Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
ชุมชนบนดอยใน หมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เผชิญฝนตกหนักในวันที่ 10 กันยายน 2569 น้ำป่าจากดอยเทอดไทยไหลหลากท่วมถนนในหมู่บ้านสูงราว 20 ถึง 30 เซนติเมตร น้ำเข้าบ้านเรือนในจุดที่ลุ่มต่ำ และมีดินสไลด์หลายจุด แม้ระดับน้ำบนถนนจะไม่สูงมาก แต่น้ำที่ไหลลงจากภูเขาพาดิน ทราย และเศษพืชเข้ามาในบ้าน และความชื้นจากดินที่อุ้มน้ำรอบตัวบ้านยังอยู่ต่อไปอีกนาน ทำให้เกิดปัญหาเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่หลายบ้านยังเจออยู่ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว อธิบายความเสี่ยงที่ตามมาหลังน้ำป่าบนพื้นที่สูง ลำดับการฟื้นฟูบ้านอย่างปลอดภัย และบทบาทของการ อบโอโซนแม่ฟ้าหลวง หลังจากล้างและทำให้บ้านแห้งแล้ว
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำบอกเล่าของชาวบ้านรายใด)
พี่หลิงเปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ อยู่หน้าบ้าน ในซอยที่ลาดลงไปทางจุดต่ำของหมู่บ้านบนดอย ตัวบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านหลังติดเนินดินที่ปลูกผักสวนครัวไว้ ฝนตกหนักตั้งแต่บ่าย น้ำจากบนดอยไหลลงมาตามถนนเป็นสายสีน้ำตาล ตอนแรกพี่หลิงคิดว่าน้ำบนถนนแค่ระดับข้อเท้าคงไม่เข้าบ้าน แต่ด้วยความที่บ้านอยู่ต่ำกว่าถนน น้ำปนดินจึงไหลเข้าทางประตูหน้าร้านและทางระบายน้ำหลังบ้าน
ภายในไม่กี่ชั่วโมง พื้นร้านมีน้ำขุ่นขังพร้อมดินทรายเต็มไปหมด กล่องสินค้าที่วางบนพื้นเปียกเสียหาย ส่วนเนินดินหลังบ้านก็มีดินไหลลงมากองชิดผนัง พี่หลิงพาลูกและแม่ไปพักบ้านญาติที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่า และไม่กลับเข้าบ้านจนกว่าผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าฝนเบาลงและเจ้าหน้าที่ได้ตรวจจุดดินสไลด์แล้ว
หลังจากนั้น ครอบครัวช่วยกันตักดิน ล้างพื้น และทิ้งสินค้าที่เสียหาย แต่ผนังด้านที่ติดเนินดินยังชื้นอยู่ตลอด เพราะดินด้านนอกยังอุ้มน้ำไว้ กลิ่นอับเริ่มลอยมาจากมุมห้อง คราบเชื้อราสีดำขึ้นตามขอบผนังชั้นล่าง แม่ของพี่หลิงที่อายุมากแล้วเริ่มไอบ่อยในตอนกลางคืน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับบ้านจำนวนมากบนพื้นที่สูง ที่น้ำอาจไม่ได้ท่วมสูง แต่ความชื้นจากภูเขาซึมเข้ามาไม่หยุด
ข้อมูลในส่วนนี้อ้างอิงตามรายงานของ มติชน เกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 10 กันยายน 2569 เราสรุปเฉพาะสิ่งที่รายงานระบุไว้ และไม่เพิ่มตัวเลขหรือเหตุการณ์อื่น
ระดับ 20 ถึง 30 เซนติเมตรที่รายงานคือระดับน้ำบนถนนในหมู่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าน้ำในบ้านทุกหลังสูงเท่านั้น บ้านที่อยู่ต่ำกว่าระดับถนน หรืออยู่ในแนวทางน้ำไหล อาจมีน้ำและดินเข้ามามากกว่าบ้านที่อยู่บนเนิน รายงานข่าวไม่ได้ระบุจำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบ บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลข
ในภาพรวมของประเทศ ตามข้อมูลของ ปภ. เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่รายงานโดย เดลินิวส์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน และ ไทยพีบีเอส รายงานว่า สทนช. เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากช่วง 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน สำหรับชุมชนบนดอย ควรติดตามประกาศเรื่องดินสไลด์และน้ำป่าจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ในพื้นที่ที่มีดินสไลด์ อย่ากลับเข้าบ้านหรือเริ่มทำความสะอาดจนกว่าหน่วยงานในพื้นที่จะยืนยันว่าปลอดภัย สังเกตรอยแตกของผนัง พื้น หรือดินรอบบ้าน เสียงดินหรือหินเคลื่อนตัว และน้ำที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นข้นผิดปกติ หากพบสัญญาณเหล่านี้ให้ออกจากพื้นที่และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที การฆ่าเชื้อและการอบโอโซนเป็นเรื่องที่ทำหลังจากบ้านปลอดภัยทางโครงสร้างแล้วเท่านั้น
หลายคนคิดว่าน้ำท่วมถนนแค่ 20 ถึง 30 เซนติเมตรไม่น่ากังวล แต่สำหรับบ้านบนพื้นที่สูง สิ่งที่สร้างปัญหาไม่ได้มีแค่ระดับน้ำ ยังมีดินและความชื้นที่มากับน้ำด้วย
น้ำป่าพาดินทรายและเศษพืช: น้ำที่ไหลลงจากภูเขามีแรงพัดพาสูง กวาดเอาดินชั้นบน ทราย ใบไม้ และกิ่งไม้ลงมาด้วย เมื่อไหลเข้าบ้าน ตะกอนจะตกค้างตามพื้น ขอบผนัง ใต้เฟอร์นิเจอร์ และในท่อระบายน้ำ ตะกอนอินทรีย์เหล่านี้เป็นอาหารของแบคทีเรียและเชื้อรา
บ้านในจุดลุ่มต่ำรับน้ำจากทุกทิศ: บ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนหรืออยู่ปลายทางน้ำ จะเป็นจุดที่น้ำและตะกอนจากบริเวณรอบ ๆ ไหลมารวมกัน น้ำอาจขังอยู่นานกว่าบนถนน และดินรอบตัวบ้านจะชุ่มน้ำต่อเนื่อง
ผนังที่ติดเนินดิน: บ้านบนดอยหลายหลังสร้างชิดแนวเนิน เมื่อดินด้านนอกอุ้มน้ำ ความชื้นจะซึมผ่านผนังปูนหรือผนังไม้เข้ามาภายในอย่างช้า ๆ ทำให้ผนังด้านนั้นชื้นตลอดเวลา แม้น้ำบนถนนจะแห้งไปนานแล้ว
ดินสไลด์ที่กองชิดบ้าน: ดินที่ไหลลงมากองชิดผนังหรือทับทางระบายน้ำ ทำให้น้ำฝนรอบถัดไประบายไม่ได้ และกลายเป็นแหล่งความชื้นถาวรติดตัวบ้าน การขุดลอกดินออกต้องทำอย่างระมัดระวัง และควรให้เจ้าหน้าที่ประเมินก่อนหากเนินยังไม่มั่นคง
อากาศเย็นชื้นบนที่สูง: บนดอย อากาศเย็นและมีหมอกในหลายช่วงของปี ความชื้นสัมพัทธ์สูงทำให้ของที่เปียกแห้งช้ากว่าพื้นราบ เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตมากขึ้น
ร้านค้า ที่พัก และพื้นที่ส่วนรวม: ชุมชนบนดอยมีทั้งบ้านพักอาศัย ร้านค้า และสถานที่ที่คนมารวมกัน หากน้ำเข้าร้านค้าหรือห้องเก็บสินค้า สินค้าที่อยู่บนพื้นและกล่องกระดาษจะเปียกและขึ้นราได้ง่าย ซึ่งกระทบทั้งรายได้และสุขอนามัย
องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค แนะนำตรงกันว่าน้ำท่วมทุกระดับควรถือว่าเป็นน้ำปนเปื้อน ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาด และควรทำให้บ้านแห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดการเติบโตของเชื้อรา เชื้อที่ควรรู้จักมีดังนี้
อีโคไล (E. coli) บ่งบอกการปนเปื้อนจากอุจจาระ น้ำป่าที่ไหลผ่านส้วม บ่อเกรอะ หรือคอกสัตว์ อาจนำเชื้อชนิดนี้เข้าบ้าน ทำให้ท้องร่วงและปวดท้อง ซัลโมเนลลา (Salmonella) พบในมูลสัตว์ปีกและอาหารปนเปื้อน ทำให้อาหารเป็นพิษ มีไข้ และท้องเสีย ควรทิ้งอาหารทุกชนิดที่สัมผัสน้ำท่วม รวมถึงสินค้าในร้านที่บรรจุภัณฑ์ไม่ได้ปิดผนึกแน่นหนา
ความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู): เชื้ออยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปนในน้ำและดินโคลน เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวที่แช่น้ำ การขุดดินสไลด์และตักโคลนด้วยมือเปล่าเพิ่มความเสี่ยงมาก ควรสวมถุงมือยางและรองเท้าบูท หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง หรือตาแดงหลังสัมผัสน้ำ ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว
โนโรไวรัสและโรตาไวรัส แพร่ผ่านมือ อาหาร น้ำดื่ม และพื้นผิว ทำให้อาเจียนและท้องร่วง ในชุมชนที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือระบบประปาภูเขา ควรระวังเป็นพิเศษหากน้ำป่าไหลเข้าแหล่งน้ำหรือถังเก็บน้ำ ส่วน ไข้หวัดใหญ่ (influenza) และ อาร์เอสวี (RSV) แพร่ได้ง่ายในอากาศเย็นชื้นบนดอย โดยเฉพาะเมื่อหลายครอบครัวต้องไปพักรวมกันระหว่างรอให้บ้านปลอดภัย
บนพื้นที่สูงที่อากาศเย็นและชื้น เชื้อราเติบโตได้ดีบนผนังที่ติดเนินดิน ไม้ ผ้า ที่นอน และกล่องกระดาษ คราบเชื้อรามักเริ่มจากมุมห้องหรือขอบผนังด้านล่าง แล้วลุกลามขึ้นไปเรื่อย ๆ สปอร์ที่ลอยในอากาศกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง และระคายเคืองตาและจมูก
กลิ่นในบ้านหลังน้ำป่ามักเป็นกลิ่นดินเปียกปนกลิ่นอับ มาจากเศษพืชที่เน่าในตะกอน สารที่เชื้อราปล่อยออกมา และน้ำเสียที่ไหลย้อน กลิ่นซึมเข้าไม้ ผ้า และปูน และกลับมาทุกครั้งที่หมอกลงหรือฝนตก
กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีบาดแผล ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดโคลนและการขุดดินด้วยตัวเอง และควรกลับเข้าบ้านเมื่อบ้านสะอาด แห้ง และระบายอากาศแล้ว
สุขภาพ: อาการท้องเสีย ผื่นคัน ไข้หวัด และภูมิแพ้กำเริบพบได้บ่อย อากาศหนาวชื้นบนดอยทำให้ผู้สูงอายุและเด็กเล็กป่วยง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในบ้านที่มีเชื้อรา
รายได้: ร้านค้าและกิจการเล็ก ๆ ในชุมชนเสียสินค้า ต้องปิดร้านเพื่อทำความสะอาด และอาจเสียลูกค้าหากร้านยังมีกลิ่นอับ ครัวเรือนเกษตรกรก็อาจเสียผลผลิตจากแปลงที่โดนดินสไลด์
การเดินทาง: ถนนในหมู่บ้านที่มีน้ำและดินไหลผ่าน ทำให้การสัญจรยากลำบาก การขนของเข้าออก และการนำวัสดุซ่อมแซมขึ้นดอยใช้เวลามากขึ้น
ความกังวลต่อเนื่อง: เมื่อมีดินสไลด์ ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ครอบครัวต้องคอยเฝ้าระวัง การทำให้บ้านแห้ง สะอาด และอากาศดี ช่วยลดความกังวลในเรื่องที่ควบคุมได้
อากาศภายนอกก็ชื้น: บนดอยในฤดูฝน การเปิดหน้าต่างอาจพาความชื้นจากหมอกและฝนเข้ามาเพิ่ม พัดลมช่วยได้เฉพาะผิวนอก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อในอากาศ
น้ำยาฟอกขาวไม่ถึงในเนื้อผนัง: ผนังที่ชื้นจากดินด้านนอกมีเชื้ออยู่ในเนื้อปูนหรือไม้ การเช็ดผิวด้วยน้ำยาช่วยได้ชั่วคราว คราบมักกลับมาเมื่อความชื้นยังซึมเข้าต่อ และห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาชนิดอื่น
ถ่านดูดกลิ่นหรือธูปหอม: กลบกลิ่นได้ช่วงสั้น ๆ แต่ต้นเหตุยังอยู่
ทาสีกันเชื้อราทับ: หากผนังยังชื้น สีจะพองและหลุด คราบดำจะกลับมาอีก
สิ่งที่ต้องทำคือแก้ต้นเหตุความชื้น เช่น ขุดลอกดินที่กองชิดผนังเมื่อปลอดภัย เปิดทางระบายน้ำ แล้วจัดการเชื้อในอากาศและซอกมุมทั้งห้องด้วย บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อบ้านสะอาดและแห้งแล้ว
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในบ้าน ร้านค้า และอาคาร โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง กระจายไปทั่วห้องที่ปิดสนิท เข้าถึงใต้ชั้นวางสินค้า หลังตู้ และมุมผนัง ทำลายโครงสร้างเซลล์ของแบคทีเรียและเชื้อรา ทำลายเปลือกหุ้มของไวรัส และสลายโมเลกุลกลิ่น จากนั้นคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ซึ่งเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) โอโซนช่วยกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดู เอกสารรับรอง เพิ่มเติม
กติกาความปลอดภัย: อบโอโซนในห้องที่ ว่างเปล่าและปิดสนิท เท่านั้น ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ระหว่างอบ กลับเข้าห้องหลังพักห้องและระบายอากาศตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการล้างและทำให้แห้ง ไม่ได้แทนการทำความสะอาด การซ่อมแซมโครงสร้าง หรือการรักษาพยาบาล ผู้ที่มีอาการป่วยควรไปพบแพทย์
การให้บริการที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดเชียงราย การให้บริการต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 การเดินทางขึ้นพื้นที่สูง พื้นที่ครอบคลุม และวันเวลา จะยืนยันเมื่อติดต่อ ไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน
เหตุการณ์ที่ตำบลเทอดไทยเกิดขึ้นเมื่อ 10 กันยายน 2569 บ้านที่ล้างทำความสะอาดแล้วหลายหลังยังมีผนังชื้นและกลิ่นอับ เพราะดินรอบบ้านยังอุ้มน้ำอยู่ เมื่อ สทนช. เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือช่วง 5 ถึง 7 ตุลาคม 2569 ชุมชนบนดอยควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยจากดินสไลด์ก่อน ติดตามประกาศของหน่วยงานในพื้นที่ และรอให้ช่วงเสี่ยงผ่านไป
เมื่อฝนเบาลง ให้แก้ต้นเหตุความชื้นก่อน เช่น เปิดทางระบายน้ำที่ถูกดินอุด แล้วให้บ้านแห้งพอสมควร จากนั้นจึงนัดอบโอโซน หากน้ำหรือดินเข้าบ้านซ้ำ ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดใหม่ทุกครั้ง
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพบ้านและการแก้ปัญหาความชื้น หากผนังยังรับน้ำจากดินด้านนอกต่อเนื่อง คราบอาจกลับมาได้ ควรแก้ที่ต้นเหตุควบคู่กัน
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายลำดับการทำงาน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใด)
ร้านของพี่หลิงในเรื่องเล่าตอนต้น เป็นตัวอย่างของบ้านที่อยู่ในจุดลุ่มต่ำ หลังจากหน่วยงานในพื้นที่แจ้งว่าปลอดภัยแล้ว ครอบครัวตักดินออกจากร้าน ล้างพื้นและชั้นวาง ทิ้งสินค้าที่เปียกน้ำทั้งหมด และขอแรงญาติช่วยขุดดินที่กองชิดผนังหลังบ้านออก เพื่อเปิดทางระบายน้ำ
เมื่อผ่านไปสองสัปดาห์ ผนังเริ่มแห้งขึ้นแต่ยังมีกลิ่นอับในร้านและห้องนอนของแม่ พี่หลิงจึงติดต่อ WHD ทาง LINE ส่งรูปบ้านและร้านให้ทีมงานดู ทีมงานแนะนำให้รอให้ผนังแห้งเพิ่มอีกระยะ และรอให้ช่วงฝนหนักผ่านไปก่อน จากนั้นจึงนัดวันที่เหมาะกับการเดินทางขึ้นดอย
ในวันทำงาน ร้านปิดหนึ่งวัน แม่ของพี่หลิงไปพักบ้านญาติ แมวที่เลี้ยงไว้ถูกพาออกไปด้วย เจ้าหน้าที่อบโอโซนในร้าน ห้องเก็บสินค้า และห้องนอนทีละโซน หลังพักห้องและระบายอากาศ ครอบครัวกลับเข้าบ้าน กลิ่นอับลดลงชัดเจน และได้รับคำแนะนำให้คอยดูแลทางระบายน้ำหลังบ้านไม่ให้ดินอุดตันอีก
ถาม: น้ำท่วมถนนแค่ 20 ถึง 30 เซนติเมตร จำเป็นต้องอบโอโซนไหม
ตอบ: ขึ้นกับสภาพบ้าน หากน้ำและดินเข้าบ้าน มีกลิ่นอับ หรือคราบเชื้อราขึ้นตามผนัง การอบโอโซนหลังล้างและทำให้แห้งช่วยได้ แต่หากบ้านไม่โดนน้ำและไม่มีปัญหา ก็ไม่จำเป็น
ถาม: บ้านอยู่ใกล้จุดดินสไลด์ ทำได้เลยไหม
ตอบ: ต้องรอให้หน่วยงานในพื้นที่ยืนยันความปลอดภัยก่อนเสมอ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากบ้านปลอดภัยทางโครงสร้างและทำความสะอาดแล้ว
ถาม: ร้านค้าต้องปิดนานแค่ไหน
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักห้องและระบายอากาศ ร้านที่มีหลายห้องจะใช้เวลารวมมากขึ้น
ถาม: ระหว่างอบ อยู่ในบ้านได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ห้องต้องว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าตามเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
ถาม: WHD เดินทางขึ้นดอยได้ไหม
ตอบ: บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในเชียงราย การเดินทางและพื้นที่ครอบคลุมยืนยันเมื่อติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ถาม: มีโปรโมชันหรือไม่
ตอบ: ใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี
ติดต่อทีม WHD เพื่อประเมินพื้นที่ วางแผนวัน และยืนยันการเดินทางขึ้นดอย
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ข้อมูลเหตุการณ์และตัวเลขอ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนเชียงราย #น้ำท่วมแม่ฟ้าหลวง #อบโอโซนแม่ฟ้าหลวง #น้ำท่วมเทอดไทย #ดอยเทอดไทย #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนแม่ฟ้าหลวง, น้ำท่วมเทอดไทย 2569, น้ำป่าดอยเทอดไทย, น้ำท่วมแม่ฟ้าหลวง, ดินสไลด์เทอดไทย, อบโอโซนเชียงราย, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเชียงราย, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม