น้ำท่วมหมู่บ้านธนาเพลส ธนาซิตี้ บางพลี 2569: เคสจริงน้ำสูงราว 1.5 เมตร ตู้ไฟปั๊มจมน้ำ และวิธีฟื้นบ้านให้ปลอดเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

Last updated: 5 ต.ค. 2569  |  0 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้ำยาฆ่าเชื้อ

น้ำท่วมหมู่บ้านธนาเพลส ธนาซิตี้ บางพลี 2569: เคสจริงน้ำสูงราว 1.5 เมตร ตู้ไฟปั๊มจมน้ำ และวิธีฟื้นบ้านให้ปลอดเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

ต้นเดือนตุลาคม 2569 ชื่อ "ธนาเพลส" และ "ธนาซิตี้" กลายเป็นคำค้นหาที่คนในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และญาติพี่น้องของผู้อยู่อาศัยพิมพ์กันแทบทุกชั่วโมง เพราะหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกรายงานว่าน้ำท่วมขังหนัก บางโซนน้ำสูงราวหนึ่งเมตรครึ่ง และระบบสูบน้ำหลักของหมู่บ้านใช้งานไม่ได้ บทความนี้จะเล่าเหตุการณ์ตามที่สื่อรายงานอย่างตรงไปตรงมา อธิบายว่าน้ำท่วมขังในหมู่บ้านจัดสรรแบบนี้พาเชื้อโรคอะไรเข้ามาในบ้านบ้าง ใครเสี่ยงที่สุด และเมื่อน้ำลดแล้วควรล้างบ้านและฆ่าเชื้ออย่างไร โดยปิดท้ายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากล้างโคลนเสร็จแล้ว

เกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านธนาเพลส ธนาซิตี้ อำเภอบางพลี

ตามรายงานของ TopNews เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หมู่บ้านธนาเพลสและธนาซิตี้ ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง โดยบางโซนของหมู่บ้านมีระดับน้ำสูงราว 1.5 เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่ท่วมเกินระดับเอวของผู้ใหญ่ และสูงพอจะท่วมชั้นล่างของบ้านจนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของที่วางไว้กับพื้นจมน้ำทั้งหมด

ประเด็นที่ทำให้สถานการณ์ในหมู่บ้านนี้หนักกว่าที่หลายคนคาด คือรายงานระบุว่าปั๊มสูบน้ำหลักของหมู่บ้านใช้งานไม่ได้ เพราะตู้ไฟที่ควบคุมระบบปั๊มจมน้ำ เมื่อหัวใจของระบบระบายน้ำหยุดทำงาน น้ำที่ควรจะถูกสูบออกจึงค้างอยู่ในพื้นที่ และกลายเป็นน้ำนิ่งที่แช่อยู่รอบบ้านหลายวัน

ตามรายงานเดียวกัน หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องได้ระดมเครื่องสูบน้ำ 14 เครื่อง เดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายน้ำออกไปยังสนามกอล์ฟและคลองลำรางสาธารณะ และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในราว 5 ถึง 6 วัน ทั้งนี้ ตัวเลขและระยะเวลาดังกล่าวเป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน สถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศจากนิติบุคคลหมู่บ้าน อำเภอบางพลี และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

ที่มา: TopNews, 1 ต.ค. 2569 https://www.topnews.co.th/news/1707234

ทำไมน้ำท่วมขังในหมู่บ้านจัดสรรจึงน่ากังวลเรื่องเชื้อโรคมากกว่าน้ำไหลผ่าน

น้ำท่วมมีหลายรูปแบบ น้ำที่ไหลผ่านเร็วแล้วลดลงภายในวันเดียวสร้างความเสียหายแบบหนึ่ง แต่น้ำที่ขังนิ่งอยู่หลายวันในหมู่บ้านจัดสรรสร้างความเสี่ยงอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยโดยตรง เหตุผลหลักมีดังนี้

  • น้ำปนกับระบบบ่อเกรอะและท่อระบายน้ำเสีย บ้านในหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่ใช้ถังบำบัดหรือบ่อเกรอะใต้ดิน เมื่อระดับน้ำสูงเป็นเมตร น้ำจากถังบำบัดและท่อน้ำทิ้งมีโอกาสดันย้อนขึ้นมาปะปนกับน้ำท่วม นั่นหมายความว่าน้ำที่ท่วมอยู่รอบบ้านอาจมีสิ่งปฏิกูลจากอุจจาระปนอยู่
  • น้ำนิ่งหลายวันคืออาหารของเชื้อโรค เมื่อปั๊มหลักหยุดทำงานและน้ำค้างอยู่หลายวัน อุณหภูมิของบ้านเราที่ร้อนชื้นเอื้อให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวน น้ำจะเริ่มขุ่น มีกลิ่นเหม็น และตะกอนจะตกลงบนพื้นผิวทุกอย่างที่จมอยู่
  • ชั้นล่างของบ้านคือพื้นที่ใช้ชีวิตหลัก ในทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวสองชั้น ชั้นล่างคือห้องครัว ห้องนั่งเล่น โต๊ะกินข้าว และบางบ้านมีห้องนอนผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่างด้วย เมื่อน้ำสูงราว 1.5 เมตร พื้นที่ใช้ชีวิตหลักเกือบทั้งหมดจึงสัมผัสน้ำสกปรกโดยตรง
  • สัตว์พาหะหนีน้ำเข้ามาในบ้าน หนู แมลงสาบ และสัตว์อื่น ๆ จะหนีน้ำขึ้นที่สูง ซึ่งมักเป็นชั้นบนของบ้านหรือหลังคา ทำให้มีโอกาสทิ้งปัสสาวะและมูลไว้ในพื้นที่ที่น้ำไม่ได้ท่วมด้วย
  • ผนังและวัสดุดูดซับน้ำ ผนังเบา ฝ้า ไม้อัด วอลล์เปเปอร์ และพื้นลามิเนตจะดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำจริง ความชื้นที่ค้างในวัสดุคือจุดเริ่มต้นของเชื้อรา

ด้วยเหตุนี้ การฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลดในหมู่บ้านอย่างธนาเพลสและธนาซิตี้จึงไม่ใช่แค่การกวาดโคลนแล้วจบ แต่ต้องคิดเป็นระบบตั้งแต่ความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้า การขนของเสียออก การล้าง การทำให้แห้ง และการฆ่าเชื้อในขั้นตอนสุดท้าย

บทเรียนจากตู้ไฟจมน้ำ: ความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้าต้องมาก่อนเรื่องเชื้อโรค

รายงานข่าวที่ระบุว่าตู้ไฟของระบบปั๊มหลักจมน้ำ เป็นสัญญาณเตือนที่ผู้อยู่อาศัยทุกหลังควรนำมาคิดต่อกับบ้านของตัวเอง เพราะในบ้านแต่ละหลังก็มีเต้ารับ สวิตช์ ตู้ควบคุมไฟฟ้า ปั๊มน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่นที่อาจจมน้ำเช่นกัน ก่อนจะเริ่มล้างบ้านหรือใช้น้ำยาใด ๆ ควรทำตามหลักต่อไปนี้

  1. อย่าเปิดสวิตช์ไฟหรือเสียบปลั๊กในบ้านที่ยังมีน้ำขัง หรือเพิ่งลดใหม่ ๆ ถ้าเป็นไปได้ให้ตัดไฟที่เมนตั้งแต่ก่อนน้ำเข้า
  2. เมื่อน้ำลดแล้ว ให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจระบบก่อนจ่ายไฟกลับ โดยเฉพาะเต้ารับระดับต่ำและปั๊มน้ำ
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำ อย่าเสียบใช้ทันที ให้ช่างตรวจหรือพิจารณาเปลี่ยน
  4. ระหว่างล้างบ้าน ห้ามฉีดน้ำหรือพ่นน้ำยาเข้าเต้ารับ สวิตช์ หรือตู้ไฟ

เมื่อความปลอดภัยด้านไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยเข้าสู่ภารกิจจัดการเชื้อโรค ซึ่งเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นด้วยตาแต่ส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านไปอีกหลายสัปดาห์

กรณีตัวอย่าง: บ้านทาวน์เฮาส์หนึ่งหลังในหมู่บ้านที่น้ำขังหลายวัน

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในหมู่บ้านจัดสรรที่น้ำท่วมขัง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริงในข่าว

ลองนึกถึงครอบครัวของคุณแนน ที่อาศัยในทาวน์เฮาส์สองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านบางพลี บ้านมีพ่อแม่วัยเจ็ดสิบกว่า ลูกสาววัยสี่ขวบ และแมวอีกหนึ่งตัว เมื่อน้ำเริ่มเข้าหมู่บ้าน ครอบครัวย้ายของขึ้นชั้นบนเท่าที่ทำได้ แต่ตู้เย็น โซฟา ตู้กับข้าว และที่นอนของคุณพ่อที่ใช้ห้องชั้นล่างเพราะขึ้นบันไดไม่สะดวก ต้องปล่อยให้จมน้ำ

หลายวันต่อมา น้ำเริ่มลด สิ่งแรกที่คุณแนนเจอเมื่อเปิดประตูบ้านคือกลิ่น กลิ่นที่ผสมกันระหว่างโคลน ท่อน้ำทิ้ง และอาหารเน่าในตู้เย็น คราบน้ำบนผนังสูงเกือบถึงขอบหน้าต่าง พื้นกระเบื้องมีโคลนบาง ๆ เคลือบอยู่ทั่ว ลูกสาววิ่งจะลงไปเล่นที่ชั้นล่างทันทีเพราะอยู่แต่ชั้นบนมาหลายวัน ส่วนคุณพ่ออยากกลับไปนอนห้องเดิมให้เร็วที่สุด

นี่คือภาพที่หลายครอบครัวในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมขังต้องเจอ คำถามที่ตามมาคือ ล้างอย่างไรให้สะอาดจริง และจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องที่ลูกเล็กและผู้สูงอายุจะกลับมาใช้นั้นปลอดภัยพอ คำตอบเริ่มจากการเข้าใจว่าเรากำลังสู้กับเชื้ออะไร

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมขังในหมู่บ้านบางพลี มีอะไรบ้าง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลตรงกันว่าน้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยงโรคที่ติดต่อทางน้ำ ทางอาหาร ทางผิวหนัง และทางเดินหายใจ สำหรับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่น้ำขังนาน เชื้อที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล: อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella)

เมื่อน้ำจากบ่อเกรอะและท่อน้ำทิ้งปะปนกับน้ำท่วม แบคทีเรียจากลำไส้อย่างอีโคไลและซัลโมเนลลาจะติดอยู่บนพื้น ผนัง เคาน์เตอร์ครัว ขาโต๊ะ และของทุกชิ้นที่จมน้ำ หากมือไปสัมผัสแล้วเข้าปาก หรือภาชนะใส่อาหารที่ยังไม่ได้ล้างและฆ่าเชื้อถูกนำกลับมาใช้ อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ได้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำมากกว่าคนทั่วไป

2. เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เมื่อน้ำท่วม เชื้อจะกระจายไปกับน้ำและโคลน คนที่ต้องลุยน้ำหรือย่ำโคลนตอนเก็บกวาดบ้าน โดยเฉพาะถ้ามีแผลที่เท้าหรือขา หรือแช่น้ำนานจนผิวเปื่อย มีโอกาสรับเชื้อได้ กรมควบคุมโรคย้ำเสมอว่าหากหลังลุยน้ำแล้วมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง หรือตาแดง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อใด ๆ ไม่ใช่การรักษาโรค

3. ไวรัสที่ติดบนพื้นผิวและมือ

ช่วงน้ำท่วม คนในหมู่บ้านมักต้องอยู่รวมกันแน่นขึ้น ทั้งในบ้านชั้นบน บ้านญาติ หรือจุดพักชั่วคราว ไวรัสอย่างโนโรไวรัสและโรตาไวรัสที่ทำให้ท้องเสียติดต่อได้ง่ายผ่านพื้นผิวและมือ ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และ RSV แพร่ได้ดีในที่ที่คนอยู่รวมกัน และโรคมือ เท้า ปาก เป็นอีกโรคที่ผู้ปกครองเด็กเล็กต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเด็กชอบหยิบจับของเล่นและพื้นผิวต่าง ๆ แล้วเอามือเข้าปาก

4. เชื้อราและกลิ่นอับ

หลังน้ำลด ความชื้นที่ค้างอยู่ในผนัง ฝ้า ไม้ และผ้าเป็นสภาพที่เชื้อราชอบที่สุด WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลดเพื่อจำกัดการเกิดเชื้อรา แต่ในหมู่บ้านที่น้ำขังหลายวันแบบที่มีรายงานในธนาเพลสและธนาซิตี้ วัสดุจำนวนมากแช่น้ำนานเกินกรอบเวลานั้นไปแล้ว จึงต้องเฝ้าระวังเชื้อราเป็นพิเศษ สปอร์ของเชื้อราอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด คัดจมูก ไอ และระคายเคืองตา

5. แผลติดเชื้อจากเศษวัสดุ

ในน้ำและโคลนมีเศษกระจก ตะปู สังกะสี และกิ่งไม้ แผลถลอกเล็ก ๆ ที่โดนน้ำสกปรกอาจอักเสบติดเชื้อได้ ควรใส่รองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้ง และหากมีแผลให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ใส่ยาตามคำแนะนำ และพบแพทย์หากแผลบวมแดงหรือมีหนอง

ใครในบ้านเสี่ยงที่สุดเมื่อกลับเข้าบ้านหลังน้ำลด

หมู่บ้านจัดสรรอย่างธนาเพลสและธนาซิตี้มีครอบครัวหลายรุ่นอยู่ร่วมกัน ความเสี่ยงจึงไม่เท่ากันสำหรับทุกคน

  • เด็กเล็ก คลานหรือนั่งเล่นกับพื้น หยิบของเข้าปาก ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ และขาดน้ำได้เร็วเมื่อท้องเสีย
  • ผู้สูงอายุ มักใช้ห้องชั้นล่างเพราะขึ้นบันไดลำบาก จึงเป็นกลุ่มที่ใช้พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมากที่สุด และหากติดเชื้อมักมีอาการรุนแรงกว่า
  • หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงงานล้างโคลนหนัก ๆ และการสัมผัสน้ำยาเคมีความเข้มข้นสูง
  • ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ แผลเล็กน้อยอาจลุกลามได้ง่าย
  • คนที่ลงมือล้างบ้าน ต้องสัมผัสน้ำ โคลน และน้ำยาเป็นเวลานานที่สุด จึงต้องป้องกันตัวเองดีที่สุด
  • สัตว์เลี้ยง สุนัขและแมวเดินบนพื้นแล้วเลียอุ้งเท้า จึงควรเลือกวิธีฆ่าเชื้อที่ระบุว่าปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ

ทำไมสบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวจึงยังไม่พอสำหรับบ้านหลังน้ำท่วม

คนไทยคุ้นเคยกับการล้างบ้านด้วยผงซักฟอกแล้วราดน้ำยาฟอกขาวตาม ซึ่งเป็นวิธีที่มีประโยชน์และหน่วยงานสาธารณสุขก็แนะนำการใช้สารฟอกขาวเจือจางในบางกรณี แต่เมื่อมองที่บ้านทั้งหลังหลังน้ำท่วมขังหลายวัน มีข้อจำกัดที่ควรรู้ตามความเป็นจริง

  • สบู่และผงซักฟอกทำหน้าที่ล้าง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ การล้างช่วยพาคราบและเชื้อจำนวนมากออกไป ซึ่งจำเป็นมาก แต่เชื้อที่ติดค้างตามร่องกระเบื้อง ขอบตู้ และผิววัสดุยังอาจเหลืออยู่
  • น้ำยาฟอกขาวกัดกร่อนและมีกลิ่นแรง สารฟอกขาวอาจกัดกร่อนโลหะบางชนิด ทำให้ผ้าและวัสดุบางอย่างซีด และกลิ่นฉุนในบ้านที่อากาศถ่ายเทไม่ดีทำให้แสบจมูก แสบตา ผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่เป็นหอบหืดมักทนได้ยาก
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาอื่น โดยเฉพาะแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรด เพราะอาจเกิดแก๊สอันตราย ในช่วงที่ทุกคนรีบล้างบ้าน ความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นได้ง่าย
  • ประสิทธิภาพลดลงเมื่อมีสิ่งสกปรกหรืออินทรียวัตถุ หากราดลงบนพื้นที่ยังมีโคลนหรือคราบอยู่ ฤทธิ์ฆ่าเชื้อจะถูกใช้ไปกับสิ่งสกปรกแทน
  • ไม่มีการปกป้องต่อเนื่อง เมื่อแห้งแล้ว พื้นผิวก็กลับมาสัมผัสเชื้อใหม่ได้ทันที ทั้งจากรองเท้าที่เดินเข้าออก หรือจากความชื้นที่ยังเหลืออยู่

นี่ไม่ได้แปลว่าการล้างไม่สำคัญ ตรงกันข้าม การล้างคือขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ แต่หลังจากล้างแล้ว บ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงควรได้รับการฆ่าเชื้อด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการฆ่าเชื้อโดยตรง กลิ่นไม่ฉุน และไม่กัดกร่อนวัสดุในบ้าน

ทางออกหลังน้ำลด: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์สำหรับบ้านในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วม

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูง (High-Level Disinfectant) เกรดการแพทย์ ผลิตในประเทศอังกฤษ ใช้ในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ โรงเรียน สำนักงาน สนามบิน บ้านพักอาศัย รวมถึงสถานดูแลผู้สูงอายุและเด็ก

เชื้อที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย เชื้อราและราดำ มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และไวรัสหลายชนิด รวมถึงไข้หวัดใหญ่ H1N1, RSV, โนโรไวรัส, ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก และ SARS-CoV-2 โดยหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที มีประสิทธิภาพ 99.85% ต่อเชื้อโควิด-19 และช่วยปกป้องพื้นผิวต่อเนื่องได้นานสูงสุด 14 วัน ซึ่งตรงกับโจทย์ของบ้านหลังน้ำท่วมที่ต้องเผชิญทั้งแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล ไวรัสจากการอยู่รวมกัน และเชื้อราจากความชื้น

ปลอดภัยต่อวัสดุและคนในบ้านเมื่อใช้ตามคำแนะนำ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และระบุว่าปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การแพทย์เมื่อใช้ตามคำแนะนำ จุดนี้สำคัญกับบ้านในหมู่บ้านจัดสรร เพราะในครัวมีอ่างสเตนเลส ขอบหน้าต่างและประตูมักเป็นอะลูมิเนียม เก้าอี้และกล่องเก็บของเป็นพลาสติก ซึ่งล้วนต้องฆ่าเชื้อหลังจมน้ำ

ผลทดสอบและการรับรองที่ระบุไว้

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ มีการทดสอบและรับรองที่อ้างถึง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, NHS England, ISO 9001:2015, ISO 13485, SGS, Intertek, CE และมาตรฐาน EN 13727, EN 14348, EN 13624 และ EN 14476

อัตราเจือจางที่ยืดหยุ่น

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถเจือจางได้หลายระดับ ได้แก่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ไปจนถึง 1:200 ผู้ใช้ควรเลือกอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสตามที่ระบุบนฉลากสำหรับงานแต่ละประเภท ไม่ควรกะเอาเองหรือเติมเข้มข้นเกินคำแนะนำ

ขั้นตอนฟื้นฟูบ้านในหมู่บ้านบางพลีหลังน้ำลด: ล้างก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ

หลักที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เอาโคลนออกและล้างให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงใช้ CHEMGENE HLD4H กับพื้นผิวที่ล้างแล้วตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสบนฉลาก น้ำยาฆ่าเชื้อไม่ได้มาแทนการล้าง และการล้างก็ไม่ได้มาแทนการฆ่าเชื้อ ทั้งสองอย่างทำงานคู่กัน

  1. เตรียมตัวและเครื่องป้องกัน สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยางแบบยาว หน้ากากอนามัย และแว่นตาหากต้องฉีดน้ำแรง ปิดแผลที่มือและเท้าให้มิดชิด ให้เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และสัตว์เลี้ยงอยู่นอกพื้นที่ระหว่างทำงาน
  2. ตรวจความปลอดภัยไฟฟ้า ตามที่อธิบายข้างต้น อย่าจ่ายไฟกลับจนกว่าช่างจะตรวจ
  3. เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ให้อากาศถ่ายเทตลอดการทำงาน ช่วยลดกลิ่นและความชื้น
  4. ขนของที่เสียหายออก ที่นอน หมอน พรม ฝ้าเบาที่บวมน้ำ และอาหารทุกอย่างที่โดนน้ำหรืออยู่ในตู้เย็นที่ไฟดับนาน ควรทิ้งตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น ถ่ายรูปไว้ก่อนเพื่อใช้ประกอบการขอความช่วยเหลือหรือเคลมประกัน
  5. ตักโคลนและกวาดตะกอน เริ่มจากชั้นบนลงล่าง และจากด้านในออกด้านนอก ใช้พลั่วพลาสติกและไม้กวาด
  6. ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ขัดพื้น ผนังส่วนที่ถูกน้ำท่วม ขอบประตู ขาโต๊ะ ตู้ เคาน์เตอร์ครัว แล้วล้างน้ำเปล่าตามจนไม่มีคราบโคลน
  7. ปล่อยให้พื้นผิวหมาดหรือเช็ดน้ำส่วนเกินออก เพื่อไม่ให้น้ำที่ค้างอยู่เจือจางน้ำยาเกินกว่าที่ฉลากกำหนด
  8. ผสม CHEMGENE HLD4H ตามฉลาก ใช้ภาชนะสะอาด ตวงตามอัตราเจือจางที่ฉลากกำหนดสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นผิว ห้ามผสมกับน้ำยาฟอกขาวหรือสารเคมีอื่น
  9. ฉีดพ่นหรือเช็ดให้ทั่ว ใช้ขวดสเปรย์หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ ให้พื้นผิวเปียกทั่วถึง และทิ้งไว้ตามระยะเวลาสัมผัสบนฉลาก
  10. ระบายอากาศและทำให้แห้ง เปิดพัดลมและหน้าต่างให้บ้านแห้งเร็วที่สุด ความแห้งคือศัตรูตัวสำคัญของเชื้อรา
  11. ล้างมือและทำความสะอาดอุปกรณ์ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังถอดถุงมือ ล้างรองเท้าบูทและอุปกรณ์ทั้งหมด

สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น เขียง ภาชนะ และเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ให้ตรวจคำแนะนำบนฉลากว่าต้องล้างน้ำสะอาดตามหลังหรือไม่ และทำตามนั้นอย่างเคร่งครัด

แผนฆ่าเชื้อทีละโซนสำหรับทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านจัดสรร

โซนประตูรั้วและโรงรถ

โรงรถมักเป็นจุดที่โคลนหนาที่สุด และเป็นทางเข้าออกหลักของทุกคน หลังล้างโคลนแล้ว ให้ฆ่าเชื้อพื้นโรงรถ ประตูรั้ว มือจับประตู และกล่องรับจดหมาย จุดเหล่านี้จะถูกสัมผัสบ่อยโดยคนทั้งบ้านและแขกที่มาช่วยงาน

โซนห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

พื้นกระเบื้อง บัวเชิงผนัง ขาตู้ และผนังส่วนที่ถูกน้ำท่วมต้องล้างก่อนแล้วฆ่าเชื้อ ส่วนโซฟาผ้าและพรมที่แช่น้ำสกปรกหลายวัน ส่วนใหญ่ควรพิจารณาทิ้ง เพราะไส้ในดูดซับน้ำเสียไว้และแห้งยาก

โซนครัวและโต๊ะกินข้าว

ครัวคือจุดที่สำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวข้องกับอาหารโดยตรง ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างอ่างล้างจาน ตู้ล่าง ลิ้นชัก และเคาน์เตอร์ด้วยผงซักฟอกก่อน จากนั้นฆ่าเชื้อตามฉลาก จาน ชาม แก้วที่จมน้ำควรล้างให้สะอาดแล้วฆ่าเชื้อก่อนนำกลับมาใช้ ภาชนะไม้หรือพลาสติกที่มีรอยขีดข่วนลึกอาจพิจารณาเปลี่ยนใหม่

โซนห้องนอนผู้สูงอายุชั้นล่าง

ถ้าบ้านของคุณมีผู้สูงอายุนอนชั้นล่างเหมือนในกรณีตัวอย่าง ห้องนี้ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทิ้งที่นอนที่จมน้ำ ล้างโครงเตียง ราวจับ และพื้นห้อง ฆ่าเชื้อจุดที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ราวจับ สวิตช์ไฟ (ไม่ฉีดเข้าตัวสวิตช์ ใช้ผ้าหมาดเช็ดภายนอกหลังตัดไฟ) ลูกบิดประตู และรอให้ห้องแห้งสนิทก่อนให้ผู้สูงอายุกลับเข้าพัก

โซนห้องน้ำ

ห้องน้ำชั้นล่างมักได้รับผลกระทบจากน้ำย้อนท่อ ล้างโถส้วม พื้น ผนังกระเบื้อง และท่อระบายน้ำ แล้วฆ่าเชื้อให้ทั่ว สังเกตกลิ่นจากท่อ หากกลิ่นยังแรงหลังล้างแล้ว อาจต้องตรวจบ่อเกรอะหรือถังบำบัด

โซนชั้นบนที่น้ำไม่ท่วม

แม้น้ำไม่ขึ้นถึงชั้นบน แต่ช่วงที่ทุกคนอพยพของและคนขึ้นมาอยู่รวมกัน ราวบันได มือจับประตู และพื้นทางเดินถูกสัมผัสด้วยมือและเท้าที่เปื้อนน้ำบ่อยมาก รวมถึงอาจมีหนูหรือแมลงสาบหนีน้ำขึ้นมา ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมเหล่านี้ด้วย

ของเล่นเด็กและข้าวของพลาสติก

ของเล่นพลาสติกแข็งที่จมน้ำ ล้างด้วยน้ำสบู่ ล้างน้ำสะอาด แล้วฆ่าเชื้อตามฉลากและปล่อยให้แห้ง ของเล่นผ้าหรือตุ๊กตาที่จมน้ำสกปรกส่วนใหญ่ควรทิ้ง

10 เหตุผลที่ CHEMGENE HLD4H เหมาะกับบ้านในหมู่บ้านที่น้ำท่วมขังอย่างบางพลี

  1. เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงเกรดการแพทย์ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผลิตในอังกฤษและใช้ในโรงพยาบาลและคลินิก จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความมั่นใจสูงอย่างบ้านหลังน้ำท่วม
  2. ครอบคลุมเชื้อที่มากับน้ำขัง ตั้งแต่แบคทีเรียและซัลโมเนลลา ไปจนถึงไวรัสและเชื้อรา ตามรายการในข้อมูลผลิตภัณฑ์ ดูรายละเอียดเชื้อที่ระบุ
  3. ออกฤทธิ์เร็ว หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที ช่วยให้งานฆ่าเชื้อทั้งชั้นล่างเดินหน้าได้เร็วขึ้น
  4. ปกป้องพื้นผิวต่อเนื่อง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ช่วยปกป้องพื้นผิวได้นานสูงสุด 14 วัน เหมาะกับช่วงหลังน้ำลดที่คนยังเดินเข้าออกขนของกันตลอด
  5. ไม่กัดกร่อนวัสดุในบ้าน สเตนเลส อะลูมิเนียม ยาง พลาสติก และไฟเบอร์กลาส ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องกังวลว่าอ่างล้างจานหรือกรอบหน้าต่างจะเสียหาย
  6. กลิ่นไม่ฉุนเหมือนสารฟอกขาว เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่แพ้กลิ่นสารเคมี
  7. ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้บ้านที่มีแมวหรือสุนัขกลับมาใช้พื้นที่ได้อย่างอุ่นใจขึ้น
  8. ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเมื่อน้ำทิ้งจากการล้างบ้านไหลลงระบบระบายน้ำของหมู่บ้านและคลองลำรางสาธารณะ
  9. เจือจางได้หลายระดับ คุ้มค่า ตั้งแต่ 1:30 ถึง 1:200 ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ขวดเดียวใช้ได้หลายพื้นที่ เหมาะกับบ้านที่ต้องฆ่าเชื้อทั้งชั้น
  10. มีการทดสอบและรับรองหลายแหล่ง ทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล NHS England ISO SGS Intertek CE และมาตรฐาน EN ตามที่ระบุในข้อมูลผลิตภัณฑ์ สั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H

ก่อนและหลัง: บ้านในหมู่บ้านที่น้ำขังหลายวัน

ก่อนฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ

  • คราบน้ำบนผนังสูงเกือบเมตรครึ่ง โคลนเคลือบพื้นทั้งชั้นล่าง
  • กลิ่นท่อน้ำทิ้งและกลิ่นอับลอยทั่วบ้าน
  • เคาน์เตอร์ครัวและภาชนะสัมผัสน้ำปนสิ่งปฏิกูล
  • ผนังและไม้ยังชื้น เสี่ยงเชื้อราขึ้นภายในไม่กี่วัน
  • เด็กและผู้สูงอายุยังกลับมาใช้ห้องชั้นล่างไม่ได้
  • ล้างด้วยสารฟอกขาวแล้วกลิ่นฉุนจนอยู่ในบ้านไม่ได้

หลังล้างและฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H

  • ขนของเสียออก ตักโคลน ล้างพื้นและผนังจนสะอาด
  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการฆ่าเชื้อตามฉลาก
  • ครัวและภาชนะผ่านการล้างและฆ่าเชื้อก่อนกลับมาใช้
  • บ้านเปิดระบายอากาศจนแห้ง ลดโอกาสเกิดเชื้อรา
  • พื้นผิวมีการปกป้องต่อเนื่องตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • กลิ่นไม่ฉุน ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจขึ้น

กรณีตัวอย่าง (ต่อ): บ้านของคุณแนนหลังผ่านขั้นตอนครบ

กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

กลับไปที่ทาวน์เฮาส์ของคุณแนน แทนที่จะรีบราดน้ำยาฟอกขาวลงบนโคลนแล้วให้ทุกคนกลับเข้าบ้านทันที ครอบครัวเลือกทำตามลำดับ วันแรกให้ช่างไฟตรวจระบบและตัดวงจรชั้นล่างไว้ก่อน ขนที่นอนของคุณพ่อ โซฟา และอาหารในตู้เย็นออกไปทิ้ง ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้ ตักโคลนออกจากโรงรถและห้องนั่งเล่น

วันที่สอง ล้างพื้นและผนังด้วยผงซักฟอกและน้ำสะอาด ขัดตู้ครัวและเคาน์เตอร์ ล้างจานชามทั้งหมด จากนั้นผสม CHEMGENE HLD4H ตามอัตราเจือจางบนฉลาก ฉีดพ่นพื้น ผนังส่วนที่ถูกน้ำท่วม เคาน์เตอร์ ราวบันได ลูกบิดประตู และโครงเตียงของคุณพ่อ ทิ้งไว้ตามระยะเวลาสัมผัส แล้วเปิดหน้าต่างและพัดลมให้แห้ง

วันที่สาม เมื่อห้องแห้งสนิท ลูกสาวได้ลงมาเล่นที่ชั้นล่างบนพื้นที่สะอาด ส่วนคุณพ่อได้กลับเข้าห้องเดิมพร้อมที่นอนใหม่ แมวของบ้านเดินไปมาได้ตามปกติ ครอบครัวยังเฝ้าสังเกตอาการของทุกคน และรู้ว่าหากใครมีไข้หรือปวดน่องหลังจากลุยน้ำต้องไปพบแพทย์ทันที นี่คือภาพของการฟื้นฟูที่ทำครบทั้งล้างและฆ่าเชื้อ

เช็กลิสต์สำหรับผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านธนาเพลส ธนาซิตี้ และหมู่บ้านจัดสรรในบางพลี

ระหว่างที่น้ำยังขัง

  • ติดตามประกาศจากนิติบุคคลหมู่บ้านและหน่วยงานท้องถิ่น จำไว้ว่าระยะเวลาคลี่คลายที่มีรายงานเป็นการคาดการณ์ ณ วันที่ข่าวออก
  • หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น ถ้าต้องลุยให้ใส่รองเท้าบูทและล้างตัวด้วยสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ
  • อยู่ห่างจากตู้ไฟ เสาไฟ และสายไฟที่จมน้ำ
  • ดื่มน้ำสะอาดบรรจุขวด หรือน้ำที่ต้มสุกแล้ว อย่าใช้น้ำท่วมล้างภาชนะ
  • เก็บเอกสารสำคัญ ยา และอุปกรณ์จำเป็นไว้ที่สูงและแห้ง

เมื่อน้ำลดและเริ่มเก็บกวาด

  • ให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้าก่อนจ่ายไฟ
  • เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน: รองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก แว่นตา
  • ทิ้งอาหารและยาที่สัมผัสน้ำท่วม
  • ตักโคลน ล้างด้วยผงซักฟอกและน้ำสะอาด
  • ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ล้างแล้วด้วย CHEMGENE HLD4H ตามฉลาก
  • เปิดระบายอากาศให้แห้งเร็วที่สุด เฝ้าระวังเชื้อราในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป
  • ฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมซ้ำตามความเหมาะสม ระหว่างที่ยังมีคนเข้าออกช่วยงาน

เรื่องสุขภาพ

  • สังเกตอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ท้องร่วง หรือแผลบวมแดง
  • หากมีอาการ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งว่าได้ลุยน้ำท่วม
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาให้พอ และติดต่อแพทย์หากยาเสียหายจากน้ำ

ไม่ใช่แค่บ้านแต่ละหลัง: พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านก็ต้องฆ่าเชื้อ

หมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่มีพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนใช้ร่วมกัน เช่น ป้อมยาม สำนักงานนิติบุคคล สนามเด็กเล่น สโมสร ศาลาพักผ่อน และจุดทิ้งขยะ หลังน้ำลด พื้นที่เหล่านี้ควรได้รับการล้างและฆ่าเชื้อเช่นเดียวกับบ้าน เพราะเป็นจุดที่คนจำนวนมากสัมผัสร่วมกัน โดยเฉพาะเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นที่เด็ก ๆ จะกลับมาใช้ก่อนใคร

นิติบุคคลหมู่บ้านสามารถวางแผนเป็นรอบ ๆ ได้ เช่น ล้างโคลนตามถนนภายในและท่อระบายน้ำ ล้างและฆ่าเชื้อเครื่องเล่นพลาสติกและโลหะ ฆ่าเชื้อเคาน์เตอร์และมือจับในสำนักงานนิติบุคคลและป้อมยาม ซึ่งคุณสมบัติไม่กัดกร่อนสเตนเลส อะลูมิเนียม พลาสติก และไฟเบอร์กลาสตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ CHEMGENE HLD4H ช่วยให้ใช้กับอุปกรณ์ส่วนกลางหลากหลายประเภทได้สะดวก

ส่วนเรื่องระบบสูบน้ำและตู้ไฟของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญตามรายงานข่าว เป็นเรื่องที่ต้องให้วิศวกรและช่างผู้เชี่ยวชาญประเมิน การยกระดับตู้ควบคุมให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วม หรือเตรียมระบบสำรอง เป็นประเด็นที่ผู้อยู่อาศัยและนิติบุคคลอาจหยิบมาหารือกันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูฝนครั้งต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. น้ำลดแล้ว ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเลยได้ไหม ไม่ต้องล้างโคลน

ไม่ควร ต้องเอาโคลนออกและล้างพื้นผิวให้สะอาดก่อนเสมอ เพราะโคลนและคราบสกปรกจะกั้นไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวได้เต็มที่ จากนั้นจึงใช้ CHEMGENE HLD4H ตามอัตราเจือจางและระยะเวลาสัมผัสบนฉลาก

2. ใช้ CHEMGENE HLD4H ผสมกับน้ำยาฟอกขาวเพื่อให้แรงขึ้นได้หรือไม่

ไม่ได้ ห้ามผสมน้ำยาฆ่าเชื้อกับสารเคมีชนิดอื่น ให้ใช้ตามฉลากเพียงอย่างเดียว การผสมสารเคมีหลายชนิดอาจเกิดปฏิกิริยาอันตราย

3. ควรเจือจางเท่าไร

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ มีอัตราเจือจางตั้งแต่ 1:30, 1:50, 1:60, 1:100 ถึง 1:200 ให้เลือกตามประเภทงานที่ระบุบนฉลาก หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามทีมงาน World Health Disinfection ได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

4. บ้านมีเด็กเล็กและแมว ใช้ได้หรือไม่

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ระบุว่าปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ระหว่างฉีดพ่นควรให้เด็กและสัตว์เลี้ยงอยู่นอกพื้นที่ และรอให้พื้นผิวแห้งก่อนกลับเข้ามา

5. ฆ่าเชื้อแล้ว ยังต้องกังวลเรื่องเชื้อราอีกหรือไม่

ยังต้องดูแลเรื่องความชื้นควบคู่กันไป เพราะการฆ่าเชื้อช่วยจัดการเชื้อบนพื้นผิว แต่ถ้าผนังหรือไม้ยังชื้นอยู่ เชื้อราอาจกลับมาได้ ควรเปิดระบายอากาศให้แห้ง และวัสดุที่บวมน้ำหนักควรพิจารณาเปลี่ยน

6. หลังลุยน้ำแล้วมีไข้และปวดน่อง ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยได้ไหม

ไม่ได้ น้ำยาฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิว ไม่ใช่การรักษาโรค อาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนู ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

7. น้ำในหมู่บ้านจะลดเมื่อไร

ตามรายงานของ TopNews วันที่ 1 ตุลาคม 2569 คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในราว 5 ถึง 6 วัน แต่สถานการณ์เปลี่ยนได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดจากนิติบุคคลหมู่บ้านและหน่วยงานในพื้นที่

ฟื้นบ้านหลังน้ำท่วมบางพลีให้สะอาดและปลอดเชื้อ เริ่มได้วันนี้

ล้างโคลนให้เสร็จ แล้วปิดงานด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ที่โรงพยาบาลเลือกใช้

สั่งซื้อ CHEMGENE HLD4H คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

หมายเหตุ: ข้อมูลสถานการณ์น้ำอ้างอิงตามรายงานข่าว ณ วันที่ระบุ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน CHEMGENE HLD4H เป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อพื้นผิว ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อระหว่างฟื้นฟูบ้าน ไม่ได้ป้องกันน้ำท่วมและไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์

#Chemgene #น้ำยาฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมบางพลี #น้ำท่วมสมุทรปราการ #ธนาซิตี้ #ChemgeneHLD4H

คำค้นหา: น้ำท่วมบางพลี 2569, น้ำท่วมธนาซิตี้, น้ำท่วมธนาเพลส, น้ำท่วมสมุทรปราการ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์, Chemgene HLD4H, ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด, หมู่บ้านจัดสรรน้ำท่วม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้