Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
ชาวบ้าน หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หลายคนอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต บางคนอยู่มานานถึง 60 ปี และไม่เคยเห็นน้ำท่วมบ้านแบบนี้มาก่อน ปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ล้นทางระบายและทะลักเข้าท่วมพื้นที่ กระทบหลายร้อยครัวเรือนและสวนทุเรียน ทีมกู้ภัยต้องเข้าไปอพยพผู้สูงอายุ ชาวบ้านช่วยกันวางกระสอบทราย และจนถึงช่วงตีสามของวันที่ 28 กันยายน ระดับน้ำก็ยังไม่ลด บ้านที่ไม่เคยถูกออกแบบมาให้รับน้ำท่วม เมื่อเจอน้ำครั้งแรก มักมีปัญหาตามมามากกว่าที่คิด ทั้งเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับที่ซึมเข้าไปในทุกห้อง บทความนี้จะพาไปดูว่าน้ำท่วมครั้งแรกในรอบหลายสิบปีทิ้งอะไรไว้ในบ้าน การฟื้นฟูควรเริ่มอย่างไร และการ อบโอโซนกระแสบน ช่วยได้ในขั้นตอนไหน
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)
ยายบุญมาอายุเจ็ดสิบกว่าปี เกิดและโตในตำบลกระแสบน บ้านของยายเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นไม่สูงนัก ปลูกไว้ตั้งแต่สมัยที่ยายยังสาว ข้างบ้านเป็นสวนทุเรียนที่ลูกชายดูแล ตลอดชีวิตยายเคยเห็นฝนตกหนักมาหลายครั้ง น้ำในร่องสวนเคยเอ่อ ถนนหน้าบ้านเคยมีน้ำขังบ้าง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่น้ำขึ้นมาถึงในบ้าน ยายจึงเก็บของทุกอย่างไว้ที่พื้นเหมือนที่เคยทำมาตลอด ทั้งหีบผ้า ฟูกนอน กระสอบข้าว และกล่องรูปถ่ายเก่า
คืนนั้นฝนตกไม่หยุด ลูกชายเดินมาบอกว่าน้ำในลำห้วยสูงผิดปกติ ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา น้ำก็ไหลเข้ามาเต็มลานบ้าน แล้วเริ่มซึมผ่านธรณีประตู ทีมกู้ภัยมาถึงพร้อมเรือและเสื้อชูชีพ ประคองยายลงเรือไปพักที่บ้านญาติในที่สูง ยายหันกลับไปมองบ้านตัวเองที่น้ำเริ่มท่วมขาโต๊ะ ใจหายกับภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น
หลายวันต่อมา เมื่อลูกชายพายายกลับไปดูบ้าน พื้นปูนเต็มไปด้วยโคลนลื่น ฟูกนอนชุ่มน้ำจนยกไม่ไหว หีบผ้าไม้ที่เก็บผ้าซิ่นของแม่ยายมีกลิ่นอับและจุดราเกาะ ผนังส่วนล่างมีคราบน้ำเป็นแนวยาว ห้องน้ำมีกลิ่นเหมือนท่อย้อน และที่ยายรู้สึกได้ทันทีคืออากาศในบ้านหนักและชื้น หายใจไม่โล่ง
ลูกชายกับเพื่อนบ้านช่วยกันล้างบ้านจนดูสะอาดขึ้นมาก แต่ทุกครั้งที่ยายเข้าไปนั่งในบ้านได้ไม่นานก็เริ่มไอ ลูกชายจึงยังไม่กล้าให้ยายย้ายกลับมานอนที่บ้าน และเริ่มหาคำตอบว่า ต้องทำอะไรอีกบ้างบ้านถึงจะปลอดภัยพอสำหรับแม่
ตามรายงานของโฟร์ฟอร์ซนิวส์ (4forcenews) วันที่ 29 กันยายน 2569 สถานการณ์ที่หมู่ 4 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง มีสาระสำคัญดังนี้
ภาพรวมระดับประเทศ ตามรายงานของ ปภ. ที่เผยแพร่ผ่านไทยพีบีเอส วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ยังคงมีน้ำท่วมใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 154 อำเภอ กระทบ 1,171,165 ครัวเรือน และประชาชน 3,262,676 คน พร้อมเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ระหว่างวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ชาวกระแสบนควรติดตามประกาศจากอำเภอแกลง องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานที่ดูแลอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด
บทความนี้ใช้เฉพาะข้อมูลจากรายงานข้างต้น ไม่ได้เพิ่มตัวเลขอื่น ส่วนเรื่องของยายบุญมาและกรณีตัวอย่างเป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายปัญหาที่พบบ่อย
บ้านในพื้นที่ที่น้ำท่วมทุกปี เจ้าของบ้านมักปรับตัวไว้แล้ว เช่น ยกพื้นสูง ใช้วัสดุทนน้ำ เก็บของมีค่าไว้ชั้นบน และมีกระสอบทรายเตรียมไว้ แต่บ้านในหมู่ 4 ตำบลกระแสบน ซึ่งไม่เคยเจอน้ำแบบนี้มาหลายสิบปี ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือ ผลที่ตามมาคือ
น้ำที่ทะลักเข้ามาจากการล้นทางระบายของอ่างเก็บน้ำ ไหลผ่านสวนทุเรียน ถนน คอกสัตว์ และบ่อเกรอะ ก่อนจะเข้าบ้าน จึงพาดิน ตะกอน สิ่งปฏิกูล และสารอินทรีย์เข้ามาด้วย เมื่อระดับน้ำไม่ลดอยู่หลายวัน สิ่งเหล่านี้ยิ่งมีเวลาตกตะกอนและซึมเข้าวัสดุต่าง ๆ ในบ้าน
น้ำท่วมที่ผ่านพื้นที่เกษตรและบ่อเกรอะมักปนเปื้อนอุจจาระของคนและสัตว์ จึงมีโอกาสพบ อีโคไล (E. coli) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การปนเปื้อน บางสายพันธุ์ทำให้ท้องร่วงและปวดท้อง ส่วน ซัลโมเนลลา (Salmonella) มักมากับอาหารและภาชนะที่ปนเปื้อน ผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแออาจขาดน้ำได้เร็วเมื่อท้องร่วง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ ของในครัวที่จมน้ำ ทั้งอาหารแห้ง เครื่องปรุง และยาประจำตัว ควรทิ้งทั้งหมด
เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เป็นความเสี่ยงสำคัญของคนที่ลุยน้ำเข้าสวนทุเรียนหรือเดินในน้ำขังนาน ๆ เชื้อเข้าทางบาดแผลและผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำ อาการเริ่มด้วยไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง และตาแดง ใครมีอาการแบบนี้หลังลุยน้ำต้องไปพบแพทย์ทันทีและบอกว่าเคยลุยน้ำ
โนโรไวรัส และ โรต้าไวรัส ทำให้อาเจียนและท้องร่วง ติดต่อผ่านน้ำ อาหาร มือ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน โนโรไวรัสติดได้ง่ายมากเมื่อคนอยู่รวมกัน เช่น ตอนที่หลายครอบครัวไปพักบ้านญาติหรือจุดพักพิงชั่วคราว ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่าง ไข้หวัดใหญ่ และ อาร์เอสวี (RSV) แพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่ออากาศชื้น คนอ่อนเพลีย และอยู่ใกล้ชิดกัน RSV และไข้หวัดใหญ่เป็นเรื่องที่ต้องระวังในผู้สูงอายุ เพราะอาจลุกลามเป็นปอดอักเสบได้
เชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก ตามคำแนะนำของ CDC ที่ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว ในบ้านที่ระดับน้ำไม่ลดหลายวัน เชื้อรามีเวลามากพอที่จะลามเข้าไปในฟูก หมอน หีบผ้า ตู้ไม้ ผนังเบา และกล่องเอกสาร สปอร์ของเชื้อราลอยฟุ้งในอากาศ ทำให้ไอ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และกระตุ้นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่มีโรคปอดหรือภูมิคุ้มกันต่ำควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในห้องที่มีเชื้อรามาก
กลิ่นอับเกิดจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมา ส่วนกลิ่นคล้ายท่อหรือส้วมเกิดจากสิ่งปฏิกูลที่น้ำพามาและการย่อยสลายของสารอินทรีย์ กลิ่นเหล่านี้ฝังในผ้า ไม้ และฝ้าได้นาน และเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นหรือสิ่งปนเปื้อนอยู่ในบ้าน
รายงานข่าวระบุว่าทีมกู้ภัยต้องอพยพผู้สูงอายุออกจากพื้นที่ ซึ่งสะท้อนว่าหมู่ 4 ตำบลกระแสบนมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ไม่น้อย การพาผู้สูงอายุกลับบ้านหลังน้ำลดจึงควรวางแผนอย่างรอบคอบ
กลุ่มอื่นที่ต้องระวังไม่แพ้กัน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด การทำความสะอาดหรืออบโอโซนช่วยลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่การรักษาโรค และไม่สามารถใช้แทนการพบแพทย์ได้ ดูคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากกรมควบคุมโรค
สุขภาพ การกลับไปอยู่ในบ้านที่ยังชื้นทำให้เกิดอาการไอ คัดจมูก ผื่นคัน และท้องร่วงได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็ก และอาการมักเรื้อรังหากต้นเหตุในบ้านยังไม่ถูกจัดการ
ค่าใช้จ่าย สวนทุเรียนที่เสียหายต้องใช้เงินฟื้นฟูมาก หลายครอบครัวจึงอยากประหยัดค่าซ่อมบ้าน แต่หากปล่อยให้เชื้อราลามในผนังเบา ฝ้า และตู้บิลต์อิน อาจต้องรื้อเปลี่ยนในภายหลังซึ่งแพงกว่า
เวลา ลูกหลานที่ทำงานต่างอำเภอต้องลางานกลับมาช่วย การล้างซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย ยิ่งทำให้เสียเวลาและแรงมากขึ้น
ครอบครัวและความรู้สึก สำหรับคนที่อยู่บ้านหลังเดิมมาหลายสิบปี บ้านคือความทรงจำ การได้เห็นบ้านกลับมาสะอาด แห้ง และอยู่ได้อย่างสบายใจ เป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้มาก
บ้านที่เพิ่งเจอน้ำท่วมครั้งแรกมักใช้วิธีที่คุ้นเคย ซึ่งช่วยได้บางส่วน แต่ยังมีข้อจำกัด
การตักโคลน ล้างด้วยน้ำสะอาด ทิ้งของที่กู้ไม่ได้ และทำให้บ้านแห้ง ยังเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องทำเสมอ แต่หลังจากนั้นยังมีเชื้อและกลิ่นที่ค้างอยู่ในอากาศ ในซอกมุม และในวัสดุที่ทำความสะอาดด้วยมือได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้
โอโซน (O3) เป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อปล่อยในห้องปิดตามความเข้มข้นที่ควบคุม ก๊าซจะกระจายไปถึงทุกพื้นที่ของห้อง ทั้งใต้เตียง หลังตู้ ในลิ้นชักที่เปิดไว้ และซอกฝ้า โอโซนทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลที่ก่อกลิ่น จากนั้นจะคืนสภาพเป็นออกซิเจน (O2) ไม่มีคราบสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง ระบบของ World Health Disinfection (WHD) ผ่านการทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ว่ากำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูได้ที่เอกสารรับรอง
ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย: อบโอโซนในห้องที่ว่างและปิดเท่านั้น ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องระหว่างอบ และกลับเข้าได้หลังผ่านช่วงพักและระบายอากาศ โอโซนไม่ได้ใช้แทนการล้าง การทำให้แห้ง หรือการรักษาพยาบาล
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในระยอง การรับงานในตำบลกระแสบนและอำเภอแกลงจะยืนยันรายละเอียดและการเดินทางทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และไม่สามารถรับปากการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน
เมื่อระดับน้ำยังไม่ลดในช่วงปลายเดือนกันยายน และมีคำเตือนฝนหนักอีกระลอกระหว่างวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม การอบโอโซนควรรอให้ครบเงื่อนไขเหล่านี้ก่อน
ระหว่างรอ ครอบครัวสามารถติดต่อทีมงานเพื่อประเมินและจองวันไว้ล่วงหน้าได้ เมื่อบ้านพร้อมจะได้ไม่ต้องรอนาน และผู้สูงอายุจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใด)
คุณต้อมอาศัยอยู่กับแม่วัยเจ็ดสิบและลูกเล็กสองคนในบ้านชั้นเดียวที่ตำบลกระแสบน น้ำท่วมครั้งนี้เข้าบ้านสูงราวเข่า และขังอยู่หลายวัน หลังน้ำลด คุณต้อมกับญาติช่วยกันขนฟูก โซฟา และตู้ไม้อัดที่บวมพองออกไปทิ้ง ล้างบ้านด้วยน้ำสะอาดผสมผงซักฟอก และเปิดบ้านระบายอากาศ แต่ห้องนอนของแม่ซึ่งอยู่มุมบ้านที่แดดส่องไม่ถึงยังมีกลิ่นอับ และเริ่มมีจุดราที่ขอบผนัง
คุณต้อมส่งรูปห้องต่าง ๆ ให้ทีมงานทาง LINE ทีมงานแนะนำให้ตัดผนังเบาส่วนที่บวมน้ำออก รอให้โครงด้านในแห้ง และเปิดตู้ทุกใบไว้ เมื่อบ้านพร้อม ทีมงานนัดวันเดินทางมาที่แกลง แบ่งบ้านเป็นสี่โซน คือ ห้องนั่งเล่น ครัว ห้องน้ำ และห้องนอน ระหว่างอบทั้งครอบครัวไปรอที่บ้านญาติ
หลังช่วงพักและระบายอากาศ ครอบครัวกลับเข้าบ้าน กลิ่นอับในห้องนอนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คุณต้อมให้แม่กลับมานอนบ้านได้ และยังคอยเปิดหน้าต่างทุกเช้าในวันที่แดดดี พร้อมสังเกตมุมผนังหลังฝนตกตามคำแนะนำ
ถาม: WHD อยู่ในระยองหรือเปล่า
ตอบ: ไม่ใช่ WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในตำบลกระแสบนจะนัดหมายและยืนยันการเดินทางผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และไม่สามารถรับปากว่าจะเข้าพื้นที่ได้ในวันเดียวกัน
ถาม: ผู้สูงอายุอยู่ในบ้านระหว่างอบได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ทุกคน รวมถึงสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ระหว่างอบ และกลับเข้าได้หลังช่วงพักและระบายอากาศ
ถาม: บ้านยังชื้นอยู่ อบได้เลยไหม
ตอบ: ควรล้างและทำให้บ้านแห้งก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น ถ้ายังชื้นมาก เชื้อรามีโอกาสกลับมา
ถาม: อบโอโซนแล้วช่วยเรื่องกลิ่นท่อในห้องน้ำได้ไหม
ตอบ: ช่วยลดกลิ่นในอากาศและบนพื้นผิวได้ แต่ถ้าท่อหรือบ่อเกรอะยังล้นหรืออุดตัน ต้องแก้ระบบท่อก่อน กลิ่นจึงจะไม่กลับมา
ถาม: ถ้ามีคนในบ้านป่วย อบโอโซนแล้วจะหายไหม
ตอบ: โอโซนไม่ใช่การรักษาโรค ใครมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือหายใจลำบาก ต้องไปพบแพทย์
ถาม: ใช้เวลานานไหม
ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงพักและระบายอากาศ ขึ้นอยู่กับจำนวนห้อง
ส่งรูปบ้านและขนาดพื้นที่ให้ทีมงานประเมิน แล้วนัดวันอบหลังบ้านแห้ง
ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนกระแสบน #น้ำท่วมกระแสบน #อบโอโซนแกลง #น้ำท่วมแกลง2569 #อบโอโซนระยอง #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนกระแสบน, น้ำท่วมกระแสบน, น้ำท่วมหมู่ 4 กระแสบน, อบโอโซนแกลง, น้ำท่วมแกลง 2569, อ่างเก็บน้ำประแสร์ล้น, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมระยอง, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม