อบโอโซนหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ เมื่อมวลน้ำไหลมารวมจนท่วมขังทุกตำบล

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ เมื่อมวลน้ำไหลมารวมจนท่วมขังทุกตำบล

อบโอโซนหลังน้ำท่วม อำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ เมื่อมวลน้ำไหลมารวมจนท่วมขังทุกตำบล

สำหรับคนที่อยู่ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี น้ำท่วมปี 2569 เป็นน้ำที่ไม่ได้มาจากฝนที่ตกในพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นมวลน้ำที่ไหลมาจากตัวเมืองปราจีนบุรีและอำเภอศรีมโหสถแล้วมารวมกันที่บ้านสร้าง ตามรายงานของมติชนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมขังทุกตำบลของอำเภอ และชาวบ้านเริ่มอพยพเข้าศูนย์พักพิง น้ำแบบนี้มักไม่ได้มาแล้วไปในวันเดียว แต่ขังอยู่นาน และเมื่อน้ำลดในที่สุด สิ่งที่ค้างอยู่ในบ้านคือเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่ซึมลึกเข้าไปในพื้น ผนัง ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ บทความนี้จะพาไปดูว่าน้ำท่วมขังแบบบ้านสร้างทิ้งอะไรไว้ในบ้าน ทำไมการล้างกับเปิดพัดลมอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และการ อบโอโซนบ้านสร้าง ควรอยู่ตรงไหนของการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)

ป้าศรี อายุหกสิบกว่า อยู่บ้านไม้สองชั้นริมคลองในอำเภอบ้านสร้างมาตั้งแต่แต่งงาน ชั้นล่างเป็นปูนเทพื้น ใช้เป็นที่ทำครัว ที่กินข้าว และที่นอนของสามีซึ่งเดินขึ้นบันไดไม่สะดวกแล้ว ชั้นบนเป็นไม้ทั้งหลัง มีห้องนอนของหลานสองคนที่พ่อแม่ไปทำงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ทุกปีหน้าฝนน้ำจะมาเอ่อที่ลานบ้านบ้าง แต่ไม่กี่วันก็ลด ป้าศรีจึงคิดว่าปีนี้คงเหมือนทุกปี

แต่ปีนี้ต่างออกไป ข่าวในโทรศัพท์บอกว่าน้ำจากตัวเมืองและจากศรีมโหสถกำลังไหลลงมา น้ำในคลองหน้าบ้านขึ้นทีละนิดทุกชั่วโมง จนวันหนึ่งน้ำข้ามธรณีประตูเข้ามาในครัว ป้าศรีกับหลานช่วยกันยกหม้อข้าว ถังแก๊ส และถุงข้าวสารขึ้นชั้นบน ส่วนที่นอนของสามีต้องลากขึ้นไปทั้งที่เปียกไปครึ่งหลัง สุดท้ายลูกชายตัดสินใจพาพ่อซึ่งเป็นผู้ป่วยเรื้อรังไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงก่อน ส่วนป้าศรีขออยู่เฝ้าบ้านที่ชั้นบน

น้ำขังอยู่หลายวัน สีขุ่นออกเขียว มีเศษใบไม้ ขยะ และคราบน้ำมันลอยมาติดใต้ถุนบ้าน ทุกเช้าป้าศรีได้กลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นท่อลอยขึ้นมาตามร่องไม้ของพื้นชั้นบน หลานคนเล็กเริ่มมีผื่นคันที่ขาเพราะต้องลุยน้ำลงไปเอาของ ป้าศรีเองเริ่มไอตอนกลางคืนโดยไม่รู้สาเหตุ

เมื่อระดับน้ำลดลงในที่สุด บ้านไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม เส้นคราบน้ำสีน้ำตาลพาดอยู่บนผนังปูนชั้นล่าง ตู้กับข้าวไม้บวมจนปิดไม่สนิท ที่นอนของสามีขึ้นจุดดำ และแม้จะขัดพื้นด้วยผงซักฟอกแล้วสองรอบ กลิ่นอับก็ยังไม่หายไป ลูกชายโทรมาบอกว่าคุณหมอให้พ่อกลับบ้านได้แล้ว คำถามที่ป้าศรีคิดไม่ตกคือ บ้านที่มีกลิ่นแบบนี้ปลอดภัยพอให้ผู้ป่วยกลับมานอนหรือยัง

เรื่องของป้าศรีเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง แต่ภาพแบบนี้คือสิ่งที่ครอบครัวจำนวนมากในพื้นที่น้ำท่วมขังต้องเจอ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็กอยู่ด้วย

จุดที่น้ำท่วมในอำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้อ้างอิงตามรายงานของ มติชน วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เท่านั้น เราไม่ได้เพิ่มตัวเลขหรือเหตุการณ์อื่นที่ไม่ได้ปรากฏในรายงาน และขอย้ำว่าสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศของอำเภอ ท้องถิ่น และหน่วยงานด้านภัยพิบัติอย่างใกล้ชิด

  • ที่มาของน้ำ: มวลน้ำจากตัวเมืองปราจีนบุรีและจากอำเภอศรีมโหสถไหลมารวมกันที่อำเภอบ้านสร้าง
  • ขอบเขตพื้นที่: ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและท่วมขังทุกตำบลในอำเภอบ้านสร้าง
  • การอพยพ: ชาวบ้านเริ่มอพยพเข้าศูนย์พักพิง 13 แห่ง รวม 69 คน ตามตัวเลขที่รายงาน ณ วันนั้น

สิ่งที่รายงานบอกเราอย่างชัดเจนคือ นี่เป็นน้ำท่วมแบบ ท่วมขัง ในพื้นที่ปลายน้ำ ไม่ใช่น้ำป่าที่มาเร็วแล้วลดเร็ว อำเภอบ้านสร้างเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่รับน้ำจากต้นทาง เมื่อน้ำจากหลายทางไหลมารวมกัน น้ำจึงค่อย ๆ สูงขึ้นและใช้เวลานานกว่าจะระบายออก บ้านที่อยู่ในน้ำหลายวันจะมีปัญหาความชื้นสะสมที่หนักกว่าบ้านที่ถูกน้ำท่วมเพียงไม่กี่ชั่วโมงอย่างมาก

ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ เดลินิวส์รายงาน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน ขณะที่ สทนช. เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากช่วง 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ตาม รายงานของไทยพีบีเอส ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ เวลาที่รายงาน และอาจเปลี่ยนไปแล้วเมื่อคุณอ่านบทความนี้

สำหรับชาวบ้านสร้าง ความหมายในทางปฏิบัติคือ การฟื้นฟูบ้านต้องรอให้น้ำลดจริงและพื้นแห้งพอก่อน การเริ่มล้างหรืออบฆ่าเชื้อเร็วเกินไปขณะที่น้ำยังมีโอกาสเอ่อกลับ อาจทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

น้ำท่วมขังหลายวันในบ้านสร้าง ทิ้งอะไรไว้ในบ้านบ้าง

น้ำท่วมขังในพื้นที่ปลายน้ำมีลักษณะต่างจากน้ำฝนที่ตกลงมาตรง ๆ น้ำที่ไหลผ่านตัวเมือง ชุมชน ทุ่งนา คอกสัตว์ และระบบระบายน้ำมาเป็นระยะทางไกล จะพาสิ่งปนเปื้อนมาด้วยตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากท่อระบายน้ำ น้ำจากบ่อเกรอะและส้วมที่ล้น มูลสัตว์ ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร ขยะชุมชน และซากพืช เมื่อน้ำนี้มาหยุดนิ่งอยู่ในบ้านหลายวัน สิ่งปนเปื้อนเหล่านั้นก็มีเวลาซึมเข้าไปในวัสดุทุกชนิด

บ้านในอำเภอบ้านสร้างมีหลายแบบ ตั้งแต่บ้านไม้ยกใต้ถุนแบบดั้งเดิมริมน้ำ บ้านไม้ชั้นบนปูนชั้นล่าง ไปจนถึงบ้านปูนชั้นเดียวและทาวน์เฮาส์ของครอบครัวที่ทำงานในโรงงาน แต่ละแบบเจอปัญหาไม่เหมือนกัน

  • บ้านไม้ยกใต้ถุน: น้ำอาจไม่ขึ้นถึงพื้นบ้าน แต่ใต้ถุนที่จมน้ำหลายวันจะกลายเป็นแหล่งโคลน ความชื้น และกลิ่น ซึ่งลอยขึ้นมาตามร่องไม้ของพื้นบ้านได้ตลอดเวลา เสาไม้ที่แช่น้ำนานจะดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำ
  • บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้: ชั้นล่างที่เป็นปูนมักเป็นครัวและที่นอนของผู้สูงอายุ เมื่อน้ำเข้า ข้าวของที่ยกไม่ทันจะเปียกทั้งหมด ผนังปูนอมความชื้นไว้ในเนื้อและคายออกมาอีกหลายสัปดาห์
  • บ้านปูนชั้นเดียว: ไม่มีที่ให้ยกของขึ้น ทุกอย่างในบ้านจึงจมน้ำพร้อมกัน ทั้งที่นอน ตู้เสื้อผ้า โซฟา และเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ยุ้งฉางและโรงเก็บของ: ข้าวเปลือก กระสอบปุ๋ย และอุปกรณ์การเกษตรที่เปียกน้ำจะขึ้นราอย่างรวดเร็ว และเป็นแหล่งกลิ่นที่ลอยมาถึงตัวบ้าน

สิ่งที่น้ำทิ้งไว้จึงไม่ได้มีแค่คราบโคลนที่มองเห็น แต่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ติดอยู่บนผิวและฝังอยู่ในรูพรุนของวัสดุ ความชื้นที่ค้างอยู่ในผนังและพื้นไม้ สปอร์เชื้อราที่เริ่มงอกภายในหนึ่งถึงสองวัน และโมเลกุลกลิ่นที่เกาะอยู่ในผ้าและไม้ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่บ้านหลังน้ำลดยังมีกลิ่นและยังทำให้คนในบ้านไม่สบาย แม้จะล้างจนพื้นดูสะอาดแล้วก็ตาม

เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วมบ้านสร้าง: แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่น

เมื่อพูดถึงเชื้อโรคหลังน้ำท่วม หลายคนนึกถึงแค่โรคฉี่หนู แต่ความจริงแล้วน้ำท่วมขังพาเชื้อมาหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีเส้นทางเข้าสู่ร่างกายและอาการแตกต่างกัน การรู้จักเชื้อเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการฟื้นฟูบ้านต้องทำเป็นขั้นตอน

1. แบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล

อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อบ่อเกรอะและส้วมล้นในช่วงน้ำท่วม อีโคไลจะกระจายไปทั่วน้ำ และติดค้างอยู่บนพื้น เคาน์เตอร์ครัว จาน ชาม และของเล่นเด็ก หากเผลอหยิบอาหารเข้าปากด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง อาจเกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง และในบางสายพันธุ์อาจรุนแรงกว่านั้น

ซาลโมเนลลา (Salmonella) มักมากับมูลสัตว์และอาหารที่ปนเปื้อน ในพื้นที่ที่มีคอกไก่ คอกเป็ด หรือคอกหมูอยู่ใกล้บ้านอย่างหลายหมู่บ้านในบ้านสร้าง น้ำท่วมจะพาเชื้อนี้กระจายเข้ามาในครัวเรือนได้ง่าย อาการที่พบบ่อยคือไข้ ท้องเสีย และอาเจียน

เลปโตสไปรา (Leptospira) คือเชื้อที่ทำให้เกิด โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เชื้ออยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนที่ต้องลุยน้ำเข้าออกบ้านหลายวันจึงมีความเสี่ยง อาการที่ควรระวังคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และ ปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างชัดเจน หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งประวัติการลุยน้ำด้วยทุกครั้ง กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องนี้ทุกฤดูน้ำหลาก

2. ไวรัสที่แพร่ได้ง่ายเมื่อคนอยู่รวมกัน

โนโรไวรัส (Norovirus) และ โรตาไวรัส (Rotavirus) เป็นไวรัสทางเดินอาหารที่ติดต่อผ่านน้ำ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อน โนโรไวรัสทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงและใช้เชื้อปริมาณน้อยก็ทำให้ป่วยได้ ส่วนโรตาไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงในเด็กเล็ก อาการคืออาเจียน ถ่ายเหลว และอาจขาดน้ำได้เร็วในเด็กและผู้สูงอายุ

ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ระบาดได้ง่ายในช่วงที่อากาศชื้นและผู้คนต้องอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด เช่น ศูนย์พักพิง หรือบ้านที่ญาติหลายครอบครัวมาอาศัยรวมกันชั่วคราว เมื่อกลับบ้าน เชื้อเหล่านี้อาจติดมากับเสื้อผ้า ผ้าห่ม และสัมภาระ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่อาการรุนแรงได้มากที่สุด

3. เชื้อราที่งอกตามความชื้น

เชื้อราเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของบ้านที่น้ำท่วมขัง องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำตรงกันว่า ควรทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่บ้านที่น้ำขังอยู่หลายวันอย่างในบ้านสร้างแทบไม่มีทางทำได้ทันเวลานั้น เพราะต้องรอน้ำลดก่อน ระหว่างนั้นสปอร์ราก็เริ่มงอกบนผนัง ขอบประตู ใต้ตู้ ที่นอน และผ้าม่านแล้ว

เชื้อราไม่ได้เป็นแค่คราบดำที่ดูไม่สวย สปอร์ราที่ฟุ้งอยู่ในอากาศกระตุ้นภูมิแพ้ ทำให้คัดจมูก จาม ไอเรื้อรัง ตาแดง ผื่นคัน และทำให้อาการหอบหืดกำเริบ สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคไต หรือผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรัง การหายใจเอาสปอร์ราบางชนิดเข้าไปเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ปอดได้

4. กลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นท่อ

กลิ่นหลังน้ำท่วมมาจากหลายแหล่งรวมกัน ได้แก่ กลิ่นอับจากเชื้อราที่กำลังเติบโต กลิ่นโคลนจากตะกอนที่ค้างในร่องพื้น กลิ่นเน่าจากซากพืชและอาหารที่เสีย และกลิ่นท่อจากน้ำเสียที่ซึมเข้ามา โมเลกุลกลิ่นเหล่านี้เกาะติดกับผ้า ไม้ ฟองน้ำในโซฟา และผนังที่มีรูพรุน การฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปจึงทำได้แค่กลบไว้ชั่วคราว กลิ่นอับที่ยังอยู่คือสัญญาณว่ายังมีความชื้นและแหล่งเชื้อหลงเหลืออยู่ในบ้าน

ใครเสี่ยงที่สุด

  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ภูมิคุ้มกันต่ำ และใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในห้องเดียว
  • เด็กเล็ก ชอบคลานบนพื้นและหยิบของเข้าปาก
  • หญิงตั้งครรภ์ หากติดเชื้อทางเดินอาหารและขาดน้ำ อาจกระทบทั้งแม่และลูก
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด และผู้มีภูมิแพ้หรือหอบหืด
  • คนที่ต้องลุยน้ำทำงาน เช่น เกษตรกรที่ต้องดูแลนาและคอกสัตว์ อาสาสมัคร และคนที่เข้าออกบ้านทุกวัน

ผลกระทบที่ครอบครัวในอำเภอบ้านสร้างต้องเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ: อาการที่พบบ่อยหลังกลับเข้าบ้านคือ ไอ จาม คัดจมูก ผื่นคัน ท้องเสีย และนอนไม่หลับเพราะกลิ่น หลายครอบครัวคิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยจากการเก็บกวาด แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปหลายวัน อาจเป็นสัญญาณว่าอากาศในบ้านยังไม่สะอาด และควรปรึกษาแพทย์

ด้านเงิน: ค่าใช้จ่ายหลังน้ำท่วมไม่ได้มีแค่ค่าซ่อมบ้าน แต่ยังมีค่าที่นอนใหม่ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่ารักษาพยาบาล และรายได้ที่หายไปจากนาข้าวหรืองานที่ต้องหยุด หากเชื้อรากลับมาซ้ำหลังซ่อมแซม เงินที่ใช้ทาสีหรือเปลี่ยนวัสดุไปแล้วก็สูญเปล่า

ด้านเวลา: การล้างบ้านที่น้ำขังหลายวันใช้เวลานาน และถ้าทำผิดลำดับ เช่น ทาสีทับผนังที่ยังชื้น หรือย้ายของกลับเข้าห้องก่อนห้องแห้ง ก็ต้องรื้อทำใหม่อีกรอบ

ด้านครอบครัว: หลายบ้านในบ้านสร้างมีลูกหลานไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมหรือในกรุงเทพฯ ภาระการเก็บกวาดจึงตกอยู่กับผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน ความกังวลว่าบ้านปลอดภัยพอหรือยังสำหรับพ่อแม่ที่ป่วย หรือหลานที่ยังเล็ก เป็นความเครียดที่สะสมจนทำให้ทั้งครอบครัวเหนื่อยล้า

ด้านอาชีพ: สำหรับบ้านที่ทำร้านค้า ร้านอาหาร หรือรับดูแลเด็กในชุมชน กลิ่นอับและคราบราที่ลูกค้าสังเกตเห็นได้ กระทบความเชื่อมั่นโดยตรง การทำให้พื้นที่สะอาดและไม่มีกลิ่นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาเปิดกิจการ

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้จึงไม่พอสำหรับบ้านที่น้ำขังหลายวัน

ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนผิวเรียบที่ล้างโคลนออกแล้วได้ แต่ทำงานได้ไม่ดีบนผิวที่ยังมีคราบดินเกาะ และไม่สามารถเข้าถึงเชื้อที่ฝังลึกในเนื้อไม้ ปูน หรือฟองน้ำ ที่สำคัญ ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนีย เพราะจะเกิดก๊าซพิษ

เปิดพัดลมแล้วรอให้แห้ง: พัดลมช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในเนื้อผนังและพื้นไม้ยังอยู่ และพัดลมยังพาสปอร์ราฟุ้งไปทั่วบ้านด้วย

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูป: กลิ่นหอมกลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ เมื่อกลิ่นหอมจางลง กลิ่นอับก็กลับมา

ทาสีทับคราบรา: เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก สีใหม่ปิดคราบได้ไม่กี่สัปดาห์ แล้วราจะดันขึ้นมาใหม่ใต้ชั้นสี พร้อมทำให้สีพองและลอก

ขัดเฉพาะจุดที่มองเห็น: เชื้อและกลิ่นอยู่ในจุดที่มองไม่เห็นด้วย เช่น หลังตู้ ใต้เตียง ในช่องว่างระหว่างพื้นไม้ ในผ้าม่าน ในฟูกที่นอน และในอากาศของห้องปิด

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าวิธีเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ การล้าง ฆ่าเชื้อพื้นผิว และทำให้แห้ง ยังเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ แต่สำหรับบ้านที่น้ำขังนาน มักต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติมที่ช่วยจัดการเชื้อและกลิ่นใน อากาศและจุดที่มือเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้

อบโอโซนบ้านสร้างกับ WHD: โอโซนทำงานอย่างไรหลังล้างและทำให้แห้งแล้ว

โอโซน (O3) คือออกซิเจนที่มีอะตอมสามตัว เป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อปล่อยโอโซนในปริมาณที่ควบคุมเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท โอโซนจะกระจายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และเนื้อผ้า แล้วเข้าไปทำลายโครงสร้างของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมทั้งสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้บนพื้นผิว

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) การอบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ขั้นตอนบริการ

  1. ปรึกษาและประเมินพื้นที่: แจ้งขนาดบ้าน จำนวนห้อง ระดับที่น้ำเคยท่วม และสภาพปัจจุบัน ผ่านโทรศัพท์หรือไลน์ พร้อมส่งรูปถ่าย
  2. เตรียมพื้นที่: ตรวจว่าโคลนถูกตักออก ล้างแล้ว และห้องแห้งพอ ปิดประตูหน้าต่าง และนำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ทั้งหมด
  3. ปล่อยโอโซน: เจ้าหน้าที่ตั้งเครื่องและปล่อยโอโซนให้เต็มพื้นที่ทีละโซน
  4. ระยะสัมผัส: ปล่อยให้โอโซนทำงานกับเชื้อและกลิ่นตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  5. พักและระบายอากาศ: รอให้โอโซนสลายตัวและเปิดระบายอากาศ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ก่อนให้คนกลับเข้าห้อง

กฎสำคัญ: การอบโอโซนต้องทำใน ห้องที่ว่างเปล่าและปิดสนิท ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน และกลับเข้าห้องได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น โอโซนเข้มข้นระคายเคืองทางเดินหายใจ จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ควบคุม

สิ่งที่โอโซนทำไม่ได้: โอโซนไม่ได้แทนการตักโคลน การล้าง การทำให้แห้ง หรือการรักษาพยาบาล หากผนังยังเปียกหรือโคลนยังหนาอยู่ ต้องจัดการก่อน และใครในบ้านที่มีอาการไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์

บริการในอำเภอบ้านสร้างและปราจีนบุรี

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดปราจีนบุรี การให้บริการในบ้านสร้างและพื้นที่ใกล้เคียงจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ทีมงานจะยืนยันเรื่องการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันเวลาเมื่อติดต่อเข้ามา เราไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงที่ถนนบางสายยังมีน้ำท่วม แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าเมื่อเริ่มเห็นว่าน้ำลดแน่นอนแล้ว ระหว่างนั้นก็ทำความสะอาดและเปิดบ้านให้แห้งไปพร้อมกัน

โปรโมชัน: เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ดูข้อมูลบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการทำความสะอาดด้วยโอโซน

10 เหตุผลที่บ้านในอำเภอบ้านสร้างควรพิจารณาอบโอโซนหลังน้ำลด

  1. น้ำขังนานกว่าบ้านทั่วไป ความชื้นจึงซึมลึกและเชื้อรามีเวลางอกมากกว่า การ อบโอโซนหลังน้ำท่วม ช่วยจัดการส่วนที่การขัดล้างเข้าไม่ถึง
  2. น้ำมาจากหลายต้นทาง ผ่านเมือง ชุมชน และทุ่งนา จึงพาเชื้อหลายกลุ่มมาพร้อมกัน
  3. โอโซนเป็นก๊าซ เข้าถึงซอกมุม ใต้ตู้ ใต้เตียง และร่องพื้นไม้ ที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง
  4. สลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การกลบกลิ่นด้วยน้ำหอม
  5. ไม่มีสารเคมีตกค้าง เพราะโอโซนกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับห้องนอนเด็กและผู้สูงอายุ
  6. ช่วยเตรียมห้องรับผู้ป่วยกลับบ้าน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไปพักศูนย์พักพิงหรือโรงพยาบาลช่วงน้ำท่วม
  7. ลดสปอร์ราในอากาศ ช่วยลดตัวกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืดหลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว
  8. ใช้เวลาไม่นานต่อโซน ประมาณ 30 นาทีต่อรอบ ทำทีละห้องตามลำดับความสำคัญได้
  9. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง 99.99% สำหรับไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ดูข้อมูล บริการอบโอโซนบ้านพักอาศัย
  10. ใช้ได้หลายพื้นที่ ทั้งบ้าน ร้านค้า โรงเรียน ศาลาวัด และสำนักงาน เมื่อพื้นที่เหล่านั้นล้างและแห้งแล้ว

ก่อนและหลัง: บ้านหลังน้ำลดในบ้านสร้าง

ก่อน (ล้างแล้วแต่ยังไม่อบ)

  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อลอยขึ้นมาตามร่องพื้นไม้
  • จุดดำของเชื้อราที่ขอบผนังและหลังตู้
  • คนในบ้านไอ จาม คัดจมูกตอนกลางคืน
  • ไม่แน่ใจว่าห้องพร้อมให้ผู้ป่วยกลับมาพักหรือยัง

หลัง (ล้าง แห้ง แล้วอบโอโซน)

  • กลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน อากาศในห้องโปร่งขึ้น
  • เชื้อในอากาศและบนพื้นผิวที่เข้าถึงยากถูกจัดการ
  • ไม่มีสารเคมีตกค้างบนที่นอนและของใช้
  • มั่นใจขึ้นในการเตรียมห้องให้ผู้สูงอายุและเด็ก

กรณีตัวอย่าง: บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ที่ต้องเตรียมรับผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายลำดับการทำงาน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใด)

ลองนึกถึงบ้านแบบป้าศรี บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ในบ้านสร้างที่น้ำขังชั้นล่างอยู่หลายวัน ลูกชายของป้าศรี สมมติว่าชื่อคุณเอก ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม หลังน้ำลด เขาลางานกลับมาช่วยแม่ตักโคลน ทิ้งที่นอนและตู้กับข้าวที่บวมน้ำ ล้างพื้นและผนังชั้นล่างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อตามฉลาก เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน และใช้พัดลมเป่าอยู่หลายวัน

เมื่อผนังเริ่มแห้งและพื้นไม่มีน้ำซึมแล้ว คุณเอกติดต่อไลน์ของ WHD ส่งรูปห้องครัว ห้องนอนชั้นล่าง และห้องนอนชั้นบนที่มีกลิ่นลอยขึ้นมา ทีมงานสอบถามข้อมูลเพิ่ม ยืนยันการเดินทางและนัดวัน ในวันนัด ทุกคนในบ้านออกไปรอที่บ้านญาติ เจ้าหน้าที่อบโอโซนห้องนอนชั้นล่างที่จะให้พ่อกลับมาพักก่อน แล้วตามด้วยครัวและห้องชั้นบน ทีละโซน แล้วพักและระบายอากาศตามขั้นตอน

สิ่งที่ครอบครัวแบบนี้มักบอกหลังจากนั้นคือ กลิ่นที่เคยค้างในห้องลดลงจนสังเกตได้ และรู้สึกมั่นใจขึ้นในการพาผู้ป่วยกลับบ้าน แต่สิ่งที่สำคัญเท่ากันคือ พวกเขายังเฝ้าดูอาการของคนในบ้าน และพาไปหาหมอทันทีหากมีไข้หรืออาการผิดปกติ เพราะโอโซนช่วยเรื่องบ้าน ไม่ใช่เรื่องการรักษาโรค

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านในบ้านสร้าง ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนอบโอโซน

  • รอให้หน่วยงานในพื้นที่ยืนยันว่าน้ำลดแล้วและปลอดภัยที่จะกลับเข้าบ้าน
  • ตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนเข้าบ้าน ให้ช่างไฟตรวจสอบก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ
  • ตักโคลนออกให้มากที่สุด ทิ้งที่นอน ฟูก และของที่ซึมน้ำแล้วทำความสะอาดไม่ได้
  • ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
  • เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้พัดลมช่วย จนพื้นและผนังแห้ง
  • เก็บอาหาร ยา และของใช้ส่วนตัวออกจากห้อง นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกในวันอบ

หลังอบโอโซน

  • รอให้ครบเวลาพักและระบายอากาศตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ก่อนกลับเข้าห้อง
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศต่อ และควบคุมความชื้นในบ้านไม่ให้กลับมาสูง
  • ตรวจดูจุดที่เคยมีราเป็นระยะ หากราขึ้นใหม่แปลว่ายังมีความชื้นสะสม ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
  • ซ่อมแซมหรือทาสีหลังจากผนังแห้งสนิทแล้วเท่านั้น
  • สังเกตอาการของคนในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนหลังน้ำท่วมอำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี

ถาม: น้ำยังไม่ลดหมด ควรจองอบโอโซนตอนนี้เลยไหม
ตอบ: ติดต่อปรึกษาและวางแผนล่วงหน้าได้ แต่การอบจริงควรทำเมื่อน้ำลดแน่นอน โคลนถูกตักออก บ้านล้างแล้ว และพื้นผนังแห้งพอ เพราะถ้าน้ำกลับมาอีกก็ต้องเริ่มใหม่

ถาม: อบโอโซนแทนการล้างบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนขั้นตอนเหล่านั้น

ถาม: ระหว่างอบ คนในบ้านอยู่ชั้นบนได้ไหม
ตอบ: ไม่ควร ห้องหรือโซนที่อบต้องว่างและปิดสนิท ส่วนบ้านไม้ที่อากาศถ่ายเทระหว่างชั้นได้ง่าย เจ้าหน้าที่อาจขอให้ทุกคนออกจากบ้านทั้งหลังในช่วงนั้น

ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร
ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซนต่อรอบ บวกเวลาเตรียมและพักระบายอากาศ เวลารวมขึ้นกับขนาดบ้านและจำนวนห้อง

ถาม: WHD มีสาขาในปราจีนบุรีไหม
ตอบ: ไม่มี WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในบ้านสร้างนัดผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 และยืนยันการเดินทางเมื่อติดต่อ

ถาม: หลังอบแล้วกลิ่นยังเหลือบ้าง ทำอย่างไร
ตอบ: มักแปลว่ายังมีแหล่งความชื้นหรือวัสดุที่อมน้ำค้างอยู่ เช่น ฟองน้ำในโซฟาหรือไม้ใต้พื้น ควรตรวจหาและจัดการต้นเหตุ แล้วปรึกษาทีมงานว่าควรทำซ้ำเฉพาะจุดหรือไม่

ถาม: ลุยน้ำมาหลายวัน เริ่มมีไข้และปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและบอกประวัติการลุยน้ำ เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

วางแผนอบโอโซนบ้านในอำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี

ส่งรูปบ้านและรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินก่อน แล้วค่อยนัดวันเมื่อบ้านพร้อม

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | ไลน์ @whd268 | ติดต่อเรา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

#อบโอโซนปราจีนบุรี #น้ำท่วมบ้านสร้าง #อบโอโซนบ้านสร้าง #น้ำท่วมปราจีนบุรี2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน #โอโซนฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: อบโอโซนบ้านสร้าง, น้ำท่วมบ้านสร้าง, อบโอโซนปราจีนบุรี, น้ำท่วมปราจีนบุรี 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมบ้านสร้าง, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้