Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังน้ำท่วม หลายคนตั้งคำถามว่า "บ้านเรามีเชื้ออะไรบ้าง" แล้วมักได้คำตอบเป็นชื่อโรคทีละโรค วันนี้ฉี่หนู พรุ่งนี้ท้องร่วง อีกวันเป็นเชื้อรา แต่ความจริงคือ บ้านที่ถูกน้ำท่วมหนึ่งหลังมักมีเชื้อโรคหลายสายพันธุ์อยู่พร้อมกัน ทั้งแบคทีเรีย (bacteria) ที่มากับน้ำเสียและดินโคลน ไวรัส (viruses) ที่ติดอยู่บนพื้นผิวและแพร่ผ่านมือ และเชื้อรา (fungi) ที่เติบโตเงียบ ๆ บนผนังและเฟอร์นิเจอร์ที่ยังชื้น การมองเชื้อทั้งสามกลุ่มเป็นภาพเดียวกันช่วยให้เราวางแผนฟื้นฟูบ้านได้ครบ ไม่ตกหล่นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
บทความนี้เป็นภาพรวมเชิงความรู้ว่าเชื้อแต่ละกลุ่มคืออะไร เข้าบ้านทางไหน ทำให้เกิดอาการอย่างไร ใครเสี่ยงที่สุด และบริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนใด โดยใช้บ้านในย่านถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ซึ่งน้ำยังท่วมขังต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 เป็นตัวอย่าง
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้ารายบุคคล)
คุณนกอาศัยอยู่ในทาวน์เฮาส์สองชั้นในซอยแห่งหนึ่งแถวถนนฉลองกรุง บ้านนี้มีสามรุ่นอยู่ด้วยกัน คุณแม่วัยเจ็ดสิบกว่าที่เป็นเบาหวาน คุณนกกับสามีที่ทำงานในโรงงานย่านนิคมอุตสาหกรรม และลูกสาววัยสามขวบที่เพิ่งเข้าเนอสเซอรี่ เมื่อฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน น้ำค่อย ๆ ขึ้นมาจนถึงหน้าบ้าน และเข้ามาท่วมชั้นล่างอยู่หลายวัน ทั้งครอบครัวต้องย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบน ลงมาเฉพาะเวลาจำเป็น
ช่วงที่น้ำขัง คุณนกสังเกตเห็นหลายอย่างพร้อมกัน ห้องน้ำชั้นล่างมีกลิ่นเหมือนท่อย้อน สามีที่ลุยน้ำออกไปทำงานทุกวันเริ่มคันง่ามเท้า ลูกสาวท้องเสียหนึ่งวันหลังจากเล่นของเล่นที่ตกลงไปในน้ำ และผนังห้องนั่งเล่นเริ่มมีจุดสีเขียวเทาเกิดขึ้นตรงแนวที่น้ำเคยแตะ คุณแม่เองก็ไอมากขึ้นเมื่อลงมาชั้นล่าง
สิ่งที่คุณนกเห็นไม่ใช่ปัญหาแยกกันห้าเรื่อง แต่เป็นภาพของเชื้อโรคสามกลุ่มที่อยู่ในบ้านหลังเดียว ทั้งแบคทีเรียจากน้ำเสีย ไวรัสที่ติดมากับของเล่น เชื้อราที่ผิวหนังและบนผนัง ซึ่งเป็นภาพที่พบได้บ่อยมากในบ้านหลังน้ำท่วม การรักษาอาการของแต่ละคนเป็นหน้าที่ของแพทย์ ส่วนการทำให้บ้านกลับมาปลอดภัยต้องอาศัยแผนที่มองเชื้อทุกกลุ่มไปพร้อมกัน
ตามพาดหัวข่าวของไทยรัฐ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครอัปเดตจุดน้ำท่วมบนถนนสายหลัก โดยถนนฉลองกรุงยังมีน้ำสูง 15 ถึง 25 เซนติเมตร ก่อนหน้านั้น วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย และตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 2 ตุลาคม 2569 กรุงเทพฯ มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน
ข้อมูลนี้บอกเราว่า สำหรับคนในย่านฉลองกรุง น้ำไม่ได้มาแล้วไปภายในวันเดียว แต่ค้างอยู่ต่อเนื่องหลายวัน น้ำที่ขังนานมีผลโดยตรงต่อเชื้อโรค เพราะยิ่งน้ำนิ่งนาน ตะกอนที่มีเชื้อยิ่งตกตะกอนบนพื้นผิว วัสดุยิ่งดูดซับน้ำลึก และเชื้อรายิ่งมีเวลาตั้งตัว ย่านนี้ยังมีลักษณะผสมผสาน ทั้งบ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ หอพักและอพาร์ตเมนต์ของคนทำงานและนักศึกษา ร้านอาหารตามสั่ง และสถานประกอบการ เชื้อหลายกลุ่มจึงมีโอกาสพบได้ในอาคารหลายประเภท
เมื่อน้ำเริ่มลดลงจริง สิ่งที่ควรทำคือเตรียมแผนให้พร้อม ไม่ต้องรอให้กลิ่นหรือเชื้อราปรากฏเสียก่อนแล้วจึงค่อยแก้ปัญหา
แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีอยู่ทุกที่ ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่น้ำท่วมนำแบคทีเรียก่อโรคจากน้ำเสีย บ่อเกรอะ มูลสัตว์ และดินมารวมไว้ในบ้าน กลุ่มที่ควรรู้จักมีดังนี้
อีโคไล (Escherichia coli) ส่วนใหญ่อยู่ในลำไส้อย่างไม่เป็นพิษภัย แต่บางสายพันธุ์ทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง และบางรายถ่ายเป็นเลือด ซัลโมเนลลา (Salmonella) ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ มีไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง ชิเกลลา (Shigella) ทำให้เกิดบิด ถ่ายมีมูกเลือด ทั้งสามชนิดแพร่ผ่านเส้นทาง "อุจจาระสู่ปาก" คือ มือที่ปนเปื้อน อาหารที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และภาชนะที่จมน้ำ
เชื้อนี้มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก เมื่อลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนที่ปนเปื้อน อาการที่ควรระวังคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องโรคฉี่หนูทุกครั้งที่มีน้ำท่วม หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ
เอนเทอโรค็อกคัส (Enterococcus) ใช้เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระในน้ำ ส่วนสแตฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus) และสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) ที่อยู่บนผิวหนังอาจทำให้แผลจากการลุยน้ำหรือการขนของติดเชื้อ บวมแดง มีหนอง นอกจากนี้ในดินและน้ำของประเทศไทยยังมีเชื้อ Burkholderia pseudomallei ต้นเหตุโรคเมลิออยโดสิส ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป จึงควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสดินโคลน
ใครเสี่ยงจากแบคทีเรีย: เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไต ผู้ที่มีแผลหรือใส่สายสวน และผู้ที่ทำความสะอาดโดยไม่ป้องกันตัว
ไวรัสเล็กกว่าแบคทีเรียมาก และเพิ่มจำนวนเองนอกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่หลายชนิดอยู่บนพื้นผิวได้นานพอที่จะติดมือคนต่อไป หลังน้ำท่วม ไวรัสที่ควรรู้จักแบ่งได้เป็นสองแบบ
โนโรไวรัส (norovirus) ทำให้อาเจียนและท้องเสียเฉียบพลัน ติดต่อง่ายมาก ใช้ปริมาณเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ โรตาไวรัส (rotavirus) เป็นสาเหตุสำคัญของท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก ทำให้ขาดน้ำได้เร็ว ไวรัสตับอักเสบเอ (hepatitis A virus) ทำให้มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และตัวเหลืองตาเหลือง ทั้งหมดแพร่ผ่านน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ รวมถึงพื้นผิวที่มือสัมผัส
ช่วงน้ำท่วม คนจำนวนมากต้องอยู่ร่วมกันในพื้นที่จำกัด ทั้งชั้นบนของบ้าน บ้านญาติ หรือศูนย์พักพิง ไวรัสมือเท้าปาก มักระบาดในเด็กเล็ก ทำให้มีไข้ แผลในปาก ผื่นที่มือและเท้า RSV ทำให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีอาการทางเดินหายใจ บางรายหอบเหนื่อย ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 แพร่ได้ง่ายเมื่อคนอยู่ใกล้ชิด ไวรัสกลุ่มนี้ไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง แต่สภาพการอยู่อาศัยช่วงน้ำท่วมเอื้อให้ระบาด และสามารถติดอยู่บนของเล่น ลูกบิด รีโมต และโต๊ะได้
ใครเสี่ยงจากไวรัส: เด็กเล็กที่ยังล้างมือเองไม่เป็น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากเด็กมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมกินน้ำ ปัสสาวะน้อย หรือหายใจหอบ ต้องพาไปพบแพทย์ทันที
เชื้อราต่างจากแบคทีเรียและไวรัสตรงที่มันไม่จำเป็นต้องมากับน้ำท่วม เพราะสปอร์ของเชื้อรามีอยู่ในอากาศทั่วไปอยู่แล้ว สิ่งที่น้ำท่วมให้คือ "ความชื้น" ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เชื้อราต้องการเพื่อเติบโต องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสที่เชื้อราจะขึ้น
ราที่พบบ่อยบนผนัง ฝ้า วอลเปเปอร์ ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ได้แก่ Aspergillus, Penicillium, Cladosporium และในวัสดุที่ชื้นนาน เช่น แผ่นยิปซัมหรือกระดาษ อาจพบ Stachybotrys ซึ่งมักเป็นสีดำอมเขียว การสูดสปอร์ราอาจทำให้คัดจมูก ไอ ระคายเคืองตาและคอ กระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด ส่วนผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด อาจเสี่ยงติดเชื้อราในปอดซึ่งเป็นภาวะรุนแรง
เท้าที่แช่น้ำหรือใส่รองเท้าเปียกนาน ๆ ทำให้ผิวหนังเปื่อย เชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (dermatophytes) จึงทำให้เกิดโรคน้ำกัดเท้าและฮ่องกงฟุต คันง่ามนิ้ว ผิวลอก ส่วนยีสต์ Candida อาจทำให้เกิดผื่นตามซอกพับที่อับชื้น การดูแลคือล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว และหากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีแผลติดเชื้อ ควรพบแพทย์
ใครเสี่ยงจากเชื้อรา: ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอดเรื้อรัง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
| เชื้อ | กลุ่ม | จุดที่พบบ่อย | ระบุชื่อในหน้า WHD หรือไม่ |
|---|---|---|---|
| อีโคไล ชิเกลลา | แบคทีเรีย | ห้องน้ำ ครัว พื้นที่จมน้ำ | ไม่ระบุชื่อ อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย |
| ซัลโมเนลลา | แบคทีเรีย | ครัว ภาชนะ เขียง | ระบุชื่อ |
| เลปโตสไปรา (ฉี่หนู) | แบคทีเรีย | พื้นชั้นล่าง โรงรถ ดินโคลน | ไม่ระบุชื่อ อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย |
| โนโรไวรัส | ไวรัส | ห้องน้ำ ลูกบิด ของเล่น | ระบุชื่อ |
| โรตาไวรัส ตับอักเสบเอ | ไวรัส | ครัว ห้องน้ำ ของใช้เด็ก | ไม่ระบุชื่อ อยู่ในกลุ่มไวรัส |
| มือเท้าปาก RSV ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 | ไวรัส | ห้องนอน มุมเด็กเล่น จุดสัมผัสบ่อย | ระบุชื่อ |
| ราในบ้าน เช่น แอสเปอร์จิลลัส | เชื้อรา | ผนัง ฝ้า ตู้ไม้ ที่นอน | ระบุกลุ่มเชื้อรา ไม่ระบุชนิด |
ตารางนี้ช่วยให้เห็นว่า บริการพ่นฆ่าเชื้อจะมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อมองบ้านทั้งหลังเป็นพื้นที่ที่มีเชื้อหลายกลุ่ม ไม่ใช่มุ่งไปที่เชื้อตัวเดียว
สุขภาพทั้งครอบครัว เมื่อเชื้อหลายกลุ่มอยู่พร้อมกัน สมาชิกแต่ละคนอาจป่วยคนละแบบ เด็กท้องเสีย ผู้ใหญ่คันเท้า ผู้สูงอายุไอ ทำให้ครอบครัวต้องดูแลหลายปัญหาพร้อมกัน และคนที่ป่วยอยู่แล้วก็ฟื้นตัวช้าลง
ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ค่าหมอ ค่ายา ค่าเดินทาง และค่าซ่อมแซมที่ต้องทำซ้ำเพราะเชื้อรากลับมา เมื่อรวมกันแล้วมักสูงกว่าการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบตั้งแต่ครั้งแรก
เวลาที่หายไป คนทำงานโรงงานและพนักงานบริษัทในย่านลาดกระบังต้องลางานไปดูแลลูกหรือพ่อแม่ที่ป่วย ทั้งที่ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่งานกองอยู่มาก
ธุรกิจและหอพัก เจ้าของหอพักและอพาร์ตเมนต์ต้องการให้ผู้เช่ากลับมาอยู่ได้อย่างมั่นใจ ร้านอาหารต้องการให้ลูกค้ากลับมา ปัญหากลิ่นอับหรือคราบราเพียงจุดเดียวอาจทำให้ผู้เช่าย้ายออก
ความเครียด การไม่รู้ว่าบ้านปลอดภัยแล้วหรือยัง ทำให้หลายครอบครัวกังวลต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
แก้แค่กลิ่น กลิ่นอับมักมาจากเชื้อราและแบคทีเรีย การใช้น้ำหอมหรือเปิดพัดลมช่วยได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการต้นเหตุ
เช็ดเฉพาะครัว หลายบ้านใส่ใจครัวเพราะเกี่ยวกับอาหาร แต่ลืมว่าลูกบิดประตู ราวบันได และของเล่นเด็กเป็นทางผ่านของไวรัสเช่นกัน
ขูดราแล้วทาสีทับ หากวัสดุยังชื้น ราจะกลับมาใต้ชั้นสีภายในไม่กี่สัปดาห์
ใช้น้ำยาฟอกขาวกับทุกอย่าง น้ำยาฟอกขาวที่เจือจางถูกต้องมีประโยชน์กับพื้นผิวแข็งบางชนิด แต่ไม่เหมาะกับทุกวัสดุ และห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาชนิดอื่น ตามคำเตือนของ CDC
คิดว่าพ่นยากันยุงแล้วจบ ยุงลายและยุงรำคาญที่เพิ่มขึ้นหลังน้ำท่วมเป็นอีกปัญหาหนึ่ง การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวไม่ได้ใช้แทนการกำจัดแหล่งน้ำขังเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ต้องคว่ำภาชนะและเทน้ำขังทิ้งควบคู่กันไป
องค์การอนามัยโลก CDC และกรมควบคุมโรคให้หลักการตรงกันว่า ต้องทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ ลำดับต่อไปนี้ออกแบบให้ครอบคลุมทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ดำเนินการโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ตามข้อมูลบริการ มีทั้งการพ่นและการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่ช่วยกระจายน้ำยาให้เข้าถึงพื้นผิวในซอกมุมได้ทั่วถึง
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มี Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride เป็นส่วนประกอบ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ CHEMGENE ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อโควิด-19 ภายใน 1 นาที หน้าบริการยังระบุการรับรองและมาตรฐาน ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476:2013+A2:2019 รวมถึงกลุ่มลูกค้า เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ เชื้อที่หน้าเว็บ WHD ระบุชื่อไว้ ได้แก่ SARS-CoV-2 (โควิด-19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, ไวรัสมือเท้าปาก, vaccinia virus, ไมโคแบคทีเรีย, ซัลโมเนลลา, เชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียทั่วไปและเชื้อรา ส่วนเชื้ออื่นในบทความนี้ เช่น อีโคไล เลปโตสไปรา ชิเกลลา โรตาไวรัส ไวรัสตับอักเสบเอ แอสเปอร์จิลลัส หรือแคนดิดา ไม่ได้ถูกระบุชื่อ เราจึงไม่กล่าวอ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านั้น เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้
สำคัญ: เราไม่ใช้ตัวเลขจำนวนสายพันธุ์ใด ๆ ในการกล่าวอ้าง เพราะทั้งหน้าบริการและหน้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุตัวเลขดังกล่าว คำที่ถูกต้องคือ "ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์" สำหรับเชื้อราที่ฝังลึกในวัสดุพรุน การพ่นช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิว แต่ต้องแก้ความชื้นและเปลี่ยนวัสดุที่เสียหายควบคู่ด้วย หากกลิ่นอับยังคงค้าง อาจพิจารณาบริการอบโอโซนเสริม
เราไม่กล่าวว่าไม่มีสารตกค้าง สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก ให้สอบถามช่างเรื่องการเช็ดหรือล้างซ้ำ
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อย)
คุณเอกเป็นเจ้าของหอพักสี่ชั้นใกล้ถนนฉลองกรุง ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงานและนักศึกษา น้ำท่วมชั้นล่างซึ่งเป็นล็อบบี้ ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ ที่จอดมอเตอร์ไซค์ และห้องพักสี่ห้อง ผู้เช่าชั้นบนยังต้องเดินผ่านชั้นล่างทุกวัน ทำให้โคลนและเชื้อถูกพาขึ้นบันไดและลิฟต์ไปเรื่อย ๆ
เมื่อน้ำลด คุณเอกแบ่งงานเป็นสามส่วนตามกลุ่มเชื้อ ส่วนแรกคือแบคทีเรียจากน้ำเสีย จึงล้างล็อบบี้ ห้องซักผ้า และห้องพักชั้นล่างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก ส่วนที่สองคือเชื้อรา จึงรื้อพรมและที่นอนในห้องที่จมน้ำทิ้ง เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมเป่าให้แห้งหลายวัน ส่วนที่สามคือไวรัสที่แพร่ผ่านมือ จึงเน้นปุ่มลิฟต์ ราวบันได ประตูทางเข้า และเครื่องซักผ้า จากนั้นจึงนัดทีม WHD มาพ่นฆ่าเชื้อทั้งชั้นล่าง บันได และจุดสัมผัสบ่อยทุกชั้น โดยแจ้งผู้เช่าล่วงหน้าให้ออกจากโซนที่พ่นในช่วงเวลานั้น
หลังจากนั้นคุณเอกวางขวดสเปรย์ไว้ที่ล็อบบี้ และติดป้ายแนะนำให้ผู้เช่าล้างมือ พร้อมแจ้งว่าหากใครมีไข้หลังลุยน้ำให้ไปพบแพทย์ ผู้เช่าส่วนใหญ่กลับเข้าพักได้ตามปกติ และรู้สึกว่าเจ้าของหอใส่ใจเรื่องสุขภาพจริง
ถาม: บริการพ่นฆ่าเชื้อกำจัดเชื้อได้กี่สายพันธุ์
ตอบ: ทั้งหน้าบริการและหน้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุจำนวนสายพันธุ์ คำที่ใช้คือ "ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์" ครอบคลุมกลุ่มไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา พร้อมรายชื่อเชื้อบางชนิดที่ระบุไว้ หากต้องการข้อมูลเชื้อเฉพาะชนิด สามารถสอบถาม WHD ได้
ถาม: ต้องรู้ไหมว่าบ้านมีเชื้ออะไรก่อนพ่น
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกชนิด แนวทางของ WHO และ CDC คือถือว่าพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมปนเปื้อน ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อ แต่ถ้ามีผู้ป่วยในบ้าน ให้แจ้งช่างเพื่อวางแผนให้เหมาะสม
ถาม: พ่นแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาใช่ไหม
ตอบ: การพ่นช่วยฆ่าเชื้อบนพื้นผิว แต่ถ้าวัสดุยังชื้นหรือมีรอยรั่ว ราก็กลับมาได้ ต้องแก้ความชื้นควบคู่ไปด้วย
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อช่วยป้องกันไข้เลือดออกได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ไข้เลือดออกมาจากยุงลาย ต้องกำจัดแหล่งน้ำขังและป้องกันยุงกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่แยกจากการฆ่าเชื้อบนพื้นผิว
ถาม: ห้องชั้นบนที่น้ำไม่ท่วมต้องพ่นด้วยไหม
ตอบ: ควรพิจารณาจุดสัมผัสบ่อย เช่น ราวบันได ลูกบิด และห้องที่คนในบ้านใช้ร่วมกันช่วงน้ำท่วม เพราะเชื้อติดมากับมือและรองเท้า
ถาม: คนในบ้านต้องออกไปนานแค่ไหน
ตอบ: ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งเป็นหลัก
ถาม: ติดต่อ WHD ได้อย่างไร
ตอบ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
เมื่อน้ำลดและล้างบ้านเสร็จ ให้ทีม WHD ปิดท้ายด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ที่ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#เชื้อโรคหลายสายพันธุ์ #แบคทีเรียไวรัสเชื้อรา #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมลาดกระบัง #ถนนฉลองกรุง
คำค้นหา: เชื้อโรคหลายสายพันธุ์หลังน้ำลด, แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์, พ่นฆ่าเชื้อลาดกระบัง, น้ำท่วมถนนฉลองกรุง 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H