Last updated: 3 ต.ค. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วม จังหวัดกำแพงเพชร ปี 2569 ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่าสามพันครัวเรือน ใน อำเภอขาณุวรลักษบุรี และ อำเภอคลองขลุง สองอำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำปิง เป็นแหล่งปลูกข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง มีโรงสี ลานรับซื้อผลผลิต ตลาด และชุมชนที่ผูกพันกับวัดและโรงเรียน เมื่อน้ำเริ่มลด งานที่ใหญ่กว่าการล้างบ้านคือการฟื้นฟู พื้นที่ส่วนรวม ที่คนหลายพันครอบครัวต้องกลับมาใช้ บทความนี้สรุปสถานการณ์ตามรายงาน ปภ. อธิบายเชื้อโรคหลายชนิดและเชื้อราที่ตามมากับน้ำ และแนะนำว่า บริการพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยให้โรงเรียน ศูนย์พักพิง วัด ตลาด และสถานประกอบการในกำแพงเพชรกลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจขึ้นอย่างไร
เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย (กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง)
ผอ.วิไลบริหารโรงเรียนขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอคลองขลุง อาคารเรียนสองชั้นของโรงเรียนตั้งอยู่บนที่ดอนกว่าหมู่บ้านรอบข้างเล็กน้อย เมื่อน้ำเริ่มท่วมหนักช่วงปลายเดือนกันยายน ชั้นบนของอาคารจึงถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวของชาวบ้านหลายสิบครอบครัว ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนป่วยติดเตียง ส่วนชั้นล่างที่น้ำเข้าสูงระดับเข่าถูกใช้เป็นที่วางของบริจาค ขณะที่โรงอาหารกลายเป็นครัวกลางที่อาสาสมัครทำอาหารแจกวันละหลายร้อยกล่อง
ในช่วงนั้นห้องเรียนชั้นบนกลายเป็นห้องนอนรวม มีเสื่อ ผ้าห่ม และถุงเสื้อผ้าเต็มพื้น ห้องน้ำของโรงเรียนต้องรองรับคนมากกว่าปกติหลายเท่า ขณะที่น้ำประปาบางช่วงก็ไม่ไหล บางวันมีเด็กหลายคนท้องเสีย มีผู้สูงอายุไอเรื้อรัง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแวะมาตรวจและให้คำแนะนำเป็นระยะ
ต้นเดือนตุลาคม เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง ชาวบ้านทยอยกลับบ้าน ผอ.วิไลกับครูช่วยกันเก็บกวาด ตักโคลนออกจากห้องชั้นล่าง ทิ้งกล่องกระดาษและเสื่อที่เปียก ล้างห้องน้ำ และขัดพื้นโรงอาหาร แต่สิ่งที่ยังค้างอยู่ในใจคือ อาคารหลังนี้ถูกใช้ทั้งเป็นที่นอนรวม ครัวกลาง และห้องเก็บของเปียกมาหลายสัปดาห์ มีทั้งเชื้อจากน้ำท่วม เชื้อจากคนจำนวนมากที่อยู่รวมกัน และความชื้นที่เริ่มทำให้ผนังชั้นล่างมีคราบรา ก่อนเปิดเรียนให้เด็กหลายร้อยคนกลับมา โรงเรียนต้องทำอะไรเพิ่มอีกบ้าง
คำถามนี้ไม่ได้มีแค่ที่โรงเรียนของ ผอ.วิไล แต่เกิดขึ้นกับวัดที่เปิดศาลาให้คนมาพัก อาคารอเนกประสงค์ของ อบต. ที่ใช้เป็นจุดแจกของ ตลาดที่น้ำเข้าแผง และโรงสีที่ข้าวเปลือกเปียกน้ำ ทั่วทั้งสองอำเภอ
ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2569 จังหวัดกำแพงเพชรมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ รวม 3,128 ครัวเรือน และ ระดับน้ำลดลง แล้ว
| อำเภอ | สถานะระดับน้ำ (ปภ. 2 ต.ค. 2569) | พื้นที่ส่วนรวมที่ควรให้ความสำคัญ |
|---|---|---|
| อ.ขาณุวรลักษบุรี | ระดับน้ำลดลง | ตลาด ร้านค้าริมถนนสายหลัก โรงสีและลานรับซื้อผลผลิต โรงเรียน วัด สถานพยาบาล |
| อ.คลองขลุง | ระดับน้ำลดลง | โรงเรียนและอาคารที่ใช้เป็นศูนย์พักพิง วัด ศาลาประชาคม ตลาดชุมชน ร้านอาหาร |
ตัวเลข 3,128 ครัวเรือนเป็นยอดรวมของสองอำเภอตามรายงานฉบับดังกล่าว ซึ่งข้อมูลที่เราอ้างอิงไม่ได้แยกเป็นรายอำเภอ และ ตัวเลขเปลี่ยนแปลงทุกวัน แม้ระดับน้ำจะลดลง แต่บางหมู่บ้านในที่ลุ่มอาจยังมีน้ำขัง ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจาก ปภ. ที่ว่าการอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนกลับเข้าอาคาร
ในระดับประเทศ ปภ. รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,245,581 ครัวเรือน หรือ 3,535,206 คน จากฝนตกหนักถึงหนักมากร่วมกับน้ำหลากจากภาคเหนือ กำแพงเพชรที่มีแม่น้ำปิงไหลผ่านจึงอยู่ในเส้นทางของน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลาง ทำให้การฟื้นฟูในหลายจังหวัดตามลำน้ำเกิดขึ้นพร้อมกัน
ลำดับที่ถูกต้อง: รอให้เจ้าหน้าที่แจ้งว่าปลอดภัย ตรวจระบบไฟฟ้า ล้างโคลนและทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนท้ายที่ช่วยลดเชื้อหลังล้างเสร็จ ไม่ใช่ขั้นตอนแรก
เมื่อมีครัวเรือนได้รับผลกระทบกว่าสามพันครัวเรือน อาคารส่วนรวมหลายแห่งจะถูกใช้งานหนักกว่าปกติในช่วงน้ำท่วม โรงเรียน วัด และอาคารอเนกประสงค์มักถูกเปิดเป็นที่พักชั่วคราว จุดรับของบริจาค และครัวกลาง มีคนจำนวนมากกิน นอน และใช้ห้องน้ำร่วมกันในพื้นที่จำกัด เมื่อน้ำลด อาคารเหล่านี้ต้องเปลี่ยนกลับเป็นห้องเรียนและสถานที่ประกอบศาสนกิจ ซึ่งหมายความว่าต้องจัดการทั้งเชื้อที่มากับน้ำและเชื้อที่สะสมจากการอยู่รวมกันของคนจำนวนมาก
เศรษฐกิจของขาณุวรลักษบุรีและคลองขลุงผูกกับการเกษตร โรงสีข้าว ลานรับซื้อข้าวเปลือก โกดังปุ๋ย และร้านค้าวัสดุการเกษตร เป็นพื้นที่ที่หนูชุกชุมและมักถูกน้ำเข้าถึง เมื่อข้าวเปลือกหรือกระสอบผลผลิตเปียกน้ำ จะเกิดทั้งกลิ่นเน่า เชื้อรา และแหล่งอาหารของหนู ความเสี่ยงโรคฉี่หนูของคนงานจึงสูงกว่าพื้นที่อื่น
อีกด้านหนึ่ง ทั้งสองอำเภอมีถนนสายหลักที่คนเดินทางระหว่างภาคเหนือกับภาคกลางใช้ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และร้านค้าริมทางจึงมีลูกค้าจากต่างถิ่นแวะใช้ห้องน้ำและรับประทานอาหารทุกวัน พื้นที่เหล่านี้ต้องสะอาดก่อนเปิดรับลูกค้าอีกครั้ง ทั้งเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคและชื่อเสียงของร้าน
น้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมพาเชื้อจากหลายแหล่งมารวมกัน ทั้งบ่อเกรอะ คอกสัตว์ ท่อน้ำทิ้ง กองขยะ และดินในไร่นา เมื่อรวมกับการอยู่รวมกันของคนจำนวนมากในศูนย์พักพิง เชื้อที่ต้องระวังจึงมีหลายกลุ่ม
อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียจากลำไส้ที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้การปนเปื้อนอุจจาระในน้ำ เมื่อส้วมซึมและบ่อเกรอะถูกน้ำท่วม เชื้อจะกระจายไปทั่ว ส่วนซัลโมเนลลา (Salmonella) มักมากับของเสียจากสัตว์ปีกและปศุสัตว์ ซึ่งเลี้ยงกันแพร่หลายในชุมชนเกษตร ทั้งสองชนิดทำให้เกิดท้องร่วง ปวดท้อง อาเจียน และไข้ จุดที่ต้องระวังที่สุดคือโรงอาหาร ครัวกลาง ครัววัด และแผงอาหารในตลาด
โรงสี ยุ้งฉาง และลานข้าวเป็นที่อยู่ของหนูจำนวนมาก เมื่อน้ำท่วม เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) จากปัสสาวะหนูจะปนอยู่ในน้ำและโคลน เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน คนงานโรงสี เกษตรกร และอาสาสมัครที่ช่วยขนของเสี่ยงมากที่สุด อาการคือไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หากมีอาการหลังสัมผัสน้ำท่วมต้องไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำ
ในศูนย์พักพิงและโรงเรียนที่มีคนอยู่รวมกันมาก ไวรัสทางเดินอาหารอย่างโนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) แพร่กระจายได้รวดเร็ว เชื้ออยู่บนพื้นผิว ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ และโถส้วมได้นาน และต้องการเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วย อาคารที่เพิ่งผ่านการใช้เป็นที่พักรวม จึงควรฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำอย่างจริงจังก่อนเปิดใช้ตามปกติ
การนอนรวมกันในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ร่วมกับอากาศชื้นเย็นในฤดูฝน ทำให้ไวรัสทางเดินหายใจอย่างอาร์เอสวี (RSV) และไข้หวัดใหญ่ระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ส่วนโรคมือเท้าปากมักแพร่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กผ่านของเล่นและพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกัน เมื่อโรงเรียนกลับมาเปิด ห้องเรียนที่เคยเป็นห้องนอนรวมจึงต้องได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
เชื้อราเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องยาวที่สุดหลังน้ำลด ในพื้นที่เกษตร ข้าวเปลือก กระสอบป่าน และไม้ที่เปียกน้ำจะขึ้นราอย่างรวดเร็ว ส่วนในอาคาร ผนังปูนช่วงล่าง ฝ้ายิปซัม ประตูไม้ และตู้เก็บของจะเริ่มมีคราบราภายในไม่กี่วันหากไม่แห้ง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดการเกิดรา สปอร์ราในอากาศทำให้คนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด และผู้สูงอายุมีอาการไอ จาม คัดจมูก และหายใจลำบาก
กลิ่นในอาคารหลังน้ำลดมีทั้งกลิ่นอับชื้นจากรา กลิ่นท่อจากน้ำเสีย และกลิ่นเปรี้ยวจากผลผลิตเกษตรที่หมักหมม กลิ่นเหล่านี้เป็นสัญญาณว่ายังมีแหล่งเชื้ออยู่ การกลบกลิ่นไม่ได้ช่วย ต้องเอาวัสดุและผลผลิตที่เสียหายออก ล้าง ทำให้แห้ง และฆ่าเชื้อ
เด็กนักเรียน ที่จะกลับเข้าห้องเรียนที่เคยใช้เป็นที่พักรวมหรือที่น้ำเข้า ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่เคยพักในศูนย์พักพิงและภูมิคุ้มกันต่ำ หญิงตั้งครรภ์ และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ต้องไปสถานพยาบาลบ่อย คนงานโรงสีและเกษตรกร ที่สัมผัสน้ำ โคลน และผลผลิตเปียกโดยตรง อาสาสมัครและแม่ครัว ที่ทำอาหารในครัวกลาง และ พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ที่ต้องจับต้องอาหารสดทั้งวัน ทุกกลุ่มนี้ควรได้รับการดูแลทั้งด้านสุขอนามัยส่วนตัวและความสะอาดของพื้นที่ที่ใช้งาน
| ประเภทพื้นที่ | จุดที่ควรเน้น |
|---|---|
| โรงเรียนและอาคารที่เคยเป็นศูนย์พักพิง | ห้องเรียนที่ใช้เป็นห้องนอนรวม ห้องน้ำ โรงอาหาร ราวบันได ลูกบิดประตู |
| ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก | พื้นห้อง เบาะนอน ของเล่น อ่างล้างมือ |
| วัด ศาลาการเปรียญ และโรงครัววัด | พื้นศาลา โต๊ะหมู่บูชา โรงครัว ภาชนะส่วนกลาง ห้องน้ำ |
| อาคารอเนกประสงค์ ศาลาประชาคม ที่ทำการ อบต. และที่ว่าการอำเภอ | จุดรับของบริจาค เคาน์เตอร์บริการ เก้าอี้รอ ห้องน้ำ |
| ตลาดสดและตลาดนัด | แผงเนื้อสัตว์ แผงผัก ทางระบายน้ำ จุดทิ้งขยะ ห้องน้ำตลาด |
| โรงสี ลานรับซื้อผลผลิต และโกดัง | พื้นโกดัง ผนังช่วงล่าง สำนักงานหน้าโรงสี ห้องพักและห้องน้ำคนงาน |
| ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และร้านค้าริมถนนสายหลัก | ครัว โต๊ะอาหาร ห้องน้ำสาธารณะ เคาน์เตอร์ชำระเงิน |
| รพ.สต. คลินิก และร้านขายยา | ห้องรอตรวจ เก้าอี้ เคาน์เตอร์ ห้องน้ำ |
อาคารส่วนรวมเป็นจุดที่คนจากหลายครอบครัวมาเจอกัน หากยังมีเชื้อตกค้าง การป่วยจะกระจายเป็นวงกว้าง เด็กป่วยหลายคนในห้องเดียวกัน ผู้สูงอายุมีอาการภูมิแพ้กำเริบหลังไปวัด หรือคนงานโรงสีมีไข้ต่อเนื่อง ภาระทั้งหมดจะไปตกที่ครอบครัวและสถานพยาบาลที่ยังรับมือกับผลกระทบน้ำท่วมอยู่
ช่วงหลังน้ำท่วมมักใกล้กับฤดูเก็บเกี่ยวข้าว หากคนงานโรงสีหรือเกษตรกรป่วยพร้อมกัน งานรับซื้อและสีข้าวจะสะดุด ส่วนร้านอาหารริมทางที่ลูกค้าป่วยหรือร้องเรียนเรื่องกลิ่นจะเสียลูกค้าขาจรไปได้ง่าย
การทาสีทับผนังที่มีรา หรือเก็บเสื่อเบาะที่ยังชื้นกลับเข้าตู้ ทำให้ต้องทำความสะอาดซ้ำและซื้อของใหม่อีกรอบ โรงเรียนและวัดที่งบประมาณจำกัดจึงควรทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
ผู้ปกครองที่เห็นว่าห้องเรียนของลูกเคยเป็นห้องนอนรวมของคนหลายสิบครอบครัว ย่อมอยากรู้ว่าโรงเรียนทำอะไรไปแล้วบ้าง การมีขั้นตอนล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อที่ชัดเจน ช่วยให้โรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองได้อย่างโปร่งใส
ล้างแต่พื้น ลืมจุดสัมผัส หลายแห่งเน้นตักโคลนและล้างพื้น แต่ลืมลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ ก๊อกน้ำ ราวบันได และขอบโต๊ะ ซึ่งคนในศูนย์พักพิงจับต้องตลอดทั้งวัน
ใช้น้ำยาเองโดยไม่รู้สัดส่วน น้ำยาฟอกขาวที่เข้มเกินไปกัดพื้นผิวและระคายเคืองปอด จางเกินไปก็ไม่ได้ผล และอันตรายหากผสมกับน้ำยาชนิดอื่น
พื้นที่กว้างเกินกว่าจะเช็ดทีละจุด โรงอาหาร ศาลาการเปรียญ และโกดังโรงสีมีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร การเช็ดด้วยมือทั่วถึงทุกพื้นผิวแทบเป็นไปไม่ได้
ปิดห้องเร็วเกินไป เมื่อเก็บของเข้าห้องและปิดประตูทั้งที่ผนังยังชื้น ราจะเติบโตในที่มืดและอับ
กลบกลิ่นแทนการแก้ต้นเหตุ น้ำหอมและธูปไม่ได้ลดเชื้อ และอาจทำให้เข้าใจผิดว่าพื้นที่สะอาดแล้ว
World Health Disinfection (WHD) ให้ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดยทีมช่างที่ผ่านการอบรม ตามข้อมูลบริการ ทีมงานใช้การพ่นและ/หรือการพ่นหมอกแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่สร้างละอองฝอยขนาดเล็กมาก กระจายน้ำยาไปเกาะพื้นผิวในอาคารได้ทั่วถึง หลังจากพื้นที่ผ่านการล้างโคลนและทำความสะอาดแล้ว
น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการ หน้าบริการระบุรายการไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และแสดงการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าตามข้อมูลบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรีเมื่อใช้บริการ และขอใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น โรงสี และกิจการที่ต้องเบิกจ่าย
ความปลอดภัย: ระหว่างพ่น คนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากบริเวณที่พ่น กลับเข้าตามเวลาที่ทีมช่างแนะนำ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังล้างโคลนและทำความสะอาด ไม่ใช่การทดแทน และไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการป่วยต้องไปพบแพทย์
อาคารส่วนรวมในชนบทมีลักษณะเฉพาะ คือพื้นที่กว้าง เพดานสูง มีเสาและโครงสร้างไม้จำนวนมาก เช่น ศาลาการเปรียญ โรงอาหารโรงเรียน และโกดังโรงสี การพ่นหมอก ULV จะสร้างละอองขนาดเล็กที่ลอยอยู่ในอากาศระยะหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ตกลงเกาะพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านบนโต๊ะ ขาเก้าอี้ ซอกเสา และผนังช่วงที่มือเอื้อมไม่ถึง
ปริมาณน้ำยาถูกควบคุมให้เหมาะสม จึงไม่ทำให้อาคารที่เพิ่งทำให้แห้งกลับมาเปียกอีก ส่วนจุดที่ต้องสัมผัสน้ำยาโดยตรง เช่น ก๊อกน้ำ โถส้วม ลูกบิด และราวจับ ทีมช่างจะพ่นละอองตรงจุดเพิ่มเติม ทั้งสองวิธีทำงานร่วมกันเพื่อให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่กว้างและจุดเสี่ยง
หากห้องใดยังมีกลิ่นอับค้างอยู่หลังพ่น เช่น ห้องเก็บเอกสารหรือห้องพักครูที่อากาศถ่ายเทน้อย สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อ เป็นบริการเสริมได้
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นกับการล้าง การทำให้แห้ง และการดูแลต่อเนื่อง วัสดุที่เปียกชุ่มนานหรือมีราฝังลึกอาจต้องรื้อเปลี่ยน
(กรณีตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง)
คุณประเสริฐเป็นเจ้าของโรงสีข้าวขนาดกลางในอำเภอขาณุวรลักษบุรี ด้านหน้าโรงสีมีสำนักงานรับซื้อข้าวเปลือก ด้านข้างเป็นโกดังเก็บข้าวและห้องพักคนงานแปดห้อง พร้อมครัวรวมและห้องน้ำรวม ช่วงน้ำท่วม น้ำเข้าโกดังและห้องพักคนงานสูงราวครึ่งแข้ง ข้าวเปลือกกองล่างบางส่วนเปียก และหนูจำนวนมากหนีน้ำเข้ามาในอาคาร
เมื่อน้ำลด คุณประเสริฐให้คนงานใส่รองเท้าบูทและถุงมือ ขนข้าวเปลือกที่เปียกออกไปแยกจัดการ ตักโคลน ล้างพื้นโกดัง และขัดห้องน้ำ แต่ห้องพักคนงานยังมีกลิ่นอับ ครัวรวมมีคราบน้ำตามผนัง และใกล้ถึงช่วงที่เกษตรกรจะนำข้าวเปลือกฤดูใหม่มาขาย คนงานต้องกลับมาทำงานเต็มที่ เขาไม่อยากให้คนงานป่วยด้วยโรคฉี่หนูหรือท้องเสียในช่วงที่งานกำลังจะเยอะ
คุณประเสริฐจึงวางแผนตามลำดับ ซ่อมระบบไฟ เปิดโกดังให้ลมผ่านจนแห้ง เปลี่ยนแผ่นฝ้าที่เปียก แล้วติดต่อขอพ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน ห้องพักคนงาน ครัวรวม และห้องน้ำ ในวันนัด คนงานออกจากอาคารทั้งหมด ทีมช่างพ่นจุดสัมผัสร่วมและพ่นหมอก ULV ในห้องพักและครัว หลังรอตามเวลาที่แนะนำ คนงานกลับเข้ามาล้างภาชนะในครัวอีกรอบก่อนใช้ คุณประเสริฐยังกำชับให้ทุกคนใส่รองเท้าบูทเวลาทำงานในโกดัง และไปพบแพทย์ทันทีหากมีไข้หรือปวดน่อง
สิ่งที่คุณประเสริฐสรุปกับคนงานคือ การพ่นเป็นขั้นตอนหนึ่งในหลายขั้นตอน ไม่ได้แทนการล้างหรือการป้องกันตัว แต่ช่วยให้ห้องพักและครัวที่ทุกคนใช้ร่วมกันพร้อมกว่าเดิมก่อนฤดูงานหนัก
ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ หากต้องการบริการในอำเภอขาณุวรลักษบุรีหรือคลองขลุง ให้ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินงานและยืนยันวันเวลาเดินทาง ไม่สามารถรับประกันการเดินทางถึงภายในวันเดียวกัน
เริ่มจากห้องน้ำ โรงอาหารหรือครัวกลาง ห้องที่ใช้เป็นที่นอนรวม และจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ และสวิตช์ไฟ หลังจากล้างและทำให้แห้งแล้ว
ไม่ได้ ต้องล้างโคลนและสิ่งสกปรกออกก่อน เพราะโคลนจะบังไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิว
ต้องออก ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาที แล้วกลับเข้าตามเวลาที่ทีมช่างแนะนำ
ไม่ควรเข้าใจเช่นนั้น พื้นผิวและภาชนะที่สัมผัสอาหารควรล้างตามคำแนะนำของช่างก่อนใช้ และควรเปิดให้อากาศถ่ายเทหลังพ่น
ควรแจ้งรายละเอียดโกดัง ผลผลิตที่เก็บอยู่ และการใช้งานให้ทีมงานประเมินก่อน ผลผลิตที่ยังเก็บไว้ควรแยกออกหรือปิดคลุมตามคำแนะนำ ส่วนผลผลิตที่เปียกน้ำท่วมควรแยกจัดการตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไปพบแพทย์หรือ รพ.สต. ใกล้บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีไข้สูง ปวดน่องหลังลุยน้ำ ท้องเสียไม่หยุด หรือหายใจลำบาก และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค
โรงเรียน ศูนย์พักพิง วัด ตลาด โรงสี ร้านอาหาร และหน่วยงานในขาณุวรลักษบุรีและคลองขลุง ติดต่อ WHD เพื่อประเมินพื้นที่และวางแผนพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนเสร็จ
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ การเดินทางไปกำแพงเพชรยืนยันผ่านโทรศัพท์หรือ LINE
#พ่นฆ่าเชื้อกำแพงเพชร #น้ำท่วมกำแพงเพชร2569 #น้ำท่วมขาณุวรลักษบุรี #น้ำท่วมคลองขลุง #พ่นฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดเชื้อรา #Chemgene
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ กำแพงเพชร, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม กำแพงเพชร, น้ำท่วมกำแพงเพชร 2569, น้ำท่วมขาณุวรลักษบุรี, น้ำท่วมคลองขลุง, พ่นฆ่าเชื้อ ขาณุวรลักษบุรี, พ่นฆ่าเชื้อ คลองขลุง, ฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, ฆ่าเชื้อโรงเรียนหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H