Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
ทุกครั้งที่น้ำท่วมขังในซอย คำเตือนที่คนไทยได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ระวังโรคฉี่หนู" โรคนี้เกิดจาก เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) แบคทีเรียรูปเกลียวที่ออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อีกหลายชนิด ปะปนอยู่ในน้ำท่วม ดินโคลน และพื้นที่ชื้นแฉะ แล้วเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก และเยื่อบุตา จมูก ปาก บทความนี้อธิบายว่าเชื้อเลปโตสไปราคืออะไร ทำไมความเสี่ยงยังไม่จบแม้น้ำลดแล้ว จุดไหนในบ้านที่ควรระวัง อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ เข้ามาช่วยตรงไหนในการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม โดยใช้เหตุการณ์น้ำคลองรังสิตล้นเข้าซอยคลองสองและซอยคลองหลวง 50 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 เป็นบทเรียน
หมายเหตุ: เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในซอยที่น้ำท่วมขัง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง
บอยเป็นไรเดอร์ส่งอาหารที่เช่าบ้านชั้นเดียวอยู่ในซอยแถวคลองหลวงกับแม่ เช้าวันหนึ่งปลายเดือนกันยายน เขาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตามปกติ แต่ปากซอยกลายเป็นแอ่งน้ำลึกเพราะน้ำจากคลองล้นเข้ามา รถดับกลางน้ำ เขาต้องลงเข็นรถลุยน้ำกลับเข้าบ้าน ระหว่างทางขาไปขูดกับขอบอะไรบางอย่างใต้น้ำจนเป็นแผลถลอกยาวที่หน้าแข้ง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ เพราะกังวลเรื่องรถที่สตาร์ทไม่ติดและงานที่ต้องหยุด
หลายวันต่อมา น้ำในซอยค่อย ๆ ลดลง บอยกับแม่ช่วยกันกวาดโคลนออกจากบ้าน เห็นมูลหนูตามมุมห้องครัว กล่องข้าวสารที่หนูกัดเป็นรู และรอยเท้าเล็ก ๆ บนโคลนตามชั้นวางของ ใต้ตู้มีกลิ่นฉุนแปลก ๆ ทั้งสองคนทำความสะอาดด้วยมือเปล่าและรองเท้าแตะ เพราะคิดว่าน้ำลดแล้ว อันตรายก็น่าจะหมดไปด้วย
เกือบสองสัปดาห์หลังวันที่เข็นรถ บอยเริ่มมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะมาก และปวดน่องจนเดินลำบาก ตาแดงทั้งสองข้าง แม่ของเขาจำคำเตือนจากเสียงตามสายได้ จึงพาไปโรงพยาบาลและบอกแพทย์ว่าลูกเคยลุยน้ำท่วมโดยมีแผลที่ขา การบอกประวัตินี้ช่วยให้แพทย์นึกถึงโรคเลปโตสไปโรซิสได้ตั้งแต่ต้น
เรื่องของบอยสะท้อนความเข้าใจผิดที่พบบ่อยสองข้อ ข้อแรก คิดว่าบาดแผลเล็ก ๆ ไม่สำคัญ ข้อสอง คิดว่าเมื่อน้ำลด ความเสี่ยงก็หมดไป ทั้งที่ในความเป็นจริง ช่วงทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดเป็นช่วงที่คนสัมผัสโคลน พื้นเปียก และของที่หนูเคยอาศัยมากที่สุด
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. น้ำในคลองรังสิตสูงเกินระดับวิกฤตและล้นเข้าท่วมถนน บริเวณซอยคลองสองและซอยคลองหลวง 50 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำขังลึก รถจักรยานยนต์ดับหลายคัน
ลักษณะพื้นที่แบบแอ่งกระทะมีความหมายต่อความเสี่ยงโรคฉี่หนูมากกว่าที่หลายคนคิด น้ำที่ไหลลงแอ่งไม่มีทางออกเร็ว จึงขังนิ่งอยู่นานกว่าพื้นที่รอบข้าง หนูที่อาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ริมคลอง และพงหญ้าถูกน้ำไล่ออกจากโพรง ต้องหนีขึ้นมาอยู่ใกล้บ้านคน ปัสสาวะของหนูปะปนกับน้ำที่ขังนิ่ง และเมื่อคนต้องลงเดินลุยน้ำหรือเข็นรถที่ดับกลางทาง ผิวหนังที่แช่น้ำนานก็เปื่อยยุ่ย ประกอบกับแผลถลอกจากเศษวัสดุใต้น้ำ จึงเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย
บทความนี้ไม่ได้อ้างว่ามีผู้ป่วยหรือมีการตรวจพบเชื้อเลปโตสไปราในพื้นที่ดังกล่าว แต่ใช้เหตุการณ์จริงนี้เป็นตัวอย่างของสภาพแวดล้อมที่กรมควบคุมโรค องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) เตือนว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเลปโตสไปโรซิสหลังน้ำท่วม
เลปโตสไปรา เป็นแบคทีเรียกลุ่มสไปโรคีต มีรูปร่างเป็นเกลียวบางและเคลื่อนที่ได้ดีในน้ำ เชื้อกลุ่มที่ก่อโรคในคนทำให้เกิด โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่คนไทยเรียกว่าโรคฉี่หนู แม้ชื่อจะมีคำว่าหนู แต่สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรคมีหลายชนิด ทั้งหนู สุนัข โค กระบือ และสุกร สัตว์เหล่านี้อาจมีเชื้ออยู่ในไตโดยไม่แสดงอาการ และขับเชื้อออกมากับปัสสาวะเป็นเวลานาน
เมื่อปัสสาวะของสัตว์ปนเปื้อนลงในน้ำหรือดินชื้น เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน CDC ระบุว่าเชื้ออาจอยู่รอดในน้ำหรือดินได้ตั้งแต่หลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน คนติดเชื้อได้หลายทาง ได้แก่
โรคนี้โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน ความเสี่ยงหลักจึงมาจากสิ่งแวดล้อม คือ น้ำ ดิน โคลน และพื้นผิวที่สัมผัสปัสสาวะสัตว์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การจัดการสิ่งแวดล้อมในบ้านหลังน้ำลด การป้องกันตัวเอง และการควบคุมหนู ต้องทำไปพร้อมกัน
โคลนและแอ่งน้ำที่หลงเหลือ หลังน้ำลด ยังมีน้ำขังตามแอ่ง ใต้ถุนบ้าน ลานจอดรถ และร่องระบายน้ำ ดินโคลนที่เปียกชื้นเป็นสภาพที่เชื้อเลปโตสไปราอยู่รอดได้ดี ต่างจากพื้นผิวที่แห้งสนิทและโดนแดด ซึ่งเชื้ออยู่ได้ไม่นาน
หนูยังไม่กลับไปที่เดิม หนูที่หนีน้ำขึ้นมาอยู่ในบ้าน ห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน และใต้ตู้ มักยังวนเวียนอยู่ระยะหนึ่ง ทิ้งปัสสาวะและมูลไว้ตามทางเดิน ชั้นวาง และภาชนะ
งานทำความสะอาดคืองานสัมผัสโคลน การตักโคลน ขนของ ขัดพื้น และยกเฟอร์นิเจอร์ ทำให้มือและเท้าสัมผัสพื้นผิวเปียกเป็นเวลานาน ยิ่งถ้าไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท รอยขีดข่วนเล็ก ๆ จากเศษไม้ ตะปู หรือกระจก ก็เป็นทางเข้าของเชื้อได้
ระยะฟักตัวยาว ทำให้ลืมเชื่อมโยง ตามข้อมูลของ CDC อาการอาจเริ่มตั้งแต่ 2 วันจนถึงราว 4 สัปดาห์หลังรับเชื้อ หลายคนจึงไม่นึกว่าไข้ที่เกิดขึ้นหลายวันหลังน้ำลดเกี่ยวข้องกับการลุยน้ำหรือการทำความสะอาดบ้าน และไม่ได้บอกแพทย์
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในบ้านไม่ได้ทำให้น้ำท่วมหรือดินโคลนนอกบ้านปลอดภัย และไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำ แต่ช่วยลดปริมาณเชื้อบนพื้นผิวที่ทุกคนในบ้านต้องสัมผัสทุกวัน หลังจากล้างโคลนและกำจัดสิ่งปนเปื้อนแล้ว
อาการของโรคเลปโตสไปโรซิสมีตั้งแต่เล็กน้อยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไปจนถึงรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่
ในผู้ป่วยบางราย โรคอาจรุนแรงขึ้น มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อยลง มีเลือดออกผิดปกติ ไอเป็นเลือด หายใจลำบาก หรือมีอาการทางสมอง ภาวะเหล่านี้เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที ข่าวดีคือ โรคนี้รักษาได้ และการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหลังน้ำท่วม ได้แก่
สำคัญมาก: หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่อง หรือตาแดง ภายในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์หลังลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ให้รีบพบแพทย์และ แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม ห้ามซื้อยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะกินเอง บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา
ด้านสุขภาพ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ช้าเพราะคิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไตและตับมากขึ้น และอาจต้องนอนโรงพยาบาลนาน
ด้านรายได้ สำหรับคนที่หาเลี้ยงชีพรายวัน อย่างไรเดอร์ ช่าง หรือแม่ค้า การป่วยหนึ่งถึงสองสัปดาห์หมายถึงรายได้ที่หายไปทั้งก้อน ซ้ำเติมความเสียหายจากน้ำท่วม
ด้านครอบครัว เมื่อคนหลักของบ้านป่วย ภาระดูแลบ้าน ซ่อมแซม และดูแลผู้สูงอายุตกไปอยู่กับคนที่เหลือ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมยิ่งช้าลง
ด้านความรู้สึกปลอดภัย ถ้าบ้านยังมีร่องรอยหนู กลิ่นปัสสาวะ และมูลตามมุมห้อง คนในบ้านจะรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่เข้าครัวหรือหยิบของจากชั้นวาง
กวาดมูลหนูแบบแห้ง การกวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นกับมูลและคราบปัสสาวะหนูที่แห้งแล้ว ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำให้ทำให้เปียกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อน ทิ้งไว้ตามเวลาที่ฉลากกำหนด แล้วจึงเช็ดออกด้วยกระดาษหรือผ้าที่ทิ้งได้
ทำความสะอาดด้วยมือเปล่าและรองเท้าแตะ เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เพราะเชื้อเข้าทางแผลเล็ก ๆ ที่เรามักไม่รู้ตัวว่ามี
ล้างแต่พื้น ลืมชั้นวางและที่เก็บอาหาร หนูไม่ได้เดินแค่บนพื้น แต่ปีนขึ้นชั้นวาง เคาน์เตอร์ และตู้ จุดเหล่านี้สัมผัสอาหารและมือโดยตรง
ปล่อยให้น้ำขังใต้ถุนบ้านและรอบบ้าน แอ่งน้ำที่ไม่ระบายเป็นแหล่งที่เชื้ออยู่รอดได้นาน และยังดึงดูดหนูกลับมา
ไม่จัดการแหล่งอาหารของหนู ถ้ายังมีขยะเปียก เศษอาหาร และข้าวสารที่เปิดทิ้งไว้ หนูก็จะกลับมาอีก ไม่ว่าจะทำความสะอาดดีแค่ไหน
คำแนะนำหลักเพื่อป้องกันโรคเลปโตสไปโรซิสหลังน้ำท่วมมีสามส่วน คือ ป้องกันตัวเอง จัดการสิ่งแวดล้อม และพบแพทย์เร็วเมื่อมีอาการ โดยมีขั้นตอนที่ควรทำดังนี้
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ให้ละอองน้ำยากระจายเคลือบพื้นผิวได้ทั่วถึง รวมถึงซอกมุมที่หนูชอบใช้ เช่น ใต้ตู้ หลังตู้เย็น ชั้นเก็บของ และห้องเก็บของ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการและข้อมูลผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมกลุ่มไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อโควิด 19 ภายใน 1 นาที รายชื่อเชื้อที่ระบุบนเว็บไซต์ ได้แก่ SARS-CoV-2 Human Coronavirus 229E ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัส HIV ไวรัสโนโร ไวรัสโรคมือเท้าปาก ไวรัสวัคซิเนีย เชื้อมัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา เชื้อไอกรน แบคทีเรียทั่วไป และเชื้อรา
ความโปร่งใสเรื่องเชื้อเลปโตสไปรา: หน้าเว็บไซต์ของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะกับเชื้อ Leptospira เราจึงไม่กล่าวอ้างตัวเลขการฆ่าเชื้อนี้โดยตรง สิ่งที่บอกได้คือเลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการเอกสารผลทดสอบสำหรับเชื้อชนิดนี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีม WHD ได้ก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่การพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้: ลดปริมาณเชื้อบนพื้นผิวในบ้านที่ล้างแล้ว โดยเฉพาะจุดที่หนูเคยอาศัยและพื้นผิวที่คนสัมผัสบ่อย สิ่งที่การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทำ: ไม่ได้ทำให้น้ำท่วมหรือโคลนนอกบ้านปลอดภัย ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำ ไม่ได้กำจัดหนู และไม่ได้ทดแทนการพบแพทย์ การป้องกันตัวเองและการควบคุมหนูยังเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน
หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 โดยมีลูกค้า เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
เราไม่กล่าวว่าการพ่นฆ่าเชื้อ "ไม่มีสารตกค้าง" เพราะเป็นการใช้สารเคมีบนพื้นผิว และหากบ้านยังมีกลิ่นอับหลังน้ำท่วม สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม
กรณีตัวอย่างนี้จำลองขึ้นเพื่อแสดงขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง
ระหว่างที่บอยพักฟื้นตามคำแนะนำของแพทย์ ญาติของเขามาช่วยแม่ทำความสะอาดบ้านใหม่อีกรอบ คราวนี้ทุกคนสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และแว่นตา เริ่มจากระบายน้ำที่ยังขังอยู่หน้าบ้าน ตักโคลนออก ทิ้งกล่องข้าวสารและอาหารแห้งที่หนูกัด รวมถึงกระสอบและกล่องกระดาษที่เปียกน้ำ จากนั้นใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราดมูลหนูให้เปียกก่อน ทิ้งไว้ตามเวลาแล้วเช็ดออกด้วยกระดาษ ไม่กวาดแห้ง แล้วล้างพื้น ผนังช่วงล่าง และชั้นวางด้วยน้ำผสมผงซักฟอก
เมื่อบ้านแห้ง ครอบครัวนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ แจ้งว่าพบร่องรอยหนูในครัวและห้องเก็บของ ในวันนัด ทุกคนออกไปรอที่บ้านญาติ ช่างพ่นละอองละเอียดในครัว ใต้ตู้ หลังตู้เย็น ห้องเก็บของ พื้นบ้าน ลานจอดรถ และจุดสัมผัสบ่อย เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง ครอบครัวกลับเข้าบ้าน เปิดหน้าต่างระบายอากาศ เก็บอาหารในกล่องพลาสติกฝาล็อก และอุดช่องใต้ประตูที่หนูเคยเข้า
สิ่งที่ครอบครัวนี้ได้เรียนรู้คือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ความปลอดภัยจริงมาจากการป้องกันตัวเองทุกครั้งที่สัมผัสน้ำและโคลน การควบคุมหนู และการพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้
ถาม: น้ำลดแล้ว ยังติดโรคฉี่หนูได้อีกหรือไม่
ตอบ: ได้ เชื้ออาจอยู่รอดในน้ำขังและดินโคลนที่เปียกชื้นได้นาน การทำความสะอาดบ้านโดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันจึงยังมีความเสี่ยง
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วจะไม่ติดโรคฉี่หนูใช่หรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านที่ล้างแล้ว แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนนอกบ้าน ต้องป้องกันตัวเองและควบคุมหนูควบคู่กัน
ถาม: น้ำยา CHEMGENE ฆ่าเชื้อเลปโตสไปราได้หรือไม่
ตอบ: หน้าเว็บไซต์ของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะกับเชื้อ Leptospira ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราหลากหลายสายพันธุ์ หากต้องการเอกสารผลทดสอบกับเชื้อนี้ ควรสอบถามทีมงานโดยตรง
ถาม: ลุยน้ำมาแล้ว ควรกินยาป้องกันเองหรือไม่
ตอบ: ไม่ควรซื้อยากินเอง หากมีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการ ให้ปรึกษาแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านหรือไม่
ตอบ: ต้องออก ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงควรออกจากพื้นที่ที่กำลังพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแนะนำ
ถาม: ทำไมต้องห้ามกวาดมูลหนูแบบแห้ง
ตอบ: การกวาดแห้งทำให้ฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนฟุ้งกระจาย ควรทำให้เปียกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อน แล้วเช็ดออกด้วยกระดาษหรือผ้าที่ทิ้งได้ โดยสวมถุงมือ
ปรึกษาฟรี แจ้งระดับน้ำ ขนาดบ้าน และจุดที่พบร่องรอยหนู ทีมงานพร้อมนัดหมาย
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#เลปโตสไปรา #โรคฉี่หนู #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมคลองหลวง #Leptospira
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด เลปโตสไปรา, เชื้อเลปโตสไปรา Leptospira, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, เลปโตสไปโรซิส, ฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำลด, น้ำท่วมคลองหลวง 2569, ซอยคลองสอง, น้ำท่วมปทุมธานี, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H