พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) แผลติดเชื้อ ผิวหนัง 2569: บ้านริมคลองและซอยที่น้ำท่วมเกือบถึงเอว ย่านสะพานใหม่ บางเขน

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) แผลติดเชื้อ ผิวหนัง 2569: บ้านริมคลองและซอยที่น้ำท่วมเกือบถึงเอว ย่านสะพานใหม่ บางเขน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) แผลติดเชื้อ ผิวหนัง 2569: บ้านริมคลองและซอยที่น้ำท่วมเกือบถึงเอว ย่านสะพานใหม่ บางเขน

เมื่อพูดถึงเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คนส่วนใหญ่นึกถึงท้องเสียหรือโรคฉี่หนู แต่มีแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่คนในย่านสะพานใหม่ เขตบางเขน ควรรู้จัก นั่นคือ เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) หรือที่แพทย์มักเรียกสั้น ๆ ว่า "สแตฟ" เชื้อนี้เป็นต้นเหตุสำคัญของ แผลติดเชื้อ ฝี พุพอง และการอักเสบของผิวหนัง ช่วงที่คนต้องลุยน้ำหลายวัน ผิวเปื่อยจากการแช่น้ำ มีแผลจากเศษแก้วหรือตะปู และต้องใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันในบ้านที่อาบน้ำไม่สะดวก คือช่วงที่เชื้อนี้ได้เปรียบที่สุด บทความนี้อธิบายว่าเชื้อสแตฟคืออะไร ทำไมหลังน้ำท่วมถึงเสี่ยงขึ้น ต้องดูแลแผลอย่างไร สัญญาณไหนต้องรีบไปหาหมอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยในส่วนของพื้นผิวในบ้านได้อย่างไร หลังจากล้างโคลนเสร็จแล้ว

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: สี่วันในซอยที่น้ำสูงเกือบถึงเอว

กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

พี่ต้น เป็นช่างซ่อมแอร์ อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวในซอยแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่กับภรรยาและแม่ที่เป็นเบาหวาน เช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 น้ำเริ่มเข้าซอย และไม่ยอมลดไปอีกหลายวัน ตามรายงานของประชาไท น้ำท่วมย่านสะพานใหม่ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 29 กันยายนซึ่งเป็นวันที่สี่ ชุมชนริมคลองและซอยริมถนนบางจุดน้ำสูงเกือบถึงเอว บ้านชั้นเดียวใช้ห้องน้ำไม่ได้ ทำอาหารไม่ได้ และน้ำที่ขังอยู่มีกลิ่นเหม็น

ตลอดสี่วันนั้น พี่ต้นต้องลุยน้ำออกไปหาซื้ออาหารและน้ำดื่มทุกวัน วันที่สองเท้าไปเหยียบอะไรแหลม ๆ ใต้น้ำ เป็นแผลที่ฝ่าเท้าไม่ลึกมาก เขาคิดว่าไม่เป็นไร เอาผ้าพันไว้แล้วก็ลุยน้ำต่อ เพราะไม่มีทางเลือก ส่วนแม่ซึ่งเป็นเบาหวานนั่งอยู่บนเตียงที่ยกสูง ขาบวมเล็กน้อยและมีรอยยุงกัดที่เกาจนถลอก บ้านไม่มีน้ำสะอาดพอจะอาบ ทุกคนใช้ผ้าขนหนูผืนเดิมซ้ำ ๆ เช็ดตัวด้วยน้ำขวด

วันที่ 29 กันยายน แดดออกเป็นวันแรก น้ำเริ่มลด ทุกคนเริ่มล้างบ้าน แต่แผลที่เท้าของพี่ต้นเริ่มบวมแดง ร้อน และมีหนอง ส่วนแผลเกาที่ขาของแม่เริ่มมีตุ่มหนองเล็ก ๆ รอบ ๆ ภรรยาของพี่ต้นตัดสินใจพาทั้งสองคนไปโรงพยาบาล แพทย์ดูแผลแล้วบอกว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ซึ่งพบบ่อยหลังน้ำท่วม และกำชับให้ดูแลแผลให้สะอาดแห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และกลับมาทันทีถ้ารอยแดงลามหรือมีไข้ คำแนะนำนั้นทำให้ครอบครัวนึกถึงบ้านที่เพิ่งล้าง ทั้งห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน เตียงของแม่ และผ้าทุกผืนที่เคยแช่น้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมย่านสะพานใหม่ บางเขน 2569 ตามรายงานข่าว

ข้อมูลในส่วนนี้ใช้เฉพาะสิ่งที่ประชาไทรายงาน ไม่มีการเพิ่มตัวเลขหรือรายละเอียดอื่น

  • น้ำท่วมย่านสะพานใหม่ เขตบางเขน ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ต่อเนื่องถึงวันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของน้ำท่วม
  • พื้นที่ที่รายงานถึงรวมถึงซอยพหลโยธิน 69/5 ถึง 69/8 และซอยโชคดี 1 ถึง 4
  • ชุมชนริมคลองและซอยริมถนนบางจุด น้ำสูงเกือบถึงเอว
  • บ้านชั้นเดียวใช้ห้องน้ำไม่ได้ ทำอาหารไม่ได้ น้ำที่ขังอยู่มีกลิ่นเหม็น และร้านค้าบางร้านต้องปิด
  • วันที่ 29 กันยายน 2569 เป็นวันแรกที่แดดออก

ภาพเหล่านี้สำคัญต่อการเข้าใจความเสี่ยงของเชื้อสแตฟ น้ำสูงระดับเอวหมายความว่าขา ต้นขา และสะโพกแช่น้ำทุกครั้งที่ออกจากบ้าน การที่ห้องน้ำใช้ไม่ได้หลายวันหมายความว่าคนในบ้านอาบน้ำไม่ได้ตามปกติ และการที่น้ำขังจนเหม็นหมายความว่าในน้ำมีสิ่งปฏิกูลและเศษขยะจำนวนมาก ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสภาพที่ผิวหนังอ่อนแอลง และเปิดทางให้แบคทีเรียบนผิวกลายเป็นการติดเชื้อ

เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) คืออะไร

Staphylococcus aureus เป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างกลม เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเกาะกันเป็นกลุ่มคล้ายพวงองุ่น ชื่อ aureus มาจากภาษาละตินที่แปลว่าสีทอง เพราะโคโลนีของเชื้อบนจานเพาะเชื้อมักมีสีเหลืองทอง

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เชื้อสแตฟอาศัยอยู่บนผิวหนังและในโพรงจมูกของคนสุขภาพดีจำนวนมากโดยไม่ทำให้เกิดโรค ตามข้อมูลของ CDC ประมาณหนึ่งในสามของคนทั่วไปมีเชื้อสแตฟอยู่ในจมูก ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีเชื้อ แต่อยู่ที่เมื่อเชื้อหาช่องทางเข้าไปใต้ผิวหนังได้ เช่น ผ่านบาดแผล รอยถลอก รอยเกา หรือผิวที่เปื่อยจากการแช่น้ำนาน เชื้อก็จะเริ่มแบ่งตัวและทำให้เกิดการติดเชื้อ

โรคและอาการที่เกิดจากเชื้อสแตฟ

  • รูขุมขนอักเสบ ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเล็ก ๆ รอบรูขน มักพบที่ขา ก้น และบริเวณที่เสียดสี
  • ฝี ก้อนบวมแดง เจ็บ มีหนองอยู่ข้างใน ไม่ควรบีบเอง
  • พุพอง (impetigo) ตุ่มน้ำหรือแผลตกสะเก็ดสีเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง พบบ่อยในเด็ก ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัส
  • เซลลูไลติส (cellulitis) การอักเสบของผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณนั้นบวม แดง ร้อน เจ็บ และรอยแดงอาจลามกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
  • แผลติดเชื้อ แผลที่เคยปิดดีกลับบวมแดง มีหนอง มีกลิ่น หรือปวดมากขึ้น
  • การติดเชื้อรุนแรง ในบางราย เชื้ออาจเข้ากระแสเลือด กระดูก หรืออวัยวะอื่น ซึ่งต้องรักษาในโรงพยาบาล
  • อาหารเป็นพิษ เชื้อสแตฟบางสายพันธุ์สร้างสารพิษในอาหารที่ปรุงแล้วถูกตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้ปรุงมีแผลติดเชื้อที่มือ CDC อธิบายว่าอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องมักเกิดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน และสารพิษนี้ทนความร้อน การอุ่นอาหารซ้ำจึงไม่ได้ทำให้ปลอดภัย

MRSA คืออะไร

MRSA (Methicillin-resistant Staphylococcus aureus) คือเชื้อสแตฟที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะกลุ่มที่ใช้กันทั่วไปหลายชนิด ทำให้การรักษายากขึ้น MRSA พบได้ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน การติดเชื้อ MRSA ที่ผิวหนังมีลักษณะคล้ายสแตฟทั่วไป จึงแยกด้วยตาไม่ได้ ต้องอาศัยการเพาะเชื้อ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินหรือทาเอง และควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน

ทำไมหลังน้ำท่วมถึงเสี่ยงเชื้อสแตฟมากขึ้น

เชื้อสแตฟไม่ได้มากับน้ำท่วมเป็นหลักเหมือนเชื้อในอุจจาระ แต่น้ำท่วมสร้างเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้เชื้อที่อยู่บนผิวและรอบตัวเราเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

  • บาดแผลจากเศษวัสดุใต้น้ำ เศษแก้ว ตะปู สังกะสี และกิ่งไม้ที่มองไม่เห็นในน้ำขุ่น ทำให้เกิดแผลที่เท้าและขาบ่อยมาก
  • ผิวเปื่อยจากการแช่น้ำนาน ผิวที่เปียกต่อเนื่องหลายวันจะนุ่มและเปราะ ชั้นป้องกันตามธรรมชาติอ่อนแอลง เกิดรอยแตกเล็ก ๆ ที่เชื้อแทรกเข้าไปได้
  • น้ำกัดเท้าและรอยเกา ผิวที่คันจากน้ำกัดเท้าหรือยุงกัด เมื่อเกาจนถลอก ก็กลายเป็นช่องทางให้แบคทีเรีย
  • อาบน้ำและซักผ้าไม่ได้ เมื่อห้องน้ำใช้ไม่ได้และน้ำสะอาดขาด คนต้องใส่เสื้อผ้าเปียกนาน และใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำ
  • ใช้ของร่วมกันในพื้นที่แคบ ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม มีดโกน และเสื้อผ้า ที่ใช้ร่วมกันในบ้านหรือศูนย์พักพิง เป็นเส้นทางแพร่เชื้อที่ CDC ระบุไว้
  • ความเหนื่อยล้าและความเครียด การนอนไม่พอ กินไม่ครบ และโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ช่วงน้ำท่วม ทำให้ร่างกายต้านเชื้อได้น้อยลง

เชื้อสแตฟอยู่ตรงไหนในบ้านหลังน้ำลด

เชื้อสแตฟอยู่บนพื้นผิวแห้งและบนผ้าได้นานกว่าแบคทีเรียหลายชนิด จุดที่ควรให้ความสำคัญคือพื้นผิวที่ผิวหนังสัมผัสโดยตรงและบ่อย ได้แก่ ที่นอนและหัวเตียง โซฟาผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ราวแขวนผ้า ที่จับประตู ก๊อกน้ำ ฝักบัว ฝาชักโครก ม้านั่ง ราวบันได รีโมต และพื้นห้องน้ำ รวมถึงโต๊ะทำอาหารและเขียงในบ้านที่มีคนทำอาหาร หากในบ้านมีคนที่มีแผลติดเชื้ออยู่ จุดที่ผู้ป่วยนั่ง นอน และใช้ร่วมกันกับคนอื่นยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ

สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

แผลเล็ก ๆ หลังน้ำท่วมส่วนใหญ่หายได้ถ้าดูแลดี แต่บางแผลลุกลามเร็ว ให้ไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้

  • รอยแดงรอบแผลกว้างขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีเส้นสีแดงลามขึ้นตามขาหรือแขน
  • แผลบวม ร้อน ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายทั้งตัว
  • ฝีขนาดใหญ่ เจ็บมาก หรือขึ้นที่ใบหน้า
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่มีโรคไต ที่มีแผลจากน้ำท่วมทุกขนาด
  • แผลจากของมีคนสกปรกหรือแผลลึก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักด้วย
  • ผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ควรพบแพทย์และแจ้งว่าลุยน้ำ เพราะอาจเป็นโรคฉี่หนูซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่ง

ห้ามบีบหรือเจาะฝีเอง เพราะอาจดันเชื้อให้ลึกและลามมากขึ้น ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินหรือทาเอง บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา ผู้มีอาการควรพบแพทย์ หากอาการรุนแรงโทร 1669

การดูแลแผลหลังน้ำท่วมตามหลักทั่วไป

CDC แนะนำหลักการดูแลแผลช่วงน้ำท่วมที่ทำได้ทุกบ้าน

  • ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดโดยเร็วที่สุดหลังเกิดแผล
  • ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลที่สะอาดและแห้ง เปลี่ยนเมื่อเปียกหรือสกปรก
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสัมผัสน้ำท่วม ถ้าจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้ใช้วัสดุกันน้ำปิดแผลและสวมรองเท้าบูท
  • ล้างมือด้วยสบู่ก่อนและหลังทำแผลทุกครั้ง
  • สังเกตแผลทุกวัน หากมีสัญญาณติดเชื้อให้พบแพทย์

นอกจากนี้ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกให้เร็ว เช็ดเท้าและซอกนิ้วให้แห้งหลังลุยน้ำ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว มีดโกน หรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น และตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการเกาจนผิวถลอก

ใครเสี่ยงที่สุด

  • ผู้ป่วยเบาหวาน แผลหายช้าและติดเชื้อง่ายกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะแผลที่เท้า
  • ผู้สูงอายุ ผิวบางและฉีกขาดง่าย บางคนเคลื่อนไหวน้อยและนอนนาน
  • เด็กเล็ก มักเป็นพุพองจากการเกา และเล่นใกล้ชิดกับเด็กคนอื่น
  • ผู้มีโรคผิวหนังเดิม เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ซึ่งผิวมีรอยแตกอยู่แล้ว
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคไตที่ฟอกไต หรือผู้ป่วยมะเร็ง
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์เร็วเมื่อมีแผลติดเชื้อหรือมีไข้
  • คนที่ช่วยล้างบ้านและขนขยะ มีโอกาสเกิดแผลจากของมีคมมากที่สุด
  • คนทำอาหารและเจ้าของร้านอาหาร หากมีแผลที่มือ อาจส่งต่อเชื้อสู่อาหารได้

ในย่านสะพานใหม่ที่มีทั้งชุมชนริมคลอง บ้านเช่า และร้านค้าริมถนน กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้อยู่ร่วมกันในพื้นที่ที่ค่อนข้างหนาแน่น การดูแลบ้านหลังหนึ่งให้ดีจึงลดความเสี่ยงให้คนรอบข้างด้วย

ผลกระทบที่มากกว่าแผลเล็ก ๆ

สุขภาพที่อาจลุกลาม

แผลเล็กที่ฝ่าเท้าอาจกลายเป็นเซลลูไลติสที่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน การรักษาที่ช้าไปไม่กี่วันอาจทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้นหลายสัปดาห์

รายได้ที่หายไป

สำหรับคนที่ทำงานใช้แรงหรือยืนทั้งวัน แผลติดเชื้อที่เท้าหมายถึงการหยุดงาน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ต้องใช้เงินซ่อมบ้านพอดี

ร้านค้าที่เปิดช้า

ร้านค้าบางร้านในย่านสะพานใหม่ต้องปิดช่วงน้ำท่วม เมื่อจะกลับมาเปิด เจ้าของร้านต้องมั่นใจว่าพื้นที่ทำอาหารและจุดที่ลูกค้าสัมผัสสะอาดพอ ถ้าพนักงานมีแผลติดเชื้อที่มือ ความเสี่ยงอาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟก็เพิ่มขึ้น

การติดต่อกันในบ้าน

เชื้อสแตฟจากแผลหนองหรือพุพองส่งต่อกันได้ผ่านการสัมผัสและของใช้ร่วมกัน เด็กคนหนึ่งเป็นพุพอง พี่น้องอาจเป็นตามในไม่กี่วัน

ทำไมการล้างบ้านแบบเดิมยังไม่พอ

  • ล้างพื้นแต่ลืมผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม และปลอกหมอนที่ใช้ช่วงน้ำท่วมคือแหล่งสะสมเชื้อจากผิวหนัง ต้องซักด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิท ผ้าที่แช่น้ำท่วมและซักไม่ได้ควรทิ้ง
  • ใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดทุกอย่าง ผ้าที่เช็ดห้องน้ำแล้วไปเช็ดเตียงหรือโต๊ะ คือการย้ายเชื้อ
  • เช็ดเฉพาะจุดที่เห็นคราบ ที่จับประตู ราวบันได รีโมต และหัวเตียงดูไม่สกปรก แต่ถูกมือสัมผัสตลอดทั้งวัน
  • ราดน้ำยาหอมแล้วจบ กลิ่นหอมไม่ได้บอกว่าเชื้อถูกทำลาย
  • ผสมน้ำยาฟอกขาวเอง สัดส่วนที่ผิดอาจระคายเคืองผิวและทางเดินหายใจ ซึ่งยิ่งไม่ดีสำหรับคนที่มีแผลหรือผิวอักเสบอยู่แล้ว และห้ามผสมกับน้ำยาอื่น
  • ทาสีหรือปูพื้นทับเลย ถ้ายังไม่ได้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ปัญหาก็ถูกปิดไว้ข้างใต้

หลักของ CDC และองค์การอนามัยโลกคือ เอาโคลนออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม และทำให้แห้งสนิท ของที่ทำความสะอาดไม่ได้ให้ทิ้ง

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก World Health Disinfection ช่วยตรงไหน

เมื่อดูแลแผลของคนในบ้านแล้ว และล้างโคลนออกหมดแล้ว ขั้นต่อไปคือการฆ่าเชื้อพื้นผิวให้ทั่วบ้าน บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) ตามข้อมูลบริการ ใช้ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งกระจายน้ำยาเป็นละอองละเอียดไปตามผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่การเช็ดด้วยมือทำได้ไม่ทั่ว

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ซึ่งเป็นสารกลุ่มควอเทอร์นารีแอมโมเนียมที่ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวในสถานพยาบาลและสถานที่สาธารณะอย่างแพร่หลาย

ประสิทธิภาพตามที่ผลิตภัณฑ์และบริการระบุ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ CHEMGENE HLD4H ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รายชื่อที่ระบุบนเว็บไซต์ ได้แก่ SARS-CoV-2 (โควิด 19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, ไวรัสมือเท้าปาก, vaccinia virus, เชื้อมัยโคแบคทีเรีย, ซัลโมเนลลา และเชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อโควิด 19 ภายใน 1 นาที และหน้าบริการระบุหน่วยงานและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476:2013+A2:2019

ความซื่อตรงเรื่องเชื้อสแตฟ

Staphylococcus aureus และ MRSA ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บไซต์ระบุผลทดสอบเฉพาะ เราจึงไม่อ้างผลทดสอบการฆ่าเชื้อสแตฟ สิ่งที่พูดได้คือ สแตฟเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และองค์การอนามัยโลกกับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม คลินิก สถานดูแลผู้สูงอายุ ฟิตเนส หรือร้านอาหารที่ต้องการข้อมูลผลทดสอบสำหรับเชื้อนี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้โดยตรง หรือดูหน้า เอกสารรับรอง

และต้องย้ำว่า การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาแผลหรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วในร่างกาย ผู้ที่มีแผลติดเชื้อต้องพบแพทย์

ขั้นตอนการใช้บริการตามข้อมูลบริการ

  1. นัดหมาย โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งขนาดพื้นที่ ระดับน้ำที่ท่วมถึง และจุดที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ห้องนอนผู้สูงอายุ หรือครัวร้านอาหาร
  2. เตรียมพื้นที่ ตักโคลน ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ทิ้งที่นอนและผ้าที่แช่น้ำซึ่งทำความสะอาดไม่ได้ เก็บเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว จานชาม และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  3. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลเปิด ผู้มีโรคผิวหนัง เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ต้องออกจากโซนที่พ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ แล้วกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
  5. กลับมาใช้งาน พื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานาน ให้ทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องการเช็ดก่อนใช้

การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังการล้างโคลนเสมอ ไม่ได้แทนการทำความสะอาด และเราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง จึงต้องออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นและทำตามเวลากลับเข้าที่ช่างแจ้ง

10 เหตุผลที่บ้านในสะพานใหม่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด เมื่อกังวลเรื่องแผลติดเชื้อ

  1. ลดเชื้อบนพื้นผิวที่ผิวหนังสัมผัสบ่อย ทั้งหัวเตียง ราวบันได ที่จับประตู และพื้นห้องน้ำ
  2. ห้องน้ำที่ใช้ไม่ได้หลายวันต้องได้รับการดูแลเต็มรูปแบบ ก่อนทุกคนกลับมาอาบน้ำตามปกติ
  3. ละอองฝอยเข้าถึงผนังและเฟอร์นิเจอร์ช่วงที่น้ำท่วมถึงระดับเอว ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างเกินกว่าจะเช็ดไหว ดูรายละเอียดที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ
  4. ปกป้องผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุ ที่แผลหายช้าและติดเชื้อง่าย
  5. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มหลังน้ำท่วม ผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราที่เริ่มขึ้นตามผนังชื้น
  6. ไม่ต้องผสมสารเคมีเอง ลดความเสี่ยงที่น้ำยาเข้มเกินไปจะระคายเคืองผิวที่มีแผลอยู่แล้ว
  7. ร้านค้าที่ต้องปิดช่วงน้ำท่วมกลับมาเปิดได้อย่างมั่นใจขึ้น พร้อมใบกำกับภาษีเป็นหลักฐาน
  8. ใช้เวลารอไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีก่อนกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  9. ทีมงานคุ้นเคยกับสถานที่ที่ต้องการมาตรฐานสูง ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ดูข้อมูลบริการ
  10. ได้ของไว้ดูแลต่อเนื่อง ตามโปรโมชันในหน้าบริการ ลูกค้าได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และผ้าเปียก WELLGIENIC ไว้เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ห้องนอน ห้องน้ำ และจุดที่ใช้ร่วมกัน

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ (ล้างโคลนแล้ว)

  • ห้องน้ำที่ใช้ไม่ได้สี่วันเพิ่งล้าง แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเชื้อ
  • หัวเตียง ราวบันได และที่จับประตู ถูกสัมผัสด้วยมือที่มีแผลมาหลายวัน
  • ผนังช่วงล่างถึงระดับเอวยังชื้น และเคยแช่น้ำที่มีกลิ่นเหม็น
  • ครอบครัวกังวลว่าแผลของคนในบ้านจะติดเชื้อซ้ำ

หลังพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่าง

  • ห้องน้ำและพื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการพ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์
  • จุดสัมผัสบ่อยได้รับละอองน้ำยาตามแผนของช่าง
  • ผนังและเฟอร์นิเจอร์ช่วงที่น้ำท่วมถึงผ่านขั้นตอนฆ่าเชื้อก่อนใช้งาน
  • ครอบครัวมีกิจวัตรดูแลแผล ซักผ้า และเช็ดจุดสัมผัสบ่อยที่ชัดเจน

การเปรียบเทียบนี้อธิบายขั้นตอน ไม่ใช่ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

กรณีตัวอย่าง: ร้านข้าวมันไก่ปากซอยก่อนเปิดร้านอีกครั้ง

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ชื่อและรายละเอียดเป็นการสมมุติ

เจ๊หมวย เปิดร้านข้าวมันไก่เล็ก ๆ ในห้องแถวย่านสะพานใหม่ ช่วงน้ำท่วมร้านต้องปิดเหมือนร้านค้าอีกหลายร้านในย่านนั้น เพราะน้ำเข้าร้านและทำอาหารไม่ได้ เมื่อแดดออกและน้ำลด เจ๊หมวยกับลูกจ้างสองคนช่วยกันล้างร้าน ระหว่างขนของ ลูกจ้างคนหนึ่งโดนขอบสังกะสีบาดมือ

เจ๊หมวยรู้ว่าแผลที่มือของคนทำอาหารเป็นเรื่องใหญ่ เธอให้ลูกจ้างคนนั้นไปล้างแผลและพบแพทย์ แล้วให้ทำหน้าที่อื่นที่ไม่ต้องจับอาหารจนกว่าแผลจะหาย จากนั้นร้านทิ้งเขียงไม้ที่แช่น้ำ ล้างโต๊ะ เก้าอี้ ตู้กระจก และพื้นครัวด้วยผงซักฟอก แล้วจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ ช่างเน้นครัว ห้องน้ำพนักงาน โต๊ะลูกค้า และเคาน์เตอร์ ระหว่างพ่นทุกคนออกไปรอด้านนอก กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำก่อนเริ่มเตรียมของ

เมื่อเปิดร้าน เจ๊หมวยเพิ่มกฎว่าใครมีแผลที่มือต้องปิดแผลกันน้ำและสวมถุงมือ ล้างมือก่อนจับอาหารทุกครั้ง และไม่ตั้งข้าวกับไก่ที่สุกแล้วทิ้งไว้นานที่อุณหภูมิห้อง เธอบอกว่าการพ่นฆ่าเชื้อทำให้ร้านมีขั้นตอนที่ครบ แต่สิ่งที่ปกป้องลูกค้าทุกวันคือนิสัยของคนในร้าน

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด สำหรับครอบครัวที่กังวลเรื่องแผลติดเชื้อ

ดูแลคนก่อน

  • ตรวจแผลของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะที่เท้าและขา ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด ปิดแผลให้แห้ง
  • พาผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และผู้ที่แผลมีสัญญาณติดเชื้อไปพบแพทย์
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยักหากเกิดแผลจากของมีคมที่สกปรก

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบไฟในส่วนที่เคยจมน้ำ
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือหนา และเสื้อแขนยาวระหว่างล้างบ้าน เพื่อลดแผลใหม่
  • ตักโคลน ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • ทิ้งที่นอน หมอน และโซฟาผ้าที่แช่น้ำซึ่งทำให้แห้งสนิทไม่ได้
  • ซักผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม และเสื้อผ้าด้วยผงซักฟอก ตากแดดหรืออบให้แห้งสนิท
  • เก็บของใช้ส่วนตัวใส่กล่องปิด

ระหว่างและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • ทุกคนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศ เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำ
  • แยกผ้าเช็ดตัวของแต่ละคน ไม่ใช้มีดโกนร่วมกัน
  • เช็ดที่จับประตู ก๊อก และราวบันไดด้วยสเปรย์หรือผ้าเปียกทุกวันในสัปดาห์แรก
  • สังเกตแผลของทุกคนต่อเนื่อง พบแพทย์ทันทีเมื่อรอยแดงลามหรือมีไข้
  • ถ้าบ้านยังมีกลิ่นอับ พิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมสำหรับอากาศและกลิ่น

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเชื้อสแตฟและการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

ถ้าคนส่วนใหญ่มีเชื้อสแตฟอยู่แล้ว ทำไมต้องกังวล

เชื้อบนผิวปกติไม่ทำให้เกิดโรค แต่หลังน้ำท่วม ผิวหนังมีแผลและรอยแตกมากขึ้น เชื้อจึงเข้าใต้ผิวได้ง่าย การลดเชื้อในสิ่งแวดล้อมและดูแลแผลให้ดีจึงช่วยลดโอกาสติดเชื้อ

แผลบวมแดงหลังลุยน้ำ ทายาเองได้ไหม

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะทาหรือกินเอง เพราะการติดเชื้อบางชนิดอย่าง MRSA ดื้อยาที่ใช้ทั่วไป ควรล้างแผลให้สะอาด ปิดแผล และพบแพทย์เพื่อประเมิน

น้ำยา CHEMGENE ฆ่าเชื้อสแตฟหรือ MRSA ได้แน่นอนไหม

หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะสำหรับ Staphylococcus aureus หรือ MRSA จึงไม่ควรอ้างตัวเลขใด สแตฟเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะ สอบถาม WHD ได้โดยตรง

พ่นฆ่าเชื้อแล้วช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นไหม

ไม่ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาแผลในร่างกาย แผลต้องได้รับการดูแลตามคำแนะนำของแพทย์

คนที่มีแผลเปิดอยู่ในบ้านระหว่างพ่นได้ไหม

ไม่ควร ทุกคนควรออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที

ต้องซักผ้าแบบไหนหลังน้ำท่วม

ซักด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิท ผ้าของผู้ที่มีแผลติดเชื้อควรแยกซัก ผ้าที่แช่น้ำท่วมและซักไม่สะอาดควรทิ้ง

ร้านอาหารต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ

พนักงานที่มีแผลที่มือต้องปิดแผลกันน้ำและสวมถุงมือ หรือเปลี่ยนไปทำหน้าที่ที่ไม่จับอาหาร และไม่ควรตั้งอาหารสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน เพราะสารพิษของสแตฟทนความร้อน

บ้านหรือร้านของคุณในสะพานใหม่ล้างโคลนเสร็จแล้ว ให้ทีมช่างช่วยปิดขั้นตอนฆ่าเชื้อพื้นผิวให้ครบ

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

บริการและข้อมูลจาก WHD

แหล่งอ้างอิงภายนอก

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษา ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์ ข้อมูลประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อ้างอิงตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการบนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สแตฟิโลค็อกคัส, เชื้อ Staphylococcus aureus, แผลติดเชื้อหลังน้ำท่วม, ฝี พุพอง เซลลูไลติส, MRSA, ดูแลแผลหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อ สะพานใหม่, น้ำท่วมบางเขน 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้