Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 11 จำนวนผู้เข้าชม |
คนใน ชุมชนศาลาแดงเหนือ หมู่ 2 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ใช้ชีวิตกับน้ำท่วมมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2569 บ้านจมน้ำต่อเนื่องหลายวัน ต้องใช้เรือเข้าออก และทุกครั้งที่น้ำทะเลหนุน น้ำก็ขึ้นสูงกว่าเดิม ต่อมาในวันที่ 4 ตุลาคม คันดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาพัง น้ำทะลักเข้า วัดเมตารางค์ จนวัดต้องปิดชั่วคราว เมื่อน้ำลด บ้านเรือนและอาคารในวัดจะเหลือร่องรอยไว้มากกว่าคราบโคลน คือเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับชื้นที่ซึมอยู่ในผนัง พื้น เสื่อ ผ้าม่าน และอากาศ บทความนี้อธิบายว่าน้ำท่วมแบบขึ้นลงตามน้ำทะเลหนุนทิ้งอะไรไว้ วิธีฟื้นฟูที่ถูกลำดับ และการ อบโอโซนเชียงรากน้อย ควรเข้ามาในขั้นตอนไหน
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านรายใด)
ป้าละเอียดอยู่บ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงไม่มากในชุมชนริมแม่น้ำ ทุกเช้าป้าจะเดินไปวัดใกล้บ้านเพื่อใส่บาตรและช่วยงานโรงครัว ส่วนตอนเย็นหลานๆ จะมาวิ่งเล่นที่ลานวัดหลังเลิกเรียน ชีวิตในชุมชนผูกอยู่กับแม่น้ำและวัดมาตลอด
ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าที่คิด วันแรกแค่ท่วมลานหน้าบ้าน วันต่อมาน้ำเข้ามาถึงในห้อง ป้ายกตู้เย็นขึ้นบนอิฐ ยกที่นอนขึ้นบนโต๊ะ แต่ทุกบ่ายที่น้ำทะเลหนุน น้ำก็ขึ้นมาอีกหลายเซนติเมตร ของที่คิดว่ายกสูงพอแล้วก็เปียกอีกรอบ พอตกกลางคืนน้ำลดลงเล็กน้อย ทิ้งคราบโคลนบางๆ ไว้บนผนัง วันรุ่งขึ้นก็กลับมาใหม่ วนแบบนี้อยู่หลายวัน
ข่าวที่ทำให้ป้าใจหายคือคันดินริมแม่น้ำใกล้วัดพัง น้ำเข้าท่วมวัดจนต้องปิดชั่วคราว ศาลาที่ป้าเคยนั่งฟังเทศน์มีน้ำเจิ่งนอง เสื่อ หมอนอิง และโต๊ะหมู่บูชาบางส่วนจมน้ำ ป้าห่วงทั้งบ้านตัวเองและวัดที่เป็นศูนย์รวมใจของคนในชุมชน คำถามที่ป้าคิดอยู่ทุกวันคือ เมื่อน้ำลดแล้ว บ้านกับวัดจะกลับมาสะอาดและไม่มีกลิ่นอับได้อย่างไร และผู้สูงอายุอย่างป้าจะกลับไปนั่งในศาลาได้อย่างสบายใจเมื่อไร
ข้อมูลในส่วนนี้มาจากรายงานข่าวเท่านั้น ไม่มีการเติมตัวเลขขึ้นเอง และสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศของ อบต. อำเภอสามโคก และจังหวัดปทุมธานีควบคู่ไปด้วย
ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งเผยแพร่ผ่าน Thai PBS ยังมีน้ำท่วมใน 27 จังหวัดกับกรุงเทพมหานคร รวม 154 อำเภอ ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน ประชาชน 3,262,676 คน และมีการเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4 ถึง 7 ตุลาคม ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขของตำบลเชียงรากน้อย
สิ่งที่ควรสังเกตจากข้อมูลชุดนี้ คือน้ำในชุมชนศาลาแดงเหนือ ไม่ได้ขังนิ่งแบบเดียว แต่ขึ้นลงตามจังหวะน้ำทะเลหนุน วัสดุในบ้านจึงเปียก แห้งเล็กน้อย แล้วเปียกซ้ำ วนหลายรอบ ขณะที่วัดเมตารางค์เจอน้ำทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วหลังคันดินพัง ซึ่งมักพาโคลน ขยะ และสิ่งปฏิกูลจากริมตลิ่งเข้ามาด้วย ทั้งสองแบบล้วนเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เชื้อโรคและเชื้อราเติบโตได้ดี
อำเภอสามโคกเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง ในช่วงน้ำทะเลหนุน น้ำจากอ่าวไทยจะดันน้ำเจ้าพระยาให้ระบายลงทะเลได้ช้าลง ระดับน้ำในชุมชนริมตลิ่งจึงขึ้นสูงเป็นช่วงๆ ลักษณะนี้ทำให้ปัญหาหลังน้ำลดมีรายละเอียดต่างจากน้ำท่วมขังนิ่ง
เมื่อน้ำขึ้นแล้วลด แล้วขึ้นอีก ผนังปูน ไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม่มีโอกาสแห้งจริงเลยตลอดช่วงน้ำท่วม ความชื้นจะซึมลึกเข้าไปในเนื้อวัสดุทีละน้อย และเส้นคราบน้ำบนผนังมักมีหลายเส้นซ้อนกัน แต่ละเส้นคือระดับน้ำในแต่ละรอบ บ้านลักษณะนี้จึงต้องใช้เวลาทำให้แห้งนานกว่าที่คิด
ทุกครั้งที่น้ำลดลงเล็กน้อย จะทิ้งตะกอนโคลนบางๆ ไว้บนพื้นและผนัง เมื่อน้ำกลับมาอีก ตะกอนชั้นใหม่ก็ทับลงไป สุดท้ายจะได้โคลนเป็นชั้นที่มีทั้งดิน สารอินทรีย์ และเชื้อจากสิ่งปฏิกูล ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและเชื้อรา
อาคารในวัดมักเป็นพื้นที่กว้าง มีเสื่อ พรม หมอนอิง ม่าน ตู้หนังสือสวดมนต์ และโต๊ะหมู่บูชา วัสดุเหล่านี้ดูดน้ำและกลิ่นได้ดี กุฏิหลายหลังเป็นอาคารไม้หรือครึ่งปูนครึ่งไม้ที่มีห้องเล็กและหน้าต่างน้อย เมื่อน้ำลดจึงอับชื้นง่าย ส่วนโรงครัววัดซึ่งใช้ทำอาหารเลี้ยงพระและญาติโยมจำนวนมาก ต้องได้รับการล้างและฆ่าเชื้ออย่างละเอียดก่อนกลับมาใช้
ทั้งบ้านในชุมชนและห้องน้ำของวัดซึ่งรองรับคนจำนวนมากในวันพระหรือวันงาน มักใช้บ่อเกรอะ เมื่อน้ำสูงกว่าปากบ่อ สิ่งปฏิกูลจะลอยขึ้นมาปะปนกับน้ำท่วม นี่คือที่มาของกลิ่นเหม็นแบบน้ำเสีย และเป็นเหตุผลที่ต้องถือว่าโคลนทุกจุดปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระไว้ก่อน
หลายบ้านยกของขึ้นสูงแล้ว แต่เมื่อน้ำทะเลหนุนทำให้ระดับน้ำสูงกว่าที่คาด ที่นอนและเสื้อผ้าก็เปียกอยู่ดี ที่นอนที่จมน้ำแทบทั้งหมดควรทิ้ง ส่วนผ้าที่ซักได้ควรซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก แล้วตากแดดให้แห้งสนิท
องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำตรงกันว่าให้ถือว่าน้ำท่วมและโคลนในบ้านปนเปื้อนเชื้อโรคเสมอ เชื้อที่ควรรู้จักแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม
อีโคไล (E. coli) มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ การพบในน้ำท่วมแสดงว่ามีสิ่งปฏิกูลปนอยู่ หากเข้าปากผ่านมือ อาหาร หรือภาชนะที่ปนเปื้อน อาจทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาจขาดน้ำได้เร็ว
เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย อาการที่ต้องระวังคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง และตาแดง ชาวบ้านที่พายเรือ ลุยน้ำ หรือช่วยกันทำความสะอาดวัดถือเป็นกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติสัมผัสน้ำท่วม
ซัลโมเนลลา (Salmonella) พบได้ในมูลสัตว์และอาหารที่ปนเปื้อน ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ มีไข้ ท้องเสีย อาเจียน โรงครัวในบ้านและโรงครัววัดที่ทำอาหารให้คนจำนวนมากจึงต้องล้างและฆ่าเชื้อให้ดีก่อนกลับมาทำอาหารอีกครั้ง
โนโรไวรัส (norovirus) และ โรตาไวรัส (rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ได้ง่ายผ่านน้ำ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อน โนโรไวรัสสามารถแพร่ในกลุ่มคนที่กินอาหารร่วมกันได้รวดเร็ว เช่นในงานบุญหรือโรงทาน ส่วนโรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก
ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ ไข้หวัดใหญ่ (influenza) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ได้ดีในช่วงฝนและอากาศชื้น เมื่อคนต้องอยู่รวมกันในพื้นที่แคบหรือศูนย์พักพิง เหนื่อยล้า และนอนไม่พอ ภูมิคุ้มกันจะลดลง เด็กเล็กและผู้สูงอายุจึงป่วยได้ง่าย ไวรัสกลุ่มนี้ไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่สภาพแวดล้อมที่อับชื้นและแออัดหลังน้ำท่วมทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น
CDC ระบุว่าเชื้อราเริ่มเติบโตบนวัสดุที่เปียกได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ในชุมชนที่จมน้ำหลายวันและเปียกซ้ำตามน้ำทะเลหนุน เชื้อรามีเวลาเติบโตมากกว่านั้นมาก คราบสีดำ เขียว หรือขาวบนผนัง ไม้ และเสื่อคือส่วนที่มองเห็น ส่วนที่มองไม่เห็นคือสปอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งกระตุ้นภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และทำให้ผู้ที่เป็นหอบหืดมีอาการกำเริบ ศาลาและกุฏิที่มีผ้าและเสื่อจำนวนมากจึงต้องระวังเป็นพิเศษ
กลิ่นอับมักเกิดจากสารที่เชื้อราและแบคทีเรียปล่อยออกมาขณะเติบโต ส่วนกลิ่นน้ำเสียมาจากสิ่งปฏิกูลและสารอินทรีย์ที่เน่าในโคลน กลิ่นเหล่านี้ซึมเข้าไม้ ผ้าม่าน หมอนอิง และเบาะ จึงยังอยู่แม้พื้นจะสะอาดแล้ว กลิ่นที่ไม่ยอมหายคือสัญญาณว่ายังมีความชื้นหรือแหล่งเชื้อหลงเหลืออยู่
ข้อควรจำ: หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงหลายครั้ง อาเจียน ไอมาก หรือหายใจลำบาก หลังลุยน้ำหรือหลังกลับเข้าบ้าน ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน การอบโอโซนเป็นการจัดการสภาพแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค
ด้านสุขภาพ: ช่วงหลังน้ำลดคือช่วงที่ทุกคนสัมผัสโคลนมากที่สุด ทั้งตอนตักโคลน ล้างบ้าน และช่วยกันทำความสะอาดวัด หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน โอกาสติดเชื้อทางบาดแผลและทางปากจะสูงขึ้น และการนอนในห้องที่อับชื้นหลายคืนติดกันทำให้คนเป็นภูมิแพ้และหอบหืดมีอาการแย่ลง
ด้านค่าใช้จ่าย: ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนต้องเปลี่ยนใหม่ ถ้ารีบทาสีทับผนังที่ยังไม่แห้ง หรือเก็บของที่ยังชื้นกลับเข้าตู้ เชื้อราจะกลับมาและต้องเสียเงินซ่อมซ้ำ
ด้านเวลาและรายได้: ทุกวันที่ต้องหยุดงานมาทำความสะอาดหรือพาคนในบ้านไปหาหมอคือรายได้ที่หายไป การฟื้นฟูตามลำดับที่ถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงิน
ด้านชุมชนและจิตใจ: วัดเป็นศูนย์รวมของชุมชนริมน้ำ เมื่อวัดปิดชั่วคราว กิจกรรมทางศาสนาและการพบปะของผู้สูงอายุก็หยุดลงด้วย การได้เห็นศาลาที่สะอาด แห้ง และไม่มีกลิ่นอับ เป็นสัญญาณว่าชีวิตปกติของชุมชนกำลังกลับมา
เช็ดด้วยน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว: ใช้ได้กับพื้นผิวเรียบที่ล้างโคลนออกแล้ว แต่เข้าไม่ถึงร่องไม้ ใต้เสื่อ หลังตู้ และอากาศในห้อง และห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดเพราะเกิดก๊าซอันตราย
เปิดพัดลมทิ้งไว้: ช่วยให้ผิวหน้าแห้งเร็วขึ้น แต่เนื้อวัสดุที่เปียกซ้ำหลายรอบยังชื้นต่อไปอีกนาน และพัดลมอาจทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจาย
จุดธูปหรือฉีดน้ำหอมกลบกลิ่น: กลิ่นหอมบังกลิ่นอับไว้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ
ทาสีทับผนังที่ขึ้นรา: ผนังดูสะอาดในวันแรก แต่เชื้อราข้างใต้ยังอยู่ และจะดันสีให้พองหรือขึ้นจุดดำอีกในไม่กี่สัปดาห์
ทำความสะอาดตอนน้ำยังขึ้นลงอยู่: ถ้าน้ำทะเลหนุนยังทำให้น้ำกลับเข้ามาได้อีก งานล้างและงานฆ่าเชื้อที่ทำไปจะเสียเปล่า ควรรอให้ระดับน้ำลดและคงที่ก่อน
ปัญหาร่วมคือวิธีเหล่านี้ เข้าไม่ถึงอากาศและซอกมุมของห้องทั้งห้อง ซึ่งเป็นช่องว่างที่การอบโอโซนเข้ามาช่วย หลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ครอบคลุมบ้าน คอนโด โรงแรม สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่ออกซิไดซ์ได้สูง เมื่อปล่อยเข้าไปในห้องที่ปิดสนิท จะกระจายไปทั่วอากาศและซอกมุม ทำลายโครงสร้างของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา และสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่น จากนั้นจะกลับคืนเป็นออกซิเจน (O2) ไม่มีสารเคมีตกค้าง
ตามผลทดสอบที่บริษัทได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek (สหราชอาณาจักร) ระบบโอโซนของ WHD กำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้ 99.99% ดูรายละเอียดได้ที่ เอกสารรับรอง
กฎสำคัญ: การอบโอโซนทำในพื้นที่ ว่างเปล่าที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ เท่านั้น และกลับเข้าได้หลังพ้นช่วงพักและระบายอากาศตามที่ทีมแจ้ง สำหรับอาคารในวัด ต้องให้พระสงฆ์ ญาติโยม และสุนัขหรือแมวในวัดอยู่นอกอาคารที่อบตลอดช่วงเวลานั้น และการตัดสินใจใช้บริการในพื้นที่วัดควรผ่านความเห็นชอบของเจ้าอาวาสหรือคณะกรรมการวัด
โอโซน ไม่ได้แทนการตักโคลน การล้าง และการทำให้แห้ง แต่เป็นขั้นตอนต่อจากนั้น หากต้องการฆ่าเชื้อพื้นผิวด้วยน้ำยาร่วมด้วย ดูได้ที่ บริการฆ่าเชื้อ ของ WHD
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในปทุมธานี การให้บริการในตำบลเชียงรากน้อยต้องนัดหมายล่วงหน้าทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อยืนยันวันเวลา การเดินทาง และขอบเขตงาน ทีมไม่สามารถรับปากการเดินทางถึงภายในวันเดียวกันได้ และจะนัดหมายเมื่อเส้นทางเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับการตักโคลน การล้าง และความแห้งของวัสดุก่อนอบ หากวัสดุยังเปียกหรือน้ำยังกลับเข้ามาได้ เชื้อราอาจกลับมา
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)
คุณต้อมทำงานบริษัทในเมืองปทุมธานี บ้านพ่อแม่อยู่ในชุมชนริมแม่น้ำที่สามโคก เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นเล็กน้อย ช่วงที่น้ำขึ้นลงตามน้ำทะเลหนุน เขาพาพ่อแม่ไปพักที่บ้านญาติ แล้วกลับมาดูบ้านทุกเย็น
เมื่อระดับน้ำลดและคงที่ติดต่อกันหลายวัน คุณต้อมเริ่มจากให้ช่างไฟตรวจระบบก่อนเปิดไฟ จากนั้นตักโคลนที่สะสมเป็นชั้นออก ทิ้งที่นอนและพรมที่จมน้ำ ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำผสมผงซักฟอก และเปิดหน้าต่างพร้อมพัดลมดูดอากาศหลายวัน แต่ห้องนอนของพ่อแม่และห้องพระยังมีกลิ่นอับ
เขาส่งรูปห้องกับเส้นคราบน้ำทาง LINE ให้ทีม WHD ทีมแนะนำให้แบ่งเป็นสองโซน และนัดวันหลังจากที่มั่นใจว่าน้ำจะไม่กลับเข้ามาอีก วันอบ ทุกคนออกจากบ้าน แมวถูกพาไปฝากเพื่อนบ้าน ต้นไม้ในกระถางยกออกไปข้างนอก ทีมอบโซนละประมาณ 30 นาที แล้วพักและระบายอากาศก่อนให้กลับเข้าบ้าน คุณต้อมบอกว่ากลิ่นอับในห้องนอนลดลงชัดเจน พ่อแม่กลับมาอยู่บ้านได้ และเขายังเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกวันตามคำแนะนำ
ยังไม่ควร เพราะถ้าน้ำกลับเข้ามาอีก ผลของการล้างและการอบจะหายไป ควรรอให้น้ำลดและคงที่ ล้าง และทำให้แห้งก่อน แต่ติดต่อทีมเพื่อสอบถามและส่งรูปล่วงหน้าได้
อาคารทั่วไปอย่างศาลา กุฏิ หรือโรงครัว สามารถอบได้เมื่อล้างและแห้งแล้ว โดยต้องไม่มีพระสงฆ์ ญาติโยม หรือสัตว์อยู่ในอาคารระหว่างอบ และควรได้รับความเห็นชอบจากเจ้าอาวาสหรือคณะกรรมการวัดก่อน
ไม่ใช่ โอโซนไม่ได้แทนการตักโคลน การล้าง และการทำให้แห้ง แต่เป็นขั้นตอนต่อจากนั้น เพื่อจัดการเชื้อและกลิ่นที่ยังหลงเหลือ
โดยทั่วไปประมาณ 30 นาทีต่อโซน บวกช่วงเตรียมพื้นที่และช่วงพักระบายอากาศ ทีมจะแจ้งเวลาที่กลับเข้าได้อย่างชัดเจน
ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในสามโคกนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ไม่สามารถรับประกันการเดินทางถึงภายในวันเดียวกัน
ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม โดยเฉพาะถ้ามีไข้ร่วมกับปวดน่อง การอบโอโซนไม่ใช่การรักษาโรค
งานอบโอโซนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับสเปรย์ฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ฟรี รายละเอียดเงื่อนไขสอบถามทีมงานได้โดยตรง
ส่งรูปบ้าน เส้นระดับน้ำ และจำนวนห้องที่โดนน้ำให้ทีม WHD ประเมิน เพื่อวางแผนโซนและวันที่เหมาะสมหลังน้ำลดและบ้านแห้งแล้ว
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
หมายเหตุ: ตัวเลขและระดับน้ำในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุในรายงาน ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#อบโอโซนเชียงรากน้อย #น้ำท่วมเชียงรากน้อย #อบโอโซนสามโคก #น้ำท่วมสามโคก #อบโอโซนปทุมธานี #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #บริการอบโอโซน
คำค้นหา: อบโอโซนเชียงรากน้อย, น้ำท่วมศาลาแดงเหนือ, น้ำท่วมวัดเมตารางค์, อบโอโซนสามโคก, น้ำท่วมสามโคก 2569, อบโอโซนปทุมธานี, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อรา กลิ่นอับ หลังน้ำท่วม