Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
เช้าวันที่ 7 กันยายน 2569 ชาวบ้านใน ตำบลร่มเย็น ตำบลเวียง และตำบลเจดีย์คำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ต้องรับมือกับน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาพร้อมน้ำที่เอ่อท่วมจนระบายไม่ทัน แม้น้ำแบบนี้จะมาเร็วและลดเร็ว แต่สิ่งที่ค้างอยู่ในบ้านหลังน้ำลดไม่ได้หายไปตามน้ำ ทั้งโคลนสีแดงที่เกาะตามพื้นและผนัง ความชื้นที่ซึมเข้าเนื้อไม้ เชื้อโรคที่ปนมากับน้ำ และกลิ่นอับที่วนอยู่ในห้องนอนหลายสัปดาห์ บทความนี้อธิบายว่าน้ำป่าแบบเชียงคำทิ้งอะไรไว้ในบ้าน ทำไมการล้างและเปิดหน้าต่างอย่างเดียวมักไม่พอ และการ อบโอโซนเชียงคำ ควรอยู่ตรงไหนในลำดับการฟื้นฟูบ้าน เพื่อให้ครอบครัวในพะเยากลับมาหายใจได้เต็มปอดในบ้านของตัวเองอีกครั้ง
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)
ป้าคำ อยู่บ้านไม้สองชั้นใต้ถุนสูงหลังเก่าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอเชียงคำมาตั้งแต่สมัยยังสาว ชั้นล่างเป็นที่วางโต๊ะกินข้าว แคร่ไม้ไผ่ ตู้กับข้าว และกระสอบข้าวเปลือกที่เก็บไว้กินทั้งปี ชั้นบนเป็นห้องนอนของป้ากับหลานสองคนที่เรียนอยู่โรงเรียนในตัวอำเภอ ทุกหน้าฝนจะมีน้ำขังลานบ้านบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เคยคิดว่าน้ำจะไหลแรงจนพาโคลนเข้ามาถึงใต้ถุนแบบที่เห็นในปีนี้
เช้าวันนั้น ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำจากที่สูงไหลลงมาเร็วมาก ลำน้ำใกล้บ้านเอ่อขึ้นจนระบายไม่ทัน น้ำสีขุ่นแดงพาเศษกิ่งไม้ ใบไม้ และขยะไหลผ่านลานบ้าน ป้ากับเพื่อนบ้านช่วยกันยกกระสอบข้าวขึ้นชั้นบนได้บางส่วน ที่เหลือจมน้ำ ไก่ในเล้าหลังบ้านต้องรีบต้อนขึ้นที่สูง พอตกบ่ายน้ำเริ่มลด ทิ้งไว้แต่โคลนหนาตามพื้นปูนใต้ถุน ขาโต๊ะ เสาบ้าน และผนังห้องน้ำชั้นล่าง
สองสามวันแรก ทุกคนช่วยกันตักโคลนและฉีดน้ำล้าง บ้านดูสะอาดขึ้นมาก แต่ผ่านไปราวสัปดาห์ ป้าเริ่มสังเกตว่ากลิ่นอับคล้ายกลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นท่อยังไม่หายไป ผนังไม้ด้านล่างเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ที่ขอบประตู หลานคนเล็กที่เป็นภูมิแพ้เริ่มคัดจมูกและไอตอนกลางคืน ส่วนที่นอนที่วางไว้ใกล้บันไดมีกลิ่นอับจนต้องยกออกไปตากแดดทุกวัน ป้าคำจึงเริ่มสงสัยว่าบ้านที่ล้างแล้วยังมีอะไรซ่อนอยู่อีก
เรื่องแบบป้าคำเกิดขึ้นได้กับหลายครอบครัวในเชียงคำ ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง บ้านปูนชั้นเดียว ร้านค้าในตัวอำเภอ หรือบ้านที่มีคอกสัตว์และยุ้งข้าวอยู่ใกล้กัน เพราะน้ำป่าไม่ได้พามาแค่น้ำ แต่พาดิน ตะกอน สิ่งปฏิกูล และเชื้อโรคจากหลายแหล่งมาด้วย
ตามรายงานของ มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 09.20 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อท่วมจนระบายไม่ทันในพื้นที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยมีข้อมูลสำคัญดังนี้
ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่เผยแพร่ผ่าน เดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แจ้งเตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ตามรายงานของ Thai PBS
ตัวเลขและสถานการณ์ข้างต้นอ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้อยู่อาศัยในเชียงคำควรติดตามประกาศจากอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด บทความนี้ไม่ได้ระบุความลึกของน้ำในแต่ละหมู่บ้าน เพราะรายงานข่าวไม่ได้ให้ตัวเลขนั้นไว้ สิ่งที่เราจะเน้นคือสภาพบ้านหลังน้ำป่าลด และวิธีจัดการเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
หลายคนคุ้นกับภาพน้ำท่วมภาคกลางที่น้ำค่อย ๆ ขึ้นและขังอยู่นานหลายสัปดาห์ แต่น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนืออย่างอำเภอเชียงคำมีลักษณะต่างออกไป น้ำมาเร็ว ไหลแรง และมักลดลงภายในเวลาไม่นาน สิ่งที่ตามมาคือ ตะกอนดินและโคลนสีแดง ที่น้ำพัดมาจากพื้นที่สูง เศษไม้ เศษหญ้า และขยะ ที่ติดค้างอยู่ตามมุมบ้าน ใต้ถุน และรั้ว
โคลนจากน้ำป่ามีเนื้อละเอียด เมื่อแห้งจะจับตัวเป็นแผ่นแข็ง แต่เมื่อโดนน้ำอีกครั้งจะกลับมาเหนียวและซึมเข้าร่องไม้ รอยต่อพื้น ร่องกระเบื้อง และช่องว่างหลังตู้ ส่วนที่มองไม่เห็นนี้เองที่ยังเก็บความชื้นไว้นานหลังจากพื้นผิวด้านนอกดูแห้งแล้ว เมื่อความชื้นค้างอยู่ เชื้อราก็มีโอกาสเติบโต และกลิ่นอับก็จะค่อย ๆ ลอยออกมาโดยเฉพาะตอนกลางคืนที่ปิดบ้าน
บ้านในเชียงคำหลายหลังเป็นบ้านไม้หรือบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน มีใต้ถุนที่ใช้เก็บของ เก็บเครื่องมือทำนา หรือเป็นที่นั่งเล่นของครอบครัว บางบ้านมียุ้งข้าว เล้าไก่ หรือคอกหมูอยู่ใกล้ตัวบ้าน เมื่อน้ำไหลผ่านพื้นที่เหล่านี้ น้ำจะพาเอามูลสัตว์ ปุ๋ย สารเคมีทางการเกษตร และสิ่งปฏิกูลจากส้วมหรือบ่อเกรอะที่ล้นมากระจายไปทั่วบริเวณ นี่คือเหตุผลที่น้ำป่าแม้จะลดเร็ว แต่สิ่งที่ทิ้งไว้ต้องจัดการอย่างจริงจัง
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ น้ำป่ามักเกิดซ้ำในฤดูฝนเดียวกัน หากพื้นที่ต้นน้ำยังมีฝนตกหนัก บ้านที่เพิ่งล้างเสร็จก็อาจเปียกซ้ำได้ การวางแผนฟื้นฟูบ้านในเชียงคำจึงต้องคิดถึงจังหวะเวลาด้วย ไม่ใช่แค่ล้างให้เร็วที่สุด แต่ต้องล้างให้ถูกวิธี ทำให้แห้งจริง และเลือกช่วงที่สภาพอากาศเอื้อให้บ้านแห้งได้ต่อเนื่อง
น้ำป่าที่ไหลผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ และบ่อเกรอะ อาจพาแบคทีเรียหลายชนิดเข้ามาในบ้าน ตัวอย่างที่องค์กรด้านสาธารณสุขกล่าวถึงบ่อยคือ อีโคไล (E. coli) ซึ่งมาจากอุจจาระของคนและสัตว์ ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ซาลโมเนลลา (Salmonella) ที่พบได้ในมูลสัตว์ปีกและอาหารที่ปนเปื้อน รวมถึงความเสี่ยงจาก เลปโตสไปรา (Leptospira) เชื้อก่อโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ซึ่งมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน กรมควบคุมโรคเตือนเสมอว่าผู้ที่ลุยน้ำหรือลุยโคลนแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ
หลังน้ำท่วม ผู้คนต้องอยู่รวมกันในบ้านญาติ ศูนย์พักพิง หรือห้องเดียวที่ยังแห้ง การอยู่ใกล้ชิดกันทำให้ไวรัสแพร่ได้ง่ายขึ้น ไวรัสที่ควรระวังได้แก่ โนโรไวรัส และ โรตาไวรัส ที่ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน โดยเฉพาะในเด็กเล็ก รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่าง อาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดได้ดีในช่วงฝนและอากาศชื้น ไวรัสเหล่านี้ติดอยู่บนพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะกินข้าว และของเล่นเด็ก
เชื้อราเป็นปัญหาที่เห็นชัดที่สุดหลังน้ำลด องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง บ้านที่โดนน้ำป่าในช่วงฤดูฝนมักแห้งช้า เพราะอากาศชื้นและฝนยังตกต่อเนื่อง เชื้อราจึงเริ่มขึ้นตามผนังไม้ ขอบประตู ใต้พื้น ที่นอน ผ้าม่าน และกล่องกระดาษ สปอร์ของเชื้อราลอยในอากาศได้ ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ
กลิ่นที่ค้างหลังน้ำป่าไม่ได้เป็นแค่เรื่องความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้น สารอินทรีย์ที่กำลังเน่า หรือเชื้อราที่ซ่อนอยู่ กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นอับชื้นและกลิ่นท่อมักพบในห้องที่โดนโคลนเข้าไปถึงร่องพื้น ใต้ตู้ และในเนื้อไม้ การฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปอาจกลบได้ชั่วคราว แต่เมื่อน้ำหอมจางลง กลิ่นเดิมก็กลับมา
ข้อควรจำ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ หากใครในบ้านมีไข้ ท้องร่วงไม่หยุด ปวดน่อง ตาแดง หายใจลำบาก หรือมีบาดแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที
เชื้อโรคและเชื้อราหลังน้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกับทุกคนเท่ากัน บางกลุ่มต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
ในชุมชนชนบทของพะเยา ผู้สูงอายุมักอยู่บ้านดูแลหลาน ขณะที่คนวัยทำงานออกไปทำนา ทำสวน หรือทำงานต่างถิ่น บ้านที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็กอยู่ด้วยกันจึงควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูห้องนอนและพื้นที่ที่ใช้ชีวิตประจำวันเป็นอันดับแรก
ด้านสุขภาพ อาการที่พบบ่อยหลังน้ำลดคือ คัดจมูก ไอ จาม ผื่นคัน ระคายเคืองตา และท้องเสีย ซึ่งหลายครั้งเกิดจากการอยู่ในบ้านที่ยังชื้นและมีเชื้อราโดยไม่รู้ตัว ยิ่งในช่วงที่ฝนยังตกต่อเนื่อง ร่างกายที่อ่อนล้าจากการทำความสะอาดก็ยิ่งติดเชื้อง่าย
ด้านเงิน ความเสียหายไม่ได้มีแค่ตัวบ้าน แต่รวมถึงข้าวเปลือกที่เปียก เครื่องมือทำการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน และเสื้อผ้า ถ้าปล่อยให้เชื้อราลามจนต้องทิ้งเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือรื้อผนัง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
ด้านเวลา ครอบครัวเกษตรกรมีงานที่รอไม่ได้ ทั้งดูแลนา ดูแลสัตว์ และซ่อมแซมรั้วหรือคันดิน การต้องกลับมาขัดล้างห้องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะกลิ่นไม่หาย ทำให้เสียเวลาที่ควรใช้ฟื้นฟูอาชีพ
ด้านกิจการและชื่อเสียง ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในตัวอำเภอเชียงคำที่เปิดรับลูกค้า ถ้ายังมีกลิ่นอับหรือคราบเชื้อราให้เห็น ลูกค้าจะรู้สึกไม่มั่นใจในความสะอาด และอาจไม่กลับมาอีก
ด้านครอบครัวและจิตใจ ความกังวลว่าลูกหลานจะป่วย ความเหนื่อยล้าจากการทำความสะอาดหลายวัน และความไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยจริงหรือยัง เป็นภาระทางใจที่หลายครอบครัวแบกไว้โดยไม่ได้พูดออกมา
ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดพื้นผิวอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเรียบที่เช็ดถึงได้ แต่เข้าไม่ถึงร่องไม้ ช่องหลังตู้ ใต้พื้น และอากาศในห้อง อีกทั้งถ้าใช้เข้มข้นเกินไปหรือผสมกับสารอื่นอาจเกิดไอระเหยที่เป็นอันตราย และกลิ่นคลอรีนยังทำให้ผู้สูงอายุหรือเด็กที่เป็นภูมิแพ้ระคายเคืองได้
เปิดพัดลมเป่าแล้วคิดว่าแห้งแล้ว พัดลมช่วยให้พื้นผิวแห้งเร็วขึ้น แต่ในอากาศชื้นของฤดูฝน ความชื้นในเนื้อไม้และในผนังยังค้างอยู่ และพัดลมอาจพัดสปอร์เชื้อราให้กระจายไปทั่วห้องด้วย
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหอมช่วยกลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ เมื่อกลิ่นหอมจางลง กลิ่นโคลนและกลิ่นท่อก็กลับมา
ทาสีทับคราบเชื้อรา เป็นวิธีที่เห็นบ่อยเมื่ออยากให้บ้านดูใหม่ แต่ถ้าผนังยังชื้นและเชื้อรายังอยู่ด้านใน สีจะพองและคราบดำจะกลับมาภายในไม่กี่เดือน
รีบย้ายของกลับเข้าบ้านเร็วเกินไป การยกที่นอน ตู้เสื้อผ้า และกระสอบข้าวกลับเข้าห้องที่ยังไม่แห้งดี ทำให้ความชื้นถูกกักไว้ และเชื้อราย้ายจากผนังไปสู่ของใช้ที่เพิ่งล้างมา
สิ่งที่บ้านหลังน้ำป่าต้องการคือ ลำดับที่ถูกต้อง ได้แก่ ตักโคลนออก ล้างให้สะอาด ทำให้แห้งจริง ทิ้งสิ่งที่กู้ไม่ได้ และเมื่อพร้อมแล้วจึงใช้วิธีที่เข้าถึงอากาศและซอกมุมทั้งห้อง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร โดยใช้ก๊าซโอโซน (O3) ซึ่งเป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรง โอโซนจะเข้าไปทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เปลือกหุ้มของไวรัส และเซลล์ของเชื้อรา รวมถึงแตกโมเลกุลของสารที่ทำให้เกิดกลิ่น เมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบโอโซนที่ใช้สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า เอกสารรับรอง
จุดเด่นของโอโซนคือเป็นก๊าซ จึงกระจายไปได้ทั่วห้อง เข้าถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ หลังตู้ ร่องไม้ และอากาศที่มือหรือผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง เหมาะกับบ้านไม้ใต้ถุนสูง ห้องนอนชั้นบนที่อับชื้น ห้องเก็บของ หรือร้านค้าที่เพิ่งล้างโคลนเสร็จ
กฎสำคัญ: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน และกลับเข้าห้องได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศตามคำแนะนำของช่างเท่านั้น โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด การซ่อมแซม หรือการรักษาทางการแพทย์
บ้านไม้ใต้ถุนสูง ใต้ถุนมักเปิดโล่ง จึงไม่เหมาะกับการอบโอโซนโดยตรง แต่สามารถตักโคลน ล้าง และตากให้แห้งด้วยแดดและลมธรรมชาติได้ดี ส่วนที่ควรพิจารณาอบคือห้องที่ปิดได้ เช่น ห้องนอนชั้นบนที่ความชื้นลอยขึ้นมา ห้องเก็บของ และห้องน้ำ
บ้านปูนชั้นเดียว น้ำเข้าถึงห้องนอนและห้องครัวโดยตรง ควรรื้อพรมหรือแผ่นยางปูพื้นที่ซับน้ำออก ตรวจขอบผนังที่สีเริ่มพอง และเปิดตู้ลิ้นชักทุกใบให้แห้ง ก่อนนัดอบเป็นรายห้อง
ยุ้งข้าวและห้องเก็บเมล็ดพันธุ์ ข้าวที่เปียกน้ำท่วมควรแยกออกตามคำแนะนำของหน่วยงานเกษตรและสาธารณสุข ไม่ควรนำมาบริโภค ตัวยุ้งที่ว่างแล้วสามารถล้าง ตากให้แห้ง และพิจารณาอบเพื่อลดเชื้อราและกลิ่นก่อนเก็บผลผลิตรอบใหม่
ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในตัวอำเภอ เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าเข้าออก ควรวางแผนอบช่วงปิดร้าน เพื่อให้มีเวลาพักห้องและระบายอากาศเต็มที่ก่อนเปิดให้บริการอีกครั้ง
โรงเรียน วัด และอาคารส่วนรวม ห้องเรียน ห้องสมุด และศาลาที่โดนน้ำ ควรประสานกับผู้ดูแลอาคารเพื่อกำหนดวันที่ไม่มีผู้ใช้งาน แล้วจึงอบเป็นโซน
เหตุน้ำป่าที่เชียงคำเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน แต่บ้านหลายหลังอาจยังไม่แห้งสนิท และสทนช. ยังเตือนเรื่องฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือช่วงวันที่ 5 ถึง 7 ตุลาคม 2569 การวางแผนจึงควรคิดแบบนี้
การรอให้ถูกจังหวะไม่ใช่การปล่อยปละ แต่คือการทำให้ทุกขั้นตอนได้ผลเต็มที่และคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด)
ลองนึกถึงครอบครัวของคุณแก้ว ที่อยู่บ้านไม้สองชั้นในหมู่บ้านหนึ่งของตำบลร่มเย็น น้ำป่าเข้ามาถึงใต้ถุนและพาโคลนเข้าไปในห้องน้ำและห้องครัวชั้นล่าง หลังน้ำลด ครอบครัวใช้เวลาสามวันตักโคลนและฉีดล้าง แต่ห้องนอนชั้นบนยังมีกลิ่นอับ และลูกสาววัยประถมเริ่มมีอาการแพ้
คุณแก้วเริ่มจากการโทรปรึกษาทีม WHD ทีมแนะนำให้ทำตามลำดับ คือ เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านในวันที่แดดดี ยกที่นอนออกตาก ทิ้งกล่องกระดาษและผ้าที่ขึ้นราหนัก ตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วรอจนพื้นไม้และผนังแห้งจริง ระหว่างนั้น ทีมสอบถามขนาดห้อง จำนวนห้อง และเส้นทางเดินทาง เพื่อยืนยันการเดินทางมายังอำเภอเชียงคำ และนัดวันที่เหมาะสมหลังพ้นช่วงคำเตือนฝนหนัก
ในวันอบ ครอบครัวพาผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยงไปพักบ้านญาติ ทีมแบ่งบ้านเป็นโซน ห้องนอนชั้นบน ห้องเก็บของ ห้องครัว และห้องน้ำ อบทีละโซนตามรอบเวลา แล้วพักห้องและระบายอากาศตามคำแนะนำก่อนให้ครอบครัวกลับเข้าบ้าน สิ่งที่ครอบครัวในสถานการณ์แบบนี้มักสังเกตได้คือ กลิ่นอับในห้องนอนลดลงชัดเจน และรู้สึกมั่นใจมากขึ้นที่จะให้เด็กกลับมานอนในห้องเดิม อย่างไรก็ตาม หากเด็กยังมีอาการแพ้หรือไม่สบาย ครอบครัวควรพาไปพบแพทย์ควบคู่กันไป
ถาม: WHD มีสาขาในพะเยาหรือเชียงคำไหม
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในพะเยา การให้บริการในอำเภอเชียงคำจัดผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมจะยืนยันการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันนัดหมายในขั้นตอนนั้น ไม่สามารถรับประกันการเดินทางไปถึงภายในวันเดียวกัน
ถาม: ต้องรอให้บ้านแห้งก่อนใช่ไหม
ตอบ: ใช่ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ถ้ายังมีโคลนหนาหรือพื้นยังเปียกแฉะ โอโซนจะทำงานได้ไม่เต็มที่ และเชื้อราอาจกลับมาจากความชื้นที่ยังค้างอยู่
ถาม: ระหว่างอบอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศตามคำแนะนำของช่าง
ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน ระยะเวลารวมขึ้นกับขนาดบ้านและจำนวนโซน ทีมจะประเมินให้เมื่อติดต่อ
ถาม: อบโอโซนแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การอบโอโซนจัดการเชื้อในบ้าน ไม่ได้รักษาโรคในร่างกาย หากมีไข้ ปวดน่องหลังลุยน้ำ ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์
ถาม: ยุ้งข้าวหรือห้องเก็บของอบได้ไหม
ตอบ: ได้ หากเป็นพื้นที่ปิดได้และนำผลผลิตที่เปียกน้ำท่วมออกแล้ว ทีมจะแนะนำการเตรียมพื้นที่เป็นกรณีไป
ถาม: มีโปรโมชันไหม
ตอบ: เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี สอบถามรายละเอียดล่าสุดได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE
ถ้าบ้านของคุณในเชียงคำผ่านการล้างโคลนแล้ว แต่กลิ่นอับและเชื้อรายังไม่หายไป ติดต่อทีม WHD เพื่อปรึกษาลำดับการฟื้นฟูและวางแผนการอบโอโซนได้เลย
ดูบริการอบโอโซนบ้านหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การเดินทางและพื้นที่ให้บริการในจังหวัดพะเยาจะยืนยันเมื่อติดต่อ
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนพะเยา #อบโอโซนเชียงคำ #น้ำท่วมเชียงคำ #น้ำป่าพะเยา #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน #โอโซนฆ่าเชื้อ
คำค้นหา: อบโอโซนเชียงคำ, น้ำท่วมเชียงคำ 2569, อบโอโซนพะเยา, น้ำท่วมร่มเย็น, น้ำท่วมเจดีย์คำ, น้ำป่าไหลหลากพะเยา, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมพะเยา, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ