พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หล่มสัก 2569: คู่มือฟื้นห้องเรียนเด็กปฐมวัยหลังน้ำป่าและแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง ให้พร้อมรับลูกหลานกลับมาอย่างปลอดภัย

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โควิด-19

พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หล่มสัก 2569: คู่มือฟื้นห้องเรียนเด็กปฐมวัยหลังน้ำป่าและแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง ให้พร้อมรับลูกหลานกลับมาอย่างปลอดภัย

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคือบ้านหลังที่สองของเด็กวัยสองถึงห้าขวบในหลายตำบล เมื่อน้ำป่าไหลหลากและแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่งในตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเดือนกันยายน 2569 พ่อแม่และครูผู้ดูแลเด็กต่างมีคำถามเดียวกันว่า ห้องที่ลูกหลานนอนกลางวัน กินข้าว และคลานเล่นบนพื้นทุกวัน จะกลับมาปลอดภัยได้อย่างไร บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับผู้ที่กำลังมองหา พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หล่มสัก เพื่อเตรียมอาคารให้พร้อมก่อนเปิดรับเด็กอีกครั้ง เราจะพาไปดูว่าเด็กเล็กเสี่ยงกว่าผู้ใหญ่อย่างไร จุดไหนในศูนย์ที่เชื้อโรคชอบหลบซ่อน ทำไมการล้างถูแบบเดิมยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน หลังจากที่ขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: เช้าวันที่ครูอ้อยไขกุญแจห้องนอนกลางวัน

เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่ศูนย์ดูแลเด็กในพื้นที่ริมน้ำมักเจอหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริงหรือศูนย์ใดศูนย์หนึ่งโดยเฉพาะ ครูอ้อยเป็นครูผู้ดูแลเด็กมาเกือบสิบปี ศูนย์ของเธอเป็นอาคารชั้นเดียว มีห้องเรียนรวมที่ใช้เป็นห้องนอนกลางวันด้วย มีมุมของเล่น มุมหนังสือ ห้องน้ำขนาดเล็กที่ทำโถส้วมและอ่างล้างมือเตี้ยให้พอดีกับเด็ก ครัวเล็ก ๆ สำหรับเตรียมอาหารกลางวันและนม และสนามเด็กเล่นด้านหลังที่มีชิงช้า กระดานลื่น และบ่อทราย เด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานของครอบครัวในชุมชนใกล้แม่น้ำ

คืนที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง ครูอ้อยได้ข่าวจากกลุ่มไลน์ของชุมชนว่าน้ำป่ากำลังไหลมาอีกระลอก เธอกับภารโรงรีบยกเบาะนอน หมอน และกล่องของเล่นขึ้นวางบนโต๊ะ ย้ายแฟ้มประวัติเด็กขึ้นชั้นวางสูงสุด และถอดปลั๊กพัดลมกับตู้เย็นในครัว แต่เมื่อน้ำมาจริง ระดับน้ำขึ้นเร็วกว่าที่คิด น้ำสีขุ่นไหลเข้าห้องเรียน ท่วมขาโต๊ะ ท่วมชั้นวางของเล่นชั้นล่าง และไหลเข้าห้องน้ำจนท่อระบายน้ำดันกลับ

เมื่อน้ำลดและเธอกลับมาเปิดประตูอีกครั้ง ภาพที่เห็นทำให้ใจหาย พื้นห้องเคลือบด้วยโคลนบาง ๆ แผ่นยางรองคลานที่ต่อกันเป็นจิ๊กซอว์มีน้ำขังอยู่ใต้แผ่น เบาะนอนที่วางบนโต๊ะบางใบยังเปียกเพราะน้ำขึ้นสูงกว่าที่คาด ผนังมีเส้นคราบน้ำสูงราวเข่าผู้ใหญ่ ซึ่งก็คือระดับสายตาของเด็กเล็กพอดี ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นจากท่อ บ่อทรายในสนามกลายเป็นบ่อโคลน และกลิ่นอับชื้นเริ่มลอยมาจากมุมห้อง

ไม่กี่วันต่อมา ผู้ปกครองเริ่มโทรมาถามว่าศูนย์จะเปิดเมื่อไร เพราะต้องกลับไปทำงานซ่อมบ้านและทำสวน บางคนถามตรง ๆ ว่า ลูกจะไม่ป่วยใช่ไหม ครูอ้อยรู้ดีว่าเด็กเล็กเอามือเข้าปากตลอดเวลา นอนบนพื้น และเล่นของเล่นชิ้นเดียวกันทั้งห้อง หากเปิดศูนย์เร็วเกินไปโดยที่อาคารยังไม่สะอาดจริง เด็กหนึ่งคนที่ป่วยอาจทำให้เด็กทั้งห้องป่วยตาม นี่คือเหตุผลที่ผู้บริหารท้องถิ่นและครูจำนวนมากค้นหาคำว่า พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทันทีที่น้ำลด

น้ำท่วมหล่มสัก เพชรบูรณ์ 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ฝนตกหนักข้ามคืนทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นระลอกที่ 3 ระดับแม่น้ำป่าสักขึ้นสูงถึง 8.56 เมตร เกินตลิ่ง 26 เซนติเมตร น้ำท่วมบ้านเรือนในชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนวัดทุ่งสมุทร และชุมชนบ้านไร่ รวมราว 300 ครัวเรือน

ในภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่รายงานโดยเดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควรติดตามประกาศของจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดควบคู่กันไป

สิ่งที่ควรสังเกตคือคำว่า ระลอกที่ 3 ซึ่งหมายความว่าชุมชนริมน้ำในหล่มสักเจอน้ำมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงเวลาไม่นาน อาคารที่เปียกซ้ำหลายรอบจะแห้งช้ากว่าปกติ ผนังและพื้นอมความชื้นสะสม เชื้อราจึงมีโอกาสเติบโตได้ง่ายขึ้น โคลนที่ทับถมแต่ละรอบก็พาสิ่งปนเปื้อนชุดใหม่เข้ามาด้วย การฟื้นฟูศูนย์เด็กเล็กหลังน้ำท่วมแบบนี้จึงต้องละเอียดกว่าการทำความสะอาดหลังฝนตกธรรมดา

ทำไมศูนย์เด็กเล็กในหล่มสักต้องพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หลังน้ำลด

น้ำที่ไหลเข้าศูนย์เด็กเล็กไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำป่าที่พัดผ่านไร่ สวน คอกสัตว์ บ่อเกรอะ และกองขยะ ก่อนจะรวมกับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ล้นตลิ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ให้คำแนะนำตรงกันว่า น้ำท่วมอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและมูลสัตว์ พื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ และวัสดุดูดซับน้ำที่ล้างไม่ได้ควรทิ้ง

สำหรับศูนย์เด็กเล็ก ความเสี่ยงสูงกว่าบ้านทั่วไปด้วยเหตุผลสามข้อ ข้อแรก ผู้ใช้อาคารคือเด็กอายุน้อยที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ข้อสอง พฤติกรรมของเด็กวัยนี้คือคลาน นั่งพื้น นอนพื้น ดูดนิ้ว และเอาของเล่นเข้าปาก ทำให้ระยะห่างระหว่างพื้นผิวที่ปนเปื้อนกับปากของเด็กแทบเป็นศูนย์ ข้อสาม เด็กจำนวนมากใช้พื้นที่เดียวกันทั้งวัน เมื่อเด็กคนหนึ่งติดเชื้อ เชื้อจึงแพร่ต่อไปยังเพื่อนในห้องได้รวดเร็ว และอาจลามกลับไปถึงพี่น้องและผู้สูงอายุที่บ้าน

นอกจากนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องดูแลเรื่องสุขอนามัยของอาคาร อาหาร และน้ำดื่มตามแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัด การวางแผนพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างเป็นระบบ พร้อมบันทึกวันที่และขั้นตอนที่ทำ จึงช่วยให้ผู้บริหารตอบคำถามของผู้ปกครองและรายงานต้นสังกัดได้ชัดเจนขึ้น

จุดเสี่ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ต้องใส่ใจก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนจะพูดถึงการพ่น ลองเดินสำรวจศูนย์ด้วยสายตาของเด็กสามขวบ คือก้มลงมาให้ต่ำกว่าระดับเอวของผู้ใหญ่ แล้วจะเห็นว่าจุดที่เด็กสัมผัสมากที่สุดคือจุดที่น้ำท่วมถึงพอดี

  • พื้นห้องเรียนและแผ่นยางรองคลาน แผ่นโฟมหรือแผ่นยางที่ต่อกันมีร่องให้น้ำและโคลนซึมลงไปใต้แผ่น ต้องรื้อออกทุกแผ่นเพื่อล้างทั้งด้านบน ด้านล่าง และพื้นใต้แผ่น
  • เบาะนอน หมอน ผ้าห่ม และมุ้ง ของนุ่มที่ดูดน้ำท่วมเข้าไปในเนื้อใน มักล้างให้สะอาดถึงข้างในไม่ได้ ควรพิจารณาทิ้งและจัดหาใหม่
  • ของเล่น ของเล่นพลาสติกแข็งล้างได้ ของเล่นผ้า ตุ๊กตา และของเล่นไม้ที่บวมน้ำมักต้องทิ้ง ของเล่นที่มีรูหรือช่องด้านใน เช่น ของเล่นบีบมีเสียง น้ำสกปรกอาจค้างอยู่ข้างใน
  • ห้องน้ำเด็กและอ่างล้างมือเตี้ย ท่อที่ดันกลับพาสิ่งปฏิกูลขึ้นมา โถส้วม ฐานโถ ร่องกระเบื้อง และก๊อกน้ำจึงเป็นจุดที่ต้องล้างอย่างละเอียด
  • ครัวและมุมเตรียมนม ภาชนะ ขวดนม แก้วน้ำ ช้อน ถาดหลุม เคาน์เตอร์ และตู้เย็น ทุกอย่างที่สัมผัสอาหารและปากเด็กต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อาหารที่โดนน้ำท่วมต้องทิ้งทั้งหมด
  • ชั้นวางของเล่น ตู้ล็อกเกอร์ และโต๊ะเตี้ย ขาโต๊ะ มุมตู้ และขอบชั้นที่เด็กจับเป็นประจำ คราบโคลนมักติดอยู่ตามซอกมุม
  • ผนังช่วงล่างและวอลเปเปอร์รูปการ์ตูน ผนังที่อมน้ำและมีภาพตกแต่งติดอยู่อาจซ่อนเชื้อราไว้ด้านหลัง
  • ลูกบิดประตู ราวจับ และสวิตช์ไฟ จุดที่มือของผู้ใหญ่และเด็กสัมผัสซ้ำทุกวัน
  • สนามเด็กเล่นและบ่อทราย ทรายที่โดนน้ำท่วมปนเปื้อนโคลนและสิ่งปฏิกูล ควรตักทิ้งและเปลี่ยนใหม่ ส่วนเครื่องเล่นต้องล้างก่อนให้เด็กกลับไปเล่น
  • เครื่องปรับอากาศและพัดลม หากน้ำหรือความชื้นเข้าไป อาจเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อรา ควรให้ช่างตรวจและล้างก่อนเปิดใช้

เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ที่มากับน้ำท่วมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

น้ำท่วมไม่ได้พาเชื้อโรคมาเพียงชนิดเดียว แต่พามาเป็นกลุ่ม ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อให้ครูและผู้ปกครองเข้าใจความเสี่ยง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากเด็กมีอาการผิดปกติต้องพาไปพบแพทย์

  • แบคทีเรียจากอุจจาระและน้ำเสีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) มากับน้ำจากบ่อเกรอะและท่อระบายน้ำ เมื่อเด็กเอามือที่สัมผัสพื้นหรือของเล่นปนเปื้อนเข้าปาก อาจทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ เด็กเล็กเสียน้ำได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ จึงต้องสังเกตอาการใกล้ชิด
  • ไวรัสลงกระเพาะ เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัส แพร่ง่ายในกลุ่มเด็กที่อยู่รวมกัน ติดผ่านมือ ภาชนะ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน ทำให้อาเจียนและถ่ายเหลว
  • ไวรัสโรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่ครูศูนย์เด็กเล็กรู้จักดี ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก และอุจจาระ แพร่ผ่านของเล่นและพื้นผิวที่เด็กใช้ร่วมกัน ช่วงหลังน้ำท่วมที่อาคารชื้นและเด็กกลับมาอยู่รวมกัน จึงเป็นช่วงที่ควรระวัง
  • ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อยในเด็กเล็ก ติดผ่านละอองและมือที่สัมผัสพื้นผิว อาการเริ่มจากหวัด แต่ในเด็กบางคนอาจหายใจลำบาก
  • เชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคฉี่หนู มากับปัสสาวะของหนูและสัตว์ในน้ำท่วมและโคลน เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลและเยื่อบุ ผู้ใหญ่ที่ลุยน้ำขนโคลนในศูนย์ต้องสวมรองเท้าบูทและถุงมือ และหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์
  • เชื้อรา เติบโตบนผนัง ใต้แผ่นยาง หลังตู้ และในเบาะที่ชื้น สปอร์เชื้อราทำให้เด็กที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ คัดจมูก ไอ จาม หรือผื่นคัน

ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ใช้ในการพ่นระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายกลุ่ม โดยรายชื่อที่หน้าเว็บไซต์ระบุไว้ ได้แก่ โควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก โนโรไวรัส และซัลโมเนลลา ส่วนเชื้อชนิดอื่น เช่น อีโคไล โรตาไวรัส หรือเลปโตสไปรา จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียและไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ หากต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงานได้โดยตรง

เด็กกลุ่มไหนเสี่ยงที่สุด และอาการแบบไหนต้องไปพบแพทย์

เด็กทุกคนในศูนย์ควรได้รับการดูแลเท่ากัน แต่มีบางกลุ่มที่ครูควรใส่ใจเป็นพิเศษในช่วงสัปดาห์แรกหลังเปิดศูนย์

  • เด็กอายุน้อยที่สุดในศูนย์ ซึ่งยังคลานและเอาของเข้าปากบ่อย
  • เด็กที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีโรคประจำตัว
  • เด็กที่เพิ่งหายป่วยหรือมีน้ำหนักตัวน้อย
  • เด็กที่บ้านยังถูกน้ำท่วมหรือยังทำความสะอาดไม่เสร็จ เพราะได้รับเชื้อจากทั้งสองที่

สัญญาณที่ครูควรแจ้งผู้ปกครองให้พาเด็กไปพบแพทย์ ได้แก่ มีไข้ ถ่ายเหลวหลายครั้ง อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ซึม ปัสสาวะน้อยลง มีตุ่มหรือแผลในปากร่วมกับผื่นที่มือและเท้า หายใจเร็ว หายใจมีเสียงหวีด หรือมีแผลที่บวมแดงอักเสบ ส่วนผู้ใหญ่ที่ช่วยขนโคลนแล้วมีไข้สูงและปวดน่อง ควรรีบไปโรงพยาบาลและแจ้งแพทย์ว่าเคยลุยน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการลดเชื้อในอาคาร ไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เสมอ

ผลกระทบถ้าเปิดศูนย์เด็กเล็กเร็วเกินไปโดยไม่ฟื้นฟูให้ถูกวิธี

ด้านสุขภาพ เด็กที่ป่วยท้องร่วงหรือเป็นโรคมือเท้าปากต้องหยุดเรียนหลายวัน และอาจทำให้เพื่อนในห้องป่วยตามเป็นกลุ่ม หากเกิดการระบาด ศูนย์อาจต้องปิดซ้ำเพื่อทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด

ด้านครอบครัว พ่อแม่ในชุมชนหล่มสักที่ต้องซ่อมบ้าน ทำสวน หรือกลับไปทำงาน ต้องหยุดงานมาดูแลลูกที่ป่วย ครอบครัวที่เพิ่งเสียรายได้จากน้ำท่วมจะยิ่งลำบาก

ด้านความเชื่อมั่น ความไว้วางใจของผู้ปกครองคือหัวใจของศูนย์เด็กเล็ก ถ้ามีข่าวว่าเด็กหลายคนป่วยหลังเปิดศูนย์ ผู้ปกครองบางส่วนอาจไม่กล้าส่งลูกมาอีก

ด้านงบประมาณและเวลา การปิดศูนย์ซ้ำ ทิ้งอุปกรณ์เพิ่ม และทำความสะอาดรอบสอง ใช้ทั้งเงินและแรงงานมากกว่าการทำให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก

ด้านบุคลากร ครูและผู้ดูแลเด็กเองก็อาจป่วยได้ เมื่อครูป่วย อัตราส่วนครูต่อเด็กจะไม่พอ ส่งผลต่อคุณภาพการดูแลทั้งศูนย์

ทำไมการทำความสะอาดศูนย์เด็กเล็กแบบเดิมยังไม่พอ

ครูและอาสาสมัครหลายแห่งทำงานหนักมากหลังน้ำลด ขนโคลน ล้างพื้น เช็ดโต๊ะ ทุกขั้นตอนมีความสำคัญ แต่มีหลายเรื่องที่มักพลาดโดยไม่ตั้งใจ

  • ล้างแค่ส่วนที่มองเห็น ใต้แผ่นยางรองคลาน หลังตู้ล็อกเกอร์ ซอกขาโต๊ะ และร่องกระเบื้องในห้องน้ำ เป็นจุดที่โคลนและความชื้นซ่อนอยู่
  • ผสมน้ำยาเองตามความรู้สึก การผสมน้ำยาฟอกขาวเข้มเกินไปทำให้มีกลิ่นฉุนรบกวนทางเดินหายใจของเด็ก และการผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกันอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • เช็ดแล้วล้างออกทันที น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดต้องการระยะเวลาสัมผัสพื้นผิว หากเช็ดออกเร็วเกินไป เชื้อโรคอาจยังไม่ถูกกำจัด
  • ใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่น กลิ่นหายไปชั่วคราว แต่ความชื้นและเชื้อรายังอยู่ และกลิ่นหอมแรง ๆ อาจทำให้เด็กที่เป็นภูมิแพ้แย่ลง
  • เปิดพัดลมแล้วคิดว่าแห้งแล้ว ผิวหน้าแห้ง แต่ผนังและพื้นด้านในยังชื้น โดยเฉพาะอาคารที่เปียกหลายระลอกแบบที่หล่มสักเจอ
  • พื้นที่กว้างแต่คนน้อย ห้องเรียน ห้องนอน ครัว ห้องน้ำ และสนาม รวมกันเป็นพื้นที่ใหญ่ ครูไม่กี่คนทำให้ทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอได้ยาก

ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมคือ ล้างให้สะอาดก่อน ทิ้งของที่ล้างไม่ได้ ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่มีอุปกรณ์และน้ำยาเฉพาะ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นผิวทั้งอาคารอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ

บริการพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ของ WHD สำหรับหล่มสักและเพชรบูรณ์

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าของบริษัทมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ที่มีคนใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เช่นเดียวกับศูนย์เด็กเล็ก

  • ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่ทำให้น้ำยากระจายเป็นละอองละเอียด เข้าถึงซอกมุมได้ดีกว่าการเช็ดด้วยมือ
  • น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% ต่อเชื้อที่ระบุไว้ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ หน้าผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H
  • การรับรองที่หน้าเว็บไซต์ระบุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  • รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น ตามข้อมูลบริการ แล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้งในวันงานเป็นหลัก
  • โปรโมชัน ตามข้อมูลบริการ มีของแถมเป็นขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกต่อการเบิกจ่ายของหน่วยงานท้องถิ่น

สำนักงานของ WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในอำเภอหล่มสักและจังหวัดเพชรบูรณ์ สามารถนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันพื้นที่ให้บริการ วันเวลา และค่าเดินทางในขั้นตอนนั้น บริษัทไม่มีสาขาในพื้นที่ จึงควรติดต่อล่วงหน้าและไม่ควรคาดหวังว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียวกัน

ขั้นตอนการพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หลังน้ำท่วม

  1. นัดหมายและสำรวจ ส่งรูปภาพ ขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง และระดับน้ำที่ท่วมผ่าน LINE @whd268 เพื่อให้ทีมงานประเมินเบื้องต้น และยืนยันวันเข้าพื้นที่
  2. ขนโคลนและล้างให้สะอาดก่อน นี่คือขั้นตอนที่ต้องทำก่อนพ่นเสมอ ตักโคลนออก ล้างพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และห้องน้ำด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ทิ้งเบาะ ตุ๊กตา และวัสดุที่ล้างไม่ได้
  3. ทำให้แห้ง เปิดประตูหน้าต่าง ระบายอากาศ ยกแผ่นยางรองคลานตั้งผึ่ง ให้พื้นและผนังแห้งมากที่สุดเท่าที่ทำได้
  4. เตรียมพื้นที่และแบ่งโซน เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร ขวดนม และแปรงสีฟันของเด็กเข้าตู้ปิด หรือย้ายออกนอกพื้นที่ แบ่งโซนเป็นห้องเรียน ห้องนอน ครัว ห้องน้ำ และทางเดิน
  5. เด็กและผู้ใหญ่ออกจากพื้นที่ ระหว่างพ่น ต้องไม่มีเด็ก ครู ผู้ปกครอง หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซนที่กำลังพ่น ควรนัดพ่นในวันที่ศูนย์ยังปิดอยู่
  6. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ ช่างสวมอุปกรณ์ป้องกัน พ่นและพ่นละอองฝอยครอบคลุมพื้น ผนังช่วงล่าง เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง ลูกบิด ราวจับ ห้องน้ำ และเครื่องเล่นในสนาม
  7. รอและระบายอากาศ รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที จากนั้นเปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนเข้าใช้
  8. เตรียมจุดที่เด็กสัมผัสปาก โต๊ะกินข้าว ภาชนะ และของเล่นที่เด็กมักเอาเข้าปาก ควรล้างน้ำสะอาดและผึ่งให้แห้งตามคำแนะนำของช่างก่อนให้เด็กใช้
  9. บันทึกและสื่อสาร จดวันที่และโซนที่พ่น ถ่ายรูปก่อนและหลัง เพื่อใช้แจ้งผู้ปกครองและรายงานหน่วยงานต้นสังกัด

10 เหตุผลที่ศูนย์เด็กเล็กในหล่มสักควรพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยทีมช่าง

  1. เด็กเล็กใกล้ชิดพื้นผิวมากที่สุด เด็กคลาน นั่ง และนอนบนพื้นทุกวัน การ พ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่าง ช่วยให้พื้นผิวระดับต่ำได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง
  2. ครอบคลุมซอกมุมที่มือเช็ดไม่ถึง ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงใต้ชั้นวาง หลังตู้ และร่องพื้นได้ดีกว่าผ้าเช็ด
  3. น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาที่ใช้ในสถานพยาบาล ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัสโรคมือเท้าปากและอาร์เอสวี ซึ่งเป็นโรคที่ศูนย์เด็กเล็กกังวล
  4. ไม่ต้องผสมน้ำยาเอง ลดความเสี่ยงจากการผสมสารเคมีผิดสัดส่วน หรือผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน
  5. ประหยัดแรงครู ครูและผู้ดูแลเด็กมีงานมากอยู่แล้วหลังน้ำท่วม ทั้งติดต่อผู้ปกครอง จัดหาอุปกรณ์ใหม่ และเตรียมเอกสาร
  6. มีขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การแบ่งโซน ให้คนออกจากพื้นที่ จนถึงเวลากลับเข้าใช้ ทำให้วางแผนวันเปิดศูนย์ได้ง่าย
  7. มีหลักฐานให้ผู้ปกครอง รูปถ่ายและบันทึกการพ่นช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจมากขึ้นเมื่อส่งลูกกลับมา
  8. ออกใบกำกับภาษีได้ ตามข้อมูลบริการ สะดวกต่อการเบิกจ่ายของหน่วยงานท้องถิ่นหรือมูลนิธิที่สนับสนุน
  9. ใช้ได้กับทุกส่วนของศูนย์ ห้องเรียน ห้องนอน ครัว ห้องน้ำ ทางเดิน และเครื่องเล่นกลางแจ้ง วางแผนพ่นเป็นโซนได้ในคราวเดียว
  10. เป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันระยะยาว หลังเปิดศูนย์แล้ว สามารถวางรอบ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ในช่วงที่โรคมือเท้าปากหรือไข้หวัดระบาดได้ด้วย

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อศูนย์เด็กเล็ก: สิ่งที่ครูจะสังเกตได้

ก่อน

  • ห้องเรียนมีกลิ่นอับชื้น ผนังมีเส้นคราบน้ำ
  • ใต้แผ่นยางรองคลานมีโคลนและน้ำขัง
  • ห้องน้ำเด็กมีกลิ่นท่อย้อน
  • ครูไม่แน่ใจว่าของเล่นชิ้นไหนใช้ต่อได้
  • ผู้ปกครองลังเลที่จะส่งลูกกลับมา

หลัง

  • ขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งครบทุกห้อง
  • พื้นผิวทั้งอาคารได้รับการพ่นฆ่าเชื้อเป็นโซน
  • ของเล่นแยกเป็นกลุ่มที่ใช้ต่อได้และกลุ่มที่ทิ้ง
  • มีบันทึกวันที่และรูปถ่ายแจ้งผู้ปกครอง
  • ศูนย์วางแผนวันเปิดรับเด็กได้อย่างมั่นใจ

กรณีตัวอย่าง: ศูนย์เด็กเล็กริมน้ำที่วางแผนเปิดใหม่ทีละขั้น

กรณีนี้เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่อให้เห็นภาพการวางแผน ไม่ใช่ข้อมูลของศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง ศูนย์แห่งหนึ่งริมแม่น้ำมีเด็กราวสี่สิบคน แบ่งเป็นสองห้อง น้ำท่วมสูงราวครึ่งแข้งเป็นเวลาสองวัน หัวหน้าศูนย์ตั้งเป้าว่าจะไม่เปิดรับเด็กจนกว่าจะผ่านครบสามขั้น คือ สะอาด แห้ง และฆ่าเชื้อ

วันแรกและวันที่สอง ครู ภารโรง และอาสาสมัครจากชุมชนช่วยกันขนโคลน ยกแผ่นยางรองคลานออกล้างทีละแผ่น ทิ้งเบาะนอนและตุ๊กตาทั้งหมด ล้างของเล่นพลาสติกในกะละมังน้ำผงซักฟอก และตักทรายในบ่อทรายทิ้ง วันที่สามถึงห้า เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมเป่าผนังช่วงล่าง และให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กและสวิตช์

ระหว่างนั้นหัวหน้าศูนย์ส่งรูปภาพและขนาดห้องไปที่ LINE @whd268 เพื่อสอบถามบริการพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทีมงานยืนยันวันเข้าพื้นที่และค่าเดินทาง เมื่อถึงวันนัด ช่างพ่นฆ่าเชื้อทีละโซนในวันที่ศูนย์ยังปิด ครูรออยู่นอกอาคาร จากนั้นรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และล้างโต๊ะกินข้าวกับภาชนะด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

ก่อนเปิดศูนย์ ครูส่งข้อความในกลุ่มผู้ปกครองพร้อมรูปภาพก่อนและหลัง แจ้งขั้นตอนที่ทำ และขอให้ผู้ปกครองสังเกตอาการของลูกในสัปดาห์แรก หากมีไข้หรือถ่ายเหลวให้พักอยู่บ้านและพาไปพบแพทย์ การสื่อสารแบบนี้ทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าศูนย์ใส่ใจทุกขั้นตอน ไม่ได้เพียงแค่ถูพื้นแล้วเปิดประตู

เช็กลิสต์ฟื้นฟูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลังน้ำท่วม

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตัดไฟในส่วนที่ถูกน้ำท่วม และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างขนโคลน
  • ทิ้งอาหาร นมผง และขนมที่โดนน้ำท่วม แม้บรรจุภัณฑ์ดูปกติ
  • ทิ้งเบาะนอน หมอน ตุ๊กตา และของเล่นผ้าที่ดูดน้ำ
  • รื้อแผ่นยางรองคลานออกล้างทั้งสองด้าน และล้างพื้นใต้แผ่น
  • ล้างห้องน้ำ โถส้วม และอ่างล้างมือเด็กอย่างละเอียด
  • ตักทรายในบ่อทรายทิ้ง และล้างเครื่องเล่นกลางแจ้ง
  • เปิดระบายอากาศให้อาคารแห้งมากที่สุด
  • เก็บภาชนะ ขวดนม และแปรงสีฟันเข้าตู้ปิดหรือย้ายออก
  • ถ่ายรูปสภาพก่อนพ่นไว้เป็นหลักฐาน

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • รอตามเวลาที่ช่างแจ้งก่อนกลับเข้าพื้นที่
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนให้เด็กเข้าห้อง
  • ล้างโต๊ะกินข้าว ภาชนะ และของเล่นที่เด็กเอาเข้าปากด้วยน้ำสะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง
  • จัดหาเบาะนอนและผ้าห่มใหม่ที่สะอาด
  • ตรวจหาจุดชื้นหรือคราบเชื้อราซ้ำในสัปดาห์ถัดไป
  • ฝึกเด็กล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินข้าวและหลังเข้าห้องน้ำ
  • คัดกรองเด็กทุกเช้า หากมีไข้หรือผื่นให้แจ้งผู้ปกครอง
  • แจ้งผู้ปกครองถึงขั้นตอนที่ทำพร้อมรูปภาพ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หล่มสัก

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องล้างโคลนก็ได้ใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ ต้องขนโคลนและล้างให้สะอาดก่อนเสมอ น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด หากยังมีโคลนเคลือบอยู่ เชื้อโรคจะหลบอยู่ใต้ชั้นโคลน

ถาม: ระหว่างพ่น เด็กและครูอยู่ในอาคารได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ควรนัดพ่นในวันที่ศูนย์ยังปิดอยู่

ถาม: หลังพ่นแล้วมีสารตกค้างบนโต๊ะหรือของเล่นไหม
ตอบ: เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง จุดที่เด็กสัมผัสปาก เช่น โต๊ะกินข้าว ภาชนะ และของเล่นที่เด็กอม ควรล้างน้ำสะอาดและผึ่งให้แห้งตามคำแนะนำของช่างก่อนให้เด็กใช้

ถาม: น้ำยาที่ใช้ครอบคลุมโรคมือเท้าปากไหม
ตอบ: ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัสโรคมือเท้าปาก อาร์เอสวี และเชื้ออื่นที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคในศูนย์เด็กเล็กยังต้องอาศัยการล้างมือ การคัดกรองเด็กป่วย และการทำความสะอาดสม่ำเสมอด้วย

ถาม: WHD ให้บริการในอำเภอหล่มสักหรือไม่
ตอบ: สำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ บริการต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะยืนยันพื้นที่ให้บริการ วันเวลา และค่าเดินทางในขั้นตอนนั้น ไม่มีสาขาในพื้นที่และไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน

ถาม: ค่าบริการเท่าไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สภาพความเสียหาย ปริมาณน้ำยา และระยะทาง ทีมงานจะแจ้งราคาหลังประเมินพื้นที่ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: ต้องพ่นซ้ำไหม
ตอบ: หากอาคารถูกน้ำท่วมซ้ำ หรือพบความชื้นและเชื้อรากลับมา ควรล้างและพ่นใหม่ ในช่วงที่มีโรคระบาดในเด็กก็สามารถวางรอบพ่นเพิ่มเติมได้ โดยปรึกษาทีมงาน

พร้อมรับเด็กกลับมาอีกครั้ง เริ่มจากพ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อย่างถูกขั้นตอน

ขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วให้ทีมช่างของ WHD ดูแลการพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อให้ห้องเรียนและห้องนอนกลางวันพร้อมสำหรับลูกหลานในหล่มสักและเพชรบูรณ์

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อศูนย์เด็กเล็ก

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก #พ่นฆ่าเชื้อหล่มสัก #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อ #น้ำท่วมเพชรบูรณ์2569 #พ่นฆ่าเชื้อเพชรบูรณ์ #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หล่มสัก, พ่นฆ่าเชื้อศูนย์เด็กเล็ก, พ่นฆ่าเชื้อหล่มสัก, น้ำท่วมหล่มสัก 2569, น้ำท่วมเพชรบูรณ์ 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้