อบโอโซนหลังน้ำท่วม บ้านแพ้ว สมุทรสาคร 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำท่วมหนักสุดในรอบราว 35 ปี ที่หลักสาม บ้านแพ้ว และเกษตรพัฒนา

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนหลังน้ำท่วม บ้านแพ้ว สมุทรสาคร 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำท่วมหนักสุดในรอบราว 35 ปี ที่หลักสาม บ้านแพ้ว และเกษตรพัฒนา

อบโอโซนหลังน้ำท่วม บ้านแพ้ว สมุทรสาคร 2569: ฆ่าเชื้อโรค กำจัดเชื้อราและกลิ่นอับ หลังน้ำท่วมหนักสุดในรอบราว 35 ปี ที่หลักสาม บ้านแพ้ว และเกษตรพัฒนา

ชาวบ้านใน ตำบลหลักสาม ตำบลบ้านแพ้ว และตำบลเกษตรพัฒนา อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร บอกตรงกันว่าน้ำท่วมปลายเดือนกันยายน 2569 เป็นน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบราว 35 ปี นับตั้งแต่ปี 2534 น้ำเข้าท่วมถึงในบ้านเรือน หลายครอบครัวที่ไม่เคยต้องยกของหนีน้ำมาก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย และเมื่อระดับน้ำลดลง สิ่งที่ยังค้างอยู่ในบ้านคือโคลน ความชื้น เชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับ บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมบ้านแพ้วรอบนี้ทิ้งอะไรไว้ในบ้าน ทำไมวิธีที่ใช้กันทั่วไปจึงอาจยังไม่พอ และการ อบโอโซนบ้านแพ้ว ควรทำตอนไหนจึงจะได้ผลคุ้มค่า

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของผู้อยู่อาศัยรายใด)

ลุงชัย อายุเจ็ดสิบกว่าปี อยู่บ้านปูนชั้นเดียวหลังเล็กที่ปลูกไว้ข้างสวนยกร่องของครอบครัวในบ้านแพ้ว ลุงจำได้ดีว่าน้ำใหญ่ครั้งก่อนที่ท่วมถึงในบ้านคือเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นลูก ๆ ยังเป็นเด็ก หลังจากนั้นบ้านก็ไม่เคยเจอน้ำเข้าอีกเลย ลุงจึงต่อเติมครัวด้านหลัง ปูกระเบื้องใหม่ และซื้อตู้ไม้มาวางเรียงไว้ชิดผนังโดยไม่เคยคิดเรื่องน้ำท่วม

ฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวันทำให้น้ำในร่องสวนและคลองข้างบ้านสูงขึ้นทุกชั่วโมง จนวันหนึ่งน้ำเริ่มซึมผ่านธรณีประตูเข้ามา ลุงกับป้าช่วยกันยกของได้เพียงบางส่วน ลูกสาวซึ่งทำงานในตัวเมืองรีบกลับมาช่วย แต่ถนนเข้าบ้านก็มีน้ำท่วมขังแล้ว ทั้งสองต้องย้ายไปนอนบ้านญาติที่อยู่บนที่สูงกว่าอยู่หลายคืน ป้าเป็นเบาหวาน ต้องฉีดยาทุกวัน ยาบางส่วนเปียกน้ำจนต้องไปขอรับใหม่

เมื่อกลับมาบ้าน ภาพที่เห็นคือพื้นกระเบื้องมีโคลนบางเคลือบไปทั่ว ตู้ไม้ด้านล่างพองบวม ผ้าม่านมีคราบน้ำเป็นแนว ห้องนอนมีกลิ่นอับเหมือนผ้าที่ตากไม่แห้ง และมุมห้องครัวเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นตามผนัง ลูกสาวถามว่าล้างบ้านเสร็จแล้วพ่อแม่จะกลับมานอนได้เลยหรือไม่ เพราะทั้งคู่อายุมาก และป้าก็มีโรคประจำตัว

คำถามนี้สำคัญมากสำหรับบ้านแพ้ว เพราะหลายครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่ด้วย และเพราะน้ำท่วมครั้งนี้มาในบ้านที่ไม่เคยเตรียมรับน้ำมาก่อน การฟื้นฟูจึงต้องทำให้ครบลำดับ ตั้งแต่ความปลอดภัย การขนโคลน การล้าง การทำให้แห้ง จนถึงการฆ่าเชื้อในอากาศและจุดที่มองไม่เห็น

จุดที่น้ำท่วมในบ้านแพ้ว: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้อ้างอิงตามรายงานของ สยามรัฐ วันที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสาระสำคัญดังนี้

  • พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ตำบลหลักสาม ตำบลบ้านแพ้ว และตำบลเกษตรพัฒนา
  • ชาวบ้านระบุว่าเป็น น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบราว 35 ปี นับจากปี 2534
  • น้ำเข้าท่วมถึงในบ้านเรือน ของประชาชน
  • มีการแจก ถุงยังชีพให้กลุ่มเปราะบาง 100 ชุด
  • ผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติ
  • สาเหตุมาจาก ฝนตกต่อเนื่อง น้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงมา และการระบายน้ำทำได้ไม่ทัน

ในภาพรวมของประเทศ ตามรายงานของ ปภ. ที่ Thai PBS เผยแพร่วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ยังมีน้ำท่วมใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 154 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน หรือ 3,262,676 คน พร้อมเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ตัวเลขและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดของอำเภอบ้านแพ้วและจังหวัดสมุทรสาครอยู่เสมอ

ข้อมูลเหล่านี้บอกอะไรเรา ประการแรก น้ำท่วมรอบนี้เกิดจากน้ำหลายทางมารวมกัน ทั้งฝน น้ำจากที่สูงกว่า และระบบระบายที่รับไม่ไหว น้ำจึงค้างอยู่นานกว่าน้ำฝนทั่วไป ประการที่สอง บ้านจำนวนมากไม่ได้ออกแบบหรือจัดของไว้รับน้ำ เพราะไม่เคยเจอมานานหลายสิบปี ความเสียหายจึงกระจายไปถึงของใช้ที่วางชิดพื้น และประการที่สาม การที่ต้องแจกถุงยังชีพให้กลุ่มเปราะบาง สะท้อนว่าในพื้นที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอยู่ไม่น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไวต่อเชื้อโรคและเชื้อราหลังน้ำลดมากที่สุด

บ้านที่ไม่เคยเจอน้ำมาหลายสิบปี ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษหลังน้ำลด

บ้านแพ้วเป็นพื้นที่เกษตรที่มีสวนยกร่องและคลองซอยจำนวนมาก บ้านเรือนมีทั้งบ้านไม้ดั้งเดิม บ้านปูนชั้นเดียว บ้านสองชั้นที่ปลูกใหม่ ห้องแถวในย่านตลาด และหมู่บ้านจัดสรร เมื่อบ้านที่ไม่เคยรับน้ำถูกน้ำเข้า จุดที่มักเสียหายมีดังนี้

1. ห้องที่ต่อเติมภายหลัง

ครัวหลังบ้านหรือห้องเก็บของที่ต่อเติมมักมีพื้นต่ำกว่าตัวบ้าน น้ำเข้าก่อนและค้างนานกว่า รอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้านเป็นจุดที่น้ำซึมเข้าไปค้างได้ง่าย และเป็นจุดแรกที่เชื้อรามักขึ้น

2. ของที่วางชิดพื้นและชิดผนัง

เมื่อไม่เคยมีน้ำท่วม คนส่วนใหญ่ก็วางตู้ ชั้นวาง กล่องเอกสาร กระสอบข้าว และที่นอนไว้กับพื้นตามปกติ ของเหล่านี้ดูดน้ำเต็มที่ ด้านหลังตู้ที่ชิดผนังเป็นที่อับลม แห้งช้า และมักพบราเป็นแผ่นเมื่อขยับตู้ออกมา

3. ผนัง พื้น และยาแนวกระเบื้อง

ผนังปูนดูดความชื้นขึ้นไปสูงกว่าเส้นน้ำ ยาแนวกระเบื้องที่เก่าเก็บน้ำไว้ใต้แผ่นกระเบื้อง ถ้ารีบปิดบ้านหรือทาสีใหม่ ความชื้นจะไม่มีทางออกและกลายเป็นที่อยู่ของเชื้อรา

4. ระบบไฟฟ้า ปั๊มน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ปลั๊กที่อยู่ระดับต่ำ ปั๊มน้ำ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าที่จมน้ำต้องให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้งาน ห้ามเปิดสวิตช์เองเด็ดขาด

5. โคลนจากร่องสวนและคลอง

น้ำที่ไหลผ่านร่องสวนและคลองซอยพาดินตะกอน เศษพืช และสารอินทรีย์เข้ามาในบ้าน รวมถึงน้ำจากท่อระบายและบ่อเกรอะที่ล้นขึ้นมา โคลนนี้เมื่อแห้งจะกลายเป็นฝุ่นที่ฟุ้งในอากาศ และเป็นแหล่งอาหารของเชื้อรา

เชื้อทุกชนิดที่มากับน้ำท่วมบ้านแพ้ว: แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และกลิ่น

องค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) และกรมควบคุมโรค เตือนตรงกันว่าช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลดเป็นช่วงที่โรคติดต่อทางน้ำ อาหาร และการสัมผัสเพิ่มขึ้น เพราะน้ำท่วมพาเชื้อจากท่อระบาย บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และพื้นดินเข้ามาในบ้าน

แบคทีเรีย: อีโคไล ซัลโมเนลลา และโรคฉี่หนู

อีโคไล (E. coli) เป็นตัวบ่งชี้ว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระ ถ้าเข้าสู่ปากผ่านมือ อาหาร หรือจานชามที่ล้างไม่สะอาด อาจทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ซัลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้มีไข้ ท้องเสีย และปวดเกร็งท้อง มักมากับอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือเก็บไว้ในตู้เย็นที่ไฟดับนาน ส่วน เลปโตสไปรา (Leptospira) คือเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เชื้อมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ในพื้นที่เกษตรที่มีหนูมากจึงต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าลุยน้ำแล้วมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ

ไวรัส: โนโรไวรัส โรต้าไวรัส อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่

โนโรไวรัส และ โรต้าไวรัส ทำให้ท้องร่วงเฉียบพลัน แพร่ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิว พบบ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ส่วน อาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่ระบาดง่ายในหน้าฝน เมื่อหลายครอบครัวต้องไปพักรวมกันที่บ้านญาติหรือศูนย์พักพิง และร่างกายอ่อนเพลียจากการขนของ โอกาสติดเชื้อก็สูงขึ้น

เชื้อรา: ศัตรูเงียบของบ้านหลังน้ำลด

CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา แต่บ้านที่น้ำขังหลายวันพ้นกรอบเวลานั้นไปแล้ว เชื้อราจึงอาจขึ้นในผนัง ใต้กระเบื้อง หลังตู้ และในที่นอน จุดดำหรือคราบเขียวเป็นสิ่งที่เห็นได้ แต่สปอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น และกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง และระคายเคืองตา

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำเสีย

กลิ่นหลังน้ำลดมาจากเชื้อราและความชื้น รวมกับกลิ่นน้ำเสียจากสารอินทรีย์ที่เน่าในโคลน ท่อ และบ่อเกรอะ กลิ่นเหล่านี้ติดแน่นในผ้าม่าน ที่นอน โซฟา และเนื้อไม้ การฉีดน้ำหอมช่วยได้เพียงชั่วคราว

ใครเสี่ยงที่สุด

ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คือกลุ่มที่ควรอยู่ห่างจากงานล้างบ้านและห้องที่ยังชื้น ครอบครัวในบ้านแพ้วที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง ควรวางแผนให้คนกลุ่มนี้กลับบ้านหลังการฟื้นฟูเสร็จครบทุกขั้นตอน

ผลกระทบที่ครอบครัวในหลักสาม บ้านแพ้ว และเกษตรพัฒนา ต้องเจอ

สุขภาพ หลังน้ำลด อาการที่พบบ่อยคือไอ คัดจมูก ผื่นคัน ตาแดง และท้องเสีย ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอาจมีอาการกำเริบเมื่อต้องนอนในห้องที่ชื้นและมีกลิ่นอับ เด็กเล็กที่คลานหรือเล่นบนพื้นก็มีโอกาสสัมผัสเชื้อมากกว่าผู้ใหญ่

ค่าใช้จ่าย บ้านแพ้วเป็นแหล่งเกษตรสำคัญ ครอบครัวจำนวนมากมีรายได้จากสวนผักและสวนผลไม้ เมื่อสวนเสียหาย รายได้ก็ลดลงพร้อมกับค่าซ่อมบ้านที่เพิ่มขึ้น การซ่อมให้ถูกลำดับตั้งแต่ครั้งแรกจึงช่วยประหยัดได้มาก เพราะการทาสีทับผนังที่ยังชื้นมักจบลงด้วยการต้องรื้อทำใหม่

เวลา ลูกหลานที่ทำงานในตัวเมืองสมุทรสาครหรือกรุงเทพฯ ต้องลางานมาช่วยล้างบ้าน งานนี้ใช้เวลาหลายวัน ถ้าต้องทำซ้ำเพราะเชื้อรากลับมา ก็ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก

กิจการ ร้านค้า ร้านอาหาร และแผงในตลาดชุมชนที่ถูกน้ำท่วม ต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่าร้านสะอาดปลอดภัย กลิ่นอับหรือคราบราที่ยังหลงเหลือส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้าโดยตรง

จิตใจ สำหรับครอบครัวที่ไม่เคยเจอน้ำท่วมมาหลายสิบปี ความเครียดและความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหนเป็นเรื่องหนัก การมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนช่วยให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

ทำไมการล้างบ้านแบบที่คุ้นเคยยังไม่พอสำหรับบ้านในบ้านแพ้ว

ใช้น้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวฆ่าเชื้อบนพื้นผิวเรียบได้เมื่อล้างโคลนออกหมดแล้ว แต่เข้าไม่ถึงเนื้อไม้ ใต้กระเบื้อง หลังตู้ และอากาศในห้อง ห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย

เปิดพัดลมอย่างเดียว ช่วงที่ฝนยังตกเป็นระยะและอากาศยังชื้น พัดลมทำให้ผิวด้านนอกแห้งเร็ว แต่ข้างในผนังยังชื้น และลมยังพาสปอร์เชื้อราไปทั่วบ้าน

ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น ทำให้ห้องหอมขึ้นไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้นเหตุยังอยู่ครบ

ทาสีทับคราบรา สีใหม่จะพองและราจะดันกลับขึ้นมาเป็นจุดดำในไม่ช้า

เช็ดเฉพาะจุดที่เห็น เชื้อและสปอร์จำนวนมากอยู่ในอากาศ ในช่องแอร์ หลังตู้ และในผ้าที่แขวนสูง ซึ่งไม่ได้ถูกเช็ด

ลำดับที่ถูกต้องจึงเป็น ขนโคลนและทิ้งของที่เสียหาย ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ทำให้แห้งให้มากที่สุด แล้วจึงฆ่าเชื้อทั้งอากาศและพื้นผิวด้วยวิธีที่เข้าถึงทุกซอก

อบโอโซนบ้านแพ้ว กับ WHD: โอโซนช่วยอะไรได้หลังล้างและทำให้แห้ง

World Health Disinfection หรือ WHD เป็นบริษัทบริการฆ่าเชื้อที่ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร สำหรับบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล WHD ไม่มีสาขาในอำเภอบ้านแพ้ว แต่ทีมงานสามารถวางแผนงานในสมุทรสาครได้ โดยยืนยันการเดินทาง พื้นที่ให้บริการ และวันนัดทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและคิวงาน

โอโซน (O3) เป็นโมเลกุลออกซิเจนที่มีอะตอมเพิ่มหนึ่งตัว มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในห้องปิด โอโซนกระจายไปทั่วทั้งอากาศและพื้นผิว รวมถึงซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง ทำลายโครงสร้างเซลล์ของไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลกลิ่น จากนั้นกลับคืนเป็นออกซิเจน (O2) จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบนี้กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูเอกสารได้ที่ หน้าเอกสารรับรอง

กฎสำคัญ: อบโอโซนในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้เท่านั้น ทุกคนต้องออกจากพื้นที่ระหว่างอบ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศแล้ว การอบโอโซนเป็นขั้นตอนหลังขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาดหรือการรักษาโรค ใครมีอาการป่วยต้องไปพบแพทย์

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ประเมิน ส่งรูปห้อง เส้นระดับน้ำ และจุดที่มีรา มาทาง LINE เพื่อประเมินจำนวนโซน
  2. เตรียมพื้นที่ ย้ายคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออก ปิดประตูหน้าต่างด้านนอก เปิดตู้และลิ้นชัก
  3. ปล่อยโอโซน เครื่องทำงานจนความเข้มข้นในห้องถึงระดับที่กำหนด
  4. ระยะสัมผัส รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  5. พักห้องและระบายอากาศ รอให้โอโซนกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้า

จังหวะเวลาที่เหมาะสำหรับบ้านแพ้ว

เพราะน้ำท่วมบ้านแพ้วมาจากฝนสะสม น้ำจากพื้นที่ตอนบน และการระบายที่ทำได้ช้า ระดับน้ำในคลองและร่องสวนอาจยังสูงอยู่อีกระยะ และยังมีคำเตือนฝนหนักช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ควรอบโอโซนเมื่อน้ำพ้นบ้านแล้ว ขนโคลนและล้างเสร็จ และผนังพื้นแห้งพอสมควร สอบถามทีมงานเพื่อเลือกวันที่เหมาะกับสภาพบ้านและพยากรณ์อากาศ

10 เหตุผลที่บ้านในบ้านแพ้วควรพิจารณาอบโอโซนหลังน้ำลด

  1. ถึงทุกซอกมุม รวมถึงหลังตู้ที่ชิดผนัง ใต้เตียง และอากาศในห้อง
  2. จัดการเชื้อหลายกลุ่มพร้อมกัน ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรอง
  3. ลดกลิ่นอับและกลิ่นบ่อเกรอะ ด้วยการสลายโมเลกุลกลิ่นแทนการกลบ
  4. ไม่มีสารตกค้าง เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เมื่อกลับเข้าหลังพักห้องแล้ว
  5. ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30 นาทีต่อโซน
  6. เหมาะกับบ้านที่ต่อเติมหลายส่วน ซึ่งมีรอยต่อและมุมอับมาก
  7. เตรียมบ้านก่อนซ่อม ฆ่าเชื้อก่อนทาสีหรือเปลี่ยนพื้น ช่วยลดโอกาสที่ราจะกลับมา
  8. ใช้ได้กับร้านค้าและสำนักงาน ไม่ใช่แค่บ้านพัก ดูรายละเอียดที่ บริการอบโอโซนที่พักอาศัย
  9. มีผลทดสอบรองรับ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ตามที่บริษัทได้รับรอง
  10. มีโปรโมชัน รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี เมื่อใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ดูที่ หน้าบริการอบโอโซน

ก่อนฟื้นฟูและอบโอโซน

  • โคลนบางเคลือบพื้นกระเบื้องทั้งบ้าน
  • ตู้ไม้ชิดผนังบวม มีราเป็นแผ่นด้านหลัง
  • ห้องนอนมีกลิ่นอับเหมือนผ้าตากไม่แห้ง
  • มุมครัวที่ต่อเติมมีจุดดำขึ้นตามผนัง
  • ผู้สูงอายุในบ้านไอและคัดจมูก
  • ไม่แน่ใจว่าจะพาพ่อแม่กลับบ้านได้เมื่อไร

หลังล้าง ทำให้แห้ง และอบโอโซน

  • โคลนถูกขนออก ของที่เปื่อยถูกทิ้ง
  • ตู้ถูกขยับออกจากผนังให้แห้งทั่วถึง
  • กลิ่นอับในห้องนอนลดลงชัดเจน
  • อากาศในบ้านโล่งขึ้น
  • เริ่มซ่อมแซมและทาสีได้อย่างมั่นใจ
  • พ่อแม่กลับมานอนบ้านได้อย่างสบายใจ

กรณีตัวอย่าง: บ้านชั้นเดียวข้างสวนยกร่องในตำบลเกษตรพัฒนา

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)

คุณแอน ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ทำงานบริษัทในจังหวัดใกล้เคียง พ่อแม่ของเธออยู่บ้านชั้นเดียวข้างสวนในตำบลเกษตรพัฒนา เมื่อน้ำลด เธอลางานสามวันกลับมาช่วยฟื้นฟูบ้าน เพราะคุณแม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องย้ายไปอยู่กับญาติชั่วคราว

วันแรก เธอเรียกช่างไฟมาตรวจระบบไฟก่อน แล้วจ้างคนในหมู่บ้านช่วยขนโคลน ยกที่นอนและเบาะที่จมน้ำไปทิ้ง ขยับตู้ทุกใบออกจากผนัง วันที่สองล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาทำความสะอาด เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมไว้ตลอดวัน เมื่อผนังเริ่มแห้ง เธอสังเกตว่าห้องนอนของคุณแม่ยังมีกลิ่นอับ และมีจุดดำเล็ก ๆ ที่มุมห้อง

คุณแอนส่งรูปมาทาง LINE ให้ทีม WHD ประเมิน ทีมงานแนะนำให้แยกเป็นสองโซน คือห้องนอนรวมทางเดิน และห้องนั่งเล่นรวมครัว และนัดหมายวันที่ถนนเข้าหมู่บ้านแห้งแล้ว ในวันนัด ไม่มีใครอยู่ในบ้าน สุนัขของบ้านถูกพาไปฝากเพื่อนบ้าน ทีมงานอบทีละโซนประมาณ 30 นาที แล้วพักห้องและเปิดระบายอากาศ

หลังจากนั้น คุณแอนเช็ดคราบราที่มุมห้องอีกครั้ง ทิ้งให้แห้งอีกสองวัน แล้วจึงทาสีใหม่ เธอบอกว่าสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจพาคุณแม่กลับบ้านได้คือการรู้ว่าบ้านผ่านทุกขั้นตอนที่ควรทำแล้ว และยังคงพาคุณแม่ไปพบแพทย์ตามนัดตามปกติ

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านในบ้านแพ้ว ก่อนและหลังอบโอโซน

หลังน้ำลด ก่อนอบโอโซน

  • ติดตามประกาศของอำเภอบ้านแพ้วและเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่
  • ให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากอนามัยระหว่างทำความสะอาด
  • ขนโคลน ทิ้งที่นอน พรม ไม้อัดที่บวม และอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ขยับตู้และเฟอร์นิเจอร์ออกจากผนังเพื่อให้แห้งทั่วถึง
  • ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • เปิดระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น
  • ส่งรูปให้ทีม WHD ประเมินทาง LINE @whd268

วันอบโอโซน

  • ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่
  • เปิดตู้และลิ้นชักในโซนที่จะอบ ปิดประตูหน้าต่างด้านนอก
  • กลับเข้าบ้านเมื่อทีมงานแจ้งว่าพ้นช่วงพักห้องแล้ว

หลังอบโอโซน

  • เปิดระบายอากาศต่ออีกระยะ
  • เฝ้าดูจุดที่เคยมีรา ถ้าชื้นกลับมาให้หาต้นเหตุ
  • ซ่อมแซมและทาสีเมื่อวัสดุแห้งสนิท
  • ถ้ามีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนหลังน้ำท่วมบ้านแพ้ว

ถาม: WHD มีสาขาที่บ้านแพ้วหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ แต่สามารถวางแผนงานในสมุทรสาครได้ โดยยืนยันการเดินทางและวันนัดทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: บ้านยังชื้นอยู่ อบเลยได้ไหม
ตอบ: ควรขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งให้มากที่สุดก่อน โอโซนเป็นขั้นตอนหลังการทำความสะอาด ไม่ได้ใช้แทน

ถาม: ผู้ป่วยติดเตียงต้องย้ายออกด้วยไหม
ตอบ: ต้องย้ายออก การอบโอโซนต้องทำในห้องที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ และกลับเข้าได้หลังพักห้องและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

ถาม: ใช้เวลานานไหม
ตอบ: รอบการทำงานโดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน จำนวนโซนขึ้นกับขนาดบ้านและห้องที่ได้รับผลกระทบ

ถาม: ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ควรทำอย่างไร
ตอบ: อาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนู ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม การอบโอโซนเป็นการฆ่าเชื้อในบ้าน ไม่ใช่การรักษา

ถาม: มีโปรโมชันไหม
ตอบ: ใช้บริการอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี

วางแผนอบโอโซนบ้านในบ้านแพ้ว สมุทรสาคร

ส่งรูปบ้าน เส้นระดับน้ำ และจุดที่มีกลิ่นหรือคราบรามาให้ทีม WHD ประเมิน เพื่อวางแผนโซนและวันนัดหลังบ้านล้างและแห้งแล้ว

ดูบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ WHD

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ตัวเลขและสถานการณ์น้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

#อบโอโซนบ้านแพ้ว #น้ำท่วมบ้านแพ้ว #น้ำท่วมหลักสาม #อบโอโซนสมุทรสาคร #น้ำท่วมสมุทรสาคร2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน

คำค้นหา: อบโอโซนบ้านแพ้ว, น้ำท่วมบ้านแพ้ว, น้ำท่วมหลักสาม, น้ำท่วมเกษตรพัฒนา, อบโอโซนสมุทรสาคร, น้ำท่วมสมุทรสาคร 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้