Last updated: 5 ต.ค. 2569 | 0 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณขับรถหรือนั่งรถเมล์ผ่านถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 คุณคงเห็นภาพเดียวกับที่หลายคนเห็น คือผิวถนนที่ยังจมอยู่ใต้น้ำสีขุ่น ล้อรถที่แหวกน้ำเป็นคลื่นซัดเข้าหาฟุตบาท และร้านค้าริมทางที่ต้องวางกระสอบทรายไว้หน้าประตูมาหลายวันติดต่อกัน ทั้งที่ฝนหนักที่สุดผ่านพ้นไปตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนแล้ว
บทความนี้เล่าเคสจริงของน้ำท่วมถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง 2569 ตามที่สื่อรายงาน โดยไม่แต่งเติมตัวเลขหรือคำพูดใด ๆ จากนั้นพาไปดูว่าน้ำที่ขังริมถนนสายหลักแบบนี้พาเชื้อโรคชนิดใดเข้ามาในบ้าน ร้านค้า โรงงาน และรถของเราได้บ้าง ใครเสี่ยงที่สุด ทำไมการล้างด้วยสบู่หรือราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และปิดท้ายด้วยแนวทางฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H แบบทำตามได้จริงทีละขั้น
หมายเหตุ: ตัวเลขระดับน้ำและจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดจากกรุงเทพมหานครและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกอบเสมอ
เพื่อเข้าใจเคสนี้ให้ครบ ต้องย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ของกรุงเทพมหานครก่อน ตามรายงานข่าว ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ เจอฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง ปริมาณน้ำขนาดนี้เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำของเมืองจะรับไหว คลองหลายสายเต็มตลิ่ง และพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นโซนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
จากนั้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ซึ่งเป็นการประกาศที่ครอบคลุมทั้งเมือง ส่วนในรายงานของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพมหานครมีครัวเรือนได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่บางหมู่บ้าน แต่แผ่ไปถึงชีวิตประจำวันของคนกรุงจำนวนมาก
สำหรับถนนฉลองกรุงโดยตรง ตามรายงานของไทยรัฐ ในพาดหัวข่าววันที่ 5 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครได้อัปเดตจุดน้ำท่วมบนถนนสายหลัก และระบุว่าถนนฉลองกรุงยังมีระดับน้ำสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร นั่นหมายความว่าแม้เวลาจะผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์เศษนับจากฝนหนักช่วงปลายเดือนกันยายน และหลายถนนในเมืองเริ่มแห้งแล้ว แต่ถนนฉลองกรุงยังเป็นหนึ่งในจุดที่น้ำค้างอยู่
ระดับน้ำ 15-25 เซนติเมตรอาจฟังดูไม่สูงเมื่อเทียบกับภาพน้ำท่วมถึงเอวในต่างจังหวัด แต่ในบริบทของถนนสายหลัก น้ำระดับนี้ท่วมขอบฟุตบาทได้ ท่วมพื้นร้านที่ระดับใกล้ถนนได้ และเมื่อรถใหญ่วิ่งผ่าน คลื่นน้ำจะซัดสูงกว่าระดับจริงเข้าไปถึงหน้าร้าน บ้านแถว และลานจอดรถ ที่สำคัญกว่านั้นคือ "ระยะเวลา" น้ำที่ขังนานหลายวันบนถนนที่มีท่อระบายน้ำ บ่อพัก และพื้นที่ชุมชนอยู่รอบ ๆ ย่อมมีโอกาสปนเปื้อนสิ่งสกปรกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถนนฉลองกรุงเป็นเส้นทางสำคัญของเขตลาดกระบัง ผ่านทั้งย่านที่อยู่อาศัย ร้านค้า สถานศึกษา และพื้นที่อุตสาหกรรม ผู้คนที่ใช้เส้นทางนี้จึงหลากหลายมาก ทั้งพนักงานโรงงานที่ต้องเดินทางเข้ากะ นักศึกษา ผู้ปกครองที่รับส่งลูก พ่อค้าแม่ค้า และไรเดอร์ส่งของ ทุกคนล้วนต้องสัมผัสน้ำขังในทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินลุย การยืนรอรถ หรือแม้แต่การนำรองเท้า ล้อรถ และของใช้ที่เปียกน้ำกลับเข้าบ้าน
สิ่งที่เราไม่ทราบจากรายงาน และจะไม่คาดเดาแทน ได้แก่ จำนวนบ้านเรือนบนถนนฉลองกรุงที่น้ำเข้าภายใน หรือความเสียหายรายร้าน สิ่งที่ยืนยันได้คือ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ถนนเส้นนี้ยังมีน้ำ 15-25 เซนติเมตร และอยู่ในเมืองที่ทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอที่จะบอกว่าคนในพื้นที่ควรวางแผนทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจังเมื่อน้ำลด
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่บุคคลหรือร้านค้าจริงจากรายงานข่าว)
ลองนึกถึง "พี่ต้อย" เจ้าของร้านข้าวแกงในห้องแถวสองชั้นริมถนนฉลองกรุง ช่วงที่น้ำยังขังบนถนน พี่ต้อยปิดร้านครึ่งวัน เปิดครึ่งวัน เพราะลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ยังต้องทำงานตามปกติ ทุกครั้งที่รถบรรทุกวิ่งผ่าน น้ำขุ่น ๆ ก็ซัดข้ามกระสอบทรายเข้ามาถึงพื้นกระเบื้องหน้าร้าน ทิ้งคราบโคลนบาง ๆ ไว้ตามขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ และตู้แช่
เมื่อน้ำเริ่มลด พี่ต้อยรีบกวาดโคลน ฉีดน้ำ แล้วราดน้ำยาล้างพื้นกลิ่นหอมทับ ร้านดูสะอาดในวันเดียว แต่สองสามวันต่อมา กลิ่นอับเริ่มกลับมาจากมุมใต้ตู้แช่และร่องยาแนวกระเบื้อง ผ้าเช็ดโต๊ะที่เคยแช่น้ำขังมีกลิ่นเหม็นแม้ซักแล้ว และลูกน้องในร้านคนหนึ่งเริ่มมีอาการท้องเสีย ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ แต่ก็ทำให้พี่ต้อยเริ่มคิดว่าการ "ล้างให้ดูสะอาด" กับการ "ฆ่าเชื้อให้ปลอดภัย" อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำได้ในบ้านแถว คอนโดชั้นล่าง หอพักนักศึกษา ร้านซ่อมรถ และห้องพักพนักงานรอบนิคมฯ ทุกที่ที่น้ำจากถนนเคยไหลเข้าไป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ลำดับขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งเราจะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป
น้ำท่วมในเมืองต่างจากน้ำป่าหรือน้ำล้นตลิ่งในชนบทตรงที่มันผ่าน "โครงสร้างพื้นฐานของเมือง" มาก่อนจะถึงตัวเรา น้ำบนถนนฉลองกรุงจึงมีโอกาสรวมเอาน้ำจากท่อระบายน้ำ บ่อพัก ถังขยะริมทาง คราบน้ำมันจากรถ และของเสียจากชุมชน ไว้ด้วยกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ต่างเตือนตรงกันว่าน้ำท่วมควรถือว่าปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรคเสมอ แม้จะมองด้วยตาแล้วดูไม่สกปรกก็ตาม
เมื่อน้ำจากท่อระบายน้ำเอ่อขึ้นมาบนผิวถนน แบคทีเรียกลุ่มที่อยู่ในลำไส้คนและสัตว์ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ก็ขึ้นมาด้วย เชื้อกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ได้ ทางเข้าสู่ร่างกายที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมคือ มือที่สัมผัสพื้นหรือของเปียกน้ำแล้วไม่ได้ล้างให้สะอาดก่อนหยิบอาหาร ภาชนะที่ล้างไม่ดี และพื้นผิวครัวที่โดนน้ำซัดเข้าไป สำหรับร้านอาหารริมถนนอย่างกรณีตัวอย่างข้างต้น นี่คือความเสี่ยงอันดับแรกที่ต้องจัดการ
กรมควบคุมโรคเตือนทุกฤดูน้ำท่วมว่าโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสเป็นโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เชื้อนี้ออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลน และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย ในเมืองใหญ่ หนูอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำและกองขยะจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วมท่อ หนูก็ต้องหนีขึ้นที่สูง ทำให้โอกาสที่น้ำขังบนถนนจะปนเปื้อนเชื้อสูงขึ้น อาการที่ควรสังเกตคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หลังจากเดินลุยน้ำมา ใครมีอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ
หลังน้ำท่วม ผู้คนมักอยู่กันแออัดขึ้น ย้ายของขึ้นชั้นบน พักรวมกันในห้องเดียว หรือไปอาศัยบ้านญาติ ขณะเดียวกันอากาศชื้นและพื้นผิวเปียกช่วยให้ไวรัสบางชนิดติดต่อได้ง่ายขึ้น ไวรัสที่ควรรู้จักได้แก่ โนโรไวรัส (Norovirus) และโรต้าไวรัส (Rotavirus) ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรงโดยเฉพาะในเด็ก ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก ที่ระบาดในกลุ่มเด็กเล็กผ่านของเล่นและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ ที่มักพบมากในช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว ไวรัสเหล่านี้ติดอยู่บนลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ และของเล่นได้ การฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสร่วมจึงสำคัญไม่แพ้การล้างโคลน
ห้องแถวและอาคารพาณิชย์ริมถนนมักมีพื้นที่ปิดทึบ อากาศถ่ายเทน้อย เมื่อผนังปูนและวัสดุไม้อัดดูดน้ำไว้ เชื้อราจะเริ่มขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน หน่วยงานสาธารณสุขสากลอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา ถนนฉลองกรุงที่น้ำค้างหลายวันทำให้หลายบ้านไม่สามารถทำให้แห้งได้ทันกรอบเวลานี้ เชื้อราไม่เพียงทำให้เกิดคราบดำและกลิ่นอับ แต่ยังกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการระคายเคืองทางเดินหายใจได้
ข้อควรจำ: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ใช่การรักษาโรค ใครมีไข้ ท้องร่วงไม่หยุด หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์
ด้านสุขภาพ ความเจ็บป่วยหลังน้ำท่วมมักไม่ได้มาในวันที่น้ำสูงที่สุด แต่มาในช่วงที่น้ำกำลังลดและทุกคนเริ่มเก็บกวาด เพราะเป็นช่วงที่สัมผัสโคลนและของเปียกมากที่สุด หากบ้านหนึ่งหลังมีคนป่วยท้องร่วงหรือเป็นไข้ ก็อาจลามไปทั้งครอบครัวได้ในเวลาไม่กี่วัน
ด้านเงิน สำหรับร้านค้าริมถนนฉลองกรุง การปิดร้านแต่ละวันคือรายได้ที่หายไป หากต้องปิดซ้ำเพราะพนักงานป่วย หรือเพราะลูกค้าไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด ความเสียหายก็ซ้อนขึ้นอีกชั้น ส่วนบ้านเรือน ค่าใช้จ่ายจากการทิ้งเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราเพราะไม่ได้ฆ่าเชื้อและทำให้แห้งตั้งแต่ต้น มักสูงกว่าค่าน้ำยาฆ่าเชื้อหลายเท่า
ด้านเวลา คนลาดกระบังจำนวนมากต้องทำงานเป็นกะ เวลาที่เหลือสำหรับการทำความสะอาดบ้านจึงมีจำกัด การล้างแบบลวก ๆ แล้วต้องกลับมาล้างใหม่เพราะกลิ่นอับไม่หาย คือการเสียเวลาสองรอบ
ด้านความเชื่อมั่น ร้านอาหาร หอพัก และสถานประกอบการที่สามารถบอกลูกค้าได้ว่า "เราล้างโคลนแล้ว และฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ตามฉลาก" จะฟื้นความมั่นใจของลูกค้าได้เร็วกว่า ในช่วงที่ทั้งเมืองเพิ่งผ่านการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย ความรู้สึกปลอดภัยคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด
ต้องบอกก่อนว่าสบู่และผงซักฟอกเป็นขั้นตอนที่ "ขาดไม่ได้" เพราะช่วยชะล้างโคลน ไขมัน และสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิว น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดใดก็ตามจะทำงานได้ไม่ดีหากพื้นผิวยังมีโคลนเคลือบอยู่ แต่สบู่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อบนพื้นผิวอย่างเป็นระบบ มันช่วยพาเชื้อออกไปกับน้ำส่วนหนึ่ง แต่เชื้อที่ฝังอยู่ในร่องยาแนว รอยต่อ และผิวที่มีรูพรุนยังคงเหลืออยู่ได้
ส่วนน้ำยาฟอกขาวหรือคลอรีน หลายบ้านเลือกใช้เพราะหาง่ายและราคาถูก ซึ่งใช้ได้ในบางกรณีหากผสมและใช้ถูกวิธี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้
ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมากสำหรับถนนฉลองกรุง เพราะตามรายงานวันที่ 5 ตุลาคม 2569 น้ำบนถนนยังไม่หมด หมายความว่าบ้านและร้านที่อยู่ริมทางจะยังมีโคลนและน้ำถูกนำเข้ามาทางรองเท้าและล้อรถอยู่ต่อไปอีกระยะ การเลือกน้ำยาที่ไม่กัดกร่อนและมีข้อมูลเรื่องการปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องจึงช่วยได้มากกว่า
เมื่อล้างโคลนออกและพื้นผิวสะอาดแล้ว ขั้นต่อไปคือการฆ่าเชื้อ ซึ่ง CHEMGENE HLD4H ถูกออกแบบมาสำหรับงานแบบนี้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง (High-Level Disinfectant) เกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ และถูกใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก
สำหรับร้านค้าและบ้านแถวริมถนนฉลองกรุง จุดเด่นที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ "ไม่กัดกร่อน" เพราะใช้กับตู้แช่สเตนเลส ประตูม้วน เฟรมอะลูมิเนียม พื้นยาง และเฟอร์นิเจอร์พลาสติกได้ตามคำแนะนำ และ "การปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง" ซึ่งมีประโยชน์ในช่วงที่ถนนหน้าบ้านยังมีน้ำขังและโคลนถูกนำเข้ามาใหม่ได้ตลอด
กฎข้อแรกที่ห้ามข้าม: ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงฆ่าเชื้อตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสที่ระบุบนฉลาก
พื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น เขียง ภาชนะ และเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ให้ทำตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างน้ำสะอาดตามหลังอย่างเคร่งครัด และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็กเสมอ
เขตลาดกระบังเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการและพื้นที่อุตสาหกรรมจำนวนมาก แม้ตัวอาคารโรงงานบางแห่งจะยกพื้นสูงหรือมีระบบป้องกันน้ำ แต่พนักงานหลายพันคนยังต้องเดินทางผ่านถนนที่มีน้ำขัง และนำโคลนติดรองเท้า เสื้อผ้า และยานพาหนะเข้ามาในพื้นที่ทำงานทุกวัน จุดเสี่ยงในโรงงานจึงไม่ได้อยู่แค่ชั้นล่างที่น้ำเข้า แต่อยู่ที่ประตูทางเข้า ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงอาหาร ห้องน้ำ และรถรับส่งพนักงาน
แนวทางที่ใช้ได้คือกำหนดโซนสะอาดและโซนสกปรกให้ชัด ตั้งจุดล้างรองเท้าที่ทางเข้า ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสร่วมเป็นรอบตามกะ และฆ่าเชื้อภายในรถรับส่ง เช่น ราวจับ เบาะ และพื้นรถ หลังจากล้างโคลนแล้ว คุณสมบัติไม่กัดกร่อนโลหะและยางของ Chemgene HLD4H ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ใช้กับอุปกรณ์และยานพาหนะได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมหรือความเสียหายของวัสดุเมื่อใช้ตามฉลาก
หอพักและห้องเช่ารอบพื้นที่ทำงานก็ควรได้รับการดูแลแบบเดียวกัน โดยเฉพาะห้องชั้นล่างที่น้ำจากถนนอาจซึมเข้า ห้องน้ำรวม และพื้นที่ซักล้างที่ใช้ร่วมกัน เจ้าของหอพักที่ฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่ในกลุ่มผู้เช่าที่อยู่กันหนาแน่นได้
คนที่ขับรถผ่านถนนฉลองกรุงทุกวันมักลืมไปว่ารถก็พาเชื้อกลับบ้านได้ ผ้ายางปูพื้น พรมในรถ ล้อ และบังโคลน คือจุดที่น้ำขังจากถนนกระเด็นเข้าไปสะสม หากรถจอดในที่ปิดและมีความชื้นสูง กลิ่นอับและเชื้อราในรถจะตามมาได้
วิธีดูแลคือ ถอดผ้ายางปูพื้นออกมาล้างด้วยผงซักฟอก ตากให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อตามฉลากก่อนนำกลับเข้ารถ เช็ดพวงมาลัย หัวเกียร์ ที่จับประตู และเข็มขัดนิรภัยด้วยน้ำยาที่ผสมตามอัตราเจือจางที่เหมาะสม เปิดประตูรถให้อากาศถ่ายเทหลังทำความสะอาด หากพรมในรถแช่น้ำนานจนมีกลิ่น ควรปรึกษาศูนย์บริการเรื่องการถอดเปลี่ยนหรือทำให้แห้งอย่างถูกวิธี เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อไม่สามารถแทนการทำให้แห้งได้
ถาม: ถนนฉลองกรุงตอนนี้ยังท่วมอยู่ไหม
ตอบ: ตามรายงานของไทยรัฐในพาดหัวข่าววันที่ 5 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครอัปเดตว่าถนนฉลองกรุงยังมีน้ำสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรุงเทพมหานครก่อนเดินทาง
ถาม: น้ำแค่ 15-25 ซม. ต้องฆ่าเชื้อด้วยหรือ
ตอบ: ควรทำ เพราะความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นกับความลึกอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าน้ำปนเปื้อนอะไรและขังนานแค่ไหน น้ำบนถนนสายหลักที่ขังหลายวันมีโอกาสปนเปื้อนน้ำจากท่อระบายน้ำและสิ่งปฏิกูล ทุกพื้นผิวที่น้ำเคยสัมผัสจึงควรล้างแล้วฆ่าเชื้อ
ถาม: ใช้ Chemgene แทนการล้างโคลนได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด หากราดลงบนโคลน เชื้อที่อยู่ใต้ชั้นโคลนจะไม่ได้สัมผัสน้ำยา
ถาม: ใช้กับตู้แช่สเตนเลสและประตูม้วนได้ไหม
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส จึงใช้กับวัสดุเหล่านี้ได้เมื่อปฏิบัติตามฉลาก
ถาม: ต้องผสมเท่าไร
ตอบ: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุอัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ให้เลือกตามประเภทงานและทำตามฉลากเป็นหลัก หากไม่แน่ใจ สอบถามทีมงานได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ถาม: บ้านมีเด็กเล็กและแมว ใช้ได้ไหม
ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ควรให้เด็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ห่างระหว่างฉีดพ่นและจนกว่าพื้นผิวแห้ง และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็ก
ถาม: ถ้าเริ่มมีไข้หลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดน่อง ซึ่งอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู น้ำยาฆ่าเชื้อใช้ป้องกันพื้นผิว ไม่ใช่ยารักษาโรค
ล้างโคลนให้เสร็จ แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่โรงพยาบาลไว้วางใจ
สั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
ข้อมูลสถานการณ์อ้างอิงตามรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ณ วันที่ระบุ ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน
#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมลาดกระบัง #ถนนฉลองกรุง #น้ำท่วมกทม2569
คำค้นหา: น้ำท่วมถนนฉลองกรุง 2569, น้ำท่วมลาดกระบัง, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกทม 2569, ทำความสะอาดร้านค้าหลังน้ำลด, โรคที่มากับน้ำท่วม