พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และไข้หวัดนก H5N1 ปี 2569: บทเรียนจากการอพยพหมู่ 1 ต.หัวป่า อ.พรหมบุรี สิงห์บุรี

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และไข้หวัดนก H5N1 ปี 2569: บทเรียนจากการอพยพหมู่ 1 ต.หัวป่า อ.พรหมบุรี สิงห์บุรี

น้ำท่วมไม่ได้พาแค่โคลนเข้าบ้าน แต่ยังพาคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันในที่พักพิงชั่วคราว และทำให้สัตว์ปีกในเล้าหลังบ้านเจ็บป่วยหรือจมน้ำ สองเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอสองสายพันธุ์ที่คนไทยคุ้นชื่อ คือ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายในที่แออัด และ ไข้หวัดนก H5N1 ที่เป็นโรคของสัตว์ปีกแต่ติดสู่คนได้เมื่อสัมผัสสัตว์ป่วยใกล้ชิด บทความนี้อธิบายทั้งสองเชื้ออย่างตรงไปตรงมา พร้อมบทเรียนจากการอพยพของชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ช่วงน้ำท่วม 2569 และอธิบายว่า บริการพ่นฆ่าเชื้อ ควรอยู่ตรงไหนในการฟื้นฟูบ้านและที่พักพิงหลังน้ำลด

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้สุขภาพทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือแนวทางรักษา หากมีไข้ ไอ หอบเหนื่อย หรือเคยสัมผัสสัตว์ปีกป่วยแล้วมีอาการ ให้พบแพทย์ทันที

ตีสี่ครึ่ง ข้อความเตือนให้อพยพทันที ที่หมู่ 1 ตำบลหัวป่า

ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลาประมาณ 04.33 ถึง 04.49 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ AIS True และ NT ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ให้อพยพทันที เนื่องจากน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลข้ามแนวคันกั้นน้ำ และคาดว่าระดับน้ำนอกคันกั้นจะสูงขึ้นอีกราว 0.40 ถึง 0.70 เมตร

การอพยพกลางดึกหมายความว่าหลายครอบครัวต้องออกจากบ้านอย่างเร่งรีบ หยิบได้เท่าที่หยิบทัน บางบ้านไปอาศัยกับญาติ บางบ้านไปอยู่ในจุดพักพิงชั่วคราว เช่น วัด โรงเรียน หรือศาลาประชาคม คนหลายสิบคนจากหลายครอบครัวต้องนอน กิน และใช้ห้องน้ำร่วมกัน ขณะที่สัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน ทั้งไก่และเป็ด บางส่วนถูกทิ้งไว้เพราะพาไปด้วยไม่ได้

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย

เรื่องต่อไปนี้เป็น กรณีตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริง

ลุงเสริมอายุ 68 ปี เป็นเบาหวานและความดัน อพยพพร้อมภรรยาและหลานสองคนไปอยู่ที่ศาลาวัด ในศาลามีคนราวห้าสิบคน ฝนตกทั้งคืน ผ้าห่มและเสื่อใช้ร่วมกัน ภายในสามวัน คนในศาลาเริ่มมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว ไอ และเจ็บคอ ทีละคนสองคน หลานคนเล็กของลุงเสริมก็มีไข้สูงด้วย อสม. ที่มาเยี่ยมจึงประสานให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล แพทย์บอกว่าอาการเข้าได้กับไข้หวัดใหญ่ และแนะนำให้แยกผู้ป่วย ใส่หน้ากาก และล้างมือบ่อย ๆ

อีกเรื่องที่ลุงเสริมกังวลคือเป็ดและไก่ราวยี่สิบตัวที่ทิ้งไว้ในเล้าหลังบ้าน เมื่อน้ำลดกลับไปดู พบว่าหลายตัวตาย บางตัวซึม ลุงเกือบจะลงมือเก็บซากด้วยมือเปล่า จนลูกชายห้ามไว้และโทรแจ้งปศุสัตว์อำเภอก่อน เพราะสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับไข้หวัดนก ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจและจัดการอย่างถูกวิธี

เรื่องนี้สะท้อนว่าหลังน้ำลด ชาวบ้านต้องรับมือไข้หวัดใหญ่สองแบบในเวลาเดียวกัน แบบหนึ่งแพร่ระหว่างคนในที่แออัด อีกแบบหนึ่งมาจากสัตว์ปีกที่อยู่ใกล้บ้าน

ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (Influenza A) คืออะไร H และ N หมายถึงอะไร

ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีหลายชนิด ชนิดเอ (Influenza A) เป็นชนิดที่ก่อการระบาดในคนและสัตว์ได้กว้างที่สุด นักวิทยาศาสตร์แบ่งสายพันธุ์ย่อยตามโปรตีนสองชนิดบนผิวไวรัส คือ ฮีแมกกลูตินิน (H) และนิวรามินิเดส (N) ชื่ออย่าง H1N1 และ H5N1 จึงบอกว่าไวรัสตัวนั้นมีโปรตีน H และ N แบบใด

แม้จะเป็นไวรัสชนิดเอเหมือนกัน แต่ H1N1 กับ H5N1 มีพฤติกรรมต่างกันมาก

  • H1N1 ในปัจจุบันคือหนึ่งในไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ระบาดในคนทุกปี สายพันธุ์ที่หมุนเวียนอยู่คือ H1N1pdm09 ซึ่งเริ่มระบาดใหญ่ในปี 2552 แล้วกลายเป็นไวรัสตามฤดูกาลร่วมกับไข้หวัดใหญ่ H3N2 และชนิดบี
  • H5N1 เป็นไวรัสไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรงในสัตว์ปีก (highly pathogenic avian influenza) พบในนกป่าและสัตว์ปีกเลี้ยง การติดเชื้อในคนเกิดขึ้นไม่บ่อย และส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสัตว์ป่วยใกล้ชิดโดยไม่ป้องกัน ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คนอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยเคยเผชิญการระบาดของไข้หวัดนก H5N1 ในสัตว์ปีกเมื่อราวปี 2547 ถึง 2549 และมีระบบเฝ้าระวังร่วมกันระหว่างกรมปศุสัตว์กับกรมควบคุมโรคมาตั้งแต่นั้น ในช่วงหลายปีหลัง มีรายงานการแพร่ของ H5N1 ในนกป่าและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดในหลายประเทศ ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ไข้หวัดใหญ่ H1N1 แพร่อย่างไรในศูนย์พักพิงและบ้านหลังน้ำลด

ไข้หวัดใหญ่ H1N1 แพร่จากคนสู่คนเป็นหลัก ผ่านช่องทางต่อไปนี้

  • ละอองฝอยจากการไอ จาม หรือพูด ในระยะใกล้ ซึ่งเป็นช่องทางหลัก
  • การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อ เช่น ลูกบิด แก้วน้ำ ช้อน รีโมต แล้วนำมือมาจับตา จมูก หรือปาก
  • การอยู่ในห้องปิดที่อากาศไม่ถ่ายเท ร่วมกับผู้ป่วยเป็นเวลานาน

ผู้ใหญ่มักแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนมีอาการไปจนถึงราว 5 ถึง 7 วันหลังป่วย ส่วนเด็กเล็กและผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่า ระยะฟักตัวโดยทั่วไปประมาณ 1 ถึง 4 วัน

ทำไมช่วงน้ำท่วมจึงเสี่ยงกว่าปกติ

  1. ความแออัด คนหลายสิบคนนอนรวมกันในศาลาหรือห้องเรียน ระยะห่างระหว่างคนน้อยมาก
  2. ห้องน้ำและน้ำสะอาดจำกัด การล้างมือทำได้ไม่สม่ำเสมอ
  3. ของใช้ร่วมกัน แก้วน้ำ จาน ผ้าห่ม และหมอน ถูกส่งต่อระหว่างคนหลายครอบครัว
  4. ร่างกายอ่อนล้า ทั้งการนอนไม่พอ ความเครียด และการขาดยาประจำตัว
  5. ฤดูกาล ช่วงปลายฤดูฝนเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดในประเทศไทย ตามที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกปี
  6. การกลับบ้านพร้อมเชื้อ เมื่อน้ำลด คนที่เพิ่งหายป่วยหรือยังมีเชื้อกลับเข้าบ้าน พื้นผิวในบ้านก็ปนเปื้อนต่อได้

ไข้หวัดนก H5N1 เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมอย่างไร

H5N1 ไม่ได้ติดต่อผ่านการอยู่รวมกันของคนแบบไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ความเสี่ยงหลังน้ำท่วมมาจาก สัตว์ปีกและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน ดังนี้

  • สัตว์ปีกที่เลี้ยงหลังบ้านเจ็บป่วยหรือตายจากน้ำท่วม ทำให้ชาวบ้านต้องสัมผัสซากหรือสัตว์ป่วยมากกว่าปกติ ทั้งการจับย้าย การเก็บซาก และการชำแหละ
  • สัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ หากเกิดจากไข้หวัดนก ร่างกาย มูล น้ำมูก และน้ำลายของสัตว์อาจมีเชื้อปริมาณมาก
  • เล้าและพื้นที่รอบเล้าที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ เมื่อน้ำท่วมแล้วลด อาจกระจายสิ่งปนเปื้อนไปบนพื้นและผนังบริเวณใกล้เคียง
  • นกป่าและสัตว์ปีกจากที่อื่นอาจถูกพัดพามา หรืออพยพเข้ามาหาอาหารในพื้นที่น้ำท่วม

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้คือ ตามข้อมูลของ WHO และ CDC การติดเชื้อ H5N1 ในคนส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน โดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน การป้องกันจึงเน้นที่ ไม่จับ ไม่ชำแหละ ไม่กิน สัตว์ปีกป่วยหรือตาย และแจ้งเจ้าหน้าที่

ถ้าพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ ควรทำอย่างไร

  1. ห้ามจับด้วยมือเปล่า และอย่าให้เด็กเข้าใกล้
  2. แจ้งปศุสัตว์อำเภอ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจและเก็บซากอย่างถูกวิธี
  3. ห้ามนำสัตว์ปีกป่วยหรือตายมาชำแหละหรือประกอบอาหาร ห้ามนำไปให้สัตว์อื่นกิน และห้ามโยนทิ้งลงแหล่งน้ำ
  4. หากจำเป็นต้องสัมผัสตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ต้องสวมถุงมือ หน้ากาก และรองเท้าบูท แล้วล้างมือด้วยสบู่ทันทีหลังถอดอุปกรณ์
  5. หากผู้ที่สัมผัสสัตว์ปีกป่วยมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือตาแดง ในช่วงประมาณ 10 วันหลังสัมผัส ให้พบแพทย์และ บอกประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก ทุกครั้ง หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

การฆ่าเชื้อเล้า ฟาร์ม และการจัดการซากสัตว์เป็นหน้าที่ที่ต้องทำตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ ส่วนบริการพ่นฆ่าเชื้อที่กล่าวถึงในบทความนี้เน้นพื้นที่ที่คนอยู่อาศัยและใช้งาน เช่น บ้าน ศาลา โรงเรียน และอาคาร

อาการไข้หวัดใหญ่ H1N1 และไข้หวัดนก H5N1 ที่ต้องสังเกต

ไข้หวัดใหญ่ H1N1

  • ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก อ่อนเพลีย
  • ไอแห้ง เจ็บคอ มีน้ำมูก
  • เด็กบางรายมีอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย

คนส่วนใหญ่หายได้เองในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แต่บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรือทำให้โรคประจำตัวกำเริบ แพทย์อาจพิจารณายาต้านไวรัสในผู้ป่วยบางกลุ่มตามความเหมาะสม จึงควรพบแพทย์เร็วโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

ไข้หวัดนก H5N1 ในคน

อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย บางรายมีตาแดงอักเสบ และอาจลุกลามเป็นปอดอักเสบรุนแรงได้ จุดสำคัญคือ ประวัติสัมผัสสัตว์ปีกป่วยหรือตาย ซึ่งต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง

สัญญาณอันตรายที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก
  • ริมฝีปากเขียว
  • ซึม สับสน หรือปลุกตื่นยาก
  • ไข้สูงไม่ลดหลายวัน หรืออาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง
  • เด็กเล็กกินไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรือชัก
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาการโรคเดิมแย่ลง

หากถนนยังถูกตัดขาด โทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ

ใครเสี่ยงป่วยหนักจากไข้หวัดใหญ่ และใครเสี่ยงสัมผัสไข้หวัดนก

กลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่

  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • เด็กเล็ก โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 2 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ โรคไต และเบาหวาน
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก

กรมควบคุมโรครณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้กลุ่มเสี่ยงเป็นประจำทุกปี ควรสอบถามสิทธิ์และความเหมาะสมที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน

กลุ่มเสี่ยงสัมผัสไข้หวัดนก

  • ผู้เลี้ยงไก่และเป็ดหลังบ้าน และคนในครอบครัว
  • คนที่ช่วยเก็บซากสัตว์หลังน้ำลด
  • ผู้ที่ชำแหละหรือขายสัตว์ปีกมีชีวิต
  • เด็กที่ชอบเล่นกับไก่และเป็ด

ผลกระทบเมื่อไข้หวัดใหญ่ระบาดซ้ำเติมหลังน้ำท่วม

สุขภาพ

ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อ่อนแรงจากการอพยพ อาจป่วยหนักหากติดไข้หวัดใหญ่ และการป่วยพร้อมกันหลายคนทำให้ไม่มีใครดูแลใคร

เงินและอาชีพ

คนป่วยทำงานไม่ได้หลายวันในช่วงที่ต้องซ่อมบ้าน เกษตรกรที่สูญเสียสัตว์ปีกยังขาดรายได้ซ้ำ หากมีการระบาดของไข้หวัดนกในพื้นที่ มาตรการควบคุมโรคสัตว์อาจกระทบการขายสัตว์ปีกทั้งหมู่บ้าน

เวลา

การป่วยต่อเนื่องเป็นทอด ๆ ในครอบครัวทำให้การฟื้นฟูบ้านล่าช้าออกไปหลายสัปดาห์

ความเชื่อมั่นของชุมชน

วัด โรงเรียน และศาลาที่ใช้เป็นจุดพักพิง ต้องกลับมาใช้งานตามปกติ หากผู้ใช้กังวลเรื่องเชื้อโรคที่ค้างอยู่ การทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบจะช่วยให้ชุมชนมั่นใจ

ทำไมการทำความสะอาดแบบเดิมยังไม่พอ

  • กวาดและล้างพื้นด้วยน้ำเปล่า ช่วยเอาโคลนออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวสัมผัสร่วม
  • เช็ดเฉพาะโต๊ะ แต่ลืมลูกบิด สวิตช์ ก๊อกน้ำ และราวบันได ซึ่งทุกคนจับ
  • ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน เช่น น้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำ อาจเกิดก๊าซอันตราย ตามคำเตือนของ CDC
  • พ่นยากันยุงหรือน้ำหอม ไม่ได้ฆ่าไวรัสไข้หวัดใหญ่
  • ล้างเล้าไก่ด้วยการฉีดน้ำแรง อาจทำให้ฝุ่นและมูลฟุ้งกระจาย ควรทำตามคำแนะนำของปศุสัตว์และสวมอุปกรณ์ป้องกัน
  • ทำความสะอาดครั้งเดียว โดยไม่มีระบบดูแลจุดสัมผัสร่วมต่อเนื่องในศูนย์พักพิงหรืออาคารสาธารณะ

สิ่งที่ขาดคือการฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งพื้นที่อย่างเป็นระบบหลังล้างแล้ว ด้วยน้ำยาที่มีข้อมูลรองรับ และทำโดยผู้ที่รู้วิธีใช้อย่างปลอดภัย

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD กับไวรัส H1N1 และ H5N1

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน อาคาร โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ให้ครอบคลุมพื้นผิวและซอกมุม

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดย ระบุชื่อไข้หวัดใหญ่ H1N1 และไข้หวัดนก H5N1 ไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม ร่วมกับโควิด-19 RSV และไวรัสมือเท้าปาก หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่ากำจัดเชื้อโควิด-19 ได้ 99.85% ภายใน 1 นาที ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลตามที่ผลิตภัณฑ์และบริการระบุ

หน้าบริการยังแสดงหน่วยงานรับรองและอ้างอิง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับทดสอบฤทธิ์ฆ่าไวรัสของน้ำยาฆ่าเชื้อในทางการแพทย์ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขอบเขตที่ต้องเข้าใจตรงกัน

การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดไวรัสบนพื้นผิว แต่ไม่ได้หยุดการแพร่ทางละอองระหว่างคนที่อยู่ใกล้กัน ไม่ใช่วัคซีน และไม่ใช่การรักษา ผู้ป่วยต้องพบแพทย์ ส่วนเล้าไก่ ฟาร์ม และซากสัตว์ปีกต้องจัดการตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ก่อนเสมอ หากต้องการพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ใกล้เคียงคอกสัตว์ ให้สอบถามความเหมาะสมกับทีม WHD เป็นกรณีไป

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อบ้านและศูนย์พักพิงหลังน้ำลด

  1. นัดหมาย แจ้งลักษณะพื้นที่ เช่น บ้านเดี่ยว ศาลาวัด ห้องเรียน หรืออาคารชุมชน จำนวนห้อง และจุดที่มีผู้ป่วยเคยพัก โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
  2. เตรียมพื้นที่ ตักโคลน ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดกับผงซักฟอก เปิดระบายอากาศให้แห้ง ซักผ้าห่ม เสื่อ และปลอกหมอน เก็บอาหาร จาน ชาม และของใช้ส่วนตัวเข้าที่ปิดมิด
  3. ทุกคนออกจากพื้นที่ รวมถึงเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยง ระหว่างที่ช่างพ่น
  4. ช่างพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละออง ULV ครอบคลุมพื้น ผนังด้านล่าง ห้องน้ำ ห้องครัว และจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิด ราวบันได สวิตช์ไฟ โต๊ะ และเก้าอี้
  5. รอเวลาตามที่ช่างกำหนด ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในวันงาน
  6. หลังพ่น เปิดหน้าต่างระบายอากาศ เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน และวางจุดล้างมือพร้อมสบู่

ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และขอใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับวัด โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากบ้านยังมีกลิ่นอับในอากาศหลังน้ำท่วม สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัยและอาคาร เป็นบริการเสริมได้

10 เหตุผลที่บ้านและศูนย์พักพิงควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. H1N1 และ H5N1 อยู่ในรายชื่อเชื้อ ที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ระบุไว้ ตามข้อมูลบริการ
  2. ศูนย์พักพิงเพิ่งมีคนป่วยไข้หวัดอยู่รวมกันหลายสิบคน พื้นผิวสัมผัสร่วมจึงควรได้รับการฆ่าเชื้อก่อนกลับมาใช้ตามปกติ
  3. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดอยู่บนพื้นผิวได้ระยะหนึ่ง การลดเชื้อบนลูกบิด ก๊อกน้ำ และโต๊ะ ช่วยลดโอกาสส่งต่อทางมือ
  4. ช่วงหลังน้ำลดตรงกับฤดูไข้หวัดใหญ่ ตามที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกปี
  5. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังตู้ และพื้นที่กว้างอย่างศาลาได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ
  6. น้ำยาระดับการแพทย์ ที่ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  7. ช่างผ่านการฝึกอบรม สวมอุปกรณ์ป้องกัน รู้จุดเสี่ยง และแนะนำการเตรียมพื้นที่ได้
  8. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที บ้านหรืออาคารจึงกลับมาใช้งานได้ในวันเดียว
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับวัด โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่น
  10. ปรึกษาก่อนได้ เรื่องขอบเขตพื้นที่ พื้นที่ใกล้คอกสัตว์ หรือข้อมูลการทดสอบ ผ่าน หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลัง: ศาลาวัดที่ใช้เป็นจุดพักพิง

ก่อนจัดการ

  • พื้นศาลามีคราบโคลนและเศษอาหาร
  • เสื่อ ผ้าห่ม และหมอนกองรวม ใช้ร่วมกันหลายครอบครัว
  • ห้องน้ำรวมมีคราบสกปรก ไม่มีสบู่
  • ลูกบิด ราวบันได และโต๊ะ ผ่านมือคนป่วยไข้หวัดมาหลายวัน
  • ชาวบ้านกังวลว่าจะกลับมาใช้ศาลาจัดงานได้หรือยัง

หลังล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นล้างสะอาด แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้ว
  • เสื่อและผ้าห่มซักแล้วตากแห้ง ของที่เสียหายถูกคัดทิ้ง
  • ห้องน้ำขัดล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อ มีจุดล้างมือพร้อมสบู่
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการฆ่าเชื้อ และมีรอบทำความสะอาดประจำวัน
  • ชุมชนกลับมาใช้ศาลาได้อย่างมั่นใจขึ้น

ภาพนี้เป็นตัวอย่างเชิงอธิบาย ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสภาพอาคารและการดูแลต่อเนื่อง

กรณีตัวอย่าง: โรงเรียนประจำตำบลที่เคยเป็นจุดพักพิง

กรณีนี้เป็น ตัวอย่างเชิงอธิบาย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

ผอ.วิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ริมเจ้าพระยา เปิดอาคารเรียนเป็นจุดพักพิงให้ชาวบ้านราวแปดสิบคนในช่วงน้ำท่วม ระหว่างนั้นมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หลายราย อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขช่วยกันแยกผู้ป่วยไปห้องเฉพาะ เมื่อน้ำลดและชาวบ้านกลับบ้าน ผอ.วิชัยต้องเตรียมเปิดเรียนภายในหนึ่งสัปดาห์

ครูและนักการภารโรงช่วยกันขนเสื่อและที่นอนชั่วคราวออก ล้างพื้นห้องเรียน ขัดห้องน้ำ และเปิดอาคารให้ลมผ่านสองวัน จากนั้นจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ ช่างขอให้เก็บอุปกรณ์การเรียน อาหาร และภาชนะในโรงอาหารเข้าตู้ และให้ทุกคนอยู่นอกอาคารระหว่างพ่น หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง ครูเช็ดโต๊ะในโรงอาหารด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ และตั้งจุดล้างมือหน้าห้องเรียนทุกห้อง

ในวันเปิดเรียน โรงเรียนแจ้งผู้ปกครองว่าหากเด็กมีไข้ ไอ หรือเจ็บคอ ให้พักที่บ้านและพบแพทย์ ผอ.วิชัยบอกว่าการพ่นช่วยให้เริ่มต้นใหม่ได้อย่างสบายใจ แต่วินัยการล้างมือของเด็ก ๆ คือสิ่งที่ต้องสร้างต่อทุกวัน

เช็กลิสต์ป้องกันไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกหลังน้ำลด

ป้องกันไข้หวัดใหญ่ H1N1

  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อย ๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เมื่อไม่มีน้ำ
  • ผู้มีอาการไข้ ไอ ใส่หน้ากากอนามัย แยกที่นอน และงดใช้ของร่วมกับผู้อื่น
  • ไอหรือจามใส่ทิชชูหรือข้อพับแขน
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่อทำได้
  • ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน และผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน
  • กลุ่มเสี่ยงสอบถามเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลกับหน่วยบริการสาธารณสุข

ป้องกันไข้หวัดนก H5N1

  • ไม่จับสัตว์ปีกป่วยหรือตายด้วยมือเปล่า
  • แจ้งปศุสัตว์อำเภอ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้าน เมื่อพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ
  • ไม่ชำแหละ ไม่กิน และไม่ขายสัตว์ปีกป่วยหรือตาย
  • ปรุงเนื้อสัตว์ปีกและไข่ให้สุกทั่วถึงทุกครั้ง
  • แยกเขียงและมีดสำหรับเนื้อดิบ ล้างมือหลังจับเนื้อสัตว์ปีกดิบ
  • ไม่ให้เด็กเล่นกับไก่ เป็ด หรือนกป่า

ฟื้นฟูบ้าน

  • ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อน
  • ซักผ้าห่ม เสื่อ และเสื้อผ้าที่ใช้ในศูนย์พักพิงก่อนนำเข้าบ้าน
  • ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนใช้งาน
  • นัด พ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างและเช็ดแห้งแล้ว ทุกคนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก และการพ่นฆ่าเชื้อ

ไข้หวัดใหญ่ H1N1 กับไข้หวัดนก H5N1 ต่างกันอย่างไร

ทั้งคู่เป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ แต่ H1N1 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย ส่วน H5N1 เป็นโรคของสัตว์ปีก การติดในคนพบไม่บ่อยและมักเกิดจากการสัมผัสสัตว์ป่วยใกล้ชิด ตาม WHO ยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คนอย่างต่อเนื่อง

น้ำท่วมทำให้ติดไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่

น้ำท่วมไม่ได้เป็นตัวพาไข้หวัดใหญ่ H1N1 โดยตรง แต่การอพยพไปอยู่รวมกัน ห้องแออัด และสุขอนามัยที่ทำได้ยาก ทำให้ไวรัสแพร่ได้ง่ายขึ้น

กินไก่และไข่หลังน้ำท่วมได้ไหม

เนื้อสัตว์ปีกและไข่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ปรุงสุกทั่วถึง กินได้ตามปกติ แต่ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติมาประกอบอาหารเด็ดขาด

น้ำยาที่ WHD ใช้ครอบคลุม H1N1 และ H5N1 หรือไม่

ตามข้อมูลบริการ หน้าเว็บของ WHD ระบุ H1N1 และ H5N1 ไว้ในรายชื่อเชื้อที่บริการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม ทั้งนี้การพ่นเป็นการลดเชื้อบนพื้นผิว ไม่ได้แทนการล้างมือ การแยกผู้ป่วย หรือวัคซีน

พ่นฆ่าเชื้อในเล้าไก่ได้ไหม

เล้าและซากสัตว์ปีกต้องจัดการตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ก่อน หากต้องการพ่นพื้นที่ที่อยู่ใกล้คอกสัตว์ ให้สอบถามความเหมาะสมกับทีม WHD เป็นกรณีไป

ต้องรอนานเท่าไรหลังพ่นจึงเข้าใช้พื้นที่ได้

ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาที แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในวันงาน ระหว่างพ่นทุกคนต้องออกจากพื้นที่ และไม่ควรถือว่าน้ำยาใดไม่มีสารตกค้างเลย จึงควรเช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้

เคยจับไก่ที่ตายแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร

พบแพทย์โดยเร็วและแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อรับคำแนะนำ

กลับบ้านอย่างปลอดภัย ห่างไกลไข้หวัดใหญ่ทั้งสองแบบ

หลังน้ำลด สิ่งที่ต้องทำมีทั้งการดูแลคน การจัดการสัตว์ปีกอย่างถูกวิธี และการฟื้นฟูบ้านให้สะอาด ให้ทีม WHD ช่วยปิดท้ายด้วยการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้าน ศาลา และโรงเรียนของคุณ หลังล้างและทำให้แห้งเรียบร้อยแล้ว

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

ลิงก์ภายใน

แหล่งอ้างอิง

  • ฐานเศรษฐกิจ 2 ตุลาคม 2569 รายงาน ปภ. ส่ง Cell Broadcast ให้ชาวบ้านหมู่ 1 ต.หัวป่า อพยพ thansettakij.com
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) Fact sheets
  • ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) Influenza Bird Flu และ Floods
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ddc.moph.go.th

#ไข้หวัดใหญ่H1N1 #ไข้หวัดนกH5N1 #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมสิงห์บุรี #น้ำท่วมพรหมบุรี

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ H1N1, ไข้หวัดนก H5N1, Influenza A, ไข้หวัดใหญ่หลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, ฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, น้ำท่วมพรหมบุรี 2569, ต.หัวป่า สิงห์บุรี, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้