Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 15 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับผู้บริหารโรงแรม ผู้จัดการฝ่ายแม่บ้าน และเจ้าของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ใน เขตบางรัก ย่านสีลมและศาลาแดง ช่วงหลังฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 อาจเป็นช่วงที่ต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่มีใครอยากเห็นในรีวิว คือแขกเปิดประตูห้องพักแล้วได้กลิ่นอับ ผ้าม่านมีกลิ่นชื้น พรมทางเดินชั้นล่างไม่ยอมแห้ง หรือแอร์ในห้องพักพ่นกลิ่นเหม็นออกมาตอนเปิดเครื่อง บทความนี้อธิบายว่า อบโอโซนโรงแรม บางรัก ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่นอับในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างไร และทำไมต้องทำหลังจากแก้ต้นเหตุความชื้น ทำความสะอาด และทำให้ทุกอย่างแห้งแล้วเท่านั้น โดยห้องที่อบต้องปิดสนิทและไม่มีแขก พนักงาน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน
ข้อมูลที่มีการรายงานไว้สำหรับย่านนี้คือ เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานว่ามีจุดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักที่ ถนนศาลาแดง ช่วงซอยศาลาแดง 1/1 ในเขตบางรัก โดยรายงานไม่ได้ระบุระดับน้ำ (อ้างอิงหนังสือพิมพ์แนวหน้า) จุดนี้อยู่กลางย่านธุรกิจและที่พักที่มีโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมเรียงรายอยู่จำนวนมาก
ภาพรวมทั้งกรุงเทพฯ ในช่วงเดียวกันนั้นรุนแรง ไทยพีบีเอสรายงานว่าฝนวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 ตกหนักสูงสุดที่เขตจตุจักร 210.0 มิลลิเมตร เขตวังทองหลาง 205.5 มิลลิเมตร และเขตสะพานสูง 203.5 มิลลิเมตร ฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตรในราว 48 ชั่วโมง และทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน จุดน้ำท่วมขังทั่วเมืองเพิ่มจาก 43 จุดในเย็นวันที่ 25 กันยายน เป็น 135 จุดในวันที่ 27 กันยายน ต่อมาวันที่ 29 กันยายน กรุงเทพฯ ยกเลิกพื้นที่ประสบภัย 21 เขต เหลือ 29 เขต และ ปภ. ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 38 เขต 118 แขวง รายงานของ ปภ. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน (อ้างอิงแนวหน้า ไทยพีบีเอส และกรุงเทพธุรกิจ) ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
สำหรับโรงแรมย่านสีลมและศาลาแดง ปัญหาที่ตามมามักไม่ได้อยู่ที่ถนนหน้าโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่น้ำซึ่งพนักงาน แขก รถเข็นกระเป๋า และรถส่งของพาเข้ามาในล็อบบี้ น้ำที่ซึมเข้าห้องเครื่องหรือลานจอดรถชั้นใต้ดิน น้ำที่ย้อนจากท่อระบายน้ำ หลังคาหรือขอบหน้าต่างที่รั่วระหว่างพายุฝน และความชื้นสะสมในห้องพักที่ปิดไว้เพราะยอดจองลดลงช่วงฝนตกหนัก ห้องที่ปิดไว้หลายวันในสภาพอากาศชื้นจัด คือจุดเริ่มต้นของกลิ่นอับและเชื้อราที่แขกคนต่อไปจะสัมผัสได้ทันที
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่เรื่องของโรงแรมหรือบุคคลจริงรายใด)
คุณต้อม เป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมบูทีกขนาดสี่สิบห้องในซอยแห่งหนึ่งย่านศาลาแดง คืนที่ฝนตกหนัก น้ำขังบนถนนจนรถแท็กซี่ที่มาส่งแขกต้องจอดห่างจากหน้าโรงแรม แขกหลายคนเดินลุยน้ำเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางที่เปียกโชก พนักงานต้องปูผ้าและเช็ดพื้นล็อบบี้ทั้งคืน ส่วนห้องเก็บผ้าปูที่นอนชั้นล่างมีน้ำซึมเข้ามาตามขอบผนัง
สามวันต่อมา ฝนหยุดแล้ว ถนนแห้งแล้ว แต่ปัญหาเพิ่งเริ่มต้น แม่บ้านรายงานว่าห้องพักชั้นสองบางห้องมีกลิ่นอับ ทั้งที่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่แล้ว พรมทางเดินชั้นล็อบบี้ยังมีกลิ่นเหมือนผ้าขี้ริ้วเปียก และผ้าขนหนูบางส่วนที่เก็บในห้องชั้นล่างเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ที่สำคัญที่สุดคือ เช้าวันหนึ่งมีรีวิวออนไลน์ใหม่เข้ามา แขกชาวต่างชาติให้คะแนนทำเลดีมาก แต่เขียนว่าห้องมีกลิ่นอับชื้น และแอร์มีกลิ่นแปลก ๆ
คุณต้อมรู้ดีว่าในธุรกิจโรงแรม รีวิวเรื่องกลิ่นและความสะอาดเป็นสิ่งที่ลบออกได้ยากที่สุด แขกคนต่อไปที่อ่านรีวิวจะตัดสินใจจองหรือไม่จองจากประโยคเดียว ทีมแม่บ้านจึงทำความสะอาดหนักขึ้น ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ และเปิดหน้าต่างระบายอากาศ แต่ย่านสีลมช่วงฝนตก อากาศภายนอกก็ชื้นไม่แพ้กัน กลิ่นจึงลดลงเพียงชั่วคราว แล้วก็กลับมาอีกในห้องที่ปิดไว้ข้ามคืน
สิ่งที่คุณต้อมเจอคือเรื่องปกติของอาคารที่พักในเมืองหลังฝนหนัก ต้นตอของกลิ่นไม่ได้อยู่ที่ผ้าปูที่นอนซึ่งเปลี่ยนทุกวัน แต่อยู่ในที่นอน หัวเตียงบุผ้า พรมใต้เตียง ผ้าม่านหนา ท่อลมและคอยล์เย็นของแอร์ และผนังที่ซึมน้ำ ซึ่งแม่บ้านไม่สามารถเช็ดถึงได้ในรอบทำความสะอาดปกติ
น้ำท่วมขังบนถนนในเมืองไม่ใช่น้ำสะอาด น้ำเหล่านี้ไหลผ่านท่อระบายน้ำ ถังขยะ และพื้นถนน จึงพาสิ่งปนเปื้อนหลายชนิดติดมากับรองเท้า ล้อกระเป๋า และเสื้อผ้าของคนที่เดินผ่าน รวมถึงน้ำที่ย้อนเข้ามาในอาคารผ่านท่อด้วย
ในน้ำปนเปื้อนมักพบอีโคไล ซึ่งบ่งบอกว่ามีสิ่งปฏิกูลปนอยู่ ซัลโมเนลลาที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง และเชื้อเลปโตสไปราที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนู ซึ่งติดต่อผ่านน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะสัตว์ฟันแทะเข้าทางบาดแผล แบคทีเรียยังชอบความชื้นในพรม ใต้ที่นอน และในถาดน้ำทิ้งของแอร์ ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นเหม็นอับ
โรงแรมคือสถานที่ที่มีคนจากหลายประเทศหมุนเวียนเข้าออกทุกวัน ไวรัสทางเดินอาหารอย่างโนโรไวรัสและโรตาไวรัสอาจปนเปื้อนมากับน้ำเสีย ขณะที่ไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวีระบาดง่ายในฤดูฝน ห้องพักที่ปิดและเปิดแอร์จึงเป็นพื้นที่ที่ควรดูแลคุณภาพอากาศเป็นพิเศษ
องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้วัสดุที่เปียกน้ำแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดการเติบโตของเชื้อรา ในโรงแรม วัสดุที่เสี่ยงที่สุดคือพรมปูพื้นเต็มห้อง ผ้าม่านทึบแสง หัวเตียงบุผ้า ที่นอน วอลเปเปอร์ และผนังยิปซัมในห้องน้ำ สปอร์เชื้อราทำให้แขกที่เป็นภูมิแพ้จาม คัดจมูก คันตา และทำให้ผู้ป่วยหอบหืดมีอาการ
กลิ่นอับในห้องพักเกิดจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมา ส่วนกลิ่นท่อหรือกลิ่นไข่เน่ามักมาจากท่อระบายน้ำในห้องน้ำที่น้ำในข้อต่อแห้งหรือมีน้ำเสียย้อนขึ้นมา กลิ่นเหล่านี้ซึมเข้าไปในผ้าและวัสดุนุ่มทุกชนิดในห้อง
แขกสูงอายุ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่เป็นภูมิแพ้และหอบหืด และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ส่วนพนักงานแม่บ้าน ช่างซ่อมบำรุง และพนักงานซักรีดที่สัมผัสผ้าชื้นและพื้นที่อับชื้นทุกวันก็มีความเสี่ยงสะสมเช่นกัน
ข้อสำคัญด้านสุขภาพ: พนักงานหรือแขกที่เคยเดินลุยน้ำท่วมขัง หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ท้องร่วง หรืออาเจียน ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมในอาคาร ไม่ใช่การรักษาโรค
รีวิวและคะแนนออนไลน์: แขกส่วนใหญ่จองห้องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจ คำว่ากลิ่นอับ ชื้น หรือเชื้อรา ในรีวิวเพียงไม่กี่ฉบับอาจทำให้คะแนนด้านความสะอาดลดลง และส่งผลต่อยอดจองไปอีกหลายเดือน
รายได้ที่หายไป: ห้องที่มีกลิ่นต้องปิดขาย หรือต้องย้ายแขกไปห้องอื่น บางครั้งต้องคืนเงินหรือให้ส่วนลดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ทุกคืนที่ห้องว่างเพราะปัญหาความชื้นคือรายได้ที่ไม่มีวันได้คืน
ต้นทุนซ่อมแซม: เชื้อราที่ปล่อยไว้จะลุกลามเข้าที่นอน หัวเตียง และผนัง ทำให้ต้องเปลี่ยนของราคาแพงทั้งชุด แทนที่จะจัดการตั้งแต่ระยะแรก
สุขภาพของแขกและพนักงาน: แขกที่มีอาการภูมิแพ้ระหว่างเข้าพักอาจร้องเรียน ส่วนพนักงานที่ป่วยบ่อยจะทำให้ทีมแม่บ้านขาดกำลังในช่วงที่ต้องการคนมากที่สุด
ชื่อเสียงของแบรนด์: โรงแรมย่านสีลมและศาลาแดงแข่งขันกันด้วยประสบการณ์ของแขก กลิ่นแรกที่แขกได้รับเมื่อเปิดประตูห้องคือความประทับใจแรกที่สำคัญที่สุด
เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน: เป็นงานประจำที่ต้องทำ แต่กลิ่นอับส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ผ้าปู แต่อยู่ในไส้ที่นอน ท็อปเปอร์ หมอน และหัวเตียงบุผ้า ซึ่งไม่ได้ถูกซักทุกวัน
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือใช้น้ำหอมห้อง: กลิ่นหอมช่วยได้ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อแขกปิดห้องนอนข้ามคืน กลิ่นอับจะกลับมาผสมกับกลิ่นน้ำหอม กลายเป็นกลิ่นที่แขกบางคนรู้สึกแย่กว่าเดิม และแขกที่แพ้กลิ่นก็อาจไม่สบาย
เปิดหน้าต่างระบายอากาศ: ในช่วงฤดูฝนของกรุงเทพฯ อากาศภายนอกมีความชื้นสูง การเปิดหน้าต่างอาจพาความชื้นเข้ามาเพิ่ม และโรงแรมในย่านใจกลางเมืองหลายแห่งเปิดหน้าต่างได้จำกัด
ดูดฝุ่นและซักพรมแบบผิว: ช่วยกำจัดฝุ่นและคราบบนผิวพรม แต่ถ้าแผ่นรองพรมด้านล่างยังชื้น การซักด้วยน้ำอาจทำให้ความชื้นสะสมเพิ่มขึ้น
ล้างแอร์ตามรอบปกติ: การล้างแผ่นกรองช่วยได้ แต่คอยล์เย็น ถาดน้ำทิ้ง และท่อลมที่ชื้นเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา ถ้าไม่ล้างทั้งระบบ แอร์จะพ่นกลิ่นกลับเข้าห้องทุกครั้งที่แขกเปิดเครื่อง
ทาสีทับคราบชื้นที่ผนัง: ทำให้ห้องดูใหม่ทันเวลาขาย แต่เชื้อราใต้สียังคงเติบโต และคราบจะกลับมาให้แขกเห็นในไม่ช้า
สิ่งที่โรงแรมต้องการจึงเป็นวิธีที่จัดการได้ทั้งอากาศ เนื้อผ้า และซอกมุมของห้องพักไปพร้อมกัน ใช้เวลาไม่นานต่อห้อง และวางแผนหมุนเวียนห้องได้โดยไม่ต้องปิดทั้งโรงแรม ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้ หลังจากแก้ต้นเหตุและทำให้แห้งแล้ว
โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนสามอะตอมและมีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องพักที่ปิดสนิท ก๊าซจะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้าม่าน พรม ที่นอน หัวเตียง และช่องว่างหลังเฟอร์นิเจอร์ แล้วทำลายโครงสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งทำลายโมเลกุลของกลิ่น หลังจากนั้นโอโซนจะคืนรูปกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู หรือเฟอร์นิเจอร์
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek (สหราชอาณาจักร) การอบโอโซนของ World Health Disinfection กำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% บริษัทให้บริการทั้งบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล
สำหรับโรงแรมที่ยังเปิดให้บริการ การแบ่งเป็นโซนทีละชั้นหรือทีละกลุ่มห้อง ช่วยให้อบได้ครบโดยไม่ต้องปิดทั้งอาคาร เพียงประสานกับฝ่ายต้อนรับให้กันห้องว่างไว้ตามแผน และแจ้งแขกในชั้นใกล้เคียงตามความเหมาะสม
สิ่งที่การอบโอโซนไม่ได้ทำแทน: โอโซนไม่ได้ทำให้ที่นอนหรือพรมที่เปียกชุ่มน้ำเสียกลับมาใช้ได้ วัสดุที่จมน้ำปนเปื้อนจนกู้ไม่ได้ต้องรื้อทิ้ง จุดรั่วซึมต้องซ่อม และงานทำความสะอาดตามมาตรฐานของฝ่ายแม่บ้านยังคงต้องทำตามปกติ การอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้ห้องสะอาดสดชื่นอย่างแท้จริง
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)
คุณนุ่น ดูแลเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์สิบชั้นที่ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทต่างชาติที่ทำงานย่านสีลม หลังฝนหนักต่อเนื่อง ผู้เช่าสองห้องที่ชั้นสามแจ้งว่าห้องมีกลิ่นอับ และเห็นจุดดำบนขอบผ้าม่าน เมื่อช่างอาคารตรวจสอบ พบว่าขอบหน้าต่างด้านที่รับลมฝนมีรอยรั่ว น้ำซึมลงผนังและพรมใต้หน้าต่างเป็นเวลาหลายวัน และท่อน้ำทิ้งแอร์ของห้องหนึ่งอุดตันจนน้ำหยดลงฝ้า
คุณนุ่นทำตามลำดับ คือ ซ่อมยาแนวขอบหน้าต่างและแก้ท่อน้ำทิ้งแอร์ รื้อพรมช่วงที่ชื้นและเปลี่ยนแผ่นฝ้าที่เสียหาย ส่งผ้าม่านไปซักและทำให้แห้ง ล้างแอร์ทั้งระบบ เปิดเครื่องลดความชื้นจนวัสดุแห้ง จากนั้นจึงย้ายผู้เช่าไปพักห้องว่างชั่วคราว และนัดทีมงานเข้าอบโอโซนทั้งสองห้องพร้อมทางเดินชั้นเดียวกัน
หลังจากพักห้องและระบายอากาศตามคำแนะนำของช่างเทคนิค ผู้เช่ากลับเข้าห้องและบอกว่ากลิ่นอับที่เคยรบกวนการนอนลดลงอย่างชัดเจน คุณนุ่นจึงวางแผนตรวจขอบหน้าต่างและท่อน้ำทิ้งแอร์ทุกห้องก่อนฤดูฝนปีถัดไป
ถาม: ต้องปิดทั้งโรงแรมระหว่างอบโอโซนหรือไม่
ตอบ: ไม่จำเป็น สามารถแบ่งอบทีละห้อง ทีละชั้น หรือทีละโซน โดยห้องที่กำลังอบต้องว่าง ปิดสนิท และไม่มีใครอยู่ภายใน ทีมงานจะช่วยวางแผนร่วมกับฝ่ายต้อนรับ
ถาม: แขกเข้าพักต่อได้เมื่อไร
ตอบ: หลังจากครบระยะพักห้องและระบายอากาศตามคำแนะนำของช่างเทคนิค และแม่บ้านจัดห้องเรียบร้อยแล้ว ห้ามให้แขกหรือพนักงานเข้าห้องระหว่างอบ
ถาม: ใช้เวลาต่อห้องนานเท่าไร
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกเวลาเตรียมห้องและพักห้อง ทีมงานจะประเมินเวลารวมตามจำนวนห้องและสภาพจริง
ถาม: ที่นอนที่เคยโดนน้ำท่วม อบโอโซนแล้วใช้ต่อได้หรือไม่
ตอบ: ที่นอนที่จมน้ำเสียหรือเปียกชุ่มจนข้างในยังชื้น ควรเปลี่ยนใหม่ การอบโอโซนเหมาะกับห้องที่รื้อวัสดุเสียหายออกและทำให้แห้งแล้ว เพื่อกำจัดเชื้อและกลิ่นที่ตกค้างในอากาศและวัสดุที่ยังใช้ได้
ถาม: มีกลิ่นหรือสารตกค้างหลังอบหรือไม่
ตอบ: โอโซนคืนรูปเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งคราบสารเคมี แต่ต้องระบายอากาศตามที่ช่างเทคนิคแนะนำก่อนเข้าใช้
ถาม: ค่าบริการคิดอย่างไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนห้อง ขนาดพื้นที่ และสภาพปัญหา กรุณาโทรหรือแอดไลน์เพื่อขอใบเสนอราคา ปัจจุบันมีโปรโมชันแถมสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ เมื่อใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
ถาม: ทีมงานเข้าบริการโรงแรมในเขตบางรักได้หรือไม่
ตอบ: ได้ สำนักงานของเราอยู่ที่เขตบางแค และให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ตามการนัดหมาย กรุณาติดต่อล่วงหน้าที่ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 เพื่อยืนยันวันเวลา
คืนความสดชื่นให้ห้องพัก ปกป้องรีวิว และต้อนรับแขกได้อย่างมั่นใจ ปรึกษาทีมงานเพื่อวางแผนอบโอโซนแบบหมุนเวียนห้อง
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนโรงแรม #อบโอโซนบางรัก #น้ำท่วมบางรัก #อบโอโซนโรงแรมบางรัก #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #อบโอโซนสีลม
คำค้นหา: อบโอโซนโรงแรม, อบโอโซนโรงแรม บางรัก, อบโอโซนบางรัก, น้ำท่วมบางรัก 2569, น้ำท่วมศาลาแดง, อบโอโซนห้องพัก, อบโอโซนเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์, กำจัดกลิ่นอับห้องพักโรงแรม, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, อบโอโซนสีลม