พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กาญจนบุรี 2569: ตลาด วัด โรงเรียน แพพัก และโรงงานริมแม่กลอง แควน้อย แควใหญ่ ใน 13 อำเภอ ก่อนเปิดใช้พื้นที่ส่วนรวมอีกครั้ง

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โควิด-19

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กาญจนบุรี 2569: ตลาด วัด โรงเรียน แพพัก และโรงงานริมแม่กลอง แควน้อย แควใหญ่ ใน 13 อำเภอ ก่อนเปิดใช้พื้นที่ส่วนรวมอีกครั้ง

น้ำท่วม กาญจนบุรี ปี 2569 ไม่ได้กระทบเฉพาะบ้านเรือนริมน้ำ แต่ไหลเข้าไปถึงตลาดสด ศาลาวัด อาคารเรียน แพพัก โฮมสเตย์ ร้านอาหารริมแม่น้ำ และพื้นที่ทำงานของโรงงานในหลายอำเภอ ตามรายงานของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ ตั้งแต่ไทรโยค ทองผาภูมิ สังขละบุรี ลงมาถึงท่าม่วง ท่ามะกา และพนมทวน บทความนี้สรุปว่าอำเภอใดบ้างที่อยู่ในรายชื่อ เชื้อโรคหลายชนิดที่ตามมากับน้ำ โดยเฉพาะเชื้อราที่ขึ้นเร็วในอากาศชื้นริมเขา และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างโคลนแล้ว จึงเป็นขั้นตอนที่พื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรีไม่ควรข้าม ก่อนเปิดให้คนกลับมาใช้งานพร้อมกันอีกครั้ง

ตลาดเช้าริมน้ำในท่าม่วง กับเช้าวันแรกที่แม่ค้ากลับมาเปิดแผง

(เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)

ป้าเยาว์ขายผักและพริกแกงอยู่ในตลาดเช้าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วงมาเกือบยี่สิบปี ตลาดตั้งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ หลังคาเป็นสังกะสี พื้นเป็นปูนขัดที่เก่าจนร่องแตกเต็มไปหมด ในช่วงที่แม่น้ำแม่กลองล้นตลิ่ง น้ำค่อย ๆ ขึ้นมาท่วมลานตลาดจนแม่ค้าต้องยกแผงหนีไปตั้งขายริมถนนชั่วคราวหลายวัน

เมื่อน้ำลด คณะกรรมการตลาดนัดกันมาล้างพื้น ฉีดน้ำแรงดันสูงไล่โคลน เทน้ำยาซักผ้าผสมน้ำยาล้างห้องน้ำลงไปขัด ทุกคนเหนื่อยแต่ก็ดีใจที่ตลาดดูสะอาดอีกครั้ง ทว่าสามวันต่อมา ป้าเยาว์สังเกตว่าขาโต๊ะไม้ใต้แผงมีจุดดำขึ้นเป็นดวง ๆ ผนังห้องเก็บของหลังตลาดเริ่มมีคราบเขียวเทา ห้องน้ำรวมของตลาดยังมีกลิ่นท่อลอยขึ้นมาตอนสาย และลูกค้าประจำบางคนเริ่มถามว่า "ตลาดล้างแล้วแน่นะ"

คำถามสั้น ๆ นั้นทำให้คณะกรรมการตลาดเข้าใจว่า ความสะอาดที่มองเห็นไม่เท่ากับความมั่นใจของลูกค้า ตลาดเป็นที่ที่คนหลายร้อยคนเดินผ่านทุกเช้า จับถุง จับเงิน จับตะกร้าเดียวกัน หากเชื้อโรคจากน้ำท่วมยังค้างอยู่ตามซอกแผง ใต้โต๊ะ และในห้องน้ำรวม ความเสี่ยงก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านใดบ้านหนึ่ง แต่กระจายไปทั้งชุมชน นี่คือเหตุผลที่หลายพื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรีเริ่มมองหาบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการล้างทำความสะอาด

พื้นที่น้ำท่วมในกาญจนบุรี ตามรายงานของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม 2569

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 13 อำเภอ รวม 9,635 ครัวเรือน และตามรายงานข่าว แม่น้ำแม่กลองล้นตลิ่ง ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดของจังหวัดและ ปภ. ประกอบด้วยเสมอ

รายงานที่เราใช้อ้างอิงไม่ได้ระบุแนวโน้มระดับน้ำแยกรายอำเภอ เราจึงไม่ใส่คำว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงให้แต่ละอำเภอเอง เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน สถานะด้านล่างจึงเป็นสถานะตามที่รายงานเท่านั้น

  • อำเภอเมืองกาญจนบุรี: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ สถานะแนวโน้มรายอำเภอไม่ได้ระบุในรายงาน ให้ติดตามประกาศจังหวัด
  • อำเภอไทรโยค: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอทองผาภูมิ: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอสังขละบุรี: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอศรีสวัสดิ์: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอท่าม่วง: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอท่ามะกา: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอพนมทวน: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอบ่อพลอย: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอเลาขวัญ: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอห้วยกระเจา: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอหนองปรือ: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน
  • อำเภอด่านมะขามเตี้ย: อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แนวโน้มไม่ได้ระบุในรายงาน

ภาพรวมระดับประเทศ ตามรายงานของ ปภ. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 มีน้ำท่วมใน 31 จังหวัดกับกรุงเทพมหานคร ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,245,581 ครัวเรือน ประชาชน 3,535,206 คน สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักถึงหนักมากร่วมกับน้ำหลากจากภาคเหนือ กาญจนบุรีจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดภาคตะวันตกที่ต้องฟื้นฟูไปพร้อมกับอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

หมายเหตุ: ตัวเลขครัวเรือนเป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน ไม่ได้แยกว่าแต่ละอำเภอมีกี่ครัวเรือน และไม่ได้บอกว่าอาคารสาธารณะแห่งใดได้รับผลกระทบ หากพื้นที่ของคุณเคยมีน้ำขังหรือน้ำซึมเข้าอาคาร ไม่ว่าจะลึกแค่ไหน ควรถือว่าพื้นผิวที่สัมผัสน้ำปนเปื้อนจนกว่าจะทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว

ทำไมพื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรีจึงต้องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเป็นพิเศษ

กาญจนบุรีเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีภูมิประเทศหลากหลายมาก ฝั่งตะวันตกและตอนเหนืออย่างไทรโยค ทองผาภูมิ สังขละบุรี และศรีสวัสดิ์ เป็นพื้นที่ภูเขาและป่า มีแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ไหลผ่านก่อนมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลองที่ตัวเมือง ส่วนฝั่งตะวันออกและตอนใต้อย่างท่าม่วง ท่ามะกา พนมทวน บ่อพลอย เลาขวัญ ห้วยกระเจา และหนองปรือ เป็นที่ราบที่มีนาข้าว ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ชุมชนตลาด และโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภท

ความหลากหลายนี้ทำให้ "พื้นที่ส่วนรวม" ของกาญจนบุรีมีหลายรูปแบบ และแต่ละแบบเจอปัญหาหลังน้ำท่วมต่างกัน

  • แพพัก รีสอร์ต และโฮมสเตย์ริมแควในไทรโยค ทองผาภูมิ และสังขละบุรี: ห้องพักใช้ไม้และผ้าจำนวนมาก อากาศริมเขาชื้นตลอดปี เชื้อราขึ้นเร็วมากหลังน้ำลด และแขกที่เข้าพักคือคนที่ไม่รู้จักกัน ใช้ห้องน้ำ ห้องอาหาร และระเบียงเดียวกัน
  • ตลาดสดและตลาดนัดในอำเภอเมือง ท่าม่วง ท่ามะกา และพนมทวน: มีเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก และอาหารพร้อมกินอยู่รวมกัน พื้นที่มีร่องระบายน้ำ ซอกแผง และห้องน้ำรวมที่น้ำจากท่อไหลย้อนเข้ามาได้
  • วัดและศาลาการเปรียญ: หลายแห่งถูกใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว ที่แจกถุงยังชีพ หรือที่จัดงานบุญหลังน้ำลด มีผู้สูงอายุมาร่วมงานจำนวนมาก และมีเสื่อ หมอน ผ้าม่าน ที่ซับความชื้นไว้
  • โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก: เด็กเล็กจับทุกอย่างแล้วเอามือเข้าปาก นั่งเล่นบนพื้น และอยู่ใกล้ชิดกันทั้งวัน เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคมือ เท้า ปาก ท้องร่วง และไวรัสทางเดินหายใจ
  • โรงงาน โกดัง และหอพักคนงานในเขตที่ราบ: มีคนทำงานหลายร้อยคนใช้โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องล็อกเกอร์ และรถรับส่งร่วมกัน หากมีคนป่วยหลายคนพร้อมกัน การผลิตอาจสะดุดได้
  • ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล และ อบต.: เป็นจุดที่ประชาชนต้องมาติดต่อเรื่องเงินช่วยเหลือ เอกสาร และการแจ้งความเสียหายหลังน้ำท่วม คนจำนวนมากมารวมกันในช่วงเวลาสั้น ๆ

เมื่อคนหลายกลุ่มกลับมาใช้พื้นที่เดียวกันพร้อมกันหลังน้ำลด เชื้อโรคที่ยังค้างอยู่บนพื้นผิวก็มีโอกาสแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกหลายคน ความรับผิดชอบของเจ้าของพื้นที่ส่วนรวมจึงมากกว่าบ้านเดี่ยว และการฆ่าเชื้อแบบเป็นระบบจึงมีความหมายมากกว่าการล้างให้ดูสะอาด

เชื้อโรคหลายชนิดหลังน้ำท่วมกาญจนบุรี ที่พ่นฆ่าเชื้อช่วยจัดการได้

น้ำที่ท่วมในกาญจนบุรีไม่ได้มีแค่น้ำจากแม่น้ำ แต่ผสมกับโคลน น้ำจากบ่อเกรอะ ส้วม คอกสัตว์ ปุ๋ย ขยะ และน้ำจากท่อระบายน้ำ องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แนะนำตรงกันว่า สิ่งของและพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรถือว่าปนเปื้อน ต้องล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนกลับมาใช้ เชื้อโรคที่ควรรู้จักแบ่งได้เป็นสามกลุ่มใหญ่ คือ แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา

กลุ่มที่ 1 แบคทีเรีย: อีโคไล ซัลโมเนลลา และความเสี่ยงเลปโตสไปรา

อีโคไล (E. coli) และแบคทีเรียจากอุจจาระ มาจากบ่อเกรอะและส้วมที่น้ำท่วมถึง ในชนบทของกาญจนบุรี บ้านจำนวนมากยังใช้บ่อเกรอะแบบดั้งเดิม เมื่อน้ำท่วม สิ่งปฏิกูลจึงกระจายไปกับน้ำได้ง่าย แบคทีเรียเหล่านี้ติดอยู่ตามพื้นตลาด แผงขายของ ใต้ซิงก์ล้างจาน และพื้นห้องน้ำรวม ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน

ซัลโมเนลลา (Salmonella) เกี่ยวข้องกับอาหารเป็นพิษ เป็นปัญหาสำคัญของร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงอาหารโรงงาน และครัวของโรงเรียน เพราะเชื้ออาจติดอยู่บนเขียง ถาด ลังไข่ และตู้แช่ที่น้ำเข้าถึง หากพื้นที่เตรียมอาหารไม่ได้ฆ่าเชื้อ เชื้อก็เดินทางจากพื้นผิวไปสู่อาหารและผู้บริโภคได้

เลปโตสไปรา (Leptospira) หรือโรคฉี่หนู เป็นความเสี่ยงที่คนกาญจนบุรีคุ้นเคย โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวและไร่ในอำเภอที่ราบ เชื้อมาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด อยู่ในน้ำขังและดินชื้น เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุตาและปาก ในอาคาร หนูที่หนีน้ำมักขึ้นไปอยู่บนชั้นวางของในตลาด โกดังข้าวสาร และห้องเก็บของของวัด ใครที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดน่องมาก ต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งว่าเคยลุยน้ำ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิวในอาคาร แต่ไม่ได้ใช้แทนการรักษาของแพทย์

กลุ่มที่ 2 ไวรัส: โนโรไวรัส โรตาไวรัส มือ เท้า ปาก RSV และไข้หวัดใหญ่

โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียนอย่างรุนแรง แพร่ได้ง่ายจากมือสู่ปากและติดอยู่บนพื้นผิวได้นาน ราวบันไดแพ ลูกบิดประตูห้องน้ำ โต๊ะในโรงอาหาร และปุ่มกดน้ำดื่ม คือจุดที่ไวรัสกลุ่มนี้ส่งต่อได้ดีที่สุด

ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในอำเภอที่น้ำท่วมจึงต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อกลับมาเปิด ของเล่น เบาะนอน และพื้นห้องเรียนที่เด็กนั่ง คือพื้นผิวที่ควรฆ่าเชื้อก่อนรับเด็กกลับ

RSV และไข้หวัดใหญ่ (influenza) เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ได้มากในฤดูฝน หลังน้ำท่วม คนมักอยู่รวมกันในศาลาวัด ศูนย์พักพิง และห้องเรียนที่ปิดหน้าต่างเพราะฝนตก ร่างกายที่อ่อนเพลียจากการขนของและนอนไม่พอทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น เด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่อาการอาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป

กลุ่มที่ 3 เชื้อราและสปอร์ ปัญหาใหญ่ของบ้านไม้และแพริมเขา

เชื้อรา คือปัญหาที่คนกาญจนบุรีเห็นชัดที่สุดหลังน้ำลด โดยเฉพาะในอำเภอที่เป็นภูเขาและป่าอย่างไทรโยค ทองผาภูมิ และสังขละบุรี ซึ่งอากาศชื้นและมีหมอกในตอนเช้า WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง ไม้ ผ้าม่าน ฟูก และฝ้าเพดานยิปซัมที่อมน้ำแห้งช้ากว่านั้นมาก สปอร์ของเชื้อราลอยในอากาศ ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา ไอ และทำให้ผู้ป่วยหอบหืดอาการกำเริบ

กลิ่นอับ เป็นสัญญาณเตือนว่ายังมีความชื้น เชื้อรา หรือแบคทีเรียค้างอยู่ สำหรับแพพักและโฮมสเตย์ กลิ่นอับคือสิ่งที่แขกจำได้และเขียนลงในรีวิว สำหรับตลาดและโรงอาหาร กลิ่นท่อและกลิ่นอับทำให้ลูกค้าไม่อยากเข้า การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อที่ทำให้เกิดกลิ่นบนพื้นผิว และหากต้องการจัดการกลิ่นในอากาศของห้องปิด สามารถใช้ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ เป็นบริการเสริมได้

ใครเสี่ยงที่สุด

กลุ่มที่ควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ คือ ผู้สูงอายุที่มาวัดเป็นประจำ เด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ไต หัวใจ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ รวมทั้งผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืดที่ไวต่อสปอร์เชื้อรา พื้นที่ส่วนรวมที่คนกลุ่มนี้ใช้บ่อย ควรได้รับการฆ่าเชื้อก่อนพื้นที่อื่น

ผลกระทบที่ตามมา หากพื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรีข้ามการฆ่าเชื้อ

ด้านสุขภาพ: คนในชุมชนอาจป่วยท้องร่วง เป็นไข้ หรือมีอาการภูมิแพ้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เมื่อคนป่วยในตลาดหรือโรงเรียน เชื้ออาจแพร่ต่อไปถึงคนในบ้านที่ไม่ได้ลุยน้ำเลย

ด้านรายได้: แพพักและรีสอร์ตในไทรโยคหรือทองผาภูมิพึ่งพานักท่องเที่ยว หากรีวิวออนไลน์พูดถึงกลิ่นอับหรือราดำบนผนังห้อง การจองอาจลดลงไปอีกนาน ร้านค้าในตลาดก็เช่นกัน ลูกค้าที่ไม่มั่นใจจะหันไปซื้อที่อื่นทันที

ด้านเวลา: หากทำความสะอาดไม่ครบรอบ เชื้อราที่ขึ้นใหม่จะทำให้ต้องรื้อ ขัด และทาสีซ้ำ เสียเวลาสองต่อ สำหรับโรงงาน การหยุดสายการผลิตเพราะคนงานป่วยพร้อมกันหลายคนคือความเสียหายที่คิดเป็นเงินได้ชัดเจน

ด้านความเชื่อมั่น: โรงเรียนที่ผู้ปกครองไม่มั่นใจอาจถูกขอให้เลื่อนการเปิดเรียน วัดที่จัดงานบุญหลังน้ำลดก็อยากให้ผู้สูงอายุที่มาร่วมงานปลอดภัย ความเชื่อมั่นของชุมชนจึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องรักษา

ด้านครอบครัว: พ่อแม่ที่ต้องลางานเพื่อดูแลลูกที่ป่วย หรือลูกหลานที่ต้องพาปู่ย่าไปโรงพยาบาลซ้ำหลายรอบ คือต้นทุนที่มองไม่เห็นแต่หนักที่สุดสำหรับหลายครอบครัว

ทำไมวิธีที่ใช้กันทั่วไปหลังน้ำลด ยังไม่พอสำหรับตลาด วัด และแพพักในกาญจนบุรี

ฉีดน้ำอย่างเดียว: การฉีดน้ำแรงดันสูงช่วยไล่โคลนได้ดี แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และบางครั้งยังทำให้ละอองน้ำที่มีเชื้อกระจายไปติดผนังและเพดานสูงกว่าเดิม

ราดน้ำยาฟอกขาวแบบไม่ได้ผสมตามสัดส่วน: หลายคนเทน้ำยาฟอกขาวลงพื้นโดยไม่ได้วัดสัดส่วน ผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำจนเกิดไอระคายเคือง หรือใช้บนพื้นที่ยังมีโคลนเคลือบอยู่ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพลดลงมาก และมักใช้แค่บนพื้น ไม่ได้ถึงขาโต๊ะ ผนังส่วนล่าง หรือซอกแผง

เปิดพัดลมและรอให้แห้งเอง: ในอากาศชื้นของกาญจนบุรีช่วงปลายฝน การรอให้แห้งเองอาจใช้เวลานานหลายวัน ซึ่งนานพอให้เชื้อราเริ่มขึ้น

ทาสีทับคราบรา: เป็นวิธีที่ทำให้ดูใหม่เร็วที่สุด แต่เชื้อราที่อยู่ใต้สีจะกลับมาเป็นจุดดำและสีจะร่อนในไม่ช้า

สเปรย์ปรับอากาศและธูปหอม: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำอะไรกับต้นเหตุของกลิ่น

เช็ดเฉพาะจุดที่มองเห็น: พื้นที่ส่วนรวมมีจุดสัมผัสร่วมหลายร้อยจุด เช่น ราวบันได ลูกบิด ปุ่มกด ขอบโต๊ะ เก้าอี้พลาสติก การเช็ดทีละจุดด้วยมือในพื้นที่ใหญ่ ๆ อย่างศาลาวัดหรือโรงอาหารโรงงาน มักตกหล่นหลายจุดโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ขาดไปในวิธีเหล่านี้คือ การใช้สารฆ่าเชื้อที่มีข้อมูลรองรับ ในปริมาณและวิธีที่ทั่วถึงทุกพื้นผิว ซึ่งเป็นเหตุผลที่การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ามาช่วยปิดช่องว่างนี้

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับพื้นที่น้ำท่วมกาญจนบุรี ทำงานอย่างไร

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นการทำให้น้ำยาเป็นละอองขนาดเล็กมาก ลอยตัวและกระจายไปเกาะบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้ทั่วถึง รวมถึงซอกมุมที่มือเช็ดไปไม่ถึง เช่น ใต้แผงตลาด ซอกขาโต๊ะ หลังตู้ ผนังส่วนล่าง และมุมห้องน้ำรวม

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุเชื้อ เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ทำไมต้องพ่นหลังล้าง ไม่ใช่ก่อนล้าง

สารฆ่าเชื้อทุกชนิดทำงานได้ดีที่สุดเมื่อสัมผัสพื้นผิวโดยตรง หากพื้นยังมีโคลนหรือคราบไขมันเคลือบอยู่ น้ำยาจะไปเกาะที่โคลนแทน เชื้อที่อยู่ข้างใต้ก็รอด ดังนั้นลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลนออก ล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก เช็ดให้แห้งเท่าที่ทำได้ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ละอองฝอยแบบ ULV จะกระจายไปเกาะพื้นผิวที่สะอาดแล้ว ทั้งพื้น ผนังส่วนล่าง เฟอร์นิเจอร์ และจุดสัมผัสร่วม เพื่อให้น้ำยาได้ทำงานกับเชื้อโดยตรง

ขั้นตอนบริการ

  1. นัดหมาย: ติดต่อทีม WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งอำเภอ ประเภทพื้นที่ (ตลาด วัด โรงเรียน แพพัก โรงงาน สำนักงาน บ้าน) ขนาดพื้นที่ และระดับน้ำที่เคยท่วม พร้อมส่งรูปถ่าย
  2. เตรียมพื้นที่: ขนโคลนและขยะออก ล้างทำความสะอาด เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัว ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ที่จะพ่น
  3. ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อ: ช่างสวมอุปกรณ์ป้องกัน พ่นและพ่นละอองฝอย ULV ไล่ไปทีละโซน
  4. รอประมาณ 30 นาที: ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นให้รอประมาณ 30 นาที และปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ทีมช่างแจ้ง
  5. กลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ: เปิดระบายอากาศ แล้วกลับมาใช้งาน

เรื่องการเดินทางมาให้บริการในกาญจนบุรี

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร และไม่มีสาขาในจังหวัดกาญจนบุรี การให้บริการในแต่ละอำเภอ ตั้งแต่ตัวเมือง ท่าม่วง ท่ามะกา ไปจนถึงไทรโยค ทองผาภูมิ หรือสังขละบุรี จะวางแผนร่วมกันทางโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะยืนยันวันเวลาและการเดินทางเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกันได้ แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงที่เริ่มล้างทำความสะอาด เพื่อให้คิวพ่นตรงกับวันที่พื้นที่พร้อม

ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย

ระหว่างพ่น ผู้คนควรออกจากพื้นที่ที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ทีมช่างแจ้งเท่านั้น การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด ไม่ได้แทนการซ่อมแซมโครงสร้าง การเปลี่ยนวัสดุที่อมน้ำจนเสียหาย หรือการรักษาพยาบาล ผู้ที่มีอาการป่วยควรไปพบแพทย์

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ พร้อมออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะสำหรับตลาด วัด โรงเรียน โรงงาน และหน่วยงานที่ต้องใช้เอกสารเบิกจ่าย

10 เหตุผลที่ตลาด วัด โรงเรียน และแพพักในกาญจนบุรีเลือกพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มในรอบเดียว ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ไม่ต้องเลือกน้ำยาหลายชนิดเอง
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกแผงและใต้โต๊ะ ที่การเช็ดด้วยมือมักพลาด เหมาะกับตลาดในท่าม่วงและท่ามะกาที่มีแผงเรียงกันแน่น
  3. ใช้ น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุการรับรองและมาตรฐานไว้ชัดเจน
  4. ลดความเสี่ยงเชื้อราในแพพักและโฮมสเตย์ริมแคว ซึ่งอากาศชื้นทำให้ราขึ้นเร็วกว่าในเมือง
  5. ช่วยให้โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กเปิดรับเด็กได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะเรื่องไวรัสมือ เท้า ปาก และ RSV
  6. วัดใช้จัดงานบุญหลังน้ำลดได้สบายใจขึ้น เมื่อศาลาและห้องน้ำรวมผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  7. รอเพียงประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ แล้วกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ไม่ต้องปิดพื้นที่นานหลายวัน
  8. ลดโอกาสที่คนงานป่วยพร้อมกัน ในโรงอาหารและหอพักคนงานของโรงงานในเขตที่ราบ
  9. มีใบกำกับภาษี สำหรับหน่วยงานและธุรกิจที่ต้องใช้เอกสาร และได้ขวดสเปรย์ CHEMGENE กับทิชชูเปียก WELLGIENIC ไว้ใช้ต่อ
  10. ทีมที่ทำงานกับโรงพยาบาล โรงเรียน ห้าง และสนามบิน ตามรายชื่อลูกค้าบนหน้าบริการ จึงคุ้นเคยกับพื้นที่ที่คนใช้ร่วมกันจำนวนมาก ดูรายละเอียดเพิ่มที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อ ภาพที่พื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรีมักเห็น

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ขาโต๊ะไม้และผนังห้องเก็บของเริ่มมีจุดดำของเชื้อรา
  • ห้องน้ำรวมของตลาดหรือวัดยังมีกลิ่นท่อ
  • ห้องพักบนแพมีกลิ่นอับ ผ้าปูที่นอนชื้น
  • ผู้ปกครองลังเลที่จะส่งลูกกลับโรงเรียน
  • คนงานถามว่าโรงอาหารปลอดภัยหรือยัง

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึงทุกซอก
  • ลดเชื้อที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นบนพื้นผิว
  • ห้องพักพร้อมรับแขกพร้อมความมั่นใจมากขึ้น
  • โรงเรียนแจ้งผู้ปกครองได้ว่าฆ่าเชื้อแล้ว
  • กลับมาใช้พื้นที่ได้หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อนพ่น วัสดุที่อมน้ำจนผุหรือมีเชื้อราลึกเข้าไปในเนื้อ เช่น ฟูกหรือฝ้ายิปซัม อาจต้องเปลี่ยนใหม่

กรณีตัวอย่าง: โรงเรียนประถมกับศาลาวัดข้างเคียงในอำเภอท่ามะกา

(กรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่รีวิวที่ยืนยันตัวตน)

ครูสมใจเป็นครูประจำชั้นอนุบาลในโรงเรียนประถมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในอำเภอท่ามะกา ซึ่งตั้งอยู่ติดกับวัดประจำหมู่บ้าน ช่วงที่น้ำท่วม ชั้นล่างของอาคารเรียนมีน้ำขังหลายวัน ส่วนศาลาการเปรียญของวัดถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวของชาวบ้านที่บ้านจมน้ำ

เมื่อน้ำลด ครู ภารโรง และผู้ปกครองช่วยกันขนโคลน ล้างพื้น และย้ายโต๊ะเก้าอี้ออกตากแดด ส่วนทางวัดก็เก็บเสื่อ หมอน และผ้าห่มที่ชาวบ้านใช้ไปซัก แต่ครูสมใจยังกังวลเรื่องเด็กอนุบาลที่นั่งเล่นบนพื้นและหยิบของเล่นเข้าปาก ขณะที่เจ้าอาวาสก็อยากจัดงานทำบุญให้ชาวบ้านหลังน้ำลด ซึ่งจะมีผู้สูงอายุมาร่วมจำนวนมาก

โรงเรียนและวัดจึงตกลงกันติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อในวันเดียวกัน ทีมงานขอรูปถ่ายและขนาดพื้นที่ทาง LINE แล้วนัดวันเข้าพื้นที่หลังทุกจุดล้างเสร็จ วันนั้นนักเรียนยังไม่กลับมาเรียน ช่างพ่นห้องเรียนชั้นล่าง ห้องน้ำนักเรียน โรงอาหาร และศาลาการเปรียญ รวมถึงห้องน้ำรวมของวัด ทุกคนออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง

ครูสมใจส่งข้อความในกลุ่มผู้ปกครองว่าห้องเรียนผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว พร้อมแนบรูปขั้นตอนการทำงาน ผู้ปกครองหลายคนตอบกลับว่าสบายใจขึ้น ส่วนงานบุญของวัดก็จัดได้ตามกำหนด สิ่งที่ทั้งสองแห่งได้ ไม่ได้มีแค่พื้นผิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อ แต่คือความมั่นใจของคนทั้งหมู่บ้านที่กลับมาใช้พื้นที่ส่วนรวมร่วมกันอีกครั้ง

เช็กลิสต์ฟื้นฟูพื้นที่ส่วนรวมในกาญจนบุรี ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตัดไฟในโซนที่น้ำเคยท่วม และให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างขนโคลน ระวังบาดแผลที่เท้าและมือ
  • ขนโคลน ขยะ และวัสดุที่อมน้ำจนเสียหายออก เช่น ฟูก เสื่อ กล่องกระดาษ ฝ้ายิปซัมที่บวม
  • ล้างพื้น ผนังส่วนล่าง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วเช็ดหรือเปิดระบายอากาศให้แห้งเท่าที่ทำได้
  • ทิ้งอาหารและวัตถุดิบทุกอย่างที่สัมผัสน้ำท่วม ไม่ว่าจะดูปกติแค่ไหน
  • เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร ของใช้ส่วนตัว และพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ออกจากพื้นที่ หรือแจ้งทีมช่างล่วงหน้า
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้ใช้แจ้งหน่วยงานหรือบริษัทประกัน
  • ติดต่อนัดหมายทีมพ่นฆ่าเชื้อ แจ้งอำเภอและประเภทพื้นที่

วันพ่นและหลังพ่น

  • ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากโซนที่พ่น
  • รอตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง (ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที) แล้วเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะใส่อาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ทุกครั้ง
  • ใช้ขวดสเปรย์ CHEMGENE ที่ได้รับ ฉีดจุดสัมผัสร่วมเป็นประจำในช่วงสัปดาห์แรกที่คนกลับมาใช้พื้นที่
  • เฝ้าระวังความชื้น หากพบจุดราขึ้นใหม่ ให้ตรวจหาจุดรั่วซึมหรือจุดที่ยังไม่แห้ง
  • หากต้องการจัดการกลิ่นอับในห้องปิด เช่น ห้องพักบนแพหรือห้องเก็บของ พิจารณาบริการอบโอโซนเป็นขั้นเสริม
  • ผู้ที่มีไข้ ท้องร่วง หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กาญจนบุรี

WHD มีสาขาในกาญจนบุรีหรือไม่

ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในกาญจนบุรีทุกอำเภอจะวางแผนร่วมกันทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันวันและการเดินทางเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน

พ่นได้เลยตอนที่ยังมีโคลนอยู่ไหม

ไม่ควร ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อน เพราะโคลนจะบังไม่ให้น้ำยาสัมผัสเชื้อบนพื้นผิวโดยตรง

ระหว่างพ่นต้องออกจากพื้นที่หรือไม่

ต้องออก ผู้คนควรออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ทีมช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาที

พ่นในศาลาวัดหรือห้องพระได้หรือไม่

ได้ แต่ควรแจ้งทีมช่างล่วงหน้าว่ามีพระพุทธรูป ตู้พระธรรม หรือวัตถุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อวางแผนการพ่นและการป้องกันวัตถุเหล่านั้น

แพพักหรือรีสอร์ตริมแควควรพ่นเมื่อไร

หลังจากขนโคลน ล้าง และเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือฟูกที่เสียหายแล้ว ควรพ่นก่อนเปิดรับแขกกลุ่มแรก และหากห้องยังมีกลิ่นอับในอากาศ อาจพิจารณาอบโอโซนเสริม

การพ่นฆ่าเชื้อป้องกันโรคฉี่หนูได้ทั้งหมดหรือไม่

ไม่ได้ทั้งหมด การพ่นช่วยลดความเสี่ยงบนพื้นผิวในอาคาร แต่การติดเชื้อมักเกิดจากการลุยน้ำหรือดินโคลนนอกอาคาร ควรสวมรองเท้าบูท ปิดแผล และไปพบแพทย์หากมีไข้และปวดน่อง

ขอใบกำกับภาษีได้ไหม

ได้ ตามข้อมูลบริการสามารถออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะสำหรับโรงเรียน โรงงาน และหน่วยงานในพื้นที่

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กาญจนบุรี ก่อนเปิดตลาด วัด โรงเรียน และแพพักอีกครั้ง

แจ้งอำเภอ ประเภทพื้นที่ ขนาด และรูปถ่าย ทีมงานจะช่วยวางแผนวันเข้าพื้นที่ที่เหมาะสม

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ และนัดหมาย

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อกาญจนบุรี #น้ำท่วมกาญจนบุรี2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #กำจัดเชื้อรา #แม่น้ำแม่กลอง #น้ำท่วมไทรโยค

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ กาญจนบุรี, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กาญจนบุรี, น้ำท่วมกาญจนบุรี 2569, พ่นฆ่าเชื้อ ท่าม่วง, พ่นฆ่าเชื้อ ไทรโยค, ฆ่าเชื้อตลาดหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน, กำจัดเชื้อราแพพัก, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้