น้ำท่วม 2569 ถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง: เคสจริงน้ำยังขัง 15-25 ซม. เชื้อโรคที่ตามมา และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมทำให้เชื้อโรคสะสม

น้ำท่วม 2569 ถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง: เคสจริงน้ำยังขัง 15-25 ซม. เชื้อโรคที่ตามมา และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

ถ้าคุณขับรถหรือนั่งรถเมล์ผ่านถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 คุณคงเห็นภาพเดียวกับที่หลายคนเห็น คือผิวถนนที่ยังจมอยู่ใต้น้ำสีขุ่น ล้อรถที่แหวกน้ำเป็นคลื่นซัดเข้าหาฟุตบาท และร้านค้าริมทางที่ต้องวางกระสอบทรายไว้หน้าประตูมาหลายวันติดต่อกัน ทั้งที่ฝนหนักที่สุดผ่านพ้นไปตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนแล้ว

บทความนี้เล่าเคสจริงของน้ำท่วมถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง 2569 ตามที่สื่อรายงาน โดยไม่แต่งเติมตัวเลขหรือคำพูดใด ๆ จากนั้นพาไปดูว่าน้ำที่ขังริมถนนสายหลักแบบนี้พาเชื้อโรคชนิดใดเข้ามาในบ้าน ร้านค้า โรงงาน และรถของเราได้บ้าง ใครเสี่ยงที่สุด ทำไมการล้างด้วยสบู่หรือราดน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และปิดท้ายด้วยแนวทางฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H แบบทำตามได้จริงทีละขั้น

หมายเหตุ: ตัวเลขระดับน้ำและจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดจากกรุงเทพมหานครและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกอบเสมอ

เกิดอะไรขึ้นที่ถนนฉลองกรุง ลาดกระบัง

เพื่อเข้าใจเคสนี้ให้ครบ ต้องย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ของกรุงเทพมหานครก่อน ตามรายงานข่าว ช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ เจอฝนตกหนักต่อเนื่องราว 300 มิลลิเมตรในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง ปริมาณน้ำขนาดนี้เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำของเมืองจะรับไหว คลองหลายสายเต็มตลิ่ง และพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นโซนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จากนั้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ซึ่งเป็นการประกาศที่ครอบคลุมทั้งเมือง ส่วนในรายงานของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพมหานครมีครัวเรือนได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่บางหมู่บ้าน แต่แผ่ไปถึงชีวิตประจำวันของคนกรุงจำนวนมาก

สำหรับถนนฉลองกรุงโดยตรง ตามรายงานของไทยรัฐ ในพาดหัวข่าววันที่ 5 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครได้อัปเดตจุดน้ำท่วมบนถนนสายหลัก และระบุว่าถนนฉลองกรุงยังมีระดับน้ำสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร นั่นหมายความว่าแม้เวลาจะผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์เศษนับจากฝนหนักช่วงปลายเดือนกันยายน และหลายถนนในเมืองเริ่มแห้งแล้ว แต่ถนนฉลองกรุงยังเป็นหนึ่งในจุดที่น้ำค้างอยู่

ระดับน้ำ 15-25 เซนติเมตรอาจฟังดูไม่สูงเมื่อเทียบกับภาพน้ำท่วมถึงเอวในต่างจังหวัด แต่ในบริบทของถนนสายหลัก น้ำระดับนี้ท่วมขอบฟุตบาทได้ ท่วมพื้นร้านที่ระดับใกล้ถนนได้ และเมื่อรถใหญ่วิ่งผ่าน คลื่นน้ำจะซัดสูงกว่าระดับจริงเข้าไปถึงหน้าร้าน บ้านแถว และลานจอดรถ ที่สำคัญกว่านั้นคือ "ระยะเวลา" น้ำที่ขังนานหลายวันบนถนนที่มีท่อระบายน้ำ บ่อพัก และพื้นที่ชุมชนอยู่รอบ ๆ ย่อมมีโอกาสปนเปื้อนสิ่งสกปรกสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถนนฉลองกรุงเป็นเส้นทางสำคัญของเขตลาดกระบัง ผ่านทั้งย่านที่อยู่อาศัย ร้านค้า สถานศึกษา และพื้นที่อุตสาหกรรม ผู้คนที่ใช้เส้นทางนี้จึงหลากหลายมาก ทั้งพนักงานโรงงานที่ต้องเดินทางเข้ากะ นักศึกษา ผู้ปกครองที่รับส่งลูก พ่อค้าแม่ค้า และไรเดอร์ส่งของ ทุกคนล้วนต้องสัมผัสน้ำขังในทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเดินลุย การยืนรอรถ หรือแม้แต่การนำรองเท้า ล้อรถ และของใช้ที่เปียกน้ำกลับเข้าบ้าน

สิ่งที่เราไม่ทราบจากรายงาน และจะไม่คาดเดาแทน ได้แก่ จำนวนบ้านเรือนบนถนนฉลองกรุงที่น้ำเข้าภายใน หรือความเสียหายรายร้าน สิ่งที่ยืนยันได้คือ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ถนนเส้นนี้ยังมีน้ำ 15-25 เซนติเมตร และอยู่ในเมืองที่ทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอที่จะบอกว่าคนในพื้นที่ควรวางแผนทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจังเมื่อน้ำลด

กรณีตัวอย่าง: ร้านห้องแถวริมถนนฉลองกรุงหลังน้ำลด

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่บุคคลหรือร้านค้าจริงจากรายงานข่าว)

ลองนึกถึง "พี่ต้อย" เจ้าของร้านข้าวแกงในห้องแถวสองชั้นริมถนนฉลองกรุง ช่วงที่น้ำยังขังบนถนน พี่ต้อยปิดร้านครึ่งวัน เปิดครึ่งวัน เพราะลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ยังต้องทำงานตามปกติ ทุกครั้งที่รถบรรทุกวิ่งผ่าน น้ำขุ่น ๆ ก็ซัดข้ามกระสอบทรายเข้ามาถึงพื้นกระเบื้องหน้าร้าน ทิ้งคราบโคลนบาง ๆ ไว้ตามขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ และตู้แช่

เมื่อน้ำเริ่มลด พี่ต้อยรีบกวาดโคลน ฉีดน้ำ แล้วราดน้ำยาล้างพื้นกลิ่นหอมทับ ร้านดูสะอาดในวันเดียว แต่สองสามวันต่อมา กลิ่นอับเริ่มกลับมาจากมุมใต้ตู้แช่และร่องยาแนวกระเบื้อง ผ้าเช็ดโต๊ะที่เคยแช่น้ำขังมีกลิ่นเหม็นแม้ซักแล้ว และลูกน้องในร้านคนหนึ่งเริ่มมีอาการท้องเสีย ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ แต่ก็ทำให้พี่ต้อยเริ่มคิดว่าการ "ล้างให้ดูสะอาด" กับการ "ฆ่าเชื้อให้ปลอดภัย" อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำได้ในบ้านแถว คอนโดชั้นล่าง หอพักนักศึกษา ร้านซ่อมรถ และห้องพักพนักงานรอบนิคมฯ ทุกที่ที่น้ำจากถนนเคยไหลเข้าไป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความขยัน แต่อยู่ที่ลำดับขั้นตอนและเครื่องมือที่ใช้ ซึ่งเราจะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป

เชื้อโรคอะไรที่มากับน้ำขังบนถนนสายหลักแบบฉลองกรุง

น้ำท่วมในเมืองต่างจากน้ำป่าหรือน้ำล้นตลิ่งในชนบทตรงที่มันผ่าน "โครงสร้างพื้นฐานของเมือง" มาก่อนจะถึงตัวเรา น้ำบนถนนฉลองกรุงจึงมีโอกาสรวมเอาน้ำจากท่อระบายน้ำ บ่อพัก ถังขยะริมทาง คราบน้ำมันจากรถ และของเสียจากชุมชน ไว้ด้วยกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ต่างเตือนตรงกันว่าน้ำท่วมควรถือว่าปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรคเสมอ แม้จะมองด้วยตาแล้วดูไม่สกปรกก็ตาม

1. แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล: E. coli และ Salmonella

เมื่อน้ำจากท่อระบายน้ำเอ่อขึ้นมาบนผิวถนน แบคทีเรียกลุ่มที่อยู่ในลำไส้คนและสัตว์ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ก็ขึ้นมาด้วย เชื้อกลุ่มนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ได้ ทางเข้าสู่ร่างกายที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมคือ มือที่สัมผัสพื้นหรือของเปียกน้ำแล้วไม่ได้ล้างให้สะอาดก่อนหยิบอาหาร ภาชนะที่ล้างไม่ดี และพื้นผิวครัวที่โดนน้ำซัดเข้าไป สำหรับร้านอาหารริมถนนอย่างกรณีตัวอย่างข้างต้น นี่คือความเสี่ยงอันดับแรกที่ต้องจัดการ

2. เลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู)

กรมควบคุมโรคเตือนทุกฤดูน้ำท่วมว่าโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิสเป็นโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เชื้อนี้ออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น ปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลน และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย ในเมืองใหญ่ หนูอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำและกองขยะจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วมท่อ หนูก็ต้องหนีขึ้นที่สูง ทำให้โอกาสที่น้ำขังบนถนนจะปนเปื้อนเชื้อสูงขึ้น อาการที่ควรสังเกตคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หลังจากเดินลุยน้ำมา ใครมีอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ

3. ไวรัสที่ติดต่อผ่านพื้นผิวและการอยู่รวมกัน

หลังน้ำท่วม ผู้คนมักอยู่กันแออัดขึ้น ย้ายของขึ้นชั้นบน พักรวมกันในห้องเดียว หรือไปอาศัยบ้านญาติ ขณะเดียวกันอากาศชื้นและพื้นผิวเปียกช่วยให้ไวรัสบางชนิดติดต่อได้ง่ายขึ้น ไวรัสที่ควรรู้จักได้แก่ โนโรไวรัส (Norovirus) และโรต้าไวรัส (Rotavirus) ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรงโดยเฉพาะในเด็ก ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก ที่ระบาดในกลุ่มเด็กเล็กผ่านของเล่นและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ ที่มักพบมากในช่วงฤดูฝนอยู่แล้ว ไวรัสเหล่านี้ติดอยู่บนลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ และของเล่นได้ การฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสร่วมจึงสำคัญไม่แพ้การล้างโคลน

4. เชื้อราและกลิ่นอับ

ห้องแถวและอาคารพาณิชย์ริมถนนมักมีพื้นที่ปิดทึบ อากาศถ่ายเทน้อย เมื่อผนังปูนและวัสดุไม้อัดดูดน้ำไว้ เชื้อราจะเริ่มขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน หน่วยงานสาธารณสุขสากลอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา ถนนฉลองกรุงที่น้ำค้างหลายวันทำให้หลายบ้านไม่สามารถทำให้แห้งได้ทันกรอบเวลานี้ เชื้อราไม่เพียงทำให้เกิดคราบดำและกลิ่นอับ แต่ยังกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการระคายเคืองทางเดินหายใจได้

ใครเสี่ยงที่สุดในบริบทของลาดกระบัง

  • คนที่ต้องลุยน้ำทุกวันเพื่อไปทำงาน เช่น พนักงานโรงงาน ไรเดอร์ และพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งสัมผัสน้ำซ้ำ ๆ และอาจมีแผลที่เท้าโดยไม่รู้ตัว
  • เด็กเล็กและนักเรียน ที่ชอบเล่นน้ำ เอามือเข้าปาก และใช้ของเล่นร่วมกัน
  • ผู้สูงอายุ ที่ภูมิคุ้มกันลดลงและลื่นล้มได้ง่ายบนพื้นที่มีคราบโคลน
  • หญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือผู้ที่รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • คนทำงานในร้านอาหารและแผงลอย เพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ ในการทำความสะอาดอาจส่งต่อเชื้อไปยังลูกค้าได้

ข้อควรจำ: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ใช่การรักษาโรค ใครมีไข้ ท้องร่วงไม่หยุด หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องไปพบแพทย์

ผลกระทบที่มากกว่าความเปียก: สุขภาพ เงิน เวลา และความเชื่อมั่น

ด้านสุขภาพ ความเจ็บป่วยหลังน้ำท่วมมักไม่ได้มาในวันที่น้ำสูงที่สุด แต่มาในช่วงที่น้ำกำลังลดและทุกคนเริ่มเก็บกวาด เพราะเป็นช่วงที่สัมผัสโคลนและของเปียกมากที่สุด หากบ้านหนึ่งหลังมีคนป่วยท้องร่วงหรือเป็นไข้ ก็อาจลามไปทั้งครอบครัวได้ในเวลาไม่กี่วัน

ด้านเงิน สำหรับร้านค้าริมถนนฉลองกรุง การปิดร้านแต่ละวันคือรายได้ที่หายไป หากต้องปิดซ้ำเพราะพนักงานป่วย หรือเพราะลูกค้าไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด ความเสียหายก็ซ้อนขึ้นอีกชั้น ส่วนบ้านเรือน ค่าใช้จ่ายจากการทิ้งเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราเพราะไม่ได้ฆ่าเชื้อและทำให้แห้งตั้งแต่ต้น มักสูงกว่าค่าน้ำยาฆ่าเชื้อหลายเท่า

ด้านเวลา คนลาดกระบังจำนวนมากต้องทำงานเป็นกะ เวลาที่เหลือสำหรับการทำความสะอาดบ้านจึงมีจำกัด การล้างแบบลวก ๆ แล้วต้องกลับมาล้างใหม่เพราะกลิ่นอับไม่หาย คือการเสียเวลาสองรอบ

ด้านความเชื่อมั่น ร้านอาหาร หอพัก และสถานประกอบการที่สามารถบอกลูกค้าได้ว่า "เราล้างโคลนแล้ว และฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ตามฉลาก" จะฟื้นความมั่นใจของลูกค้าได้เร็วกว่า ในช่วงที่ทั้งเมืองเพิ่งผ่านการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย ความรู้สึกปลอดภัยคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

ทำไมสบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวยังไม่พอ

ต้องบอกก่อนว่าสบู่และผงซักฟอกเป็นขั้นตอนที่ "ขาดไม่ได้" เพราะช่วยชะล้างโคลน ไขมัน และสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิว น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดใดก็ตามจะทำงานได้ไม่ดีหากพื้นผิวยังมีโคลนเคลือบอยู่ แต่สบู่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อบนพื้นผิวอย่างเป็นระบบ มันช่วยพาเชื้อออกไปกับน้ำส่วนหนึ่ง แต่เชื้อที่ฝังอยู่ในร่องยาแนว รอยต่อ และผิวที่มีรูพรุนยังคงเหลืออยู่ได้

ส่วนน้ำยาฟอกขาวหรือคลอรีน หลายบ้านเลือกใช้เพราะหาง่ายและราคาถูก ซึ่งใช้ได้ในบางกรณีหากผสมและใช้ถูกวิธี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้

  • กัดกร่อนวัสดุ คลอรีนเข้มข้นกัดโลหะ เช่น ขาโต๊ะสเตนเลส ตู้แช่ ประตูม้วน และชิ้นส่วนอะลูมิเนียม รวมถึงทำให้ยางและพลาสติกบางชนิดเปราะ ซึ่งเป็นวัสดุหลักในร้านค้าและโรงงาน
  • กลิ่นฉุนและการระคายเคือง ในห้องแถวที่อากาศถ่ายเทน้อย กลิ่นคลอรีนทำให้แสบตา แสบจมูก และเป็นปัญหากับผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่เป็นโรคทางเดินหายใจ
  • อันตรายเมื่อผสมผิดวิธี การผสมคลอรีนกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรดหรือแอมโมเนียทำให้เกิดก๊าซอันตรายได้ ช่วงเก็บกวาดหลังน้ำท่วมที่ทุกคนรีบ ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นง่ายกว่าที่คิด
  • ไม่มีการปกป้องต่อเนื่อง เมื่อคลอรีนระเหยไปแล้ว พื้นผิวก็กลับไปสู่สภาพเดิม หากมีคนเดินเข้าออกนำโคลนจากถนนที่ยังมีน้ำขังเข้ามาใหม่ ความเสี่ยงก็กลับมาทันที

ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมากสำหรับถนนฉลองกรุง เพราะตามรายงานวันที่ 5 ตุลาคม 2569 น้ำบนถนนยังไม่หมด หมายความว่าบ้านและร้านที่อยู่ริมทางจะยังมีโคลนและน้ำถูกนำเข้ามาทางรองเท้าและล้อรถอยู่ต่อไปอีกระยะ การเลือกน้ำยาที่ไม่กัดกร่อนและมีข้อมูลเรื่องการปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องจึงช่วยได้มากกว่า

ทางออกหลังน้ำลดที่ลาดกระบัง: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

เมื่อล้างโคลนออกและพื้นผิวสะอาดแล้ว ขั้นต่อไปคือการฆ่าเชื้อ ซึ่ง CHEMGENE HLD4H ถูกออกแบบมาสำหรับงานแบบนี้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง (High-Level Disinfectant) เกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ และถูกใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก

ข้อมูลสำคัญตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

  • ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อรา มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส รวมถึงไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก และ SARS-CoV-2
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19
  • ระบุว่าช่วยปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน
  • เจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ตามลักษณะงาน
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • มีการทดสอบและรับรองที่อ้างถึง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476

สำหรับร้านค้าและบ้านแถวริมถนนฉลองกรุง จุดเด่นที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ "ไม่กัดกร่อน" เพราะใช้กับตู้แช่สเตนเลส ประตูม้วน เฟรมอะลูมิเนียม พื้นยาง และเฟอร์นิเจอร์พลาสติกได้ตามคำแนะนำ และ "การปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง" ซึ่งมีประโยชน์ในช่วงที่ถนนหน้าบ้านยังมีน้ำขังและโคลนถูกนำเข้ามาใหม่ได้ตลอด

วิธีใช้ Chemgene หลังน้ำท่วมถนนฉลองกรุง ทีละขั้น

กฎข้อแรกที่ห้ามข้าม: ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงฆ่าเชื้อตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสที่ระบุบนฉลาก

  1. ป้องกันตัวเองก่อนเริ่มงาน สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท หน้ากาก และแว่นตาหากต้องฉีดพ่นในที่แคบ ปิดเบรกเกอร์ไฟในจุดที่น้ำเคยท่วมถึง และให้ช่างตรวจระบบไฟก่อนเปิดใช้งาน
  2. เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ห้องแถวมักมีช่องลมน้อย ควรเปิดประตูม้วนและใช้พัดลมช่วยระบายอากาศตลอดเวลาที่ทำงาน
  3. ขนของเปียกออก คัดแยกสิ่งที่ต้องทิ้ง ของที่มีรูพรุนและแช่น้ำนาน เช่น ฟูก พรม กระดาษ กล่องลัง และไม้อัดที่บวม มักเก็บไม่ได้ ส่วนของแข็งผิวเรียบสามารถล้างและฆ่าเชื้อได้
  4. กวาดและตักโคลนออกให้มากที่สุด เริ่มจากด้านในร้านหรือบ้านออกไปทางประตู เพื่อไม่ให้โคลนวนกลับเข้ามา
  5. ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ขัดพื้น ผนังส่วนที่น้ำถึง ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ และร่องยาแนว แล้วล้างน้ำเปล่าตาม
  6. ผสม Chemgene HLD4H ตามฉลาก เลือกอัตราเจือจางให้ตรงกับงาน ตามช่วง 1:30 ถึง 1:200 ที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่ผสมกับคลอรีนหรือน้ำยาอื่น ใช้ภาชนะสะอาดและติดป้ายไว้ชัดเจน
  7. ฉีดพ่น เช็ด หรือถูให้ทั่วพื้นผิวที่สะอาดแล้ว เน้นพื้นผิวสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ที่จับประตูม้วน ราวบันได เคาน์เตอร์ โต๊ะอาหาร สวิตช์ไฟ และพื้นทางเข้า
  8. ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากกำหนด อย่ารีบเช็ดออกทันที เวลาสัมผัสคือหัวใจของการฆ่าเชื้อ
  9. ทำให้แห้งและระบายอากาศ เปิดพัดลมหรือเครื่องดูดความชื้นต่อ เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา
  10. ทำซ้ำในจุดที่มีการเหยียบย่ำ ตราบใดที่ถนนหน้าบ้านยังมีน้ำ ให้เช็ดทำความสะอาดพื้นทางเข้า แล้วฆ่าเชื้อซ้ำตามความจำเป็น

พื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น เขียง ภาชนะ และเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ให้ทำตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างน้ำสะอาดตามหลังอย่างเคร่งครัด และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็กเสมอ

10 เหตุผลที่คนลาดกระบังควรเลือก Chemgene HLD4H หลังน้ำลด

  1. เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในอังกฤษ และใช้ในโรงพยาบาลมาก่อนจะมาถึงบ้านคุณ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. ครอบคลุมเชื้อที่มากับน้ำท่วมเมือง ทั้งแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา ไวรัสท้องร่วงอย่างโนโรไวรัส และเชื้อรา ในขวดเดียว
  3. ออกฤทธิ์เร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดระหว่างกะงาน
  4. ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน ตามที่ระบุ ตอบโจทย์ช่วงที่ถนนฉลองกรุงยังมีน้ำขังและโคลนถูกนำเข้ามาใหม่ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์
  5. ไม่กัดกร่อน สเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ปกป้องอุปกรณ์ทำมาหากินของร้านค้าและโรงงาน
  6. เจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ใช้ได้ทั้งงานหนักและงานเช็ดประจำวัน คุ้มค่าต่อลิตร
  7. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเมื่อน้ำล้างไหลลงท่อระบายน้ำของเมือง
  8. ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เหมาะกับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
  9. มีการทดสอบและรับรองหลายแหล่ง เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England ISO SGS Intertek CE และมาตรฐาน EN ดูข้อมูลการรับรอง
  10. ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน ทำงานในห้องแถวปิดทึบได้สบายกว่า ลูกค้าเดินเข้าร้านแล้วไม่ต้องเจอกลิ่นสารเคมีแรง ๆ

ก่อนและหลัง: ร้านห้องแถวริมถนนฉลองกรุง

ก่อน (ล้างแค่น้ำกับผงซักฟอก)

  • พื้นดูสะอาด แต่ร่องยาแนวยังมีคราบดำ
  • กลิ่นอับกลับมาภายในไม่กี่วัน
  • ขาโต๊ะสเตนเลสเริ่มมีจุดสนิมหลังราดคลอรีนเข้มข้น
  • พื้นทางเข้าเปื้อนโคลนใหม่ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้า
  • พนักงานและลูกค้ายังกังวลเรื่องความสะอาด

หลัง (ล้าง แล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene)

  • ทุกพื้นผิวผ่านการล้างแล้วฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • กลิ่นอับลดลงเมื่อร่วมกับการทำให้แห้ง
  • อุปกรณ์โลหะไม่ถูกกัดกร่อน
  • มีรอบเช็ดฆ่าเชื้อพื้นทางเข้าเป็นประจำ
  • ร้านบอกลูกค้าได้ชัดเจนว่าใช้น้ำยาเกรดการแพทย์

เช็กลิสต์ฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน ร้านค้า และหอพักริมถนนฉลองกรุง

ระหว่างที่ถนนยังมีน้ำขัง

  • วางพื้นที่ "เปลี่ยนรองเท้า" ไว้หน้าประตู แยกรองเท้าที่ลุยน้ำออกจากรองเท้าใช้ในบ้าน
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังกลับจากข้างนอก ก่อนแตะอาหารหรืออุ้มเด็ก
  • เช็ดและฆ่าเชื้อลูกบิดประตู ที่จับประตูม้วน และสวิตช์ไฟวันละครั้ง
  • ปิดแผลที่เท้าและขาด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเท้าเปล่า
  • ติดตามประกาศจุดน้ำท่วมจากกรุงเทพมหานครก่อนออกจากบ้าน

วันที่น้ำลดหน้าบ้าน

  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้ก่อนเก็บกวาด เผื่อใช้ยื่นขอความช่วยเหลือ
  • ตรวจระบบไฟโดยช่างก่อนเปิดเบรกเกอร์
  • ตักโคลน ล้างด้วยผงซักฟอก ล้างน้ำเปล่า ตามลำดับ
  • ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก
  • เปิดพัดลมหรือเครื่องดูดความชื้นต่อเนื่องเพื่อเร่งให้แห้ง

สัปดาห์ถัดไป

  • ตรวจดูคราบเชื้อราตามผนังส่วนล่าง ใต้ตู้ และหลังเฟอร์นิเจอร์
  • ฆ่าเชื้อซ้ำในจุดสัมผัสร่วมและพื้นทางเข้า
  • สังเกตอาการสมาชิกในบ้าน หากมีไข้ ท้องร่วง หรือปวดน่อง ให้พบแพทย์
  • สำหรับร้านอาหาร ตรวจตู้แช่ ภาชนะ และพื้นที่เตรียมอาหารให้ครบก่อนเปิดร้านเต็มรูปแบบ

สำหรับโรงงานและสถานประกอบการในย่านลาดกระบัง

เขตลาดกระบังเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการและพื้นที่อุตสาหกรรมจำนวนมาก แม้ตัวอาคารโรงงานบางแห่งจะยกพื้นสูงหรือมีระบบป้องกันน้ำ แต่พนักงานหลายพันคนยังต้องเดินทางผ่านถนนที่มีน้ำขัง และนำโคลนติดรองเท้า เสื้อผ้า และยานพาหนะเข้ามาในพื้นที่ทำงานทุกวัน จุดเสี่ยงในโรงงานจึงไม่ได้อยู่แค่ชั้นล่างที่น้ำเข้า แต่อยู่ที่ประตูทางเข้า ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงอาหาร ห้องน้ำ และรถรับส่งพนักงาน

แนวทางที่ใช้ได้คือกำหนดโซนสะอาดและโซนสกปรกให้ชัด ตั้งจุดล้างรองเท้าที่ทางเข้า ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสร่วมเป็นรอบตามกะ และฆ่าเชื้อภายในรถรับส่ง เช่น ราวจับ เบาะ และพื้นรถ หลังจากล้างโคลนแล้ว คุณสมบัติไม่กัดกร่อนโลหะและยางของ Chemgene HLD4H ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ใช้กับอุปกรณ์และยานพาหนะได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมหรือความเสียหายของวัสดุเมื่อใช้ตามฉลาก

หอพักและห้องเช่ารอบพื้นที่ทำงานก็ควรได้รับการดูแลแบบเดียวกัน โดยเฉพาะห้องชั้นล่างที่น้ำจากถนนอาจซึมเข้า ห้องน้ำรวม และพื้นที่ซักล้างที่ใช้ร่วมกัน เจ้าของหอพักที่ฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบ จะช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่ในกลุ่มผู้เช่าที่อยู่กันหนาแน่นได้

ดูแลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ลุยน้ำถนนฉลองกรุง

คนที่ขับรถผ่านถนนฉลองกรุงทุกวันมักลืมไปว่ารถก็พาเชื้อกลับบ้านได้ ผ้ายางปูพื้น พรมในรถ ล้อ และบังโคลน คือจุดที่น้ำขังจากถนนกระเด็นเข้าไปสะสม หากรถจอดในที่ปิดและมีความชื้นสูง กลิ่นอับและเชื้อราในรถจะตามมาได้

วิธีดูแลคือ ถอดผ้ายางปูพื้นออกมาล้างด้วยผงซักฟอก ตากให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อตามฉลากก่อนนำกลับเข้ารถ เช็ดพวงมาลัย หัวเกียร์ ที่จับประตู และเข็มขัดนิรภัยด้วยน้ำยาที่ผสมตามอัตราเจือจางที่เหมาะสม เปิดประตูรถให้อากาศถ่ายเทหลังทำความสะอาด หากพรมในรถแช่น้ำนานจนมีกลิ่น ควรปรึกษาศูนย์บริการเรื่องการถอดเปลี่ยนหรือทำให้แห้งอย่างถูกวิธี เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อไม่สามารถแทนการทำให้แห้งได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ถนนฉลองกรุงตอนนี้ยังท่วมอยู่ไหม
ตอบ: ตามรายงานของไทยรัฐในพาดหัวข่าววันที่ 5 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานครอัปเดตว่าถนนฉลองกรุงยังมีน้ำสูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรุงเทพมหานครก่อนเดินทาง

ถาม: น้ำแค่ 15-25 ซม. ต้องฆ่าเชื้อด้วยหรือ
ตอบ: ควรทำ เพราะความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นกับความลึกอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าน้ำปนเปื้อนอะไรและขังนานแค่ไหน น้ำบนถนนสายหลักที่ขังหลายวันมีโอกาสปนเปื้อนน้ำจากท่อระบายน้ำและสิ่งปฏิกูล ทุกพื้นผิวที่น้ำเคยสัมผัสจึงควรล้างแล้วฆ่าเชื้อ

ถาม: ใช้ Chemgene แทนการล้างโคลนได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด หากราดลงบนโคลน เชื้อที่อยู่ใต้ชั้นโคลนจะไม่ได้สัมผัสน้ำยา

ถาม: ใช้กับตู้แช่สเตนเลสและประตูม้วนได้ไหม
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส จึงใช้กับวัสดุเหล่านี้ได้เมื่อปฏิบัติตามฉลาก

ถาม: ต้องผสมเท่าไร
ตอบ: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุอัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ให้เลือกตามประเภทงานและทำตามฉลากเป็นหลัก หากไม่แน่ใจ สอบถามทีมงานได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: บ้านมีเด็กเล็กและแมว ใช้ได้ไหม
ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ควรให้เด็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ห่างระหว่างฉีดพ่นและจนกว่าพื้นผิวแห้ง และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็ก

ถาม: ถ้าเริ่มมีไข้หลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ โดยเฉพาะหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดน่อง ซึ่งอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนู น้ำยาฆ่าเชื้อใช้ป้องกันพื้นผิว ไม่ใช่ยารักษาโรค

พร้อมฆ่าเชื้อบ้านและร้านค้าหลังน้ำท่วมฉลองกรุงแล้วหรือยัง

ล้างโคลนให้เสร็จ แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่โรงพยาบาลไว้วางใจ

สั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

ข้อมูลสถานการณ์อ้างอิงตามรายงานข่าวและรายงานของ ปภ. ณ วันที่ระบุ ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมลาดกระบัง #ถนนฉลองกรุง #น้ำท่วมกทม2569

คำค้นหา: น้ำท่วมถนนฉลองกรุง 2569, น้ำท่วมลาดกระบัง, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, น้ำท่วมกทม 2569, ทำความสะอาดร้านค้าหลังน้ำลด, โรคที่มากับน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้