อบโอโซนหลังน้ำท่วม วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง และหมู่ 4 ต.บ้านแห อ.เมืองอ่างทอง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าวัดและชุมชน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนหลังน้ำท่วม วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง และหมู่ 4 ต.บ้านแห อ.เมืองอ่างทอง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าวัดและชุมชน

อบโอโซนหลังน้ำท่วม วัดต้นสน ต.ตลาดหลวง และหมู่ 4 ต.บ้านแห อ.เมืองอ่างทอง 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าวัดและชุมชน

สำหรับชาวบ้านและญาติโยมใน วัดต้นสน ตำบลตลาดหลวง และหมู่ 4 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ปลายเดือนกันยายนต่อต้นเดือนตุลาคม 2569 เป็นช่วงที่ต้องเฝ้ามองระดับแม่น้ำเจ้าพระยาแทบทุกชั่วโมง ตามรายงานของเดลินิวส์ คันดินในหมู่ 4 ตำบลบ้านแหพังลงเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ และอีกไม่กี่วันต่อมา น้ำเจ้าพระยาก็ทะลักเข้าไปในวัดต้นสน เมื่อน้ำเริ่มลด สิ่งที่ยังค้างอยู่ในบ้าน ศาลา กุฏิ และอาคารต่าง ๆ คือเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้น บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมแบบน้ำล้นตลิ่งริมเจ้าพระยาทิ้งอะไรไว้ ทำไมการล้างพื้นกับเปิดพัดลมจึงยังไม่พอ และการ อบโอโซนอ่างทอง ควรอยู่ในขั้นตอนไหนของการฟื้นฟู

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย

ป้าละเอียดอยู่บ้านไม้สองชั้นไม่ไกลจากริมแม่น้ำในเขตเมืองอ่างทอง ทุกปีเธอคุ้นกับการที่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงในหน้าฝน แต่ปีนี้ต่างออกไป ข่าวเรื่องคันดินที่บ้านแหพังทำให้คนในละแวกนั้นรีบยกตู้เย็น ถังข้าวสาร และที่นอนขึ้นชั้นบน ลูกหลานช่วยกันกั้นกระสอบทรายหน้าบ้าน ส่วนป้าเองก็ยังห่วงวัดที่ไปทำบุญเป็นประจำ เพราะได้ยินว่าน้ำเริ่มเข้าไปในลานวัดแล้ว

หลายวันต่อมา เมื่อน้ำลดลงจากใต้ถุนบ้าน ป้าละเอียดเปิดประตูห้องเก็บของชั้นล่าง กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นโคลนผสมกลิ่นอับที่ไม่เหมือนกลิ่นบ้านเดิม ผนังไม้ด้านล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัดเจน ตู้ไม้ที่ยกไม่ทันบวมจนบานประตูปิดไม่สนิท สามสัปดาห์หลังจากนั้น จุดดำเล็ก ๆ เริ่มขึ้นตามมุมผนังและหลังตู้ หลานที่เป็นภูมิแพ้เริ่มไอและจามทุกครั้งที่ลงมาชั้นล่าง

เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดกับบ้านเดียว แต่เกิดซ้ำในหลายครัวเรือนริมเจ้าพระยา ทั้งในตำบลตลาดหลวง ตำบลบ้านแห และอำเภออื่นของอ่างทองที่น้ำเข้า น้ำท่วมจบลงเมื่อน้ำลด แต่ปัญหาสุขอนามัยในบ้านเพิ่งเริ่มต้น

จุดที่น้ำท่วมในวัดต้นสนและหมู่ 4 บ้านแห อ่างทอง: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้มาจากรายงานข่าวที่ระบุวันที่ชัดเจน ตัวเลขและสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่ประกอบด้วยเสมอ

  • 30 กันยายน 2569: ตามรายงานของเดลินิวส์ คันดินในหมู่ 4 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง พังลง หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ภาพรวมจังหวัดในช่วงเดียวกัน: รายงานเดียวกันระบุว่าจังหวัดอ่างทองมีน้ำท่วม 5 อำเภอ รวม 1,523 ครัวเรือน
  • 2 ตุลาคม 2569: ตามรายงานของเดลินิวส์ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าวัดต้นสน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง ระดับน้ำสูงราว 20 ถึง 30 เซนติเมตร
  • ภาพรวมระดับประเทศ: ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน

ตัวเลข 1,523 ครัวเรือนเป็นยอดรวมระดับจังหวัดในวันที่รายงาน ไม่ได้หมายถึงเฉพาะตำบลบ้านแหหรือตำบลตลาดหลวง บทความนี้จึงไม่ระบุความลึกของน้ำรายหลังคาเรือน และไม่คาดเดาตัวเลขอื่นนอกเหนือจากที่รายงานไว้ สิ่งที่ชัดเจนคือ น้ำในพื้นที่นี้เป็นน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมักขังอยู่นานกว่าน้ำป่าและพาตะกอนดิน เศษขยะ และน้ำเสียจากหลายแหล่งเข้ามาในบ้าน

สำหรับวัดต้นสน ระดับน้ำ 20 ถึง 30 เซนติเมตรอาจฟังดูไม่สูง แต่ในอาคารที่ใช้ร่วมกันอย่างศาลาการเปรียญ โรงครัว กุฏิพระ ห้องเก็บอุปกรณ์งานบุญ และห้องน้ำสาธารณะ น้ำระดับข้อเท้าถึงหน้าแข้งก็เพียงพอให้พรม เสื่อ ฟูกนั่ง ผ้าม่าน ไม้อัด และผนังปูนส่วนล่างดูดน้ำไว้จนเกิดความชื้นสะสม

น้ำล้นตลิ่งเจ้าพระยาในอ่างทอง ทิ้งอะไรไว้ในบ้านและในวัด

น้ำท่วมในอ่างทองช่วงนี้ต่างจากน้ำป่าไหลหลากทางภาคเหนือ น้ำเจ้าพระยาค่อย ๆ ยกตัวสูงขึ้น ล้นตลิ่งหรือรั่วผ่านคันดิน แล้วขังอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ลักษณะแบบนี้ทำให้ความเสียหายในบ้านแตกต่างออกไป

  • ตะกอนบาง ๆ แต่กระจายทั่ว: น้ำแม่น้ำพาโคลนละเอียดเข้ามาเกาะตามพื้น ผนัง ซอกบันได และใต้เฟอร์นิเจอร์ ตะกอนเหล่านี้เก็บความชื้นและสารอินทรีย์ซึ่งเป็นอาหารของเชื้อจุลินทรีย์
  • น้ำที่ปนน้ำเสีย: เมื่อน้ำท่วมเป็นวงกว้าง น้ำจากท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และกองขยะไหลมารวมกัน น้ำที่ดูใสก็อาจมีเชื้อโรคปนอยู่
  • ความชื้นที่ซึมลึก: น้ำที่ขังนานซึมเข้าไม้ ปูนฉาบ ยิปซัม และพื้นลามิเนต แม้ผิวหน้าดูแห้งแล้ว เนื้อวัสดุด้านในยังชื้นอยู่
  • พื้นที่อับลมใต้ถุนและห้องเก็บของ: บ้านไม้ยกใต้ถุนและบ้านปูนชั้นเดียวริมแม่น้ำมักมีมุมอับที่แดดและลมเข้าไม่ถึง เป็นจุดที่เชื้อราเติบโตได้ดี
  • ของใช้ร่วมกันในวัด: ศาลา โรงครัว ห้องน้ำ และห้องเก็บของในวัดมีคนเข้าออกจำนวนมากในวันพระหรืองานบุญ ถ้าสุขอนามัยไม่ดี เชื้อโรคก็มีโอกาสส่งต่อไปยังผู้คนหลายกลุ่ม

อ่างทองเป็นจังหวัดที่ผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ชุมชนจำนวนมากอยู่ริมน้ำ มีทั้งบ้านไม้ยกใต้ถุนแบบดั้งเดิม ห้องแถวในย่านตลาด บ้านปูนชั้นเดียว และพื้นที่นาข้าว ความหลากหลายนี้ทำให้การฟื้นฟูแต่ละหลังต้องดูจากวัสดุและการระบายอากาศของบ้านนั้น ๆ ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกหลัง

เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วมอ่างทอง: แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่น

เมื่อพูดถึง "เชื้อโรคหลังน้ำท่วม" หลายคนนึกถึงแค่โรคผิวหนังหรือน้ำกัดเท้า แต่ความจริงน้ำท่วมพาเชื้อหลายกลุ่มเข้ามาในบ้านพร้อมกัน และแต่ละกลุ่มก่อปัญหาต่างกัน

1. แบคทีเรีย

อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่มักบ่งบอกว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อน้ำท่วมไหลผ่านบ่อเกรอะและท่อน้ำเสีย อีโคไลก็ตามมาเกาะอยู่บนพื้นผิว ภาชนะ และของใช้ในครัว ถ้าเผลอรับเข้าปากผ่านมือที่ไม่ได้ล้าง อาจเกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ซัลโมเนลลา (Salmonella) ก็เป็นอีกเชื้อหนึ่งที่เกี่ยวกับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ส่วน เลปโตสไปรา (Leptospira) เป็นเชื้อก่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งพบได้ในน้ำและดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนที่ลุยน้ำช่วยขนของในวัดหรือเก็บกวาดบ้านหลายวันจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

2. ไวรัส

โนโรไวรัส และ โรตาไวรัส ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาเจียน แพร่ง่ายผ่านมือ ภาชนะ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะในที่ที่คนอยู่รวมกัน เช่น ศูนย์พักพิงหรือโรงครัวในวัดที่ทำอาหารแจกผู้ประสบภัย ส่วน ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ได้ดีในช่วงฝนตก อากาศชื้น และคนอยู่กันหนาแน่น เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสป่วยรุนแรงกว่า

3. เชื้อรา

หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้ของที่เปียกน้ำแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา แต่ในพื้นที่ที่น้ำขังนานอย่างริมเจ้าพระยา การทำให้แห้งภายในเวลานั้นแทบเป็นไปไม่ได้ สปอร์ของเชื้อราจึงงอกตามผนังไม้ ปูนฉาบ ฝ้า ผ้าม่าน ฟูก หมอน และตู้เสื้อผ้า เชื้อราไม่ได้ทำให้บ้านดูสกปรกเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด คัดจมูก ระคายเคืองตาและผิวหนัง

4. กลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นน้ำเสีย

กลิ่นอับหลังน้ำท่วมเกิดจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมาขณะย่อยสลายสารอินทรีย์ในโคลน รวมกับกลิ่นน้ำเสียที่ซึมเข้าวัสดุพรุน กลิ่นเหล่านี้ฝังอยู่ในเนื้อไม้ ผ้า และฟองน้ำ การฉีดน้ำหอมจึงแค่กลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ

ใครเสี่ยงที่สุด

ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ควรอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด ในบริบทของวัด พระสงฆ์สูงวัยที่จำวัดในกุฏิชั้นล่าง และญาติโยมสูงอายุที่มานั่งในศาลาเป็นประจำ ก็เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

สำคัญ: หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หลังลุยน้ำมาไม่กี่วัน หรือมีอาการท้องร่วง อาเจียนรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม การอบโอโซนเป็นการดูแลสภาพแวดล้อมในบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค

ผลกระทบที่ครอบครัวในเมืองอ่างทองต้องเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ: อาการไอ จาม คัดจมูก ผื่นคัน และท้องเสีย มักเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์หลังน้ำลด เพราะคนกลับเข้าบ้านที่ยังชื้นและยังมีเชื้อสะสม

ด้านค่าใช้จ่าย: เฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่นอน เสื่อ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้าเชื้อรากลับมาหลังซ่อมแซม ก็ต้องเสียเงินซ้ำอีกรอบ

ด้านเวลา: หลายครอบครัวในอ่างทองทำนา ค้าขาย หรือทำงานในเมือง การต้องลางานหลายวันเพื่อขัดล้างบ้านกระทบรายได้โดยตรง

ด้านชุมชน: วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งงานบุญ งานศพ และกิจกรรมของโรงเรียน ถ้าศาลาและโรงครัวยังมีกลิ่นอับหรือเชื้อรา ญาติโยมก็ไม่กล้ามาร่วมงาน หรือมาแล้วไม่สบายใจ

ด้านจิตใจ: การกลับเข้าบ้านที่ยังมีกลิ่นน้ำท่วม ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ยังไม่จบ ความเครียดสะสมทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

ทำไมวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ จึงยังไม่พอสำหรับบ้านริมเจ้าพระยาที่น้ำขังหลายวัน

  • ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนผิวเรียบที่ไม่ดูดซึม แต่ซึมเข้าเนื้อไม้หรือปูนพรุนได้ไม่ลึก เชื้อราที่อยู่ข้างในจึงกลับมาได้ และถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • เปิดพัดลมแล้วรอ: พัดลมช่วยไล่ความชื้นที่ผิว แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และอาจพัดสปอร์เชื้อราให้ฟุ้งไปทั่วบ้าน
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง กลิ่นอับก็กลับมา เพราะต้นเหตุยังอยู่
  • ทาสีทับคราบเชื้อรา: ทำให้ผนังดูสะอาดในระยะสั้น แต่เชื้อราใต้สียังเติบโต สีจะพองและลอกในไม่ช้า
  • เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: เชื้อและกลิ่นซ่อนอยู่หลังตู้ ใต้พื้น ในช่องว่างของผนัง และในอากาศ ซึ่งผ้าเปียกเข้าไม่ถึง

วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผิด และหลายข้อยังจำเป็นในขั้นทำความสะอาด เพียงแต่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่มองไม่เห็นและอากาศภายในห้อง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้

อบโอโซนอ่างทองกับ WHD: โอโซนทำงานอย่างไรหลังล้างและทำให้แห้งแล้ว

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องที่ปิดมิดชิด โอโซนจะกระจายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุมหลังตู้ ใต้เตียง และในเนื้อผ้า แล้วเข้าไปทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโมเลกุลที่ทำให้เกิดกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง

ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) การอบโอโซนสามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง

ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไป

  1. ประเมินพื้นที่: พูดคุยทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อทราบขนาดบ้าน จำนวนห้อง ลักษณะวัสดุ และสภาพหลังน้ำลด
  2. เตรียมห้อง: เจ้าของบ้านทำความสะอาด ขนโคลนออก ล้าง และทำให้แห้งก่อน จากนั้นนำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากห้อง
  3. ปล่อยโอโซน: ช่างปิดห้องและเปิดเครื่องโอโซนตามขนาดพื้นที่ รอบละประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  4. ระยะสัมผัส: ปล่อยให้โอโซนทำงานในห้องที่ปิดอยู่ตามเวลาที่ช่างกำหนด
  5. พักห้องและระบายอากาศ: เปิดหน้าต่างระบายอากาศตามคำแนะนำของช่าง ก่อนกลับเข้าห้อง

กฎห้องว่าง: ระหว่างอบโอโซน ห้องต้องว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าห้องได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้งเท่านั้น

เรื่องการเดินทาง: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดอ่างทอง การให้บริการในอำเภอเมืองอ่างทองและพื้นที่ใกล้เคียงจัดผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันวัน เวลา และเงื่อนไขการเดินทางให้เมื่อติดต่อเข้ามา ไม่ได้รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน

10 เหตุผลที่บ้านและอาคารในเมืองอ่างทองควรพิจารณาอบโอโซนหลังน้ำลด

  1. เข้าถึงจุดที่มือเข้าไม่ถึง ก๊าซโอโซนกระจายเข้าไปหลังตู้ ใต้พื้นไม้ และซอกฝ้า ซึ่งการเช็ดถูทั่วไปทำได้ยาก
  2. จัดการเชื้อหลายกลุ่มในรอบเดียว ทั้ง แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ที่มากับน้ำเจ้าพระยา
  3. ลดกลิ่นอับที่ต้นเหตุ โอโซนทำลายโมเลกุลกลิ่น ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นแบบสเปรย์
  4. ไม่ทิ้งสารตกค้าง โอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน เหมาะกับห้องนอน ห้องครัว และพื้นที่ที่เด็กใช้
  5. ช่วยลดโอกาสเชื้อรากลับมา เมื่อทำหลังจากบ้านแห้งดีแล้ว ช่วยลดสปอร์ที่ค้างอยู่ในอากาศและบนพื้นผิว
  6. เหมาะกับบ้านไม้ริมน้ำ บ้านไม้ยกใต้ถุนมีรอยต่อและช่องว่างมาก ก๊าซเข้าถึงได้ทั่วกว่าน้ำยาที่ฉีดพ่น
  7. ใช้ได้กับอาคารส่วนรวม เช่น ศาลา โรงครัว ห้องเก็บของ หรือห้องประชุม เมื่อปิดพื้นที่และไม่มีคนอยู่ระหว่างอบ
  8. ใช้เวลาไม่นานต่อโซน รอบทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน แล้วตามด้วยช่วงพักห้องตามคำแนะนำ
  9. มีผลทดสอบรองรับ ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง กำจัดเชื้อได้ 99.99% ดูข้อมูลบริการได้ที่ บริการอบโอโซน WHD
  10. ช่วยให้ครอบครัวกลับเข้าบ้านอย่างมั่นใจขึ้น เมื่อกลิ่นอับลดลงและบ้านสะอาด จิตใจก็ค่อย ๆ กลับสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ งานอบโอโซนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ตามโปรโมชันของบริษัท

ก่อนและหลัง: บ้านริมเจ้าพระยาในอ่างทองที่ล้างแล้วอย่างเดียว เทียบกับล้างแล้วอบโอโซน

ล้างอย่างเดียว

  • ผิวพื้นดูสะอาด แต่ยังมีกลิ่นอับเมื่อปิดห้องไว้ข้ามคืน
  • มุมผนังหลังตู้เริ่มมีจุดดำภายในไม่กี่สัปดาห์
  • ที่นอนและผ้าม่านยังมีกลิ่นโคลน
  • คนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้ยังจามและคัดจมูก
  • ต้องฉีดสเปรย์กลบกลิ่นอยู่เรื่อย ๆ

ล้าง ทำให้แห้ง แล้วอบโอโซน

  • กลิ่นอับลดลงชัดเจน ทั้งในห้องและในเนื้อผ้า
  • เชื้อที่ค้างในอากาศและซอกมุมถูกจัดการไปด้วย
  • ลดโอกาสที่เชื้อราจะกลับมาเมื่อควบคุมความชื้นต่อเนื่อง
  • ห้องนอนและครัวกลับมาใช้งานได้อย่างสบายใจขึ้น
  • ไม่มีสารเคมีตกค้าง เพราะโอโซนสลายเป็นออกซิเจน

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ยกใต้ถุนในตำบลบ้านแห หลังคันดินพัง

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่สร้างจากลักษณะปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

คุณสมชายมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงในตำบลบ้านแห ใต้ถุนบ้านใช้เก็บเครื่องมือทำนา กระสอบปุ๋ย และแคร่ไม้สำหรับนั่งเล่นตอนเย็น เมื่อคันดินหมู่ 4 พัง น้ำเข้าใต้ถุนและขังอยู่หลายวัน ชั้นบนไม่โดนน้ำโดยตรง แต่ความชื้นจากใต้ถุนลอยขึ้นมาตามร่องพื้นไม้ ไม่นานกลิ่นอับก็ลามเข้าห้องนอน

เมื่อน้ำลด ครอบครัวเริ่มจากตักโคลนออกจากใต้ถุน ฉีดล้างเสาและพื้นดิน ทิ้งกระสอบปุ๋ยที่เปียก แล้วรอให้แดดและลมช่วยให้แห้งอยู่หลายวัน ชั้นบนก็ยกที่นอนออกมาตาก ซักผ้าม่าน และเช็ดพื้นไม้ด้วยน้ำยาทำความสะอาด แต่กลิ่นในห้องนอนยังไม่หายไปหมด

คุณสมชายจึงติดต่อ WHD ทาง LINE ส่งภาพห้องและบอกขนาดบ้าน ทีมงานนัดวันที่เดินทางได้ วันทำงาน ครอบครัวออกไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว ช่างปิดห้องและอบโอโซนทีละโซน ทั้งห้องนอน ห้องเก็บของ และห้องโถงชั้นบน จากนั้นพักห้องและเปิดหน้าต่างระบายอากาศตามที่ช่างแนะนำ ก่อนครอบครัวจะกลับเข้าบ้าน

ข้อสังเกตจากกรณีนี้คือ การอบโอโซนเกิดขึ้นหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว ครอบครัวยังต้องเปิดบ้านระบายอากาศ ดูแลความชื้น และสังเกตจุดเชื้อราต่อเนื่องหลังจากนั้น

ดูแลวัดต้นสนและอาคารส่วนรวมในตำบลตลาดหลวง หลังน้ำเจ้าพระยาลด

วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างวัดต้นสนมีอาคารหลายประเภทในบริเวณเดียวกัน แต่ละแบบต้องดูแลต่างกัน ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปที่คณะกรรมการวัด ไวยาวัจกร หรือจิตอาสาในชุมชนนำไปปรับใช้ได้ โดยควรปรึกษาเจ้าอาวาสและผู้ดูแลวัดก่อนทุกครั้ง

  • ศาลาการเปรียญและศาลาอเนกประสงค์: เก็บพรม เสื่อ และอาสนะที่เปียกออกมาตากหรือคัดทิ้ง ล้างพื้นให้สะอาดและปล่อยให้แห้ง ก่อนพิจารณาอบโอโซนเพื่อลดกลิ่นอับในพื้นที่กว้าง
  • โรงครัวและที่ล้างจาน: ทิ้งอาหารแห้งและเครื่องปรุงที่โดนน้ำ ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน แล้วลวกหรือฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของกรมอนามัย โรงครัวเป็นจุดสำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวกับอาหารของคนจำนวนมาก
  • กุฏิพระสงฆ์: ฟูก หมอน และผ้าห่มที่ซับน้ำมักเป็นแหล่งเชื้อราและกลิ่น ควรเปลี่ยนใหม่หรือซักและตากให้แห้งจริง กุฏิไม้ที่อยู่ชั้นล่างควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศให้มากที่สุด
  • ห้องน้ำสาธารณะ: ตรวจระบบส้วมและบ่อเกรอะว่าไม่ล้นย้อน ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • ห้องเก็บของงานบุญ: โต๊ะพับ เก้าอี้ ผ้าปูโต๊ะ และอุปกรณ์เครื่องเสียงที่โดนน้ำควรแยกออกมาตรวจ สิ่งที่ซับน้ำนานอาจต้องคัดทิ้ง

การอบโอโซนในอาคารของวัดทำได้เช่นเดียวกับบ้าน คือต้องปิดพื้นที่ ไม่มีพระสงฆ์ ญาติโยม หรือสัตว์ เช่น สุนัขและแมวในวัด อยู่ในอาคารระหว่างอบ และต้องพักอาคารและระบายอากาศตามคำแนะนำของช่างก่อนเปิดใช้งาน ควรวางแผนให้ตรงกับวันที่ไม่มีกิจของสงฆ์หรืองานบุญในอาคารนั้น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านในเมืองอ่างทอง ก่อนและหลังอบโอโซน

ก่อนเริ่มทำความสะอาด

  • ติดตามประกาศของจังหวัดและ ปภ. ว่าน้ำลดแน่นอนแล้ว และไม่มีคำเตือนให้เฝ้าระวังเพิ่ม
  • ตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนเข้าบ้าน ถ้าปลั๊กหรือสายไฟเคยจมน้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
  • ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ หรือแมงป่อง ที่อาจหนีน้ำเข้ามาในบ้าน

ระหว่างทำความสะอาด

  • ตักโคลนและเศษขยะออกให้หมด ทั้งในห้องและใต้ถุนบ้าน
  • ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่เก็บไว้ได้ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • คัดทิ้งของที่ดูดซับน้ำเสียนานและทำความสะอาดไม่ได้ เช่น ฟูก หมอน พรม และไม้อัดที่บวม
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำท่วม
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร

ก่อนวันอบโอโซน

  • เปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่าน ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยจนวัสดุแห้ง
  • ถ่ายภาพห้องและจุดที่มีปัญหา ส่งให้ทีมงานทาง LINE @whd268 เพื่อประเมินเบื้องต้น
  • วางแผนที่พักชั่วคราวสำหรับคน สัตว์เลี้ยง และย้ายต้นไม้ออกนอกห้อง

หลังอบโอโซน

  • กลับเข้าห้องหลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้งเท่านั้น
  • เปิดบ้านรับลมสม่ำเสมอ ควบคุมความชื้นไม่ให้กลับมาสูง
  • สังเกตจุดเชื้อราใหม่ทุกสัปดาห์ ถ้าพบให้ทำความสะอาดทันที
  • ถ้าคนในบ้านมีอาการผิดปกติ ไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการหายเอง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนหลังน้ำท่วมอ่างทอง

ถาม: น้ำเข้าวัดต้นสนแค่ 20 ถึง 30 เซนติเมตร จำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: ขึ้นกับสภาพหลังทำความสะอาด ถ้าล้างและทำให้แห้งแล้วไม่มีกลิ่นอับหรือเชื้อรา อาจไม่จำเป็น แต่ถ้าพรม เสื่อ ผนังไม้ หรือห้องที่อับลมยังมีกลิ่น การอบโอโซนช่วยจัดการส่วนที่มองไม่เห็นได้

ถาม: อบโอโซนแทนการล้างบ้านได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว ถ้ายังมีโคลนหรือน้ำขัง เชื้อจะกลับมาได้อีก

ถาม: ระหว่างอบอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ห้องต้องว่าง ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: รอบทำงานประมาณ 30 นาทีต่อโซน จำนวนโซนขึ้นกับขนาดบ้าน แล้วตามด้วยเวลาพักห้องก่อนกลับเข้า

ถาม: WHD มีสาขาที่อ่างทองหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในอ่างทองนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และยืนยันเรื่องการเดินทางเมื่อติดต่อ

ถาม: อบแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาอีกเลยใช่ไหม
ตอบ: โอโซนช่วยลดเชื้อที่มีอยู่ ณ เวลาที่อบ แต่ถ้าบ้านยังชื้นหรือมีน้ำรั่วซึม เชื้อราก็กลับมาได้ จึงต้องควบคุมความชื้นต่อเนื่อง

ถาม: ลุยน้ำมาหลายวันแล้วปวดน่อง มีไข้ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าสัมผัสน้ำท่วม เพราะอาจเสี่ยงโรคฉี่หนู การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรค

วางแผนอบโอโซนบ้านในวัดต้นสน ตลาดหลวง และบ้านแห อ่างทอง

ส่งภาพห้องและขนาดพื้นที่ให้ทีม WHD ประเมินเบื้องต้น ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน วันที่เดินทางได้ และเงื่อนไขการให้บริการในจังหวัดอ่างทอง

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ WHD

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268  |  worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

#อบโอโซนอ่างทอง #น้ำท่วมเมืองอ่างทอง #น้ำท่วมบ้านแห #น้ำท่วมวัดต้นสน #น้ำท่วมตลาดหลวง #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน

คำค้นหา: อบโอโซนอ่างทอง, น้ำท่วมวัดต้นสน, น้ำท่วมบ้านแห, น้ำท่วมตลาดหลวง, น้ำท่วมเมืองอ่างทอง 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมอ่างทอง, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้