Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้จัดการอาคาร และฝ่ายบุคคลที่ดูแล สำนักงานในเขตหลักสี่ ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 คือช่วงที่ทั้งพนักงานเดินทางมาทำงานลำบาก และตัวออฟฟิศเองต้องรับมือกับน้ำท่วมขังบนถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อน้ำลดและทุกคนกลับมานั่งทำงาน ปัญหาที่ตามมาคือกลิ่นอับในห้องประชุม พรมชื้นบริเวณทางเข้า แอร์มีกลิ่น และพนักงานเริ่มจาม ไอ หรือลาป่วยบ่อยขึ้น อบโอโซนสำนักงาน หลักสี่ คือขั้นตอนฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นที่ทำหลังจากทำความสะอาดและทำให้แห้งแล้ว โดยทำในช่วงที่ไม่มีคนอยู่ในพื้นที่ เช่น หลังเลิกงานหรือวันหยุด บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมทิ้งอะไรไว้ในออฟฟิศ ทำไมการเปิดแอร์และฉีดน้ำหอมจึงไม่พอ และควรวางแผนฟื้นฟูสำนักงานอย่างไรให้พนักงานกลับมาทำงานได้อย่างมั่นใจ
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลหรือบริษัทใด)
คุณมุกเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทขนาดกลางที่เช่าชั้นล่างและชั้นสองของอาคารพาณิชย์ย่านถนนงามวงศ์วาน คืนที่ฝนตกหนัก เธอได้รับข้อความจากพนักงานรักษาความปลอดภัยว่ามีน้ำขังหน้าอาคาร วันรุ่งขึ้นบริษัทให้พนักงานทำงานจากบ้าน เพราะถนนหลายช่วงในหลักสี่ยังมีน้ำ รถเล็กผ่านลำบาก
เมื่อกลับเข้าออฟฟิศอีกครั้ง สิ่งแรกที่ทุกคนสังเกตคือกลิ่น กลิ่นอับชื้นลอยมาตั้งแต่ประตูทางเข้า พรมแผ่นบริเวณโถงต้อนรับมีคราบน้ำเป็นวง ห้องประชุมเล็กที่ปิดไว้หลายวันมีกลิ่นเหมือนตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้เปิด เมื่อเปิดแอร์ กลิ่นยิ่งชัดขึ้น ภายในสัปดาห์แรก พนักงานบัญชีที่เป็นภูมิแพ้เริ่มจามทั้งวัน มีคนลาป่วยด้วยอาการท้องเสียสองคน และลูกค้าที่มาประชุมถามด้วยความเกรงใจว่าที่นี่น้ำท่วมหรือเปล่า
ฝ่ายอาคารช่วยกันเปิดหน้าต่าง ตั้งพัดลม และฉีดสเปรย์ปรับอากาศทุกเช้า แต่กลิ่นกลับมาทุกครั้งหลังปิดแอร์ตอนเย็น คุณมุกจึงเริ่มค้นหาวิธีที่จัดการได้ทั้งเชื้อโรคและกลิ่นอย่างจริงจัง และพบว่าการฟื้นฟูสำนักงานหลังน้ำท่วมต้องทำเป็นขั้นตอน ไม่ใช่แค่ทำความสะอาดผิวหน้า
เพื่อให้เห็นภาพว่าสำนักงานในหลักสี่เจออะไร เราสรุปข้อมูลจากรายงานข่าวในช่วงนั้น ซึ่งสถานการณ์และตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
ในภาพรวม ไทยพีบีเอสรายงานว่าฝนวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 สูงสุดที่เขตจตุจักร 210.0 มิลลิเมตร ฝนสะสมบางพื้นที่เกิน 300 มิลลิเมตรในราว 48 ชั่วโมง และทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ ถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน จุดน้ำท่วมขังเพิ่มจาก 43 จุดในเย็นวันที่ 25 กันยายน เป็น 135 จุดในวันที่ 27 กันยายน ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่ากรุงเทพฯ มีผู้ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน
สำหรับสำนักงาน ตัวเลขระดับน้ำบนถนนสิบกว่าเซนติเมตรอาจดูไม่มาก แต่ผลที่ตามมาคือ น้ำไหลย้อนเข้าโถงชั้นล่าง ลานจอดรถ ห้องเก็บของ และห้องน้ำ พนักงานต้องลุยน้ำมาทำงาน นำความชื้นและโคลนเข้ามาในพรม และออฟฟิศถูกปิดไว้หลายวันในสภาพอากาศที่ชื้นจัด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเงื่อนไขที่เชื้อราและแบคทีเรียชอบมากที่สุด
สำนักงานมีวัสดุและระบบหลายอย่างที่ต่างจากบ้าน และหลายอย่างเป็นจุดสะสมความชื้นที่มองไม่เห็น
สิ่งเหล่านี้ทำให้ออฟฟิศที่ดูสะอาดเรียบร้อยภายนอก ยังมีแหล่งเชื้อและกลิ่นซ่อนอยู่ การอบโอโซนสำนักงานในหลักสี่จึงควรถูกวางแผนร่วมกับการทำความสะอาดพรม ล้างแอร์ และตรวจหาจุดรั่วซึม ไม่ใช่ทำแยกเป็นงานเดียว
น้ำท่วมบนถนนในเมืองผ่านท่อระบายน้ำและพื้นที่ชุมชน จึงมักปนเปื้อนแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไลและซาลโมเนลลา เมื่อพนักงานเดินลุยน้ำเข้ามา หรือมีน้ำย้อนเข้าห้องน้ำ เชื้อจะติดอยู่ตามพื้น พรม ลูกบิดประตู และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง หรืออาเจียนได้ นอกจากนี้ คนที่ลุยน้ำนาน ๆ ยังเสี่ยงต่อโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส โดยเฉพาะเมื่อมีบาดแผลที่เท้าหรือขา
สำนักงานเป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้อากาศและพื้นผิวร่วมกันทั้งวัน ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี ซึ่งระบาดมากในหน้าฝน แพร่ในห้องปรับอากาศที่ปิดสนิทได้ง่าย ส่วนไวรัสทางเดินอาหารอย่างโนโรไวรัสและโรตาไวรัส แพร่ผ่านพื้นผิวในแพนทรีและห้องน้ำ หากคนหนึ่งป่วย คนทั้งแผนกอาจป่วยตามได้ภายในไม่กี่วัน
เชื้อราเริ่มเติบโตได้เมื่อวัสดุชื้นต่อเนื่องเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง พรม ฝ้า ผนังเบา และกระดาษในออฟฟิศเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา สปอร์ที่ลอยในอากาศและถูกแอร์หมุนเวียนไปทั่วอาคารกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส ระคายเคืองตา และปวดหัว
กลิ่นในออฟฟิศหลังน้ำท่วมเกิดจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมา และจากสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างในท่อ กลิ่นเหล่านี้ทำให้พนักงานรู้สึกไม่สบาย สมาธิลดลง และเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นหรือแหล่งเชื้ออยู่
กลุ่มเสี่ยงในที่ทำงาน: พนักงานที่ตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ พนักงานที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด พนักงานอาวุโส รวมถึงแม่บ้านและช่างอาคารที่ต้องทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วมโดยตรง ใครที่มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาด ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรค
สุขภาพพนักงาน: พนักงานใช้เวลาในออฟฟิศวันละแปดชั่วโมงหรือมากกว่า การหายใจเอาสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับซ้ำทุกวัน ทำให้อาการภูมิแพ้และทางเดินหายใจกำเริบ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการป่วยต่อเนื่องในทีม
ผลิตภาพและวันลา: เมื่อพนักงานลาป่วยพร้อมกันหลายคน งานล่าช้า ทีมที่เหลือต้องรับภาระเพิ่ม และผู้บริหารต้องเสียเวลาจัดการปัญหาที่ไม่ใช่งานหลัก
ค่าใช้จ่าย: เชื้อราที่ลามในพรม ฝ้า และท่อแอร์ ทำให้ต้องเปลี่ยนวัสดุเป็นวงกว้างในภายหลัง ซึ่งแพงกว่าการจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ หลายเท่า เอกสารสำคัญที่ขึ้นราก็อาจเสียหายจนต้องทำใหม่
ภาพลักษณ์: ลูกค้า คู่ค้า และผู้สมัครงานที่เข้ามาในออฟฟิศรับรู้กลิ่นทันที กลิ่นอับในห้องประชุมเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจแรกในทางลบได้ง่ายที่สุด
ขวัญและกำลังใจ: หลายคนในทีมเพิ่งผ่านการรับมือน้ำท่วมที่บ้านมา การกลับมาเจอสำนักงานที่อับชื้นยิ่งเพิ่มความเครียด ในทางกลับกัน ออฟฟิศที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบเป็นสัญญาณว่าองค์กรใส่ใจความปลอดภัยของพนักงาน
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือวางเครื่องหอม: ช่วยกลบกลิ่นได้ชั่วโมงสองชั่วโมง แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อราหรือแบคทีเรีย และบางคนในทีมอาจแพ้กลิ่นหอมเพิ่มเข้าไปอีก
เปิดแอร์เย็นจัดทั้งวัน: แอร์ช่วยลดความชื้นได้บางส่วนในเวลาทำงาน แต่เมื่อปิดตอนเย็น ความชื้นกลับมา และหากคอยล์เย็นหรือแผ่นกรองมีเชื้อราอยู่ การเปิดแอร์ก็คือการกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง
ถูพื้นด้วยน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: ช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นแข็งได้ แต่ใช้กับพรมไม่ได้ ทิ้งกลิ่นคลอรีนที่ระคายเคืองในห้องปิด และเข้าไม่ถึงอากาศ ฝ้า หรือซอกโต๊ะ
ทาสีทับคราบเชื้อรา: เป็นการซ่อนปัญหา คราบจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์หากผนังยังชื้น
ตั้งพัดลมเป่า: ช่วยระบายอากาศ แต่ก็พัดสปอร์และฝุ่นชื้นให้ฟุ้งกระจายไปยังโต๊ะทำงาน
ทำความสะอาดเฉพาะพื้นที่ที่มองเห็น: แม่บ้านมักเช็ดโต๊ะ ถูพื้น และดูดพรมตามปกติ แต่ไม่ได้เข้าถึงใต้พรม เหนือฝ้า และในระบบปรับอากาศ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นงานพื้นฐานที่ต้องทำต่อด้วยขั้นตอนที่เข้าถึงอากาศและพื้นผิวทั่วทั้งพื้นที่ อย่างการอบโอโซน หลังจากจัดการความชื้นต้นทางเรียบร้อยแล้ว
โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในพื้นที่ปิด ก๊าซจะกระจายไปทั่วห้อง แทรกเข้าไปในซอกโต๊ะ ใต้ตู้ เหนือฝ้า เส้นใยพรม และผ้าบุเก้าอี้ โอโซนทำลายโครงสร้างของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และทำปฏิกิริยากับโมเลกุลที่ก่อกลิ่น จากนั้นสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างบนโต๊ะทำงาน แป้นพิมพ์ หรือเอกสาร
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ซึ่งเว็บไซต์ WHD ระบุว่าผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ การอบโอโซนช่วยกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ ส่วนผลในพื้นที่จริงขึ้นกับความสะอาดและความแห้งของพื้นที่ก่อนอบ
WHD ให้บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในบ้าน คอนโด สำนักงาน โรงแรม โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล สำนักงานของ WHD ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ให้บริการในกรุงเทพฯ ตามการนัดหมายผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 โดยไม่รับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียวกัน สำหรับองค์กรที่ต้องการใบเสนอราคาหรือเอกสารประกอบการจัดซื้อ สามารถแจ้งทีมงานได้ตั้งแต่ตอนติดต่อ
ข้อควรรู้เพื่อความปลอดภัย: การอบโอโซนต้องทำในพื้นที่ปิดที่ว่างจากคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้เท่านั้น ห้ามพนักงาน แม่บ้าน หรือ รปภ. เข้าพื้นที่ระหว่างอบ และกลับเข้าได้เมื่อพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ช่างแจ้งเท่านั้น โอโซนไม่ได้แทนการขนโคลน การเปลี่ยนวัสดุที่ชุ่มน้ำ การซ่อมจุดรั่วซึม หรือการพบแพทย์
ก่อนจัดการ
หลังล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซน
กรณีตัวอย่าง (สถานการณ์สมมติที่สร้างจากปัญหาที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด)
คุณเอก เป็นเจ้าของบริษัทออกแบบขนาดเล็กที่มีพนักงานราวยี่สิบคน เช่าอาคารพาณิชย์สามชั้นย่านถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงฝนตกหนัก น้ำจากถนนไหลเข้ามาที่ชั้นล่างซึ่งเป็นโถงต้อนรับและห้องประชุม แม้น้ำจะไม่สูงมาก แต่พรมทั้งชั้นชุ่มน้ำ ห้องน้ำชั้นล่างมีน้ำย้อนจากท่อ และห้องเก็บตัวอย่างวัสดุที่อยู่ใต้บันไดมีกลิ่นอับแรง
คุณเอกให้พนักงานทำงานจากบ้านต่ออีกสามวัน ระหว่างนั้นจ้างทีมทำความสะอาดขนโคลน ถอดพรมชั้นล่างออกทั้งหมด ล้างพื้นและห้องน้ำ ให้ช่างแอร์ล้างเครื่องและเปลี่ยนแผ่นกรอง และเปลี่ยนแผ่นฝ้าที่มีคราบน้ำ จากนั้นเปิดเครื่องลดความชื้นต่อเนื่องสองวัน เมื่อพื้นที่แห้งแล้ว จึงติดต่อทีม WHD เพื่อนัดอบโอโซนทั้งสามชั้นในวันเสาร์
วันนัดหมาย ทุกคนออกจากอาคาร ต้นไม้ในออฟฟิศถูกย้ายออกไปไว้ด้านนอก ทีมงานแบ่งโซน อบตามเวลาที่ประเมิน และให้พักระบายอากาศก่อนส่งมอบพื้นที่ วันจันทร์พนักงานกลับมาทำงานโดยไม่ได้กลิ่นอับแบบเดิม คุณเอกสรุปว่าสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ออฟฟิศที่หอมขึ้น แต่คือความมั่นใจของทีมว่าบริษัทจัดการเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง
ถาม: ต้องปิดออฟฟิศทั้งวันไหม
ตอบ: ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่จะนัดทำหลังเลิกงานหรือวันหยุด แต่พื้นที่ที่อบต้องว่างจากคนทั้งหมด จนพ้นช่วงพักและระบายอากาศ
ถาม: คอมพิวเตอร์และเอกสารต้องย้ายออกไหม
ตอบ: โดยทั่วไปไม่ต้องย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือเอกสารออก ทีมงานจะแนะนำเรื่องอุปกรณ์ที่ควรปิดหรือจัดการเพิ่มเติมตามหน้างาน ส่วนอาหาร ต้นไม้ และสัตว์ต้องนำออก
ถาม: อบโอโซนแทนการเปลี่ยนพรมที่ชุ่มน้ำได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ พรมและแผ่นรองที่ชุ่มน้ำท่วมจากถนนต้องซักหรือเปลี่ยนก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนเก็บงานหลังทำความสะอาดและทำให้แห้ง
ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหน
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกเวลาพักและระบายอากาศ ออฟฟิศขนาดใหญ่จะแบ่งเป็นหลายโซน ทีมงานจะแจ้งเวลารวมหลังสำรวจ
ถาม: ราคาและเอกสารสำหรับองค์กร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และจำนวนโซน ขอใบเสนอราคาได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 มีโปรโมชันรับฟรีสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์เมื่องานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
ถาม: ทีมงานเข้าหน้างานได้เร็วแค่ไหน
ตอบ: WHD ทำงานตามการนัดหมาย หลังน้ำท่วมคิวอาจแน่น แนะนำให้ติดต่อตั้งแต่ช่วงเริ่มทำความสะอาด เพื่อจองวันที่พื้นที่จะแห้งพอดี
ไม่ว่าออฟฟิศของคุณจะอยู่ริมถนนงามวงศ์วาน แจ้งวัฒนะ หรือวิภาวดีรังสิต ให้พนักงานกลับมาทำงานในอากาศที่สะอาด ไม่มีกลิ่นอับ และลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน เรื่องเล่าและกรณีตัวอย่างเป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบาย
#อบโอโซนสำนักงาน #อบโอโซนหลักสี่ #น้ำท่วมหลักสี่ #น้ำท่วมแจ้งวัฒนะ #อบโอโซน #กำจัดกลิ่นอับ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อออฟฟิศ
คำค้นหา: อบโอโซนสำนักงาน, อบโอโซนสำนักงาน หลักสี่, อบโอโซนหลักสี่, น้ำท่วมหลักสี่ 2569, น้ำท่วมงามวงศ์วาน, น้ำท่วมแจ้งวัฒนะ, ฆ่าเชื้อออฟฟิศหลังน้ำท่วม, กำจัดกลิ่นอับ