Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
กลางเดือนกันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทางฝั่งอันดามันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม บ้านปากคลอง หมู่ 3 และบ้านท่าหาน หมู่ 2 ตำบลรมณีย์ อำเภอกะปง รวมถึง ตำบลบางวัน ตำบลแม่นางขาว และตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา น้ำป่ามาเร็ว พาโคลน เศษไม้ และตะกอนเข้าบ้าน วัด และโรงเรียน แล้วลดลงในเวลาไม่นาน แต่สิ่งที่น้ำทิ้งไว้คือชั้นโคลนหนา ความชื้นที่ฝังในเนื้อไม้และผนัง พร้อมเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับที่อยู่ต่อไปอีกหลายสัปดาห์ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว อธิบายเชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำป่า และแนะนำลำดับฟื้นฟูบ้านก่อนการ อบโอโซนกะปง และคุระบุรี ให้ได้ผลและปลอดภัย
ตามรายงานของเดลินิวส์และไทยโพสต์ วันที่ 18 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดพังงา ที่ตำบลรมณีย์ อำเภอกะปง พื้นที่บ้านปากคลอง หมู่ 3 และบ้านท่าหาน หมู่ 2 ได้รับผลกระทบ โดยสำนักสงฆ์บ้านปากคลองถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา และบางจุดระดับน้ำสูงเกิน 1 เมตร นอกจากนี้ยังมีนักเรียน 6 คนติดค้างอยู่ที่โรงเรียนระหว่างที่น้ำท่วม ส่วนที่อำเภอคุระบุรี ในตำบลบางวัน ตำบลแม่นางขาว และตำบลคุระ มีรายงานบ้านเรือนเสียหายราว 30 หลัง
ข้อมูลเหล่านี้เป็นสถานการณ์ ณ วันที่ในรายงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รายงานไม่ได้ระบุความลึกของน้ำในบ้านแต่ละหลัง และไม่ได้แยกจำนวนบ้านเสียหายรายตำบล บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเพิ่มเติม ขอให้ติดตามประกาศล่าสุดจากที่ว่าการอำเภอกะปง อำเภอคุระบุรี องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา
ในภาพรวมของประเทศ ตามข้อมูลของ ปภ. เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เดลินิวส์รายงาน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน และไทยพีบีเอสรายงานว่า สทนช. แจ้งเตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ครอบครัวในพังงาซึ่งเคยเจอน้ำป่ามาแล้ว จึงควรติดตามประกาศเตือนภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และวางแผนฟื้นฟูบ้านโดยเผื่อฝนรอบใหม่
กะปงและคุระบุรีเป็นอำเภอที่มีภูเขาและป่าอยู่ใกล้ชุมชน ชาวบ้านจำนวนมากทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน บ้านเรือนมีทั้งบ้านไม้ยกพื้น บ้านปูนชั้นเดียว และบ้านที่ต่อเติมเป็นเพิงเก็บอุปกรณ์สวน เมื่อฝนตกหนักบนภูเขา น้ำจะไหลรวมลงคลองอย่างรวดเร็ว กลายเป็นน้ำป่าที่แรงและขุ่น พาดินโคลน ทราย กิ่งไม้ และเศษวัสดุจากสวนเข้ามาในชุมชน
ลักษณะเด่นของน้ำป่าคือมาเร็วและลดเร็ว แต่ทิ้งตะกอนโคลนไว้หนากว่าน้ำท่วมขังแบบทั่วไป โคลนเกาะตามพื้น ผนัง ใต้ตู้ ในลิ้นชัก และซึมเข้าไปในเนื้อไม้ เมื่อโคลนแห้งจะกลายเป็นฝุ่นที่ฟุ้งในอากาศ ส่วนโคลนที่ยังเปียกในซอกมุมก็เป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา บ้านไม้ยกพื้นมักมีโคลนติดค้างอยู่ใต้ถุนและตามคานไม้ ส่วนบ้านปูนมีโคลนค้างตามรอยต่อกระเบื้องและขอบผนัง
สำหรับสำนักสงฆ์ที่น้ำท่วมเกือบมิดหลังคา งานฟื้นฟูยิ่งหนัก เพราะต้องจัดการทั้งกุฏิ ศาลา ห้องเก็บของ ผ้าไตร เสื่อ หมอน และของใช้ส่วนรวมที่ชาวบ้านใช้ร่วมกัน ส่วนโรงเรียนที่เคยมีนักเรียนติดค้าง ก็ต้องทำความสะอาดห้องเรียน โรงอาหาร และห้องน้ำ ให้ปลอดภัยก่อนเด็ก ๆ กลับมาเรียน เพราะเด็กเป็นกลุ่มที่สัมผัสพื้น โต๊ะ และของใช้ร่วมกันตลอดวัน
องค์การอนามัยโลก CDC และกรมควบคุมโรค ต่างให้คำแนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมต้องระวังโรคที่มากับน้ำและอาหาร โรคผิวหนัง บาดแผลติดเชื้อ และอาการทางเดินหายใจจากเชื้อรา ต่อไปนี้คือเชื้อแต่ละกลุ่มที่ชาวกะปงและคุระบุรีควรรู้จัก
น้ำป่าที่ไหลผ่านสวน คอกสัตว์ และบ่อเกรอะ พาแบคทีเรียจากอุจจาระคนและสัตว์มาด้วย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาหารเป็นพิษ เชื้อเหล่านี้อยู่ได้ในโคลนที่เปียก และติดมือได้ง่ายระหว่างการตักโคลน นอกจากนี้ยังมีโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ที่พบได้ในพื้นที่สวนและชนบท เชื้อมาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน อาการที่ต้องจำไว้คือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง หากมีอาการหลังลุยน้ำหรือย่ำโคลน ให้รีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ ส่วนบาดแผลจากเศษไม้ ตะปู หรือสังกะสีที่น้ำพัดมา ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ต้องล้างแผลให้สะอาดและพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหากแผลลึกหรือบวมแดง
โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อน ทำให้อาเจียนและท้องร่วง เด็กเล็กเสี่ยงขาดน้ำได้เร็ว ส่วนไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) แพร่ได้ง่ายในที่ที่คนอยู่รวมกัน เช่น ศาลาวัดหรือโรงเรียนที่ใช้เป็นจุดพักชั่วคราว และในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าจากการทำความสะอาด การล้างมือบ่อย ๆ และแยกภาชนะของผู้ที่มีอาการจึงสำคัญมาก
CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายในประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา แต่ภาคใต้ฝั่งอันดามันในฤดูฝนมีความชื้นสูง และฝนยังตกเป็นระยะ บ้านจึงแห้งช้า เชื้อราขึ้นได้ทั้งบนผนัง ฝ้า ตู้ไม้ ที่นอน ผ้าม่าน และผ้าไตรในวัด สปอร์เชื้อราทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ไอ ระคายเคืองตา และกระตุ้นโรคหืด
กลิ่นหลังน้ำป่ามีลักษณะเฉพาะ คือกลิ่นดินโคลนที่หมักอยู่ในซอกมุม ผสมกับกลิ่นอับจากเชื้อรา และกลิ่นน้ำเสียจากบ่อเกรอะที่ล้น โมเลกุลกลิ่นซึมเข้าไปในไม้ ผ้า และยาแนว ทำให้กลิ่นยังวนอยู่แม้จะล้างพื้นหลายรอบแล้ว
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เด็กเล็กและเด็กนักเรียนที่สัมผัสพื้นและของใช้ร่วมกัน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรกลับเข้าบ้าน วัด หรือโรงเรียน หลังจากพื้นที่สะอาดและแห้งแล้ว สำหรับพระสงฆ์ที่อยู่ในสำนักสงฆ์ซึ่งน้ำท่วมสูง ญาติโยมควรช่วยจัดที่พักชั่วคราวที่แห้งและอากาศถ่ายเท ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูกุฏิและศาลา
กลุ่มที่มักถูกมองข้ามคือคนที่ลงแรงตักโคลนและคนกรีดยางที่ต้องกลับเข้าสวนเร็ว ซึ่งสัมผัสน้ำและโคลนนานที่สุด และมักมีแผลเล็ก ๆ ที่เท้าและมือ ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และหน้ากาก ล้างมือและเท้าด้วยสบู่ทุกครั้ง และหากมีไข้ ปวดน่อง หรือท้องร่วงในช่วงสองสัปดาห์หลังจากนั้น ให้ไปโรงพยาบาลทันที
สุขภาพ: ท้องร่วง ผื่นคัน น้ำกัดเท้า แผลอักเสบ และภูมิแพ้จากเชื้อราและฝุ่นโคลน เป็นปัญหาที่พบบ่อยหลังกลับเข้าบ้าน ฝุ่นจากโคลนแห้งยังทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจมีอาการมากขึ้น
ค่าใช้จ่าย: บ้านที่เสียหายต้องซ่อมแซม ของใช้ที่จมโคลนต้องทิ้ง และรายได้จากสวนยางหรือสวนปาล์มอาจสะดุดในช่วงฝนตกหนัก หากปล่อยให้เชื้อรากินเนื้อไม้หรือฝ้าจนต้องรื้อเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นอีก
เวลาและแรงงาน: การตักโคลนหนาออกจากบ้าน วัด และโรงเรียน ต้องใช้คนจำนวนมากและใช้เวลาหลายวัน ชุมชนมักช่วยกันทำทีละหลัง หากต้องกลับมาทำซ้ำเพราะเชื้อราหรือกลิ่น ก็ยิ่งเหนื่อย
วัดและโรงเรียน: สถานที่ส่วนรวมเป็นที่ที่คนจำนวนมากมารวมกัน การฟื้นฟูให้สะอาดและปลอดภัยจึงเป็นเรื่องของทั้งชุมชน ไม่ใช่แค่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง
ครอบครัวและจิตใจ: น้ำป่าที่มาเร็วทำให้หลายคนตกใจและเครียด การได้กลับเข้าบ้านที่สะอาด แห้ง และอากาศหายใจสบาย ช่วยให้ครอบครัวรู้สึกปลอดภัยและเริ่มต้นใหม่ได้
ฉีดน้ำแรงดันสูงแล้วจบ: ช่วยไล่โคลนบนพื้นผิวได้ดี แต่โคลนที่อยู่ในรอยต่อไม้ ใต้ตู้ และในผนังที่ซึมน้ำยังค้างอยู่ และการฉีดน้ำแรงในบ้านที่ยังไม่ตัดไฟอาจเป็นอันตราย
ราดน้ำยาฟอกขาวบนโคลน: น้ำยาฟอกขาวเสื่อมฤทธิ์เมื่อเจอสิ่งสกปรกและโคลน ต้องล้างโคลนออกให้หมดก่อน และห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะจะเกิดก๊าซอันตราย
ปิดบ้านเพราะฝนยังตก: ในฤดูฝนฝั่งอันดามัน หลายบ้านปิดหน้าต่างไว้ตลอด ทำให้ความชื้นสะสมและเชื้อราเติบโตเร็วขึ้น ควรเปิดระบายอากาศในช่วงที่ฝนหยุด
จุดธูปหรือใช้น้ำหอม: เป็นการกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ และควันธูปในห้องที่ปิดยังระคายเคืองทางเดินหายใจ
ทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ทับ: หากผนังยังชื้นและมีเชื้อราอยู่ข้างใต้ คราบจะกลับมา และวัสดุใหม่จะพองหรือหลุดล่อน
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด ร้านค้า สำนักงาน โรงเรียน โรงแรม และอาคารประเภทต่าง ๆ โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่ออกซิไดซ์ได้แรง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดและว่างเปล่า ก๊าซจะกระจายไปทั่วพื้นที่ เข้าถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และช่องว่างที่มือเข้าไม่ถึง ทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลกลิ่น จากนั้นสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบุว่ากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดที่หน้า เอกสารรับรอง แต่ต้องย้ำว่า หลังน้ำป่า โอโซนจะได้ผลก็ต่อเมื่อตักโคลนออก ล้าง และทำให้แห้งแล้ว โอโซนไม่ได้กำจัดโคลน ไม่ได้ทำให้ไม้แห้ง และไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในจังหวัดพังงา การให้บริการในกะปงและคุระบุรีนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ทีมงานจะยืนยันเรื่องการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันเวลาเมื่อติดต่อเข้ามา เราไม่รับปากการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน จึงควรติดต่อตั้งแต่ช่วงที่เริ่มตักโคลน
ขั้นแรกคือความปลอดภัย ตรวจโครงสร้างบ้านว่าเสาและพื้นไม่ทรุด ตัดไฟและให้ช่างตรวจระบบก่อนใช้ จากนั้นตักโคลนออกในขณะที่ยังเปียกอยู่ เพราะโคลนแห้งจะแข็งและฟุ้งเป็นฝุ่น ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ทิ้งของที่ซึมโคลนและกู้ไม่ได้ เช่น ที่นอน หมอน พรม และอาหาร แล้วเปิดระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นจนพื้นผิวแห้ง
เมื่อถึงจุดนี้ การอบโอโซนจะช่วยจัดการเชื้อและกลิ่นที่ยังเหลืออยู่ในอากาศและตามพื้นผิว สำหรับวัดและโรงเรียน ควรวางแผนให้ตรงกับช่วงที่ไม่มีคนใช้พื้นที่ เช่น ก่อนเปิดเรียน หรือช่วงที่พระสงฆ์ย้ายไปพักชั่วคราว หากมีประกาศเตือนฝนหนักหรือน้ำป่าในพื้นที่ อาจเลื่อนนัดออกไปเล็กน้อยเพื่อไม่ต้องทำซ้ำ
หมายเหตุ: กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำป่าไหลหลาก ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริง และไม่ใช่รีวิวจากลูกค้า
ลองนึกถึงคุณประเสริฐ ชาวสวนยางวัยหกสิบ ที่อยู่บ้านไม้ยกพื้นริมคลองในตำบลรมณีย์ กับภรรยาและหลานสาววัยอนุบาล คืนที่ฝนตกหนักบนเขา น้ำในคลองขึ้นเร็วมาก คุณประเสริฐพาภรรยาและหลานไปอยู่บ้านญาติที่อยู่บนที่สูงกว่า เช้าวันรุ่งขึ้นน้ำเริ่มลด แต่ใต้ถุนบ้านเต็มไปด้วยโคลน กิ่งไม้ และเศษขยะ ส่วนห้องชั้นบนมีโคลนเข้ามาตามพื้นและผนังด้านล่าง ที่นอนและหมอนเปื้อนโคลน ตู้เสื้อผ้าไม้ด้านล่างชื้น
คุณประเสริฐกับเพื่อนบ้านช่วยกันตักโคลนออกขณะที่ยังเปียก ใช้น้ำสะอาดล้างพื้นไม้และผนัง ทิ้งที่นอนและหมอนที่จมโคลน ซักเสื้อผ้า ตัดไฟให้ช่างตรวจก่อนใช้ และเปิดหน้าต่างทุกบานในช่วงที่ฝนหยุด หลังจากนั้นราวหนึ่งสัปดาห์ บ้านดูแห้งแล้ว แต่ยังมีกลิ่นโคลนและกลิ่นอับ โดยเฉพาะในห้องนอนหลานที่ผนังไม้เริ่มมีจุดราขาว
ในกรณีแบบนี้ คุณประเสริฐอาจติดต่อทีม WHD ทางไลน์ ส่งรูปบ้านและแจ้งที่ตั้งในกะปง ทีมงานจะแนะนำให้เช็ดคราบราที่มองเห็นออกก่อน ตรวจว่าผนังไม้แห้งพอ แล้ววางแผนอบโอโซนห้องนอนและห้องนั่งเล่น ระหว่างอบและระยะพัก ทุกคนต้องออกจากบ้าน รวมถึงสุนัขที่เลี้ยงไว้ เมื่อเสร็จแล้วเปิดระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง หากหลานมีอาการท้องเสีย หรือคุณประเสริฐมีไข้และปวดน่องหลังลุยโคลน ทั้งคู่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะการอบโอโซนไม่ได้ใช้รักษาโรค
ถาม: WHD มีสาขาในพังงาไหม
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดหมายผ่าน 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ทีมงานจะยืนยันเรื่องการเดินทางและพื้นที่ให้บริการเมื่อติดต่อเข้ามา
ถาม: บ้านยังมีโคลนอยู่ อบโอโซนก่อนได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำ ต้องตักโคลนออก ล้าง และทำให้แห้งก่อน เพราะโคลนเป็นแหล่งของเชื้อและกลิ่น หากยังอยู่ ผลของโอโซนจะไม่คุ้มค่า
ถาม: วัดหรือโรงเรียนใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ WHD ให้บริการอาคารหลายประเภท รวมถึงโรงเรียนและอาคารส่วนรวม ควรนัดในช่วงที่ไม่มีคนใช้พื้นที่
ถาม: ระหว่างอบอยู่ในห้องได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นห้องที่ว่าง คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออก และกลับเข้าได้หลังระยะพักและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง
ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: โดยทั่วไปราว 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมการเตรียม ระยะพัก และการระบายอากาศ
ถาม: มีไข้และปวดน่องหลังตักโคลน ทำอย่างไร
ตอบ: รีบพบแพทย์และแจ้งว่าลุยน้ำหรือย่ำโคลน เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนู การอบโอโซนไม่ใช่การรักษา
เมื่อบ้าน วัด หรือโรงเรียนของคุณตักโคลน ล้าง และแห้งพร้อมแล้ว ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินพื้นที่ วางแผนวันเวลา และสอบถามเรื่องการเดินทางไปยังพังงา
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ข้อมูลสถานการณ์น้ำอ้างอิงตามวันที่ในรายงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่
#อบโอโซนพังงา #น้ำท่วมกะปง #น้ำท่วมคุระบุรี #อบโอโซนกะปง #น้ำป่าพังงา2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนกะปง, น้ำท่วมกะปง, น้ำท่วมรมณีย์, น้ำท่วมคุระบุรี, อบโอโซนพังงา, น้ำป่าพังงา 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมพังงา, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ