Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 0 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังน้ำลด 2569 ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สิ่งที่หลายครอบครัวกังวลไม่ได้มีแค่โคลนและข้าวของที่เสียหาย แต่ยังมีเชื้อโรคทางเดินหายใจที่แพร่ได้ง่ายเมื่อคนจำนวนมากต้องอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะ โควิด-19 (SARS-CoV-2) และ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่น เช่น HCoV-229E ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของไข้หวัดธรรมดา บทความนี้จะอธิบายว่าเชื้อกลุ่มนี้คืออะไร ทำไมที่แออัดอย่างศูนย์พักพิง วัด โรงเรียน หรือบ้านญาติที่ต้องรับคนมาอยู่รวมกันจึงเสี่ยงกว่าปกติ จุดไหนในอาคารที่มือคนสัมผัสบ่อยที่สุด และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ควรอยู่ตรงไหนในลำดับการฟื้นฟู เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง
(กรณีตัวอย่าง ตัวละครและเหตุการณ์ในส่วนนี้เป็นการเล่าเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่บุคคลจริง)
ป้าเล็กอาศัยอยู่ในบ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำบางปะกง ปลายเดือนกันยายน 2569 น้ำขึ้นเร็วกว่าทุกปีที่แกจำได้ ชั้นล่างจมภายในคืนเดียว ลูกชายจึงพาป้าเล็ก หลานวัยห้าขวบ และตายายที่อายุเกินแปดสิบ ไปพักรวมกับเพื่อนบ้านอีกหลายสิบครอบครัวในอาคารเรียนของโรงเรียนประจำตำบลที่อยู่บนที่สูง
ช่วงแรกทุกคนยังพอทนได้ เสื่อปูเรียงชิดกันจนแทบไม่มีทางเดิน ห้องน้ำมีไม่กี่ห้องแต่ต้องใช้ร่วมกันทั้งอาคาร หน้าต่างบางบานต้องปิดไว้เพราะฝนสาดและยุงเยอะ พัดลมตัวเดียวหมุนวนอากาศเดิมไปมา ตกกลางคืนเสียงไอดังมาจากหลายมุม ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ หลานของป้าเล็กเริ่มมีไข้ต่ำ คัดจมูก เจ็บคอ ตามมาด้วยอาการไอแห้งไม่หยุด ไม่กี่วันต่อมาคนในห้องเดียวกันก็เริ่มป่วยแบบเดียวกันอีกหลายคน
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เข้ามาตรวจแนะนำให้คนที่มีอาการตรวจหาเชื้อ ใส่หน้ากากอนามัย แยกพื้นที่นอนของผู้ป่วยออกไปอีกมุม และเปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่านมากที่สุด เมื่อน้ำลดและครอบครัวทยอยกลับบ้าน คำถามที่ป้าเล็กถามลูกชายคือ "บ้านเราจะปลอดภัยไหม ตายายจะติดอะไรกลับไปหรือเปล่า แล้วโรงเรียนที่หลานต้องกลับไปเรียนล่ะ"
คำถามของป้าเล็กคือคำถามเดียวกับที่ผู้ดูแลอาคาร ครู เจ้าอาวาส ผู้นำชุมชน และเจ้าของบ้านจำนวนมากถามในช่วงนี้ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไวรัสทางเดินหายใจแพร่จากคนสู่คนผ่านอากาศเป็นหลัก การพ่นฆ่าเชื้อจึงไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ถูกจับบ่อย และช่วยให้การคืนพื้นที่อาคารให้ผู้ใช้งานเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งเราจะอธิบายทีละขั้นในบทความนี้
ตามรายงานข่าวของไทยพีบีเอส จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครบทั้ง 11 อำเภอ เนื่องจากแม่น้ำบางปะกงระบายน้ำลงสู่ทะเลไม่ทัน ประกอบกับมวลน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลที่ไหลลงมาสมทบ ถนนหมายเลข 3121 ช่วงบางคล้าถึงแปลงยาวไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำได้รับความเสียหายมาก ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 47,959 ครัวเรือน
เมื่อตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบสูงระดับนี้ สิ่งที่ตามมาโดยธรรมชาติคือการที่ผู้คนต้องย้ายไปอยู่รวมกันในที่ปลอดภัยกว่า ไม่ว่าจะเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ศาลาวัด อาคารเรียน บ้านญาติ หรือแม้แต่ชั้นสองของบ้านเพื่อนบ้านที่รับกันไว้หลายครอบครัว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีกประเภทที่มักถูกมองข้าม คือจุดที่คนมารวมตัวชั่วคราว เช่น จุดแจกถุงยังชีพ โรงครัวอาสา และเต็นท์ปฐมพยาบาล ซึ่งล้วนเป็นที่ที่คนจำนวนมากหายใจในอากาศเดียวกันและจับสิ่งของชิ้นเดียวกัน
ความแออัดคือเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ทำให้ไวรัสทางเดินหายใจแพร่ได้เร็ว บทความนี้จึงเน้นที่เชื้อในตระกูลโคโรนา ซึ่งเป็นกลุ่มที่คนไทยรู้จักดีหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และยังคงหมุนเวียนอยู่ในชุมชนจนถึงทุกวันนี้
ไวรัสโคโรนา (Coronaviruses) เป็นไวรัสกลุ่มใหญ่ที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ และมีเปลือกหุ้มชั้นนอกที่เป็นไขมัน (enveloped virus) บนผิวของเปลือกมีโปรตีนหนาม (spike protein) ยื่นออกมาคล้ายมงกุฎ จึงเป็นที่มาของชื่อ "โคโรนา" ไวรัสในตระกูลนี้ที่ทำให้คนป่วยได้มีหลายชนิด บางชนิดก่อโรคไม่รุนแรง บางชนิดก่อโรครุนแรงกว่า
SARS-CoV-2 คือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นการระบาดใหญ่ในปี 2563 แม้สถานการณ์ทั่วโลกจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ไวรัสยังคงกลายพันธุ์และมีสายพันธุ์ย่อยใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะ ทำให้ยังมีการติดเชื้อหมุนเวียนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงที่คนรวมตัวกันมาก อาการมีตั้งแต่ไม่มีอาการเลย ไปจนถึงไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย การรับรู้กลิ่นหรือรสเปลี่ยนไป และในบางรายอาจมีอาการหอบเหนื่อยหรือปอดอักเสบ
Human Coronavirus 229E (HCoV-229E) เป็นหนึ่งในไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคในคนมาอย่างยาวนาน ก่อนจะมีโควิด-19 เสียอีก ร่วมกับ HCoV-OC43, HCoV-NL63 และ HCoV-HKU1 ไวรัสกลุ่มนี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคหวัดธรรมดา ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงมักมีอาการเพียงคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ไวรัสเหล่านี้อาจทำให้เกิดหลอดลมอักเสบหรือทางเดินหายใจส่วนล่างอักเสบได้ ในที่แออัด หวัดที่ดูธรรมดาสำหรับคนหนึ่ง อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับอีกคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ
ข่าวดีคือ ไวรัสที่มีเปลือกไขมันหุ้มอย่างโคโรนา ถือว่าเป็นกลุ่มที่ถูกทำลายได้ค่อนข้างง่ายด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ และสารฆ่าเชื้อมาตรฐานส่วนใหญ่ เมื่อเปลือกไขมันถูกทำลาย ไวรัสก็ไม่สามารถเข้าสู่เซลล์ได้ นี่เป็นเหตุผลที่การล้างมือด้วยสบู่และการเช็ดหรือพ่นสารฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานบนพื้นผิว ให้ผลดีกับเชื้อกลุ่มนี้ เมื่อทำอย่างถูกวิธีและให้สารสัมผัสพื้นผิวนานพอตามที่ผู้ผลิตกำหนด
ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ไวรัสโคโรนาไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรงในลักษณะเดียวกับแบคทีเรียจากน้ำเสีย เส้นทางการแพร่หลักของ SARS-CoV-2 และ HCoV-229E คือจากคนสู่คน ผ่านละอองฝอยและละอองลอยขนาดเล็กที่ออกมาเวลาไอ จาม พูด ร้องเพลง หรือหายใจ โดยเฉพาะในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท ส่วนการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำมือมาจับตา จมูก ปาก ถือเป็นเส้นทางรองที่เป็นไปได้ หน่วยงานสาธารณสุขระดับสากลจึงเน้นทั้งการระบายอากาศ การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการหรืออยู่ในที่แออัด และการทำความสะอาดพื้นผิวที่ถูกจับบ่อย ไปพร้อมกัน
น้ำท่วมสร้างเงื่อนไขที่ส่งเสริมการแพร่เชื้อทางเดินหายใจหลายอย่างพร้อมกัน ดังนี้
เมื่อน้ำลดและคนทยอยกลับบ้าน วงจรก็ไม่ได้จบทันที คนที่ติดเชื้อจากศูนย์พักพิงอาจนำเชื้อกลับไปยังบ้าน และศูนย์พักพิงซึ่งมักเป็นโรงเรียน วัด หรืออาคารชุมชน ก็ต้องเตรียมคืนพื้นที่ให้นักเรียน พระสงฆ์ และผู้ใช้งานตามปกติ ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เองที่การทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบมีความหมายมากที่สุด
ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนนอกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตได้ แต่สามารถอยู่บนพื้นผิวได้ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งขึ้นกับชนิดของพื้นผิว อุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณเชื้อที่ตกลงมา ในทางปฏิบัติ จุดที่ควรให้ความสำคัญคือพื้นผิวที่ถูกจับบ่อยโดยคนหลายคน (high-touch surfaces) ไม่ใช่การพ่นทุกตารางนิ้วแบบไร้ทิศทาง
สิ่งที่ต้องจำไว้คือ น้ำท่วมยังทิ้งเชื้อกลุ่มอื่นไว้ในบ้านด้วย เช่น แบคทีเรียจากน้ำเสีย และเชื้อราที่ขึ้นตามผนังชื้น ดังนั้นการทำความสะอาดหลังน้ำลดควรมองภาพรวม ไม่ใช่โฟกัสแค่ไวรัสทางเดินหายใจอย่างเดียว
อาการของการติดเชื้อโควิด-19 และไวรัสโคโรนาตามฤดูกาลอย่าง HCoV-229E คล้ายกันมากในช่วงแรก จนแยกด้วยตาเปล่าไม่ได้ อาการที่พบบ่อยได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย บางคนมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ส่วนการรับรู้กลิ่นหรือรสเปลี่ยนไปพบได้ในผู้ติดเชื้อโควิด-19 บางราย การตรวจด้วยชุดตรวจหาเชื้อหรือการตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์จึงเป็นวิธีที่ช่วยแยกได้ชัดเจนกว่า
สำหรับเรื่องวัคซีน ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ ซึ่งจะแนะนำตามแนวทางของกรมควบคุมโรคและสถานะสุขภาพของแต่ละคน
เมื่อไวรัสทางเดินหายใจระบาดในชุมชนที่เพิ่งผ่านน้ำท่วม ผลกระทบซ้อนทับกันหลายชั้น
การป้องกันอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรกที่คืนพื้นที่ จึงคุ้มค่ากว่าการตามแก้ปัญหาทีหลังเสมอ
หลายคนตั้งใจดีและลงแรงทำความสะอาดอย่างหนัก แต่ผลที่ได้อาจไม่ตรงกับที่หวัง เพราะเหตุผลเหล่านี้
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก เราต้องบอกตรง ๆ ว่าการพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวไม่สามารถแทนการระบายอากาศ การสวมหน้ากาก การแยกผู้ป่วย และการล้างมือได้ แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพรวมการป้องกันครบขึ้น
World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) เพื่อให้สารฆ่าเชื้อกระจายไปถึงพื้นผิวและซอกมุมที่เช็ดด้วยมือได้ยาก ตามข้อมูลบริการ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ซึ่งเป็นสารในกลุ่มควอเทอร์นารีแอมโมเนียม
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ WHD รายชื่อเชื้อที่ระบุว่าครอบคลุม ได้แก่ SARS-CoV-2 (โควิด-19) และ Human Coronavirus 229E โดยตรง รวมถึง RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไข้หวัดนก H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก นอโรไวรัส และเชื้อกลุ่มอื่นอีกหลายชนิด หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าทำลายเชื้อโควิด-19 ได้ 99.85% ภายใน 1 นาที นอกจากนี้หน้าบริการยังอ้างอิงการรับรองหรือการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับการทดสอบฤทธิ์ฆ่าไวรัสของสารเคมี
เราใช้คำว่า "ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์/บริการ" เพราะตัวเลขเหล่านี้มาจากผลทดสอบในสภาวะที่กำหนด ผลในสถานที่จริงขึ้นกับความสะอาดของพื้นผิวก่อนพ่น ปริมาณสารที่ถึงพื้นผิว และเวลาสัมผัส WHD ใช้คำว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ (broad-spectrum) โดยไม่ได้ระบุจำนวนสายพันธุ์ที่แน่นอน หากองค์กรของคุณต้องการเอกสารผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถขอดูได้ก่อนตัดสินใจ
WHD ระบุว่าให้บริการโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย จึงคุ้นเคยกับพื้นที่ที่มีคนใช้งานจำนวนมาก ซึ่งตรงกับลักษณะของศูนย์พักพิงที่กำลังจะกลับไปเป็นโรงเรียนหรือวัดอีกครั้ง
(กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)
ครูสมใจเป็นครูผู้รับผิดชอบงานอาคารสถานที่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในฉะเชิงเทรา ช่วงน้ำท่วม โรงเรียนเปิดอาคารสองหลังให้ชาวบ้านพักอาศัย เมื่อชาวบ้านกลับบ้านหมดแล้ว ครูสมใจต้องเตรียมโรงเรียนให้พร้อมเปิดเรียนภายในไม่กี่วัน ขณะที่มีข่าวว่ามีคนในศูนย์พักพิงป่วยเป็นไข้หวัดและบางรายตรวจพบโควิด-19
ครูสมใจวางแผนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นสามขั้น ขั้นแรก ระดมอาสาสมัครขนเสื่อ ที่นอน และขยะออก ซักผ้าม่าน และล้างพื้นด้วยน้ำผสมผงซักฟอก ขั้นที่สอง เปิดหน้าต่างทุกบานและให้อาคารแห้ง ขั้นที่สาม ติดต่อ WHD ให้ส่งทีมช่างมาพ่นฆ่าเชื้อทั้งสองอาคาร โรงอาหาร และห้องน้ำทั้งหมด โดยในวันที่พ่นไม่มีครูหรือนักเรียนอยู่ในอาคาร และกลับเข้าใช้ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
หลังเปิดเรียน โรงเรียนตั้งจุดล้างมือหน้าอาคาร ขอให้นักเรียนที่มีไข้หรือไอพักอยู่บ้านและไปพบแพทย์ และให้ภารโรงเช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวันด้วยสเปรย์ที่ได้รับมา ครูสมใจบอกผู้ปกครองในกลุ่มไลน์ว่าโรงเรียนทำอะไรไปแล้วบ้างทีละข้อ ความกังวลของผู้ปกครองลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพราะโรงเรียนสัญญาว่าจะไม่มีใครป่วยเลย แต่เพราะทุกคนเห็นว่ามีแผนและมีการลงมือทำจริง
เพื่อความครบถ้วน ต่อไปนี้คือมาตรการพื้นฐานที่ WHO และกรมควบคุมโรคแนะนำสำหรับป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งยิ่งสำคัญในที่แออัด
การพ่นฆ่าเชื้อเติมเต็มในส่วนของพื้นผิว ส่วนมาตรการข้างต้นจัดการกับเส้นทางการแพร่เชื้อทางอากาศและจากคนสู่คน เมื่อทำทั้งสองด้านพร้อมกัน ความเสี่ยงโดยรวมจะลดลงได้มากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อลดเชื้อบนพื้นผิว ณ เวลาที่พ่น แต่โควิด-19 แพร่ผ่านอากาศจากคนสู่คนเป็นหลัก จึงต้องทำควบคู่กับการระบายอากาศ การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการ การแยกผู้ป่วย และการล้างมือ
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ SARS-CoV-2 และ Human Coronavirus 229E อยู่ในรายชื่อเชื้อที่ระบุว่าครอบคลุม หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ภายใน 1 นาทีสำหรับโควิด-19 และหน้าบริการระบุ 99.99% หากต้องการรายละเอียดผลทดสอบ สามารถขอเอกสารจาก WHD ได้
ต้องล้างก่อนเสมอ โคลน ฝุ่น และคราบไขมันจะลดประสิทธิภาพของสารฆ่าเชื้อ ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลนออก ล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก ปล่อยให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ
ไม่ควรอยู่ ทุกคนควรออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าใช้ตามเวลาที่ช่างกำหนด ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที แล้วเปิดระบายอากาศ
ขึ้นกับลักษณะการใช้งาน จังหวะที่เหมาะคือก่อนคืนพื้นที่ให้ผู้ใช้งานตามปกติ และอาจพิจารณาซ้ำหากมีการระบาดในอาคาร ระหว่างนั้นควรเช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน ปรึกษาช่างเพื่อวางแผนตามจริง
สารฆ่าเชื้อกลุ่มนี้อาจมีสารตกค้างบนพื้นผิวได้ จึงควรทำตามคำแนะนำของช่าง โดยเฉพาะการเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารและของเล่นเด็กด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน
ให้ผู้ป่วยพบแพทย์ก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษา และไม่ควรพ่นในขณะที่มีคนอยู่ในห้อง
คืนพื้นที่ศูนย์พักพิง โรงเรียน วัด และบ้านหลังน้ำลดอย่างมั่นใจ
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อกับ WHDโทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
#โควิด19 #SARSCoV2 #ไวรัสโคโรนา #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #ศูนย์พักพิง #น้ำท่วมฉะเชิงเทรา2569
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อโควิด-19, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, SARS-CoV-2, ไวรัสโคโรนา HCoV-229E, ฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, ฆ่าเชื้อโรงเรียนหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม