Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณกำลังค้นหาวิธี ฆ่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วม วังทองหลาง คุณอาจเพิ่งสังเกตเห็นจุดดำ ๆ เขียว ๆ ผุดขึ้นตามแนวผนังที่น้ำเคยท่วมถึง เขตวังทองหลางเป็นหนึ่งในเขตที่ฝนตกหนักที่สุดของกรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 วัดปริมาณฝนได้ 205.5 มิลลิเมตร ตามมาด้วยน้ำท่วมขังในซอยรามคำแหง 43/1 ซอยรามคำแหง 65 ถนนลาดพร้าวช่วงซอย 87 ถึง 126 และถนนอินทราภรณ์ และยังมีฝนหนักซ้ำในต้นเดือนตุลาคม บ้านที่น้ำเข้าแม้เพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร ก็ทิ้งความชื้นไว้ในผนังมากพอให้เชื้อราเติบโต บทความนี้อธิบายว่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วมคืออะไร ผนังแบบไหนต้องรื้อ แบบไหนล้างได้ ทำไมทาสีทับจึงไม่ได้ผล และการ ฆ่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วม วังทองหลาง ด้วยการอบโอโซน ควรทำตอนไหน
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของผู้อยู่อาศัยรายใด)
คุณบีกับสามีซื้อทาวน์โฮมสามชั้นในซอยแยกจากรามคำแหงเมื่อไม่กี่ปีก่อน ชั้นล่างตกแต่งใหม่ทั้งหมด ผนังห้องนั่งเล่นเป็นยิปซัมบุวอลเปเปอร์ลายไม้ มีตู้ทีวีบิวท์อินชิดผนัง และห้องทำงานเล็ก ๆ ที่กั้นด้วยผนังเบา
คืนที่ฝนตกไม่หยุด น้ำในซอยค่อย ๆ สูงขึ้นจนล้นเข้ามาในบ้านราวครึ่งแข้ง ทั้งคู่ยกของขึ้นชั้นสองทันเกือบหมด เหลือแต่ตู้บิวท์อินและผนังที่ยกไม่ได้ น้ำขังอยู่ในบ้านราวหนึ่งวันก่อนจะลด ทั้งคู่ช่วยกันกวาดโคลน ถูพื้น และเปิดพัดลม รู้สึกโล่งใจว่าความเสียหายไม่มาก
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา วอลเปเปอร์ช่วงล่างเริ่มพองเป็นคลื่น มีจุดดำเล็ก ๆ กระจายเป็นแนวเหนือบัวพื้น พอใช้นิ้วกดผนังยิปซัมตรงนั้นก็รู้สึกนิ่ม ด้านหลังตู้ทีวีมีคราบเขียวปนดำเป็นวงกว้าง และในห้องมีกลิ่นอับคล้ายกลิ่นห้องเก็บของเก่า ลูกสาววัยเจ็ดขวบที่เป็นภูมิแพ้เริ่มจามติดกันทุกเช้า คุณบีลองเช็ดจุดดำด้วยน้ำยาฟอกขาว จุดจางลงสองสามวันแล้วก็กลับมาใหม่ในที่เดิม
สิ่งที่คุณบีเจอเป็นเรื่องปกติของบ้านที่โดนน้ำท่วม เพราะเชื้อราที่เห็นบนผิวผนังเป็นแค่ส่วนที่โผล่ออกมา ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเนื้อยิปซัม หลังวอลเปเปอร์ และในช่องว่างหลังตู้ ตราบใดที่ข้างในยังชื้น การเช็ดผิวหน้าก็ไม่มีวันจบ
ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานข่าวที่เผยแพร่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 ตัวเลขเป็นค่า ณ เวลาที่รายงาน และเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
ภาพรวมทั้งกรุงเทพฯ ฝนสะสมกว่า 300 มิลลิเมตรในราว 48 ชั่วโมง วันที่ 26 กันยายน ทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย จุดน้ำท่วมขังเพิ่มจาก 43 จุดเป็น 135 จุดในวันที่ 27 กันยายน และรายงานของ ปภ. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ มีผู้ได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน (ไทยพีบีเอส แนวหน้า กรุงเทพธุรกิจ)
ซอยในวังทองหลางฝั่งลาดพร้าวและรามคำแหงส่วนใหญ่เป็นซอยยาว มีทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว และอพาร์ตเมนต์อยู่หนาแน่น เมื่อน้ำขังในซอยเป็นเวลานานและมีฝนหนักซ้ำในช่วงเวลาไม่ห่างกัน ผนังชั้นล่างจึงแทบไม่มีโอกาสแห้งสนิท ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อราชอบที่สุด
สปอร์ของเชื้อรามีอยู่ในอากาศทั่วไปตลอดเวลา ปกติจะไม่ก่อปัญหาเพราะไม่มีที่ให้เติบโต แต่หลังน้ำท่วม ผนังและวัสดุที่ดูดน้ำเข้าไปกลายเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เชื้อราต้องการสามอย่าง คือ ความชื้น อาหารจากอินทรีย์สาร เช่น กระดาษ แป้ง กาว ไม้ และฝุ่น และอุณหภูมิที่อบอุ่น ซึ่งบ้านในกรุงเทพฯ หลังน้ำท่วมมีครบทั้งสามอย่าง เชื้อราจึงเริ่มโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ จึงแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งเร็วที่สุด
ผนังยิปซัม มีแกนเป็นปูนยิปซัมหุ้มด้วยกระดาษสองด้าน กระดาษเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา เมื่อแผ่นยิปซัมดูดน้ำ น้ำจะซึมขึ้นไปสูงกว่าแนวน้ำท่วม แผ่นจะนิ่ม บวม และเชื้อรามักโตด้านหลังแผ่นที่มองไม่เห็น ผนังยิปซัมที่แช่น้ำท่วมส่วนใหญ่จึงต้องตัดออกแล้วเปลี่ยนใหม่
วอลเปเปอร์ ทั้งแบบกระดาษและแบบไวนิล กักความชื้นไว้ระหว่างวอลเปเปอร์กับผนัง กาวที่ใช้ติดก็เป็นอาหารของเชื้อรา ด้านหน้าอาจดูสะอาด แต่ด้านหลังอาจมีเชื้อราเต็ม วอลเปเปอร์ที่พองหรือมีกลิ่นควรลอกออกเพื่อตรวจผนังด้านใน
ผนังก่ออิฐฉาบปูน ทนน้ำได้ดีกว่ายิปซัมมาก ส่วนใหญ่ล้างและทำให้แห้งได้ แต่ต้องใช้เวลานาน เพราะอิฐและปูนดูดน้ำไว้ข้างใน สีที่ทาทับอาจพองหรือหลุดล่อน และเชื้อราจะขึ้นที่ผิวสีหรือในรอยแตกร้าว
ผนังไม้และตู้บิวท์อิน ไม้อัดและแผ่นปาร์ติเคิลบอร์ดที่ใช้ทำตู้ บวมน้ำง่ายและเก็บความชื้นไว้นาน ด้านหลังตู้ที่ชิดผนังเป็นจุดที่เชื้อราชอบมากที่สุด เพราะอากาศไม่ไหลผ่านและไม่มีแสง
น้ำท่วมที่ไหลจากถนนเข้าบ้านพาแบคทีเรียจากน้ำเสีย เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา และไวรัสอย่างโนโรไวรัสและโรตาไวรัส มาติดไว้ตามผนังช่วงล่าง บัวพื้น และพื้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องโรคฉี่หนูจากน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนูสำหรับคนที่ลุยน้ำ ดังนั้นการจัดการผนังหลังน้ำท่วมจึงไม่ใช่แค่เรื่องจุดดำ แต่เป็นเรื่องเชื้อหลายชนิดที่อยู่ร่วมกัน และกลิ่นอับที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียย่อยสลายวัสดุ
เชื้อรากระตุ้นอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา ไอ ผื่นคัน และทำให้อาการหอบหืดกำเริบ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคปอด และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ควรอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีเชื้อราและไม่ควรเป็นคนขัดล้างเชื้อราเอง ถ้ามีอาการหายใจลำบาก ไข้ ไอไม่หยุด หรือมีอาการหลังลุยน้ำ เช่น ปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วง ให้ไปพบแพทย์
สุขภาพ คนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดจะรู้สึกก่อน อาการมักแย่ลงตอนกลางคืนและตอนเช้าเมื่อบ้านปิดทึบ ส่วนคนที่ไม่เคยแพ้ก็อาจเริ่มคัดจมูกและระคายคอเรื้อรัง
เงิน เชื้อราที่ปล่อยไว้จะลามจากผนังช่วงล่างขึ้นไปสูงขึ้น เข้าไปในโครงคร่าวผนังเบา ตู้บิวท์อิน และวงกบประตู ยิ่งรอนาน พื้นที่ที่ต้องรื้อก็ยิ่งมาก
เวลา การเช็ดจุดดำซ้ำทุกสัปดาห์โดยที่มันกลับมาเรื่อย ๆ เป็นงานที่ไม่มีวันจบ และทำให้เจ้าของบ้านหมดแรงใจ
มูลค่าบ้าน คราบเชื้อราและกลิ่นอับเป็นสิ่งแรกที่ผู้ซื้อหรือผู้เช่าสังเกต บ้านในซอยลาดพร้าวและรามคำแหงที่ตั้งใจปล่อยเช่าหรือขายต่อจะเสียโอกาสทันที
ครอบครัว พ่อแม่ที่ลูกมีอาการภูมิแพ้กำเริบจะรู้สึกผิดและกังวลว่าบ้านไม่ปลอดภัยสำหรับลูก บางครอบครัวต้องย้ายห้องนอนขึ้นไปชั้นบนทั้งหมด
เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาว น้ำยาฟอกขาวทำให้จุดดำบนผิวหน้าจางลง แต่ซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุที่มีรูพรุนอย่างยิปซัมและไม้ได้ไม่ดี เชื้อราที่อยู่ข้างในจึงยังอยู่และโตกลับมาใหม่ การใช้น้ำยาฟอกขาวในห้องปิดยังมีกลิ่นฉุนและระคายเคือง และห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำ
ทาสีทับ สีใหม่ที่ทาบนผนังที่ยังชื้นหรือยังมีเชื้อราจะพองและลอกในไม่กี่สัปดาห์ จุดดำจะดันทะลุสีขึ้นมาอีก เสียทั้งค่าสีและค่าแรงซ้ำสองรอบ แม้แต่สีกันเชื้อราก็ควรทาหลังจากผนังแห้งสนิทและจัดการเชื้อราแล้วเท่านั้น
ขัดเชื้อราแห้ง ๆ ด้วยแปรง การขัดผนังแห้งทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน ไปเกาะผ้าม่าน ที่นอน และแอร์ ทำให้ปัญหาลามจากห้องเดียวไปทั้งชั้น
เปิดแอร์หรือพัดลมอย่างเดียว ช่วยให้ผิวผนังแห้ง แต่ข้างในผนังและหลังตู้ยังชื้น และพัดลมยังพาสปอร์ไปทั่วห้อง
ปิดด้วยตู้หรือภาพ บางบ้านเลื่อนตู้มาบังจุดดำ ซึ่งทำให้ด้านหลังตู้ยิ่งอับและชื้น เชื้อราโตเร็วขึ้นโดยไม่มีใครเห็น
หลักสำคัญคือ เชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วมต้องจัดการตามลำดับ ตัดหรือรื้อวัสดุที่ชุ่มน้ำและเสียหาย ทำความสะอาด ทำให้แห้งสนิท แล้วจึงฆ่าเชื้อราและกลิ่นที่เหลือในห้อง ถ้าข้ามขั้นตอนใดไป เชื้อราจะกลับมา
ระหว่างขัดล้างเชื้อรา ให้สวมหน้ากากชนิดกรองละเอียด ถุงมือ และแว่นตา ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแทนการขัดแห้ง ใส่เศษวัสดุที่รื้อออกในถุงปิดสนิทก่อนนำออกจากบ้าน และให้เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่เป็นภูมิแพ้อยู่ห่างจากพื้นที่ทำงาน ถ้าพื้นที่เชื้อรากว้างมาก หรือน้ำเข้าไปในระบบไฟในผนัง ควรให้ช่างผู้ชำนาญตรวจ
เมื่อรื้อวัสดุที่เสียหาย ล้าง และทำให้ผนังแห้งแล้ว สิ่งที่ยังเหลืออยู่ในบ้านคือสปอร์เชื้อราที่ฟุ้งในอากาศ เกาะบนผิวผนัง ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ และกลิ่นอับที่ฝังในวัสดุ ตรงนี้คือหน้าที่ของโอโซน โอโซน (O3) เป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่กระจายไปได้ทั่วห้องที่ปิดสนิท เข้าถึงมุมห้อง หลังตู้ ช่องในผนัง และเนื้อผ้า ทำลายโครงสร้างเซลล์ของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส และสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นคืนตัวเป็นออกซิเจน (O2) ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูเอกสารได้ที่ เอกสารรับรอง
สิ่งที่ควรรู้ตามจริง คือโอโซนฆ่าเชื้อราและลดกลิ่น แต่ไม่ได้ทำให้คราบสีดำที่ฝังในเนื้อสีหรือยาแนวหายไปเอง คราบเหล่านี้ต้องทำความสะอาดหรือทาสีใหม่หลังผนังแห้งสนิท และโอโซนไม่ได้ทำให้ผนังที่ยังชื้นแห้ง ไม่ได้ซ่อมรอยรั่ว และไม่ได้ใช้แทนการรื้อยิปซัมที่ชุ่มน้ำ
การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้เสมอ และถ้ามีคนในบ้านป่วย ต้องไปพบแพทย์ อ่านรายละเอียดบริการได้ที่ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย และข้อมูลการใช้โอโซนลดสารตกค้างที่ โอโซนกำจัดสารเคมีตกค้าง
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด)
คุณโอ๊ตเป็นเจ้าของทาวน์โฮมในซอยแยกถนนลาดพร้าวฝั่งวังทองหลาง น้ำเข้าบ้านช่วงฝนหนักปลายเดือนกันยายน และเข้าซ้ำอีกเล็กน้อยต้นเดือนตุลาคม สองสัปดาห์หลังน้ำลด ผนังยิปซัมห้องนั่งเล่นช่วงล่างขึ้นจุดดำ และบ้านมีกลิ่นอับจนแม่ของคุณโอ๊ตที่เป็นหอบหืดต้องไปพักบ้านญาติ
คุณโอ๊ตเริ่มจากให้ช่างตัดยิปซัมช่วงล่างออก ถอดบัวพื้นและตู้ทีวี พบว่าด้านหลังมีเชื้อรามากกว่าที่เห็นด้านหน้าหลายเท่า ช่างเช็ดล้างโครงคร่าว ใส่เศษวัสดุในถุงปิดสนิท แล้วเปิดพัดลมกับเครื่องลดความชื้นหลายวันจนผนังปูนด้านในแห้ง จากนั้นจึงนัดทีมอบโอโซนเข้าอบชั้นล่างทีละโซน ขณะที่ครอบครัวออกไปข้างนอก หลังระบายอากาศตามที่ช่างแนะนำ จึงค่อยติดแผ่นยิปซัมใหม่และทาสี
บทเรียนจากกรณีนี้คือ ถ้าอบโอโซนตั้งแต่วันแรกที่ยิปซัมยังชุ่มน้ำ เชื้อราข้างในจะกลับมาเร็ว แต่เมื่อรื้อ ล้าง ทำให้แห้ง แล้วอบ บ้านก็กลับมาอยู่ได้สบายใจ แม่ของคุณโอ๊ตก็กลับมาอยู่บ้านได้อีกครั้ง
อ่านคำแนะนำเรื่องเชื้อราหลังน้ำท่วมจาก CDC Floods และ กรมอนามัย
ถาม: อบโอโซนแล้วจุดดำบนผนังจะหายไหม
ตอบ: โอโซนฆ่าเชื้อราและลดกลิ่น แต่คราบสีดำที่ฝังในเนื้อสีอาจยังอยู่ ต้องทำความสะอาดหรือทาสีใหม่หลังผนังแห้ง
ถาม: ไม่อยากรื้อยิปซัม อบโอโซนอย่างเดียวได้ไหม
ตอบ: ถ้ายิปซัมแช่น้ำ นิ่ม หรือมีเชื้อราด้านหลัง ควรรื้อ เพราะความชื้นที่ค้างข้างในจะทำให้เชื้อรากลับมา โอโซนไม่ได้ใช้แทนการรื้อวัสดุที่ชุ่มน้ำ
ถาม: ควรอบก่อนหรือหลังทาสีใหม่
ตอบ: โดยทั่วไปอบหลังรื้อ ล้าง และผนังแห้งแล้ว ก่อนปิดผนังใหม่หรือทาสี เพื่อจัดการเชื้อที่ค้างอยู่ก่อนปิดทับ
ถาม: ต้องออกจากบ้านนานเท่าไร
ตอบ: ราว 30 นาทีต่อโซนโดยทั่วไป บวกเวลาพักและระบายอากาศ ช่างจะแจ้งเวลาที่เหมาะกับบ้านคุณ
ถาม: ลูกเป็นภูมิแพ้ ควรทำอย่างไรระหว่างฟื้นฟูบ้าน
ตอบ: ให้เด็กอยู่ห่างจากพื้นที่รื้อและขัดล้าง และไม่อยู่ในบ้านระหว่างอบโอโซน ถ้าอาการกำเริบหรือหายใจลำบาก พาไปพบแพทย์
ถาม: ราคาเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และจำนวนโซน ทีมงานประเมินและแจ้งราคาทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปแถมสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์
ผนังบ้านในวังทองหลางขึ้นเชื้อราหลังน้ำท่วม ปรึกษาทีมงาน WHD เพื่อวางแผนอบโอโซน
นัดอบโอโซนฆ่าเชื้อราโทร 065-556-6294 ไลน์ @whd268 อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
สำนักงานเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 นัดหมายล่วงหน้าตามคิว
หมายเหตุ: ตัวเลขระดับน้ำและสถานการณ์ในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#ฆ่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วม #อบโอโซนวังทองหลาง #น้ำท่วมวังทองหลาง #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #น้ำท่วมลาดพร้าว
คำค้นหา: ฆ่าเชื้อราบนผนังหลังน้ำท่วม, เชื้อราผนังวังทองหลาง, อบโอโซนวังทองหลาง, น้ำท่วมวังทองหลาง 2569, เชื้อราผนังยิปซัม, จุดดำบนผนังหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมลาดพร้าว, น้ำท่วมรามคำแหง