Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 21 จำนวนผู้เข้าชม |
ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ชื่อ อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ปรากฏอยู่ในรายงานสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัด ในฐานะพื้นที่ต้นน้ำที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง และเป็นหนึ่งในสองอำเภอที่ทางจังหวัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับประชาชน สำหรับครอบครัวที่อยู่ในบ้านสวน บ้านไม้ บ้านชั้นเดียว หรือร้านค้าเล็ก ๆ ในชุมชน เมื่อน้ำลดลงแล้ว งานที่หนักไม่แพ้ตอนน้ำขึ้นคือการรับมือกับเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่น้ำทิ้งไว้ในบ้าน บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมในพื้นที่ต้นน้ำทิ้งอะไรไว้บ้าง ควรฟื้นฟูบ้านตามลำดับอย่างไร และการ อบโอโซนแก่งหางแมว ควรเข้ามาเป็นขั้นตอนไหน จึงจะคุ้มค่าและปลอดภัยต่อคนในบ้าน
ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ของจังหวัดจันทบุรี ณ วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 9 อำเภอ 31 ตำบล 163 หมู่บ้าน รวม 1,508 ครัวเรือน ในรายงานเดียวกันระบุว่าพื้นที่ต้นน้ำในอำเภอแก่งหางแมว ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้วแต่ยังอยู่ในระดับสูง และมีการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในอำเภอแก่งหางแมวและอำเภอนายายอาม เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สิ่งที่ควรรู้คือ ตัวเลข 1,508 ครัวเรือนเป็นตัวเลขรวมของทั้งจังหวัดจันทบุรี ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะของแก่งหางแมว รายงานที่เราอ้างอิงไม่ได้แยกจำนวนครัวเรือนหรือหมู่บ้านรายอำเภอ และไม่ได้ระบุความลึกของน้ำในแต่ละจุด บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเหล่านั้น และขอให้ผู้อ่านติดตามประกาศล่าสุดจากอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพราะสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
ในภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่รายงานโดยเดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ตามรายงานของไทยพีบีเอส แม้ประกาศนี้จะไม่ได้เจาะจงจันทบุรี แต่ก็เป็นสัญญาณว่าฤดูฝนปีนี้ยังไม่จบ ชาวแก่งหางแมวจึงควรวางแผนฟื้นฟูบ้านโดยเผื่อฝนรอบใหม่ไว้ด้วย
แก่งหางแมวเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจันทบุรีที่มีลักษณะเป็นพื้นที่เนินและป่า มีลำน้ำสายเล็กหลายสาย ชาวบ้านจำนวนมากทำสวนผลไม้และสวนยางพารา บ้านเรือนมีทั้งบ้านไม้ยกใต้ถุน บ้านปูนชั้นเดียว บ้านที่ต่อเติมเป็นโรงเก็บผลผลิตหรือโรงเก็บปุ๋ย และร้านค้าในชุมชน เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำจากพื้นที่สูงจะไหลรวมลงลำน้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำในพื้นที่ต้นน้ำขึ้นเร็วและพัดพาตะกอนดิน เศษไม้ ใบไม้ และสิ่งสกปรกจากสวนเข้ามาในบ้าน
ความต่างที่สำคัญเมื่อเทียบกับน้ำท่วมในเมืองคือ น้ำในพื้นที่สวนมักมีตะกอนดินมาก และอาจปนเปื้อนสิ่งที่อยู่ในสวน เช่น มูลสัตว์ ปุ๋ยคอก สารเคมีทางการเกษตรที่เก็บไว้ในโรงเรือน รวมทั้งน้ำจากบ่อเกรอะหรือส้วมซึมที่ล้นขึ้นมา เมื่อน้ำลดลง โคลนบาง ๆ ที่เคลือบพื้นและผนังจึงไม่ได้เป็นแค่ดิน แต่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสิ่งที่ก่อให้เกิดกลิ่น ส่วนบ้านไม้ที่ไม้ดูดซับความชื้นไว้ จะแห้งช้ากว่าที่ตาเห็น ทำให้เชื้อราเติบโตต่อได้แม้พื้นผิวภายนอกจะดูแห้งแล้ว
อีกเรื่องที่ครอบครัวในแก่งหางแมวมักเจอคือ หลายบ้านย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือบ้านญาติระยะหนึ่ง บ้านจึงถูกปิดทิ้งไว้ในสภาพชื้น ไม่มีการระบายอากาศ เมื่อกลับมาเปิดบ้าน กลิ่นอับจึงรุนแรงกว่าบ้านที่มีคนอยู่และเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกวัน นี่คือเหตุผลที่การฟื้นฟูบ้านในพื้นที่ต้นน้ำต้องทำเป็นลำดับ และต้องใส่ใจเรื่องความชื้นมากเป็นพิเศษ
น้ำท่วมไม่ได้พาแค่ดินโคลนเข้ามาในบ้าน แต่ยังพาเชื้อโรคหลายกลุ่มมาด้วย ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตรงกันว่า หลังน้ำท่วมควรระวังโรคที่มากับน้ำและอาหาร โรคผิวหนัง และปัญหาระบบทางเดินหายใจจากเชื้อรา ต่อไปนี้คือกลุ่มเชื้อที่ครอบครัวในแก่งหางแมวควรรู้จัก
แบคทีเรียที่พบบ่อยในน้ำท่วมคือกลุ่มที่มาจากอุจจาระคนและสัตว์ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาหารเป็นพิษ หากมือที่สัมผัสโคลนแล้วไปจับอาหาร ภาชนะ หรือของเล่นเด็ก เชื้อก็เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย อีกโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษในพื้นที่สวนและชนบทคือโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาการที่ต้องสังเกตคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หลังจากลุยน้ำหรือย่ำโคลน หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง
ไวรัสที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องร่วงรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจเสียน้ำเร็ว ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) แพร่กระจายได้ง่ายขึ้นในช่วงที่คนจำนวนมากอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง อากาศชื้น และร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก เมื่อครอบครัวกลับเข้าบ้าน ไวรัสเหล่านี้อาจติดมากับเสื้อผ้า กระเป๋า ที่นอน และของใช้ที่นำไปใช้ระหว่างอพยพด้วย
หน่วยงานด้านสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งให้เร็วที่สุด ภายในประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะเติบโต แต่ในความเป็นจริง บ้านไม้ บ้านที่มีฝ้าเพดานยิปซัม บ้านที่มีตู้ไม้อัดหรือที่นอนสปริง มักแห้งไม่ทันตามเวลานั้น เชื้อราจึงเริ่มขึ้นเป็นจุดสีดำ เขียว หรือขาว ตามมุมผนัง ขอบประตู ใต้ตู้ และในเนื้อวัสดุ สปอร์เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการกำเริบได้
กลิ่นที่ค้างในบ้านหลังน้ำท่วมเกิดจากหลายแหล่งรวมกัน ทั้งกลิ่นดินโคลนที่หมัก กลิ่นอับจากเชื้อราและแบคทีเรีย และกลิ่นน้ำเสียจากบ่อเกรอะที่ล้น โมเลกุลกลิ่นเหล่านี้ซึมเข้าไปในผ้าม่าน โซฟา ที่นอน พรม ไม้ และรอยต่อของกระเบื้อง ทำให้แม้จะล้างพื้นจนสะอาด กลิ่นก็ยังคงอยู่ การใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศเป็นเพียงการกลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ
คนทุกวัยสัมผัสเชื้อเหล่านี้ได้ แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าและควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ กลุ่มแรกคือผู้สูงอายุ ซึ่งภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย และหลายคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคปอด กลุ่มที่สองคือเด็กเล็ก ที่ชอบหยิบของเข้าปาก คลานบนพื้น และเสียน้ำได้เร็วเมื่อท้องร่วง กลุ่มที่สามคือหญิงตั้งครรภ์ ที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโคลนและสารเคมีทำความสะอาดเข้มข้น กลุ่มที่สี่คือผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และกลุ่มสุดท้ายที่มักถูกมองข้ามคือคนที่ลงแรงทำงานในสวนและล้างบ้านเอง ซึ่งต้องลุยน้ำ ย่ำโคลน และมีบาดแผลเล็ก ๆ ที่มือและเท้าบ่อยที่สุด
สำหรับคนทำสวนในแก่งหางแมว ช่วงหลังน้ำลดมักเป็นช่วงที่ต้องรีบกลับไปดูแลต้นไม้ ระบายน้ำออกจากแปลง และเก็บกวาดโรงเรือน จึงมีโอกาสสัมผัสน้ำและโคลนนานกว่าคนทั่วไป ควรสวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง และทำความสะอาดแผลทันทีหลังสัมผัสน้ำ หากเริ่มมีไข้หรือปวดน่องหลังจากนั้นไม่กี่วัน อย่ารอให้หายเอง ให้รีบไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน
ด้านสุขภาพ: อาการท้องร่วง ผื่นคัน น้ำกัดเท้า แผลติดเชื้อ และอาการภูมิแพ้จากเชื้อรา เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสัปดาห์แรก ๆ หลังกลับเข้าบ้าน หากบ้านยังมีความชื้นสูงและกลิ่นอับ คนในบ้านก็จะนอนหลับไม่สนิท ไอ คัดจมูก และรู้สึกอ่อนเพลียสะสม
ด้านเงิน: ครอบครัวที่พึ่งรายได้จากสวนผลไม้และสวนยาง อาจเจอทั้งผลผลิตเสียหาย ต้นไม้ที่ต้องฟื้นฟู และค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้านในเวลาเดียวกัน หากปล่อยให้เชื้อราลุกลามจนต้องรื้อฝ้า เปลี่ยนตู้ หรือทิ้งที่นอนเพิ่ม ค่าใช้จ่ายก็จะบานปลายมากกว่าการจัดการให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก
ด้านเวลา: งานล้างบ้านหลังน้ำท่วมกินเวลาหลายวัน และมักทับซ้อนกับงานในสวนที่รอไม่ได้ การทำซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย หรือเชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ ยิ่งทำให้เสียเวลาและแรงงาน
ด้านร้านค้าและที่พัก: ร้านค้าในชุมชน ร้านอาหาร และที่พักขนาดเล็กในแก่งหางแมว พึ่งพาความไว้วางใจของลูกค้า หากเปิดร้านแล้วยังมีกลิ่นอับ ลูกค้าก็อาจไม่กลับมา การทำให้พื้นที่สะอาด แห้ง และไม่มีกลิ่นก่อนเปิดใหม่จึงสำคัญต่อรายได้
ด้านครอบครัวและจิตใจ: การต้องอพยพไปศูนย์พักพิง แล้วกลับมาเจอบ้านที่เปียกชื้นและมีกลิ่น สร้างความเครียดให้ทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ผูกพันกับบ้านและข้าวของ การได้กลับมาอยู่ในบ้านที่อากาศสะอาดและหายใจได้สบาย คือส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูจิตใจด้วย
ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็งที่ล้างสะอาดแล้ว แต่ไม่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ ผ้า หรือฟองน้ำ และถ้าใช้บนพื้นที่ยังมีโคลน ประสิทธิภาพจะลดลงมาก ที่สำคัญคือห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะจะเกิดก๊าซอันตราย
เปิดพัดลมแล้วรอ: พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในผนัง ใต้พื้นไม้ และในที่นอนยังอยู่ และพัดลมยังพัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน
ฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปกลบกลิ่น: กลิ่นหอมกลบกลิ่นอับได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ต้นเหตุของกลิ่นยังอยู่ และบางครั้งกลิ่นผสมกันกลับทำให้คนที่แพ้ง่ายมีอาการมากขึ้น
ทาสีทับรอยเชื้อรา: เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก สีใหม่ทำให้ผนังดูสะอาด แต่ถ้าผนังยังชื้นและเชื้อรายังอยู่ข้างใต้ ไม่นานคราบก็จะทะลุขึ้นมาอีก และสีอาจพองลอก
รีบปิดบ้านเพราะกลัวฝนรอบใหม่: เข้าใจได้ว่าหลายบ้านอยากปิดประตูหน้าต่างไว้ แต่การปิดบ้านขณะที่ยังชื้น คือการสร้างสภาพที่เชื้อราชอบที่สุด ควรเปิดระบายอากาศในช่วงที่ฝนไม่ตก และใช้เครื่องลดความชื้นถ้ามี
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด ร้านค้า สำนักงาน โรงเรียน โรงแรม และสถานประกอบการ โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีความสามารถในการออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดและไม่มีคน โอโซนจะกระจายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และช่องว่างที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง และเข้าไปทำลายโครงสร้างของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา พร้อมทั้งสลายโมเลกุลที่ก่อให้เกิดกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งคราบสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ซึ่งทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบุว่าสามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง ของบริษัท อย่างไรก็ตาม เราต้องย้ำว่าโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลนออก ล้างทำความสะอาด และทำให้บ้านแห้งแล้วเท่านั้น โอโซนไม่ได้ทดแทนการล้างบ้าน ไม่ได้ทำให้ไม้ที่ชุ่มน้ำแห้ง และไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในจังหวัดจันทบุรี การให้บริการในแก่งหางแมวจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 โดยทีมงานจะแจ้งเรื่องการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันเวลาที่เป็นไปได้เมื่อติดต่อเข้ามา เราไม่สามารถรับปากเรื่องการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้ จึงแนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงที่เริ่มล้างบ้าน
คำถามที่ครอบครัวในพื้นที่ต้นน้ำถามบ่อยคือ ควรรอให้หมดฤดูฝนก่อนไหม คำตอบคือไม่จำเป็นต้องรอจนหมดฤดู แต่ควรรอให้บ้านพร้อม ซึ่งหมายถึงตักโคลนออกหมดแล้ว ล้างพื้นผิวแล้ว ทิ้งของที่เสียหายเกินกว่าจะกู้ได้แล้ว และพื้นที่แห้งพอสมควร หากอบโอโซนตอนที่ยังมีโคลนและน้ำขัง ผลจะไม่คุ้มค่า เพราะต้นเหตุของเชื้อและกลิ่นยังอยู่
สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำน้ำและเคยเจอน้ำหลายรอบ แนวทางที่เหมาะสมคือ ฟื้นฟูส่วนที่ใช้ชีวิตประจำวันก่อน เช่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องที่ผู้สูงอายุหรือเด็กใช้ แล้วค่อยทำส่วนอื่นตามความพร้อม ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีประกาศเตือนฝนหนักในพื้นที่ อาจเลื่อนนัดออกไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ต้องทำซ้ำ ทีมงาน WHD สามารถช่วยวางแผนจังหวะเวลาเหล่านี้ได้เมื่อติดต่อเข้ามา
หมายเหตุ: นี่เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริง และไม่ใช่รีวิวจากลูกค้า
สมมติว่าคุณมาลี อายุห้าสิบกว่าปี อาศัยอยู่กับแม่ที่อายุเกือบแปดสิบในบ้านปูนชั้นเดียว ข้างบ้านมีโรงเก็บอุปกรณ์สวนผลไม้ เมื่อฝนตกหนักและน้ำจากพื้นที่สูงไหลลงลำน้ำใกล้บ้าน ครอบครัวตัดสินใจพาแม่ไปพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของอำเภอ หลายวันต่อมาเมื่อระดับน้ำลดลง คุณมาลีกลับมาเปิดบ้าน และพบว่าพื้นมีโคลนบาง ๆ เคลือบอยู่ทั้งหลัง ขาโต๊ะไม้และตู้เสื้อผ้าชั้นล่างบวมน้ำ ที่นอนของแม่ซึ่งวางอยู่บนพื้นเปียกชุ่ม และกลิ่นอับรุนแรงจนต้องเปิดประตูทิ้งไว้ก่อนเข้าไป
สิ่งที่คุณมาลีทำเป็นลำดับคือ แจ้งไฟฟ้าให้ตรวจสอบระบบก่อนเปิดใช้ สวมรองเท้าบูทและถุงมือ ตักโคลนออก ล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ทิ้งที่นอนและของที่เป็นฟองน้ำซึ่งแช่น้ำนานเกินกู้คืน นำผ้าม่านไปซัก เปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงที่แดดออก และยืมเครื่องลดความชื้นจากญาติมาช่วยอีกแรง หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ พื้นผิวดูแห้งแล้ว แต่ห้องนอนแม่ยังมีกลิ่นอับ และเริ่มเห็นจุดดำเล็ก ๆ ที่มุมผนัง
ในกรณีแบบนี้ คุณมาลีอาจติดต่อทีม WHD ทางไลน์ ส่งรูปห้องและแจ้งที่ตั้งบ้านในแก่งหางแมว ทีมงานจะแนะนำให้เช็ดคราบเชื้อราที่มองเห็นออกก่อน ตรวจว่าผนังแห้งพอ แล้ววางแผนอบโอโซนห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว โดยแม่และสัตว์เลี้ยงต้องออกไปอยู่นอกบ้านในระหว่างการอบและระยะพัก เมื่อเสร็จแล้วเปิดระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง จากนั้นคุณมาลีคอยสังเกตความชื้นและกลิ่นต่อไปอีกระยะ หากแม่มีไข้หรือท้องเสีย ก็พาไปพบแพทย์ทันที ไม่ได้คิดว่าการอบโอโซนจะแทนการรักษา
ถาม: WHD มีสาขาในจันทบุรีหรือแก่งหางแมวไหม
ตอบ: ไม่มีสาขาในจังหวัด WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการต่างจังหวัดจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 โดยทีมงานจะแจ้งเรื่องการเดินทางและพื้นที่ให้บริการเมื่อติดต่อเข้ามา
ถาม: อบโอโซนแล้วไม่ต้องล้างบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อนเสมอ โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังทำความสะอาด เพื่อจัดการเชื้อและกลิ่นที่ยังตกค้าง
ถาม: ระหว่างอบโอโซนอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นห้องที่ว่างเท่านั้น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ และกลับเข้าได้หลังระยะพักและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง
ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: โดยทั่วไปราว 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมเวลาเตรียมพื้นที่ ระยะพัก และระบายอากาศ ระยะเวลาจริงขึ้นกับขนาดและสภาพบ้าน
ถาม: บ้านไม้ยกใต้ถุนอบโอโซนได้ไหม
ตอบ: ทำได้ในส่วนที่ปิดได้ เช่น ห้องนอนและห้องเก็บของ ทีมงานจะประเมินว่าส่วนไหนเหมาะสม เมื่อเห็นรูปหรือรายละเอียดของบ้าน
ถาม: ถ้ามีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้รีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู การอบโอโซนไม่ได้ใช้รักษาโรค
ถาม: ร้านค้าหรือที่พักขนาดเล็กใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ WHD ให้บริการทั้งบ้าน ร้านค้า สำนักงาน ที่พัก โรงเรียน และอาคารประเภทอื่น ติดต่อเพื่อประเมินพื้นที่ได้
เมื่อบ้านของคุณล้างและแห้งพร้อมแล้ว ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินพื้นที่ วางแผนวันเวลา และสอบถามเรื่องการเดินทางไปยังแก่งหางแมว
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ข้อมูลสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานราชการในพื้นที่
#อบโอโซนแก่งหางแมว #น้ำท่วมแก่งหางแมว #อบโอโซนจันทบุรี #น้ำท่วมจันทบุรี2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน #โอโซนฆ่าเชื้อ
คำค้นหา: อบโอโซนแก่งหางแมว, น้ำท่วมแก่งหางแมว, อบโอโซนจันทบุรี, น้ำท่วมจันทบุรี 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมจันทบุรี, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, อบโอโซนบ้านสวน, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ