Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ชาวบ้านใน ชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนวัดทุ่งสมุทร และชุมชนบ้านไร่ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ รู้ดีว่าน้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว ฝนตกหนักข้ามคืนทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้ามาเป็นระลอก จนถึงระลอกที่สาม แม่น้ำป่าสักสูงจนเกินตลิ่ง น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนหลายร้อยครัวเรือน เมื่อน้ำลด สิ่งที่ยังค้างอยู่ในบ้านคือโคลน ความชื้น เชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับที่ไม่ยอมหายไปง่าย ๆ บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมซ้ำหลายรอบแบบนี้ทิ้งอะไรไว้ในบ้าน ทำไมการล้างแล้วเปิดหน้าต่างอย่างเดียวมักไม่พอ และการ อบโอโซนหล่มสัก ควรอยู่ตรงไหนในลำดับการฟื้นฟูบ้าน เพื่อให้ครอบครัวกลับมาหายใจได้เต็มปอดในบ้านของตัวเองอีกครั้ง
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)
ป้าศรี อยู่บ้านไม้สองชั้นใกล้วัดในตำบลปากช่องมาตั้งแต่สาว ชั้นล่างเป็นปูนทำเป็นครัวกับห้องเก็บของ ชั้นบนเป็นไม้สักเก่าที่พ่อแม่สร้างไว้ ทุกปีพอเข้าหน้าฝน ป้าจะคอยฟังข่าวระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพราะรู้ว่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากลำน้ำ แต่ปีนี้ต่างออกไป น้ำไม่ได้ค่อย ๆ ขึ้นแล้วค่อย ๆ ลดเหมือนที่เคย
ระลอกแรกมาตอนกลางคืน น้ำขุ่นสีแดงไหลเข้าลานบ้าน ป้ากับหลานช่วยกันยกถุงข้าวสารและหม้อหุงข้าวขึ้นชั้นบน พอน้ำลดลงได้ไม่นาน ป้าเริ่มกวาดโคลนออก ล้างพื้นครัวไปได้ครึ่งหนึ่ง ระลอกที่สองก็ตามมาอีก โคลนที่เพิ่งกวาดออกไปกลับเข้ามาใหม่ ผ้าที่ตากไว้เปียกซ้ำ ตู้กับข้าวไม้ที่เริ่มแห้งกลับชุ่มน้ำอีกรอบ และเมื่อฝนตกหนักข้ามคืนอีกครั้ง น้ำป่าระลอกที่สามก็มาถึงพร้อมกับข่าวว่าแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่งแล้ว
หลังทุกอย่างสงบลง ป้าศรีพบว่าบ้านไม่เหมือนเดิม กลิ่นโคลนผสมกลิ่นอับลอยอยู่ทั้งชั้นล่าง ผนังปูนขึ้นคราบเป็นแนวสามเส้นตามระดับน้ำแต่ละรอบ ใต้บันไดไม้มีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นเป็นกลุ่ม หลานชายวัยห้าขวบเริ่มไอตอนกลางคืน ส่วนป้าเองก็รู้สึกคันจมูกทุกครั้งที่ลงมาทำกับข้าว ป้าล้างแล้วล้างอีก ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดตามมุม เปิดพัดลมทั้งวัน แต่กลิ่นก็ยังกลับมาทุกเย็นที่อากาศเริ่มชื้น
เรื่องของป้าศรีเป็นภาพที่หลายครอบครัวในชุมชนริมแม่น้ำป่าสักคุ้นเคย น้ำท่วมซ้ำหลายรอบทำให้บ้านไม่มีโอกาสแห้งสนิทระหว่างรอบ ความชื้นสะสมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อโรคและเชื้อราชอบที่สุด
ตามรายงานของ เดลินิวส์ (19 ก.ย. 2569) สถานการณ์ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีข้อเท็จจริงสำคัญดังนี้
ในภาพรวมระดับประเทศ ตามรายงานของ ปภ. ที่เดลินิวส์เผยแพร่ ข้อมูลเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน ขณะที่ไทยพีบีเอสรายงานว่า สทนช. เตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ต.ค. ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้
หมายเหตุ: ตัวเลขระดับน้ำและจำนวนครัวเรือนข้างต้นเป็นข้อมูล ณ วันที่ระบุในรายงาน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอด โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากอำเภอหล่มสัก เทศบาล และหน่วยงานในพื้นที่ บทความนี้ไม่ได้ระบุความลึกของน้ำในแต่ละบ้าน เพราะรายงานข่าวไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนั้นไว้
อำเภอหล่มสักอยู่ในหุบเขาตอนบนของลุ่มน้ำป่าสัก ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและพื้นที่สูง เมื่อฝนตกหนักบนภูเขา น้ำจะไหลลงสู่ลำห้วยและแม่น้ำอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่น้ำท่วมในพื้นที่แบบนี้มักมาในลักษณะของน้ำป่าไหลหลาก มาเร็ว แรง และพาตะกอนดิน กิ่งไม้ เศษใบไม้ รวมถึงสิ่งสกปรกจากไร่นาและคอกสัตว์ลงมาด้วย
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ในตำบลปากช่องยากกว่าปกติ คือคำว่า ระลอกที่สาม น้ำที่มาซ้ำหลายรอบหมายความว่า
เมื่อแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง น้ำที่ท่วมชุมชนริมน้ำก็ไม่ใช่น้ำฝนสะอาดอีกต่อไป แต่เป็นน้ำที่ผ่านทุ่งนา ถนน ท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ และคอกสัตว์มาแล้ว บ้านในชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนวัดทุ่งสมุทร และชุมชนบ้านไร่ ซึ่งมีทั้งบ้านไม้ยกใต้ถุน บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ห้องแถว และบ้านปูนชั้นเดียว จึงได้รับสิ่งปนเปื้อนแตกต่างกันตามลักษณะบ้าน บ้านไม้จะดูดความชื้นเข้าเนื้อไม้ บ้านปูนจะเก็บความชื้นไว้ในผนังและใต้กระเบื้อง ส่วนห้องแถวที่อับลมจะมีปัญหากลิ่นค้างนานกว่าบ้านที่โล่ง
ชุมชนรอบวัดก็มีความเฉพาะตัว ศาลาวัด กุฏิ โรงครัว และห้องเก็บของของวัดมักเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้ร่วมกัน ทั้งทำบุญ ประชุม หรือเป็นที่พักพิงชั่วคราว ถ้าพื้นที่เหล่านี้เปียกน้ำแล้วไม่ได้ฟื้นฟูให้ดี เชื้อโรคและเชื้อราก็อาจกลายเป็นปัญหาสุขอนามัยของคนทั้งชุมชน ไม่ใช่แค่บ้านใดบ้านหนึ่ง
คำว่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วมฟังดูกว้าง แต่ถ้าแยกให้ชัดจะเห็นว่ามีอย่างน้อยสี่กลุ่มใหญ่ที่ครอบครัวในหล่มสักควรรู้จัก แต่ละกลุ่มมาจากแหล่งต่างกัน ส่งผลต่อสุขภาพต่างกัน และต้องจัดการด้วยวิธีที่ต่างกันด้วย
น้ำป่าที่ไหลผ่านไร่นา คอกวัว คอกหมู และบ่อเกรอะ พาแบคทีเรียหลายชนิดเข้ามาในบ้าน ที่พบบ่อยคือ อีโคไล (E. coli) ซึ่งมาจากอุจจาระของคนและสัตว์ ทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ปนเปื้อนอาหารและภาชนะ ทำให้อาหารเป็นพิษ และที่ต้องระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ชนบทคือ เลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู เชื้อนี้มากับปัสสาวะของหนูและสัตว์เลี้ยงบางชนิด เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ
แบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้หายไปพร้อมกับน้ำ มันเกาะอยู่ในชั้นโคลนที่ค้างตามพื้น ร่องกระเบื้อง ขาโต๊ะ ใต้ตู้เย็น และในฟองน้ำของเบาะโซฟา ยิ่งน้ำท่วมซ้ำหลายรอบ โคลนก็ยิ่งหนาและซับซ้อน ทำให้การล้างรอบเดียวเอาออกได้ไม่หมด
คำเตือน: หากใครในบ้านมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หรือรู้สึกอ่อนเพลียมากหลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้าน ให้รีบไปพบแพทย์ และบอกแพทย์ว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม อย่ารอให้อาการหายเอง เพราะโรคฉี่หนูรักษาได้ผลดีถ้าได้รับยาเร็ว
ช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด คนในชุมชนมักอยู่รวมกันใกล้ชิดกว่าปกติ บางครอบครัวอพยพไปพักที่ศาลาวัดหรือบ้านญาติ บางบ้านรับเพื่อนบ้านมาอยู่ชั้นบนด้วยกัน สภาพแบบนี้เอื้อต่อการแพร่ของไวรัสหลายชนิด โนโรไวรัส (Norovirus) และ โรตาไวรัส (Rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ติดต่อผ่านมือ ภาชนะ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน ส่วน ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) แพร่ผ่านละอองฝอยในอากาศและพื้นผิว ซึ่งระบาดง่ายขึ้นเมื่ออากาศเย็นชื้นและคนอยู่กันแออัด
เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด เป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด เพราะภูมิคุ้มกันอาจรับมือกับเชื้อได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป
เชื้อราเป็นปัญหาที่มองเห็นช้า แต่ส่งผลนาน องค์กรด้านสุขภาพอย่าง WHO และ CDC ต่างแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งให้เร็วที่สุด โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะเติบโต แต่สำหรับบ้านในตำบลปากช่องที่โดนน้ำซ้ำหลายระลอก การทำให้แห้งในกรอบเวลานั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เชื้อราจึงมีเวลาฝังตัวในเนื้อไม้ ผนังยิปซัม วอลเปเปอร์ ม่าน ที่นอน และตู้เสื้อผ้า
สปอร์ของเชื้อราลอยในอากาศได้ เมื่อหายใจเข้าไปอาจทำให้คัดจมูก จาม ไอ แสบตา ผื่นคัน และกระตุ้นอาการหอบหืดหรือภูมิแพ้ในคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงกว่านั้นได้
กลิ่นหลังน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ชาวบ้านบ่นถึงมากที่สุด เพราะรบกวนชีวิตทุกวัน กลิ่นอับเกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ในบ้าน กลิ่นโคลนมาจากตะกอนที่ยังชื้นอยู่ใต้พื้นและในผนัง ส่วนกลิ่นท่อหรือกลิ่นสิ่งปฏิกูลมาจากน้ำที่ไหลย้อนจากท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะ กลิ่นเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กทำงานอยู่ในบ้าน และเป็นตัวบอกว่าการฟื้นฟูยังไม่จบ
ด้านสุขภาพ คนในบ้านอาจเริ่มมีอาการเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเชื่อมโยงกับน้ำท่วม เช่น ไอตอนกลางคืน คัดจมูกตอนเช้า ผื่นคันตามแขนขา ท้องเสียเป็นพัก ๆ หรือเด็กงอแงนอนไม่หลับ อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับเชื้อราและแบคทีเรียที่ค้างอยู่ในบ้าน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน
ด้านเงิน ของที่เสียหายจากน้ำซ้ำหลายรอบมักเสียหายมากกว่าน้ำรอบเดียว ที่นอน โซฟา ตู้ไม้อัด และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นอาจต้องทิ้ง ขณะที่ของที่ยังพอใช้ได้ก็ต้องลงทุนกับการซ่อมแซมและทำความสะอาด หลายครอบครัวในหล่มสักมีรายได้จากการเกษตร ค้าขาย หรือรับจ้าง ซึ่งเมื่อต้องหยุดงานมาจัดการบ้าน รายได้ก็หายไปพร้อมกัน
ด้านเวลา การล้างบ้านที่โดนน้ำสามระลอกกินเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ยิ่งถ้าในบ้านมีแต่ผู้สูงอายุ งานหนักอย่างการขนของ ขัดพื้น และรื้อเฟอร์นิเจอร์ก็ยิ่งช้า บางบ้านต้องรอลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัดกลับมาช่วย
ด้านจิตใจ การเห็นบ้านที่เพิ่งล้างเสร็จกลับเปียกอีกรอบเป็นความเหนื่อยที่อธิบายยาก หลายคนรู้สึกท้อ นอนไม่หลับ และกังวลทุกครั้งที่ฝนเริ่มตก กลิ่นอับที่ยังค้างอยู่ในบ้านทำให้ความรู้สึกว่าเหตุการณ์ยังไม่จบตามมาหลอกหลอนทุกวัน
ด้านครอบครัวและชุมชน ร้านค้าเล็ก ๆ ร้านอาหารตามสั่ง หรือบ้านที่รับเลี้ยงเด็กในชุมชน หากยังมีกลิ่นอับ ลูกค้าและผู้ปกครองอาจลังเลที่จะกลับมา ส่วนวัดและศาลาที่ใช้ร่วมกัน ถ้าไม่ได้ฟื้นฟูให้สะอาดก็อาจเป็นจุดที่เชื้อแพร่ต่อไปยังคนจำนวนมาก
ชาวบ้านในหล่มสักส่วนใหญ่ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ทั้งกวาดโคลน ฉีดน้ำ ใช้น้ำยาฟอกขาว เปิดพัดลม ตากแดด แต่ทำไมกลิ่นอับยังกลับมา คำตอบอยู่ที่ข้อจำกัดของแต่ละวิธี
นี่ไม่ได้แปลว่าวิธีเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้าม การกวาดโคลน ล้าง และทำให้แห้งคือหัวใจของการฟื้นฟู แต่สำหรับเชื้อที่ซ่อนอยู่ในอากาศ ในซอกที่มือเอื้อมไม่ถึง และกลิ่นที่ฝังลึก จำเป็นต้องมีขั้นตอนเสริมที่เข้าถึงพื้นที่ได้ทั่วถึงกว่า
บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ของ World Health Disinfection (WHD) ใช้ก๊าซโอโซน (O3) ซึ่งเป็นออกซิเจนรูปแบบหนึ่งที่มีพลังออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท โอโซนจะกระจายไปทั่วพื้นที่ ทั้งในอากาศ ตามซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และผิวของวัสดุ แล้วเข้าไปทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงสลายโมเลกุลของกลิ่น เมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้ในบ้าน
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบโอโซนของ WHD สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% สามารถดูรายละเอียดได้ที่หน้า เอกสารรับรอง
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้: โอโซนไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการล้างโคลน การทำให้บ้านแห้ง หรือการรักษาพยาบาล โอโซนคือขั้นตอนเสริม หลังจาก ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด และทำให้บ้านแห้งแล้ว และต้องทำในห้องที่ ว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ข้างใน ทุกคนกลับเข้าห้องได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ช่างกำหนดเท่านั้น
WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่ได้มีสาขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ การให้บริการในอำเภอหล่มสักจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันเรื่องระยะทาง วันเวลา และขอบเขตงานกับลูกค้าก่อนทุกครั้ง จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้
คำถามที่ชาวบ้านในตำบลปากช่องถามบ่อยที่สุดคือ ควรอบโอโซนตอนไหน เพราะเมื่อน้ำมาแล้วสามระลอก ใครจะรับรองได้ว่าจะไม่มีระลอกที่สี่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่ควรอบโอโซนในช่วงที่บ้านยังเสี่ยงจะถูกน้ำท่วมซ้ำ เพราะถ้าน้ำกลับมาอีก โคลนและเชื้อชุดใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่ทันที
ลำดับที่เหมาะสมคือ
ระหว่างรอ ถ้าครอบครัวต้องอยู่ในบ้าน ให้แยกห้องที่ใช้นอนให้สะอาดและแห้งที่สุดก่อน ล้างมือบ่อย ๆ ใส่รองเท้าบูทและถุงมือเวลาทำความสะอาด และดื่มน้ำที่สะอาดเท่านั้น
ผลลัพธ์ของแต่ละบ้านแตกต่างกันตามสภาพความเสียหาย ระดับความชื้น และการเตรียมพื้นที่ก่อนอบ หากวัสดุยังเปียกชุ่มหรือมีเชื้อราฝังลึกในเนื้อวัสดุ อาจต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุนั้นก่อน
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริงที่ระบุตัวตนได้)
คุณเอก เปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ที่หน้าบ้าน ด้านหลังเป็นบ้านไม้ยกพื้นที่อยู่กับพ่อแม่วัยเจ็ดสิบกว่า เมื่อน้ำป่าระลอกแรกมาถึง คุณเอกยกสินค้าขึ้นชั้นวางสูง พอระลอกที่สองมา น้ำสูงกว่าเดิม ลังน้ำดื่มและถุงขนมด้านล่างเปียกหมด และในระลอกที่สามซึ่งแม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง น้ำก็เข้าถึงใต้ถุนบ้านและห้องเก็บของด้านหลัง
หลังน้ำลดและไม่มีคำเตือนใหม่ คุณเอกกับญาติใช้เวลาเกือบสัปดาห์ขนโคลนออก ทิ้งสินค้าที่เปียกน้ำทั้งหมด ล้างชั้นวางด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด เปิดประตูร้านทิ้งไว้และใช้พัดลมเป่าทุกวัน แต่กลิ่นอับยังลอยอยู่ในร้าน ลูกค้าประจำบางคนเริ่มทักว่าร้านมีกลิ่น ส่วนพ่อก็ไอบ่อยขึ้นตอนกลางคืน คุณเอกจึงพาพ่อไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน แล้วจึงติดต่อ WHD ทาง LINE
ทีมงานสอบถามขนาดร้าน จำนวนห้องในบ้าน ลักษณะวัสดุ และขอให้ส่งรูปสภาพปัจจุบัน แนะนำให้ทิ้งฟูกเก่าที่แช่น้ำ และรอให้พื้นไม้แห้งอีกสองสามวัน จากนั้นจึงนัดวันเข้าพื้นที่ตามที่ตกลงกัน ในวันอบ ทุกคนออกไปนั่งรอที่บ้านญาติ ช่างแบ่งเป็นโซนร้าน ห้องเก็บของ ห้องนอนพ่อแม่ และครัว อบทีละโซน แล้วพักและระบายอากาศก่อนส่งมอบ
หลังจากนั้น คุณเอกพบว่ากลิ่นในร้านลดลงจนลูกค้าไม่ทักอีก บ้านด้านหลังมีอากาศโล่งขึ้น ครอบครัวยังคงเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกวัน และคอยสังเกตจุดชื้นตามมุมห้องต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานแนะนำไว้ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าโอโซนได้ผลดีที่สุดเมื่อทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากงานล้างและทำให้แห้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ถาม: WHD มีสาขาที่เพชรบูรณ์หรือหล่มสักไหม
ตอบ: ไม่มี WHD มีสำนักงานที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในหล่มสักนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันเรื่องการเดินทาง วันเวลา และขอบเขตงานให้ก่อน
ถาม: บ้านยังเปียกอยู่ อบโอโซนเลยได้ไหม
ตอบ: ไม่แนะนำ ควรขนโคลน ล้าง และทำให้บ้านแห้งก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนเสริมหลังจากนั้น ถ้ายังชื้นมาก เชื้อราอาจกลับมาโตได้อีก
ถาม: ระหว่างอบ คนในบ้านอยู่ชั้นบนได้ไหม
ตอบ: ควรออกจากพื้นที่ที่อบทั้งหมด ไม่ว่าคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าหลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้ง ช่างจะวางแผนโซนร่วมกับเจ้าของบ้านว่าควรให้ทุกคนพักที่ไหนระหว่างทำงาน
ถาม: น้ำมาแล้วสามระลอก ถ้าอบแล้วน้ำมาอีกจะเสียเปล่าไหม
ตอบ: ถ้าน้ำท่วมซ้ำ โคลนและเชื้อชุดใหม่จะเข้ามาอีก จึงควรรอให้สถานการณ์คลี่คลายและไม่มีคำเตือนใหม่ก่อนนัดอบ
ถาม: โอโซนช่วยรักษาโรคฉี่หนูหรือท้องเสียได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ โอโซนใช้ฆ่าเชื้อในพื้นที่และอากาศ ไม่ใช่การรักษาโรค ถ้ามีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสน้ำท่วม ต้องไปพบแพทย์
ถาม: อบโอโซนใช้เวลานานเท่าไร
ตอบ: รอบการทำงานทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ไม่รวมเวลาเตรียมห้องและช่วงพักระบายอากาศ บ้านที่มีหลายห้องจะใช้เวลารวมมากขึ้นตามจำนวนโซน
ถาม: วัดหรือศาลาชุมชนใช้บริการได้ไหม
ตอบ: บริการครอบคลุมบ้าน อาคาร สำนักงาน โรงเรียน และพื้นที่ส่วนรวม ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินพื้นที่และวางแผนเป็นโซนได้
ถ้าบ้านของคุณในชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนวัดทุ่งสมุทร ชุมชนบ้านไร่ หรือพื้นที่อื่นในอำเภอหล่มสัก ล้างและทำให้แห้งแล้ว แต่ยังมีกลิ่นอับและความกังวลเรื่องเชื้อโรค ทีม WHD พร้อมพูดคุยเพื่อวางแผนให้
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ข้อมูลเหตุการณ์และตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่
#อบโอโซนเพชรบูรณ์ #น้ำท่วมหล่มสัก #อบโอโซนหล่มสัก #น้ำท่วมปากช่องหล่มสัก #แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนหล่มสัก, น้ำท่วมหล่มสัก 2569, น้ำท่วมตำบลปากช่อง หล่มสัก, น้ำท่วมชุมชนท่ากกโพธิ์, แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง, อบโอโซนเพชรบูรณ์, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเพชรบูรณ์, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม