น้ำท่วมชัยนาท 2569: เคสจริงชุมชนวัดมะปราง อ.สรรพยา ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อแนวกระสอบทรายแตก น้ำเข้าเร็ว ชาวบ้านอพยพขึ้นริมถนน และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไข้เลือดออก

น้ำท่วมชัยนาท 2569: เคสจริงชุมชนวัดมะปราง อ.สรรพยา ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อแนวกระสอบทรายแตก น้ำเข้าเร็ว ชาวบ้านอพยพขึ้นริมถนน และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

บางครั้งน้ำท่วมไม่ได้ค่อย ๆ ขึ้นให้เตรียมตัว แต่มาเร็วจนต้องเลือกในเวลาไม่กี่ชั่วโมงว่าจะขนอะไรไปก่อน นี่คือสิ่งที่ชาวชุมชนวัดมะปราง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เผชิญในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้จะเล่าเหตุการณ์ตามที่สื่อสาธารณะรายงาน อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมแบบฉับพลันในชุมชนท้ายเขื่อน ทั้งในบ้านที่จมน้ำ บนพื้นที่พักชั่วคราวริมถนน และในข้าวของ รถ กับสัตว์เลี้ยงที่ขนหนีน้ำออกมา แล้วปิดท้ายด้วยขั้นตอนล้างและฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เมื่อถึงวันที่ได้กลับบ้าน

เกิดอะไรขึ้นที่ชุมชนวัดมะปราง: ข้อเท็จจริงตามรายงานของ Thai PBS

ตามรายงานของ Thai PBS วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ชุมชนวัดมะปราง ในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งตั้งอยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบราว 500 ครัวเรือน ในพื้นที่ลุ่ม ระดับน้ำลึกประมาณ 0.8 ถึง 1.6 เมตร

รายงานระบุว่า แนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านช่วยกันวางไว้เพื่อชะลอน้ำได้รับความเสียหาย ทำให้น้ำไหลเข้าชุมชนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งขนรถ สัตว์เลี้ยง และข้าวของขึ้นไปไว้บนที่สูงริมถนนเลียบคลองมหาราช ขณะเดียวกัน เขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน สถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านในพื้นที่ควรติดตามประกาศของจังหวัดชัยนาท กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่ทำให้เคสวัดมะปรางควรค่าแก่การเรียนรู้ในมุมสุขอนามัยมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือ ความเร็ว เมื่อแนวกระสอบทรายเสียหาย ชาวบ้านมีเวลาน้อยในการเก็บของ ของจำนวนมากจึงจมน้ำไปพร้อมบ้าน เรื่องที่สองคือ การอพยพขึ้นริมถนน ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตชั่วคราวในพื้นที่เปิดโล่งร่วมกับเพื่อนบ้าน สัตว์เลี้ยง และรถ เรื่องที่สามคือ ความลึกที่ต่างกันในแต่ละจุด ตั้งแต่ระดับเอวไปจนเกือบถึงระดับศีรษะ ทำให้แต่ละบ้านต้องฟื้นฟูต่างกัน

ไล่เรียงเหตุการณ์: จากแนวกระสอบทรายถึงริมถนนคลองมหาราช

เพื่อให้เห็นภาพว่าความเสี่ยงด้านเชื้อโรคเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง ลองแบ่งเหตุการณ์ออกเป็นช่วง ๆ ตามข้อมูลที่มีการรายงาน

  1. ช่วงตั้งรับ: ชาวบ้านวางแนวกระสอบทรายเพื่อชะลอน้ำ ทุกคนทำงานหนัก มือ แขน และขาสัมผัสดิน ทราย และน้ำที่เริ่มซึมเข้ามา
  2. ช่วงแนวกันน้ำเสียหาย: น้ำไหลเข้าชุมชนอย่างรวดเร็ว บ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ ถังขยะ และคอกสัตว์ ถูกน้ำท่วมพร้อมกัน สิ่งปฏิกูลกระจายออกมาปนกับน้ำ
  3. ช่วงขนย้าย: ชาวบ้านลุยน้ำขนรถ สัตว์เลี้ยง และข้าวของขึ้นที่สูงริมถนนเลียบคลองมหาราช ข้าวของที่ขนออกมาบางส่วนเปียกน้ำท่วมแล้ว
  4. ช่วงพักริมถนน: ครอบครัวจำนวนมากใช้ชีวิตใกล้กันในพื้นที่จำกัด มีทั้งคน สุนัข แมว ไก่ และรถ อยู่ในบริเวณเดียวกัน การล้างมือ การเข้าห้องน้ำ และการเตรียมอาหาร ทำได้ยากกว่าปกติ
  5. ช่วงน้ำทรงและเริ่มลด: บ้านแช่น้ำลึก 0.8 ถึง 1.6 เมตรตามรายงาน เมื่อน้ำเริ่มลด ชาวบ้านต้องกลับไปเผชิญโคลน กลิ่น และความเสียหาย

แต่ละช่วงมีเชื้อโรคและจุดเสี่ยงต่างกัน การฟื้นฟูที่ดีจึงไม่ใช่แค่ล้างบ้าน แต่ต้องรวมถึงการทำความสะอาดข้าวของที่ขนออกไป รถ อุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยง และพื้นที่พักชั่วคราวด้วย

กรณีตัวอย่าง: ครอบครัวที่ต้องขนทุกอย่างขึ้นริมถนนภายในคืนเดียว

หมายเหตุ: ส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เขียนขึ้นเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อยในชุมชนที่ต้องอพยพเร่งด่วน ไม่ใช่ครอบครัวจริงในรายงานข่าว

ครอบครัวหนึ่งในที่ลุ่มของชุมชนมีสี่คน พ่อ แม่ ลูกชายวัยมัธยม และยายที่เดินช้า มีสุนัขสองตัว แมวหนึ่งตัว และรถกระบะหนึ่งคัน เมื่อได้ยินว่าแนวกระสอบทรายเริ่มรั่ว พ่อรีบขับรถขึ้นไปจอดริมถนนก่อน ส่วนแม่กับลูกชายช่วยกันยัดเสื้อผ้า เอกสาร ยาของยาย และหม้อหุงข้าวลงถุง แต่ก่อนจะขนรอบที่สามเสร็จ น้ำก็สูงถึงเอวแล้ว ของที่เหลือ ทั้งตู้เย็น ที่นอน โซฟา และกล่องเก็บของ จมไปพร้อมบ้าน

ริมถนน ครอบครัวกางเต็นท์ข้างกระบะ ผูกสุนัขไว้กับเสา ใส่แมวในกรง และใช้กระบะท้ายรถเป็นที่นอนของยาย อาหารส่วนใหญ่เป็นของแจก ล้างมือด้วยน้ำขวดเท่าที่มี ห้องน้ำต้องเดินไปใช้ห้องน้ำรวมหรือห้องน้ำเคลื่อนที่ บางคืนฝนตกจนเสื่อเปียก สุนัขที่เดินลุยน้ำกลับมานอนบนผ้าห่มผืนเดียวกับลูกชาย

หลายวันต่อมา ยายเริ่มถ่ายเหลว ลูกชายมีแผลถลอกที่หน้าแข้งจากตอนลุยน้ำขนของซึ่งเริ่มบวมแดง ครอบครัวพาทั้งสองคนไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเมื่อน้ำเริ่มลด คำถามก็ตามมามากมาย กระบะที่ขนของเปียกจะทำความสะอาดอย่างไร กรงแมวและชามอาหารสุนัขต้องฆ่าเชื้อไหม เสื้อผ้าที่ขนออกมาเปียกน้ำท่วมใช้ต่อได้หรือไม่ และบ้านที่แช่น้ำมาหลายวันต้องเริ่มจากตรงไหน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมฉับพลันในชุมชนท้ายเขื่อน

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC อธิบายว่าน้ำท่วมมักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล น้ำเสีย ซากสัตว์ และสารเคมี ส่วนกรมควบคุมโรคมักเตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้ระวังโรคระบบทางเดินอาหาร โรคฉี่หนู โรคผิวหนัง โรคตาแดง และโรคทางเดินหายใจ สำหรับเคสวัดมะปราง เชื้อที่ควรรู้มีดังนี้

แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล: อีโคไลและซัลโมเนลลา

เมื่อน้ำเข้าชุมชนเร็ว บ่อเกรอะและท่อน้ำทิ้งของบ้านหลายร้อยหลังถูกท่วมพร้อมกัน แบคทีเรียจากอุจจาระอย่างอีโคไลและซัลโมเนลลาจึงกระจายไปทั่ว เกาะทั้งในบ้าน บนข้าวของที่ขนออกมาเปียก ๆ และบนกระบะรถที่ใช้ขน เชื้อเหล่านี้ทำให้ท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็กที่ขาดน้ำได้ง่าย

เลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู)

การลุยน้ำขนของและการเดินเข้าออกชุมชนระหว่างน้ำท่วม คือความเสี่ยงหลักของโรคฉี่หนู เชื้อเลปโตสไปรามากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน รวมถึงเยื่อบุตาและปาก อาการที่ต้องจับตาคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หากเกิดขึ้นหลังลุยน้ำไม่นาน ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติ สุนัขที่ลุยน้ำก็อาจติดเชื้อได้เช่นกัน ควรปรึกษาสัตวแพทย์หากสัตว์เลี้ยงซึม ไม่กินอาหาร หรือมีไข้

ไวรัสทางเดินอาหาร: โนโรไวรัสและโรตาไวรัส

พื้นที่พักชั่วคราวที่ใช้ห้องน้ำรวมและแบ่งปันอาหารกัน เป็นสภาพที่ไวรัสทางเดินอาหารแพร่ได้เร็วมาก โนโรไวรัสติดง่ายผ่านมือ อาหาร และพื้นผิว ส่วนโรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก

ไวรัสทางเดินหายใจและโรคมือเท้าปาก

การนอนในเต็นท์ติดกัน ตากฝน ตากลม และพักผ่อนไม่พอ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไวรัส RSV และโรคมือเท้าปากในเด็ก จึงแพร่ในจุดพักพิงได้ง่าย พื้นผิวที่มือสัมผัสร่วมกัน เช่น โต๊ะแจกอาหาร ราวกั้น ประตูห้องน้ำเคลื่อนที่ เป็นทางผ่านสำคัญ

เชื้อราและกลิ่นอับในบ้านที่แช่น้ำ

บ้านที่แช่น้ำลึกระดับ 0.8 ถึง 1.6 เมตรหลายวัน ผนัง ประตูไม้ ตู้ และเฟอร์นิเจอร์จะอิ่มน้ำ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลดเพื่อจำกัดเชื้อรา ข้าวของที่ขนออกมาเปียกแล้วกองรวมกันริมถนนก็ขึ้นราได้เร็วเช่นกัน

กลุ่มเสี่ยงในชุมชน

  • ผู้สูงอายุที่เดินลำบากและต้องนอนในที่พักชั่วคราว
  • เด็กเล็กที่เล่นบนพื้นและเอามือเข้าปาก
  • หญิงตั้งครรภ์และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
  • ผู้ที่ลุยน้ำขนของและมีแผลที่ขาหรือเท้า
  • คนที่ดูแลสัตว์เลี้ยงซึ่งลุยน้ำมา

ผลกระทบที่ชุมชนต้องรับมือหลังน้ำลด

สุขภาพ: โรคที่ติดมาจากช่วงพักริมถนนอาจตามกลับเข้าบ้าน หากไม่ได้ทำความสะอาดข้าวของและพื้นที่อย่างถูกวิธี และช่วงล้างบ้านก็เป็นช่วงที่สัมผัสโคลนมากที่สุด

ทรัพย์สิน: ของที่จมน้ำไปพร้อมบ้าน และของที่ขนออกมาแต่เปียกแล้ว ต้องคัดแยกอย่างรอบคอบ ว่าชิ้นไหนล้างแล้วฆ่าเชื้อได้ ชิ้นไหนต้องทิ้ง รถที่ใช้ขนของเปียกน้ำท่วมก็ต้องทำความสะอาดภายในกระบะหรือห้องโดยสาร

สัตว์เลี้ยง: กรง ชามอาหาร สายจูง และที่นอนของสัตว์ ที่ใช้ระหว่างอพยพ อาจปนเปื้อนน้ำท่วมและโคลน ต้องทำความสะอาดก่อนนำกลับเข้าบ้าน

เวลาและรายได้: ชาวบ้านหลายครอบครัวในพื้นที่ทำการเกษตรหรือรับจ้าง การฟื้นฟูที่ทำซ้ำหลายรอบหรือการป่วยต่อกันในครอบครัว ทำให้กลับไปทำงานได้ช้าลง

ทำไมสบู่หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวจึงไม่ตอบโจทย์งานฟื้นฟูแบบนี้

การล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกคือขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยกำจัดโคลนและคราบอินทรีย์ แต่เมื่อต้องฟื้นฟูทั้งบ้าน รถ และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ข้อจำกัดของวิธีดั้งเดิมจะชัดขึ้น

  • สบู่และผงซักฟอกล้างออก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อระดับสูง เชื้อที่ซ่อนในร่องกระบะรถ ซอกกรงสัตว์ หรือรอยต่อพื้นอาจยังอยู่
  • น้ำยาฟอกขาวกัดกร่อนโลหะ ไม่เหมาะกับกระบะรถ กรงสัตว์ที่เป็นเหล็ก หรืออุปกรณ์สแตนเลส อาจทำให้ขึ้นสนิมและเสื่อมสภาพ
  • กลิ่นฉุนและระคายเคือง ไม่เหมาะกับการใช้กับชามอาหารหรือที่นอนสัตว์เลี้ยง และพื้นที่ที่ผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กจะกลับมาใช้
  • ผสมผิดเกิดก๊าซอันตราย ห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือกรด ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อหลายคนช่วยกันล้างโดยใช้น้ำยาคนละชนิด
  • ไม่มีการป้องกันต่อเนื่อง พื้นผิวที่เพิ่งล้างจะรับเชื้อใหม่จากรองเท้า มือ และอุ้งเท้าสัตว์ได้ทันที

สรุปคือ ต้องล้างโคลนก่อนเสมอ จากนั้นใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่กัดกร่อน กลิ่นไม่ฉุน ใช้ได้หลายพื้นผิว และปฏิบัติตามอัตราเจือจางบนฉลาก

CHEMGENE HLD4H: น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่ใช้ได้ทั้งบ้าน รถ และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน และสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก คุณสมบัติที่ตรงกับงานฟื้นฟูหลังน้ำท่วมแบบวัดมะปรางมีดังนี้

  • ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อรา มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน
  • อัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ตามลักษณะงานบนฉลาก
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส จึงเหมาะกับกระบะรถ กรงสัตว์ ชามสแตนเลส และถังพลาสติก
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • ผลทดสอบและการรับรอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และ EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476 (ดูเอกสารรับรอง)

ข้อควรจำ: Chemgene HLD4H ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากพื้นผิวระหว่างฟื้นฟู ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วมและไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการป่วยต้องพบแพทย์ สัตว์เลี้ยงที่ป่วยต้องพบสัตวแพทย์

ขั้นตอนฟื้นฟูสำหรับชาวชุมชนวัดมะปราง: สี่โซนที่ต้องจัดการ

หลักการเดียวที่ใช้กับทุกโซนคือ ล้างโคลนและคราบสกปรกออกก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก สวมถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต และหน้ากากทุกครั้ง เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท และอย่าผสม Chemgene กับสารเคมีอื่น ตัวอย่างการคำนวณ อัตรา 1:100 คือน้ำยาประมาณ 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร

โซนที่ 1: บ้านที่แช่น้ำ 0.8 ถึง 1.6 เมตร

  • ให้ช่างไฟตรวจระบบก่อนเปิดไฟ โดยเฉพาะบ้านที่น้ำท่วมสูงกว่าระดับปลั๊ก
  • ตักโคลนออก ทิ้งของที่ซึมน้ำและล้างไม่ได้ เช่น ที่นอน โซฟาผ้า พรม และอาหารที่สัมผัสน้ำ
  • ขัดพื้น ผนัง ประตู ตู้ และเคาน์เตอร์ ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ไล่จากบนลงล่าง
  • เมื่อหมาดแล้ว ฉีดพ่นหรือเช็ด Chemgene ให้ทั่ว เน้นห้องครัว ห้องน้ำ และจุดสัมผัสบ่อย ปล่อยไว้ตามเวลาบนฉลาก
  • ตู้เย็นที่จมน้ำ ให้ช่างตรวจก่อน ทิ้งอาหารภายใน ล้าง แล้วฆ่าเชื้อด้านในตามฉลาก
  • เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมเร่งให้แห้ง เพื่อลดเชื้อรา

โซนที่ 2: ข้าวของที่ขนออกไปริมถนน

  • แยกของแห้งออกจากของที่เปียกน้ำท่วม
  • เสื้อผ้าและผ้าที่เปียกน้ำท่วม ซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก ตากแดดให้แห้งสนิท
  • ภาชนะพลาสติก หม้อ จาน และของใช้ผิวแข็ง ล้างก่อน แล้วฆ่าเชื้อตามฉลาก ภาชนะสัมผัสอาหารให้ล้างน้ำสะอาดตามคำแนะนำบนฉลาก
  • เอกสารสำคัญที่เปียก แยกออกมาผึ่งให้แห้ง และติดต่อหน่วยงานเพื่อขอออกใหม่หากเสียหาย

โซนที่ 3: รถที่ใช้ขนของ

  • ล้างกระบะท้าย ซุ้มล้อ และพื้นรถด้วยน้ำสะอาดให้โคลนออกหมด
  • เช็ดภายในห้องโดยสาร พวงมาลัย มือจับประตู และคันเกียร์ ด้วยผ้าชุบ Chemgene ที่เจือจางตามฉลาก เนื่องจากไม่กัดกร่อนพลาสติก ยาง และอะลูมิเนียม
  • หากรถจมน้ำถึงห้องโดยสาร ให้ศูนย์บริการตรวจระบบก่อนใช้งาน และพิจารณาเปลี่ยนพรมหรือเบาะที่อมน้ำ

โซนที่ 4: อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

  • อาบน้ำสัตว์เลี้ยงที่ลุยน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์ และเช็ดให้แห้ง ไม่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อกับตัวสัตว์
  • ล้างกรง ชามอาหาร ชามน้ำ และสายจูงด้วยน้ำและสบู่ แล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ตามฉลาก ชามอาหารให้ล้างน้ำสะอาดก่อนใช้ตามคำแนะนำ
  • ที่นอนผ้าของสัตว์ ซักด้วยน้ำร้อนหรือทิ้งหากปนเปื้อนหนัก
  • ให้สัตว์อยู่ห่างจากพื้นที่ที่กำลังฉีดพ่นจนกว่าพื้นผิวจะแห้ง

10 เหตุผลที่ชุมชนท้ายเขื่อนเลือก Chemgene HLD4H หลังน้ำลด

  1. ขวดเดียวใช้ได้หลายงาน ทั้งบ้าน รถ ข้าวของ และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง เมื่อใช้ตามอัตราบนฉลาก
  2. ครอบคลุมเชื้อที่มากับสิ่งปฏิกูล แบคทีเรียและซัลโมเนลลา ตามข้อมูลบนหน้าผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H
  3. ครอบคลุมไวรัสในพื้นที่พักพิง โนโรไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และมือเท้าปาก
  4. ไม่กัดกร่อนกระบะรถและกรงสัตว์ ใช้กับสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง และพลาสติกได้
  5. เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  6. ออกฤทธิ์เร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที เหมาะกับงานล้างจำนวนมาก
  7. ปกป้องต่อเนื่อง สูงสุด 14 วันตามที่หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ
  8. คุ้มค่าสำหรับงานใหญ่ เจือจางได้ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200
  9. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เหมาะกับชุมชนริมคลองและแม่น้ำ
  10. มีผลทดสอบรองรับและทีมงานให้คำปรึกษา สอบถามได้ที่ หน้าสั่งซื้อ Chemgene โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ก่อนและหลัง: การกลับบ้านของชุมชนที่อพยพเร่งด่วน

ก่อน

  • บ้านมีโคลนหนา ผนังอิ่มน้ำ กลิ่นอับ
  • กระบะรถมีคราบโคลนจากของเปียก
  • กรงและชามสัตว์เลี้ยงปนเปื้อนน้ำท่วม
  • เสื้อผ้าและข้าวของกองรวมกันริมถนน
  • สมาชิกในครอบครัวท้องเสีย มีแผลอักเสบ

หลัง

  • บ้านล้างสะอาด ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene ตามฉลาก และระบายความชื้นต่อเนื่อง
  • รถสะอาดทั้งกระบะและห้องโดยสาร ไม่ต้องกังวลเรื่องการกัดกร่อน
  • อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงล้างและฆ่าเชื้อแล้ว
  • ข้าวของคัดแยกแล้ว ส่วนที่ใช้ได้สะอาดพร้อมกลับเข้าบ้าน
  • ผู้ป่วยได้พบแพทย์ และครอบครัวมีแผนดูแลสุขอนามัยต่อเนื่อง

เช็กลิสต์สำหรับชุมชนท้ายเขื่อนที่ต้องอพยพขึ้นที่สูง

ระหว่างพักริมถนน

  • ☐ แยกพื้นที่นอน พื้นที่กินอาหาร และพื้นที่สัตว์เลี้ยงออกจากกัน
  • ☐ ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • ☐ ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ไม่ใช้น้ำท่วมล้างภาชนะ
  • ☐ เช็ดจุดสัมผัสร่วม เช่น โต๊ะ ราวจับ มือจับรถ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เจือจางตามฉลาก
  • ☐ ทำความสะอาดแผลทันที ปิดแผลกันน้ำ และสังเกตอาการบวมแดง
  • ☐ ผู้ที่มีไข้ ไอ หรือท้องร่วง ให้แยกพักและสวมหน้ากาก

เมื่อกลับบ้าน

  • ☐ ตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน
  • ☐ ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
  • ☐ ล้างโคลนออกก่อน แล้วฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ตามฉลาก
  • ☐ ทำความสะอาดรถ ข้าวของ และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงก่อนนำเข้าบ้าน
  • ☐ ระวังกระสอบทรายที่แตก ทรายและดินอาจปนเปื้อน ให้สวมถุงมือเมื่อเก็บ
  • ☐ เฝ้าระวังอาการไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง ในคนและสัตว์เลี้ยง พบแพทย์หรือสัตวแพทย์ทันที
  • ☐ หากบ้านแห้งแล้วยังมีกลิ่นอับ พิจารณาบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ใช้ Chemgene ฆ่าเชื้อกรงแมวและชามอาหารสุนัขได้ไหม
ตอบ: ได้ หลังจากล้างด้วยน้ำและสบู่แล้ว ใช้ Chemgene ตามอัตราบนฉลาก หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ สำหรับชามอาหาร ให้ล้างน้ำสะอาดตามที่ฉลากแนะนำก่อนใช้ และไม่ใช้น้ำยากับตัวสัตว์โดยตรง

ถาม: ภายในรถใช้ได้หรือไม่ กลัวพลาสติกเสีย
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ไม่กัดกร่อนพลาสติก ยาง อะลูมิเนียม และสแตนเลส ใช้เช็ดพวงมาลัย มือจับ และพื้นผิวแข็งในรถได้ ควรใช้ผ้าเช็ดแทนการฉีดพ่นใกล้ระบบไฟฟ้า

ถาม: เสื้อผ้าที่ขนออกมาเปียกน้ำท่วม ใช้ต่อได้ไหม
ตอบ: ผ้าที่ซักได้ ให้ซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก ตากแดดให้แห้งสนิท หากมีกลิ่นหรือคราบราที่ล้างไม่ออก ควรทิ้ง

ถาม: กระสอบทรายที่แตกแล้ว จัดการอย่างไร
ตอบ: ทรายและกระสอบที่แช่น้ำท่วมอาจปนเปื้อน ควรสวมถุงมือและรองเท้าบู๊ตเมื่อเก็บ ไม่ให้เด็กเล่น และทิ้งหรือจัดการตามคำแนะนำของท้องถิ่น

ถาม: ผสมน้ำยาเท่าไรดี
ตอบ: ฉลากระบุอัตราตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามงาน ยึดฉลากเป็นหลัก หากไม่แน่ใจสอบถามได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: ฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ น้ำยาฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิว ไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีไข้สูง ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หรือแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

ถาม: บ้านในที่ลุ่มน้ำท่วมลึกกว่าหนึ่งเมตร ผนังอิ่มน้ำมาก ต้องทำอย่างไร
ตอบ: ระบายความชื้นให้นานที่สุด เปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลม ผนังผิวแข็งให้ล้างและฆ่าเชื้อ ส่วนวัสดุที่บวม เช่น ยิปซัมหรือไม้อัด ควรพิจารณารื้อเปลี่ยน เพื่อไม่ให้เชื้อราฝังอยู่ภายใน

กลับบ้านอย่างปลอดภัยหลังน้ำท่วมชัยนาท

ล้างบ้าน รถ ข้าวของ และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่ไม่กัดกร่อนและเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ

สั่งซื้อ Chemgene HLD4H ตอนนี้

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมชัยนาท #น้ำท่วมสรรพยา

คำค้นหา: น้ำท่วมชัยนาท 2569, น้ำท่วมสรรพยา, ชุมชนวัดมะปราง, ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, ฆ่าเชื้ออุปกรณ์สัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้