พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วม สรรพยา ชัยนาท 2569: คู่มือฟื้นสถานบริการสุขภาพชุมชนให้พร้อมรับผู้ป่วยอีกครั้ง

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วม สรรพยา ชัยนาท 2569: คู่มือฟื้นสถานบริการสุขภาพชุมชนให้พร้อมรับผู้ป่วยอีกครั้ง

พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วม สรรพยา ชัยนาท 2569: คู่มือฟื้นสถานบริการสุขภาพชุมชนให้พร้อมรับผู้ป่วยอีกครั้ง

การพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วมที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ปี 2569 ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามหรือกลิ่นหอม แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ป่วยที่จะเดินกลับเข้ามารับบริการในวันที่ประตูเปิดอีกครั้ง ตามรายงานข่าวของไทยโพสต์ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 รพ.สต.โพนางดำออก จมน้ำสูงประมาณ 1.40 เมตร ขณะที่ตำบลตลุกมีน้ำสูงเกิน 1 เมตรหลายจุด บทความนี้อธิบายว่าสถานพยาบาลระดับชุมชนแตกต่างจากบ้านทั่วไปอย่างไร จุดไหนเสี่ยงที่สุด ทำไมการล้างอย่างเดียวยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยหลังขั้นตอนล้างโคลนได้อย่างไร

สถานการณ์น้ำท่วม สรรพยา ชัยนาท 2569 และเหตุผลที่ต้องพูดถึงการพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล

ตามรายงานข่าวของไทยโพสต์ (thaipost.net) ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2569 พื้นที่ตำบลตลุก หมู่ 1 ถึงหมู่ 4 และตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก น้ำสูงเกิน 1 เมตรในหลายจุด เฉพาะตำบลตลุกมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 1,100 ครัวเรือน และมีราว 200 ครอบครัวต้องอพยพออกไปพักอาศัยชั่วคราวริมถนนเลียบคลองมหาราช ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โพนางดำออก ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1.40 เมตร สาเหตุหลักตามรายงานคือเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ในภาพใหญ่ระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน (อ้างอิงจากเดลินิวส์) ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวันตามระดับน้ำและการสำรวจของหน่วยงาน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดของจังหวัดและอำเภอควบคู่กันไป

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้แตกต่างจากข่าวน้ำท่วมบ้านทั่วไปคือคำว่า รพ.สต. เพราะนี่คือด่านแรกของระบบสาธารณสุขในชุมชน เป็นที่ที่คุณยายมาวัดความดันทุกเดือน เป็นที่ที่แม่พาลูกมาฉีดวัคซีน เป็นที่ที่คนในหมู่บ้านมาทำแผลหลังลุยน้ำ และในช่วงน้ำลด รพ.สต. มักเป็นจุดที่ชาวบ้านนึกถึงก่อนเมื่อเริ่มมีไข้ ท้องเสีย หรือมีผื่นคัน เมื่อตัวอาคารสถานพยาบาลเองจมน้ำ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเปิดเมื่อไร แต่อยู่ที่ว่าจะเปิดอย่างไรให้ผู้ที่เข้ามารับบริการไม่ต้องเสี่ยงกับเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้

หมายเหตุ: ข้อมูลพื้นที่ทั้งหมดอ้างอิงตามรายงานข่าวที่ระบุวันที่ไว้ ระดับน้ำ จำนวนครัวเรือน และสถานะการเปิดให้บริการของสถานพยาบาลอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้ว บทความนี้ไม่ได้อ้างว่า WHD ได้เข้าให้บริการที่ รพ.สต. แห่งใดแห่งหนึ่งในพื้นที่

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: เช้าวันแรกที่พยาบาลกลับเข้าไปในห้องตรวจ

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในสถานพยาบาลระดับตำบลหลังน้ำท่วม ไม่ได้เล่าถึงบุคลากรหรือสถานพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ

พี่หน่อยเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ประจำอยู่ใน รพ.สต. แห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยามานานกว่าสิบปี เธอรู้จักคนไข้เกือบทุกคนในตำบล รู้ว่าลุงคนไหนต้องฉีดอินซูลิน ป้าคนไหนต้องมาล้างแผลที่เท้าทุกสัปดาห์ และเด็กคนไหนถึงกำหนดรับวัคซีนเดือนนี้ เมื่อน้ำจากแม่น้ำเริ่มไหลเข้าลานจอดรถ ทีมของเธอยกแฟ้มเอกสาร ยา และอุปกรณ์ที่ยกได้ขึ้นที่สูงให้มากที่สุด แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็สูงจนท่วมเคาน์เตอร์ทำบัตร

หลายวันต่อมา เมื่อน้ำลดลงจนเดินเข้าไปได้ ภาพแรกที่พี่หน่อยเห็นคือเส้นคราบน้ำสีน้ำตาลพาดอยู่บนผนังสูงเกือบถึงอก เก้าอี้พลาสติกในโถงรอตรวจล้มระเกะระกะ เตียงตรวจในห้องตรวจโรคทั่วไปมีโคลนเกาะใต้ฐาน ประตูห้องทำแผลบวมจนปิดไม่สนิท ส่วนห้องน้ำผู้ป่วยมีตะกอนสีดำอยู่รอบโถส้วมและท่อระบายน้ำ กลิ่นที่ลอยอยู่ในอาคารเป็นกลิ่นอับผสมกลิ่นท่อ ซึ่งคนที่ทำงานด้านสาธารณสุขรู้ดีว่าหมายถึงอะไร

ระหว่างที่ทีมกำลังตักโคลน มีชาวบ้านเริ่มเดินมาถามว่าเปิดหรือยัง คนหนึ่งมีแผลที่ขาจากการลุยน้ำ อีกคนพาลูกที่มีไข้มาด้วย พี่หน่อยอยากช่วยทุกคนทันที แต่ในใจก็รู้ว่าถ้าให้ผู้ป่วยที่มีแผลเปิดนั่งบนเก้าอี้ที่เพิ่งแช่น้ำเสีย หรือให้เด็กที่มีไข้นอนบนเตียงที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นความเสี่ยงซ้ำเติม ทีมจึงตัดสินใจตั้งจุดบริการชั่วคราวในพื้นที่แห้งและส่งต่อกรณีที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็วางแผนว่าจะคืนอาคารให้พร้อมใช้งานอย่างเป็นขั้นตอน

คำถามที่ทีมคุยกันในวันนั้นคือคำถามเดียวกับที่สถานพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่น้ำท่วมต้องตอบ ล้างแล้วพอไหม ใช้น้ำยาอะไร พื้นที่ไหนต้องทำก่อน ใครจะเป็นคนทำ และจะรู้ได้อย่างไรว่าพร้อมเปิดแล้ว บทความนี้พยายามตอบคำถามเหล่านั้นทีละข้อ โดยยึดหลักว่าการพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนที่มาหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด และต้องทำร่วมกับแนวทางควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาลเอง ไม่ใช่มาแทนที่

ทำไม รพ.สต. และสถานพยาบาลจึงต้องดูแลหลังน้ำท่วมเข้มกว่าบ้านทั่วไป

บ้านหนึ่งหลังมีสมาชิกไม่กี่คน แต่ รพ.สต. หนึ่งแห่งรับผู้คนจากทั้งตำบลในแต่ละวัน และผู้ที่เดินเข้ามาส่วนใหญ่คือคนที่ร่างกายอ่อนแอกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว นี่คือเหตุผลหลักที่การฟื้นฟูสถานพยาบาลหลังน้ำท่วมต้องคิดละเอียดกว่าการทำความสะอาดบ้าน

กลุ่มผู้รับบริการที่เปราะบาง

  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ซึ่งมารับยาและตรวจติดตามเป็นประจำ ภูมิคุ้มกันของคนกลุ่มนี้มักไม่แข็งแรงเท่าคนหนุ่มสาว และแผลที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานติดเชื้อได้ง่าย
  • เด็กเล็กและทารก ที่มารับวัคซีนตามนัดหรือมาตรวจพัฒนาการ เด็กมักจับทุกอย่างและเอามือเข้าปาก ทำให้เสี่ยงกับเชื้อที่ติดอยู่บนพื้นผิวมากกว่าผู้ใหญ่
  • หญิงตั้งครรภ์ ที่มาฝากครรภ์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการติดเชื้อทางเดินอาหารและการติดเชื้ออื่น ๆ ให้มากที่สุด
  • ผู้ที่มีแผลเปิด โดยเฉพาะแผลจากการลุยน้ำ เหยียบเศษแก้ว หรือถูกของมีคมบาดระหว่างขนของ ซึ่งเป็นประตูให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
  • ผู้ที่มีไข้ ท้องเสีย หรือผื่นคัน หลังน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นผู้นำเชื้อเข้ามาในอาคารเองด้วย ทำให้ต้องมีระบบแยกผู้ป่วยและทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อย

พื้นผิวสัมผัสบ่อยในสถานพยาบาลระดับชุมชน

ในสถานพยาบาลขนาดเล็ก พื้นที่ทุกส่วนถูกใช้งานหนัก จุดที่มือของคนจำนวนมากแตะซ้ำกันทั้งวันได้แก่ เคาน์เตอร์ทำบัตรและยื่นเอกสาร ปากกาที่ใช้ร่วมกัน เก้าอี้ในโถงรอตรวจ ราวจับทางลาด ลูกบิดและมือจับประตู ปุ่มกดตู้กดน้ำดื่ม เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ตาชั่งน้ำหนัก เตียงตรวจ รถเข็นทำแผล โต๊ะจ่ายยา อ่างล้างมือ และห้องน้ำผู้ป่วย เมื่อน้ำท่วมถึงระดับ 1.40 เมตรอย่างที่มีรายงานในพื้นที่ จุดเหล่านี้เกือบทั้งหมดอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ หมายความว่าทุกพื้นผิวที่คนจะจับเป็นอย่างแรกเมื่อเปิดบริการ ล้วนเคยแช่อยู่ในน้ำที่ปนเปื้อน

ความคาดหวังเรื่องมาตรฐานก่อนเปิดบริการ

สถานพยาบาลมีแนวทางป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ซึ่งกำหนดโดยหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานต้นสังกัด การตัดสินใจว่าจะเปิดให้บริการเมื่อไร พื้นที่ไหนเปิดได้ก่อน อุปกรณ์การแพทย์ชิ้นไหนใช้ต่อได้ และยาหรือวัคซีนที่ได้รับผลกระทบต้องจัดการอย่างไร เป็นอำนาจและความรับผิดชอบของผู้บริหารสถานพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ บทบาทของผู้ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อจากภายนอกอย่าง WHD คือการช่วยจัดการพื้นผิวและพื้นที่อาคารตามที่สถานพยาบาลกำหนด เพื่อเสริมงานทำความสะอาดที่ทีมงานทำอยู่แล้ว ไม่ได้มาตัดสินแทนหรือรับรองความพร้อมทางการแพทย์

เชื้อโรคที่น้ำท่วมทิ้งไว้ในสถานพยาบาล

น้ำที่ไหลเข้าอาคารระหว่างน้ำท่วมไม่ใช่น้ำสะอาดจากแม่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ไหลผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ บ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ และถังขยะของทั้งชุมชนก่อนจะมาถึงประตูสถานพยาบาล องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) อธิบายตรงกันว่าน้ำท่วมอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล สารเคมี และเชื้อโรค จึงแนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม เชื้อกลุ่มที่ควรรู้จักมีดังนี้

  • แบคทีเรียจากอุจจาระและน้ำเสีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน แพร่ผ่านมือที่ไปจับพื้นผิวปนเปื้อนแล้วเข้าปาก
  • เชื้อเลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์ที่ปนในน้ำ เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุ อาการที่ควรสงสัยคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ผู้ที่มีอาการหลังลุยน้ำควรพบแพทย์โดยเร็ว
  • ไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส ซึ่งติดต่อง่ายมากในพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้ห้องน้ำร่วมกัน
  • ไวรัสทางเดินหายใจและโรคในเด็ก เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี (RSV) และโรคมือ เท้า ปาก ไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่จะแพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยกลับมาใช้บริการหนาแน่นในอาคารที่อากาศถ่ายเทไม่ดี
  • เชื้อราและกลิ่นอับ เกิดบนผนังเบา ฝ้า ตู้ไม้ เบาะเก้าอี้ และเอกสารที่เปียก CDC แนะนำให้ทำให้แห้งภายในราว 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา ซึ่งในสถานพยาบาลถือเป็นปัญหาคุณภาพอากาศที่กระทบผู้ป่วยภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ

ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ใช้ในการพ่นระบุว่าครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายกลุ่ม โดยรายการที่ระบุไว้บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัท ได้แก่ COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1, ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก, โนโรไวรัส, ซาลโมเนลลา และเชื้อรา โดยบริการระบุประสิทธิภาพไว้ที่ 99.99% ส่วนเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายการนั้น เช่น อีโคไล หรือเลปโตสไปรา บทความนี้ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ เพียงแต่ชี้ว่าเชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากสถานพยาบาลต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถสอบถามจาก WHD ได้โดยตรง

ข้อควรจำ: บุคลากรและประชาชนที่มีไข้ ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง ตาแดง หรือแผลอักเสบหลังน้ำท่วม ต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้ออาคารไม่ใช่การรักษาโรค และไม่ได้ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไปแล้วหายป่วย

ผลกระทบเมื่อสถานพยาบาลเปิดก่อนพร้อม

  • ด้านสุขภาพ ผู้ป่วยที่มาด้วยโรคหนึ่งอาจกลับไปพร้อมการติดเชื้ออีกโรค เช่น ผู้สูงอายุที่มาวัดความดันแล้วติดไวรัสทางเดินอาหารจากห้องน้ำที่ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • ด้านความต่อเนื่องของบริการ หากเกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มหลังเปิด อาจต้องปิดซ้ำเพื่อจัดการใหม่ ทำให้ชาวบ้านขาดบริการนานกว่าเดิม
  • ด้านบุคลากร พยาบาลและเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานหนักอยู่แล้วในช่วงน้ำท่วม อาจล้มป่วยเองหากต้องทำงานในอาคารที่ยังปนเปื้อนและมีเชื้อรา
  • ด้านค่าใช้จ่าย วัสดุที่ไม่ได้ทำให้แห้งและไม่ได้จัดการอย่างถูกต้องจะขึ้นราและเสื่อมเร็ว ต้องรื้อเปลี่ยนในภายหลังซึ่งแพงกว่าการจัดการให้ถูกตั้งแต่แรก
  • ด้านความเชื่อมั่นของชุมชน ชาวบ้านจะกล้ากลับมาใช้บริการเต็มที่ก็ต่อเมื่อเห็นว่าสถานที่สะอาด ไม่มีกลิ่น และมีขั้นตอนดูแลที่ชัดเจน

ทำไมการล้างพื้นและเช็ดด้วยน้ำยาทั่วไปยังไม่พอสำหรับ รพ.สต.

ทีมงานในสถานพยาบาลมีความรู้เรื่องการทำความสะอาดมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่หลังน้ำท่วมระดับเมตร งานมีขนาดใหญ่เกินกว่ากำลังคนปกติ และมีข้อจำกัดที่มักพบดังนี้

  1. พื้นที่มากเกินกว่าจะเช็ดได้ทั่วถึง ผนังทุกด้านที่อยู่ใต้เส้นคราบน้ำ ขาโต๊ะ ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้ และซอกมุมรวมกันเป็นพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร การเช็ดด้วยมือทีละจุดใช้เวลานานและพลาดได้ง่าย
  2. เช็ดแต่ไม่ได้ทิ้งเวลาสัมผัส น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดต้องการเวลาสัมผัสพื้นผิวตามที่ผู้ผลิตกำหนด การเช็ดผ่านแล้วเช็ดแห้งทันทีอาจไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจ
  3. ใช้น้ำยาผิดลำดับ หากฉีดน้ำยาลงบนโคลน คราบไขมัน หรือสิ่งสกปรกที่ยังไม่ได้ล้างออก สารอินทรีย์จะลดประสิทธิภาพของน้ำยา จึงต้องขนโคลนและล้างก่อนเสมอ
  4. ผสมน้ำยาเอง การผสมสารฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียอาจเกิดก๊าซอันตราย CDC เตือนเรื่องนี้ไว้ชัดเจน ในภาวะเร่งรีบหลังน้ำท่วม ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง
  5. ลืมจุดที่มองไม่เห็น ท่อระบายน้ำพื้น ช่องใต้อ่างล้างมือ ขอบล่างของประตู ขาเตียงตรวจ และล้อรถเข็น มักถูกมองข้าม แต่เป็นที่สะสมตะกอนที่ดีที่สุด
  6. กลบกลิ่นแทนการจัดการต้นเหตุ สเปรย์ปรับอากาศหรือการเปิดพัดลมช่วยให้กลิ่นจางลงชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำให้พื้นผิวที่ปนเปื้อนสะอาดขึ้น
  7. บุคลากรมีงานบริการต้องทำควบคู่ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่จุดบริการชั่วคราวไปพร้อมกัน การให้ทีมเดียวกันมาพ่นฆ่าเชื้อทั้งอาคารจึงทำให้งานบริการสะดุด

บริการพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล ของ WHD ทำงานอย่างไรในพื้นที่สรรพยา ชัยนาท

World Health Disinfection (WHD) เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท บริษัทไม่มีสาขาในพื้นที่ การให้บริการจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 โดยยืนยันขอบเขตพื้นที่ วันเวลา และค่าเดินทางกันอีกครั้ง ไม่สามารถรับปากว่าจะไปถึงได้ภายในวันเดียว ขึ้นกับคิวงานและสภาพเส้นทางหลังน้ำลด

ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายได้ทั่วพื้นที่ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าเว็บไซต์ของบริษัทระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุว่ากลุ่มลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขั้นตอนที่แนะนำสำหรับสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม

  1. ประสานและสำรวจพื้นที่ คุยกับผู้รับผิดชอบสถานพยาบาลเพื่อรับทราบผังอาคาร ระดับน้ำที่ท่วม พื้นที่ที่จะเปิดก่อน และข้อกำหนดด้านการควบคุมการติดเชื้อของหน่วยงาน ส่งภาพถ่ายและขนาดพื้นที่ทาง LINE เพื่อประเมินเบื้องต้น
  2. ขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อน นี่คือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ โคลน ตะกอน วัสดุที่เสียหายและซึมน้ำ เช่น ฟูกเก่า กล่องกระดาษ หรือฝ้าที่ยุบ ต้องนำออก พื้นและผนังต้องล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดก่อน แล้วปล่อยให้แห้งหรือเปิดระบายอากาศ
  3. แยกของที่ต้องจัดการโดยสถานพยาบาลเอง ยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องมือที่ต้องผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ ต้องจัดการตามระเบียบของสถานพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข ไม่ควรนำมารวมในพื้นที่พ่น เอกสารสำคัญและเครื่องใช้ไฟฟ้าควรยกออกหรือคลุมตามคำแนะนำของช่าง
  4. แบ่งโซนและกำหนดลำดับ แบ่งอาคารเป็นโซน เช่น โถงรอตรวจและเคาน์เตอร์ ห้องตรวจ ห้องทำแผล ห้องจ่ายยา ห้องน้ำผู้ป่วย และพื้นที่เจ้าหน้าที่ แล้วเรียงลำดับตามความจำเป็นในการเปิดบริการ
  5. ให้ผู้คนออกจากพื้นที่ ระหว่างพ่น บุคลากร ผู้ป่วย ผู้มาติดต่อ และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกโซนที่กำลังพ่น บริการผู้ป่วยควรย้ายไปจุดชั่วคราวที่แยกออกไป
  6. พ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่าง พ่นครอบคลุมพื้น ผนังใต้เส้นคราบน้ำ เฟอร์นิเจอร์ เคาน์เตอร์ เตียงตรวจด้านนอก ราวจับ มือจับประตู ห้องน้ำ และซอกมุมที่เข้าถึงยาก พร้อมใช้ ULV ในพื้นที่ที่เหมาะสม
  7. รอเวลาก่อนกลับเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในวันงานเป็นหลัก เพราะขึ้นกับขนาดห้อง การระบายอากาศ และวิธีพ่น
  8. ตรวจสอบและวางแผนดูแลต่อ เปิดระบายอากาศ ตรวจกลิ่นและความชื้น จดบันทึกพื้นที่ที่ทำแล้ว และวางรอบทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยตามแนวทางของสถานพยาบาลต่อเนื่อง

ข้อสำคัญคือ บทความนี้ไม่ได้อ้างว่าการพ่นจะไม่มีสารตกค้างเลย พื้นผิวที่ต้องสัมผัสอาหารหรือปาก หรืออุปกรณ์ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ ให้ปรึกษาช่างและผู้รับผิดชอบด้านการควบคุมการติดเชื้อของสถานพยาบาลว่าต้องเช็ดล้างซ้ำหรือไม่ ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าจะได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ไว้ใช้ต่อ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับหน่วยงานที่ต้องใช้เอกสารประกอบการเบิกจ่าย

10 เหตุผลที่ รพ.สต. และสถานพยาบาลในพื้นที่น้ำท่วมควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อแบบมืออาชีพ

  1. ลดภาระบุคลากร ให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ได้กลับไปทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ขณะที่ทีมช่างดูแลงานพ่นในอาคาร
  2. ครอบคลุมพื้นที่กว้างในเวลาสั้น การพ่นและ ULV ช่วยให้ละอองน้ำยาเข้าถึงซอกมุมได้ทั่วกว่าการเช็ดด้วยมือ
  3. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ ตามข้อมูลบริการ ใช้ CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  4. มีรายการเชื้อที่ระบุชัด บริการระบุเชื้อที่ครอบคลุม เช่น RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 โนโรไวรัส ซาลโมเนลลา และเชื้อรา ช่วยให้หน่วยงานอธิบายต่อชุมชนได้ง่าย
  5. มีเอกสารอ้างอิงการรับรอง หน้าเว็บไซต์ระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476
  6. ลดความเสี่ยงจากการผสมสารเคมีเอง ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ลองผสมน้ำยาหลายชนิดในภาวะเร่งรีบ
  7. ทำงานเป็นโซน เปิดบริการได้ทีละส่วน เลือกทำโถงรอตรวจและห้องตรวจก่อน เพื่อให้บริการพื้นฐานกลับมาได้เร็วขึ้น
  8. ระยะเวลารอกลับเข้าพื้นที่สั้น ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งเป็นหลัก
  9. มีของใช้ต่อหลังงาน ได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ไว้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยในวันถัดไป
  10. เอกสารครบสำหรับหน่วยงาน ออกใบกำกับภาษีได้ และสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ทาง WHD โทร 065-556-6294

ก่อนและหลัง: สถานพยาบาลหลังน้ำลด

ก่อน

  • คราบน้ำบนผนังสูงกว่าหนึ่งเมตร โคลนเกาะใต้เคาน์เตอร์และขาเตียงตรวจ
  • ห้องน้ำผู้ป่วยมีตะกอนดำรอบโถส้วมและท่อระบาย
  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อทั่วอาคาร เจ้าหน้าที่ปวดศีรษะเมื่ออยู่นาน
  • ชาวบ้านไม่แน่ใจว่าปลอดภัยพอจะพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาหรือยัง
  • บุคลากรต้องแบ่งเวลาระหว่างดูแลผู้ป่วยกับขัดล้างอาคาร

หลัง

  • ขนโคลน ล้าง และเปิดระบายอากาศครบตามลำดับ
  • พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และจุดสัมผัสบ่อยผ่านการพ่นฆ่าเชื้อเป็นโซน
  • มีบันทึกว่าพื้นที่ไหนทำแล้ว พร้อมเปิดบริการทีละส่วน
  • เจ้าหน้าที่กลับไปทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้เต็มเวลา
  • ชุมชนมั่นใจขึ้นเมื่อเห็นขั้นตอนดูแลที่ชัดเจน

กรณีตัวอย่าง: วางแผนพ่นฆ่าเชื้อสถานพยาบาลระดับตำบลหลังน้ำลด

กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงเพื่อแสดงลำดับการทำงาน ไม่ใช่รายงานการให้บริการจริง ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

สมมติว่าสถานพยาบาลระดับตำบลแห่งหนึ่งมีพื้นที่ใช้สอยชั้นล่างประมาณสามร้อยตารางเมตร ถูกน้ำท่วมสูงกว่าหนึ่งเมตรนานหลายวัน หัวหน้าหน่วยบริการติดต่อ WHD ทาง LINE @whd268 พร้อมส่งภาพถ่ายทุกห้องและผังอาคารคร่าว ๆ ทีมงานสอบถามว่าน้ำลดเมื่อไร ขนโคลนแล้วหรือยัง ระบบไฟฟ้าตรวจสอบแล้วหรือไม่ และพื้นที่ไหนต้องการเปิดก่อน จากนั้นนัดวันที่ทีมเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ โดยยืนยันค่าเดินทางและขอบเขตงานล่วงหน้า

ก่อนถึงวันนัด ทีมของสถานพยาบาลร่วมกับอาสาสมัครในชุมชนขนโคลนออก ล้างพื้นและผนัง เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท และแยกยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ไปจัดการตามระเบียบของหน่วยงาน วันทำงาน ช่างเริ่มจากโถงรอตรวจและเคาน์เตอร์ทำบัตร ต่อด้วยห้องตรวจ ห้องทำแผล ห้องน้ำผู้ป่วย และพื้นที่เจ้าหน้าที่ ระหว่างนั้นบุคลากรให้บริการอยู่ที่จุดชั่วคราวนอกอาคาร เมื่อพ่นเสร็จแต่ละโซน ช่างแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้ แล้วจึงให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเตรียมพื้นที่

ภาพที่หน่วยงานควรคาดหวังจากกรณีแบบนี้ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบในวันเดียว แต่คือการมีลำดับงานที่ชัดเจน ทำทีละส่วน และไม่มีส่วนใดถูกข้าม ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเรื่องการเปิดบริการได้ง่ายขึ้นภายใต้แนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข

เช็กลิสต์ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล

ก่อนวันพ่น

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้งาน หลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กอุปกรณ์ที่เคยจมน้ำ
  • ขนโคลนและตะกอนออกให้หมด ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • นำวัสดุที่ซึมน้ำและเสียหายออก เช่น ฟูก เบาะ กล่องกระดาษ และฝ้าที่ยุบ
  • แยกยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ไปจัดการตามระเบียบของหน่วยงาน
  • เปิดระบายอากาศและใช้พัดลมช่วยให้แห้ง ตามแนวทาง CDC ควรเริ่มทำให้แห้งเร็วที่สุด
  • เตรียมผังอาคารและรายชื่อห้องที่ต้องการให้พ่น พร้อมลำดับความสำคัญ
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากระหว่างล้าง ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังทำงาน

หลังพ่น

  • รอตามเวลาที่ช่างแจ้งก่อนให้บุคลากรและผู้ป่วยกลับเข้าพื้นที่
  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ และสังเกตกลิ่นหรือความชื้นที่ยังเหลือ
  • สอบถามช่างว่าพื้นผิวใดควรเช็ดล้างซ้ำก่อนใช้งาน
  • วางรอบเช็ดจุดสัมผัสบ่อย เช่น เคาน์เตอร์ เก้าอี้ ราวจับ และมือจับประตู ตลอดช่วงหลังน้ำลด
  • ติดจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์ที่ทางเข้า และจัดที่นั่งแยกผู้มีอาการไข้หรือท้องเสีย
  • หากพบเชื้อราขึ้นใหม่บนผนังหรือฝ้า แจ้งช่างหรือพิจารณารื้อวัสดุที่เสียหายออก
  • สื่อสารกับชุมชนผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขว่าพื้นที่ไหนเปิดบริการแล้ว

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วม

ถาม: ล้างอาคารสะอาดแล้ว จำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้ออีกหรือไม่
ตอบ: การล้างช่วยนำโคลนและสิ่งสกปรกออก ส่วนการฆ่าเชื้อเป็นอีกขั้นตอนที่ช่วยจัดการเชื้อโรคบนพื้นผิวที่เคยสัมผัสน้ำท่วม WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อ สำหรับสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยเปราะบางมาใช้บริการ การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นขั้นตอนที่ควรพิจารณาอย่างยิ่ง โดยทำตามแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัด

ถาม: พ่นได้ทันทีที่น้ำลดเลยหรือไม่
ตอบ: ไม่ควร ต้องขนโคลนและล้างก่อน เพราะโคลนและสารอินทรีย์ทำให้น้ำยาทำงานได้ไม่เต็มที่ และควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจความปลอดภัยของระบบไฟก่อน

ถาม: ระหว่างพ่น เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยอยู่ในอาคารได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคนต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที

ถาม: น้ำยาครอบคลุมเชื้อฉี่หนูหรืออีโคไลหรือไม่
ตอบ: รายการเชื้อที่ WHD ระบุบนเว็บไซต์ ได้แก่ COVID-19, RSV, H1N1, H5N1, ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก, โนโรไวรัส, ซาลโมเนลลา และเชื้อรา ส่วนเลปโตสไปราและอีโคไลจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สอบถามได้ที่ 065-556-6294

ถาม: ใช้กับอุปกรณ์การแพทย์ได้หรือไม่
ตอบ: อุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือที่ต้องทำให้ปราศจากเชื้อ ต้องจัดการตามคู่มือของผู้ผลิตและระเบียบของสถานพยาบาล บริการพ่นของ WHD เน้นพื้นผิวและพื้นที่อาคาร ควรแจ้งช่างล่วงหน้าว่ามีอุปกรณ์ใดอยู่ในห้อง

ถาม: WHD ให้บริการถึงอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท หรือไม่
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในพื้นที่ สามารถสอบถามการให้บริการต่างจังหวัดทางโทรศัพท์หรือ LINE @whd268 โดยยืนยันพื้นที่ วันนัด และค่าเดินทางเป็นกรณีไป

ถาม: ค่าบริการเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่ สภาพความเสียหาย และระยะทาง บริษัทจะเสนอราคาหลังประเมินจากภาพถ่ายหรือสำรวจหน้างาน และออกใบกำกับภาษีได้

พร้อมคืนสถานพยาบาลให้ชุมชนอย่างมั่นใจ

ปรึกษาการพ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล หลังน้ำท่วม สรรพยา ชัยนาท และพื้นที่อื่น ส่งภาพและขนาดพื้นที่มาให้ทีมงานประเมินเบื้องต้นได้ทันที

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อรพสตสถานพยาบาล #พ่นฆ่าเชื้อสรรพยา #พ่นฆ่าเชื้อชัยนาท #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อ #น้ำท่วมชัยนาท2569 #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. สถานพยาบาล, พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. หลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อสถานพยาบาลหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสรรพยา, พ่นฆ่าเชื้อชัยนาท, น้ำท่วมสรรพยา 2569, น้ำท่วมชัยนาท 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้