น้ำท่วมเสนา อยุธยา 2569: เคสจริงชาวบ้านหนุนพื้นหนีน้ำจนเกือบติดหลังคา กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่เหนือระดับน้ำ และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมเสนา อยุธยา 2569: เคสจริงชาวบ้านหนุนพื้นหนีน้ำจนเกือบติดหลังคา กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่เหนือระดับน้ำ และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

น้ำท่วมเสนา อยุธยา 2569: เคสจริงชาวบ้านหนุนพื้นหนีน้ำจนเกือบติดหลังคา กับเชื้อโรคที่ซ่อนอยู่เหนือระดับน้ำ และวิธีฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

เวลาพูดถึงน้ำท่วม ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือบ้านที่จมน้ำ แต่สำหรับชาวอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเดือนตุลาคม 2569 ภาพที่ชัดที่สุดกลับเป็นสิ่งที่อยู่ "เหนือน้ำ" คือพื้นชั่วคราวที่ถูกหนุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้อยู่อาศัยแทบจะนั่งตัวตรงไม่ได้เพราะศีรษะชนหลังคา บทความนี้จะเล่าเหตุการณ์ตามที่สื่อรายงาน อธิบายว่าการใช้ชีวิตบนพื้นยกสูงในบ้านที่น้ำท่วมเกือบหนึ่งเมตรทำให้เกิดความเสี่ยงด้านเชื้อโรคแบบใดบ้าง และเมื่อน้ำลด ครอบครัวควรรื้อพื้นชั่วคราว ล้างบ้าน และฆ่าเชื้ออย่างไรให้ปลอดภัย โดยมีน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นขั้นตอนปิดท้าย

เกิดอะไรขึ้นที่เสนา: เล่าตามรายงานข่าว

ตามรายงานของไทยรัฐในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งพาดหัวถึงสถานการณ์ในอำเภอเสนา น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องหนุนพื้นบ้านให้สูงขึ้นเพื่อหนีน้ำ จนพื้นที่ใช้ชีวิตขึ้นไปเกือบติดหลังคา ภาพนี้สะท้อนบ้านจำนวนมากในพื้นที่ลุ่มของอยุธยาที่เป็นบ้านชั้นเดียว หรือบ้านที่ชั้นบนไม่พอสำหรับทุกคน ทางเลือกเดียวที่เหลือคือยกพื้นขึ้นด้วยแคร่ โต๊ะ ไม้กระดาน อิฐบล็อก หรือวัสดุอะไรก็ตามที่หาได้ แล้วใช้ชีวิตบนนั้น

ในภาพรวมระดับจังหวัด ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์ ฉบับวันที่ 3 ตุลาคม 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมใน 16 อำเภอ รวม 48,704 ครัวเรือน ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูล ณ วันที่รายงานเท่านั้น สถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงทุกวัน ควรติดตามประกาศจากอำเภอ จังหวัด และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหลัก

สิ่งที่ทำให้เคสเสนาแตกต่างจากภาพน้ำท่วมทั่วไปคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระดับน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "พื้นที่ที่เหลือให้ใช้ชีวิต" ซึ่งหดลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ต้องหนุนพื้นสูงขึ้น ช่องว่างระหว่างพื้นชั่วคราวกับหลังคาแคบลง อากาศร้อนและอับขึ้น คนในบ้านต้องนอน กิน ทำกับข้าว และเก็บข้าวของรวมกันในพื้นที่จำกัด ขณะที่ใต้พื้นที่นั่งอยู่นั้นคือน้ำท่วมที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและขยะ สภาพเช่นนี้คือสภาพที่เชื้อโรคหลายชนิดชอบที่สุด

ชีวิตบนพื้นยกสูงใต้หลังคา: ทำไมจึงเสี่ยงกว่าที่คิด

การหนุนพื้นหนีน้ำเป็นภูมิปัญญาการเอาตัวรอดที่ชาวบ้านในที่ลุ่มทำกันมานาน และช่วยให้หลายครอบครัวไม่ต้องทิ้งบ้าน แต่ในมุมสุขอนามัย การใช้ชีวิตแบบนี้หลายวันหรือหลายสัปดาห์สร้างความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ควรรู้ไว้

  • ความแออัด ทุกคนอยู่ใกล้กันตลอดเวลา ไอ จาม หรือหายใจรดกัน เชื้อไวรัสทางเดินหายใจจึงแพร่ได้ง่าย
  • ความร้อนและความอับใต้หลังคา หลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องที่รับแดดทั้งวันทำให้อากาศใต้หลังคาร้อน ส่วนไอน้ำจากน้ำท่วมด้านล่างลอยขึ้นมา ทำให้ความชื้นสูง เหงื่อออกมาก ผิวหนังอับชื้น และเป็นสภาพที่เชื้อราเติบโตได้ดี
  • อาหารกับพื้นที่นอนอยู่ในที่เดียวกัน การหุงหาอาหาร ล้างจาน และนอน อยู่บนพื้นเดียวกัน ทำให้เศษอาหาร น้ำ และมือที่สัมผัสหลายอย่าง ปะปนกัน
  • การขับถ่ายลำบาก เมื่อห้องน้ำจมน้ำ หลายบ้านต้องใช้ส้วมชั่วคราวหรือถุงรองรับ หากจัดการไม่มิดชิด เชื้อจากอุจจาระจะปนเปื้อนพื้นที่ใช้ชีวิตได้ทันที
  • วัสดุหนุนพื้นจมอยู่ในน้ำ ขาแคร่ อิฐบล็อก และโต๊ะที่ใช้หนุน แช่อยู่ในน้ำปนเปื้อนตลอดเวลา เมื่อน้ำลด วัสดุเหล่านี้จะมีทั้งคราบโคลนและเชื้อเกาะอยู่
  • การขึ้นลงลุยน้ำ ทุกครั้งที่ต้องลงไปในน้ำเพื่อเดินออกนอกบ้าน ขนของ หรือทิ้งขยะ คือการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง

กรณีตัวอย่าง: สามรุ่นบนแคร่เดียวกันในเสนา

หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เขียนขึ้นเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่ครอบครัวในข่าว

บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งในเสนามีสมาชิกสามรุ่น ปู่วัยเจ็ดสิบกว่าที่เป็นเบาหวาน พ่อแม่วัยทำงาน และลูกสาวสองคนวัยประถมกับวัยอนุบาล เมื่อน้ำเริ่มเข้าบ้าน ครอบครัวเอาโต๊ะกินข้าวกับแคร่ไม้ไผ่มาต่อกันแล้ววางบนอิฐบล็อก ปูเสื่อและที่นอนบาง ๆ ไว้ด้านบน วันต่อมาน้ำสูงขึ้นอีก ต้องเสริมอิฐอีกชั้น จนเมื่อน้ำใกล้หนึ่งเมตร พื้นที่นั่งของทุกคนเหลือห่างจากหลังคาเพียงช่วงแขน

ช่วงกลางวัน ความร้อนจากหลังคาทำให้ทุกคนเหงื่อท่วมตัว ลูกสาวคนเล็กเริ่มมีผื่นตามข้อพับ ส่วนลูกคนโตเป็นไข้และไอหลังจากไปเล่นกับเพื่อนบ้านที่ศูนย์แจกของ สองวันต่อมาน้องคนเล็กก็ไอตาม และปู่เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย คุณแม่ต้องทำกับข้าวบนเตาแก๊สปิกนิกข้างที่นอน ล้างจานด้วยน้ำดื่มที่ได้รับแจกอย่างประหยัด และขยะเปียกก็ต้องผูกถุงแขวนไว้ที่ขื่อเพราะไม่มีที่วาง

เมื่อน้ำลดลงในเวลาต่อมา ครอบครัวพบว่าใต้แคร่มีโคลนหนาเกาะอยู่ ขาโต๊ะไม้เริ่มมีคราบดำ ผนังบ้านมีเส้นระดับน้ำ และฝ้าใต้หลังคามีจุดราสีเทาขึ้นตามมุมที่ไอน้ำเกาะทุกวัน คำถามคือ จะเริ่มรื้ออะไรก่อน อะไรเก็บไว้ได้ อะไรต้องทิ้ง และจะฆ่าเชื้ออย่างไรให้บ้านปลอดภัยพอที่ปู่และหลานจะกลับมานอนบนพื้นตามปกติ

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในบ้านเสนา ทั้งใต้น้ำและเหนือน้ำ

องค์การอนามัยโลกและ CDC อธิบายว่าน้ำท่วมมักปนเปื้อนน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล สารเคมี และเชื้อก่อโรค ส่วนกรมควบคุมโรคเตือนทุกฤดูน้ำหลากถึงโรคที่มักพบหลังน้ำท่วม สำหรับบ้านที่ชาวบ้านต้องหนุนพื้นอยู่เหนือน้ำ เราแบ่งเชื้อโรคออกเป็นสองโซนให้เข้าใจง่าย

โซนใต้น้ำ: เชื้อที่มากับน้ำและโคลน

แบคทีเรียอีโคไลและซัลโมเนลลา มาจากสิ่งปฏิกูลที่ล้นจากบ่อเกรอะและท่อ เกาะอยู่ตามพื้น ขาเฟอร์นิเจอร์ ผนังส่วนล่าง และวัสดุที่ใช้หนุนพื้น เมื่อน้ำลดแล้วเชื้อยังคงอยู่บนพื้นผิวเหล่านั้น หากเข้าสู่ร่างกายผ่านมือที่ไม่ได้ล้าง อาจทำให้ท้องร่วง อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้

เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เป็นความเสี่ยงของทุกคนที่ต้องลงน้ำหรือเดินย่ำโคลน หนูที่หนีน้ำมักขึ้นมาอาศัยในที่สูง รวมถึงขื่อและหลังคาบ้าน ปัสสาวะของมันจึงอาจปนเปื้อนทั้งน้ำและพื้นผิวที่สูง เชื้อเข้าทางบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ภายในราวสองสัปดาห์หลังสัมผัสน้ำ ต้องรีบพบแพทย์และบอกประวัติการลุยน้ำ

เชื้อราในโคลนและวัสดุเปียก ไม้ ไม้ไผ่ ฟองน้ำ และผ้าที่แช่น้ำนาน จะเริ่มขึ้นราภายในไม่กี่วันหากไม่ได้ทำให้แห้ง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลดเพื่อจำกัดการเกิดเชื้อรา

โซนเหนือน้ำ: เชื้อที่แพร่ในพื้นที่แออัด

ไวรัสทางเดินหายใจ ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไวรัส H1N1 และ RSV แพร่ผ่านละอองไอจามและมือที่สัมผัสพื้นผิว ในพื้นที่ปิดใต้หลังคาที่ทุกคนหายใจอากาศเดียวกัน เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสติดเชื้อและมีอาการรุนแรงกว่าคนวัยอื่น RSV ในเด็กเล็กอาจทำให้หายใจลำบาก ส่วนผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอาจเกิดปอดอักเสบแทรกซ้อนได้

โรคมือเท้าปาก พบบ่อยในเด็กเล็ก แพร่ผ่านน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำ และอุจจาระ ของเล่น ช้อน แก้วน้ำ และเสื่อที่เด็กใช้ร่วมกันคือทางผ่านสำคัญ

โนโรไวรัสและโรตาไวรัส เมื่อการขับถ่ายและการเตรียมอาหารเกิดขึ้นใกล้กัน โอกาสที่ไวรัสทางเดินอาหารจะแพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนจะสูงขึ้นมาก โนโรไวรัสติดต่อง่ายแม้ได้รับเชื้อปริมาณน้อย

เชื้อราใต้หลังคาและบนฝ้า ไอน้ำที่ลอยขึ้นจากน้ำท่วมมาควบแน่นใต้หลังคาทุกวัน ทำให้ฝ้า ขื่อ และผนังส่วนบน ซึ่งไม่ได้สัมผัสน้ำท่วมโดยตรง ก็อาจขึ้นราได้ นี่คือจุดที่หลายบ้านมองข้ามเพราะคิดว่า "น้ำไม่ได้ขึ้นถึง"

กลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือโรคปอด
  • เด็กเล็กและทารก ที่ภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์และขาดน้ำได้ง่าย
  • หญิงตั้งครรภ์ ที่ไม่ควรลุยน้ำและควรหลีกเลี่ยงไอระเหยสารเคมีรุนแรง
  • ผู้ที่มีแผลที่เท้าหรือขา และต้องลงน้ำบ่อย
  • ผู้ป่วยติดเตียงหรือเคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งต้องอยู่บนพื้นยกสูงตลอดเวลา

ผลกระทบที่ตามมาเมื่อน้ำลดในบ้านเสนา

สุขภาพ ช่วงรื้อพื้นชั่วคราวและล้างบ้านคือช่วงที่ทุกคนสัมผัสโคลนมากที่สุด หากไม่ได้ป้องกันตัวให้ดี อาการท้องร่วง ผื่นคัน แผลติดเชื้อ และอาการไอเรื้อรังจากเชื้อรา อาจตามมาหลังน้ำลดได้

ทรัพย์สิน โต๊ะ แคร่ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใช้หนุนพื้นและแช่น้ำนาน หากล้างและทำให้แห้งไม่ทัน จะขึ้นราและผุเร็ว ฝ้าที่ขึ้นราอาจต้องเปลี่ยน ทำให้ค่าซ่อมแซมบ้านเพิ่มขึ้น

รายได้และเวลา ครอบครัวในเสนาจำนวนมากทำนา ค้าขาย หรือทำงานโรงงาน การล้างบ้านหลายรอบเพราะทำผิดลำดับ หรือการที่สมาชิกป่วยต่อกัน ทำให้ต้องหยุดงานนานขึ้น

จิตใจ การอยู่ใต้หลังคาในพื้นที่แคบเป็นเวลานานทำให้เหนื่อยล้าและเครียด ผู้ปกครองกังวลเรื่องลูกหลานและผู้สูงอายุในบ้าน การฟื้นฟูบ้านให้สะอาดอย่างมีขั้นตอนช่วยให้ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างมั่นใจขึ้น

ทำไมแค่ล้างด้วยผงซักฟอก หรือราดน้ำยาฟอกขาว ยังไม่พอ

หลังน้ำลด หลายบ้านรีบขัดพื้นด้วยผงซักฟอกแล้วราดน้ำยาซักผ้าขาวตาม ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ดี และการล้างด้วยน้ำกับผงซักฟอกก็เป็นขั้นตอนแรกที่ห้ามข้าม แต่ในบ้านแบบเสนาที่ต้องจัดการทั้งพื้น วัสดุหนุนพื้น และพื้นที่ใต้หลังคา มีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจ

  • ผงซักฟอกช่วยชะล้าง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ เชื้อที่ฝังในร่องไม้ไผ่ ผิวอิฐบล็อก หรือรอยต่อของแคร่ อาจยังเหลืออยู่หลังล้าง
  • ไอระเหยของน้ำยาฟอกขาวในพื้นที่ปิด บ้านที่หลังคาเตี้ยหรือยังมีพื้นยกสูงค้างอยู่ อากาศถ่ายเทไม่ดี กลิ่นฉุนของสารฟอกขาวอาจระคายเคืองตา จมูก และทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่เพิ่งมีอาการไอ
  • ผสมผิดเป็นอันตราย สารฟอกขาวห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนีย เพราะเกิดก๊าซอันตรายได้ ในช่วงชุลมุนหลังน้ำลดความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นง่าย
  • กัดกร่อนและทำให้วัสดุเสื่อม สารฟอกขาวเข้มข้นอาจทำให้โลหะขึ้นสนิม ผ้าซีด และยางหรือพลาสติกเปราะ ทั้งหม้อ กระทะ ถังน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วน
  • หมดฤทธิ์เร็วเมื่อเจอสิ่งสกปรก และไม่มีการป้องกันต่อเนื่อง เมื่อแห้ง พื้นผิวพร้อมรับเชื้อใหม่จากมือและเท้าของคนที่เข้าออกบ้านทันที

ลำดับที่ถูกต้องจึงเป็น ล้างโคลนให้หมด ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่กัดกร่อน กลิ่นไม่รุนแรง และใช้ตามอัตราเจือจางบนฉลาก

CHEMGENE HLD4H: น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์สำหรับขั้นตอนสุดท้ายของการฟื้นฟูบ้าน

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ มีการใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านเรือน และสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังน้ำท่วมมีดังนี้

  • ขอบเขตเชื้อ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อรา มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2 ซึ่งตรงกับเชื้อที่แพร่ทั้งในโซนใต้น้ำและเหนือน้ำ
  • ความเร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19
  • การป้องกันต่อเนื่อง หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าช่วยปกป้องพื้นผิวได้นานสูงสุด 14 วัน
  • อัตราเจือจาง 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ตามลักษณะงานที่ฉลากกำหนด
  • ความเป็นมิตรต่อวัสดุ ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส
  • ความปลอดภัย หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • การทดสอบและการรับรอง มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และ EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476 ดูเพิ่มเติมที่ หน้าเอกสารรับรอง

สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องกลับมานอนบนพื้นบ้านหลังน้ำลด การเลือกน้ำยาที่กลิ่นไม่ฉุนและไม่ทิ้งไอระเหยรุนแรงในห้องที่อากาศถ่ายเทจำกัด เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

ย้ำอีกครั้ง: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากพื้นผิวในช่วงฟื้นฟูบ้าน ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วมและไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีไข้ ไอหอบ ท้องร่วงรุนแรง ปวดน่อง หรือแผลอักเสบ ต้องพบแพทย์

แผนรื้อพื้นชั่วคราว ล้าง และฆ่าเชื้อ สำหรับบ้านเสนา

บ้านที่หนุนพื้นหนีน้ำมีงานมากกว่าบ้านทั่วไปหนึ่งขั้น คือต้องรื้อพื้นชั่วคราวลงมาอย่างปลอดภัยก่อน แนะนำให้ทำตามลำดับดังนี้

ขั้นที่ 1: เตรียมความปลอดภัย

  • ตัดไฟและให้ช่างตรวจปลั๊กและสายไฟที่เคยจมน้ำก่อนใช้งาน
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบู๊ต หน้ากาก และแว่นตา ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
  • ให้เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ อยู่นอกบ้านระหว่างรื้อและล้าง
  • ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งูหรือตะขาบ ที่อาจหลบอยู่ใต้แคร่หรือในกองของ

ขั้นที่ 2: รื้อและคัดแยก

  • ยกที่นอน เสื่อ หมอน ผ้าห่ม ลงจากพื้นยกสูง ผ้าที่ซักได้ให้ซักด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอก ตากแดดให้แห้งสนิท ส่วนที่นอนที่เคยเปียกน้ำท่วมควรพิจารณาทิ้ง
  • รื้อแคร่ โต๊ะ และอิฐบล็อกที่ใช้หนุนออกมานอกบ้าน วางบนพื้นที่ล้างได้
  • ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ขยะเปียก และถุงสิ่งปฏิกูลอย่างมิดชิดตามคำแนะนำของท้องถิ่น

ขั้นที่ 3: ล้าง

  • ตักโคลนออกจากพื้นบ้านให้หมด เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน
  • ขัดพื้น ผนัง และขาเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ไล่จากบนลงล่าง
  • ขัดแคร่ โต๊ะ และอิฐบล็อกที่ใช้หนุนพื้นด้วยแปรง โดยเฉพาะส่วนที่แช่น้ำ
  • เช็ดฝ้าและขื่อใต้หลังคาที่มีคราบรา ด้วยผ้าชุบน้ำผงซักฟอกบิดหมาด

ขั้นที่ 4: ฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

  • รอให้พื้นผิวหมาดหรือแห้ง จากนั้นผสม Chemgene ตามอัตราเจือจางบนฉลาก ตัวอย่างการคำนวณ อัตรา 1:50 คือ น้ำยาประมาณ 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร
  • ฉีดพ่นหรือเช็ดให้ทั่วพื้น ผนังส่วนล่าง ขาเฟอร์นิเจอร์ แคร่ โต๊ะ และจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด สวิตช์ไฟ ราวจับ
  • ปล่อยทิ้งไว้ตามเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด
  • สำหรับฝ้าและผนังส่วนบนที่มีรา ให้เช็ดออกก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ หากวัสดุบวมหรือเปื่อยควรเปลี่ยนใหม่
  • ภาชนะและพื้นผิวสัมผัสอาหาร ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากเรื่องการล้างน้ำสะอาดหลังฆ่าเชื้อ

ขั้นที่ 5: ทำให้แห้งและติดตาม

  • เปิดหน้าต่าง ใช้พัดลมช่วยไล่ความชื้นอย่างน้อยหลายวัน
  • ตากแคร่และโต๊ะไม้ให้แห้งสนิทก่อนนำกลับเข้าบ้าน
  • ฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยซ้ำเป็นรอบ ๆ และสังเกตจุดราที่อาจขึ้นใหม่

อ่านฉลากทุกครั้ง เก็บน้ำยาให้พ้นมือเด็ก ไม่ผสมกับสารเคมีอื่น และล้างมือหลังใช้งาน

10 เหตุผลที่ Chemgene HLD4H เหมาะกับบ้านเสนาหลังน้ำลด

  1. รับมือได้ทั้งเชื้อใต้น้ำและเหนือน้ำ ตั้งแต่แบคทีเรียและซัลโมเนลลาในโคลน ไปจนถึงไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ และมือเท้าปากที่แพร่ในพื้นที่แออัด ตามข้อมูลบนหน้าผลิตภัณฑ์
  2. ครอบคลุมเชื้อรา ช่วยในขั้นตอนฆ่าเชื้อหลังเช็ดคราบราบนพื้นผิวแข็ง
  3. กลิ่นไม่ฉุน เหมาะกับบ้านหลังคาเตี้ยและห้องที่อากาศถ่ายเทจำกัด
  4. เป็นมิตรกับบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็ก หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  5. ไม่กัดกร่อนข้าวของ ใช้กับสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง และพลาสติกได้ ไม่ทำให้หม้อ ถัง หรือขาโต๊ะโลหะเป็นสนิม
  6. ออกฤทธิ์เร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที
  7. ปกป้องต่อเนื่อง สูงสุด 14 วันตามที่หน้าผลิตภัณฑ์ระบุ ช่วยในช่วงที่ยังต้องเข้าออกบ้านพร้อมโคลนติดเท้า
  8. ประหยัด เจือจางได้ถึง 1:200 ตามงานที่ฉลากกำหนด
  9. เกรดการแพทย์ มีผลทดสอบรองรับ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England SGS Intertek และมาตรฐาน EN
  10. มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ สอบถามวิธีใช้ได้ที่ Chemgene HLD4H โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ก่อนและหลัง: จากพื้นยกสูงใต้หลังคา สู่บ้านที่กลับมานอนได้อย่างมั่นใจ

ก่อน

  • แคร่และโต๊ะหนุนพื้นมีโคลนและคราบดำที่ขา
  • ฝ้าใต้หลังคามีจุดราจากไอน้ำ
  • เด็กไอ มีผื่น ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย
  • ขยะเปียกและถุงสิ่งปฏิกูลค้างในบ้าน
  • ลังเลว่าจะใช้น้ำยาอะไรเพราะกลัวกลิ่นฉุน

หลัง

  • รื้อพื้นชั่วคราว ล้าง และตากแห้งครบทุกชิ้น
  • เช็ดราใต้หลังคา แล้วฆ่าเชื้อซ้ำ
  • ฆ่าเชื้อพื้น ผนังส่วนล่าง และจุดสัมผัสบ่อยด้วย Chemgene ตามฉลาก
  • ขยะและของปนเปื้อนถูกนำออกอย่างมิดชิด
  • ผู้สูงอายุและเด็กกลับมานอนบนพื้นบ้านที่สะอาดและแห้ง

เช็กลิสต์สำหรับครอบครัวที่ยังอยู่บนพื้นยกสูงในเสนา

  • ☐ แยกมุมเตรียมอาหารออกจากมุมนอนและมุมขยะให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้
  • ☐ ใช้ภาชนะมีฝาปิดเก็บอาหารและน้ำดื่ม วางให้สูงจากพื้นที่เด็กเล่น
  • ☐ ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังลงน้ำ
  • ☐ จัดการถุงสิ่งปฏิกูลให้มิดชิด ผูกปากถุงแน่น และนำออกจากบ้านโดยเร็ว
  • ☐ เช็ดจุดที่มือสัมผัสบ่อยบนพื้นยกสูง เช่น ขอบแคร่ ราวจับ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เจือจางตามฉลาก
  • ☐ แยกเด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีไข้ ไอ ให้ห่างจากคนอื่นเท่าที่ทำได้ และใส่หน้ากากอนามัย
  • ☐ ระบายอากาศใต้หลังคา เปิดช่องลมหรือหน้าต่างส่วนบน
  • ☐ สวมรองเท้าบู๊ตทุกครั้งที่ลงน้ำ และล้างขาให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากน้ำ
  • ☐ สังเกตอาการไข้สูง ปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วง หายใจหอบ และพบแพทย์ทันทีหากมีอาการ
  • ☐ เตรียมแผนรื้อ ล้าง และฆ่าเชื้อไว้ล่วงหน้า เพื่อเริ่มได้ทันทีเมื่อน้ำลด
  • ☐ หากบ้านแห้งแล้วแต่ยังมีกลิ่นอับ พิจารณาบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: แคร่ไม้ไผ่และโต๊ะไม้ที่ใช้หนุนพื้น ยังเก็บไว้ใช้ได้ไหม
ตอบ: ถ้าโครงสร้างยังแข็งแรง ไม่ผุ และไม่มีราฝังลึก สามารถขัดล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วฆ่าเชื้อตามฉลากก่อนนำกลับมาใช้ หากไม้เปื่อย มีกลิ่นอับแรง หรือราขึ้นทั่ว ควรพิจารณาทิ้ง

ถาม: ฝ้าไม่ได้โดนน้ำ ทำไมถึงขึ้นรา
ตอบ: ไอน้ำจากน้ำท่วมด้านล่างลอยขึ้นมาควบแน่นใต้หลังคาทุกวัน ความชื้นสูงต่อเนื่องจึงทำให้ราขึ้นได้แม้น้ำไม่ถึง ให้เช็ดคราบออก ทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อ หากฝ้าบวมหรือเปื่อยควรเปลี่ยน

ถาม: ใช้ Chemgene ระหว่างที่ยังอยู่บนพื้นยกสูงได้ไหม
ตอบ: ใช้เช็ดจุดที่มือสัมผัสบ่อยบนพื้นยกสูงได้ โดยเจือจางตามฉลาก ใช้แบบเช็ดแทนการพ่นละอองในพื้นที่แคบ ให้เด็กอยู่ห่างระหว่างเช็ด และเก็บขวดให้พ้นมือเด็ก

ถาม: ผู้สูงอายุมีโรคปอด กังวลเรื่องกลิ่นน้ำยา
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ อย่างไรก็ตาม ควรให้ผู้สูงอายุอยู่นอกห้องระหว่างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และกลับเข้าห้องเมื่อพื้นผิวแห้งแล้ว

ถาม: ต้องผสมน้ำยาเข้มข้นแค่ไหน
ตอบ: ฉลากระบุอัตราตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามประเภทงาน ให้ยึดฉลากเป็นหลัก ไม่ควรผสมเข้มกว่าหรือจางกว่าที่กำหนด หากไม่แน่ใจโทรสอบถาม 065-556-6294

ถาม: ฆ่าเชื้อแล้ว โรคฉี่หนูจะหายไปจากบ้านไหม
ตอบ: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ล้างสะอาดแล้ว แต่การป้องกันโรคฉี่หนูต้องอาศัยการสวมรองเท้าบู๊ต ปิดแผล ไม่แช่น้ำนาน กำจัดแหล่งอาศัยของหนู และพบแพทย์ทันทีหากมีไข้กับปวดน่องหลังลุยน้ำ

ถาม: ต้องฆ่าเชื้อซ้ำบ่อยแค่ไหน
ตอบ: หน้าผลิตภัณฑ์ระบุการปกป้องพื้นผิวได้นานสูงสุด 14 วัน แต่ในช่วงที่ยังมีโคลนติดเท้าเข้ามาในบ้าน ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นทางเข้าและจุดสัมผัสบ่อยซ้ำทุกครั้งที่สกปรก

ให้บ้านเสนากลับมาเป็นที่ที่ทุกคนนอนได้อย่างสบายใจ

รื้อ ล้าง ทำให้แห้ง แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่กลิ่นไม่ฉุนและไม่กัดกร่อนข้าวของ สั่งซื้อหรือขอคำแนะนำได้ทันที

ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ Chemgene HLD4H

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมเสนา #น้ำท่วมอยุธยา2569

คำค้นหา: น้ำท่วมเสนา 2569, น้ำท่วมอยุธยา 2569, หนุนพื้นหนีน้ำ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, เชื้อราใต้หลังคา, ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้