พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา 2569: ฟื้นบ้าน วัด ตลาด และโรงเรียนใน 13 อำเภอ ให้พ้นเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสที่มากับน้ำ

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา 2569: ฟื้นบ้าน วัด ตลาด และโรงเรียนใน 13 อำเภอ ให้พ้นเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสที่มากับน้ำ

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา 2569: ฟื้นบ้าน วัด ตลาด และโรงเรียนใน 13 อำเภอ ให้พ้นเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสที่มากับน้ำ

ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 น้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา อีกครั้ง และครั้งนี้กินพื้นที่กว้างถึง 13 อำเภอ ตั้งแต่ เสนา บางบาล ผักไห่ บางไทร ฝั่งตะวันตก ไปจนถึง บางปะอิน วังน้อย อุทัย ภาชี ทางตะวันออก ใครที่เคยผ่านน้ำท่วมอยุธยามาแล้วรู้ดีว่า ความเหนื่อยที่แท้จริงไม่ได้จบตอนน้ำลด แต่เริ่มต้นตอนที่ต้องกลับเข้าไปเปิดประตูบ้าน ศาลาวัด แผงตลาด หรือห้องเรียนที่แช่น้ำมาหลายวัน แล้วเจอทั้งโคลน กลิ่นอับ คราบเชื้อราเป็นจุดดำ และเชื้อโรคที่มองไม่เห็นอีกหลายชนิด บทความนี้สรุปว่าน้ำท่วมอำเภอไหนบ้างตามรายงานของ ปภ. เชื้อโรคชนิดใดที่ควรระวังเป็นพิเศษหลังน้ำลด และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยการพ่นและ ULV ช่วยฟื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนรวมในอยุธยาได้อย่างไร

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: เช้าวันแรกที่น้ำเริ่มลดในบางบาล

(กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ลุงสมนึกเป็นกรรมการวัดเล็ก ๆ ริมน้ำในอำเภอบางบาล ทุกปีที่น้ำมา ชาวบ้านจะช่วยกันยกพระพุทธรูป ตู้พระไตรปิฎก และเครื่องเสียงขึ้นที่สูง ส่วนศาลาการเปรียญซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานบุญ งานศพ และเป็นที่หลบภัยของคนในหมู่บ้าน ก็ต้องปล่อยให้น้ำเข้ามาตามธรรมชาติ ปีนี้น้ำขึ้นเร็วกว่าที่คาด เสื่อ เบาะรองนั่ง ผ้าม่าน และโต๊ะหมู่บูชาบางส่วนจึงยกไม่ทัน

เมื่อน้ำเริ่มลด สิ่งแรกที่ลุงสมนึกสังเกตไม่ใช่โคลนบนพื้น แต่เป็นกลิ่น กลิ่นเหม็นอับคล้ายผ้าเปียกที่ถูกเก็บไว้ในถุงนาน ๆ ปนกลิ่นโคลนและกลิ่นท่อ ผนังปูนด้านล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นตรงยาวทั้งแนว ใต้เส้นนั้นเริ่มมีจุดสีเทาอมเขียวกระจายอยู่ ส่วนเสาไม้ที่แช่น้ำมีผิวลื่นเมื่อเอามือลูบ

ภายในสองสัปดาห์จะมีงานบุญที่ชาวบ้านทั้งตำบลต้องมารวมกัน มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และพระสงฆ์ที่ต้องฉันภัตตาหารในศาลาเดียวกัน คำถามของลุงจึงไม่ใช่แค่ว่า "จะทำความสะอาดยังไง" แต่เป็น "ทำแล้วจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าคนที่มาจะไม่ป่วยกลับไป" เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำในหลายตำบลของอยุธยา ทั้งที่วัด ตลาดสด โรงเรียนประจำตำบล ร้านอาหารริมแม่น้ำ และโฮมสเตย์ที่รอนักท่องเที่ยวกลับมา

พื้นที่น้ำท่วมในพระนครศรีอยุธยา: 13 อำเภอตามรายงานของ ปภ.

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ รวม 44,865 ครัวเรือน และในรายงานวันนั้นระบุว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน จึงควรติดตามประกาศล่าสุดของจังหวัดและ ปภ. ควบคู่กันไป

  • อำเภอเสนา สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอบางบาล สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอผักไห่ สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอบางไทร สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอบางปะอิน สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอพระนครศรีอยุธยา สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอบางปะหัน สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอลาดบัวหลวง สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอนครหลวง สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอวังน้อย สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภออุทัย สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอท่าเรือ สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น
  • อำเภอภาชี สถานะตามรายงาน: น้ำเพิ่มขึ้น

หมายเหตุ: รายงานวันที่ 2 ต.ค. 2569 ระบุแนวโน้มระดับน้ำในภาพรวมของจังหวัดว่าเพิ่มขึ้น ไม่ได้แยกรายอำเภอ สถานการณ์จริงของแต่ละตำบลจึงอาจต่างกัน บางจุดอาจเริ่มทรงตัวหรือลดลงก่อน บางจุดอาจยังสูงขึ้น โปรดตรวจสอบกับที่ว่าการอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลในพื้นที่ของคุณ

อยุธยาเป็นจังหวัดที่แม่น้ำหลายสายมาบรรจบกัน ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ฝั่งตะวันตกอย่างเสนา บางบาล และผักไห่ เป็นพื้นที่ลุ่มที่น้ำมักขังอยู่นาน ส่วนบางไทรและบางปะอินอยู่ริมเจ้าพระยาทางตอนใต้ ขณะที่วังน้อย อุทัย และบางปะอินเป็นที่ตั้งของโรงงานและหอพักคนงานจำนวนมาก ส่วนท่าเรือ นครหลวง และภาชีอยู่ทางตอนเหนือและตะวันออกที่มีทั้งชุมชนริมน้ำและชุมชนเกษตร ลักษณะเช่นนี้ทำให้ความต้องการฆ่าเชื้อหลังน้ำลดในอยุธยาไม่ได้มีแค่บ้านเรือน แต่รวมถึงวัด ตลาด โรงเรียน ร้านค้า โรงงาน และที่พักนักท่องเที่ยวด้วย

น้ำท่วมอยุธยาท่วมนาน ทำไมเชื้อโรคหลายชนิดจึงตามมามากกว่าที่คิด

จุดเด่นของน้ำท่วมในหลายอำเภอของอยุธยาคือ "ท่วมนาน" ไม่ใช่ท่วมแล้วลดภายในวันเดียวเหมือนน้ำรอการระบายในเมือง เมื่อน้ำขังอยู่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ น้ำจะพาเอาสิ่งปนเปื้อนจากทุ่งนา คอกสัตว์ ส้วมซึม บ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ และขยะในชุมชนมาปนกัน แล้วซึมเข้าไปในไม้ ปูน ยิปซัม ผ้า และฟองน้ำของเฟอร์นิเจอร์ ยิ่งแช่นานเท่าไร ความชื้นก็ยิ่งเข้าลึก และเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมจึงไม่ใช่ชนิดเดียว แต่เป็น "เชื้อโรคหลายชนิด" ที่อยู่ร่วมกันบนพื้นผิวเดียวกัน ทั้งแบคทีเรียจากอุจจาระและสิ่งปฏิกูล ไวรัสที่ทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ระยะหนึ่ง และสปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศได้ การเข้าใจว่าแต่ละกลุ่มทำงานอย่างไร ช่วยให้วางแผนฟื้นฟูบ้านและพื้นที่ส่วนรวมได้ถูกจุด

1. แบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล

อีโคไล (E. coli) และแบคทีเรียกลุ่มที่มาจากอุจจาระเป็นตัวบ่งชี้ว่าน้ำมีการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล เมื่อน้ำลดแล้ว คราบโคลนที่ติดตามพื้น ขาโต๊ะ ประตู และภาชนะในครัวอาจยังมีเชื้อเหล่านี้อยู่ หากมือไปสัมผัสแล้วหยิบอาหารเข้าปาก ก็เสี่ยงต่อท้องร่วง ปวดท้อง และอาเจียน ซัลโมเนลลา (Salmonella) เป็นอีกกลุ่มที่พบได้ในสิ่งปฏิกูลและซากสัตว์ และเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ ซึ่งน่ากังวลมากในโรงครัวของวัด ร้านอาหาร และแผงอาหารในตลาดที่ต้องกลับมาเปิดขายเร็วที่สุด

อีกเชื้อที่คนอยุธยาคุ้นชื่อดีคือ เลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เชื้อนี้มากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปะปนในน้ำท่วมและดินโคลนชื้น เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ ใครที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ควรไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเพิ่งลุยน้ำมา การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิวที่ต้องสัมผัสบ่อยหลังทำความสะอาด แต่ไม่สามารถใช้แทนการสวมรองเท้าบูท ถุงมือ และการดูแลแผลได้

2. ไวรัสที่แพร่ในพื้นที่ชุมนุมคน

หลังน้ำลด ผู้คนในอยุธยามักกลับมารวมตัวกันพร้อมกันจำนวนมาก ทั้งงานบุญที่วัด วันเปิดตลาด วันเปิดภาคเรียน และศูนย์พักพิงชั่วคราว นี่คือจังหวะที่ไวรัสหลายชนิดแพร่ได้ง่าย โนโรไวรัส (norovirus) และโรต้าไวรัส (rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะในห้องน้ำรวมและโรงอาหาร ส่วนไวรัสโรคมือ เท้า ปาก และไวรัส RSV เป็นปัญหาของเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล ซึ่งมักต้องกลับมาเปิดทันทีที่น้ำลด และไข้หวัดใหญ่ก็แพร่ง่ายในที่ที่คนอยู่กันแน่นและอากาศอับชื้น

3. เชื้อราและสปอร์ในอากาศ

สิ่งที่คนอยุธยาเจอแทบทุกบ้านหลังน้ำท่วมนานคือเชื้อรา CDC และ WHO แนะนำตรงกันว่าควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ในหลายพื้นที่ของอยุธยา น้ำยังขังอยู่นานกว่านั้นมาก เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตบนผนังปูน ฝ้ายิปซัม วงกบไม้ ตู้ไม้ ที่นอน หมอน และม่าน เมื่อเราเริ่มขัดล้าง สปอร์จะฟุ้งขึ้นในอากาศ ทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือผู้สูงอายุไอ จาม คัดจมูก แน่นหน้าอก หรือมีผื่นคันได้

4. กลิ่นอับชื้นที่บอกว่ายังมีปัญหาซ่อนอยู่

กลิ่นอับเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้น สิ่งอินทรีย์ที่เน่าเปื่อย หรือเชื้อราที่ยังเติบโตอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น เช่น ใต้พื้นไม้ หลังตู้ ในช่องผนัง หรือในฝ้าเพดาน กลิ่นอับไม่ได้อันตรายด้วยตัวมันเองเสมอไป แต่มันบอกว่างานทำความสะอาดยังไม่จบ และการกลบกลิ่นด้วยน้ำหอมไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

ใครเสี่ยงมากที่สุด

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษคือผู้สูงอายุ ซึ่งในหลายตำบลของอยุธยาเป็นผู้ที่อยู่บ้านมากที่สุด เด็กเล็กที่ชอบคลานและหยิบของเข้าปาก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงพระสงฆ์และแม่ครัวที่ต้องอยู่ในศาลาและโรงครัวของวัดเป็นเวลานาน ใครที่มีไข้ ท้องร่วงไม่หยุด หายใจลำบาก หรือมีแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการหายเอง

ผลกระทบหลังน้ำลดในอยุธยา: สุขภาพ เงิน เวลา ชื่อเสียง และครอบครัว

ด้านสุขภาพ คนที่กลับเข้าบ้านเร็วโดยยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ มักเริ่มมีอาการผื่นคัน ระคายเคืองตา ไอเรื้อรัง หรือท้องเสียในสัปดาห์แรก ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าและภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว

ด้านเงิน เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ขึ้นราซ้ำต้องทิ้ง ฝ้าที่ราลามต้องรื้อ สินค้าในร้านที่ปนเปื้อนต้องทำลาย และถ้าคนงานในโรงงานหรือพนักงานร้านป่วยพร้อมกันหลายคน ต้นทุนที่หายไปมักมากกว่าค่าฆ่าเชื้อหลายเท่า

ด้านเวลา หลายครอบครัวในบางบาลหรือผักไห่ต้องทำความสะอาดซ้ำสองสามรอบ เพราะรอบแรกแค่ล้างโคลน แล้วกลิ่นและราก็กลับมา การวางลำดับงานให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดงานซ้ำ

ด้านชื่อเสียง สำหรับร้านอาหารริมน้ำ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ โฮมสเตย์ใกล้เขตเมืองเก่า หรือแผงในตลาดสด ลูกค้าเพียงคนเดียวที่ท้องเสียหลังกินอาหาร หรือแขกที่เดินเข้าห้องแล้วเจอกลิ่นอับ ก็พอที่จะทำให้รีวิวออนไลน์เสียหาย ในช่วงที่ทุกคนต้องการให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวอยุธยา

ด้านครอบครัวและชุมชน วัดและโรงเรียนเป็นศูนย์กลางของชีวิตในตำบล ถ้าพื้นที่เหล่านี้ไม่ปลอดภัย การกลับสู่ชีวิตปกติของทั้งชุมชนก็ช้าลงตาม ลูกหลานที่ทำงานในกรุงเทพฯ ก็กังวลว่าพ่อแม่ที่บ้านจะต้องอยู่กับเชื้อราและกลิ่นอับไปอีกนาน

ทำไมวิธีเดิม ๆ หลังน้ำท่วมจึงยังไม่พอ

ล้างด้วยน้ำเปล่าแล้วจบ น้ำเปล่าช่วยเอาโคลนออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และถ้าน้ำที่ใช้ล้างเป็นน้ำจากแหล่งที่ยังปนเปื้อน ก็อาจเพิ่มเชื้อแทนที่จะลด

ใช้น้ำยาฟอกขาวโดยไม่เจือจางหรือผสมกับน้ำยาอื่น น้ำยาฟอกขาวมีประโยชน์ถ้าใช้ถูกวิธี แต่ถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย อีกทั้งทำลายผ้าและพื้นผิวบางชนิด และเข้าไม่ถึงซอกมุมที่สูงหรือลึก

เปิดพัดลมให้แห้งเอง พัดลมช่วยได้ แต่ในช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้นมาก บ้านไม้และอาคารปูนในอยุธยาอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะแห้งจริง ระหว่างนั้นเชื้อราก็เติบโตต่อ

ฉีดน้ำหอมหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหายชั่วคราว แต่ต้นเหตุยังอยู่ และน้ำหอมบางชนิดยังระคายเคืองทางเดินหายใจของคนที่แพ้ง่าย

ทาสีทับคราบรา เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะในศาลาวัดหรือห้องเรียนที่ต้องเปิดใช้เร็ว สีใหม่ปิดได้แค่สายตา แต่เชื้อราใต้สีจะกลับมาดันสีให้พองและลอก

เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น พื้นที่ส่วนรวมอย่างตลาดหรือโรงอาหารมีพื้นผิวสัมผัสร่วมจำนวนมาก ทั้งราวบันได ลูกบิด เคาน์เตอร์ ตะกร้า ชั้นวาง และโต๊ะ การเช็ดด้วยมือทีละจุดใช้เวลามากและมักพลาดบางจุดไป

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในพระนครศรีอยุธยา โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ตามข้อมูลบริการ ทีมงานใช้ทั้งการพ่นและการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นละอองเล็กมาก กระจายเข้าไปเคลือบพื้นผิวในห้อง ซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังตู้ และพื้นที่กว้างอย่างศาลาหรือโรงอาหารได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบสำคัญคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุเชื้ออย่าง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก และระบุประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อที่ 99.99%

หน้าบริการยังแสดงการรับรองและอ้างอิงจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, Mahidol University, NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพต่อไวรัส และมีกลุ่มลูกค้าทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ULV และการพ่นเข้าถึงพื้นผิวหลังทำความสะอาดได้อย่างไร

หลักคิดง่าย ๆ คือ น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อสัมผัสพื้นผิวที่สะอาดแล้ว ไม่มีโคลนหรือคราบสกปรกหนาปิดอยู่ เพราะดินและสารอินทรีย์จะ "บัง" เชื้อไว้ หลังจากล้างโคลนและเช็ดคราบออกแล้ว การพ่นแบบละเอียดจะช่วยให้น้ำยากระจายไปยังพื้นผิวที่มือเข้าไม่ถึง ส่วน ULV ทำให้ละอองเล็กพอที่จะลอยและตกลงบนพื้นผิวสูง เช่น ขื่อ คาน ฝ้า ชั้นวางสินค้า และซอกหลังเฟอร์นิเจอร์ เมื่อปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่กำหนด จึงช่วยลดปริมาณแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราที่ยังเหลืออยู่หลังการทำความสะอาด

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้าง และทำความสะอาด ไม่ใช่ทางลัดแทนการล้าง และวัสดุที่ผุพังหรือขึ้นราลึกจนแก้ไม่ได้ เช่น ฟูกที่แช่น้ำนาน ฝ้ายิปซัมที่ยุ่ย ควรรื้อทิ้งก่อน ระหว่างพ่น ผู้อยู่อาศัยควรออกจากพื้นที่ และกลับเข้าตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง

ขั้นตอนบริการ

  1. นัดหมาย โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 แจ้งอำเภอ ตำบล ประเภทพื้นที่ (บ้าน วัด ตลาด โรงเรียน ร้านค้า โรงงาน) และขนาดโดยประมาณ
  2. เตรียมพื้นที่ ขนโคลน ล้างทำความสะอาด เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัว ย้ายคนและสัตว์เลี้ยงออก
  3. ช่างเทคนิคพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยการพ่นและ/หรือ ULV ตามลักษณะพื้นที่
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ หรือตามเวลาที่ทีมช่างแจ้งหน้างาน
  5. กลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แล้วเปิดระบายอากาศต่อเนื่อง

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอยุธยา แต่สามารถติดต่อทีมงานเพื่อวางแผนบริการในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาได้ ทั้งเรื่องวันเวลา ระยะทาง และขอบเขตงาน ซึ่งจะยืนยันกันทางโทรศัพท์หรือไลน์ก่อนเสมอ ไม่ได้รับประกันการเดินทางถึงภายในวันเดียวกัน และเนื่องจากระดับน้ำในจังหวัดยังเพิ่มขึ้นตามรายงานล่าสุด การนัดหมายจริงควรเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ของคุณน้ำลดและเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยแล้ว

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับวัด มูลนิธิ โรงเรียน และกิจการที่ต้องใช้เอกสารเบิกจ่าย

พื้นที่ส่วนรวมในอยุธยาที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

บทความอบโอโซนก่อนหน้าของเราเน้นเรื่องบ้านพักอาศัย ครั้งนี้เราอยากชวนมองไปที่พื้นที่ที่คนในตำบลใช้ร่วมกัน เพราะเชื้อโรคหลายชนิดแพร่ได้เร็วที่สุดในจุดที่คนจำนวนมากมาสัมผัสพื้นผิวเดียวกัน

วัดและศาลาการเปรียญ อยุธยามีวัดอยู่ในเกือบทุกตำบล หลายแห่งเป็นศูนย์อพยพหรือจุดแจกของช่วงน้ำท่วม หลังน้ำลด ศาลา กุฏิ โรงครัว และห้องน้ำรวมควรได้รับการล้างและพ่นฆ่าเชื้อก่อนจัดงานบุญหรืองานศพ จุดที่ต้องใส่ใจคือพื้นศาลา ขาโต๊ะหมู่ ราวบันได ห้องน้ำ และโรงครัว ส่วนพระพุทธรูป โบราณวัตถุ และจิตรกรรมฝาผนังควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ก่อน และแจ้งทีมช่างให้เว้นหรือคลุมไว้

ตลาดสดและแผงอาหาร ตลาดในตัวเมืองและตลาดประจำอำเภออย่างเสนา ผักไห่ หรือบางปะหัน เป็นที่ที่อาหารสด ภาชนะ และมือคนสัมผัสกันตลอดวัน ควรล้างแผง ท่อระบายน้ำ และพื้นตลาดให้สะอาด แล้วพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดขาย ช่วยลดความเสี่ยงจากแบคทีเรียกลุ่มอีโคไลและซัลโมเนลลา

โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องเรียนชั้นล่าง ห้องสมุด โรงอาหาร และห้องน้ำ เป็นจุดที่โรคมือ เท้า ปาก RSV และไวรัสท้องร่วงแพร่ได้ง่าย การพ่นฆ่าเชื้อหลังทำความสะอาดใหญ่ ก่อนเด็กกลับมาเรียน ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจขึ้น

ร้านค้า ร้านอาหารริมน้ำ และโฮมสเตย์ ธุรกิจท่องเที่ยวรอบเกาะเมืองและริมแม่น้ำพึ่งพาความประทับใจของแขก ห้องพักที่มีกลิ่นอับหรือรอยราเป็นสิ่งที่แขกจดจำ การพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับการกำจัดกลิ่นช่วยให้กลับมาเปิดได้อย่างมั่นใจ

โรงงาน โกดัง และหอพักคนงาน ในบางปะอิน วังน้อย อุทัย และนครหลวง มีโรงงานและหอพักจำนวนมาก โรงอาหาร ห้องล็อกเกอร์ ห้องน้ำรวม และหอพักที่คนอยู่กันหนาแน่น เป็นจุดที่โรคทางเดินอาหารและไข้หวัดใหญ่แพร่ได้เร็ว การพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดไลน์ผลิตช่วยลดความเสี่ยงที่พนักงานจะป่วยพร้อมกัน

ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล และ อบต. หลังน้ำลด ประชาชนจะมาติดต่อขอรับความช่วยเหลือ ยื่นเอกสาร และรับของบริจาคเป็นจำนวนมาก เคาน์เตอร์ เก้าอี้รอคิว ปากกา และห้องน้ำ ควรได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นระยะ

บ้านเรือนริมน้ำ แน่นอนว่าบ้านยังเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะบ้านไม้ยกใต้ถุนและบ้านปูนชั้นเดียวในบางบาล ผักไห่ เสนา และบางไทร ที่แช่น้ำนาน การพ่นฆ่าเชื้อในห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอนชั้นล่าง หลังล้างและเริ่มแห้งแล้ว ช่วยลดเชื้อที่ค้างอยู่บนพื้นผิวก่อนผู้สูงอายุและเด็กกลับเข้าอยู่

10 เหตุผลที่คนอยุธยาเลือกพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มในรอบเดียว ตามข้อมูลบริการ น้ำยา CHEMGENE HLD4H ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เหมาะกับสภาพหลังน้ำท่วมที่เชื้อหลายชนิดอยู่ร่วมกัน
  2. ละออง ULV เข้าถึงซอกมุมสูงและลึก ทั้งขื่อ คาน ฝ้า ชั้นวาง และหลังตู้ ที่การเช็ดด้วยมือทำได้ยาก
  3. เหมาะกับพื้นที่กว้างอย่างศาลาวัดและตลาด ทีมช่างทำงานได้ต่อเนื่องในพื้นที่ใหญ่ ใช้เวลาน้อยกว่าการเช็ดทีละจุด
  4. รอเพียงประมาณ 30 นาทีก่อนกลับเข้าใช้ ตามข้อมูลบริการ ร้านค้าและโรงเรียนจึงกลับมาเปิดได้เร็ว ดูรายละเอียดบริการ
  5. น้ำยาระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นโรงพยาบาลและสถานศึกษา
  6. มีการรับรองและอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ หน้าบริการแสดงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ Mahidol University NHS England และ EN 14476
  7. ช่วยลดความเสี่ยงก่อนงานบุญและวันเปิดเรียน ช่วงที่คนจำนวนมากกลับมารวมตัวกันในพื้นที่เดียว
  8. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับวัด โรงเรียน หน่วยงาน และกิจการในนิคมอุตสาหกรรม
  9. ใช้ร่วมกับการกำจัดกลิ่นได้ หากกลิ่นอับยังค้าง สามารถปรึกษาเรื่อง บริการอบโอโซน เป็นขั้นตอนเสริม
  10. วางแผนได้ล่วงหน้าทั้งที่น้ำยังไม่ลด ติดต่อปรึกษาไว้ก่อน แล้วนัดวันจริงเมื่อพื้นที่ปลอดภัย จองคิวพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ภาพที่คนอยุธยาคุ้นเคย

ก่อน

  • ศาลาวัดมีกลิ่นอับ คราบน้ำและจุดราบนผนังด้านล่าง
  • แผงตลาดมีโคลนแห้งตามขาโต๊ะและท่อระบายน้ำ
  • ห้องเรียนชั้นล่างมีฝุ่นโคลนบนโต๊ะเก้าอี้และของเล่น
  • ผู้สูงอายุไอ จาม คัดจมูกเมื่อเข้าห้องชั้นล่าง
  • เจ้าของร้านไม่แน่ใจว่าเปิดขายได้หรือยัง

หลัง

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
  • จุดสัมผัสร่วม ราวบันได ห้องน้ำ โรงครัว ได้รับการดูแลครบ
  • มีขั้นตอนชัดเจนให้ผู้ปกครองและชาวบ้านมั่นใจ
  • กลับเข้าใช้พื้นที่ได้หลังเวลารอที่ทีมช่างแจ้ง
  • มีเอกสารและใบกำกับภาษีสำหรับการเบิกจ่าย

กรณีตัวอย่าง: ตลาดเช้าและโรงเรียนประจำตำบลในอำเภอผักไห่

(กรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

คุณแววเป็นแม่ค้าขายกับข้าวในตลาดเช้าของตำบลหนึ่งในอำเภอผักไห่ ส่วนครูเอกสอนอยู่โรงเรียนประถมใกล้ตลาด ทั้งสองเจอปัญหาคล้ายกัน คือพื้นที่ที่ต้องรับคนจำนวนมากแช่น้ำอยู่หลายวัน เมื่อน้ำลด ชาวตลาดช่วยกันฉีดล้างพื้นและแผงจนดูสะอาด แต่ยังมีกลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำและซอกแผงไม้ ขณะที่ห้องเรียนชั้นล่างของโรงเรียนมีรอยราตามผนังและตู้เก็บอุปกรณ์

ทั้งคู่ตัดสินใจทำตามลำดับ เริ่มจากรื้อของที่เสียหายหนักออก ล้างโคลนและขัดคราบ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จากนั้นติดต่อทีมงานทางไลน์ ส่งรูปและขนาดพื้นที่ไปให้ประเมิน เพื่อวางแผนวันนัดหมายเมื่อถนนเข้าถึงได้ ในวันพ่น ทีมช่างใช้การพ่นสำหรับแผงและพื้นตลาด และใช้ ULV ในห้องเรียนและห้องเก็บของ ทุกคนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และรอตามเวลาที่ช่างแจ้งก่อนกลับเข้าไป

คุณแววเล่าว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือความมั่นใจของลูกค้าที่เห็นว่าตลาดมีการฆ่าเชื้อจริงจัง ส่วนครูเอกบอกว่าการมีขั้นตอนชัดเจนช่วยให้ตอบคำถามผู้ปกครองได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองยังต้องดูแลต่อ ทั้งการตากของให้แห้ง การเช็ดจุดสัมผัสทุกวัน และการสังเกตว่ามีรอยราใหม่หรือไม่

เช็กลิสต์ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมอยุธยา ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ช่วงที่น้ำยังสูง (ตามรายงานล่าสุดระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น)

  • ติดตามประกาศของจังหวัด อำเภอ และ ปภ. ทุกวัน และอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • ตัดไฟชั้นล่างก่อนน้ำเข้าบ้าน อย่าเปิดสวิตช์ขณะตัวเปียกหรือยืนในน้ำ
  • ถ่ายรูปความเสียหายเก็บไว้สำหรับการขอรับความช่วยเหลือ
  • บันทึกเบอร์ 065-556-6294 และไลน์ @whd268 เพื่อปรึกษาแผนฆ่าเชื้อล่วงหน้า

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากเมื่อเข้าพื้นที่ ทำแผลให้แห้งและปิดแผลก่อนลุยน้ำหรือโคลน
  • ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้
  • ขนโคลนออก ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ที่ยังใช้ได้
  • ทิ้งของที่ดูดซับน้ำและขึ้นราลึก เช่น ฟูก หมอน พรม และฝ้าที่ยุ่ย
  • เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมช่วยให้แห้ง
  • เก็บอาหาร ยา ภาชนะใส่อาหาร และของเล่นเด็กออกจากพื้นที่ หรือคลุมให้มิดชิด
  • แจ้งทีมช่างหากมีพระพุทธรูป โบราณวัตถุ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องเว้นไว้

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะใส่อาหารและพื้นผิวเตรียมอาหารอีกครั้งด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวันในสัปดาห์แรก ๆ
  • สังเกตรอยราใหม่และกลิ่นอับ หากกลับมาอาจยังมีความชื้นซ่อนอยู่
  • ใครมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา

ถาม: WHD มีสาขาในอยุธยาหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ แต่สามารถติดต่อเพื่อวางแผนบริการในพระนครศรีอยุธยาได้ โดยยืนยันพื้นที่ วันเวลา และการเดินทางทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ไม่ได้รับประกันการเดินทางถึงในวันเดียวกัน

ถาม: น้ำยังไม่ลด ควรติดต่อตอนนี้เลยไหม
ตอบ: ติดต่อปรึกษาไว้ล่วงหน้าได้ แต่การพ่นจริงต้องทำหลังน้ำลด ขนโคลน และล้างทำความสะอาดแล้ว และพื้นที่ต้องเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างบ้านได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นเป็นขั้นตอนหลังการล้าง เพราะโคลนและคราบสกปรกจะบังไม่ให้น้ำยาสัมผัสเชื้อ

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากพื้นที่หรือไม่
ตอบ: ต้องออก ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และควรเก็บอาหาร หลังพ่นรอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ หรือตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง แล้วจึงกลับเข้าใช้

ถาม: พ่นในวัดที่มีพระพุทธรูปและจิตรกรรมเก่าได้หรือไม่
ตอบ: พื้นที่ใช้งานทั่วไปอย่างศาลา โรงครัว และห้องน้ำทำได้ ส่วนโบราณวัตถุและจิตรกรรมควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ก่อน และแจ้งทีมช่างให้เว้นหรือคลุมไว้

ถาม: พ่นแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาอีกเลยใช่ไหม
ตอบ: ไม่มีใครรับประกันได้ หากยังมีความชื้นในผนังหรือใต้พื้น ราอาจกลับมา จึงต้องทำให้แห้ง ซ่อมแหล่งน้ำซึม และรื้อวัสดุที่เสียหายหนักควบคู่ไปด้วย

ถาม: โรงงานในบางปะอินหรือวังน้อยใช้บริการได้หรือไม่ และออกใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: กลุ่มลูกค้าตามข้อมูลบริการรวมถึงสำนักงานและอาคารหลายประเภท ติดต่อเพื่อประเมินพื้นที่ได้ และบริการนี้ออกใบกำกับภาษีได้

น้ำลดเมื่อไร ให้พื้นที่ที่คนอยุธยาใช้ร่วมกันกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง

ปรึกษาบริการพ่นฆ่าเชื้อในอยุธยา

โทร 065-556-6294 · ไลน์ @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้ออยุธยา #น้ำท่วมอยุธยา2569 #พ่นฆ่าเชื้อพระนครศรีอยุธยา #กำจัดเชื้อรา #Chemgene #น้ำท่วมบางบาล

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ อยุธยา, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พระนครศรีอยุธยา, น้ำท่วมอยุธยา 2569, พ่นฆ่าเชื้อ บางบาล, พ่นฆ่าเชื้อ เสนา, ฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อตลาดสด, กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H, บริการพ่นฆ่าเชื้อ ULV

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้