พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท 2569: ศาลาวัด โรงเรียน โรงสีข้าว ตลาดสด และบ้านเรือนใน 7 อำเภอ ตั้งแต่เมืองชัยนาทถึงหนองมะโมง

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท 2569: ศาลาวัด โรงเรียน โรงสีข้าว ตลาดสด และบ้านเรือนใน 7 อำเภอ ตั้งแต่เมืองชัยนาทถึงหนองมะโมง

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท 2569: ศาลาวัด โรงเรียน โรงสีข้าว ตลาดสด และบ้านเรือนใน 7 อำเภอ ตั้งแต่เมืองชัยนาทถึงหนองมะโมง

น้ำท่วม ชัยนาท ปี 2569 ไม่ได้อยู่แค่ในบ้านคนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามรายงานของ ปภ. (2 ต.ค. 2569) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบถึง 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยา หันคา หนองมะโมง และสรรคบุรี รวม 1,581 ครัวเรือน และระดับน้ำในภาพรวมยังเพิ่มขึ้น เมื่อน้ำลดลงเมื่อไร สิ่งที่ทุกชุมชนต้องเปิดใช้งานก่อนบ้านตัวเองเสียอีกคือ ศาลาวัด โรงเรียน ตลาดสด โรงสีข้าว และที่ว่าการอำเภอ บทความนี้อธิบายว่าเชื้อโรคหลายชนิดและเชื้อราที่มากับน้ำท่วมเกาะอยู่ตรงไหน ทำไมการล้างอย่างเดียวยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน สำหรับทั้งบ้านและสถานที่ส่วนรวมในจังหวัดชัยนาท

ศาลาวัดริมเจ้าพระยาในอำเภอวัดสิงห์ กับเช้าวันแรกหลังน้ำลด

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่าง)

พระครูรูปหนึ่งในอำเภอวัดสิงห์เดินลงจากกุฏิไม้ยกพื้นในเช้าวันที่น้ำเริ่มถอย ศาลาการเปรียญที่เคยใช้ทำบุญทุกวันพระ และใช้เป็นที่รวมของถุงยังชีพในช่วงน้ำขึ้น ตอนนี้มีคราบโคลนสีน้ำตาลเป็นเส้นตรงอยู่บนเสาทุกต้น สูงประมาณเข่า พื้นหินขัดลื่นเพราะตะกอนบาง ๆ ที่ยังไม่แห้ง เสื่อที่ม้วนเก็บไว้มุมศาลาเปียกจนส่งกลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นท่อ ชาวบ้านสามสี่คนที่มาช่วยกันตักโคลนบอกว่าอีกไม่กี่วันจะต้องใช้ศาลานี้เลี้ยงข้าวชาวบ้านที่บ้านยังเข้าอยู่ไม่ได้ และโรงเรียนประถมข้างวัดก็กำลังจะเปิดเรียนอีกครั้ง

ภาพแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่ที่วัดสิงห์ ในชัยนาท วัดคือศูนย์กลางของชุมชน เป็นทั้งที่พักพิง ครัวกลาง จุดแจกของ และบางแห่งเป็นที่ตั้งโรงเรียน เมื่อน้ำท่วมสถานที่แบบนี้ ความเสี่ยงไม่ได้ตกอยู่กับคนคนเดียว แต่กระจายไปถึงทุกคนที่เดินเข้ามา เด็กนักเรียนที่นั่งกับพื้น ผู้สูงอายุที่มาฟังเทศน์ แม่ครัวที่ทำอาหารแจก และพระสงฆ์ที่ต้องอยู่ในพื้นที่ตลอด การล้างโคลนออกเป็นงานแรกที่ทุกคนรู้ว่าต้องทำ แต่สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา คือ เชื้อโรคและสปอร์เชื้อราที่ยังติดอยู่บนเสา พื้น ขาโต๊ะ ประตูห้องน้ำ และผนังปูนที่อมน้ำ นั่นคือจุดที่การพ่นฆ่าเชื้อเข้ามามีบทบาท

พื้นที่น้ำท่วมในชัยนาท ตามรายงานของ ปภ. (2 ต.ค. 2569)

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดชัยนาทมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ รวม 1,581 ครัวเรือน และสถานการณ์ในภาพรวมของจังหวัดคือ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดของจังหวัดและ ปภ. ประกอบเสมอ รายชื่ออำเภอมีดังนี้

อำเภอสถานะ (ภาพรวมจังหวัด ปภ. 2 ต.ค.)สถานที่ส่วนรวมที่ควรวางแผนพ่นฆ่าเชื้อ
อำเภอเมืองชัยนาทน้ำเพิ่มขึ้นตลาดสดในเมือง ร้านอาหาร สำนักงานราชการ โรงเรียน
อำเภอมโนรมย์น้ำเพิ่มขึ้นบ้านริมน้ำ วัด ศาลาประชาคม ร้านค้าชุมชน
อำเภอวัดสิงห์น้ำเพิ่มขึ้นศาลาวัด กุฏิ โรงเรียนประถม บ้านไม้ใต้ถุนสูง
อำเภอสรรพยาน้ำเพิ่มขึ้นบ้านเรือนริมแม่น้ำ ร้านอาหาร ตลาด ศูนย์พักพิง
อำเภอหันคาน้ำเพิ่มขึ้นโรงสีข้าว ยุ้งฉาง โรงเรียน ร้านวัสดุการเกษตร
อำเภอหนองมะโมงน้ำเพิ่มขึ้นบ้านเกษตรกร ศาลาหมู่บ้าน โรงเรียนขนาดเล็ก
อำเภอสรรคบุรีน้ำเพิ่มขึ้นตลาดชุมชน วัด ที่ว่าการอำเภอ บ้านแถวไม้

หมายเหตุ: ปภ. รายงานสถานะ "ระดับน้ำเพิ่มขึ้น" เป็นภาพรวมของจังหวัด ไม่ได้แยกรายอำเภอ บางตำบลอาจเริ่มลดลงก่อนหรือช้ากว่านี้ คอลัมน์สุดท้ายเป็นตัวอย่างประเภทสถานที่ที่พบได้ทั่วไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่รายชื่อสถานที่ที่ถูกน้ำท่วมจริง

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกเราคือ ชัยนาทไม่ได้มีน้ำท่วมจุดเดียว แต่กระจายตั้งแต่อำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น อำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ และสรรพยา ไปจนถึงอำเภอที่เป็นพื้นที่นาข้าวและที่ดอนสลับที่ลุ่มอย่างหันคาและหนองมะโมง รวมถึงสรรคบุรีที่เป็นชุมชนเก่าแก่ ลักษณะที่ต่างกันนี้ทำให้ประเภทของสถานที่ที่ได้รับผลกระทบต่างกันไปด้วย และเป็นเหตุผลที่การวางแผนพ่นฆ่าเชื้อควรเริ่มคิดตั้งแต่ตอนนี้ ในขณะที่น้ำยังไม่ลด

ทำไมสถานที่ส่วนรวมในชัยนาทต้องพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดใช้

ชัยนาทเป็นจังหวัดเกษตรกรรมที่ชีวิตของคนผูกอยู่กับนาข้าว แม่น้ำ และวัด เมื่อเกิดน้ำท่วม คนในชุมชนไม่ได้อยู่แต่ในบ้าน แต่ไปรวมตัวกันในที่ที่ปลอดภัยกว่า เช่น ศาลาวัดบนที่ดอน อาคารโรงเรียนสองชั้น หรือศาลาประชาคมของหมู่บ้าน สถานที่เหล่านี้มีคนเข้าออกหลายสิบถึงหลายร้อยคนต่อวัน มีการทำอาหารร่วมกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน นอนบนเสื่อผืนเดียวกัน ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เชื้อโรคแพร่ได้ง่ายกว่าในบ้านหลังเดียว

เมื่อน้ำลด สถานที่ส่วนรวมคือที่ที่ต้องกลับมาใช้งานเร็วที่สุด โรงเรียนต้องเปิดเรียน ตลาดต้องกลับมาขายของ เพราะทั้งคนขายและคนซื้อต้องมีรายได้และต้องกินต้องใช้ โรงสีต้องเตรียมรับข้าวเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ที่ว่าการอำเภอต้องเปิดรับเรื่องขอความช่วยเหลือ เวลาที่มีจำกัดทำให้หลายแห่งล้างแค่พอให้ดูสะอาดแล้วรีบเปิด ซึ่งเป็นช่วงที่ความเสี่ยงสูงที่สุด เพราะพื้นผิวที่ดูสะอาดอาจยังมีเชื้อโรคอยู่ และคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ก็อ่อนเพลียจากการทำงานหนักหลายวัน ภูมิคุ้มกันไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด

อีกเหตุผลคือ สถานที่ส่วนรวมในชัยนาทจำนวนมากเป็นอาคารเก่า มีทั้งไม้ ปูน และพื้นดินอัดแน่น วัสดุเหล่านี้อมน้ำและแห้งช้า โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝนที่อากาศชื้นและแดดไม่แรง เชื้อราจึงมีเวลาเติบโตบนผนังด้านล่าง ใต้โต๊ะ และในห้องเก็บของได้นานกว่าปกติ การพ่นฆ่าเชื้อหลังทำความสะอาดจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นขั้นตอนที่ช่วยลดโอกาสที่คนจำนวนมากจะป่วยพร้อมกันหลังน้ำลด

เชื้อโรคหลายชนิดและเชื้อราที่มากับน้ำท่วมชัยนาท

น้ำที่ไหลบ่าผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ บ่อเกรอะ และท่อระบายน้ำ ไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่พาทั้งดิน ปุ๋ย มูลสัตว์ และสิ่งปฏิกูลมาด้วย เมื่อน้ำเข้าไปในอาคาร เชื้อโรคเหล่านี้ก็เกาะอยู่บนทุกพื้นผิวที่น้ำสัมผัส องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรคต่างเตือนถึงกลุ่มเชื้อต่อไปนี้หลังน้ำท่วม

1. แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล: อีโคไล และซัลโมเนลลา

อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ การพบในน้ำแปลว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ ส่วนซัลโมเนลลา (Salmonella) มักมาจากมูลสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง ซึ่งในชุมชนเกษตรของชัยนาทมีอยู่แทบทุกบ้าน เชื้อทั้งสองทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางรายมีไข้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจขาดน้ำได้เร็ว จุดที่ต้องระวังคือโต๊ะในโรงอาหาร เขียง ภาชนะในครัวกลางของวัด และแผงขายอาหารในตลาด

2. ความเสี่ยงเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น อยู่ในน้ำขังและดินโคลนได้ระยะหนึ่ง เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน คนที่เสี่ยงที่สุดคือเกษตรกรที่ลงนา คนที่ช่วยกันล้างโคลนในโรงสีและยุ้งฉาง และคนที่เดินลุยน้ำโดยไม่ใส่รองเท้าบูท อาการเด่นคือไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่องมาก ตาแดง ใครมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำควรไปพบแพทย์ทันที การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในอาคาร แต่ไม่ใช่การรักษาโรค

3. ไวรัส: โนโรไวรัส โรต้าไวรัส มือเท้าปาก อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่

โนโรไวรัสและโรต้าไวรัสทำให้อาเจียนและท้องร่วงแบบเฉียบพลัน แพร่ง่ายมากผ่านมือที่ปนเปื้อนและพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ ส่วนโรคมือเท้าปากและอาร์เอสวี (RSV) เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน เมื่อเด็กจากหลายครอบครัวกลับมารวมกันในห้องเรียนหลังน้ำลด ไวรัสพวกนี้มีโอกาสแพร่ไปทั้งห้องได้ในไม่กี่วัน ไข้หวัดใหญ่ก็เช่นกัน ศูนย์พักพิงที่คนนอนรวมกันหลายครอบครัวเป็นสภาพที่เอื้อต่อการแพร่เชื้อทางเดินหายใจ

4. เชื้อราและสปอร์เชื้อรา

เชื้อราเป็นปัญหาที่ชัดที่สุดหลังน้ำท่วม CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง เมื่อน้ำท่วมนานหลายวันและอากาศชื้น เชื้อรามักขึ้นก่อนที่เราจะทำความสะอาดเสร็จ จุดที่พบบ่อยในชัยนาทคือ ผนังปูนด้านล่างของอาคารเรียน ไม้ฝาและพื้นไม้ของกุฏิ เสื่อ หมอน ที่นอนในศาลา กระสอบข้าวและผนังยุ้งฉาง ฝ้าเพดานในห้องที่น้ำซึมขึ้นไป สปอร์เชื้อราลอยในอากาศได้ และเป็นตัวกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

5. กลิ่นอับชื้นและกลิ่นท่อ

กลิ่นอับไม่ได้เป็นแค่ความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้น เชื้อรา หรือการย่อยสลายของสารอินทรีย์เกิดขึ้นอยู่ ศาลาหรือห้องเรียนที่ยังเหม็นอับ คือสถานที่ที่ยังไม่พร้อมใช้งานเต็มที่ การทำความสะอาด การระบายอากาศ และการฆ่าเชื้อที่ถูกขั้นตอน ช่วยให้กลิ่นลดลงได้มาก หากกลิ่นยังค้างในอากาศ อาจพิจารณาบริการอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริม

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนประถม ผู้สูงอายุที่มาวัดเป็นประจำ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด และพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา

ผลกระทบที่ชุมชนชัยนาทต้องรับ หากข้ามขั้นตอนการฆ่าเชื้อ

ด้านสุขภาพ: ถ้าเด็กสองสามคนในห้องเรียนเริ่มท้องร่วงหรือมีแผลในปาก ไม่กี่วันต่อมาอาจเป็นทั้งห้อง โรงเรียนอาจต้องปิดเรียนซ้ำทั้งที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ผู้ปกครองต้องหยุดงานดูแลลูก ซึ่งในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ทุกวันมีค่า

ด้านเงิน: โรงสีหรือร้านค้าที่ต้องปิดซ้ำเพราะคนงานป่วยหรือเพราะลูกค้าไม่กล้าเข้ามา เสียรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในการฆ่าเชื้อให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้น ส่วนวัสดุที่เชื้อราลามลึก เช่น ฝ้า ผนังไม้อัด หรือตู้เก็บเอกสาร อาจต้องรื้อเปลี่ยนในภายหลัง

ด้านเวลา: การทำความสะอาดซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย เชื้อราขึ้นใหม่ หรือมีคนป่วยต่อเนื่อง ใช้เวลามากกว่าการทำให้ครบขั้นตอนครั้งเดียว

ด้านความเชื่อมั่น: ตลาดที่ลูกค้ารู้ว่าเพิ่งท่วมมา ร้านอาหารริมแม่น้ำ หรือโฮมสเตย์ที่รับแขก ต้องการสิ่งที่บอกได้ว่าพื้นที่ได้รับการดูแลแล้ว ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเปล่า

ด้านครอบครัวและชุมชน: เมื่อมีคนป่วยในศูนย์พักพิงหรือศาลาวัด เชื้อไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่น แต่เดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับทุกคน ผู้สูงอายุที่บ้านซึ่งไม่ได้ออกมาไหนเลยก็อาจได้รับเชื้อจากลูกหลานที่ไปช่วยงานส่วนรวม

ทำไมวิธีที่ใช้กันบ่อยหลังน้ำลด ยังไม่พอสำหรับวัด โรงเรียน และโรงสีในชัยนาท

  • ฉีดน้ำแรงดันสูงอย่างเดียว ช่วยไล่โคลนได้ดี แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และบางครั้งทำให้น้ำปนเชื้อกระเด็นไปติดผนังส่วนที่น้ำไม่เคยท่วมด้วย
  • ราดน้ำยาฟอกขาวโดยไม่เจือจางหรือไม่ได้สัดส่วน อาจกัดกร่อนพื้นผิว มีกลิ่นฉุนรบกวนเด็กและผู้สูงอายุ และถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซอันตราย อีกทั้งใช้ได้แค่บนพื้นผิวที่เข้าถึงด้วยไม้ถูพื้น ไม่ทั่วถึงซอกเสา ใต้โต๊ะ หรือผนังด้านหลังตู้
  • เปิดพัดลมให้แห้ง ช่วยลดความชื้น แต่ไม่ได้กำจัดเชื้อ และถ้าเชื้อราขึ้นแล้ว พัดลมอาจกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น ทำให้กลิ่นดูดีขึ้นชั่วคราว แต่ต้นเหตุของกลิ่นยังอยู่
  • ทาสีทับคราบเชื้อรา ทำให้ผนังดูใหม่ แต่เชื้อราใต้สีจะกลับมาเป็นจุดดำภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
  • ใช้น้ำยาทั่วไปจากหลายยี่ห้อ ไม่มีคนรับผิดชอบเรื่องปริมาณและเวลาสัมผัส น้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดต้องมีเวลาสัมผัสพื้นผิวตามที่ผู้ผลิตกำหนดจึงจะได้ผล การเช็ดผ่าน ๆ แล้วล้างทิ้งทันทีจึงอาจไม่ได้ผลตามที่คาด

สำหรับสถานที่ส่วนรวมที่มีพื้นที่กว้างและมีคนใช้งานจำนวนมาก การให้ทีมที่ผ่านการอบรมใช้อุปกรณ์พ่นและน้ำยาที่ระบุคุณสมบัติชัดเจน จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้มั่นใจได้มากกว่า

บริการพ่นฆ่าเชื้อจาก WHD สำหรับบ้านและสถานที่ส่วนรวมในจังหวัดชัยนาท

World Health Disinfection (WHD) เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ (เขตบางแค) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับอาคารหลายประเภท ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการอบรมจะใช้ทั้งการพ่นแบบละอองและการพ่นหมอกแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยขนาดเล็กมาก ทำให้น้ำยาเข้าถึงซอกมุม ใต้โต๊ะ หลังตู้ ขอบหน้าต่าง และพื้นผิวที่ไม้ถูพื้นเข้าไม่ถึง

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุผลการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา 99.99% ครอบคลุมเชื้ออย่างโควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 รวมถึงไวรัสมือเท้าปาก และหน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ขั้นตอนการทำงานตามข้อมูลบริการ

  1. นัดหมายและประเมินพื้นที่ ติดต่อทาง โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งที่ตั้งในจังหวัดชัยนาท ประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ และส่งรูปถ่าย ทีมงานจะยืนยันวันเวลาและการเดินทางให้ เนื่องจากทีมเดินทางจากกรุงเทพฯ จึงไม่สามารถรับปากว่าจะไปถึงในวันเดียวกับที่ติดต่อ
  2. เตรียมพื้นที่ ตักโคลนออก ล้างพื้นผิว เปิดให้อากาศถ่ายเท เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการทำความสะอาด ไม่ใช่สิ่งทดแทน
  3. ทีมช่างพ่นฆ่าเชื้อ ระหว่างพ่น คนที่ไม่เกี่ยวข้อง เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่กำลังพ่น
  4. รอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ แล้วกลับเข้าใช้พื้นที่ตามเวลาที่ทีมช่างแนะนำ
  5. ใช้งานพื้นที่ได้ตามปกติ และดูแลความสะอาดประจำวันต่อเนื่อง

ลูกค้าของบริการตามที่หน้าเว็บระบุ มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งเป็นประเภทอาคารที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง ปัจจุบันมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับหน่วยงานหรือร้านค้าที่ต้องเบิกจ่าย

วางแผนพ่นฆ่าเชื้อตามประเภทสถานที่ในชัยนาท

ศาลาวัดและกุฏิ: เน้นพื้นศาลา เสา ราวบันได ห้องน้ำรวม ครัวกลาง และจุดที่ญาติโยมนั่งรวมกัน ควรล้างและผึ่งเสื่อ หมอน ผ้าม่านแยกออกไปก่อน เครื่องนอนที่จมน้ำนานควรพิจารณาทิ้ง

โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก: ห้องเรียนชั้นล่าง โรงอาหาร ห้องน้ำนักเรียน สนามเด็กเล่นในร่ม และอุปกรณ์ที่เด็กหยิบจับ ควรนัดพ่นในวันที่ไม่มีเด็กอยู่ และให้ครูช่วยแยกสื่อการสอนที่เป็นกระดาษเปียกออกก่อน

โรงสีข้าวและยุ้งฉาง: พื้นที่กว้าง มีฝุ่นข้าวและความชื้นสูง เป็นแหล่งที่หนูชอบอยู่ ทำให้ความเสี่ยงโรคฉี่หนูชัดเจนขึ้น ต้องขนข้าวเปลือกหรือข้าวสารที่เปียกออก ทำความสะอาดพื้นและผนัง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อในโซนที่ไม่มีผลผลิตวางอยู่

ตลาดสดและร้านอาหาร: แผงขายของ ท่อระบายน้ำหน้าแผง ห้องน้ำรวม และพื้นที่ล้างจาน ควรทำความสะอาดให้เสร็จเป็นโซน แล้วนัดพ่นนอกเวลาขาย เพื่อให้มีเวลารอก่อนเปิดแผงตามที่ทีมช่างแนะนำ

ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานราชการ และศาลาประชาคม: โถงรับประชาชน เคาน์เตอร์ เก้าอี้รอคิว ห้องเก็บเอกสาร ซึ่งช่วงหลังน้ำท่วมมีคนมาติดต่อมากเป็นพิเศษ

บ้านเรือนและบ้านไม้ใต้ถุนสูง: ใต้ถุน ห้องน้ำ ครัว และห้องที่ผู้สูงอายุหรือเด็กใช้ ถ้าใต้ถุนเคยใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์การเกษตร ควรล้างคราบโคลนและปุ๋ยออกให้หมดก่อน

10 เหตุผลที่ชุมชนในชัยนาทควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. เข้าถึงจุดที่ไม้ถูพื้นไปไม่ถึง ละออง ULV ลอยเข้าไปตามซอกเสา หลังตู้ และใต้ม้านั่งในศาลาวัด
  2. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มในครั้งเดียว ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ตามที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ระบุ
  3. น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาที่ใช้ในสถานพยาบาล ไม่ใช่น้ำยาทำความสะอาดบ้านทั่วไป
  4. มีเอกสารอ้างอิงมาตรฐาน เช่น EN 14476 และการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ช่วยให้คณะกรรมการวัดหรือผู้บริหารโรงเรียนอธิบายต่อชุมชนได้
  5. ใช้เวลารอไม่นาน ประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ ก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่ตามคำแนะนำของช่าง
  6. ทำโดยทีมที่ผ่านการอบรม ปริมาณน้ำยาและระยะการพ่นถูกควบคุม ลดการใช้น้ำยาเกินจำเป็น
  7. เหมาะกับพื้นที่กว้าง อย่างโรงสี ตลาด และโรงอาหาร ซึ่งการเช็ดด้วยมือใช้เวลานานมาก
  8. ช่วยลดความกังวลของผู้ปกครองและลูกค้า ก่อน เปิดโรงเรียนหรือเปิดแผงขาย อีกครั้ง
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกต่อหน่วยงานราชการ ร้านค้า และโรงสีที่ต้องทำบัญชี
  10. วางแผนล่วงหน้าได้ตั้งแต่น้ำยังไม่ลด โทรหรือ LINE คุยกับทีมงานเพื่อจองคิวและประเมินพื้นที่ แล้วนัดพ่นเมื่อทำความสะอาดเสร็จ ดูรายละเอียดเพิ่มที่ หน้าบริการ

ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อ ภาพที่คณะกรรมการวัดและโรงเรียนในชัยนาทมักเห็น

ก่อน

  • ล้างโคลนแล้ว แต่ศาลายังมีกลิ่นอับปนกลิ่นท่อ
  • ผนังห้องเรียนชั้นล่างมีจุดดำขึ้นเป็นแนว
  • ห้องน้ำรวมใช้งานหนัก ไม่แน่ใจว่าสะอาดพอ
  • ผู้ปกครองถามว่าให้ลูกกลับมาเรียนได้หรือยัง
  • คนงานโรงสีกังวลเรื่องโรคฉี่หนู

หลัง

  • พื้นผิวที่ทำความสะอาดแล้วได้รับการฆ่าเชื้อซ้ำอีกชั้นทั่วถึง
  • มีขั้นตอนชัดเจนที่อธิบายต่อชุมชนได้
  • กลิ่นในห้องลดลงเมื่อทำร่วมกับการระบายอากาศ
  • นัดเปิดเรียนหรือเปิดแผงได้ตามแผน
  • มีใบกำกับภาษีและหลักฐานการให้บริการ

ผลลัพธ์ของแต่ละสถานที่ขึ้นอยู่กับความเสียหาย ระยะเวลาที่น้ำท่วม และคุณภาพของการทำความสะอาดก่อนพ่น วัสดุที่เชื้อราลามลึกอาจยังต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่

กรณีตัวอย่าง: โรงเรียนประถมขนาดเล็กในอำเภอหันคา กับโรงสีชุมชนใกล้ ๆ

กรณีตัวอย่าง สร้างจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ครูสมใจ (ชื่อสมมุติ) เป็นครูประจำชั้นในโรงเรียนประถมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในอำเภอหันคา น้ำเข้าอาคารเรียนชั้นล่างและโรงอาหาร ทั้งครูและผู้ปกครองช่วยกันตักโคลนสามวันเต็ม ปัญหาคือเมื่อเปิดหน้าต่างทิ้งไว้สองวัน ผนังห้องอนุบาลเริ่มมีจุดดำ และโรงอาหารยังมีกลิ่นอับ ผู้ปกครองหลายคนส่งข้อความถามในกลุ่ม LINE ว่าให้ลูกกลับมาเรียนได้หรือยัง เพราะช่วงก่อนหน้ามีเด็กในหมู่บ้านเป็นโรคมือเท้าปากอยู่แล้ว

ผู้อำนวยการติดต่อทีม WHD ทาง LINE ส่งรูปห้องเรียน โรงอาหาร และห้องน้ำ ทีมงานแนะนำให้ล้างผนังที่มีคราบรา ทิ้งสื่อการสอนที่เป็นกระดาษเปียก ผึ่งโต๊ะเก้าอี้ให้แห้ง แล้วจึงนัดวันพ่นในวันหยุด เมื่อถึงวันนัด ทีมช่างพ่นทีละโซน ครูและภารโรงรออยู่นอกอาคาร หลังรอเวลาตามที่ช่างแนะนำ ครูจึงเข้าไปจัดห้อง และแจ้งผู้ปกครองพร้อมรูปขั้นตอนการทำงาน

ในสัปดาห์เดียวกัน เจ้าของโรงสีชุมชนที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ได้ยินจากผู้อำนวยการจึงติดต่อเข้ามาบ้าง โดยขอให้ทีมช่างพ่นพื้นที่ลานตาก ห้องเครื่อง และห้องน้ำคนงาน หลังจากขนข้าวที่เปียกออกและล้างพื้นเรียบร้อย ทั้งสองแห่งยังต้องทำความสะอาดประจำวันต่อเนื่อง แต่ได้เริ่มต้นใหม่บนพื้นผิวที่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ

บทเรียนจากกรณีนี้คือ การเริ่มคุยกับทีมงานตั้งแต่ยังทำความสะอาดไม่เสร็จ ช่วยให้รู้ว่าต้องเตรียมอะไร และนัดวันได้เหมาะกับปฏิทินของโรงเรียนหรือโรงสี

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านและสถานที่ส่วนรวมในชัยนาท ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อ

ระหว่างที่น้ำยังสูง

  • ติดตามประกาศของจังหวัดชัยนาทและ ปภ. ทุกวัน เพราะสถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลง
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน สำหรับขอความช่วยเหลือหรือเคลมประกัน
  • ตัดไฟในส่วนที่น้ำท่วมถึง และอย่าเข้าอาคารที่โครงสร้างเสียหาย
  • ติดต่อทีม WHD เพื่อสอบถามและจองคิวล่วงหน้า

หลังน้ำลด ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัยระหว่างทำความสะอาด
  • ตักโคลนออก ล้างพื้นผิวด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  • แยกทิ้งอาหาร เครื่องนอน และวัสดุที่ซึมน้ำซึ่งทำความสะอาดไม่ได้
  • เก็บอาหาร ภาชนะ ของใช้ส่วนตัว และพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลที่ต้องการดูแลแยก ออกจากโซนที่จะพ่น
  • ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดใช้งาน

วันพ่นและหลังพ่น

  • ให้คน เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่กำลังพ่น
  • รอเวลาตามที่ทีมช่างแนะนำก่อนกลับเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลบริการประมาณ 30 นาที
  • เปิดระบายอากาศ แล้วเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน
  • ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมทุกวัน เช่น ลูกบิด ราวบันได ก๊อกน้ำ
  • สังเกตอาการของคนในชุมชน หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หรือหายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท

ถาม: WHD มีสาขาในจังหวัดชัยนาทหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การให้บริการในชัยนาทจะวางแผนร่วมกันทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะยืนยันวันเวลาและเงื่อนไขการเดินทางให้ จึงไม่สามารถรับปากว่าไปถึงได้ภายในวันเดียว

ถาม: น้ำยังไม่ลด ควรติดต่อตอนนี้เลยไหม
ตอบ: ติดต่อได้ เพื่อประเมินพื้นที่และจองคิวล่วงหน้า แต่การพ่นจริงจะทำหลังน้ำลด ตักโคลน และล้างพื้นผิวเสร็จแล้วเท่านั้น

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างโคลนได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ โคลนและคราบสกปรกจะบังเชื้อไว้ไม่ให้น้ำยาสัมผัส ต้องล้างให้สะอาดก่อนเสมอ

ถาม: พ่นในศาลาวัดหรือโรงเรียน ต้องให้คนออกไหม
ตอบ: ต้องให้คนออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ การนัดพ่นในวันที่ไม่มีกิจกรรมจะสะดวกที่สุด

ถาม: น้ำยา CHEMGENE ไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: ไม่ควรเข้าใจแบบนั้น ควรระบายอากาศหลังพ่น และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือของที่เด็กเอาเข้าปากด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน ตามคำแนะนำของทีมช่าง

ถาม: พ่นแล้วเชื้อราจะไม่กลับมาอีกใช่ไหม
ตอบ: การพ่นช่วยกำจัดเชื้อบนพื้นผิวในขณะนั้น แต่ถ้าผนังหรือพื้นยังชื้นอยู่ เชื้อราสามารถกลับมาได้ จึงต้องทำให้แห้งและดูแลความชื้นต่อเนื่อง วัสดุที่ราลามลึกอาจต้องเปลี่ยน

ถาม: ถ้ามีคนในชุมชนป่วยหลังลุยน้ำ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปพบแพทย์หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้านทันที โดยเฉพาะถ้ามีไข้สูงและปวดน่อง การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการดูแลสถานที่ ไม่ใช่การรักษาโรค

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท ให้วัด โรงเรียน และบ้านพร้อมใช้งานอีกครั้ง

ไม่ว่าจะอยู่ในอำเภอเมืองชัยนาท มโนรมย์ วัดสิงห์ สรรพยา หันคา หนองมะโมง หรือสรรคบุรี ส่งรูปพื้นที่และที่ตั้งมาคุยกับทีมงานได้เลย

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อและขอใบเสนอราคา

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อชัยนาท #น้ำท่วมชัยนาท2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #กำจัดเชื้อรา #น้ำท่วมวัดสิงห์ #น้ำท่วมสรรพยา

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ ชัยนาท, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชัยนาท, น้ำท่วมชัยนาท 2569, พ่นฆ่าเชื้อวัด, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน, พ่นฆ่าเชื้อโรงสี, น้ำท่วมวัดสิงห์, น้ำท่วมสรรพยา, น้ำท่วมหันคา, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้