Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 11 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับชาวบ้าน บ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เช้ามืดของวันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวยังจำได้ดี ฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งคืน จนราวตีสามลำน้ำห้วยแม่วะล้นตลิ่ง น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องสูบน้ำมาช่วยระบายและช่วยขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง แม้น้ำแบบนี้มักมาเร็วและลดเร็ว แต่สิ่งที่น้ำทิ้งไว้ในบ้านไม่ได้หายไปพร้อมกับระดับน้ำ ทั้งตะกอนโคลน เชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่ซึมเข้าไปในไม้ พื้น ผนัง ที่นอน และอากาศในบ้าน บทความนี้อธิบายว่าน้ำจากลำห้วยที่ไหลหลากเข้าบ้านทิ้งอะไรไว้บ้าง ทำไมการล้างและผึ่งลมอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และการ อบโอโซนพร้าว ควรอยู่ในขั้นตอนไหนของการฟื้นฟูบ้าน โดยเฉพาะเมื่อภาคเหนือยังมีคำเตือนฝนตกหนักในช่วงต้นเดือนตุลาคม
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)
ป้าคำ อาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกใต้ถุนกับหลานสองคนในหมู่บ้านชนบทของอำเภอพร้าว ใต้ถุนบ้านเป็นที่เก็บกระสอบข้าวเปลือก จอบเสียม รถจักรยานยนต์ และตู้กับข้าวเก่า ข้างบ้านมีคอกไก่เล็ก ๆ และยุ้งข้าวไม้ที่สร้างไว้ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ คืนนั้นฝนตกไม่หยุด เสียงฝนบนหลังคาสังกะสีดังจนนอนไม่หลับ ตีสามกว่า ๆ เสียงน้ำไหลแรงผิดปกติดังมาจากทางลำห้วย
ภายในเวลาไม่นาน น้ำสีน้ำตาลขุ่นก็ไหลเข้ามาในลานบ้าน พาเศษไม้ ใบไม้ และดินโคลนเข้ามาด้วย ป้าคำปลุกหลานขึ้นไปอยู่บนเรือน ส่วนของที่อยู่ใต้ถุนเก็บได้ไม่ทัน พอฟ้าสาง เจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านมาช่วยกันขนของขึ้นที่สูง มีเครื่องสูบน้ำช่วยระบายน้ำออกจากจุดที่ขัง น้ำลดลงภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่สิ่งที่เหลือคือโคลนหนาที่เกาะพื้นปูน ขาโต๊ะ เสาบ้าน และก้นตู้
สามสัปดาห์ผ่านไป บ้านดูเหมือนจะสะอาดแล้ว ป้าคำขัดพื้นด้วยผงซักฟอก ราดน้ำยาฟอกขาว และเปิดหน้าต่างทุกบาน แต่ทุกเช้ายังได้กลิ่นอับคล้ายดินเปียกปนกลิ่นท่อลอยขึ้นมาจากพื้นไม้ หลานคนเล็กเริ่มจามและคัดจมูกบ่อย ที่นอนที่เคยตากแดดแล้วยังมีกลิ่นไม่หาย และใต้ตู้ไม้มีจุดดำ ๆ เล็ก ๆ ขึ้นเป็นแนว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบ้านจำนวนมากหลังน้ำหลาก ไม่ใช่เพราะเจ้าของบ้านไม่ขยัน แต่เพราะน้ำจากลำห้วยที่ผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ และบ่อเกรอะ ได้นำเชื้อโรคและความชื้นแทรกเข้าไปในจุดที่มองไม่เห็น
ข้อมูลในส่วนนี้อ้างอิงตามรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ เกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เราสรุปเฉพาะสิ่งที่รายงานระบุไว้ และไม่เพิ่มตัวเลขหรือเหตุการณ์อื่นที่ไม่มีในรายงาน
รายงานข่าวไม่ได้ระบุระดับน้ำเป็นตัวเลข จำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบ หรือระยะเวลาที่น้ำขังในแต่ละหลังคาเรือน บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเหล่านั้น แต่ลักษณะเหตุการณ์ คือฝนตกหนักทั้งคืนแล้วลำห้วยล้นตลิ่งในช่วงกลางดึก บอกเราได้ว่าน้ำมาในเวลาที่คนส่วนใหญ่กำลังหลับ เตรียมตัวได้น้อย และน้ำที่ไหลจากลำห้วยมักพาตะกอนดิน เศษไม้ และสิ่งปนเปื้อนจากพื้นที่ต้นน้ำเข้ามาในบ้านด้วย
ในภาพรวมของประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่รายงานโดย เดลินิวส์ ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน และ ไทยพีบีเอส รายงานว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในช่วง 5 ถึง 7 ตุลาคม ในภาคเหนือและบางส่วนของภาคใต้ ตัวเลขและสถานการณ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่ทุกครั้ง
สำหรับบ้านในตำบลน้ำแพร่ที่เคยโดนน้ำเมื่อเดือนสิงหาคม คำเตือนรอบใหม่หมายความว่าเราควรวางแผนฟื้นฟูบ้านให้รอบคอบ ทั้งในแง่การกำจัดเชื้อที่ค้างอยู่จากรอบแรก และการเตรียมรับมือหากมีฝนหนักซ้ำอีก
น้ำท่วมจากลำห้วยในพื้นที่ภาคเหนือต่างจากน้ำท่วมขังในเมืองใหญ่ น้ำมักมาเร็ว ไหลแรง และลดเร็ว แต่ระหว่างทางน้ำไหลผ่านพื้นที่หลายแบบ ทั้งป่า ไร่ นาข้าว สวน คอกวัว คอกหมู เล้าไก่ ห้องส้วม และบ่อเกรอะของบ้านเรือน สิ่งที่น้ำพามาจึงไม่ใช่แค่น้ำ แต่เป็นส่วนผสมของดินตะกอน อินทรียวัตถุ มูลสัตว์ และเชื้อจุลินทรีย์จำนวนมาก
ตะกอนโคลนหนา: เมื่อน้ำลด ตะกอนดินละเอียดจะตกค้างบนพื้นปูน ใต้ถุนบ้าน ร่องไม้ และในซอกมุมที่น้ำไหลวน โคลนแบบนี้อุ้มน้ำได้นาน เป็นที่อยู่ชั้นดีของแบคทีเรียและสปอร์เชื้อรา หากล้างไม่หมด เมื่อแห้งก็จะกลายเป็นฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาเวลาเดินหรือกวาดบ้าน
บ้านไม้และบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้: บ้านในชนบทของอำเภอพร้าวจำนวนไม่น้อยเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุน หรือบ้านชั้นล่างก่ออิฐชั้นบนเป็นไม้ เนื้อไม้เป็นวัสดุที่ดูดน้ำได้ดี เมื่อแช่น้ำแล้วจะคายความชื้นออกมาช้า ๆ หลายสัปดาห์ ทำให้ความชื้นในบ้านสูงต่อเนื่อง และเชื้อราสามารถเติบโตในเนื้อไม้ ร่องรอยต่อ และด้านหลังแผ่นไม้ที่มองไม่เห็น
ใต้ถุนและพื้นที่เก็บของ: ใต้ถุนบ้านมักเป็นที่เก็บกระสอบข้าว ปุ๋ย เครื่องมือเกษตร ฟืน และของใช้เก่า เมื่อโดนน้ำ สิ่งของเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อและแหล่งกลิ่นทันที โดยเฉพาะกระสอบข้าวหรือกระสอบอาหารสัตว์ที่เปียกแล้วจะบูดและขึ้นราอย่างรวดเร็ว
ยุ้งข้าว คอกสัตว์ และโรงเก็บของ: ครัวเรือนเกษตรกรมักมียุ้งข้าวหรือโรงเก็บผลผลิตใกล้ตัวบ้าน คอกสัตว์ที่โดนน้ำจะมีมูลสัตว์ปนกับโคลน และเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อแบคทีเรียสูง หากไม่ทำความสะอาดให้ถูกวิธี กลิ่นและเชื้อก็จะลอยเข้าสู่ตัวบ้านเมื่อมีลมพัด
ที่นอน หมอน ผ้าห่ม และเฟอร์นิเจอร์ผ้า: ของเหล่านี้ดูดซับน้ำสกปรกไว้ลึกถึงแกนใน การตากแดดช่วยให้ผิวนอกแห้ง แต่ภายในอาจยังชื้นและมีเชื้ออยู่ ทำให้กลิ่นอับกลับมาทุกครั้งที่อากาศชื้น
ระบบน้ำและท่อ: ในบ้านชนบทที่ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำประปาหมู่บ้าน ถังเก็บน้ำ ท่อ และบ่อพักอาจมีน้ำท่วมไหลย้อนเข้าไป ควรตรวจสอบและทำความสะอาดก่อนนำน้ำมาใช้ดื่มหรือประกอบอาหาร และติดตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ต่างเตือนตรงกันว่าน้ำท่วมเป็นน้ำปนเปื้อน ไม่ควรสัมผัสโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน และบ้านที่โดนน้ำควรทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะเติบโต เชื้อที่พบได้บ่อยหลังน้ำหลากในพื้นที่ชนบทแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้คนและสัตว์ เมื่อพบในน้ำหรือบนพื้นผิว แสดงว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ บางสายพันธุ์ทำให้เกิดท้องร่วงรุนแรง ปวดท้อง และอาเจียน ซัลโมเนลลา (Salmonella) ก็พบได้ในมูลสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง ทำให้อาหารเป็นพิษ มีไข้ ท้องเสีย โดยเฉพาะเมื่อน้ำท่วมเข้าครัวหรือพื้นที่เก็บอาหาร
เลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) เป็นความเสี่ยงสำคัญในพื้นที่เกษตรกรรมภาคเหนือ เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด และสามารถปนอยู่ในน้ำและดินโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ อาการที่ควรสังเกตคือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดโคลน ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมด้วย
โนโรไวรัสและโรตาไวรัส เป็นไวรัสทางเดินอาหารที่แพร่ผ่านมือ พื้นผิว ภาชนะ และอาหารที่ปนเปื้อน ทำให้อาเจียนและท้องร่วง เด็กเล็กเสี่ยงต่อการขาดน้ำ ในช่วงที่ชาวบ้านช่วยกันขนของ ทำความสะอาด และกินอาหารร่วมกัน ไวรัสกลุ่มนี้แพร่ได้ง่ายมาก นอกจากนี้ ไวรัสระบบทางเดินหายใจ อย่าง ไข้หวัดใหญ่ (influenza) และ อาร์เอสวี (RSV) ก็มีโอกาสระบาดมากขึ้นเมื่อคนอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ร่างกายอ่อนล้า และอากาศชื้นเย็นในฤดูฝน
เชื้อราต้องการความชื้นกับอินทรียวัตถุ ซึ่งบ้านไม้ที่เพิ่งโดนน้ำมีทั้งสองอย่างครบ สปอร์เชื้อราลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา เมื่อตกบนไม้ที่ยังชื้น ผ้าม่าน ฟูก หรือกระดาษ ก็เริ่มงอกภายในเวลาไม่กี่วัน เชื้อราทำให้เกิดคราบดำ เขียว หรือขาว และปล่อยสปอร์กับสารระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ ผู้ที่มีภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการจาม คัดจมูก ไอ แน่นหน้าอก หรือผื่นคัน
กลิ่นที่ค้างอยู่หลังน้ำลดมาจากหลายแหล่งพร้อมกัน ได้แก่ สารที่เชื้อราปล่อยออกมา อินทรียวัตถุในโคลนที่กำลังเน่า มูลสัตว์ และน้ำเสียจากห้องส้วมหรือบ่อเกรอะที่ไหลย้อน กลิ่นเหล่านี้ฝังอยู่ในวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ไม้ ปูนฉาบ ผ้า และฟองน้ำ น้ำหอมปรับอากาศจึงทำได้แค่กลบไว้ชั่วคราว ตราบใดที่ต้นเหตุยังอยู่ กลิ่นก็จะกลับมาทุกครั้งที่อากาศชื้น
กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ: ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด และผู้ที่มีแผลที่เท้าหรือขา ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำและการทำความสะอาดโคลนด้วยตัวเอง และควรเข้าบ้านหลังจากทำความสะอาดและระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว
ด้านสุขภาพ: อาการที่พบบ่อยหลังน้ำหลากคือ ท้องเสีย ผื่นคัน น้ำกัดเท้า ตาแดง ไข้หวัด และอาการภูมิแพ้กำเริบจากเชื้อรา สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุนอนติดเตียงหรือเด็กเล็ก อากาศชื้นและกลิ่นอับในบ้านทำให้นอนหลับไม่สนิท และป่วยบ่อยขึ้น
ด้านเงิน: ครัวเรือนเกษตรกรต้องเสียทั้งค่าซ่อมบ้าน ค่าเปลี่ยนที่นอนและเครื่องใช้ไฟฟ้า และอาจเสียผลผลิตหรือข้าวที่เก็บไว้ในยุ้ง หากปล่อยให้เชื้อราลุกลามในเนื้อไม้หรือผนัง ค่าซ่อมในภายหลังจะสูงกว่าการจัดการตั้งแต่แรก
ด้านเวลา: ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่ทุกคนเหนื่อย ต้องทำทั้งงานในนา งานในสวน และงานบ้าน การขัดล้างซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะกลิ่นไม่หาย ทำให้เสียเวลาและแรงกายมาก
ด้านจิตใจและครอบครัว: น้ำที่มาในเวลากลางดึกสร้างความตกใจและความกังวล หลายบ้านนอนไม่หลับทุกครั้งที่ฝนตกหนัก การได้กลับเข้าบ้านที่สะอาด อากาศดี ไม่มีกลิ่นอับ ช่วยให้ครอบครัวกลับมารู้สึกปลอดภัยและเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น
ด้านชุมชน: ในหมู่บ้านที่บ้านอยู่ใกล้กัน ศาลาประชาคม วัด โรงเรียน และร้านค้าชุมชนเป็นจุดที่คนมารวมกัน หากจุดเหล่านี้ยังมีเชื้อราและกลิ่นอับค้างอยู่ ความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อก็กระจายไปทั้งชุมชน
ราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเรียบที่ล้างสะอาดแล้วได้ แต่เข้าไม่ถึงเนื้อไม้ ร่องรอยต่อ ด้านหลังตู้ หรือช่องว่างใต้พื้น และหากราดบนพื้นที่ยังมีโคลน สารจะเสื่อมฤทธิ์เร็ว อีกทั้งไม่ควรผสมกับน้ำยาชนิดอื่น เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
เปิดพัดลมและเปิดหน้าต่าง: การระบายอากาศเป็นเรื่องจำเป็น แต่ในฤดูฝนของภาคเหนือ อากาศภายนอกเองก็มีความชื้นสูง พัดลมช่วยให้ผิวนอกแห้งเร็วขึ้น แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อที่อยู่ในอากาศหรือในเนื้อวัสดุ
ฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปกลบกลิ่น: เป็นการซ่อนปัญหามากกว่าแก้ปัญหา กลิ่นอับคือสัญญาณว่ายังมีเชื้อราหรืออินทรียวัตถุที่กำลังย่อยสลายอยู่
ทาสีทับคราบเชื้อรา: สีใหม่อาจทำให้ผนังดูสะอาดในช่วงแรก แต่เชื้อราที่อยู่ข้างใต้ยังเติบโตต่อ และจะดันสีให้พองหรือมีคราบกลับมาในไม่ช้า
ตากแดดของใช้แล้วนำกลับเข้าบ้านทันที: แดดช่วยได้มาก แต่ของที่หนา เช่น ที่นอนหรือโซฟา อาจยังชื้นด้านใน หากนำกลับเข้าห้องที่ยังมีสปอร์ลอยอยู่ ปัญหาก็จะกลับมาอีก
สิ่งที่ขาดไปในวิธีเหล่านี้คือขั้นตอนที่ช่วยจัดการเชื้อและกลิ่นใน อากาศและซอกมุมทั้งห้อง ซึ่งเป็นจุดที่การ อบโอโซนฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เข้ามาช่วยเสริม หลังจากที่ล้างโคลนและทำให้บ้านแห้งแล้ว
บริษัท เวิลด์ เฮลท์ ดิสอินเฟคชั่น (World Health Disinfection หรือ WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซจะกระจายไปทั่วพื้นที่ รวมถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ และช่องว่างที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง โอโซนจะทำลายโครงสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา และเปลือกหุ้มของไวรัส รวมถึงสลายโมเลกุลของกลิ่น จากนั้นโอโซนจะคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ซึ่งเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) การอบโอโซนช่วยกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ 99.99% สามารถดู เอกสารรับรอง ได้ที่หน้าเว็บไซต์ของบริษัท
กติกาความปลอดภัยสำคัญ: การอบโอโซนต้องทำใน ห้องที่ว่างเปล่าและปิดสนิท ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ระหว่างอบ และกลับเข้าห้องได้หลังผ่านช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งเท่านั้น โอโซนเป็นขั้นตอน หลัง การตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด การซ่อมแซม หรือการรักษาพยาบาล หากมีอาการป่วย ให้ไปพบแพทย์
เรื่องการเดินทางมาให้บริการที่อำเภอพร้าว: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดเชียงใหม่ การให้บริการในต่างจังหวัดจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 โดยรายละเอียดการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันเวลา จะยืนยันกันอีกครั้งเมื่อติดต่อ ไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้ จึงแนะนำให้ติดต่อเพื่อวางแผนล่วงหน้า
เหตุการณ์ที่บ้านหนองปลามันเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลายบ้านอาจล้างทำความสะอาดไปแล้ว แต่ยังมีกลิ่นอับหรือคราบเชื้อราผุดขึ้นมาใหม่ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา นี่เป็นอาการที่พบบ่อยในบ้านไม้ เพราะเนื้อไม้ค่อย ๆ คายความชื้นออกมา และฤดูฝนทำให้บ้านไม่เคยแห้งสนิทจริง ๆ
เมื่อ สทนช. เตือนฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือช่วง 5 ถึง 7 ตุลาคม 2569 สิ่งที่ควรทำคือ ติดตามประกาศของอำเภอและหน่วยงานในพื้นที่ ยกของขึ้นที่สูงไว้ก่อน และรอให้ช่วงเสี่ยงผ่านไปก่อนจะเริ่มขั้นตอนฟื้นฟูรอบใหญ่ หากน้ำเข้าบ้านอีกครั้ง ก็ต้องเริ่มจากการตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งใหม่ จากนั้นจึงนัดอบโอโซน
สำหรับบ้านที่ไม่ได้โดนน้ำซ้ำ ช่วงที่เหมาะสมคือหลังจากบ้านแห้งพอสมควร ไม่มีน้ำขังใต้ถุน และไม่มีฝนหนักต่อเนื่อง การโทรปรึกษาล่วงหน้าช่วยให้วางแผนวันเวลาได้เหมาะกับสภาพอากาศและการเดินทางจากกรุงเทพฯ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพบ้าน ความชื้น และการทำความสะอาดก่อนหน้า วัสดุที่เสียหายหนักหรือขึ้นราลึกในเนื้ออาจต้องรื้อเปลี่ยน
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายลำดับการทำงาน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใด)
ครอบครัวของพี่แก้วมีบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างเป็นปูนใช้เป็นห้องครัวและห้องนั่งเล่น ชั้นบนเป็นห้องนอนไม้ ข้างบ้านมียุ้งข้าวและโรงเก็บรถไถ ในคืนที่ฝนตกหนักและน้ำจากลำห้วยไหลเข้าหมู่บ้าน น้ำเข้าชั้นล่างและใต้ยุ้งข้าว ครอบครัวช่วยกันยกของขึ้นชั้นบนได้บางส่วน หลังน้ำลด ทุกคนช่วยกันตักโคลน ฉีดน้ำล้างพื้น และขนข้าวที่เปียกออกไปตาก
สองสัปดาห์ต่อมา ชั้นล่างยังมีกลิ่นอับ ผนังด้านที่ติดดินมีคราบชื้นเป็นแนว ลูกสาววัยประถมเริ่มมีอาการคัดจมูกตอนเช้า พี่แก้วจึงโทรปรึกษา WHD ทีมงานสอบถามขนาดบ้าน จำนวนห้อง และสภาพปัจจุบัน แนะนำให้ทิ้งฟูกและเบาะที่แช่น้ำนาน รื้อไม้อัดผนังที่บวมพอง และให้บ้านแห้งก่อนนัดวัน เมื่อบ้านพร้อมและสภาพอากาศเอื้ออำนวย จึงกำหนดวันทำงานที่เหมาะกับการเดินทาง
ในวันทำงาน ครอบครัวพาสุนัขและไก่ที่เลี้ยงไว้ไปฝากบ้านญาติ ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เจ้าหน้าที่อบโอโซนทีละโซน ได้แก่ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอนชั้นบน และยุ้งข้าวที่ปิดได้ หลังพักห้องและระบายอากาศตามที่แนะนำ ครอบครัวกลับเข้าบ้าน กลิ่นอับลดลงชัดเจน แต่ทีมงานก็ย้ำว่าต้องเปิดหน้าต่างระบายอากาศในวันที่แดดดี และหากผนังกลับมามีคราบชื้น ควรตรวจหาจุดที่น้ำซึมเพิ่มเติม
ถาม: บ้านโดนน้ำตั้งแต่เดือนสิงหาคม ตอนนี้ยังควรอบโอโซนอยู่ไหม
ตอบ: หากยังมีกลิ่นอับ คราบเชื้อรา หรือคนในบ้านมีอาการภูมิแพ้บ่อยขึ้น ก็ยังเป็นเวลาที่เหมาะ โดยเฉพาะบ้านไม้ที่คายความชื้นช้า แต่ควรหาและแก้ต้นเหตุความชื้นควบคู่กันไป
ถาม: ระหว่างอบโอโซน คนในบ้านอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องเป็นห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ และกลับเข้าห้องหลังพักห้องและระบายอากาศตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
ถาม: อบโอโซนแทนการล้างโคลนได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งแล้ว การอบในห้องที่ยังมีโคลนหนาจะได้ผลไม่เต็มที่
ถาม: WHD มีสาขาที่เชียงใหม่หรือไม่
ตอบ: ไม่มี บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการที่อำเภอพร้าวหรือพื้นที่อื่นในเชียงใหม่นัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และยืนยันการเดินทางกันอีกครั้ง
ถาม: ใช้เวลานานเท่าไร
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บ้านที่มีหลายห้องหรือมีอาคารประกอบ เช่น ยุ้งข้าว จะใช้เวลารวมมากขึ้น รวมถึงช่วงพักห้องก่อนกลับเข้าพื้นที่
ถาม: มีโปรโมชันหรือไม่
ตอบ: เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี รายละเอียดสอบถามได้เมื่อติดต่อ
ถาม: ถ้ามีไข้และปวดน่องหลังช่วยล้างบ้าน ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำท่วมหรือโคลน เพราะอาจเป็นอาการของโรคเลปโตสไปโรซิส การอบโอโซนเป็นการดูแลบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค
ติดต่อทีม WHD เพื่อประเมินบ้าน วางแผนวัน และยืนยันการเดินทางไปยังพื้นที่ของคุณ
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ข้อมูลเหตุการณ์และตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่
#อบโอโซนเชียงใหม่ #น้ำท่วมพร้าว #อบโอโซนพร้าว #น้ำท่วมน้ำแพร่ #บ้านหนองปลามัน #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนพร้าว, น้ำท่วมบ้านหนองปลามัน, น้ำท่วมพร้าว 2569, น้ำท่วมน้ำแพร่, ห้วยแม่วะล้นตลิ่ง, อบโอโซนเชียงใหม่, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเชียงใหม่, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม