น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569 ครบ 11 อำเภอ เคสจริงบ้านริมบางปะกงและถนน 3121 บางคล้า-แปลงยาว กับวิธีฆ่าเชื้อบ้านริมน้ำหลังน้ำลดด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569 ครบ 11 อำเภอ เคสจริงบ้านริมบางปะกงและถนน 3121 บางคล้า-แปลงยาว กับวิธีฆ่าเชื้อบ้านริมน้ำหลังน้ำลดด้วย Chemgene HLD4H

น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569 ครบ 11 อำเภอ เคสจริงบ้านริมบางปะกงและถนน 3121 บางคล้า-แปลงยาว กับวิธีฆ่าเชื้อบ้านริมน้ำหลังน้ำลดด้วย Chemgene HLD4H

ต้นเดือนตุลาคม 2569 ฉะเชิงเทรากลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในข่าวน้ำท่วมภาคตะวันออก ไม่ใช่เพราะน้ำท่วมเพียงบางจุด แต่เพราะน้ำท่วม "ครบทั้ง 11 อำเภอ" ตามรายงานของ Thai PBS ภาพที่ปรากฏคือแม่น้ำบางปะกงที่ระบายน้ำลงทะเลไม่ทัน ถนนสาย 3121 บางคล้า-แปลงยาวที่รถผ่านไม่ได้ และบ้านเรือนริมน้ำที่เสียหายมาก สำหรับคนแปดริ้วที่อยู่ริมแม่น้ำมาทั้งชีวิต นี่คือเหตุการณ์ที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน และหนึ่งในเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ "เชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้ให้"

บทความนี้จะเล่าเคสจริงตามรายงานข่าวพร้อมระบุแหล่งที่มาและวันที่ จากนั้นพาไปดูว่าบ้านริมน้ำมีจุดเสี่ยงเรื่องเชื้อโรคตรงไหนบ้าง เชื้อกลุ่มใดที่ควรระวัง ทำไมการราดน้ำยาฟอกขาวทั่วบ้านจึงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด และจะฟื้นฟูบ้านอย่างเป็นขั้นตอนได้อย่างไรด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์

เกิดอะไรขึ้นที่ฉะเชิงเทรา: สรุปเคสจริงจากรายงานข่าว

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานของสื่อมวลชนและหน่วยงานรัฐ เราสรุปตามที่รายงานไว้โดยไม่เพิ่มเติมตัวเลข ชื่อแม่น้ำ หรือคำพูดของบุคคลใด และขอเน้นว่าตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบเปลี่ยนแปลงทุกวัน

ประเด็นรายละเอียดตามรายงาน
ขอบเขตตามรายงานของ Thai PBS ฉะเชิงเทราถูกน้ำท่วมครบทั้ง 11 อำเภอ
สาเหตุที่รายงานแม่น้ำบางปะกงระบายลงทะเลไม่ทัน ประกอบกับมวลน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล
การคมนาคมถนนสาย 3121 บางคล้า-แปลงยาว รถผ่านไม่ได้
ความเสียหายบ้านเรือนริมน้ำได้รับความเสียหายมาก
ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบตามข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จำนวน 47,959 ครัวเรือน

แหล่งข้อมูล: Thai PBS (ต้นเดือนตุลาคม 2569) ซึ่งอ้างข้อมูล ปภ. ณ วันที่ 2 ต.ค. 2569 ตัวเลขอาจเปลี่ยนไปตามการสำรวจล่าสุด

เมื่ออ่านข้อเท็จจริงเหล่านี้ร่วมกัน จะเห็นว่าฉะเชิงเทรากำลังเผชิญน้ำท่วมแบบที่ "ระบายออกยาก" น้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำต้องอาศัยแม่น้ำบางปะกงพาออกสู่อ่าวไทย เมื่อแม่น้ำรับไม่ทัน น้ำจึงเอ่อล้นเข้าพื้นที่สองฝั่งและค้างอยู่นาน บ้านที่อยู่ติดริมน้ำจึงโดนก่อนและโดนหนักกว่า ส่วนถนนสายหลักที่ผ่านไม่ได้ก็ทำให้การขนส่งของใช้จำเป็น อุปกรณ์ทำความสะอาด และความช่วยเหลือเข้าถึงบางพื้นที่ได้ยากขึ้น

บ้านริมน้ำฉะเชิงเทรา: ทำไมเสี่ยงเชื้อโรคมากกว่าบ้านทั่วไป

บ้านริมแม่น้ำบางปะกงจำนวนมากเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุน บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ หรือบ้านที่มีท่าน้ำและแพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมาถึงตัวบ้าน สิ่งที่ตามมามีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากบ้านในหมู่บ้านจัดสรร

  • ใต้ถุนบ้านกลายเป็นแอ่งรับตะกอน: พื้นที่ใต้ถุนที่เคยใช้เก็บของ จอดรถ หรือนั่งเล่น จะสะสมโคลน เศษไม้ ขยะ และซากพืชซากสัตว์ที่ลอยมากับน้ำ เมื่อน้ำลดจะทิ้งชั้นโคลนหนาที่ชื้นอยู่นาน
  • ไม้ดูดซับน้ำและความชื้น: เสาไม้ ฝาไม้ และพื้นไม้จะอมน้ำไว้ เป็นแหล่งที่เชื้อราเติบโตได้ดี และส่งกลิ่นอับไปทั้งบ้าน
  • ครัวและโอ่งน้ำอยู่ชั้นล่าง: หลายบ้านยังมีครัวและภาชนะเก็บน้ำใช้อยู่ด้านล่างหรือหลังบ้าน หากน้ำท่วมเข้าไปปนเปื้อน ต้องทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อนใช้งานอีกครั้ง
  • ห้องน้ำและบ่อเกรอะอยู่ใกล้ระดับน้ำ: เมื่อน้ำท่วมสูง ระบบสุขาภิบาลอาจล้นหรือย้อนกลับ ทำให้น้ำในบ้านปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล
  • ท่าน้ำ เรือ และแพ: อุปกรณ์เหล่านี้สัมผัสน้ำโดยตรงและใช้มือจับบ่อย ทั้งเชือก ราวจับ ไม้พาย และพื้นเรือ

นอกจากนี้ เมื่อน้ำค้างนานเพราะระบายไม่ทัน คนในบ้านริมน้ำต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความชื้นสูงเป็นเวลาหลายวัน ทั้งการลุยน้ำ การพายเรือออกไปซื้อของ และการนอนในบ้านที่อากาศอับชื้น สภาพแบบนี้เปิดโอกาสให้เชื้อโรคหลายกลุ่มแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมแบบระบายช้าในฉะเชิงเทรา

อ้างอิงคำแนะนำของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค น้ำท่วมที่ค้างนานในชุมชนริมน้ำมักพาเชื้อต่อไปนี้เข้ามาในบ้าน

แบคทีเรียในทางเดินอาหาร

อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) มักมากับน้ำที่ปนสิ่งปฏิกูล เมื่อพื้นครัว ภาชนะ และเขียงสัมผัสน้ำท่วม หากล้างไม่ดีพอแล้วนำกลับมาใช้ทำอาหาร อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน และมีไข้ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้เร็วกว่าคนทั่วไป

ความเสี่ยงโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส)

ชุมชนริมน้ำและพื้นที่เกษตรมีสัตว์ฟันแทะอาศัยอยู่ไม่น้อย เมื่อน้ำท่วม เชื้อเลปโตสไปราจากปัสสาวะของสัตว์อาจอยู่ในน้ำและโคลน และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุ คนที่ต้องลุยน้ำหรือพายเรือเป็นเวลานานจึงควรสวมรองเท้าบูท หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเมื่อมีแผล และหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดน่อง ภายในช่วงหลังลุยน้ำ ต้องรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติ น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ใช่ยารักษาและไม่ได้แทนการป้องกันตัวเอง

ไวรัสที่แพร่ผ่านมือและพื้นผิว

โนโรไวรัสและโรตาไวรัสทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ได้ง่ายเมื่อมือสัมผัสพื้นผิวปนเปื้อน ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่างอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่จะแพร่เร็วขึ้นเมื่อคนต้องอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด เช่น ชั้นบนของบ้าน วัด หรือจุดพักพิง ขณะที่โรคมือเท้าปากพบบ่อยในเด็กเล็กที่ใช้ของเล่นร่วมกัน

เชื้อราในบ้านไม้และผนังที่อมน้ำ

บ้านไม้และผนังปูนที่แช่น้ำนานเป็นที่อยู่ชั้นดีของเชื้อรา WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังน้ำลด แต่เมื่อน้ำลดช้า กรอบเวลานี้มักผ่านไปแล้ว จึงต้องเร่งขจัดความชื้นและจัดการเชื้อราทันทีที่ทำได้ เพราะสปอร์เชื้อราอาจกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการทางเดินหายใจ

กลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ: ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านริมน้ำซึ่งพบได้มากในชุมชนเก่า เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ และคนที่ต้องลุยน้ำหรือทำงานกลางน้ำทุกวัน

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ริมน้ำกับครอบครัวสามรุ่นในบางคล้า

หมายเหตุ: นี่เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในบ้านริมน้ำ ไม่ใช่บุคคลหรือคำสัมภาษณ์จริงจากข่าว

ลองนึกภาพบ้านไม้สองชั้นริมน้ำหลังหนึ่งในอำเภอบางคล้า เจ้าของบ้านชื่อ "ลุงสมพร" อาศัยอยู่กับภรรยา ลูกสาว และหลานวัยประถม ชั้นล่างเป็นครัวและที่นั่งเล่น ใต้ถุนเก็บเครื่องมือทำสวนและเรือลำเล็ก เมื่อน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเอ่อขึ้นมาเรื่อย ๆ ครอบครัวย้ายของขึ้นชั้นบนและใช้เรือเป็นพาหนะหลักออกไปซื้อของ

ปัญหาคือถนนเส้นหลักที่เคยใช้ออกไปตลาดกลายเป็นทางที่รถผ่านไม่ได้ ของใช้จำเป็นหลายอย่างหาได้ยากขึ้น ลุงสมพรตั้งใจไว้ว่าเมื่อน้ำลดจะรีบซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำและน้ำยาฟอกขาวมาราดทั้งบ้าน แต่ลูกสาวกังวลว่ากลิ่นคลอรีนจะทำให้แม่ซึ่งเป็นภูมิแพ้ไอไม่หยุด และกลัวว่าบานพับประตูกับหลังคาสังกะสีที่เก่าอยู่แล้วจะเป็นสนิมเร็วขึ้น

เมื่อน้ำค่อย ๆ ลด สิ่งที่ครอบครัวเจอคือโคลนหนาใต้ถุน พื้นไม้ชั้นล่างที่บวมน้ำ คราบน้ำบนฝาผนัง โอ่งน้ำที่มีน้ำท่วมไหลเข้าไป และกลิ่นอับจากเชื้อราในมุมห้อง คำถามของพวกเขาคือ "ควรเริ่มตรงไหนก่อน และใช้อะไรถึงจะปลอดภัยกับแม่และหลาน" ส่วนถัดไปของบทความนี้คือคำตอบที่ใช้ได้ทั้งกับครอบครัวลุงสมพรและบ้านริมน้ำอีกหลายหมื่นหลังในฉะเชิงเทรา

ความเชื่อเดิม กับ ข้อเท็จจริง: ทำไมสบู่และน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวยังไม่พอ

ความเชื่อ: "ราดน้ำยาฟอกขาวเยอะ ๆ ทั้งบ้าน เชื้อตายหมดแน่"
ข้อเท็จจริง: น้ำยาฟอกขาวจะเสื่อมฤทธิ์เมื่อเจอโคลนและสิ่งสกปรกอินทรีย์ ถ้ายังล้างโคลนไม่หมด การราดน้ำยาลงไปจะได้ผลน้อยกว่าที่คิด ใช้มากเกินไปยังทำให้กลิ่นฉุนค้างในบ้านไม้ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุและเด็กระคายเคืองทางเดินหายใจ

ความเชื่อ: "ล้างด้วยผงซักฟอกให้สะอาดก็พอแล้ว"
ข้อเท็จจริง: ผงซักฟอกและสบู่ช่วยขจัดคราบและลดเชื้อได้ส่วนหนึ่ง และเป็นขั้นตอนที่ต้องทำก่อนเสมอ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเป็นสารฆ่าเชื้อระดับสูงสำหรับพื้นผิวที่สัมผัสน้ำปนสิ่งปฏิกูล

ความเชื่อ: "น้ำยาฆ่าเชื้อแรง ๆ ใช้กับอะไรก็ได้"
ข้อเท็จจริง: สารคลอรีนเข้มข้นกัดกร่อนโลหะ เช่น บานพับ กลอนประตู หลังคาสังกะสี ราวเหล็ก ท่าเรือเหล็ก และเครื่องยนต์เรือ อีกทั้งอาจทำให้ยางและพลาสติกเปราะ ซีดจาง เมื่อใช้ซ้ำบ่อย

ความเชื่อ: "ฆ่าเชื้อครั้งเดียวจบ"
ข้อเท็จจริง: น้ำยาฟอกขาวไม่มีฤทธิ์ปกป้องตกค้าง เมื่อพื้นผิวแห้ง เชื้อใหม่ก็กลับมาเกาะได้ทันที โดยเฉพาะในบ้านริมน้ำที่ความชื้นยังสูงและคนยังเดินเข้าออกพร้อมโคลนติดเท้า

ความเชื่อ: "ผสมน้ำยาหลายชนิดรวมกันจะแรงขึ้น"
ข้อเท็จจริง: อันตรายมาก การผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรดหรือสารที่มีแอมโมเนียอาจเกิดก๊าซพิษ ห้ามผสมสารเคมีต่างชนิดกันเด็ดขาด

CDC เองก็ให้คำแนะนำการใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางอย่างถูกวิธี ดังนั้นประเด็นไม่ใช่ว่าน้ำยาฟอกขาวใช้ไม่ได้ แต่คือข้อจำกัดเรื่องการกัดกร่อน กลิ่น และการไม่มีฤทธิ์ตกค้าง ซึ่งเป็นปัญหาจริงของบ้านริมน้ำที่มีทั้งไม้ โลหะ และผู้อยู่อาศัยหลายวัย

ทางออกสำหรับบ้านริมน้ำฉะเชิงเทรา: CHEMGENE HLD4H

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์จากประเทศอังกฤษ ถูกใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องแล็บ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน และสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ข้อมูลสำคัญที่ระบุไว้บนหน้าผลิตภัณฑ์มีดังนี้

เชื้อที่ระบุ
แบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส รวมถึงไข้หวัดใหญ่ H1N1 อาร์เอสวี โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
ความเร็วและประสิทธิภาพ
หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 พร้อมฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวตกค้างสูงสุด 14 วัน
อัตราเจือจาง
1:30, 1:50, 1:60, 1:100 และสูงสุด 1:200 ตามลักษณะงานและคำแนะนำบนฉลาก
ความเข้ากันได้กับวัสดุ
ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ และแสดงผลทดสอบหรือการรับรองจากมหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476

เหตุผลที่ผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์บ้านริมน้ำเป็นพิเศษ คือบ้านแบบนี้มีวัสดุหลากหลายอยู่รวมกัน ทั้งโลหะของบานพับและหลังคา พลาสติกของถังน้ำและเก้าอี้ ไฟเบอร์กลาสของเรือบางลำ และยางของรองเท้าบูทหรือสายยาง การมีน้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่กัดกร่อนวัสดุเหล่านี้ช่วยลดความเสียหายซ้ำซ้อนหลังน้ำท่วม

แผนฟื้นฟูบ้านริมน้ำทีละโซน: ล้างก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อ

หลักการที่ต้องยึดไว้ทุกโซนคือ ล้างโคลนและคราบออกให้หมดก่อน จากนั้นจึงใช้ Chemgene HLD4H บนพื้นผิวที่สะอาด ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด สวมถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากากตลอดการทำงาน และเปิดให้อากาศถ่ายเท

โซน 1: ใต้ถุนบ้าน

โกยโคลนและเศษขยะออก ระวังสัตว์มีพิษที่อาจซ่อนอยู่ใต้กองไม้ ฉีดน้ำล้างเสา พื้นปูน และเครื่องมือที่เก็บไว้ ปล่อยให้แห้ง จากนั้นฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งอย่างพื้นปูน เครื่องมือโลหะ ถังพลาสติก และเก้าอี้ ด้วย Chemgene HLD4H ตามฉลาก

โซน 2: ครัวและภาชนะ

ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างหม้อ จาน ช้อน และเขียงด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำสะอาด แล้วฆ่าเชื้อเคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน และชั้นวางภาชนะ ภาชนะที่ใส่อาหารให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการใช้งานกับพื้นผิวสัมผัสอาหาร และล้างน้ำสะอาดตามที่ฉลากระบุ

โซน 3: โอ่งและภาชนะเก็บน้ำ

ถ่ายน้ำในโอ่งที่น้ำท่วมไหลเข้าไปทิ้งทั้งหมด ขัดล้างด้านในให้สะอาด ฆ่าเชื้อผิวด้านนอกและฝาปิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้หลังน้ำท่วม อย่าใช้น้ำที่ไม่แน่ใจคุณภาพในการดื่มหรือประกอบอาหาร

โซน 4: ห้องน้ำและจุดระบายน้ำ

ห้องน้ำคือจุดที่น้ำปนสิ่งปฏิกูลมีโอกาสย้อนกลับสูงที่สุด ล้างโถส้วม พื้น ผนัง และขอบท่อระบายน้ำให้สะอาด แล้วฆ่าเชื้อทุกพื้นผิว รวมถึงก๊อกน้ำ ขันน้ำ และกลอนประตูห้องน้ำ

โซน 5: พื้นไม้ ผนัง และเฟอร์นิเจอร์

สำหรับไม้ ให้ล้างคราบโคลนและเร่งให้แห้งเป็นอันดับแรก เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมช่วย ก่อนใช้น้ำยาบนวัสดุไม้หรือพื้นผิวที่ฉลากไม่ได้ระบุไว้ ควรทดสอบในจุดเล็กที่มองไม่เห็นก่อน ส่วนพื้นผิวแข็งที่ไม่ซึมน้ำ เช่น กระเบื้อง เคาน์เตอร์ และเฟอร์นิเจอร์พลาสติก สามารถฆ่าเชื้อตามฉลากได้ทันทีหลังล้าง ฟูก หมอน และเบาะที่อมน้ำท่วมมักต้องทิ้ง

โซน 6: ท่าน้ำ เรือ และอุปกรณ์

ล้างราวจับ บันไดท่าน้ำ พื้นเรือ ไม้พาย เชือก และเสื้อชูชีพ ด้วยน้ำสะอาด แล้วฆ่าเชื้อจุดที่มือจับบ่อย Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนอะลูมิเนียม ไฟเบอร์กลาส ยาง และพลาสติก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับอุปกรณ์เหล่านี้

โซน 7: จุดสัมผัสร่วมในบ้าน

ลูกบิด กลอน ราวบันได สวิตช์ไฟ (เมื่อช่างตรวจแล้วว่าปลอดภัย) รีโมต โทรศัพท์ และของเล่นเด็ก ควรฆ่าเชื้อเป็นระยะในช่วงหลายสัปดาห์แรกหลังกลับเข้าบ้าน

10 เหตุผลที่คนแปดริ้วเลือก Chemgene HLD4H ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด

  1. เกรดการแพทย์จากอังกฤษ ระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. ฆ่าเชื้อได้กว้าง ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ซึ่งมาพร้อมกันในบ้านริมน้ำ อ่านรายการเชื้อบนหน้าผลิตภัณฑ์
  3. ไม่กัดกร่อนโลหะ ถนอมบานพับ กลอน ราวเหล็ก และอุปกรณ์ในบ้านที่แช่น้ำมาแล้ว
  4. เป็นมิตรกับเรือและอุปกรณ์ทางน้ำ ใช้กับอะลูมิเนียม ไฟเบอร์กลาส และยางได้
  5. ไม่มีกลิ่นคลอรีนฉุนแบบน้ำยาฟอกขาว เหมาะกับบ้านไม้ที่มีผู้สูงอายุหรือผู้มีภูมิแพ้
  6. ออกฤทธิ์ภายใน 1 นาที ตามที่หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ ช่วยให้ทำงานแต่ละโซนได้ต่อเนื่อง
  7. ปกป้องพื้นผิวตกค้างสูงสุด 14 วัน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เหมาะกับช่วงที่ยังมีโคลนติดเท้าเข้าบ้าน
  8. เจือจางได้ถึง 1:200 ขวดเดียวใช้ได้หลายโซน สำคัญมากเมื่อถนนบางสายยังผ่านไม่ได้และการออกไปซื้อของทำได้ยาก สั่งซื้อไว้ล่วงหน้า
  9. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ลดผลกระทบต่อแม่น้ำบางปะกงและสิ่งแวดล้อมริมน้ำ
  10. มีผลทดสอบและการรับรอง จากมหาวิทยาลัยมหิดล NHS England SGS Intertek และมาตรฐาน EN ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

ภาพก่อนและหลัง: บ้านริมน้ำที่ฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

ก่อนฟื้นฟู

  • ใต้ถุนเต็มไปด้วยโคลนและเศษขยะจากแม่น้ำ
  • พื้นไม้ชั้นล่างบวมน้ำ ผนังมีคราบและจุดเชื้อรา
  • โอ่งน้ำและครัวปนเปื้อนน้ำท่วม
  • ห้องน้ำมีกลิ่นท่อย้อน
  • เรือและอุปกรณ์ท่าน้ำมีคราบตะไคร่และโคลน

หลังฟื้นฟู

  • โคลนถูกขนออก พื้นที่แห้งและโล่ง
  • ไม้ได้ระบายความชื้น พื้นผิวแข็งผ่านการฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • ครัวและภาชนะสะอาด พร้อมใช้งาน
  • ห้องน้ำล้างและฆ่าเชื้อครบทุกจุด
  • อุปกรณ์โลหะ ยาง และไฟเบอร์กลาสไม่ถูกกัดกร่อน

เช็กลิสต์สำหรับครัวเรือนในฉะเชิงเทรา ก่อนและหลังถนนเปิด

ช่วงที่ถนนบางสาย เช่น 3121 ยังผ่านไม่ได้

  • ติดตามประกาศของจังหวัด อำเภอ และ ปภ. เรื่องเส้นทางและจุดรับความช่วยเหลือ
  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ประกาศว่าผ่านไม่ได้
  • สำรองน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว และอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง รองเท้าบูท หน้ากาก
  • สั่งซื้อ น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H และอุปกรณ์ทำความสะอาดเตรียมไว้ เพื่อเริ่มงานได้ทันทีที่น้ำลด

วันที่น้ำเริ่มลด

  • ตัดไฟและให้ช่างตรวจระบบไฟก่อนใช้งาน
  • ถ่ายภาพความเสียหายของบ้านริมน้ำทุกมุมเพื่อใช้ยื่นขอรับความช่วยเหลือ
  • ขนของที่ซึมน้ำและล้างไม่ได้ออก และทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม
  • เริ่มโกยโคลนจากใต้ถุนและชั้นล่าง

สัปดาห์แรกหลังกลับเข้าบ้าน

  • ล้าง แล้วฆ่าเชื้อทีละโซนตามแผนด้านบน
  • เร่งระบายความชื้นในบ้านไม้ เปิดหน้าต่างในวันที่แดดออก
  • ฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยซ้ำเป็นระยะตามฉลาก
  • สังเกตอาการคนในบ้าน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หรือหายใจลำบาก ให้รีบพบแพทย์
  • หากยังมีกลิ่นอับหรือกลิ่นสารเคมีจากการซ่อมบ้าน พิจารณา บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและสารเคมีตกค้าง

คำถามที่พบบ่อย: ฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำท่วมฉะเชิงเทรา

ถาม: น้ำในฉะเชิงเทราลดช้า ควรรอให้แห้งสนิทก่อนค่อยฆ่าเชื้อไหม

ตอบ: ไม่ต้องรอให้ทั้งบ้านแห้งสนิท เมื่อโซนใดน้ำลดและโกยโคลนออกได้แล้ว ให้ล้างและฆ่าเชื้อโซนนั้นได้ทันที เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน เชื้อราและแบคทีเรียยิ่งมีเวลาเติบโต แต่ต้องมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของระบบไฟก่อน

ถาม: ใช้ Chemgene HLD4H กับบ้านไม้ได้ไหม

ตอบ: ล้างคราบและเร่งให้ไม้แห้งเป็นอันดับแรก จากนั้นหากต้องการใช้น้ำยาบนไม้ ควรทดสอบจุดเล็กก่อนและปฏิบัติตามฉลาก ส่วนพื้นผิวแข็งที่ไม่ซึมน้ำในบ้านไม้ เช่น กระเบื้อง โลหะ และพลาสติก ใช้ได้ตามฉลาก

ถาม: ใช้กับเรืออะลูมิเนียมหรือเรือไฟเบอร์ได้หรือเปล่า

ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนอะลูมิเนียม ไฟเบอร์กลาส ยาง และพลาสติก จึงใช้ฆ่าเชื้อพื้นเรือ ราวจับ และอุปกรณ์ได้หลังล้างคราบโคลนแล้ว

ถาม: ใช้ฆ่าเชื้อน้ำในโอ่งเพื่อดื่มได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวเพื่อบำบัดน้ำดื่ม ให้ใช้กับผิวภาชนะหลังล้างตามคำแนะนำบนฉลากเท่านั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขเรื่องน้ำดื่มหลังน้ำท่วม

ถาม: บ้านมีผู้สูงอายุเป็นภูมิแพ้ ใช้ได้ไหม

ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ และใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ควรให้ผู้สูงอายุอยู่นอกบริเวณระหว่างฉีด และเปิดให้อากาศถ่ายเทจนพื้นผิวแห้ง

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อป้องกันโรคฉี่หนูได้ไหม

ตอบ: น้ำยาช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อทางบาดแผลขณะลุยน้ำ ต้องสวมรองเท้าบูท ล้างตัวหลังสัมผัสน้ำ และพบแพทย์ทันทีหากมีไข้และปวดน่อง

ถาม: อยู่ฉะเชิงเทรา สั่งซื้ออย่างไร

ตอบ: ติดต่อ World Health Disinfection โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะแนะนำขนาดบรรจุ อัตราเจือจาง และช่องทางจัดส่ง โดยจะยืนยันเงื่อนไขการจัดส่งตามสภาพเส้นทางในขณะนั้น

เตรียมพร้อมฟื้นฟูบ้านริมน้ำฉะเชิงเทรา

ล้างโคลนให้หมด แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่ไม่กัดกร่อนบ้านและอุปกรณ์ของคุณ

สั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H วันนี้

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

ข้อควรทราบ: ตัวเลขสถานการณ์น้ำเป็นข้อมูล ณ วันที่รายงานและเปลี่ยนแปลงทุกวัน น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อบนพื้นผิวในช่วงฟื้นฟู ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม และไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์ หากเจ็บป่วยควรพบแพทย์

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมฉะเชิงเทรา #น้ำท่วมบางคล้า #บางปะกง

คำค้นหา: น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569, ฉะเชิงเทราท่วม 11 อำเภอ, ถนน 3121 บางคล้า แปลงยาว, บ้านริมน้ำบางปะกง, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, ทำความสะอาดบ้านไม้หลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้