น้ำท่วมประชาธิปัตย์ ธัญบุรี 2569: เคสจริง 90 ชุมชนริมคลองรังสิตฯ กับการฟื้นฟูบ้านให้ปลอดเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำท่วมประชาธิปัตย์ ธัญบุรี 2569: เคสจริง 90 ชุมชนริมคลองรังสิตฯ กับการฟื้นฟูบ้านให้ปลอดเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

น้ำท่วมประชาธิปัตย์ ธัญบุรี 2569: เคสจริง 90 ชุมชนริมคลองรังสิตฯ กับการฟื้นฟูบ้านให้ปลอดเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

สรุปสั้นก่อนอ่าน: ปลายเดือนกันยายน 2569 พื้นที่ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องอย่างชัดเจนที่สุดในย่านรังสิต ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ (26 ก.ย. 2569) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประกาศให้ 90 ชุมชนในตำบลนี้เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หลังน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 25 ก.ย. 2569 จากฝนตกหนักและน้ำล้นคลองรังสิตประยูรศักดิ์

บทความนี้เล่าเหตุการณ์ตามที่สื่อรายงาน อธิบายว่าเชื้อโรคชนิดใดบ้างที่ตามมากับน้ำท่วมแบบนี้ ใครเสี่ยงที่สุด ทำไมสบู่หรือน้ำยาฟอกขาวเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และปิดท้ายด้วยแนวทางฆ่าเชื้อบ้านหลังน้ำลดอย่างเป็นขั้นตอนด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ตัวเลขและสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โปรดติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย

เกิดอะไรขึ้นที่ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี

ตำบลประชาธิปัตย์เป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นในย่านรังสิตของจังหวัดปทุมธานี มีทั้งหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว หอพัก ร้านค้า และตลาดอยู่รวมกัน และมีคลองรังสิตประยูรศักดิ์ซึ่งเป็นคลองสายหลักของทุ่งรังสิตไหลผ่าน เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ระดับน้ำในคลองจึงสูงขึ้นจนล้นตลิ่งเข้าสู่ชุมชนโดยรอบ

ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศให้พื้นที่ 90 ชุมชนในตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยระบุว่าน้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ประมาณเวลา 01.00 น. ของวันที่ 25 ก.ย. 2569 สาเหตุมาจากฝนตกหนักและน้ำล้นคลองรังสิตประยูรศักดิ์ การประกาศเขตภัยพิบัติในลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นกลไกที่ช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถนำงบประมาณและทรัพยากรมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้รวดเร็วขึ้น

อีกภาพหนึ่งที่สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์คือรายงานของเดลินิวส์ ซึ่งระบุว่ามีการเปิดศูนย์พักพิง 5 แห่ง เพื่ออพยพผู้ป่วยติดเตียงในย่านรังสิตออกจากพื้นที่น้ำท่วม ข้อมูลนี้บอกเราว่าน้ำไม่ได้เพียงทำให้การสัญจรลำบาก แต่กระทบถึงกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในชุมชน ซึ่งเคลื่อนย้ายตัวเองไม่ได้และต้องพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา

น้ำที่ท่วมกลางดึกยังหมายความว่าหลายครอบครัวแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว ของใช้ในบ้านชั้นล่าง ที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องแช่อยู่ในน้ำที่ปะปนทั้งน้ำฝน น้ำคลอง น้ำจากท่อระบายน้ำ และสิ่งปฏิกูล เมื่อน้ำเริ่มลดลง ภารกิจที่รออยู่จึงไม่ใช่แค่การกวาดโคลนออกจากบ้าน แต่คือการทำให้บ้านกลับมาปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนอีกครั้ง

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ (26 ก.ย. 2569) และเดลินิวส์ ข้อมูลสถานการณ์น้ำ จำนวนชุมชน และศูนย์พักพิงอาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของจังหวัดปทุมธานีและอำเภอธัญบุรี ผู้อ่านควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่

กรณีตัวอย่าง: บ้านทาวน์เฮาส์ที่มีผู้ป่วยติดเตียง (สถานการณ์สมมุติเพื่ออธิบาย)

หมายเหตุ: ส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่บุคคลหรือคำสัมภาษณ์จริงจากข่าว

ลองนึกถึงครอบครัวหนึ่งในทาวน์เฮาส์สองชั้นใกล้คลองรังสิตฯ มีคุณแม่วัยเจ็ดสิบกว่าที่ป่วยติดเตียงมาหลายปี เตียงผู้ป่วยตั้งอยู่ชั้นล่างเพราะสะดวกต่อการดูแล ลูกสาวชื่อ "ฝน" เป็นผู้ดูแลหลัก คืนที่น้ำเริ่มเข้าบ้าน ฝนและน้องชายช่วยกันยกของขึ้นชั้นบนเท่าที่ทำได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะช่วยพาคุณแม่ไปยังศูนย์พักพิง

หลายวันต่อมาเมื่อน้ำลด ฝนกลับมาที่บ้านและพบว่าพื้นชั้นล่างเต็มไปด้วยคราบโคลนบาง ๆ ผนังมีรอยน้ำสูงเกือบถึงปลั๊กไฟ เตียงผู้ป่วย ราวจับ รถเข็น และโถส้วมเคลื่อนที่ล้วนเคยแช่น้ำ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นท่อระบายน้ำยังลอยอยู่ในอากาศ คำถามแรกของเธอไม่ใช่ว่าจะซ่อมอะไรก่อน แต่คือ "จะพาแม่กลับบ้านได้เมื่อไร โดยที่แม่ไม่ติดเชื้อซ้ำ"

นี่คือโจทย์ที่ครอบครัวจำนวนมากในพื้นที่น้ำท่วมต้องเผชิญ เพราะผู้ป่วยติดเตียงมักมีภูมิคุ้มกันต่ำ มีแผลกดทับ ใส่สายสวนหรือสายให้อาหาร และใช้เวลาเกือบทั้งวันสัมผัสกับพื้นผิวรอบเตียง การทำความสะอาดแบบผ่าน ๆ จึงไม่เพียงพอ ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนตั้งแต่การล้างโคลนไปจนถึงการฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับอุปกรณ์การแพทย์ในบ้าน

เชื้อโรคที่ตามมากับน้ำท่วมในชุมชนริมคลองแบบประชาธิปัตย์

น้ำที่ล้นจากคลองเข้าสู่ชุมชนเมืองไม่ใช่น้ำสะอาด องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ต่างอธิบายตรงกันว่าน้ำท่วมมักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลจากท่อระบายน้ำ ส้วม บ่อเกรอะ ขยะ และสารเคมีจากครัวเรือน เมื่อน้ำลดลง เชื้อโรคจำนวนมากจะตกค้างอยู่ในโคลน บนพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ กรมควบคุมโรคก็เตือนทุกปีให้ระวังโรคที่มากับน้ำท่วม ทั้งโรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง โรคฉี่หนู และโรคระบบทางเดินหายใจ

1. แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล: อีโคไล (E. coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella)

แบคทีเรียกลุ่มนี้มาจากอุจจาระของคนและสัตว์ เมื่อน้ำท่วมดันน้ำเสียจากท่อขึ้นมาบนพื้นบ้าน เชื้อจะติดอยู่ตามพื้นกระเบื้อง ขาโต๊ะ ตู้กับข้าว และภาชนะในครัว หากมือไปสัมผัสแล้วนำเข้าปากโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้เกิดท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน และมีไข้ ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง ภาวะขาดน้ำจากท้องร่วงอาจรุนแรงได้เร็วกว่าคนทั่วไป

2. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ชุมชนเมืองที่มีตลาดและแหล่งอาหารมักมีหนูจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วม เชื้อจะกระจายไปกับน้ำและโคลน แล้วเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน กรมควบคุมโรคแนะนำให้สังเกตอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หลังจากลุยน้ำหรือย่ำโคลน หากมีอาการต้องรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านได้ แต่ไม่ใช่การรักษาโรค

3. ไวรัส: โนโรไวรัส โรต้าไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ และโรคมือเท้าปาก

ในช่วงอพยพ ผู้คนจำนวนมากต้องอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และสัมผัสพื้นผิวเดียวกัน สภาพเช่นนี้เอื้อต่อการระบาดของไวรัสทางเดินอาหารอย่างโนโรไวรัสและโรต้าไวรัส ซึ่งติดต่อง่ายมากผ่านมือและพื้นผิว นอกจากนี้ปลายฝนต้นหนาวยังเป็นช่วงที่ไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่พบได้บ่อย ส่วนโรคมือเท้าปากเป็นสิ่งที่ครอบครัวที่มีเด็กเล็กควรระวัง เพราะเชื้อติดอยู่บนของเล่นและพื้นผิวได้ เมื่อทุกคนกลับเข้าบ้าน เชื้อเหล่านี้ก็อาจติดตัวและของใช้กลับมาด้วย

4. เชื้อราและกลิ่นอับชื้น

บ้านที่แช่น้ำหลายวันจะมีความชื้นสะสมในผนังปูน วงกบประตู ตู้ไม้ ที่นอน และฝ้าเพดาน CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา เชื้อราไม่เพียงทำให้บ้านเสียหาย แต่สปอร์ที่ลอยในอากาศยังกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และการติดเชื้อในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมาก

ใครเสี่ยงที่สุดในพื้นที่นี้

  • ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันต่ำ มีแผลกดทับหรือสายสวน และสัมผัสพื้นผิวรอบเตียงตลอดวัน
  • เด็กเล็ก คลานบนพื้น หยิบของเข้าปาก และเสี่ยงโรคมือเท้าปากกับท้องร่วง
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรเลี่ยงการลุยน้ำและการสัมผัสสารเคมีรุนแรง
  • ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ดูแลและอาสาสมัคร ที่ต้องลุยน้ำ ยกของ และทำความสะอาดบ้านติดต่อกันหลายวัน

ผลกระทบที่ครอบครัวในประชาธิปัตย์ต้องรับมือหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ: หากฟื้นฟูบ้านไม่ถูกวิธี คนในบ้านอาจป่วยซ้ำหลายรอบ ทั้งท้องร่วง ผื่นคัน ไอเรื้อรัง หรือภูมิแพ้กำเริบ สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง การติดเชื้อเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่การต้องกลับเข้าโรงพยาบาล

ด้านค่าใช้จ่าย: เฟอร์นิเจอร์ เตียง และอุปกรณ์การแพทย์บางชิ้นราคาสูง หากใช้สารเคมีที่กัดกร่อนโลหะหรือยาง อุปกรณ์อาจเสื่อมเร็วจนต้องซื้อใหม่ ทั้งที่จริงสามารถล้างและฆ่าเชื้อแล้วใช้งานต่อได้

ด้านเวลา: ผู้ดูแลส่วนใหญ่ต้องทำงานไปพร้อมกับดูแลผู้ป่วย เวลาที่มีจำกัดจึงควรใช้กับวิธีทำความสะอาดที่ได้ผลและไม่ต้องทำซ้ำบ่อย

ด้านจิตใจ: ความกังวลว่าบ้านยังไม่สะอาดพอทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าพาผู้สูงอายุกลับบ้าน หรือกลับมาแล้วก็นอนไม่หลับเพราะกลิ่นอับและความไม่แน่ใจ

ด้านธุรกิจในชุมชน: ร้านอาหาร ร้านค้า และหอพักในย่านรังสิตต้องเปิดให้บริการอีกครั้ง ความมั่นใจของลูกค้าและผู้เช่าขึ้นอยู่กับว่าสถานที่ได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจังหรือไม่

ทำไมสบู่หรือน้ำยาฟอกขาวเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ

หลายบ้านเริ่มต้นด้วยการล้างพื้นด้วยผงซักฟอกแล้วตามด้วยน้ำยาฟอกขาว ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ดี และการล้างด้วยน้ำสะอาดกับสบู่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นจริง ๆ เพราะช่วยเอาโคลนและคราบสกปรกออก แต่ถ้ามองในมุมของการฆ่าเชื้อ วิธีนี้ยังมีข้อจำกัดหลายข้อ

  • สบู่และผงซักฟอกช่วยชะล้าง แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อในระดับสูง สบู่ช่วยลดปริมาณเชื้อด้วยการพาเชื้อออกไปกับน้ำ แต่เชื้อที่ติดอยู่ในร่องกระเบื้อง ขอบเตียง หรือรอยต่อของอุปกรณ์อาจยังหลงเหลืออยู่
  • น้ำยาฟอกขาวมีฤทธิ์กัดกร่อน หากใช้ผิดความเข้มข้นหรือใช้บ่อย อาจทำให้โลหะของเตียงผู้ป่วย รถเข็น ราวจับ และชิ้นส่วนยางเสื่อมสภาพ ทำให้ผ้าและพื้นผิวบางชนิดซีด
  • กลิ่นแรงและไอระเหย กลิ่นคลอรีนในบ้านที่ปิดทึบอาจระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยติดเตียงที่ย้ายออกจากห้องไม่ได้ และห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • ประสิทธิภาพลดลงเมื่อมีคราบอินทรีย์ หากยังมีโคลนหรือคราบสกปรกเหลืออยู่ ฤทธิ์ของคลอรีนจะถูกใช้ไปกับสิ่งสกปรกเหล่านั้น
  • ไม่มีการปกป้องต่อเนื่อง เมื่อแห้งแล้ว พื้นผิวก็กลับมาเสี่ยงต่อการปนเปื้อนใหม่ทันที ในขณะที่บ้านหลังน้ำท่วมยังมีฝุ่นโคลนฟุ้งและคนเข้าออกตลอด

ด้วยเหตุนี้ หลักที่ถูกต้องคือ ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับการฆ่าเชื้อ ใช้ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัสดุในบ้านและอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งเป็นจุดที่ CHEMGENE HLD4H เข้ามาช่วยได้

ทางออก: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์สำหรับบ้านหลังน้ำท่วมในธัญบุรี

CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง (High-Level Disinfectant) เกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านพักอาศัย รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก จึงเหมาะกับบ้านในตำบลประชาธิปัตย์ที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงเป็นพิเศษ

ข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์ (ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์)

  • ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไมโคแบคทีเรีย ซาลโมเนลลา และไวรัส รวมถึงไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือเท้าปาก และ SARS-CoV-2
  • หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที และมีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19
  • ช่วยปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน
  • ใช้แบบเจือจางได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200
  • ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส
  • ระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ
  • ผ่านการทดสอบและรับรองตามที่ระบุ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727 / EN 14348 / EN 13624 / EN 14476

จุดเด่นที่ตรงกับบ้านผู้ป่วยติดเตียงคือคุณสมบัติไม่กัดกร่อนโลหะและยาง ทำให้สามารถใช้กับโครงเตียงผู้ป่วย ราวกั้นเตียง รถเข็น ไม้เท้า วอล์กเกอร์ และอุปกรณ์พลาสติกได้ เมื่อทำความสะอาดคราบโคลนออกแล้ว ส่วนระยะการปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องก็ช่วยลดความกังวลในช่วงที่บ้านยังมีคนเข้าออกเพื่อซ่อมแซม

วิธีใช้ Chemgene HLD4H ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมแบบทีละขั้นตอน

  1. รอให้ปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน ตัดไฟที่เบรกเกอร์หลัก หากปลั๊กหรือสายไฟเคยแช่น้ำ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนเปิดใช้งาน ระวังสัตว์มีพิษที่อาจหลบอยู่ในบ้าน
  2. สวมอุปกรณ์ป้องกัน ถุงมือยาง รองเท้าบูท หน้ากาก และแว่นตาหากต้องขัดล้างแรง ๆ ปิดบาดแผลให้มิดชิดก่อนสัมผัสน้ำหรือโคลน
  3. เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ให้อากาศถ่ายเท ลดความชื้นและกลิ่นอับ
  4. ขนโคลนและของที่เสียหายออก ที่นอน พรม หรือวัสดุซึมน้ำที่แช่น้ำเสียหายหนัก มักต้องคัดทิ้งตามคำแนะนำของ CDC เพราะทำความสะอาดให้ทั่วถึงได้ยาก
  5. ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด ขัดพื้น ผนัง ขาโต๊ะ โครงเตียง และอุปกรณ์ทุกชิ้นให้คราบโคลนออกหมด นี่คือขั้นตอนที่ห้ามข้าม เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดแล้ว
  6. ผสม Chemgene HLD4H ตามฉลาก เลือกอัตราเจือจางตามที่ระบุบนฉลากและตามคำแนะนำของผู้จำหน่ายสำหรับลักษณะงาน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มีตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 หากไม่แน่ใจว่าควรใช้อัตราใดกับพื้นที่ปนเปื้อนน้ำเสีย ให้สอบถามทีมงานก่อน
  7. ฉีดพ่น เช็ด หรือถูให้ทั่ว ใช้กับพื้นผิวแข็งที่ทำความสะอาดแล้ว เช่น พื้นกระเบื้อง ผนัง เคาน์เตอร์ ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ (เมื่อตัดไฟแล้ว) ราวบันได โครงเตียง ราวกั้นเตียง รถเข็น และโถสุขภัณฑ์
  8. ทิ้งให้สัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากกำหนด อย่ารีบเช็ดออกก่อนเวลา เพื่อให้น้ำยาทำงานได้เต็มที่
  9. ปล่อยให้แห้งและเปิดพัดลมระบายความชื้น ความแห้งคือศัตรูของเชื้อรา ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยหากมี
  10. ทำซ้ำในจุดที่มีการสัมผัสบ่อย โดยเฉพาะบริเวณรอบเตียงผู้ป่วยและห้องน้ำ ตามรอบที่เหมาะสมกับการใช้งาน

ข้อควรจำ: Chemgene HLD4H เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับฆ่าเชื้อบนพื้นผิว ไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่ควรรับประทานหรือใช้กับแผลเปิด เก็บให้พ้นมือเด็ก และควรอ่านฉลากทุกครั้งก่อนใช้งาน

10 เหตุผลที่ครอบครัวในธัญบุรีเลือก Chemgene HLD4H หลังน้ำท่วม

  1. เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ผลิตในอังกฤษ และมีการใช้งานในโรงพยาบาลกับคลินิกตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  2. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มที่มากับน้ำท่วม ทั้งแบคทีเรีย ซาลโมเนลลา เชื้อรา และไวรัสอย่างโนโรไวรัส RSV และไข้หวัดใหญ่ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์
  3. ทำงานเร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที เหมาะกับผู้ดูแลที่มีเวลาจำกัด
  4. ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องสูงสุด 14 วัน ช่วยในช่วงฟื้นฟูที่ยังมีคนและฝุ่นเข้าออกบ้าน
  5. ไม่กัดกร่อนโลหะและยาง ใช้กับโครงเตียงผู้ป่วย รถเข็น และอุปกรณ์พลาสติกได้โดยไม่ทำให้เสื่อมเร็ว
  6. ปรับอัตราเจือจางได้ ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ทำให้หนึ่งขวดใช้ได้หลายงาน คุ้มค่าสำหรับบ้านที่ต้องฟื้นฟูหลายห้อง
  7. ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกัน
  8. ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน จึงลดการระคายเคืองในบ้านที่ผู้ป่วยติดเตียงต้องอยู่ในห้องเดิม
  9. ผ่านการทดสอบหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England SGS Intertek และมาตรฐาน EN หลายฉบับ ตรวจสอบข้อมูลการรับรอง
  10. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงที่น้ำจากชุมชนไหลกลับสู่คลอง

ก่อนและหลัง: บ้านริมคลองรังสิตฯ เมื่อฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

ก่อนฟื้นฟู

  • โคลนบางเคลือบพื้นและขาเฟอร์นิเจอร์
  • กลิ่นท่อระบายน้ำและกลิ่นอับชื้นทั้งบ้าน
  • เตียงผู้ป่วยและรถเข็นมีคราบน้ำ
  • ผนังเริ่มมีจุดดำของเชื้อรา
  • ผู้ดูแลกังวล ไม่กล้าพาผู้ป่วยกลับบ้าน

หลังล้างและฆ่าเชื้อด้วย Chemgene

  • พื้นและผนังสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • กลิ่นอับลดลงเมื่อแห้งและระบายอากาศดี
  • อุปกรณ์ผู้ป่วยกลับมาใช้งานได้โดยไม่เสียหายจากสารกัดกร่อน
  • มีการปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ครอบครัวมั่นใจขึ้นในการพาผู้ป่วยกลับบ้าน

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม ต.ประชาธิปัตย์

ก่อนพาผู้ป่วยกลับจากศูนย์พักพิง

  • ☐ ระบบไฟฟ้าได้รับการตรวจสอบแล้ว ปลั๊กที่เคยแช่น้ำไม่ถูกใช้งานจนกว่าช่างจะอนุญาต
  • ☐ ขนโคลน ขยะ และวัสดุซึมน้ำที่เสียหายออกจากบ้านครบแล้ว
  • ☐ ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาดจนไม่มีคราบโคลน
  • ☐ ฆ่าเชื้อพื้นผิวแข็งทั้งหมดด้วย Chemgene HLD4H ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก
  • ☐ ล้างและฆ่าเชื้อโครงเตียง ราวกั้นเตียง รถเข็น วอล์กเกอร์ และโถส้วมเคลื่อนที่
  • ☐ เปลี่ยนที่นอน หมอน และผ้าปูที่แช่น้ำ หรือซักด้วยน้ำร้อนหากยังใช้งานได้
  • ☐ บ้านแห้งสนิท ไม่มีจุดเชื้อราที่ผนังหรือฝ้า
  • ☐ น้ำดื่มน้ำใช้สะอาด ภาชนะในครัวผ่านการล้างและฆ่าเชื้อแล้ว

หลังพาผู้ป่วยกลับบ้าน

  • ☐ ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังดูแลผู้ป่วย
  • ☐ เช็ดฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยรอบเตียงตามรอบที่เหมาะสม
  • ☐ สังเกตอาการไข้ ท้องร่วง ไอ หายใจลำบาก หรือแผลกดทับที่เปลี่ยนไป หากผิดปกติให้ติดต่อแพทย์ทันที
  • ☐ ผู้ดูแลที่เคยลุยน้ำแล้วมีไข้หรือปวดน่อง ต้องพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

ศูนย์พักพิงและพื้นที่ส่วนรวม: อีกจุดที่ควรฆ่าเชื้อ

ตามรายงานของเดลินิวส์ที่ระบุถึงการเปิดศูนย์พักพิง 5 แห่งสำหรับผู้ป่วยติดเตียงในย่านรังสิต พื้นที่ลักษณะนี้มักเป็นอาคารเอนกประสงค์ โรงเรียน หรือหอประชุมที่มีคนจำนวนมากใช้ร่วมกัน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและผู้อพยพกลับบ้าน อาคารเหล่านี้ต้องกลับไปใช้งานตามปกติ เช่น เป็นห้องเรียนหรือที่ประชุมของชุมชน การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนเปิดใช้อีกครั้งจึงเป็นเรื่องสำคัญ

จุดที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ ห้องน้ำรวม อ่างล้างมือ ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ เตียงสนาม พื้นที่แจกอาหาร และบริเวณที่ใช้เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือทำความสะอาดผู้ป่วย หลักการเหมือนกับในบ้าน คือเก็บขยะ ล้างคราบ แล้วจึงฆ่าเชื้อตามฉลาก สำหรับหน่วยงาน โรงเรียน หรือองค์กรในพื้นที่ที่ต้องการวางแผนการฆ่าเชื้อในปริมาณมาก สามารถติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามขนาดบรรจุและอัตราเจือจางที่เหมาะกับงานได้

ร้านอาหาร ร้านค้า และหอพักในย่านรังสิตก็ใช้หลักเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่เตรียมอาหาร ห้องน้ำ และจุดที่ลูกค้าสัมผัสบ่อย การแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าร้านผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างจริงจังหลังน้ำลด ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้เร็วขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: น้ำท่วมที่ตำบลประชาธิปัตย์ปี 2569 เกิดจากอะไร
ตอบ: ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ (26 ก.ย. 2569) เกิดจากฝนตกหนักและน้ำล้นคลองรังสิตประยูรศักดิ์ น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 25 ก.ย. 2569 และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 90 ชุมชน

ถาม: ใช้ Chemgene HLD4H แทนการล้างโคลนได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องล้างโคลนและทำความสะอาดก่อนเสมอ แล้วจึงใช้ Chemgene บนพื้นผิวที่สะอาดแล้วตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก

ถาม: ใช้กับเตียงผู้ป่วยและรถเข็นได้หรือไม่
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนสแตนเลส อะลูมิเนียม ยาง และพลาสติก และระบุว่าปลอดภัยต่ออุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ จึงใช้กับโครงเตียงและรถเข็นได้หลังทำความสะอาดแล้ว ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตอุปกรณ์ร่วมด้วย

ถาม: ต้องผสมอัตราเท่าไร
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มีอัตราเจือจางตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ให้เลือกตามฉลากและลักษณะงาน หากไม่แน่ใจให้สอบถามทีมงานที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: ผู้ป่วยอยู่ในห้องขณะฉีดพ่นได้ไหม
ตอบ: แม้ผลิตภัณฑ์ระบุว่าปลอดภัยต่อคนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ แต่ระหว่างการทำความสะอาดใหญ่หลังน้ำท่วมควรให้ผู้ป่วยอยู่นอกพื้นที่ และพากลับเมื่อพื้นผิวแห้งและระบายอากาศดีแล้ว

ถาม: Chemgene ป้องกันโรคฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน แต่ไม่ใช่การป้องกันหรือรักษาโรคในร่างกาย การป้องกันที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการลุยน้ำ สวมรองเท้าบูท ปิดแผล และหากมีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำต้องพบแพทย์

ถาม: สั่งซื้อหรือสอบถามได้ที่ไหน
ตอบ: ดูรายละเอียดที่หน้าผลิตภัณฑ์ของ World Health Disinfection หรือโทร 065-556-6294 และ LINE @whd268 ทีมงานจะแนะนำขนาดและวิธีใช้ที่เหมาะกับบ้านหรือองค์กรของคุณ

พร้อมพาครอบครัวกลับบ้านที่สะอาดและปลอดภัยกว่าเดิม

ล้างโคลนให้สะอาด แล้วปิดงานด้วยการฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ ปรึกษาทีม World Health Disinfection ได้ทุกวัน

ดูรายละเอียด CHEMGENE HLD4H

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

คำค้นหา: น้ำท่วมประชาธิปัตย์ ธัญบุรี 2569, น้ำท่วมรังสิต 2569, น้ำท่วมปทุมธานี, คลองรังสิตประยูรศักดิ์ล้น, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, ฆ่าเชื้อเตียงผู้ป่วย, ดูแลผู้ป่วยติดเตียงหลังน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้