Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 อำเภอปัว จังหวัดน่าน เผชิญน้ำป่าไหลหลากที่ท่วมถึง 8 จาก 12 ตำบล ทั้งตำบลปัว ตำบลวรนคร ตำบลศิลาแลง ตำบลศิลาเพชร ตำบลเจดีย์ชัย และพื้นที่อื่น ๆ ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงสะพานบ้านร้องถึงหน้าโลตัสปัว รวมถึงถนนสายรองอีกหลายสายถูกตัดขาด ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว เมื่อน้ำลดลง งานที่รออยู่ไม่ได้มีแค่การเก็บกวาดโคลน แต่คือการทำให้บ้าน ร้านค้า และที่พักกลับมาปลอดภัยจากเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับอีกครั้ง บทความนี้จะพาไปดูว่าน้ำป่าในปัวทิ้งอะไรไว้ วิธีที่มักทำกันแล้วไม่ได้ผลเพราะอะไร และการ อบโอโซนปัว ควรทำตอนไหนจึงจะคุ้มค่าและปลอดภัย
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของผู้ประสบภัยรายใด)
พี่นุ่นเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ในห้องแถวไม้สองชั้นริมถนนในตัวอำเภอปัว ชั้นล่างเป็นหน้าร้าน มีเคาน์เตอร์ไม้ โต๊ะเก้าอี้ และตู้แช่ ชั้นบนเป็นที่นอนของครอบครัวที่มีแม่วัยเจ็ดสิบกว่าและลูกชายวัยอนุบาล ช่วงหน้าฝนลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะพักก่อนขึ้นดอย
คืนก่อนน้ำมา ฝนตกหนักไม่หยุด เช้าวันรุ่งขึ้นโทรศัพท์มือถือของทุกคนดังขึ้นพร้อมกันเป็นข้อความเตือนภัยจากระบบ Cell Broadcast ให้ยกของขึ้นที่สูง พี่นุ่นรีบยกเครื่องชงกาแฟและถุงเมล็ดกาแฟขึ้นชั้นบน แต่ยังไม่ทันยกตู้แช่และเฟอร์นิเจอร์ น้ำป่าสีน้ำตาลแดงก็ไหลเข้าหน้าร้าน พาเศษไม้และขยะมาติดหน้าประตู ถนนหน้าบ้านกลายเป็นทางน้ำไหล ครอบครัวพาแม่กับลูกไปพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวใกล้บ้านอยู่สองคืน
เมื่อกลับมา หน้าร้านเต็มไปด้วยโคลนหนา เคาน์เตอร์ไม้บวมน้ำ ตู้แช่มีคราบโคลนเกาะทั้งด้านในและด้านนอก พี่นุ่นกับเพื่อนบ้านใช้เวลาหลายวันตักโคลนและฉีดล้าง แต่เพราะถนนบางสายยังถูกตัดขาด การหาซื้ออุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดจึงยากกว่าปกติ ผ่านไปสองสัปดาห์ แม้ร้านจะดูสะอาดขึ้น แต่กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นโคลนยังลอยอยู่ในร้าน ลูกค้าบางคนเดินเข้ามาแล้วถามว่ากลิ่นอะไร และแม่ของพี่นุ่นเริ่มไอเรื้อรังตอนกลางคืน
สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะร้านกาแฟ บ้านไม้ใต้ถุนสูงในหมู่บ้าน บ้านปูนริมทุ่งนา ร้านขายของชำ ที่พักโฮมสเตย์ และอาคารส่วนรวมอย่างโรงเรียนหรือวัด ล้วนต้องเจอโจทย์เดียวกัน คือทำอย่างไรให้พื้นที่ที่ผ่านน้ำป่ากลับมาใช้ได้อย่างมั่นใจ
ตามรายงานของ ฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถานการณ์ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีรายละเอียดดังนี้
ในภาพรวมของประเทศ ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่รายงานโดย เดลินิวส์ ระบุว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน และ Thai PBS รายงานว่า สทนช. แจ้งเตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ระหว่างวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม
ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงตามวันที่ในรายงาน และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รายงานไม่ได้ระบุความลึกของน้ำในแต่ละตำบล บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเพิ่มเติม แต่จะเน้นสิ่งที่ครอบครัวและเจ้าของกิจการในปัวทำได้จริงหลังน้ำลด
ทางหลวงหมายเลข 101 เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมอำเภอปัวกับตัวเมืองน่านและอำเภอใกล้เคียง เมื่อถนนช่วงนี้และถนนสายรองหลายสายถูกน้ำตัดขาด สิ่งที่ตามมาคือการเดินทางลำบาก การขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ทำความสะอาดล่าช้า และบางครอบครัวต้องรอหลายวันกว่าจะกลับเข้าไปดูบ้านได้
ช่วงเวลาที่บ้านถูกปิดไว้พร้อมโคลนและความชื้นนี่เองที่เชื้อราเริ่มเติบโต องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด แต่ในสถานการณ์ที่ถนนถูกตัดขาดและฝนยังตก การทำตามคำแนะนำนี้ให้ครบทำได้ยากมาก บ้านในปัวหลายหลังจึงอาจมีเชื้อราฝังอยู่ในเนื้อไม้และผนังก่อนที่เจ้าของจะได้เริ่มล้างเสียอีก
อีกปัจจัยคือศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งเป็นที่พึ่งสำคัญในช่วงน้ำท่วม แต่การที่ผู้คนจำนวนมากอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และรับประทานอาหารร่วมกัน ก็เพิ่มโอกาสที่ไวรัสระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจจะแพร่ระหว่างกัน เมื่อครอบครัวกลับบ้าน เชื้อบางส่วนอาจติดตัวและข้าวของกลับมาด้วย ทำให้การฆ่าเชื้อในบ้านหลังกลับจากศูนย์พักพิงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ปัวยังเป็นอำเภอที่มีทั้งชุมชนเกษตร นาข้าว สวนผลไม้ บ้านไม้แบบดั้งเดิม และย่านการค้าในตัวอำเภอที่รองรับนักท่องเที่ยว พื้นที่แต่ละแบบเจอปัญหาหลังน้ำลดต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือโคลน ความชื้น และกลิ่นที่ไม่ยอมหายไปง่าย ๆ
น้ำป่าที่ไหลผ่านพื้นที่เกษตร คอกสัตว์ และบ่อเกรอะที่ล้น จะพาสิ่งปฏิกูลจากคนและสัตว์มาด้วย แบคทีเรียที่เป็นที่รู้จักในบริบทนี้คือ อีโคไล (E. coli) ที่ทำให้ท้องร่วงและปวดท้อง ซาลโมเนลลา (Salmonella) ที่อาจปนมากับมูลสัตว์และอาหารที่โดนน้ำท่วม และความเสี่ยงจาก เลปโตสไปรา ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนที่ลุยน้ำลุยโคลนระหว่างทำความสะอาดแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค
โนโรไวรัส และ โรตาไวรัส เป็นไวรัสที่ทำให้ท้องเสียและอาเจียน แพร่ได้ง่ายผ่านมือ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อน เด็กเล็กมักมีอาการหนักกว่าผู้ใหญ่ ส่วน อาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ระบาดได้ดีในฤดูฝน โดยเฉพาะในที่ที่คนอยู่รวมกันมาก ไวรัสเหล่านี้ติดอยู่บนโต๊ะ เคาน์เตอร์ ราวจับ และของใช้ที่มือสัมผัสบ่อย
บ้านไม้และห้องแถวไม้ในปัวดูดซับความชื้นได้ดี เมื่อโคลนและน้ำซึมเข้าเนื้อไม้ เชื้อราจะเริ่มขึ้นเป็นจุดดำ เขียว หรือขาวตามขอบผนัง ขาโต๊ะ ใต้บันได และหลังตู้ สปอร์ของเชื้อราลอยในอากาศได้ ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีโรคปอดเรื้อรังมีอาการไอ จาม คัดจมูก และหายใจไม่สะดวก
กลิ่นหลังน้ำป่าในปัวมักเป็นกลิ่นผสม ทั้งกลิ่นดินเปียก กลิ่นอับชื้นจากเชื้อรา และกลิ่นสิ่งปฏิกูลจากท่อหรือบ่อเกรอะที่ล้น กลิ่นเหล่านี้ฝังอยู่ในเนื้อไม้ ผ้าม่าน เบาะ และที่นอน ถ้าไม่จัดการที่ต้นเหตุ กลิ่นจะกลับมาทุกครั้งที่อากาศชื้นหรือปิดประตูหน้าต่างนาน
หากคนในบ้านมีไข้ ท้องร่วงไม่หยุด ปวดน่อง ตาแดง ผื่นหรือแผลอักเสบ หรือหายใจลำบากหลังน้ำท่วม ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค
ครอบครัวที่มีสมาชิกในกลุ่มเหล่านี้ควรฟื้นฟูห้องนอนและพื้นที่กินอยู่ก่อน และให้สมาชิกกลุ่มเสี่ยงอยู่ห่างจากงานทำความสะอาดหนักหากทำได้
สุขภาพ อาการไอ คัดจมูก ผื่นคัน และท้องเสียที่เกิดซ้ำหลังน้ำลด ทำให้คนในบ้านต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน และอาจต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลในช่วงที่ถนนบางสายยังใช้ไม่ได้
รายได้ สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในตัวอำเภอ ทุกวันที่ปิดร้านคือรายได้ที่หายไป และถ้าเปิดร้านแล้วลูกค้ายังได้กลิ่นอับ ยอดขายก็ไม่กลับมาเต็มที่
ทรัพย์สิน เคาน์เตอร์ไม้ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บของ ที่นอน และผ้าม่าน ถ้าปล่อยให้เชื้อราลามจะต้องทิ้ง ซึ่งแต่ละชิ้นมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนใหม่
เวลาและแรงงาน การขัดล้างซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย กินเวลาที่ครอบครัวควรใช้ไปกับการกลับไปทำนา ดูแลสวน หรือเปิดร้าน
ภาพลักษณ์ของเมือง ปัวเป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ร้านค้าและที่พักที่สะอาดและไม่มีกลิ่นอับ ช่วยให้ผู้มาเยือนกลับมามั่นใจในการเดินทางมาเที่ยวอีกครั้ง
ใจของคนในบ้าน ความกังวลว่าบ้านยังไม่ปลอดภัย และความเหนื่อยล้าสะสมจากการอพยพและทำความสะอาด เป็นภาระที่ไม่ควรมองข้าม
ราดน้ำยาฟอกขาวแล้วจบ น้ำยาฟอกขาวใช้กับพื้นผิวเรียบที่เช็ดถึงได้ แต่ไม่เข้าเนื้อไม้ ไม่เข้าซอกหลังตู้ และไม่จัดการเชื้อในอากาศ ถ้าใช้เข้มข้นเกินหรือผสมกับน้ำยาอื่นอาจเกิดไอระเหยอันตรายได้
เปิดพัดลมเป่าทั้งวัน ช่วยให้ผิวหน้าแห้ง แต่ความชื้นในเนื้อไม้และใต้พื้นยังอยู่ และลมจากพัดลมยังพาสปอร์เชื้อราไปทั่วห้อง
ใช้น้ำหอม เทียนหอม หรือถ่านดูดกลิ่น ลดกลิ่นได้บางส่วนในพื้นที่เล็ก ๆ แต่ไม่พอสำหรับร้านหรือบ้านทั้งหลังที่กลิ่นฝังในโครงสร้าง
ทาสีใหม่หรือติดวอลเปเปอร์ทับ ถ้าผนังยังชื้น สีจะพองและเชื้อราจะกลับมาใต้ผิวใหม่
รีบเปิดร้านทันทีที่ล้างเสร็จ ร้านดูสะอาดแต่ยังชื้นอยู่ภายใน เมื่อปิดร้านตอนกลางคืน ความชื้นและกลิ่นสะสมจนวันรุ่งขึ้นลูกค้าได้กลิ่นอีก
คำตอบคือทำตามลำดับ ตักโคลน ล้าง ทำให้แห้งจริง ทิ้งของที่กู้ไม่ได้ แล้วจึงใช้วิธีที่จัดการทั้งพื้นผิว ซอกมุม และอากาศได้พร้อมกัน
บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ของ World Health Disinfection (WHD) ใช้ก๊าซโอโซน (O3) ซึ่งมีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง โอโซนเข้าทำลายโครงสร้างของเซลล์แบคทีเรีย เปลือกไวรัส และเซลล์เชื้อรา รวมทั้งแตกโมเลกุลของสารก่อกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนเคาน์เตอร์ โต๊ะ หรือที่นอน
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบที่ใช้กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ผู้สนใจตรวจดูเอกสารได้ที่หน้า เอกสารรับรอง
เพราะโอโซนเป็นก๊าซ จึงเข้าถึงทุกซอกของห้องที่ปิดได้ เช่น ใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้แช่ ช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ และอากาศในห้องนอน ซึ่งเป็นจุดที่การเช็ดถูทำไม่ได้ จึงเหมาะกับร้านค้าในห้องแถว ห้องพักของโฮมสเตย์ และห้องนอนในบ้านไม้ที่ยังมีกลิ่นอับหลังล้างแล้ว
ข้อปฏิบัติที่ต้องจำ: อบโอโซนในพื้นที่ปิดที่ว่างเปล่าเท่านั้น ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศตามที่ช่างแนะนำ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ทดแทนการทำความสะอาด การซ่อมแซม หรือการรักษาโรค
ร้านค้าและร้านอาหารในตัวอำเภอ ขนอุปกรณ์ที่เปียกออก ล้างตู้แช่และเคาน์เตอร์ ตรวจสอบระบบไฟก่อนเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทิ้งวัตถุดิบและอาหารที่โดนน้ำทั้งหมด แล้ววางแผนอบในวันที่ปิดร้าน เพื่อให้ช่วงพักห้องและระบายอากาศเสร็จก่อนเปิดรับลูกค้า
โฮมสเตย์และที่พัก ห้องพักมีที่นอน หมอน ผ้าม่าน และพรมที่ดูดซับกลิ่นได้ดี ควรถอดผ้าทั้งหมดไปซักและตากแดด ทิ้งชิ้นที่ขึ้นราหนัก แล้วอบเป็นห้อง ๆ ก่อนกลับมารับแขก
บ้านไม้ใต้ถุนสูงในหมู่บ้าน ใต้ถุนที่เปิดโล่งใช้แดดและลมช่วยให้แห้งได้ดี ส่วนห้องปิดชั้นบนที่ความชื้นลอยขึ้นมาและห้องน้ำ เป็นพื้นที่ที่เหมาะจะพิจารณาอบ
บ้านปูนริมทุ่งนา ตรวจขอบผนังด้านล่างที่สีพอง ยกพรมหรือแผ่นยางปูพื้นออก เปิดตู้และลิ้นชักให้แห้ง แล้วจึงนัดอบ
โรงเรียน วัด และศาลาชุมชน ประสานผู้ดูแลเพื่อเลือกวันที่ไม่มีผู้ใช้งาน แบ่งอาคารเป็นโซน และอบทีละส่วน
แม้เหตุน้ำป่าในปัวจะผ่านมาตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม แต่ฤดูฝนในภาคเหนือยังไม่จบ และ สทนช. เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม 2569 แนวทางที่แนะนำคือ
การเลือกจังหวะที่ถูกต้องทำให้ไม่ต้องจ่ายซ้ำ และให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด)
ลองนึกถึงคุณต้น เจ้าของโฮมสเตย์ขนาดเล็กห้าห้องในตำบลวรนคร น้ำป่าเข้าถึงห้องพักชั้นล่างสามห้อง พาโคลนเข้ามาจนเต็มพื้น หลังน้ำลด คุณต้นใช้เวลาเกือบสัปดาห์ขนที่นอนเปียกออก ทิ้งพรม ล้างพื้น และซักผ้าม่าน แต่ห้องที่ปิดไว้ยังมีกลิ่นอับ และแขกที่จองไว้ในเดือนถัดไปก็ใกล้จะมาถึง
คุณต้นติดต่อทีม WHD ทาง LINE ส่งรูปห้องและบอกขนาดห้องแต่ละห้อง ทีมแนะนำให้ตากห้องในวันที่แดดดีต่อเนื่องหลายวัน ให้ช่างไฟตรวจปลั๊กและเครื่องทำน้ำอุ่น ทิ้งที่นอนที่แช่น้ำแล้วซื้อใหม่ แล้วรอให้พื้นและผนังแห้งสนิท ระหว่างนั้นทีมยืนยันการเดินทางมายังอำเภอปัวและนัดวันที่ไม่ตรงกับช่วงคำเตือนฝนหนัก
ในวันนัด ไม่มีแขกเข้าพัก คุณต้นและครอบครัวออกไปอยู่ในส่วนบ้านพักที่แยกออกไป ทีมอบห้องพักทีละห้องตามรอบเวลา แล้วพักห้องและเปิดระบายอากาศตามขั้นตอนก่อนส่งมอบ เจ้าของที่พักในสถานการณ์คล้ายกันมักพบว่ากลิ่นอับในห้องลดลงอย่างชัดเจน และพร้อมเตรียมห้องรับแขกได้อย่างสบายใจกว่าเดิม
ถาม: WHD มีสาขาที่น่านหรือปัวไหม
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 การให้บริการในอำเภอปัวจัดผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมจะยืนยันการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันนัด โดยไม่สามารถรับประกันการเดินทางถึงภายในวันเดียวกัน
ถาม: ร้านอาหารอบโอโซนได้ไหม
ตอบ: ได้ หลังจากล้างทำความสะอาด ทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำ และให้พื้นที่แห้งแล้ว ควรนัดในวันที่ปิดร้านเพื่อให้มีเวลาพักห้องและระบายอากาศครบ
ถาม: ระหว่างอบต้องออกจากบ้านทั้งหมดหรือเปล่า
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่อบทั้งหมด ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ช่างจะแจ้งว่ากลับเข้าได้เมื่อไรหลังพักห้องและระบายอากาศ
ถาม: บ้านยังชื้นอยู่ อบเลยได้ไหม
ตอบ: ควรทำให้แห้งก่อน เพราะความชื้นที่ค้างอยู่จะทำให้เชื้อรากลับมาได้ และโอโซนจะทำงานได้ไม่เต็มที่หากยังมีโคลนหรือน้ำขัง
ถาม: อบแล้วไม่ต้องพาคนป่วยไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ โอโซนจัดการเชื้อในพื้นที่ ไม่ได้รักษาโรค หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์
ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: ประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักห้องและระบายอากาศ เวลารวมขึ้นกับขนาดพื้นที่และจำนวนโซน
ถาม: มีโปรโมชันอะไรบ้าง
ตอบ: งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี
ไม่ว่าจะเป็นบ้านในตำบลปัว วรนคร ศิลาแลง ศิลาเพชร เจดีย์ชัย หรือตำบลอื่นในอำเภอปัว ถ้าล้างโคลนแล้วแต่กลิ่นและเชื้อรายังอยู่ ทีม WHD พร้อมช่วยวางแผนให้
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การเดินทางและพื้นที่ให้บริการในจังหวัดน่านจะยืนยันเมื่อติดต่อ
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์ในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนน่าน #อบโอโซนปัว #น้ำท่วมปัว #น้ำป่าน่าน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนปัว, น้ำท่วมปัว 2569, อบโอโซนน่าน, น้ำท่วมวรนคร, น้ำท่วมศิลาแลง, น้ำป่าไหลหลากน่าน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมน่าน, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ