พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด โนโรไวรัส (Norovirus) 2569: หยุดท้องร่วงอาเจียนในศูนย์พักพิงย่านรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ ก่อนเชื้อจะตามกลับบ้าน

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชำนาญทุกระบบของเครื่องพ่น

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด โนโรไวรัส (Norovirus) 2569: หยุดท้องร่วงอาเจียนในศูนย์พักพิงย่านรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ ก่อนเชื้อจะตามกลับบ้าน

โนโรไวรัส (Norovirus) คือไวรัสที่ทำให้คนจำนวนมากท้องร่วงและอาเจียนพร้อมกันในเวลาไม่กี่วัน และสถานที่ที่มันชอบที่สุดก็คือที่ที่คนจำนวนมากต้องกิน นอน และใช้ห้องน้ำร่วมกัน อย่างเช่นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปลายเดือนกันยายน 2569 ย่านรังสิตใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพิ่งผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมา บทความนี้จะอธิบายว่าโนโรไวรัสคืออะไร ทำไมมันระบาดง่ายหลังน้ำท่วม หลบซ่อนอยู่ตรงไหนในอาคาร และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังทำความสะอาดเสร็จ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยปิดช่องโหว่ได้ ทั้งในศูนย์พักพิง โรงเรียน วัด หอประชุม และบ้านที่ผู้อพยพกำลังจะกลับไปอยู่

น้ำท่วมย่านรังสิต 2569 กับคืนแรกในศูนย์พักพิง

ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประกาศให้ 90 ชุมชนในตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ราวตีหนึ่งของวันที่ 25 กันยายน จากฝนที่ตกหนักและน้ำที่ล้นออกจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ส่วนเดลินิวส์รายงานว่ามีการเปิดศูนย์พักพิง 5 แห่งในย่านรังสิต เพื่ออพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากบ้านที่น้ำเข้า

เรื่องเล่าต่อจากนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อยในศูนย์พักพิง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ยืนยันกับสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

พี่นุชเป็นอาสาสมัครที่ประจำโรงครัวของศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งในย่านรังสิต คืนแรกมีผู้อพยพทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งผู้สูงอายุที่ต้องนอนเตียง เด็กเล็ก และคนที่เดินลุยน้ำออกมาพร้อมถุงเสื้อผ้าเปียกๆ ห้องน้ำมีไม่กี่ห้อง ก๊อกน้ำล้างมือมีแค่สองจุด เจลแอลกอฮอล์ถูกส่งต่อกันไปมาจนหมดขวด วันที่สามมีเด็กคนหนึ่งอาเจียนกลางห้องนอนรวมตอนดึก ผู้ปกครองรีบเช็ดด้วยผ้าที่มีอยู่แล้วนำผ้าไปซักรวมกับผ้าอื่น วันรุ่งขึ้นมีคนเริ่มปวดท้อง คลื่นไส้ และวิ่งเข้าห้องน้ำต่อเนื่อง อาสาสมัครในโรงครัวก็เริ่มมีอาการตามมา

สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดเพราะใครสกปรกหรือละเลย แต่เป็นธรรมชาติของโนโรไวรัสที่แพร่ได้เร็วมากในที่คนอยู่หนาแน่น ข่าวดีคือเราเข้าใจเส้นทางของมันได้ และเมื่อเข้าใจ เราก็ปิดเส้นทางเหล่านั้นได้ทีละเส้น ตั้งแต่การล้างมือ การจัดการอาเจียนอย่างถูกวิธี การทำความสะอาด ไปจนถึงการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวทั้งอาคารเมื่อผู้คนย้ายออกหรือก่อนจะกลับเข้าบ้าน

โนโรไวรัส (Norovirus) คืออะไร ทำไมจึงเป็นตัวการท้องร่วงอาเจียนอันดับต้นๆ

โนโรไวรัสเป็นไวรัสในวงศ์ Caliciviridae สารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอ และที่สำคัญคือเป็น ไวรัสชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม (non-enveloped virus) ไวรัสกลุ่มนี้ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าไวรัสที่มีเปลือกไขมันอย่างไวรัสไข้หวัดใหญ่ จึงอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ในสภาพที่เหมาะสม และไม่ค่อยไวต่อแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) จึงแนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดเป็นหลัก ส่วนเจลแอลกอฮอล์ใช้เสริมได้แต่ไม่ควรใช้แทน

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC ระบุตรงกันว่าโนโรไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบเฉียบพลันทั่วโลก พบได้ทุกกลุ่มอายุ และติดซ้ำได้หลายครั้งในชีวิต เพราะมีหลายสายพันธุ์ย่อยและภูมิคุ้มกันที่ได้หลังติดเชื้อมักอยู่ไม่นาน คนไทยหลายคนรู้จักมันในชื่อเล่นว่า "ไวรัสท้องร่วงหน้าหนาว" แต่ในความเป็นจริงมันระบาดได้ทุกฤดู โดยเฉพาะเมื่อสุขาภิบาลพังลงอย่างที่เกิดขึ้นช่วงน้ำท่วม

จุดที่ทำให้โนโรไวรัสน่ากลัวในที่ชุมชนคือ ปริมาณเชื้อที่ทำให้ป่วยได้นั้นน้อยมาก CDC ระบุว่าอนุภาคไวรัสเพียงไม่ถึงร้อยอนุภาคก็ทำให้คนป่วยได้ ขณะที่ผู้ป่วยหนึ่งคนขับเชื้อออกมาทางอุจจาระและอาเจียนได้มหาศาล อาเจียนเพียงครั้งเดียวที่พุ่งกระจายจึงทำให้พื้น ผนัง ราวเตียง และอากาศรอบข้างปนเปื้อนได้ทั้งบริเวณ ผู้ที่หายจากอาการแล้วยังขับเชื้อออกทางอุจจาระต่อได้อีกอย่างน้อยสองสัปดาห์ จึงมีโอกาสแพร่ต่อทั้งที่รู้สึกว่าหายดีแล้ว

เส้นทางที่โนโรไวรัสใช้แพร่หลังน้ำท่วม

น้ำท่วมไม่ได้สร้างโนโรไวรัสขึ้นมาใหม่ แต่ทำให้ทุกเส้นทางการแพร่เชื้อเปิดกว้างขึ้นพร้อมกัน ลองไล่ดูทีละเส้นทาง

  • ทางอุจจาระเข้าปาก เมื่อส้วมและบ่อเกรอะจมน้ำ สิ่งปฏิกูลจะปะปนออกมากับน้ำท่วม ไหลเข้าบ้าน เกาะตามพื้น ผนังส่วนล่าง และข้าวของที่แช่น้ำ ใครสัมผัสแล้วหยิบอาหารเข้าปากโดยไม่ได้ล้างมือก็รับเชื้อได้
  • ทางน้ำดื่มและน้ำใช้ น้ำประปาอาจขุ่นหรือแรงดันตก ถังเก็บน้ำบางบ้านมีน้ำท่วมเข้า การใช้น้ำไม่สะอาดล้างผัก ล้างจาน หรือแปรงฟัน เป็นช่องทางหนึ่งที่พบได้บ่อย
  • ทางอาหาร ในโรงครัวชั่วคราว ผู้ปรุงอาหารคนเดียวที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการชัดเจนก็ทำให้คนกินจำนวนมากป่วยได้ อาหารที่ไม่ผ่านความร้อนหลังสัมผัสมือ เช่น ผลไม้หั่น ผักสด หรือข้าวที่ปั้นด้วยมือ มีความเสี่ยงสูงกว่า
  • ทางละอองอาเจียน การอาเจียนแบบพุ่งทำให้เกิดละอองขนาดเล็กที่ตกลงบนพื้นผิวรอบตัวเป็นวงกว้าง คนที่อยู่ใกล้อาจกลืนละอองเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว
  • ทางพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย ลูกบิดประตูห้องน้ำ ก๊อกน้ำ ราวบันได ราวเตียงผู้ป่วย ปุ่มกดชักโครก ทัพพีตักอาหาร โต๊ะลงทะเบียน และโทรศัพท์มือถือที่ส่งต่อกันใช้ ทั้งหมดนี้เป็นสะพานส่งเชื้อจากมือคนหนึ่งไปยังอีกคน

เมื่อรวมกับการที่คนในศูนย์พักพิงนอนใกล้กัน ใช้ห้องน้ำจำนวนจำกัด และน้ำสะอาดสำหรับล้างมือขาดแคลนในช่วงแรก โนโรไวรัสจึงกลายเป็นหนึ่งในเชื้อที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกเฝ้าระวังในศูนย์อพยพหลังภัยพิบัติ ตัวอย่างที่มีบันทึกไว้ในรายงานของ CDC คือการระบาดของโรคท้องร่วงจากโนโรไวรัสในหมู่ผู้อพยพจากพายุเฮอริเคนแคทรีนาที่ไปพักในศูนย์อพยพขนาดใหญ่ เมื่อปี 2548

อาการของโรคจากโนโรไวรัส และใครเสี่ยงที่สุด

หลังรับเชื้อ อาการมักเริ่มภายในราว 12 ถึง 48 ชั่วโมง โดยเกิดขึ้นค่อนข้างเฉียบพลัน อาการที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงเป็นน้ำ ปวดท้องหรือปวดบีบ บางคนมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามตัว คนส่วนใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงจะดีขึ้นภายใน 1 ถึง 3 วัน

สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ ภาวะขาดน้ำ ซึ่งเกิดได้เร็วในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกอพยพเข้าศูนย์พักพิงย่านรังสิตโดยเฉพาะ คนกลุ่มนี้อาจไม่รู้สึกกระหายน้ำ ดื่มน้ำเองได้ลำบาก และมีโรคประจำตัวที่ทำให้ร่างกายรับมือกับการเสียน้ำได้ไม่ดี
  • เด็กเล็กและทารก ร่างกายมีน้ำสำรองน้อย เสียน้ำไม่กี่ครั้งก็อาจซึมลงได้
  • หญิงตั้งครรภ์ ที่การอาเจียนและท้องร่วงซ้ำๆ ทำให้อ่อนเพลียมาก
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิ ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งอาจมีอาการนานกว่าปกติ

สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์หรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำศูนย์ทันที ได้แก่ ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่ปัสสาวะหลายชั่วโมง ปากแห้ง ตาลึกโหล ซึม สับสน เวียนศีรษะเมื่อลุกยืน เด็กร้องไห้ไม่มีน้ำตา อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ถ่ายเป็นเลือด หรือมีไข้สูง บทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการรักษา ผู้ที่มีอาการควรพบแพทย์หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเสมอ

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ หลังน้ำท่วมยังมีโรคอื่นที่อาการเริ่มต้นคล้ายกัน เช่น โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู ที่มักมีไข้สูงและปวดน่องหลังลุยน้ำ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร กรมควบคุมโรคจึงย้ำเสมอว่าใครที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ควรบอกแพทย์ด้วยว่าเพิ่งสัมผัสน้ำท่วม เพื่อให้วินิจฉัยได้ถูกต้อง

โนโรไวรัสซ่อนอยู่ตรงไหนในศูนย์พักพิงและในบ้านหลังน้ำลด

เมื่อคิดถึงเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คนส่วนใหญ่นึกถึงโคลนและพื้นที่แช่น้ำ แต่สำหรับโนโรไวรัส จุดเสี่ยงคือจุดที่ มือ อุจจาระ และอาเจียน มาเจอกัน ลองใช้รายการนี้เป็นแผนที่

  • ห้องน้ำรวม ฝารองนั่ง ปุ่มกดชักโครก สายฉีดชำระ ลูกบิด กลอนประตู ก๊อกน้ำ และพื้นรอบโถ ซึ่งมีละอองจากการกดชักโครกตกลงมาทุกครั้ง
  • จุดนอนรวม เสื่อ ฟูก ผ้าห่มที่ใช้ร่วมกัน ราวเตียงผู้ป่วย โต๊ะข้างเตียง และพื้นรอบจุดที่มีคนอาเจียน
  • โรงครัวและจุดแจกอาหาร เขียง มีด ทัพพี ถาด ฝาหม้อ ภาชนะใส่น้ำแข็ง และโต๊ะวางอาหาร
  • จุดลงทะเบียนและจุดรับของบริจาค ปากกา คลิปบอร์ด โต๊ะ กล่องของ และราวกั้นทางเดิน
  • รถและเรือที่ใช้อพยพ ที่นั่ง ราวจับ และพื้นที่ผู้ป่วยนอนระหว่างเดินทาง
  • บ้านที่ผู้อพยพกำลังจะกลับไป ห้องน้ำที่ส้วมเอ่อล้นตอนน้ำท่วม พื้นห้องครัว ตู้กับข้าวส่วนล่าง และของเล่นเด็กที่แช่น้ำ

จุดเหล่านี้คือเหตุผลที่การล้างพื้นด้วยน้ำเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยมักอยู่สูงกว่าพื้น เป็นวัสดุหลากหลาย และมีซอกมุมที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

ผลกระทบเมื่อโนโรไวรัสระบาดในศูนย์พักพิงหรือที่ทำงาน

ด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่เพิ่งถูกย้ายออกจากบ้านต้องเผชิญความเครียด การนอนไม่พอ และการกินอาหารไม่ตรงเวลาอยู่แล้ว การท้องร่วงอาเจียนเพิ่มเข้ามาทำให้ร่างกายทรุดได้เร็ว บางรายต้องย้ายไปโรงพยาบาล ซึ่งในช่วงน้ำท่วมก็มีภาระหนักอยู่แล้ว

ด้านกำลังคน อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อต้องหยุดพัก ทำให้งานที่เหลือตกอยู่กับคนจำนวนน้อยลง ทั้งที่เป็นช่วงที่ต้องการแรงมากที่สุด

ด้านค่าใช้จ่ายและเวลา ครอบครัวที่กลับบ้านพร้อมสมาชิกที่ยังป่วยอาจทำให้คนที่บ้านติดต่อกันเป็นทอดๆ ร้านอาหารหรือสำนักงานที่พนักงานป่วยพร้อมกันหลายคนต้องปิดชั่วคราว เสียรายได้ซ้ำเติมความเสียหายจากน้ำ

ด้านความเชื่อมั่น สำหรับโรงเรียน วัด หอประชุม หรืออาคารเอกชนที่เปิดเป็นศูนย์พักพิง เมื่อถึงวันส่งคืนพื้นที่ ผู้ใช้งานเดิม ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และพนักงาน ย่อมอยากมั่นใจว่าอาคารได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้วก่อนกลับมาใช้

ด้านจิตใจ คนที่เพิ่งเสียข้าวของไปกับน้ำ ยังต้องมากังวลว่าลูกหลานหรือพ่อแม่จะป่วยต่อ ความเหนื่อยล้าแบบนี้สะสมอยู่ในใจและส่งผลต่อการฟื้นตัวของทั้งครอบครัว

ทำไมวิธีที่คุ้นเคยจึงยังหยุดโนโรไวรัสได้ไม่สนิท

  1. พึ่งเจลแอลกอฮอล์อย่างเดียว แอลกอฮอล์ได้ผลดีกับไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม แต่โนโรไวรัสไม่มีเปลือก การล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ถูให้ทั่วอย่างน้อย 20 วินาที จึงสำคัญกว่า
  2. เช็ดอาเจียนด้วยผ้าแล้วซักรวม ผ้าที่เปื้อนอาเจียนกลายเป็นตัวพาเชื้อไปยังผ้าผืนอื่นและมือของคนซัก ควรแยกใส่ถุง ซักด้วยน้ำร้อนตามที่ผ้ารับได้ และทำให้แห้งสนิท
  3. ถูพื้นด้วยไม้ถูพื้นอันเดียวทั้งอาคาร ไม้ถูพื้นที่ผ่านจุดอาเจียนแล้วไปถูห้องอื่น คือการพาเชื้อไปทั่ว
  4. ใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปแทนน้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาถูพื้นที่เน้นความหอมช่วยขจัดคราบได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสที่ทนทาน
  5. ผสมน้ำยาฟอกขาวเองโดยไม่วัดความเข้มข้น ใส่น้อยไปก็ไม่ได้ผล ใส่มากไปก็ทำให้แสบตาแสบจมูก และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดกรดหรือแอมโมเนีย เพราะเกิดก๊าซอันตราย
  6. เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็นว่าเลอะ ละอองอาเจียนกระจายไกลกว่าที่ตาเห็น และพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยมักไม่มีคราบให้เห็นเลย
  7. ทำความสะอาดครั้งเดียวแล้วจบ เชื้อที่เหลือบนพื้นผิวเพียงเล็กน้อยก็พอทำให้คนถัดไปป่วยได้ ศูนย์พักพิงจึงต้องการทั้งการทำความสะอาดประจำวันและการฆ่าเชื้อแบบครอบคลุมในจังหวะที่เหมาะสม

บริการพ่นฆ่าเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อโรคหลากหลายสายพันธุ์จาก WHD

World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน อาคาร และพื้นที่สาธารณะ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียดที่ลอยไปเกาะพื้นผิวในซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบสำคัญเป็น Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

สำหรับโนโรไวรัสโดยเฉพาะ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ WHD โนโรไวรัสอยู่ในรายชื่อเชื้อที่ระบุว่าน้ำยาครอบคลุม ร่วมกับเชื้ออื่นๆ เช่น SARS-CoV-2 (COVID-19), Human Coronavirus 229E, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, HIV, ไวรัสโรคมือเท้าปาก, vaccinia virus, เชื้อมัยโคแบคทีเรีย, Salmonella, เชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อ COVID-19 ภายใน 1 นาที คำว่า "ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์" ที่ใช้ในบทความนี้จึงมาจากถ้อยคำของเว็บไซต์เอง เราไม่ได้อ้างจำนวนสายพันธุ์ที่แน่นอน หากองค์กรของคุณต้องการเอกสารผลทดสอบเฉพาะโนโรไวรัสเพื่อประกอบการตัดสินใจ สามารถขอจาก WHD ได้โดยตรง

หน้าบริการยังระบุรายชื่อหน่วยงานที่รับรองหรือให้การยอมรับ ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับการทดสอบฤทธิ์ฆ่าไวรัสของน้ำยาฆ่าเชื้อ ลูกค้าของบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขั้นตอนการใช้บริการ

  1. นัดหมาย โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ และสถานการณ์ เช่น เคยใช้เป็นศูนย์พักพิง มีผู้ป่วยท้องร่วงอาเจียน หรือเป็นบ้านที่ส้วมเอ่อล้นตอนน้ำท่วม
  2. เตรียมพื้นที่ ขนโคลนออก ล้างพื้นผิวให้สะอาด เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัว ทิ้งของที่ปนเปื้อนหนักและซักล้างไม่ได้
  3. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ ทีมช่างพ่นและ/หรือพ่น ULV ครอบคลุมห้องน้ำ จุดนอน โรงครัว และพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย โดยผู้คนต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น
  4. รอ แล้วกลับมาใช้งาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ยึดเวลากลับเข้าพื้นที่ตามที่ช่างแจ้งในหน้างานเป็นหลัก

ข้อควรรู้อย่างตรงไปตรงมา การพ่นฆ่าเชื้อเป็น ขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้มาแทนการล้าง ไม่ได้แทนการล้างมือ และไม่ได้แทนการไปพบแพทย์ เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้างใดๆ ก่อนวางอาหารหรือให้เด็กเล็กเล่นบนพื้น ให้ทำตามคำแนะนำของช่าง ส่วนอาเจียนหรืออุจจาระที่เกิดขึ้นระหว่างวัน ต้องจัดการทันทีตามวิธีในเช็กลิสต์ด้านล่าง ไม่ต้องรอรอบพ่น

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด เมื่อกังวลเรื่องโนโรไวรัส

  1. ปิดช่องโหว่บนพื้นผิวที่เช็ดไม่ทั่ว ละออง ULV เข้าถึงซอกราวเตียง ขาโต๊ะ และใต้ชั้นวาง ที่ผ้าเช็ดมักพลาด
  2. น้ำยาที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส โนโรไวรัสอยู่ในรายชื่อเชื้อตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  3. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มในรอบเดียว หลังน้ำท่วมไม่ได้มีแค่ไวรัส แต่ยังมีแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูลและเชื้อราจากความชื้น น้ำยาที่ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์จึงตอบโจทย์มากกว่า
  4. ทำโดยช่างที่ผ่านการฝึก ไม่ต้องให้อาสาสมัครที่เหนื่อยล้ามาผสมสารเคมีเองโดยไม่รู้ความเข้มข้น
  5. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอราว 30 นาทีก็กลับมาใช้พื้นที่ได้ เหมาะกับอาคารที่ต้องเปิดรับคนต่อ
  6. เหมาะกับจังหวะส่งคืนพื้นที่ โรงเรียน วัด หรือหอประชุมที่ใช้เป็นศูนย์พักพิง พ่นก่อนเปิดใช้งานตามปกติ ช่วยให้ผู้ใช้งานเดิมมั่นใจ
  7. เหมาะกับจังหวะกลับบ้าน ผู้อพยพที่กลับไปบ้านหลังล้างโคลนแล้ว ได้พื้นผิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนให้ผู้สูงอายุและเด็กเข้าอยู่
  8. มีรายชื่อหน่วยงานรับรองให้ตรวจสอบ หน้าบริการระบุกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และ EN 14476 ซึ่งองค์กรนำไปประกอบเอกสารภายในได้
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับโรงเรียน บริษัท และนิติบุคคลอาคารชุด พร้อมโปรโมชันรับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ตามข้อมูลบริการ
  10. ลดภาระทางใจ เมื่อรู้ว่าขั้นตอนสุดท้ายทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ครอบครัวและผู้ดูแลศูนย์ก็มีแรงไปจัดการเรื่องอื่นที่รออยู่ นัดหมายบริการได้ที่นี่

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ ภาพที่เปลี่ยนไปในอาคาร

ก่อน

  • ห้องน้ำรวมใช้ร่วมกันหลายสิบคน ลูกบิดและก๊อกน้ำไม่เคยถูกฆ่าเชื้อ
  • มีคนอาเจียนในห้องนอนรวม เช็ดแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าทั่วถึง
  • อาสาสมัครโรงครัวเริ่มปวดท้องทีละคน
  • ผู้ดูแลอาคารไม่แน่ใจว่าจะส่งคืนพื้นที่ให้นักเรียนหรือพนักงานได้เมื่อไร
  • ครอบครัวกังวลว่าจะพาเชื้อกลับบ้าน

หลัง

  • ล้างทำความสะอาดแล้ว ตามด้วยการพ่นฆ่าเชื้อครอบคลุมห้องน้ำ จุดนอน และโรงครัว
  • พื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยผ่านน้ำยาที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส
  • มีขั้นตอนจัดการอาเจียนชัดเจน พร้อมจุดล้างมือด้วยสบู่
  • ผู้ดูแลอาคารมีบันทึกการฆ่าเชื้อแนบประกอบการส่งคืนพื้นที่
  • ครอบครัวกลับบ้านพร้อมความรู้ และบ้านที่พร้อมรับคนกลับเข้าอยู่

กรณีตัวอย่าง: ส่งคืนอาคารเรียนที่เคยเป็นศูนย์พักพิงย่านรังสิต

กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย เพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ครูเอ๋เป็นครูฝ่ายอาคารสถานที่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เปิดหอประชุมและอาคารเรียนชั้นล่างรับผู้อพยพในช่วงน้ำท่วมย่านรังสิต หลังผู้อพยพทยอยกลับบ้าน ครูเอ๋พบว่ามีผู้ป่วยท้องร่วงอาเจียนเป็นกลุ่มในช่วงหนึ่งตามที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบันทึกไว้ ผู้ปกครองหลายคนในกลุ่มไลน์ถามตรงๆ ว่าโรงเรียนจะทำอย่างไรก่อนให้เด็กกลับมาเรียน

ทีมครูและนักการภารโรงเริ่มจากการขนขยะ ฟูก และเสื่อที่ใช้แล้วออก ล้างพื้นและห้องน้ำด้วยน้ำยาทำความสะอาด เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จากนั้นจึงนัดทีม WHD เข้าพ่นฆ่าเชื้อ ช่างเดินสำรวจก่อนเพื่อกำหนดโซน ได้แก่ ห้องน้ำรวม หอประชุม ห้องเรียนชั้นล่าง โรงอาหาร และทางเดิน ระหว่างพ่นไม่มีใครอยู่ในโซนนั้น หลังครบเวลาที่ช่างแจ้ง ครูจึงเปิดพื้นที่และจัดโต๊ะเรียนกลับเข้าที่

สิ่งที่ครูเอ๋บอกกับผู้ปกครองไม่ใช่คำสัญญาว่าจะไม่มีใครป่วยอีกเลย แต่คือการอธิบายว่าโรงเรียนทำอะไรไปบ้าง ตั้งแต่การล้าง การพ่นฆ่าเชื้อ การเพิ่มจุดล้างมือด้วยสบู่ และการขอให้เด็กที่ยังมีอาการพักอยู่บ้านจนหายดี ความโปร่งใสแบบนี้เองที่ทำให้ผู้ปกครองสบายใจขึ้น

เช็กลิสต์ป้องกันโนโรไวรัส ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

เมื่อมีคนอาเจียนหรือถ่ายเลอะ (ทำทันที)

  • กันคนอื่นออกจากบริเวณ โดยเฉพาะเด็ก
  • ผู้ทำความสะอาดสวมถุงมือ หน้ากาก และถ้ามีให้สวมผ้ากันเปื้อน
  • ใช้กระดาษหรือผ้าที่ทิ้งได้ซับสิ่งที่เลอะจากด้านนอกเข้าด้านใน ใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้แน่น
  • ทำความสะอาดพื้นผิวรอบบริเวณให้กว้างกว่าจุดที่เห็น แล้วฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตามฉลาก CDC แนะนำสารละลายคลอรีนสำหรับพื้นผิวที่ทนได้ ห้ามผสมคลอรีนกับน้ำยาชนิดอื่น
  • ถอดถุงมือแล้วล้างมือด้วยสบู่และน้ำทันที ผ้าที่เปื้อนให้แยกซัก

ก่อนวันพ่นฆ่าเชื้อ

  • ขนโคลนและขยะที่ปนเปื้อนออก ทิ้งอาหาร ยา และของที่แช่น้ำท่วม
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด เปิดระบายอากาศ
  • เก็บอาหาร ภาชนะ แปรงสีฟัน และของใช้ส่วนตัวใส่กล่องปิดหรือนำออก
  • แจ้งช่างถึงจุดที่เคยมีผู้ป่วยอาเจียนหรือท้องร่วง จุดที่ส้วมเอ่อล้น และจุดที่มือสัมผัสบ่อย
  • จัดการให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และสัตว์เลี้ยง อยู่นอกโซนที่จะพ่น

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะใส่อาหารอีกรอบด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
  • ตั้งจุดล้างมือด้วยสบู่ใกล้ห้องน้ำและโรงครัว ทำความสะอาดพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยทุกวัน
  • ผู้ที่ยังมีอาการไม่ควรปรุงอาหารให้ผู้อื่น และควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังอาการหายตามคำแนะนำของ CDC
  • ดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิท กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่
  • ใครมีอาการขาดน้ำ ไข้สูง หรือลุยน้ำแล้วมีไข้ปวดน่อง ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อโนโรไวรัส

ถาม: ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ป้องกันโนโรไวรัสได้ไหม
ตอบ: เจลแอลกอฮอล์ช่วยได้บ้างแต่ไม่พอ โนโรไวรัสเป็นไวรัสชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม CDC แนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นหลัก โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และก่อนจับอาหาร

ถาม: น้ำยา CHEMGENE HLD4H ฆ่าโนโรไวรัสได้จริงหรือ
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ WHD โนโรไวรัสอยู่ในรายชื่อเชื้อที่น้ำยาระบุว่าครอบคลุม หากองค์กรต้องการเอกสารผลทดสอบประกอบ สามารถขอจาก WHD ได้โดยตรง

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องล้างพื้นใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ ต้องขนโคลนและล้างให้สะอาดก่อนเสมอ คราบสกปรกและสารอินทรีย์จะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิด การพ่นจึงเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากพื้นที่ไหม และกลับเข้าได้เมื่อไร
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่พ่นทุกคน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้งานได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างานเป็นหลัก

ถาม: ศูนย์พักพิงที่ยังมีคนพักอยู่ พ่นได้หรือไม่
ตอบ: ทำได้โดยแบ่งโซน ย้ายคนออกจากโซนที่จะพ่นชั่วคราว พ่นทีละส่วน แล้วให้กลับเข้าเมื่อครบเวลาที่ช่างกำหนด ควรวางแผนร่วมกับผู้ดูแลศูนย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ถาม: ป่วยโนโรไวรัสแล้วต้องทำอย่างไร
ตอบ: ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อน แยกห้องน้ำถ้าทำได้ และพบแพทย์หากมีสัญญาณขาดน้ำหรืออาการรุนแรง บทความนี้ไม่ให้คำแนะนำด้านยาหรือการรักษา

ถาม: บริการนี้ช่วยเรื่องเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำท่วมด้วยไหม
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ น้ำยาระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา ส่วนกลิ่นอับในอากาศ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซน เป็นบริการเสริม ทั้งนี้ต้องทำให้พื้นที่แห้งสนิทก่อนเสมอ

พร้อมส่งคืนพื้นที่และพาครอบครัวกลับบ้านอย่างมั่นใจ

ปรึกษาทีม WHD เรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด สำหรับศูนย์พักพิง โรงเรียน วัด สำนักงาน และบ้าน ในย่านรังสิตและปทุมธานี

นัดพ่นฆ่าเชื้อกับ WHD

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#โนโรไวรัส #Norovirus #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #ศูนย์พักพิงรังสิต #ท้องร่วงอาเจียน

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ โนโรไวรัส, โนโรไวรัส Norovirus, ท้องร่วงอาเจียนหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, ฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, น้ำท่วมรังสิต 2569, ต.ประชาธิปัตย์ ธัญบุรี, บริการพ่นฆ่าเชื้อ ปทุมธานี, CHEMGENE HLD4H, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้