินิกโดย WHD: ปิดงานหลังล้างทำความสะอาดคลินิกในราชเทวี

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าของบริษัทมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย บริษัทตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เขตบางแค การเดินทางมาให้บริการคลินิกในเขตราชเทวีจึงนัดหมายได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE โดยทีมงานจะยืนยันวันเวลาตามคิวงานจริง

ตามข้อมูลบริการ จุดเด่นของบริการมีดังนี้

  • ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ให้ละอองน้ำยาเข้าถึงพื้นผิวและซอกมุม
  • ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
  • หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก ด้วยประสิทธิภาพ 99.99%
  • หน้าบริการแสดงการรับรองและการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  • หลังพ่นรอประมาณ 30 นาทีตามขั้นตอนของบริการ แล้วจึงกลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ โดยให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก
  • โปรโมชันตามหน้าบริการ ได้แก่ ขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรีเมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับคลินิกที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

ความแม่นยำที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนการล้างโคลน การทิ้งวัสดุที่เสียหาย หรือการทำให้อาคารแห้ง และไม่ควรกล่าวว่าไม่มีสารตกค้างเลย ระหว่างพ่นต้องไม่มีผู้ป่วย บุคลากร หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซนที่พ่น และต้องรอกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างกำหนด

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อคลินิก ราชเทวี ตั้งแต่สำรวจจนเปิดรับผู้ป่วย

  1. ติดต่อและส่งข้อมูลเบื้องต้น: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ส่งรูปถ่ายคลินิก ขนาดพื้นที่โดยประมาณ จำนวนห้อง และจุดที่น้ำเคยเข้า ทีมงานจะประเมินและนัดวันที่เหมาะสม
  2. สำรวจและแบ่งโซน: แยกโซนสาธารณะ เช่น ทางเข้าและห้องรอตรวจ ออกจากโซนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น ห้องหัตถการ ห้องเก็บยา และพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  3. ล้างโคลนและคราบก่อน: คลินิกควรขนโคลน ล้างพื้น เช็ดคราบ ทิ้งวัสดุที่ดูดน้ำจนเสียหาย เช่น พรมหรือกล่องกระดาษ และเปิดให้อากาศถ่ายเท ก่อนวันพ่น
  4. เตรียมพื้นที่: เก็บยา เวชภัณฑ์ อาหาร และเอกสารสำคัญเข้าตู้ปิด คลุมหรือย้ายอุปกรณ์การแพทย์และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ช่างแนะนำ ปิดเครื่องปรับอากาศหากช่างขอ
  5. ให้ทุกคนออกจากโซนที่พ่น: ผู้ป่วย บุคลากร และสัตว์เลี้ยงต้องไม่อยู่ในพื้นที่ระหว่างพ่น
  6. ช่างพ่นและพ่นหมอก ULV: พ่นตามลำดับจากจุดที่สะอาดกว่าไปจุดที่ปนเปื้อนมากกว่า เน้นพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยและจุดที่น้ำเคยผ่าน
  7. รอและกลับเข้าพื้นที่: รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ แล้วเปิดระบายอากาศก่อนเริ่มให้บริการ
  8. ดูแลต่อเนื่อง: ใช้สเปรย์ CHEMGENE ที่ได้รับเป็นของแถมเช็ดจุดสัมผัสบ่อยระหว่างวัน และวางแผนพ่นซ้ำหากมีฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขังอีก

สำหรับคลินิกที่ต้องการเปิดให้บริการให้เร็วที่สุด การนัดพ่นหลังปิดทำการตอนเย็นหรือในวันหยุดเป็นทางเลือกที่ช่วยไม่ให้กระทบตารางนัดผู้ป่วย ทั้งนี้วันเวลาที่ทำได้ขึ้นอยู่กับคิวงานจริงของทีม ไม่สามารถรับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียวกับที่ติดต่อได้

10 เหตุผลที่คลินิกในราชเทวีควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ผู้ป่วยเป็นกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรได้เข้าห้องรอตรวจที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
  2. น้ำบนถนนศรีอยุธยาและบรรทัดทองปนน้ำเสีย แม้ระดับน้ำไม่สูง แต่ความสกปรกที่มากับน้ำเป็นเรื่องจริง
  3. ละอองหมอก ULV เข้าถึงซอกมุม ใต้เตียงตรวจ หลังตู้ และขาเก้าอี้ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  5. มีเอกสารรับรองที่แสดงต่อผู้ป่วยได้ ช่วยให้คลินิกสื่อสารเรื่องความปลอดภัยได้อย่างมีหลักฐาน
  6. ช่วยลดภาระทีมงาน บุคลากรได้กลับไปดูแลผู้ป่วย แทนที่จะต้องพ่นน้ำยาเองโดยไม่มีอุปกรณ์
  7. กลับมาใช้พื้นที่ได้ไม่นาน ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น เหมาะกับคลินิกที่ต้องการเปิดเร็ว
  8. ลดความเสี่ยงเชื้อราและกลิ่นอับระยะยาว เมื่อทำร่วมกับการทำให้แห้งและการเปลี่ยนวัสดุที่เสียหาย
  9. สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว คลินิกสามารถแจ้งผู้ป่วยได้ว่าผ่านการ พ่นฆ่าเชื้อคลินิก หลังน้ำท่วมแล้ว
  10. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกต่อการบันทึกค่าใช้จ่ายของคลินิกที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อคลินิก: ภาพที่เจ้าของคลินิกจะเห็น

ก่อน

  • คราบน้ำแห้งเป็นเส้นตามพื้นทางเข้าและขาเก้าอี้
  • กลิ่นท่อและกลิ่นอับในห้องรอตรวจ
  • ห้องน้ำชั้นล่างมีคราบจากน้ำไหลย้อน
  • ทีมงานไม่แน่ใจว่าเช็ดครบทุกจุดหรือไม่
  • ผู้ป่วยถามว่าคลินิกปลอดภัยแล้วหรือยัง

หลัง

  • ล้างคราบแล้วพ่นฆ่าเชื้อทั่วทุกโซนตามแผน
  • อากาศถ่ายเท กลิ่นอับลดลงเมื่อแก้ที่ต้นเหตุ
  • ห้องน้ำและท่อระบายน้ำผ่านการล้างและฆ่าเชื้อ
  • มีขั้นตอนชัดเจนที่ทีมงานอธิบายต่อได้
  • คลินิกแจ้งผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ

กรณีตัวอย่าง: คลินิกทันตกรรมในตึกแถวใกล้ถนนบรรทัดทอง

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่เรียบเรียงเพื่ออธิบายขั้นตอน คุณแพร (ชื่อสมมติ) ผู้จัดการคลินิกทันตกรรมขนาดสามยูนิตในตึกแถวย่านบรรทัดทอง พบว่าหลังฝนตกหนัก น้ำขังหน้าร้านหลายชั่วโมง และมีน้ำซึมเข้าใต้ประตูถึงห้องรอตรวจ พรมผืนใหญ่เปียกทั้งผืน ห้องน้ำชั้นล่างมีกลิ่นท่อ

สิ่งที่คุณแพรทำคือ ปิดคลินิกหนึ่งวัน ให้ทีมงานยกพรมออกไปทิ้ง ล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด เปิดพัดลมและประตูหลังให้อากาศถ่ายเท แล้วติดต่อ WHD ทาง LINE พร้อมส่งรูปผังคลินิก ทีมงานแนะนำให้แยกห้องทำฟันที่มีเครื่องมือและยูนิตทำฟันออกเป็นโซนพิเศษ คลุมอุปกรณ์ตามคำแนะนำ และให้คลินิกจัดการเครื่องมือทันตกรรมด้วยระบบทำให้ปราศจากเชื้อของคลินิกเองตามปกติ

วันพ่น ทีมงานคลินิกออกจากอาคารทั้งหมด ช่างพ่นห้องรอตรวจ เคาน์เตอร์ ห้องน้ำ และทางเดินหลังร้าน รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ แล้วคลินิกจึงกลับมาเตรียมเปิดในวันรุ่งขึ้น คุณแพรติดป้ายแจ้งผู้ป่วยว่าคลินิกล้างทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแล้ว และให้ผู้ป่วยล้างมือด้วยเจลก่อนเข้าห้องทำฟัน นี่คือตัวอย่างของการทำตามลำดับ ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกแห่ง

เช็กลิสต์คลินิกหลังน้ำท่วม ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนวันพ่น

  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐานสำหรับประกันภัยหรือการขอรับความช่วยเหลือ
  • ตัดไฟส่วนที่เคยโดนน้ำและให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากเมื่อล้างคราบน้ำเสีย
  • ขนโคลน ล้างพื้น ผนังส่วนล่าง และห้องน้ำให้สะอาด
  • ทิ้งพรม กล่องกระดาษ และวัสดุดูดน้ำที่เสียหาย
  • แยกยาและเวชภัณฑ์ที่สัมผัสน้ำออก แล้วพิจารณาตามแนวทางของผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับ
  • เก็บเอกสารประวัติผู้ป่วยในที่แห้งและปลอดภัย
  • ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ
  • แจ้งผู้ป่วยที่มีนัดเรื่องการเลื่อนนัดหรือเวลาเปิดใหม่

หลังวันพ่น

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • วางจุดเจลล้างมือที่ทางเข้า เคาน์เตอร์ และหน้าห้องตรวจ
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยซ้ำระหว่างวัน โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ป่วยหนาแน่น
  • สังเกตคราบเชื้อราหรือกลิ่นอับที่กลับมา โดยเฉพาะผนังส่วนล่างและฝ้า
  • บันทึกวันที่ทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อไว้ในระบบเอกสารของคลินิก
  • บุคลากรที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องเสีย ควรไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วมในราชเทวี

คลินิกที่น้ำท่วมแค่หน้าร้าน ต้องพ่นฆ่าเชื้อด้วยหรือไม่

แม้น้ำไม่ได้ท่วมเข้าทั้งคลินิก แต่น้ำที่ซัดถึงประตูและรองเท้าที่เปียกน้ำจากถนนสามารถพาความสกปรกเข้ามาได้ หากคลินิกรับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง การล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อบริเวณทางเข้า ห้องรอตรวจ และห้องน้ำเป็นการป้องกันที่คุ้มค่า

พ่นแล้วผู้ป่วยเข้าได้เลยหรือไม่

ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก และควรเปิดระบายอากาศก่อนเปิดรับผู้ป่วย

การพ่นฆ่าเชื้อแทนการทำให้เครื่องมือแพทย์ปราศจากเชื้อได้หรือไม่

ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการฆ่าเชื้อพื้นผิวในอาคาร เครื่องมือแพทย์และทันตกรรมต้องผ่านขั้นตอนทำให้ปราศจากเชื้อตามมาตรฐานของคลินิกและคำแนะนำของผู้ผลิตเสมอ

น้ำยาที่ใช้มีสารตกค้างหรือไม่

บทความนี้ไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้างเลย น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H ซึ่งมีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride คลินิกควรทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องการเก็บของ การรอ และการระบายอากาศ หากมีคำถามเรื่องเอกสารความปลอดภัยของน้ำยา สามารถขอข้อมูลจากทีมงานได้

ฆ่าเชื้อโรคฉี่หนูหรืออีโคไลได้หรือไม่

เชื้อทั้งสองไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าบริการระบุไว้โดยตรง แต่จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถาม WHD ได้ และหากใครลุยน้ำแล้วมีไข้หรือปวดน่อง ควรไปพบแพทย์

ค่าบริการพ่นฆ่าเชื้อคลินิกคิดอย่างไร

ราคาขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สภาพหน้างาน และการเดินทาง ทีมงานจะประเมินและเสนอราคาหลังได้รับข้อมูลหรือสำรวจพื้นที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ควรพ่นซ้ำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากมีฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขังซ้ำ หรือมีผู้ป่วยโรคติดต่อจำนวนมากในช่วงหนึ่ง คลินิกอาจพิจารณาพ่นซ้ำ ระหว่างนั้นควรเช็ดจุดสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ

พร้อมเปิดคลินิกอีกครั้งอย่างมั่นใจ ให้ทีม WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อคลินิก

ล้างคราบเสร็จแล้ว ให้ทีมช่างช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H ก่อนเปิดรับผู้ป่วยในเขตราชเทวีและพื้นที่ใกล้เคียง

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  • ไทยพีบีเอส: ระดับน้ำถนนศรีอยุธยา 26 ก.ย. 2569 https://www.thaipbs.or.th/news/content/558585
  • ไทยพีบีเอส: ปภ.ประกาศเขตช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 29 ก.ย. 2569 https://www.thaipbs.or.th/news/content/558867
  • กรุงเทพธุรกิจ: สถานการณ์น้ำขัง 6 ต.ค. 2569 https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1255145
  • ไทยพีบีเอส: ฝนสะสมและการประกาศพื้นที่ประสบภัย กทม. https://www.thaipbs.or.th/news/content/558661
  • เดลินิวส์: สรุปสถานการณ์ ปภ. 5 ต.ค. 2569 https://www.dailynews.co.th/news/6249374/
  • WHO Fact sheets https://www.who.int/news-room/fact-sheets
  • CDC Floods https://www.cdc.gov/floods/
  • กรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/

#พ่นฆ่าเชื้อคลินิก #พ่นฆ่าเชื้อราชเทวี #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมศรีอยุธยา #พ่นฆ่าเชื้อ #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อคลินิก, พ่นฆ่าเชื้อคลินิกราชเทวี, พ่นฆ่าเชื้อราชเทวี, น้ำท่วมศรีอยุธยา 2569, น้ำท่วมบรรทัดทอง, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อสถานพยาบาล, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้