น้ำท่วมปราจีนบุรี 2569 เคสจริง 7 อำเภอ: ต.วังดาล กบินทร์บุรี วิกฤต นาข้าว บ่อกุ้ง สวนผลไม้จมน้ำ กับวิธีฆ่าเชื้อบ้านและอุปกรณ์เกษตรหลังน้ำลดด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชุดทำความสะอาดพื้นผนังหลังน้ำท่วม

น้ำท่วมปราจีนบุรี 2569 เคสจริง 7 อำเภอ: ต.วังดาล กบินทร์บุรี วิกฤต นาข้าว บ่อกุ้ง สวนผลไม้จมน้ำ กับวิธีฆ่าเชื้อบ้านและอุปกรณ์เกษตรหลังน้ำลดด้วย Chemgene HLD4H

เมื่อพูดถึงน้ำท่วมภาคตะวันออกในปี 2569 ปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ความเสียหายไม่ได้จบอยู่แค่ในตัวบ้าน แต่ลามไปถึงแหล่งทำกินของครอบครัวเกษตรกรจำนวนมาก ตามรายงานของ Thai PBS ปราจีนบุรีถูกน้ำท่วม 7 อำเภอ ได้รับผลกระทบรวม 39,977 ครัวเรือน และพื้นที่เกษตรทั้งนาข้าว บ่อกุ้ง และสวนผลไม้จมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ Khaosod English รายงานว่าสถานการณ์ที่ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี อยู่ในขั้นวิกฤต

สำหรับครอบครัวที่บ้าน ยุ้งฉาง โรงเก็บเครื่องมือ และแปลงเกษตรอยู่ติดกัน การฟื้นฟูหลังน้ำลดจึงซับซ้อนกว่าบ้านในเมือง เพราะต้องดูแลทั้งที่อยู่อาศัย อุปกรณ์ทำกิน และสุขภาพของคนในบ้านไปพร้อมกัน บทความนี้จะเล่าเคสจริงตามรายงานข่าว อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมพื้นที่เกษตร ชี้ข้อจำกัดของการใช้สบู่หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียว และวางแผนฟื้นฟูแบบเป็นสัปดาห์ด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

เกิดอะไรขึ้นที่ปราจีนบุรี: เคสจริงตามรายงานของสื่อ

ข้อมูลในกรอบนี้สรุปจากรายงานข่าวเท่านั้น เราไม่เติมตัวเลข ชื่อสถานที่ หรือคำพูดของบุคคลใดเพิ่มเติม และตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบอาจเปลี่ยนแปลงทุกวันตามการสำรวจ

7
อำเภอที่ถูกน้ำท่วม
39,977
ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
ต.วังดาล
อ.กบินทร์บุรี สถานการณ์วิกฤต
  • อำเภอที่ได้รับผลกระทบ: ตามรายงานของ Thai PBS ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ นาดี เมืองปราจีนบุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง และศรีมโหสถ
  • ครัวเรือน: รวม 39,977 ครัวเรือน ตามรายงานเดียวกัน
  • พื้นที่เกษตร: นาข้าว บ่อกุ้ง และสวนผลไม้จมน้ำ
  • จุดวิกฤต: Khaosod English รายงานว่าตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี อยู่ในสถานการณ์วิกฤต

แหล่งข้อมูล: Thai PBS (ต้นเดือนตุลาคม 2569) และรายงานของ Khaosod English ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขเป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน

สิ่งที่ข้อเท็จจริงชุดนี้บอกเราคือ น้ำท่วมปราจีนบุรีรอบนี้กระจายกว้างเกือบทั้งจังหวัด และกระทบกลุ่มคนที่ชีวิตผูกกับผืนดินโดยตรง เมื่อนาข้าว บ่อกุ้ง และสวนผลไม้จมน้ำ ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็หนักอยู่แล้ว หากคนในบ้านเจ็บป่วยซ้ำเติมในช่วงที่ต้องเร่งฟื้นฟูแปลงเกษตร ภาระของครอบครัวจะยิ่งหนักขึ้นอีกหลายเท่า

น้ำท่วมพื้นที่เกษตรในปราจีนบุรีต่างจากน้ำท่วมในเมืองอย่างไร

น้ำท่วมที่ไหลผ่านนาข้าว บ่อกุ้ง สวนผลไม้ และคอกสัตว์ มีองค์ประกอบที่ต่างจากน้ำท่วมในเขตเมือง โดยทั่วไปน้ำประเภทนี้มักพาตะกอนดิน เศษพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ และสารที่ใช้ในการเกษตรบางส่วนมาด้วย บ่อกุ้งที่ถูกน้ำท่วมล้นอาจทำให้น้ำในบ่อซึ่งมีสารอินทรีย์สูงไหลปนออกมา ส่วนในสวนและนา สัตว์ฟันแทะที่เคยอาศัยตามคันนาและโรงเก็บของจะหนีน้ำขึ้นที่สูง ซึ่งบ่อยครั้งคือบ้านคน

บ้านเกษตรกรในปราจีนบุรีจำนวนมากมีลักษณะเป็นบ้านยกใต้ถุนหรือบ้านชั้นเดียวที่อยู่ใกล้แปลงเกษตร มีโรงเก็บรถไถ เครื่องสูบน้ำ ถังพ่นยา กระสอบปุ๋ย และอุปกรณ์อื่น ๆ อยู่ในบริเวณเดียวกัน เมื่อน้ำท่วม สิ่งของเหล่านี้แช่น้ำเดียวกับที่ไหลผ่านบ้าน ทำให้เชื้อโรคจากแปลงเกษตรสามารถเดินทางเข้ามาในครัวและห้องนอนได้ผ่านมือ รองเท้า และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน

อีกปัจจัยคือเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีเวลาพัก ทันทีที่น้ำลด หลายคนต้องลงแปลงไปดูความเสียหาย กู้สิ่งที่ยังกู้ได้ และเตรียมพื้นที่สำหรับรอบการผลิตใหม่ การทำความสะอาดบ้านจึงมักถูกเลื่อนออกไป หรือทำแบบเร่งรีบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชื้อราและแบคทีเรียได้เปรียบ

เชื้อโรคที่ครอบครัวเกษตรกรในปราจีนบุรีต้องระวังหลังน้ำลด

ข้อมูลส่วนนี้อ้างอิงแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค

โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส): ความเสี่ยงอันดับต้นของคนทำนาทำสวน

กรมควบคุมโรคเตือนเป็นประจำว่าเกษตรกรที่ต้องลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำในนาเป็นเวลานาน เป็นกลุ่มเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิส เพราะเชื้อจากปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิดปนอยู่ในน้ำและดินโคลน และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำ อาการที่ต้องจับตาคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลงแปลงหรือลุยน้ำ ต้องรีบพบแพทย์และแจ้งว่าเพิ่งสัมผัสน้ำท่วม การป้องกันที่ได้ผลคือสวมรองเท้าบูทยางและถุงมือ ปิดแผลให้มิดชิด และล้างตัวทันทีหลังขึ้นจากน้ำ น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านและอุปกรณ์ แต่ไม่ใช่ยาป้องกันหรือรักษาโรคนี้

แบคทีเรียจากมูลสัตว์และสิ่งปฏิกูล: อีโคไลและซัลโมเนลลา

น้ำที่ไหลผ่านคอกสัตว์ บ่อเกรอะ และพื้นที่ที่มีมูลสัตว์ อาจพาเชื้ออีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) เข้ามาในบ้าน เชื้อเหล่านี้ตกค้างบนพื้นครัว ภาชนะ ถังน้ำ และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน ทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง และไข้ ในช่วงที่ทั้งบ้านเหนื่อยล้าจากการกู้แปลงเกษตร อาการเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายทรุดเร็วกว่าปกติ

ไวรัสที่แพร่ในบ้านและศูนย์พักพิง

โนโรไวรัสและโรตาไวรัสทำให้ท้องร่วงและแพร่ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิว ส่วนอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่แพร่เร็วเมื่อคนอยู่รวมกันแออัด เช่น ในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือบ้านญาติที่ต้องไปอาศัยหลายครอบครัว โรคมือเท้าปากในเด็กเล็กก็ติดต่อผ่านของเล่นและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน

เชื้อราในยุ้งฉาง บ้านไม้ และกระสอบที่ชื้น

เชื้อราเติบโตได้ดีบนวัสดุที่อมน้ำ ทั้งผนังบ้าน พื้นไม้ ยุ้งฉาง กระสอบ เสื่อ และที่นอน WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา สปอร์เชื้อราอาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ ไอ หอบ และระคายเคืองตา ข้าวเปลือกหรือผลผลิตที่แช่น้ำและขึ้นราไม่ควรนำมาบริโภค

ใครในครอบครัวเกษตรกรเสี่ยงที่สุด

  • เกษตรกรที่ลงแปลง ลุยน้ำ และย่ำโคลนทุกวัน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลที่เท้าและขา
  • ผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน ซึ่งพบได้มากในครอบครัวชนบท
  • เด็กเล็กที่เล่นกับพื้นและของเล่นที่อาจแช่น้ำมา
  • หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • แรงงานที่ช่วยกู้บ่อกุ้งและสวนผลไม้ ซึ่งสัมผัสน้ำและโคลนเป็นเวลานาน

กรณีตัวอย่าง: บ้านเกษตรกรริมนาในตำบลวังดาล

หมายเหตุ: เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อยในบ้านเกษตรกรหลังน้ำท่วม ไม่ใช่บุคคลจริงหรือคำสัมภาษณ์จากข่าว

สมมติว่า "ป้าบัว" และ "ลุงเชิด" ทำนาและมีสวนผลไม้เล็ก ๆ อยู่ในตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี บ้านของทั้งคู่เป็นบ้านยกใต้ถุนครึ่งปูนครึ่งไม้ ใต้ถุนเก็บเครื่องสูบน้ำ ถังพ่นยาพลาสติก จอบ เสียม และกระสอบข้าวเปลือกส่วนหนึ่ง ลูกชายทำงานโรงงานในตัวอำเภอและพาหลานสองคนมาฝากไว้ที่บ้านในวันธรรมดา

เมื่อน้ำเริ่มเข้าพื้นที่ ทั้งคู่ยกของขึ้นชั้นบนเท่าที่ทำได้ แต่เครื่องมือหนัก ๆ และกระสอบข้าวบางส่วนยังจมอยู่ ระหว่างที่น้ำท่วม ลุงเชิดต้องลุยน้ำออกไปดูนาและสวนแทบทุกวัน ส่วนป้าบัวต้องทำกับข้าวในครัวชั่วคราวบนชั้นบน หลาน ๆ ถูกห้ามลงไปเล่นน้ำ แต่ก็ยังแอบไปนั่งห้อยขาที่บันไดอยู่บ่อยครั้ง

หลังน้ำลด ภาพที่เห็นคือโคลนหนาใต้ถุนผสมเศษฟางและกลิ่นเหม็นจากซากพืช ถังพ่นยาและเครื่องสูบน้ำเต็มไปด้วยตะกอน กระสอบข้าวเปลือกขึ้นรา ผนังไม้ชั้นล่างมีคราบดำ และลุงเชิดมีแผลถลอกที่หน้าแข้งจากการเดินลุยน้ำ ป้าบัวอยากล้างบ้านให้เสร็จเร็ว ๆ ด้วยน้ำยาฟอกขาวที่เหลืออยู่ แต่ก็กลัวว่าจะกัดเครื่องสูบน้ำและชิ้นส่วนโลหะที่ยังต้องใช้ทำกินต่อ นี่คือโจทย์ที่ครอบครัวเกษตรกรหลายหมื่นครัวเรือนในปราจีนบุรีกำลังเจอ และแผนฟื้นฟูด้านล่างเขียนขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้

สิ่งแรกที่ป้าบัวควรทำคือพาลุงเชิดไปให้แพทย์ดูแผล และแจ้งว่าลุยน้ำมาหลายวัน แล้วจึงเริ่มงานทำความสะอาดอย่างเป็นขั้นตอน

ทำไมสบู่หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวไม่พอสำหรับบ้านเกษตรกร

การล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ และ CDC ก็มีคำแนะนำการใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางอย่างถูกวิธี แต่สำหรับบ้านที่มีทั้งที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ทำกินรวมกัน มีข้อจำกัดดังนี้

กัดกร่อนเครื่องมือทำกิน
น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นทำให้โลหะเป็นสนิม ทั้งเครื่องสูบน้ำ ใบจอบ ตัวถังเหล็ก และชิ้นส่วนรถไถ ซึ่งเป็นทรัพย์สินราคาแพงที่ครอบครัวต้องใช้ฟื้นฟูแปลงเกษตรต่อ
ทำร้ายยางและพลาสติก
สายยาง ปะเก็นยางของเครื่องสูบน้ำ ถังพ่นยาพลาสติก และรองเท้าบูท อาจเปราะหรือแตกเร็วขึ้นเมื่อสัมผัสสารกัดกร่อนบ่อยครั้ง
เสื่อมฤทธิ์ในโคลนและสารอินทรีย์
โคลนจากนาและตะกอนจากบ่อกุ้งมีสารอินทรีย์สูง ซึ่งทำให้น้ำยาฟอกขาวหมดฤทธิ์เร็ว หากล้างไม่หมดก่อน
กลิ่นฉุนและความเสี่ยงจากการผสมสาร
กลิ่นคลอรีนทำให้ผู้สูงอายุและเด็กระคายเคือง และการผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือสารเคมีการเกษตรบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย
ไม่มีฤทธิ์ตกค้าง
เมื่อแห้งแล้วไม่มีการปกป้องต่อ ขณะที่คนในบ้านยังเดินเข้าออกจากแปลงพร้อมโคลนติดตัวทุกวัน
สบู่ไม่ใช่สารฆ่าเชื้อระดับสูง
สบู่และผงซักฟอกช่วยขจัดคราบและลดเชื้อได้บางส่วน แต่ไม่ได้ออกแบบมาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำปนมูลสัตว์และสิ่งปฏิกูล

ทางออกสำหรับบ้านเกษตรกรปราจีนบุรี: CHEMGENE HLD4H

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน รวมถึงสถานที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก

  • เชื้อที่ระบุบนหน้าผลิตภัณฑ์: แบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาร์เอสวี โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • ความเร็ว: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19
  • ฤทธิ์ตกค้าง: ปกป้องพื้นผิวได้นานสูงสุด 14 วัน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • อัตราเจือจาง: 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 จนถึง 1:200 เลือกตามลักษณะงานและฉลาก
  • ไม่กัดกร่อน: สแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • ผลทดสอบและการรับรอง: มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE, EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476

จุดที่ตอบโจทย์บ้านเกษตรกรมากที่สุดคือ การไม่กัดกร่อนอะลูมิเนียม ยาง และพลาสติก ซึ่งเป็นวัสดุหลักของถังพ่นยา สายยาง ท่อ และรองเท้าบูท รวมถึงอัตราเจือจางที่สูงถึง 1:200 ทำให้ใช้ได้กับบ้านหลังใหญ่และโรงเก็บอุปกรณ์โดยไม่สิ้นเปลือง

ข้อควรระวังสำคัญ: Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิว ใช้ในบ้าน โรงเก็บของ และกับอุปกรณ์หลังล้างทำความสะอาดแล้ว ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับเทลงบ่อกุ้ง แหล่งน้ำ นาข้าว หรือฉีดพ่นบนพืชผล การฟื้นฟูบ่อกุ้งและแปลงเกษตรควรขอคำแนะนำจากหน่วยงานด้านประมงและเกษตรในพื้นที่

แผนฟื้นฟูบ้านเกษตรกร 4 สัปดาห์หลังน้ำลด

หลักการเดียวที่ใช้ตลอดแผนคือ ล้างโคลนก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อตามฉลาก สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากทุกครั้ง เปิดให้อากาศถ่ายเท และห้ามผสม Chemgene HLD4H กับสารเคมีอื่น โดยเฉพาะสารเคมีการเกษตร

สัปดาห์ที่ 1: ความปลอดภัยและบ้านพักอาศัย

  • ตัดไฟชั้นล่างและให้ช่างตรวจก่อนเปิดใช้
  • ระวังงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้ามาในบ้านและใต้ถุน
  • ถ่ายภาพความเสียหายของบ้าน แปลงเกษตร บ่อกุ้ง และสวน เพื่อใช้ยื่นขอรับการช่วยเหลือ
  • ทิ้งอาหาร ยา และข้าวสารที่สัมผัสน้ำท่วม
  • โกยโคลน ล้างพื้น ผนัง ครัว และห้องน้ำด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • ผสม Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางบนฉลาก ฉีดหรือเช็ดพื้นผิวที่ล้างแล้ว และปล่อยให้สัมผัสตามเวลาที่ฉลากกำหนด
  • เริ่มจากห้องนอนเด็กและผู้สูงอายุ ครัว และห้องน้ำก่อน

สัปดาห์ที่ 2: ใต้ถุน โรงเก็บ และอุปกรณ์ทำกิน

  • ขนเศษฟาง กระสอบที่ขึ้นรา และเศษวัสดุที่เน่าเสียออก
  • ล้างเครื่องสูบน้ำ ถังพ่นยา สายยาง จอบ เสียม และรถเข็นให้หมดโคลน
  • ฆ่าเชื้อด้ามจับ มือจับ และพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยด้วย Chemgene HLD4H
  • ล้างและฆ่าเชื้อรองเท้าบูท ถุงมือยาง และเสื้อกันฝน หลังกลับจากแปลงทุกวัน
  • เปิดโรงเก็บให้แดดส่องและลมผ่าน เพื่อลดความชื้น

สัปดาห์ที่ 3: ยุ้งฉาง ภาชนะเก็บน้ำ และจุดสัมผัสร่วม

  • ทำความสะอาดยุ้งฉางและพื้นที่เก็บผลผลิต ให้แห้งสนิทก่อนนำผลผลิตใหม่เข้าเก็บ
  • ล้างโอ่ง ถังน้ำ และแท็งก์น้ำ แล้วฆ่าเชื้อผิวด้านนอกและฝา ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้
  • ฆ่าเชื้อลูกบิด ราวบันได สวิตช์ไฟ ของเล่นเด็ก และโต๊ะกินข้าวเป็นระยะ

สัปดาห์ที่ 4: ตรวจซ้ำและป้องกันการกลับมา

  • ตรวจหาเชื้อราที่อาจโผล่ใหม่ตามผนัง หลังตู้ และใต้พื้นไม้
  • ฆ่าเชื้อซ้ำจุดที่ใช้งานหนักตามคำแนะนำบนฉลาก
  • หากกลิ่นอับหรือกลิ่นสารเคมีจากงานซ่อมแซมยังค้าง พิจารณา บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้าง
  • ติดตามสุขภาพคนในบ้านตลอดเดือนแรก หากมีไข้ ปวดน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงรุนแรง ให้รีบพบแพทย์

10 เหตุผลที่ Chemgene HLD4H เหมาะกับครอบครัวเกษตรกรปราจีนบุรี

  1. เกรดการแพทย์ ผลิตในอังกฤษ ระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาล ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. ครอบคลุมแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ที่มากับน้ำท่วมพื้นที่เกษตร ดูรายการเชื้อทั้งหมด
  3. ระบุถึงซัลโมเนลลา ซึ่งเกี่ยวข้องกับน้ำที่ปนมูลสัตว์และสิ่งปฏิกูล
  4. ไม่กัดกร่อนอะลูมิเนียมและสแตนเลส ถนอมเครื่องสูบน้ำและเครื่องมือที่ต้องใช้ทำกินต่อ
  5. ใช้กับยางและพลาสติกได้ เช่น ถังพ่นยา สายยาง ท่อ และรองเท้าบูท
  6. ออกฤทธิ์ภายใน 1 นาที ตามหน้าผลิตภัณฑ์ ประหยัดเวลาของคนที่ต้องรีบกลับไปกู้แปลง
  7. ปกป้องพื้นผิวตกค้างสูงสุด 14 วัน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ช่วงที่โคลนยังติดตัวเข้าบ้านทุกวัน
  8. เจือจางได้ถึง 1:200 คุ้มค่าสำหรับบ้านหลังใหญ่ ใต้ถุน และโรงเก็บอุปกรณ์ สอบถามขนาดบรรจุ
  9. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรกับชุมชนเกษตรที่พึ่งพาสิ่งแวดล้อม
  10. มีผลทดสอบและการรับรองหลายสถาบัน รวมถึงมหาวิทยาลัยมหิดลและมาตรฐาน EN ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ดูเอกสารรับรอง

ก่อนและหลัง: บ้านเกษตรกรที่ฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอน

ก่อน

  • ใต้ถุนเต็มไปด้วยโคลน เศษฟาง และกลิ่นเน่า
  • เครื่องสูบน้ำและถังพ่นยาอุดตันด้วยตะกอน
  • กระสอบข้าวเปลือกขึ้นรา ผนังไม้มีคราบดำ
  • คนในบ้านเดินเข้าออกจากแปลงพร้อมโคลนติดเท้า
  • กังวลว่าน้ำยาฟอกขาวจะกัดเครื่องมือทำกิน

หลัง

  • ใต้ถุนสะอาด แห้ง และโล่ง
  • อุปกรณ์ล้างแล้วและฆ่าเชื้อจุดจับตามฉลาก
  • วัสดุขึ้นราถูกคัดทิ้ง พื้นผิวที่เหลือได้รับการฆ่าเชื้อ
  • มีจุดล้างและฆ่าเชื้อรองเท้าบูทหน้าบ้าน
  • เครื่องมือโลหะ ยาง และพลาสติกไม่ถูกกัดกร่อน

เช็กลิสต์ด่วนสำหรับครัวเรือนใน 7 อำเภอของปราจีนบุรี

  • ติดตามประกาศจังหวัดและอำเภอ (กบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ นาดี เมืองปราจีนบุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง ศรีมโหสถ) ทุกวัน
  • เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน: รองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และพลาสเตอร์ปิดแผลกันน้ำ
  • จัดจุดล้างเท้าและฆ่าเชื้อรองเท้าไว้หน้าบันไดบ้าน แยกเสื้อผ้าที่ใส่ลงแปลงออกจากเสื้อผ้าในบ้าน
  • ล้างโคลนก่อน แล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ตามฉลาก
  • แยกเก็บสารเคมีการเกษตรที่ภาชนะเสียหายออกจากบ้านและพ้นมือเด็ก
  • ห้ามบริโภคผลผลิตหรือข้าวที่แช่น้ำท่วมและขึ้นรา
  • ขอคำแนะนำหน่วยงานประมงและเกษตรเรื่องการฟื้นฟูบ่อกุ้ง นาข้าว และสวนผลไม้
  • หากมีไข้ ปวดน่อง ตาแดง หรือท้องร่วงรุนแรงหลังลุยน้ำ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมปราจีนบุรี

ถาม: ใช้ Chemgene HLD4H ฆ่าเชื้อในบ่อกุ้งหรือแปลงนาได้ไหม

ตอบ: ไม่ควร ผลิตภัณฑ์นี้ใช้สำหรับพื้นผิวในบ้าน อาคาร และอุปกรณ์หลังล้างทำความสะอาด ไม่ใช่สำหรับเทลงแหล่งน้ำ บ่อเพาะเลี้ยง หรือพ่นบนพืชผล การฟื้นฟูบ่อกุ้งและแปลงเกษตรควรปรึกษาหน่วยงานด้านประมงและเกษตร

ถาม: ใช้กับเครื่องสูบน้ำและถังพ่นยาได้หรือไม่

ตอบ: ใช้ฆ่าเชื้อพื้นผิวภายนอกและจุดที่มือจับได้หลังล้างโคลนออกแล้ว ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่กัดกร่อนอะลูมิเนียม สแตนเลส ยาง และพลาสติก แต่ควรปฏิบัติตามคู่มือของเครื่องมือแต่ละชนิดเรื่องการทำความสะอาดชิ้นส่วนภายใน

ถาม: ฉีดลงบนโคลนใต้ถุนเลยได้ไหม

ตอบ: ไม่แนะนำ ต้องโกยและล้างโคลนออกก่อน น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้เต็มที่บนพื้นผิวที่สะอาด ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก

ถาม: บ้านมีผู้สูงอายุและหลานเล็ก ใช้ได้ไหม

ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ควรให้เด็กออกจากบริเวณระหว่างฉีด เปิดให้อากาศถ่ายเท และเก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็ก

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยป้องกันโรคฉี่หนูของคนลงนาได้ไหม

ตอบ: ไม่ได้โดยตรง น้ำยาช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านและอุปกรณ์ แต่การติดเชื้อเลปโตสไปราเกิดจากการสัมผัสน้ำและโคลนทางบาดแผลหรือผิวหนัง ต้องสวมบูท ถุงมือ ปิดแผล และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ

ถาม: ใช้ฆ่าเชื้อรองเท้าบูทหลังลงแปลงทุกวันได้ไหม

ตอบ: ได้ ล้างโคลนออกก่อน แล้วฉีดหรือเช็ดด้วย Chemgene HLD4H ตามฉลาก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่กัดกร่อนยาง จึงเหมาะกับการใช้ซ้ำเป็นประจำ

ถาม: อยู่ปราจีนบุรี สั่งซื้ออย่างไร

ตอบ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงาน World Health Disinfection จะแนะนำขนาดบรรจุ อัตราเจือจาง และยืนยันการจัดส่งตามสภาพเส้นทางในพื้นที่

ฟื้นฟูบ้านและเครื่องมือทำกินหลังน้ำท่วมปราจีนบุรี

ล้างโคลนให้หมด แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่ไม่กัดกร่อนอุปกรณ์ของคุณ

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

ข้อควรทราบ: ตัวเลขสถานการณ์น้ำเป็นข้อมูล ณ วันที่รายงานและเปลี่ยนแปลงทุกวัน น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากพื้นผิวในช่วงฟื้นฟู ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม และไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ ผู้ที่เจ็บป่วยควรพบแพทย์

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมปราจีนบุรี #น้ำท่วมกบินทร์บุรี #วังดาล

คำค้นหา: น้ำท่วมปราจีนบุรี 2569, ปราจีนบุรีท่วม 7 อำเภอ, น้ำท่วมกบินทร์บุรี, ตำบลวังดาล, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, บ้านเกษตรกรน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้