Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
สำหรับคนที่อยู่ ตำบลตลุก (หมู่ 1 ถึง 4) และตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท น้ำท่วมต้นเดือนตุลาคม 2569 ไม่ใช่น้ำที่มาแล้วไปในไม่กี่ชั่วโมง แต่เป็นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขังอยู่สูงเกินหนึ่งเมตรในหลายจุด ตามรายงานของไทยโพสต์ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ตำบลตลุกมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 1,100 ครัวเรือน ราว 200 ครอบครัวต้องอพยพไปพักอาศัยริมถนนคลองมหาราช ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โพนางดำออก จมน้ำสูงถึง 1.40 เมตร สาเหตุมาจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที บทความนี้อธิบายว่าน้ำที่ขังนานแบบนี้ทิ้งอะไรไว้ในบ้าน ทำไมการล้างบ้านอย่างเดียวจึงไม่พอ และการ อบโอโซนสรรพยา ควรอยู่ในขั้นตอนไหนของการฟื้นฟูบ้าน
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของผู้อยู่อาศัยรายใด)
ป้าบุญมา อายุหกสิบกว่า อยู่บ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลตลุกมาทั้งชีวิต ชั้นล่างเป็นปูนใช้ทำครัว เก็บข้าวสาร และเป็นที่นั่งเล่นของหลาน ชั้นบนเป็นไม้ใช้เป็นห้องนอน ทุกปีที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ป้าจะคอยฟังข่าวจากผู้ใหญ่บ้าน และยกของขึ้นชั้นบนไว้ล่วงหน้าเป็นนิสัย
ปีนี้น้ำขึ้นเร็วและสูงกว่าที่ป้าคาดไว้ ภายในไม่กี่วัน น้ำในลานบ้านสูงเกินหนึ่งเมตร ห้องครัวชั้นล่างจมทั้งห้อง ตู้กับข้าวไม้ลอยเอียง ลูกชายตัดสินใจพาป้าและหลานไปพักเต็นท์ริมถนนคลองมหาราชพร้อมเพื่อนบ้านอีกหลายครอบครัว ที่นั่นมีน้ำดื่มและอาหารที่หน่วยงานนำมาแจก แต่ทุกคืนป้านอนไม่หลับ เพราะห่วงบ้านที่ยังแช่น้ำอยู่
ป้ารู้ดีว่าน้ำครั้งนี้จะไม่ลดเร็ว เพราะน้ำในแม่น้ำยังสูงตราบใดที่เขื่อนยังต้องระบายน้ำมาก สิ่งที่ป้ากังวลไม่ใช่แค่ผนังที่จะเปื่อยหรือตู้ที่จะพัง แต่คือวันที่ได้กลับบ้าน ป้าจะพาหลานอายุสามขวบกลับไปนอนในบ้านที่แช่น้ำมานานได้อย่างไร ในเมื่อ รพ.สต. ที่เคยพาหลานไปฉีดวัคซีนก็ยังจมน้ำอยู่เหมือนกัน
คำถามของป้าบุญมาคือคำถามเดียวกับที่หลายครอบครัวในตลุกและโพนางดำออกกำลังคิดอยู่ บทความนี้พยายามตอบคำถามนั้นทีละขั้น
ข้อมูลในส่วนนี้อ้างอิงตามรายงานของไทยโพสต์ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เท่านั้น เราไม่ได้เพิ่มตัวเลขที่ไม่มีในรายงาน และขอให้ติดตามประกาศล่าสุดจากอำเภอสรรพยาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะตัวเลขและระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
ในภาพรวมของประเทศ ตามรายงานของ ปภ. ที่ไทยพีบีเอสเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ยังมีน้ำท่วมใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 154 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน หรือ 3,262,676 คน และมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
ข้อเท็จจริงที่ควรสังเกตมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือสาเหตุ น้ำท่วมที่เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อนมักไม่ลดลงทันทีที่ฝนหยุด เพราะระดับน้ำในแม่น้ำขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อน บ้านในตลุกและโพนางดำออกจึงมีโอกาสแช่น้ำนานกว่าพื้นที่ที่น้ำท่วมจากฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว เรื่องที่สองคือ รพ.สต. ซึ่งเป็นสถานบริการสุขภาพใกล้บ้านที่สุดของชาวบ้านก็จมน้ำด้วย ระหว่างนี้หากมีอาการเจ็บป่วย ควรติดตามประกาศของสาธารณสุขอำเภอว่าจุดให้บริการชั่วคราวอยู่ที่ใด และไม่ควรรอจนอาการหนัก
อำเภอสรรพยาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชุมชนส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม มีนาข้าว บ้านไม้ยกใต้ถุน บ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน และบ้านปูนชั้นเดียวที่สร้างใหม่ น้ำท่วมจากการระบายน้ำของเขื่อนมีลักษณะเฉพาะคือ น้ำขึ้นทีละน้อยแต่ต่อเนื่อง แล้วขังอยู่นานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ความเสียหายต่อบ้านจึงไม่ได้มาจากแรงน้ำ แต่มาจากระยะเวลาที่วัสดุแช่อยู่ในน้ำ
เมื่อน้ำสูงเกินหนึ่งเมตร หมายความว่าปลั๊กไฟ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้กับข้าว เตียง และโซฟาชั้นล่างจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด ผนังปูนจะดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำจริงอีกหลายสิบเซนติเมตร ไม้จะบวมและเริ่มเปื่อย ส่วนที่นอน ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ที่บุฟองน้ำจะอุ้มน้ำไว้จนแทบไม่มีทางกลับมาใช้ได้อย่างปลอดภัย
น้ำที่ขังนานยังกลายเป็นน้ำเน่าได้ง่าย เพราะมีทั้งใบไม้ ฟาง เศษข้าว ขยะ และสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะที่ล้นปนอยู่ เมื่อน้ำนิ่งและอากาศร้อน จุลินทรีย์จะย่อยสลายอินทรียวัตถุจนเกิดกลิ่นเหม็นและคราบเมือกเกาะตามผนังและพื้น หลังน้ำลด คราบนี้จะแห้งติดเป็นชั้นบาง ๆ ที่ล้างออกยากกว่าโคลนทั่วไป
สำหรับ 200 ครอบครัวที่อพยพไปพักริมถนนคลองมหาราช บ้านจะถูกปิดไว้ระหว่างที่น้ำยังท่วม ไม่มีลมผ่าน ไม่มีแดดส่อง ความชื้นในบ้านจึงสะสมสูงมาก วันที่กลับมาเปิดบ้าน หลายคนจะพบเชื้อราขึ้นแล้วตามผนัง ตู้ และเพดาน แม้แต่ชั้นบนที่น้ำไม่ถึงก็อาจมีกลิ่นอับเพราะความชื้นลอยขึ้นไปสะสม
น้ำท่วมที่ขังนานพาเชื้อหลายกลุ่มเข้ามาในบ้านพร้อมกัน การรู้จักเชื้อแต่ละกลุ่ม ทางติดต่อ และอาการ จะช่วยให้ครอบครัวในตลุกและโพนางดำออกป้องกันตัวเองได้ถูกจุด
อีโคไล (E. coli) มาจากอุจจาระของคนและสัตว์ เมื่อส้วมและบ่อเกรอะในหมู่บ้านจมน้ำ เชื้อจะปนไปกับน้ำทั่วชุมชน การใช้มือที่เปื้อนน้ำท่วมหยิบอาหาร หรือใช้ภาชนะที่ล้างไม่สะอาด อาจทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน
ซาลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ พบได้ในอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม อาหารที่เก็บไว้นานโดยไม่มีตู้เย็นเพราะไฟดับ และไข่หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ปรุงสุก ในที่พักชั่วคราวที่หลายครอบครัวทำอาหารร่วมกัน ควรล้างมือก่อนเตรียมอาหารทุกครั้ง และกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่
เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู พื้นที่นาข้าวริมแม่น้ำเจ้าพระยามีหนูอาศัยอยู่มาก เมื่อน้ำท่วม หนูหนีน้ำเข้าบ้านและปัสสาวะทิ้งไว้ในน้ำและโคลน เชื้อเข้าร่างกายทางบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค ผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำ
โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิว เมื่อหลายครอบครัวพักรวมกันริมถนน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และทำอาหารในพื้นที่จำกัด ไวรัสกลุ่มนี้ระบาดได้เร็ว โรตาไวรัสมักรุนแรงในเด็กเล็กที่อาจขาดน้ำได้ง่าย
ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ทางละอองฝอย ช่วงฝนที่อากาศชื้น บวกกับการนอนในเต็นท์หรือที่พักชั่วคราวใกล้ชิดกัน ทำให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อและป่วยหนักได้
CDC และองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพราะเชื้อราเริ่มเติบโตได้ในช่วงนี้ แต่สำหรับบ้านในสรรพยาที่แช่น้ำนาน เชื้อรามักเริ่มขึ้นตั้งแต่ระหว่างที่น้ำยังไม่ลด โดยเฉพาะผนังและเพดานชั้นบนที่อากาศอับ สปอร์เชื้อรากระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง และระคายเคืองตา
กลิ่นในบ้านหลังน้ำขังนานมักเป็นส่วนผสมของกลิ่นอับจากเชื้อรา กลิ่นน้ำเน่าจากอินทรียวัตถุที่ย่อยสลาย และกลิ่นสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะ กลิ่นเหล่านี้คือสัญญาณว่ายังมีต้นเหตุตกค้างอยู่ การฉีดน้ำหอมกลบไม่ได้ทำให้ต้นเหตุหายไป
เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ ผู้ป่วยหอบหืดหรือโรคปอด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ในช่วงที่ รพ.สต. ในพื้นที่ยังใช้การไม่ได้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรเตรียมยาประจำตัวให้พอ และหากมีไข้ ท้องเสียรุนแรง หรือหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือจุดบริการที่สาธารณสุขแจ้งไว้ทันที
ด้านสุขภาพ: การอยู่ในที่พักชั่วคราวหลายวัน บวกกับการกลับมาทำความสะอาดบ้านที่แช่น้ำนาน ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ภูมิคุ้มกันลดลง ทั้งยังต้องสัมผัสโคลน น้ำเน่า และสปอร์เชื้อราในช่วงเวลาเดียวกัน อาการที่พบบ่อยคือ ไอ จาม ผื่นคัน น้ำกัดเท้า ท้องเสีย และอ่อนเพลีย
ด้านเงิน: ครอบครัวเกษตรกรจำนวนมากต้องเสียทั้งเครื่องใช้ในบ้านและผลผลิตในนาในคราวเดียวกัน การซ่อมบ้านจึงต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง การทำผิดลำดับ เช่น ทาสีหรือติดวอลเปเปอร์ก่อนผนังแห้ง จะทำให้เชื้อราขึ้นใหม่และต้องเสียเงินซ้ำ
ด้านเวลา: น้ำที่ขังนานทำให้กลับเข้าบ้านได้ช้า เมื่อกลับมาได้แล้วก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าบ้านจะแห้ง ยิ่งมีขั้นตอนที่ชัดเจน ก็ยิ่งกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น
ด้านครอบครัวและจิตใจ: ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านริมแม่น้ำมาทั้งชีวิตมักอยากกลับบ้านเร็วที่สุด ขณะที่ลูกหลานห่วงว่าบ้านยังไม่ปลอดภัยพอ ความเห็นที่ไม่ตรงกันนี้สร้างความเครียดในครอบครัว การมีลำดับการฟื้นฟูที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ ช่วยให้ทุกคนตกลงกันได้ง่ายขึ้นว่าบ้านพร้อมแล้วหรือยัง
ราดน้ำยาฟอกขาวทั่วบ้าน: น้ำยาฟอกขาวใช้ได้กับพื้นผิวเรียบที่ไม่ดูดซึม แต่เข้าไม่ถึงเนื้อไม้และผนังปูนที่อุ้มน้ำ ทั้งยังเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจหากใช้มากเกินไปในห้องปิด และห้ามผสมกับน้ำยาอื่นเด็ดขาด
เปิดพัดลมแล้วรอ: ผนังที่แช่น้ำหลายสัปดาห์มีความชื้นสะสมลึก พัดลมช่วยได้แค่ผิวหน้า ในช่วงที่ยังมีฝนตกบ่อย บ้านอาจไม่แห้งจริงอีกนาน
จุดธูปหรือฉีดน้ำหอม: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ต้นเหตุยังอยู่ และทำให้ประเมินสภาพบ้านผิดพลาด
ทาสีทับทันที: สีจะปิดความชื้นไว้ในผนัง แล้วเชื้อราจะดันสีให้พองหรือขึ้นเป็นจุดดำภายในไม่กี่เดือน
ทุกวิธีข้างต้นจัดการได้เฉพาะสิ่งที่มองเห็นและเอื้อมถึง ขณะที่เชื้อและกลิ่นยังซ่อนอยู่ในอากาศ ซอกมุม และในเนื้อวัสดุ การอบโอโซนจึงเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยจัดการส่วนที่เหลือ หลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว
โอโซน (O3) คือก๊าซที่มีออกซิเจนสามอะตอม มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องที่ปิดสนิท ก๊าซจะกระจายไปทั่วถึงซอกมุม ใต้เตียง หลังตู้ และในเนื้อผ้า โอโซนทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลของกลิ่น จากนั้นจะกลับคืนเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบอบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าเอกสารรับรอง
ข้อสำคัญ: โอโซนไม่ได้แทนการขนโคลน การล้าง และการทำให้แห้ง โอโซนคือขั้นตอนหลังจากบ้านสะอาดและแห้งพอแล้ว เพื่อจัดการเชื้อและกลิ่นที่ยังตกค้าง
กฎห้องว่าง: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้อง และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศตามที่ทีมงานแจ้งเท่านั้น
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในจังหวัดชัยนาท สำหรับบ้านในอำเภอสรรพยา สามารถติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนงาน การเดินทางและพื้นที่ให้บริการยืนยันทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เราไม่รับปากว่าจะไปถึงภายในวันเดียวกัน
เมื่อสาเหตุของน้ำท่วมคือการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำในตลุกและโพนางดำออกจะลดลงก็ต่อเมื่อปริมาณน้ำที่ระบายลดลง ประกอบกับคำเตือนเรื่องฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม 2569 การวางแผนจึงควรเป็นลำดับดังนี้
ระหว่างที่ยังรอน้ำลด สามารถติดต่อทีมงานไว้ล่วงหน้าเพื่อสอบถามรายละเอียดและวางแผนคิวได้ โดยจะนัดวันจริงเมื่อบ้านพร้อมแล้ว
โปรโมชัน: ใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้ารายใด)
ครอบครัวของคุณแดง มีบ้านสองชั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลตลุก ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ เมื่อเขื่อนเพิ่มการระบายน้ำ ชั้นล่างจมน้ำเกินหนึ่งเมตร ครอบครัวย้ายไปพักริมถนนคลองมหาราชหลายวัน พอน้ำลด คุณแดงกลับมาพบว่าผนังปูนชั้นล่างมีคราบเมือกสีเขียวเทา ประตูไม้บวมปิดไม่สนิท และชั้นบนที่น้ำไม่ถึงกลับมีจุดเชื้อราขึ้นตามเพดานและหลังตู้เสื้อผ้า
คุณแดงกับญาติช่วยกันขนโคลน ทิ้งที่นอน โซฟา และตู้กับข้าวที่เปื่อย ล้างผนังและพื้นด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกหลายรอบ แล้วเปิดบ้านรับลมนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ บ้านดูสะอาดขึ้นมาก แต่ทุกเช้ายังมีกลิ่นอับลอยขึ้นมาจากชั้นล่าง และหลานคนเล็กเริ่มจามบ่อยเมื่อเข้ามาเล่นในบ้าน
คุณแดงติดต่อทีมงานทาง LINE ส่งภาพและเล่าว่าน้ำขังนานเท่าไร ทีมงานแนะนำให้ตรวจว่าผนังแห้งพอแล้ว เก็บเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักออกไปซัก และย้ายทุกคนออกจากบ้านระหว่างอบ จากนั้นนัดวันอบเป็นโซน ทั้งชั้นล่างและชั้นบน หลังพ้นช่วงพักห้องและระบายอากาศ ครอบครัวสังเกตว่ากลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน คุณแดงยังคงเปิดหน้าต่างทุกวันและหมั่นตรวจมุมห้อง กรณีนี้แสดงว่าโอโซนให้ผลดีที่สุดเมื่อทำหลังล้างและทำให้แห้งอย่างครบถ้วน
ถาม: WHD มีสาขาในชัยนาทหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ สำหรับบ้านในตำบลตลุก โพนางดำออก หรือส่วนอื่นของอำเภอสรรพยา กรุณาโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามการเดินทางและพื้นที่ให้บริการ
ถาม: ยังไม่ได้กลับบ้าน ติดต่อไว้ก่อนได้ไหม
ตอบ: ได้ สามารถสอบถามรายละเอียดและวางแผนไว้ก่อน แล้วนัดวันจริงเมื่อน้ำลด บ้านสะอาด และแห้งพอแล้ว
ถาม: อบโอโซนแทนการล้างบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น
ถาม: ระหว่างอบอยู่ในบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ห้องต้องว่างจากคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศแล้วเท่านั้น
ถาม: ใช้เวลานานไหม
ตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกเวลาเตรียมพื้นที่และพักห้อง
ถาม: โอโซนป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม
ตอบ: โอโซนช่วยจัดการเชื้อที่ตกค้างในบ้าน แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำ ถ้ามีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันที
ถ้าบ้านของคุณในสรรพยาผ่านการล้างและทำให้แห้งแล้ว แต่ยังมีกลิ่นอับและกังวลเรื่องเชื้อโรค ทีมงาน WHD พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการอบโอโซนร่วมกับคุณ
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
การเดินทางและพื้นที่ให้บริการนอกกรุงเทพฯ ยืนยันทางโทรศัพท์หรือ LINE ก่อนนัดหมายทุกครั้ง
หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนสรรพยา #น้ำท่วมสรรพยา #น้ำท่วมตลุก #น้ำท่วมโพนางดำออก #อบโอโซนชัยนาท #น้ำท่วมชัยนาท2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนสรรพยา, น้ำท่วมสรรพยา, น้ำท่วมตลุก, น้ำท่วมโพนางดำออก, อบโอโซนชัยนาท, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมชัยนาท, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม, บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ