Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึงเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คนส่วนใหญ่นึกถึงท้องเสียหรือโรคฉี่หนู แต่มีแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่งที่คนในย่านสะพานใหม่ เขตบางเขน ควรรู้จัก นั่นคือ เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) หรือที่แพทย์มักเรียกสั้น ๆ ว่า "สแตฟ" เชื้อนี้เป็นต้นเหตุสำคัญของ แผลติดเชื้อ ฝี พุพอง และการอักเสบของผิวหนัง ช่วงที่คนต้องลุยน้ำหลายวัน ผิวเปื่อยจากการแช่น้ำ มีแผลจากเศษแก้วหรือตะปู และต้องใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันในบ้านที่อาบน้ำไม่สะดวก คือช่วงที่เชื้อนี้ได้เปรียบที่สุด บทความนี้อธิบายว่าเชื้อสแตฟคืออะไร ทำไมหลังน้ำท่วมถึงเสี่ยงขึ้น ต้องดูแลแผลอย่างไร สัญญาณไหนต้องรีบไปหาหมอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยในส่วนของพื้นผิวในบ้านได้อย่างไร หลังจากล้างโคลนเสร็จแล้ว
กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
พี่ต้น เป็นช่างซ่อมแอร์ อาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวในซอยแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่กับภรรยาและแม่ที่เป็นเบาหวาน เช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 น้ำเริ่มเข้าซอย และไม่ยอมลดไปอีกหลายวัน ตามรายงานของประชาไท น้ำท่วมย่านสะพานใหม่ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 29 กันยายนซึ่งเป็นวันที่สี่ ชุมชนริมคลองและซอยริมถนนบางจุดน้ำสูงเกือบถึงเอว บ้านชั้นเดียวใช้ห้องน้ำไม่ได้ ทำอาหารไม่ได้ และน้ำที่ขังอยู่มีกลิ่นเหม็น
ตลอดสี่วันนั้น พี่ต้นต้องลุยน้ำออกไปหาซื้ออาหารและน้ำดื่มทุกวัน วันที่สองเท้าไปเหยียบอะไรแหลม ๆ ใต้น้ำ เป็นแผลที่ฝ่าเท้าไม่ลึกมาก เขาคิดว่าไม่เป็นไร เอาผ้าพันไว้แล้วก็ลุยน้ำต่อ เพราะไม่มีทางเลือก ส่วนแม่ซึ่งเป็นเบาหวานนั่งอยู่บนเตียงที่ยกสูง ขาบวมเล็กน้อยและมีรอยยุงกัดที่เกาจนถลอก บ้านไม่มีน้ำสะอาดพอจะอาบ ทุกคนใช้ผ้าขนหนูผืนเดิมซ้ำ ๆ เช็ดตัวด้วยน้ำขวด
วันที่ 29 กันยายน แดดออกเป็นวันแรก น้ำเริ่มลด ทุกคนเริ่มล้างบ้าน แต่แผลที่เท้าของพี่ต้นเริ่มบวมแดง ร้อน และมีหนอง ส่วนแผลเกาที่ขาของแม่เริ่มมีตุ่มหนองเล็ก ๆ รอบ ๆ ภรรยาของพี่ต้นตัดสินใจพาทั้งสองคนไปโรงพยาบาล แพทย์ดูแผลแล้วบอกว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ซึ่งพบบ่อยหลังน้ำท่วม และกำชับให้ดูแลแผลให้สะอาดแห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และกลับมาทันทีถ้ารอยแดงลามหรือมีไข้ คำแนะนำนั้นทำให้ครอบครัวนึกถึงบ้านที่เพิ่งล้าง ทั้งห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน เตียงของแม่ และผ้าทุกผืนที่เคยแช่น้ำ
ข้อมูลในส่วนนี้ใช้เฉพาะสิ่งที่ประชาไทรายงาน ไม่มีการเพิ่มตัวเลขหรือรายละเอียดอื่น
ภาพเหล่านี้สำคัญต่อการเข้าใจความเสี่ยงของเชื้อสแตฟ น้ำสูงระดับเอวหมายความว่าขา ต้นขา และสะโพกแช่น้ำทุกครั้งที่ออกจากบ้าน การที่ห้องน้ำใช้ไม่ได้หลายวันหมายความว่าคนในบ้านอาบน้ำไม่ได้ตามปกติ และการที่น้ำขังจนเหม็นหมายความว่าในน้ำมีสิ่งปฏิกูลและเศษขยะจำนวนมาก ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสภาพที่ผิวหนังอ่อนแอลง และเปิดทางให้แบคทีเรียบนผิวกลายเป็นการติดเชื้อ
Staphylococcus aureus เป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างกลม เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเกาะกันเป็นกลุ่มคล้ายพวงองุ่น ชื่อ aureus มาจากภาษาละตินที่แปลว่าสีทอง เพราะโคโลนีของเชื้อบนจานเพาะเชื้อมักมีสีเหลืองทอง
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เชื้อสแตฟอาศัยอยู่บนผิวหนังและในโพรงจมูกของคนสุขภาพดีจำนวนมากโดยไม่ทำให้เกิดโรค ตามข้อมูลของ CDC ประมาณหนึ่งในสามของคนทั่วไปมีเชื้อสแตฟอยู่ในจมูก ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่การมีเชื้อ แต่อยู่ที่เมื่อเชื้อหาช่องทางเข้าไปใต้ผิวหนังได้ เช่น ผ่านบาดแผล รอยถลอก รอยเกา หรือผิวที่เปื่อยจากการแช่น้ำนาน เชื้อก็จะเริ่มแบ่งตัวและทำให้เกิดการติดเชื้อ
MRSA (Methicillin-resistant Staphylococcus aureus) คือเชื้อสแตฟที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะกลุ่มที่ใช้กันทั่วไปหลายชนิด ทำให้การรักษายากขึ้น MRSA พบได้ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน การติดเชื้อ MRSA ที่ผิวหนังมีลักษณะคล้ายสแตฟทั่วไป จึงแยกด้วยตาไม่ได้ ต้องอาศัยการเพาะเชื้อ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินหรือทาเอง และควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
เชื้อสแตฟไม่ได้มากับน้ำท่วมเป็นหลักเหมือนเชื้อในอุจจาระ แต่น้ำท่วมสร้างเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้เชื้อที่อยู่บนผิวและรอบตัวเราเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
เชื้อสแตฟอยู่บนพื้นผิวแห้งและบนผ้าได้นานกว่าแบคทีเรียหลายชนิด จุดที่ควรให้ความสำคัญคือพื้นผิวที่ผิวหนังสัมผัสโดยตรงและบ่อย ได้แก่ ที่นอนและหัวเตียง โซฟาผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ราวแขวนผ้า ที่จับประตู ก๊อกน้ำ ฝักบัว ฝาชักโครก ม้านั่ง ราวบันได รีโมต และพื้นห้องน้ำ รวมถึงโต๊ะทำอาหารและเขียงในบ้านที่มีคนทำอาหาร หากในบ้านมีคนที่มีแผลติดเชื้ออยู่ จุดที่ผู้ป่วยนั่ง นอน และใช้ร่วมกันกับคนอื่นยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ
แผลเล็ก ๆ หลังน้ำท่วมส่วนใหญ่หายได้ถ้าดูแลดี แต่บางแผลลุกลามเร็ว ให้ไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้
ห้ามบีบหรือเจาะฝีเอง เพราะอาจดันเชื้อให้ลึกและลามมากขึ้น ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินหรือทาเอง บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา ผู้มีอาการควรพบแพทย์ หากอาการรุนแรงโทร 1669
CDC แนะนำหลักการดูแลแผลช่วงน้ำท่วมที่ทำได้ทุกบ้าน
นอกจากนี้ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกให้เร็ว เช็ดเท้าและซอกนิ้วให้แห้งหลังลุยน้ำ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว มีดโกน หรือเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น และตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการเกาจนผิวถลอก
ในย่านสะพานใหม่ที่มีทั้งชุมชนริมคลอง บ้านเช่า และร้านค้าริมถนน กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้อยู่ร่วมกันในพื้นที่ที่ค่อนข้างหนาแน่น การดูแลบ้านหลังหนึ่งให้ดีจึงลดความเสี่ยงให้คนรอบข้างด้วย
แผลเล็กที่ฝ่าเท้าอาจกลายเป็นเซลลูไลติสที่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน การรักษาที่ช้าไปไม่กี่วันอาจทำให้ใช้เวลาฟื้นตัวนานขึ้นหลายสัปดาห์
สำหรับคนที่ทำงานใช้แรงหรือยืนทั้งวัน แผลติดเชื้อที่เท้าหมายถึงการหยุดงาน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ต้องใช้เงินซ่อมบ้านพอดี
ร้านค้าบางร้านในย่านสะพานใหม่ต้องปิดช่วงน้ำท่วม เมื่อจะกลับมาเปิด เจ้าของร้านต้องมั่นใจว่าพื้นที่ทำอาหารและจุดที่ลูกค้าสัมผัสสะอาดพอ ถ้าพนักงานมีแผลติดเชื้อที่มือ ความเสี่ยงอาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟก็เพิ่มขึ้น
เชื้อสแตฟจากแผลหนองหรือพุพองส่งต่อกันได้ผ่านการสัมผัสและของใช้ร่วมกัน เด็กคนหนึ่งเป็นพุพอง พี่น้องอาจเป็นตามในไม่กี่วัน
หลักของ CDC และองค์การอนามัยโลกคือ เอาโคลนออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม และทำให้แห้งสนิท ของที่ทำความสะอาดไม่ได้ให้ทิ้ง
เมื่อดูแลแผลของคนในบ้านแล้ว และล้างโคลนออกหมดแล้ว ขั้นต่อไปคือการฆ่าเชื้อพื้นผิวให้ทั่วบ้าน บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) ตามข้อมูลบริการ ใช้ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งกระจายน้ำยาเป็นละอองละเอียดไปตามผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมที่การเช็ดด้วยมือทำได้ไม่ทั่ว
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ซึ่งเป็นสารกลุ่มควอเทอร์นารีแอมโมเนียมที่ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวในสถานพยาบาลและสถานที่สาธารณะอย่างแพร่หลาย
ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ CHEMGENE HLD4H ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รายชื่อที่ระบุบนเว็บไซต์ ได้แก่ SARS-CoV-2 (โควิด 19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, โนโรไวรัส, ไวรัสมือเท้าปาก, vaccinia virus, เชื้อมัยโคแบคทีเรีย, ซัลโมเนลลา และเชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อโควิด 19 ภายใน 1 นาที และหน้าบริการระบุหน่วยงานและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476:2013+A2:2019
Staphylococcus aureus และ MRSA ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บไซต์ระบุผลทดสอบเฉพาะ เราจึงไม่อ้างผลทดสอบการฆ่าเชื้อสแตฟ สิ่งที่พูดได้คือ สแตฟเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และองค์การอนามัยโลกกับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม คลินิก สถานดูแลผู้สูงอายุ ฟิตเนส หรือร้านอาหารที่ต้องการข้อมูลผลทดสอบสำหรับเชื้อนี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้โดยตรง หรือดูหน้า เอกสารรับรอง
และต้องย้ำว่า การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาแผลหรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วในร่างกาย ผู้ที่มีแผลติดเชื้อต้องพบแพทย์
การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังการล้างโคลนเสมอ ไม่ได้แทนการทำความสะอาด และเราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง จึงต้องออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นและทำตามเวลากลับเข้าที่ช่างแจ้ง
การเปรียบเทียบนี้อธิบายขั้นตอน ไม่ใช่ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ชื่อและรายละเอียดเป็นการสมมุติ
เจ๊หมวย เปิดร้านข้าวมันไก่เล็ก ๆ ในห้องแถวย่านสะพานใหม่ ช่วงน้ำท่วมร้านต้องปิดเหมือนร้านค้าอีกหลายร้านในย่านนั้น เพราะน้ำเข้าร้านและทำอาหารไม่ได้ เมื่อแดดออกและน้ำลด เจ๊หมวยกับลูกจ้างสองคนช่วยกันล้างร้าน ระหว่างขนของ ลูกจ้างคนหนึ่งโดนขอบสังกะสีบาดมือ
เจ๊หมวยรู้ว่าแผลที่มือของคนทำอาหารเป็นเรื่องใหญ่ เธอให้ลูกจ้างคนนั้นไปล้างแผลและพบแพทย์ แล้วให้ทำหน้าที่อื่นที่ไม่ต้องจับอาหารจนกว่าแผลจะหาย จากนั้นร้านทิ้งเขียงไม้ที่แช่น้ำ ล้างโต๊ะ เก้าอี้ ตู้กระจก และพื้นครัวด้วยผงซักฟอก แล้วจึงนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ ช่างเน้นครัว ห้องน้ำพนักงาน โต๊ะลูกค้า และเคาน์เตอร์ ระหว่างพ่นทุกคนออกไปรอด้านนอก กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำก่อนเริ่มเตรียมของ
เมื่อเปิดร้าน เจ๊หมวยเพิ่มกฎว่าใครมีแผลที่มือต้องปิดแผลกันน้ำและสวมถุงมือ ล้างมือก่อนจับอาหารทุกครั้ง และไม่ตั้งข้าวกับไก่ที่สุกแล้วทิ้งไว้นานที่อุณหภูมิห้อง เธอบอกว่าการพ่นฆ่าเชื้อทำให้ร้านมีขั้นตอนที่ครบ แต่สิ่งที่ปกป้องลูกค้าทุกวันคือนิสัยของคนในร้าน
ถ้าคนส่วนใหญ่มีเชื้อสแตฟอยู่แล้ว ทำไมต้องกังวล
เชื้อบนผิวปกติไม่ทำให้เกิดโรค แต่หลังน้ำท่วม ผิวหนังมีแผลและรอยแตกมากขึ้น เชื้อจึงเข้าใต้ผิวได้ง่าย การลดเชื้อในสิ่งแวดล้อมและดูแลแผลให้ดีจึงช่วยลดโอกาสติดเชื้อ
แผลบวมแดงหลังลุยน้ำ ทายาเองได้ไหม
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะทาหรือกินเอง เพราะการติดเชื้อบางชนิดอย่าง MRSA ดื้อยาที่ใช้ทั่วไป ควรล้างแผลให้สะอาด ปิดแผล และพบแพทย์เพื่อประเมิน
น้ำยา CHEMGENE ฆ่าเชื้อสแตฟหรือ MRSA ได้แน่นอนไหม
หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะสำหรับ Staphylococcus aureus หรือ MRSA จึงไม่ควรอ้างตัวเลขใด สแตฟเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะ สอบถาม WHD ได้โดยตรง
พ่นฆ่าเชื้อแล้วช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นไหม
ไม่ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาแผลในร่างกาย แผลต้องได้รับการดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
คนที่มีแผลเปิดอยู่ในบ้านระหว่างพ่นได้ไหม
ไม่ควร ทุกคนควรออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที
ต้องซักผ้าแบบไหนหลังน้ำท่วม
ซักด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิท ผ้าของผู้ที่มีแผลติดเชื้อควรแยกซัก ผ้าที่แช่น้ำท่วมและซักไม่สะอาดควรทิ้ง
ร้านอาหารต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
พนักงานที่มีแผลที่มือต้องปิดแผลกันน้ำและสวมถุงมือ หรือเปลี่ยนไปทำหน้าที่ที่ไม่จับอาหาร และไม่ควรตั้งอาหารสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน เพราะสารพิษของสแตฟทนความร้อน
บ้านหรือร้านของคุณในสะพานใหม่ล้างโคลนเสร็จแล้ว ให้ทีมช่างช่วยปิดขั้นตอนฆ่าเชื้อพื้นผิวให้ครบ
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดโทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านสุขภาพ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษา ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์ ข้อมูลประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อ้างอิงตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการบนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สแตฟิโลค็อกคัส, เชื้อ Staphylococcus aureus, แผลติดเชื้อหลังน้ำท่วม, ฝี พุพอง เซลลูไลติส, MRSA, ดูแลแผลหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อ สะพานใหม่, น้ำท่วมบางเขน 2569, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H